*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5632
  • จำนวนผู้ชม : 3374840
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 320 , 16:56:26 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน vinitvadee , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ช่วงก่อนเที่ยงวันนี้ผมกับลูกสาวไปติดต่องานที่คลังจังหวัดชัยนาท เห็นแล้วชื่นใจเสียจริงๆ ที่ได้เห็นข้าราชการทุกคนขยันขัน

แข็งในการทำงาน แล้วยังให้การต้อนรับคนที่มาติดต่องานอย่างดีอีกด้วย ทั้งนี้ เห็นได้จากการที่ลูกสาวผมแวะถามย้าราชการหญิงระ

ดับสูงท่านหนึ่งขณะนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ แล้วเหลือบตามองลูกสาวผมที่กำลังเดินเก้ๆกังๆอยู่ใกล้ๆ ซึ่งแทนที่จะฟังคำถามของลูกสาว

ผมแล้วชี้มือบอกที่หมายก็พอ แต่เธอกลับลุกขึ้นแล้วเดินนำทางไปที่โต๊ะเป้าหมายเลยทีเดียว โอ้โฮ ... เยี่ยมมากครับ

         หลังจากนั้น ผมกับลูกได้ไปที่ธนาคารกรุงไทยสาขาชัยนาทต่อ ซึ่งก็เป็นเวลาพักเที่ยงพอดี แต่พนักงานทุกโต๊ะยังนั่งทำงาน

ต่ออีก เพื่อบริการผู้มาติดต่อที่นั่งรอคิวอยู่เต็มห้องเช่นกัน ทั้งนี้ พนักงานที่รับเรื่องของผมก็ได้ใช้เวลาทำงานด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย

จึงทำให้เรื่องของผมใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมงก็เสร็จครับ

         เอาล่่ะนะครับ ในเมื่อข้าราชการประจำ พนักงานธนาคาร ฯลฯ ต่าง็ยันขันแข็งดังกล่าว คราวนี้ก็ต้องถามข้าราชการการเมือง

โดยฉะเพาะ ส.ส.อันทรงเกียรติ์รับเงินเดิอนเป็นแสนบ้าง ท่านได้ทำงานเพื่อประชาชนกันแล้วหรือครับ หรือจะเอาแต่หาเรื่องทะเลาะ

กันไปวันๆเท่านั้น ดังที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้

 

ย้าย'คณากร'ผู้พิพากษายิงตัวเอง ช่วยงานกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 5

ย้าย'คณากร'ผู้พิพากษายิงตัวเอง ช่วยงานกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 5

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.48 น.

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 มีรายงานว่า  คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติ ย้ายผู้พิพากษา คณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจ.ยะลา ไปช่วยทำงานชั่วคราวในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ด่วน!! เปิดชื่อกมธ.แก้รธน.ฝ่ายรบ. ดีลแรก'ปกรณ์-สมชาย-ไพบูลย์-จรุงวิทย์-อุดม'

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับรายชื่อกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฝ่ายรัฐบาล ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเสนอจำนวน 6 คน ซึ่งเป็นรายชื่อที่คัดเลือกไว้ก่อนหน้านี้เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ได้แก่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา , พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) , นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา , นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมัย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน , นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ สมัย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ทั้งนี้ ต่อมา พล.อ.สมเจตน์ ออกมาปฏิเสธไม่ขอรับตำแหน่งดังกล่าว ส่งผลให้ผู้เกี่ยวข้องต้องทบทวนบางรายชื่อ โดย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขอพิจารณารายชื่อ ส.ว.มาแทน ก่อนจะส่งให้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรภายในสัปดาห์นี้

 

'พี่เต้-คฑาเทพ'แย่แล้ว! ป.ป.ช.เล็งใช้'เซียน'ไล่บี้จับพิรุธที่มา'พระเครื่อง-เหล็กไหล'

'พี่เต้-คฑาเทพ'แย่แล้ว! ป.ป.ช.เล็งใช้'เซียน'ไล่บี้จับพิรุธที่มา'พระเครื่อง-เหล็กไหล'

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.11 น. 

ป.ป.ช.เล็งไล่บี้จับพิรุธที่มา”พระเครื่อง-เหล็กไหล”ของ “มงคลกิตติ์-คฑาเทพ”

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน​ 2562 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต​แห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบการครอบครองเหล็กไหลมูลค่า 1,000 ล้านบาท ของนายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังไทยรักไทยนั้น เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ไปตรวจสอบมาแล้วรอบหนึ่ง เรื่องความมีอยู่จริงของทรัพย์สิน แต่จะลงไปตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากมีข้อสงสัยเรื่องการได้มา จึงต้องไปสอบถามพยานบุคคลเพิ่มเติม

ส่วนการตรวจสอบพระเครื่องของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่แจ้งมูลค่าพระเครื่องหลายรายการ ในมูลค่าสูงมากนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสรุปประเด็นเป็นข้อๆเพื่อรายงานมาให้ตน ก่อนที่จะเสนอต่อที่ประชุมป.ป.ช.พิจารณา มีระยะเวลาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน180 วัน ถือเป็นการตรวจสอบเพื่อยืนยันข้อมูล แต่ถ้ามีประเด็นที่จะต้องติดตามต่อ หรือมีพยานหลักฐานที่ต้องซักถามเพิ่มเติมก็ต้องทำต่อเนื่อง

"ส่วนป.ป.ช.จะต้องเรียกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเช่น เซียนพระมาร่วมให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ เพื่อความน่าเชื่อถือนั้น ในบางกรณีต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นประเด็นขึ้นมา ถ้าจำเป็นก็ต้องใช้ แต่บางกรณีถ้าเห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็น ก็ให้เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ตรวจสอบไปก่อน แต่กรณีนี้เบื้องต้นยังไม่มีการเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล แต่จะต้องเรียกเซียนพระมาหรือไม่ ขอให้เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อมูลก่อน"นายวรวิทย์ กล่าว

นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามเรื่องการตรวจสอบราคาพระเครื่อง เหล็กไหลนั้น ทำได้ยากเพราะไม่มีราคากลางเหมือนอัญมณี ทำให้การตรวจสอบเป็นไปยากลำบาก แต่ในกฎหมายระบุว่า หากมีเจตนาจงใจหรือยื่นเท็จ หรือปกปิกโดยมีเจตนาไม่แสดงที่มาของรายการทรัพย์สิน ไม่ให้รู้ที่มาทรัพย์สิน ถ้ารายการเหล่านั้นเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายดังกล่าวของป.ป.ช. ก็ต้องถูกดำเนินการ แต่จะเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ขอเวลาตรวจสอบก่อน  โดยจะต้องดูว่า การแจ้งมูลค่าสูงกว่าความจริงนั้น มีเจตนาอย่างไร

‘ชวน’เตือนขรก.สภาซื่อสัตย์ อย่าแต่งตั้งพรรคพวก ทำวุ่นวาย

‘ชวน’เตือนขรก.สภาซื่อสัตย์ อย่าแต่งตั้งพรรคพวก ทำวุ่นวาย

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.29 น.

“ชวน” เตือนขรก.สภาทำงานซื่อสัตย์ กรีดอย่าแต่งตั้งพรรคพวกตัวเองทำให้เกิดความวุ่นวาย – “รองฯ สุชาติ”  รับสภาฯ โชคดีมีนายชวน มาเป็นประธาน - ด้าน “รองฯ ศุภชัย” แนะทำงานด้วยความเป็นจิตอาสา ทำงานด้วยหัวใจ อย่าทำงานเอาหน้าเอาขั้น 

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังมีการเผยแพร่ระเบียบสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง, นายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมพิธีลงนามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2563 พร้อมให้นโยบายข้าราชการระดับผู้บริหารของสำงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 

ทั้งนี้นายชวน ได้ขอให้ข้าราชการรัฐสภาทุกคนทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยืนยันได้ว่า ประธาน และ รองประธาน ซึ่งมาจากฝ่ายการเมืองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของข้าราชการประจำ เช่น การแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการที่จะต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรม เป็นธรรม โดยไม่แต่งตั้งพวกพ้องของตัวเองเข้ามาทำหน้าที่ จนเกิดความวุ่นวาย และขอให้ ข้าราชการทุกคน ศึกษา ภารกิจ หน้าที่ของตนเองให้ดี ทำหน้าที่อย่างมีธรรมาภิบาล ยึดหลักนิติธรรม มีความรับผิดชอบ มีความคุ้มค่าไม่ต้องเกรงใจใครที่ทำไม่ถูกต้อง เพราะหากเกิดปัญหาขึ้น ข้าราชการเองที่ต้องรับผิดชอบ 

ขณะที่ นายสุขาติ กล่าวว่ารู้สึกโชคดี ที่สภาฯ มี นายชวนมาเป็นประธาน เพราะหากเป็นตนเอง คงทำหน้าทีได้ไม่มีดีเท่า เนื่องจากนายชวนมีบารมี สามารถอบรม สมาชิกได้ หากเป็นตนเองสมาชิกคงสวนกลับ และขอฝากให้ข้าราชการปรับโครงสร้างองค์กรให้ทำงานแบบใหม่ มีความตั้งใจ และ ตั้งมั่นมากขึ้นเพื่อให้ภาพพจน์ ของ สภาฯ ดีขึ้น กว่า หลายปีที่ผ่านมา เพราะมักถูกมองว่า สภาฯ ล้าหลัง แต่หลังจากที่มี นายชวน มาเป็นประธานสภาฯทำให้ภาพลักษณ์ ของสภาดีขึ้น แต่ก็ต้อง ปรับให้สอดคล้องกับ งบประมาณ ที่ได้รับ ที่จะต้องทำงานอย่างคุ้มค่า 

ขณะที่นายศุภชัย ขอให้ข้าราชการรัฐสภาทุกคน ทำภารกิจ ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ให้ประสบความสำเร็จ และ ตั้งใจทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ทำงานอย่างมีจิตสำนึก อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เป็นที่ยอมรับ และขอให้ข้าราชการ ทำงานด้วยความเป็นจิตอาสา ทำงานด้วยหัวใจ อย่าทำงานเอาหน้าเอาขั้น เอาใจผู้บริหาร ต้องทำงานให้เกิดประโยชน์กับประชาชนเป็นสำคัญ ผลงานจะเป็นเครื่องวัดเจตนา แล้วผู้บริหารจะเห็นเอง สุดท้ายขอให้ทุกคนได้ มั่นศึกษา ความรู้ใหม่ๆ มาทำงาน เพื่อให้ก้าวทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา นำมาพัฒนาการทำงาน ที่มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ สูงสุดกับประชาชน เพราะประชาชนและประเทศชาติฝากความหลังไว้กับฝ่ายนิติบัญญัติ

 

สถ. จับมือ กสศ. ลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่น

สถ. จับมือ กสศ. ลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่น

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.43 น.
 รองอธิบดี สถ. ขอให้ รร.อปท. 10 จังหวัดนำร่อง เร่งคัดกรองนักเรียนยากจน ครบถ้วน ไม่ตกหล่น ชี้เป็นฐานข้อมูลขยายผลทุนเสมอภาค ช่วยนักเรียนยากจนที่สุด 76 จังหวัด และ กรุงเทพฯ ในปี 63 ด้าน กสศ.ชี้การคัดกรองความยากจนสำคัญ ช่วยให้นักเรียนยากจนมีโอกาสรับทุนการศึกษาระดับสูงในอนาคต
 

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีการประชุมชี้แจงการดำเนินงานจัดทำข้อมูลระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนและนักเรียนยากจนพิเศษ(นักเรียนทุนเสมอภาค) กสศ. ประจำภาคเรียนที่ 2/2562 ให้แก่กองการศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านระบบ Teleconference
นายทวี  เสริมภักดีกุล  รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ดำเนินโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไขของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนำร่องใน 10 จังหวัดครอบคลุมทุกภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต เชียงราย กาญจนบุรี สุราษฎร์ธานี สระแก้ว ขอนแก่น นนทบุรี ร้อยเอ็ด และยะลา สำหรับโครงการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผลลัพธ์มุ่งสู่นักเรียนยากจนที่สุดในชนบทโดยตรง ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา โดยในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 มีนักเรียนที่ประสงค์ขอรับเงินอุดหนุนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทั้งสิ้น 11,118 คน และเข้าสู่ระบบการคัดกรองจำนวน 5,415 คน ผ่านเกณฑ์การคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษ จำนวน 1,623 คน ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจาก กสศ. จำนวนทั้งสิ้น 1,583 คน ซึ่งจากการติดตามพบว่าในภาคเรียนที่ 1 ยังมีสถานศึกษาไม่ได้ทำการคัดกรองนักเรียนจำนวน 5,703 คน และไม่ขอรับทุน/ไม่ยืนยันข้อมูล จำนวน 40 คน ส่งผลให้นักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์นักเรียนยากจนพิเศษเสียโอกาสได้รับเงินอุดหนุนสร้างโอกาสทางการศึกษา   

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า  กระบวนการกรอกข้อมูลและคัดกรองนักเรียนยากจนให้สมบูรณ์ครบถ้วน ทั้ง 10 จังหวัดนำร่อง ถือมีความสำคัญมาก ไม่ใช่เพียงมีผลต่อการสนับสนุนทุนเสมอภาคในปีการศึกษา 2562 เท่านั้น แต่จะเป็นฐานข้อมูลเพื่อวางแผนงบประมาณ ขยายฐานการทำงานโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษในสถานศึกษาสังกัดอปท. ให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ในปีการศึกษา 2563   ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในสภาผู้แทนราษฎร

“ในภาคเรียนที่ 2 นี้ จึงขอความร่วมมือให้กองการศึกษา ติดตาม สร้างความเข้าใจให้กับสถานศึกษาและคุณครู ร่วมกันกรอกข้อมูลในขั้นตอนต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อรักษาสิทธิให้กับนักเรียนยากจนได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยระหว่างวันที่ 1-20 ธันวาคม 2562  จะมีการเปิดระบบคัดกรองทุนเสมอภาคในภาคเรียนที่ 2/2562 สำหรับนักเรียนกลุ่มเข้าใหม่หรือนักเรียนที่ประสงค์ขอรับทุนเพิ่มเติม นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่สถานศึกษาและคุณครูจะช่วยเหลือนักเรียนยากจนที่สุดแต่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองในภาคเรียนที่ผ่านมา ให้ได้มีโอกาสในการคัดกรองรอบนี้” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกล่าว

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2562  นักเรียนทุนเสมอภาคจะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขจาก กสศ. คนละ 3,000 บาทต่อคนต่อปีการศึกษา เพื่อเป็นค่าอาหาร ค่าครองชีพ ค่าเดินทางมาเรียนและค่ากิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ และป้องกันหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยในปีการศึกษา 2563 (มิถุนายน 2563) ภายหลังจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ผ่านการพิจารณาของสภา กสศ. มีแผนจะขยายการดำเนินโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษหรือทุนเสมอภาค ให้ครอบคลุม 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานครฯ ตั้งแต่ระดับการศึกษาอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อต่อยอดสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศไทย โดยการคัดกรองข้อมูลนักเรียนยากจนถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นฐานการทำงานสำคัญร่วมกับระหว่าง กสศ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆที่ยากจนที่สุดในประเทศได้มีโอกาสรับทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาของกสศ.ในระดับสูงต่อไปในอนาคต เช่น ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ทุนระดับปริญญาตรี โท เอก นอกจากนี้ในกรณีมีความเดือดร้อนเร่งด่วนฉุกเฉิน กสศ.ยังมีโครงการระดมทุนจากประชาชนและภาคเอกชนเข้ามาสมทบเพิ่มเติมให้แก่สถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวนมากในอนาคต ซึ่งสามารถให้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่าแก่ผู้บริจาคอีกด้วย

ด่วน!! ปักป้ายห้ามเข้าฟาร์มไก่'ปารีณา' 'ธรรมนัส'กลับลำเลิกอุ้ม ฟันธงขาดคุณสมบัติ

ด่วน!! ปักป้ายห้ามเข้าฟาร์มไก่'ปารีณา' 'ธรรมนัส'กลับลำเลิกอุ้ม ฟันธงขาดคุณสมบัติ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 15.42 น.

"ธรรมนัส"กลับลำเลิกอุ้ม"ปารีณา" ฟันธงคุณสมบัติไม่เข้าข่ายได้สิทธิ์เช่าที่ดินส.ป.ก. สั่งด่วน"เลขาฯส.ป.ก."ประสานกรมป่าไม้รื้อที่ดิน"ฟาร์มไก่"ทุกแปลง พร้อมติดป้ายหน้าพื้นที่เป็นที่ของปฏิรูปที่ดิน-คนภายนอกห้ามเข้า

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์ม ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กว่า 1.7 พันไร่ อยู่ในที่ ส.ป.ก.และป่าสงวนแห่งชาติจ.ราชบุรี ว่านายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) รายงานว่าได้ให้ปฏิรูปที่ดินจ.ราชบุรี เข้าไปติดป้ายหน้าพื้นที่ฟาร์มไก่ ว่าเป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก.คนภายนอกห้ามเข้าเพื่อตรวจสอบโดยด่วน ส่วนที่ดิน ส.ป.ก.ฝั่ง อ.สวนผึ้ง กว่า 600 ไร่ ที่มีกระแสข่าวว่าเป็นของครอบครัว น.ส.ปารีณา ได้สั่งตรวจสอบทุกแปลงให้เวลาทำงานเร็วที่สุด เพราะตนสั่งให้ทำงานเรื่องนี้เร่งด่วน โดยช่วงเช้าวันนี้ทราบว่า น.ส.ปารีณา มาเข้าพบนายวิณะโรจน์ แล้ว

ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้เลขาธิการ ส.ป.ก.แถลงให้เกิดความชัดเจนกับสังคม ถึงการการดำเนินการตรวจสอบนักการเมือง แม้จะอยู่พรรคเดียวกันก็ตามต้องไม่ได้ล่าช้า ที่ผ่านมาตนสั่งเป็นนโยบายชัดเจนทุกคนทำตามกฎหมายในมาตรฐานเดียวกัน ขณะเดียวกันยังให้ประสานงานกับกรมป่าไม่โดยจะมีการประชุมน่วมกันระหว่างอธิบดีกรมป่าไม้ และเลาขาฯสปก ในช่วงบ่ายเพื่อวางแนวทางทำงานร่วมกันอย่างละเอียด เนื่องจากที่ดินฟาร์มไก่ มีทั้งที่ดินในส่วนของกรมป่าไม้ และที่ ส.ป.ก.

อย่างไรก็ตาม ในส่วนกรณี น.ส.ปารีณา จะขอเช่าพื้นที่ ส.ป.ก.ต่อนั้นตนยังไม่ทราบ แต่ไม่น่าจะเช่าได้ เพราะไม่มีข้อกฎหมายให้ทำอย่างนั้น ในเรื่องเช่าที่ดิน คือวัถตุประสงค์กฎหมาย ส.ป.ก.มีความชัดเจนว่าต้องพิจารณาเรื่องแรกการให้ที่ ส.ป.ก.เป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ไร้ที่ทำกิน ต้องดูให้ชัดเจนและต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ทำการเกษตร โดยในรายละเอียดให้ ส.ป.ก.ชี้แจง สำหรับการสแกนพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ น.ส.ปารีณา และครอบครัวถือครอง ยังไม่ชัดเจนเพราะยังตรวจสอบไม่เสร็จว่ามีจำนวนกี่ไร่แน่ เพราะพื้นที่นี้ยังมีปัญหากับพื้นที่ป่าไม้ด้วย และบ่ายวันนี้อธิบดีกรมป่าไม้ มาชี้แจงให้ทำงานร่วมกันกับ ส.ป.ก.ยืนยันว่าตนกำหนดนโยบายไปแล้วต้องตรวจสอบแถลงข่าวร่วมกัน ที่ผ่านมาในกรณีที่ น.ส.ปารีณา อ้างเสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือ ภบท.5 ก็ไม่เกี่ยวกัน

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกระแสข่าวนักการเมืองมีการถือครองพื้นที่ ส.ป.ก.ว่า ตนยังไม่ทราบ ได้สั่งเลขาฯ ส.ป.ก.ให้เชคทั้งหมดโดยวันนี้ประชุมคอนเฟอร์เรนท์ไปทั่วประเทศ ให้รายงานขึ้นมาว่าจัดสรรเกษตรกร เท่าไหร่ แปลงใหญ่ แปลงเล็ก จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่แล้ว เราจะทำงานอย่างละเอียดเรื่องนี้ ไม่ละเอียดไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เรื่องใหญ่

'มท.3'ลุยบึงกาฬ!! ตรวจโครงการปรับปรุงพื้นที่ริมแม่น้ำโขง อุ้มยกระดับศก.ฐานราก

'มท.3'ลุยบึงกาฬ!! ตรวจโครงการปรับปรุงพื้นที่ริมแม่น้ำโขง อุ้มยกระดับศก.ฐานราก

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 17.08 น.

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ที่ อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนชายแดนบุ่งคล้า “โครงการปรับปรุงพื้นที่ริมแม่น้ำโขง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว” และ “โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะและสูญเสียดินแดนริมตลิ่งแม่น้ำโขงบริเวณเทศบาลเมืองบึงกาฬ” ซึ่งเป็นภารกิจของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยมีนายสนิท ขาวสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายอิทธิพงศ์ ตันมณี ผู้ตรวจราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอนุชา เจริญพันธ์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ประชาชนในพื้นที่ ร่วมต้อนรับและนายสุวพงษ์ ภูนาคพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนและพัฒนาตามผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวรายงานพร้อมบรรยายสรุปโครงการ

 

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า พื้นที่ชุมชนชายแดนบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน เน้นการรักษาอัตลักษณ์ของชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้นกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) จึงได้เสนอโครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนชายแดนบุ่งคล้า ด้วยการปรับปรุงพื้นที่ริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขง (เดิม) ประกอบด้วย ลานกิจกรรม ทางจักรยาน ศาลาพักผ่อนชมทัศนียภาพริมโขงตลอดแนวเส้นทาง มีจุดชมวิว พร้อมอาคารอเนกประสงค์ สะพานข้ามปากห้วยสหายออกสู่แม่น้ำโขง นอกจากนี้ยังมีโครงการปรับปรุงถนนและระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณการจราจรและสอดคล้องกับกิจกรรมของพื้นที่ และโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งบริเวณปากห้วยสหาย ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนบทบาทการท่องเที่ยววิถีชุมชน อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะนำไปสู่การกระจายรายได้สร้างฐานรากเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง อาทิ วิถีชีวิต อาคารเก่าต่างๆ เป็นต้น โดยคาดว่ากรมจะเริ่มดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนชายแดนบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ในปีงบประมาณ 2564

สำหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะและสูญเสียดินแดนริมตลิ่งแม่น้ำชายแดนระหว่างประเทศนั้น ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ มีแนวตลิ่งริมแม่น้ำโขง ความยาว 142 กิโลเมตร ซึ่งประสบปัญหาการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำโขงมาเป็นเวลานาน กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ตั้งแต่ปี 2533 - 2562 แล้วเสร็จทั้งสิ้นเป็นความยาว 80.80 กิโลเมตร และจะดำเนินการในปี 2563 ความยาว 10.625 กิโลเมตร โดย “โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะและสูญดินแดนริมตลิ่งแม่น้ำโขง บริเวณเทศบาลเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ” จะดำเนินการในปีงบประมาณ 2563 ทั้งนี้เพื่อป้องกันการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำโขง เป็นการรักษาดินแดนและแนวเขตชายแดนของประเทศไทย รวมถึงป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนที่อยู่ตามแนวตลิ่งริมแม่น้ำโขง นอกจากนี้ ทางจังหวัดบึงกาฬและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งดังกล่าวให้มีความสวยงามคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง มีลานกิจกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชนในโอกาสต่างๆ มีศูนย์ส่งเสริมสินค้าและเศรษฐกิจชุมชน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมชุมชนลุ่มแม่น้ำโขง และเริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากขึ้น

 
 
 
 
 
 
 
พบ'ฉลามหูดำ'นับสิบแหวกว่ายรอบเกาะพีพี ชี้ผลพวงจากการปิดอ่าวมาหยา (ชมคลิป)

พบ'ฉลามหูดำ'นับสิบแหวกว่ายรอบเกาะพีพี ชี้ผลพวงจากการปิดอ่าวมาหยา (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 15.27 น.
 
 
พบฉลามหูดำนับสิบตัวคืนถิ่นแหวกว่ายใกล้ชายหาดอ่าวมาหยา บนเกาะพีพี จ.กระบี่ นักวิชาการประมงคาดฝูงฉลามอาจเข้ามาจับคู่ผสมพันธุ์ ขณะที่หัวหน้าอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ชี้เป็นผลจากมาตรการปิดอ่าวมาหยา

18 พฤศจิกายน 2562 นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อ่าวมาหยา ว่าพบปลาฉลามหูดำหลายสิบตัว บางตัวยาว กว่า 2 เมตร เข้ามาหากินบริเวณหาดอ่าวมาหยา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี นานหลายชั่วโมง ก่อนว่ายออกไปที่แนวปะการัง นับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบปี และอาจเป็นผลจากมาตรการปิดอ่าวมาหยา ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2561 เพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ จนทำให้สัตว์น้ำหวนกลับคืนถิ่น 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า โดยช่วงเดือนเดียวกันนี้ของปีที่ผ่านมา ทางผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า พบฝูงฉลามหูดำ บริเวณอ่าวมาหยา ซึ่งจากการสังเกตเริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยมีข้อมูลจากต่างประเทศว่าฉลามหูดำจะจับคู่ผสมพันธุ์ในลากูนอ่าวปิด ลักษณะคล้ายอ่าวมาหยา และช่วงผสมพันธุ์เริ่มจากปลายปีจนถึงต้นปี พร้อมระบุอีกว่า ขณะนี้ทีมวิจัยของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ระหว่างการติดตาม ซึ่งหากฉลามหูดำจับคู่ผสมพันธุ์กันที่อ่าวมาหยา จะทำให้อ่าวมาหยามีความสำคัญมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงเดือนเดียวกันนี้ ของปีที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้พบฉลามหูดำหลายสิบตัว เข้ามาแหวกว่ายในอ่าวมาหยา สร้างความตื่นเต้นให้แก่ จนท.ที่พบเห็น

 
 
 
 
 
 
 
.......................................................
 
18 พฤศจิกายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน