*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5686
  • จำนวนผู้ชม : 3394922
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 374 , 12:01:47 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน vinitvadee , vinitvadee และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         "การรายงานประชาชน" เป็นรื่องที่ 'บิ๊กตู่' ทำมาตั้งแต่อยู่ในรัฐบาลคสช.มาแล้ว โดยออกอากาศทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

ทุกสัปดาห์ แต่ละครั้งยาวเหยียดอย่างน่าเหนื่อยแทนทีเดียว ทั้งนี้ ล่าสุด 'บิ๊กตู่' สั่งการดังนี้; 

“นายกฯ” สั่งทุกกระทรวงรวบรวมข้อมูล ก่อนนำครม.แถลงผลงานครบ 6 เดือน กำชับทีมโฆษกเพิ่มการรับรู้ประชาชน 

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ได้มีการประชุมโฆษกกระทรวงครั้งที่ 1/2562 ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการโฆษกกระทรวง ที่นายกรัฐมนตรีลงนามเอาไว้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน ซึ่งนายกฯอยากให้แต่ละกระทรวงเอาผลงานของตัวเองออกมา โดยสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายเลขานุการ จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ เพื่อที่จะเตรียมสำหรับการแถลงผลงาน 6 เดือนต่อรัฐสภา รวมถึงที่จะนำเสนอให้ประชาชนรับทราบว่า ในแต่ละกระทรวงทำอะไรไปบ้าง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร

          สำหรับคนไทยทั่วไป น่าจะติดตามรายงานดังกล่าว เพราะหากรัฐบาลทำดีเราก็จะได้ชม แต่หากมีอะไรผิดพลาดเราก็จะได้

ช่วยกันบอกกล่าวให้รัฐบาลได้ทราบ

 

 

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“ขอฝากพวกเราทุกคนช่วยกันทำความเข้าใจไว้ด้วย เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตราบใดที่เรามีความสุข แต่ยังเห็นคนอื่นไม่มีความสุข เรากินข้าวอิ่ม แต่เขายังกินไม่อิ่ม แล้วเราจะกินลงหรือ เพราะฉะนั้นขอให้คิดถึงคนอื่นมากๆ ถือเป็นหัวใจการทำงานของรัฐบาล”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

‘บิ๊กตู่’ทุบเปรี้ยง!6เดือนสั่ง‘ครม.’เปิดหน้าตัก โชว์ผลงานให้ปชช.รับรู้ (ชมคลิป)

‘บิ๊กตู่’ทุบเปรี้ยง!6เดือนสั่ง‘ครม.’เปิดหน้าตัก โชว์ผลงานให้ปชช.รับรู้ (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 07.58 น.
 
 
 

“นายกฯ” สั่งทุกกระทรวงรวบรวมข้อมูล ก่อนนำครม.แถลงผลงานครบ 6 เดือน กำชับทีมโฆษกเพิ่มการรับรู้ประชาชน 

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ได้มีการประชุมโฆษกกระทรวงครั้งที่ 1/2562 ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการโฆษกกระทรวง ที่นายกรัฐมนตรีลงนามเอาไว้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน ซึ่งนายกฯอยากให้แต่ละกระทรวงเอาผลงานของตัวเองออกมา โดยสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายเลขานุการ จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ เพื่อที่จะเตรียมสำหรับการแถลงผลงาน 6 เดือนต่อรัฐสภา รวมถึงที่จะนำเสนอให้ประชาชนรับทราบว่า ในแต่ละกระทรวงทำอะไรไปบ้าง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร

โดยจะแบ่งหมวดหมู่ อาทิ ด้านสังคม เศรษฐกิจ สวัสดิการของประชาชน ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลจากแต่ละกระทรวงแล้วจะมาจัดกลุ่มและรูปแบบในการนำเสนอ เพื่อนำเสนอในช่องทางที่ตรงกลุ่มเป้าหมายต่อไป ส่วนรูปแบบอาจจะมีการให้นายกฯ กับรองนายกฯ แถลงเหมือนในอดีต และอาจจะมีอินโฟกราฟฟิก คลิปวิดีโอ รูปเล่ม ประกอบการแถลงด้วย ซึ่งตอนนี้รัฐบาลทำงานผ่านมา 4 เดือน แต่ละกระทรวงเริ่มมีผลงานออกมาแล้ว  

อย่างไรก็ตาม การแถลงผลงานต่อรัฐสภา จะใช้นโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเอาไว้ โดยจะให้แต่ละกระทรวงจะเติมเข้ามาด้วย ซึ่งรัฐบาลจะทำงานครบ 6 เดือน ในกลางเดือน ม.ค.63  ส่วนจะแถลงต่อรัฐสภาเมื่อไรยังไม่ได้กำหนด 

นางนฤมล กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกฯกำชับให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ เพิ่มการรับรู้ประชาชนให้มากขึ้น และประชาชนเข้าใจง่ายว่าเราทำอะไรไปบ้าง และจะอะไรบ้าง

'สุริยะ'มั่นใจมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ถูกต้องตามกฎหมาย-ไร้ปัญหา

'สุริยะ'มั่นใจมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ถูกต้องตามกฎหมาย-ไร้ปัญหา

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 09.46 น.

30 พฤศจิกายน 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมขอยืนยันว่ามติการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ที่มีตนเป็นประธานเมื่อวันที่ 27 ต.ต. ที่ผ่านมา ถือเป็นมติที่ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย  และไม่ได้เข้าใจผิดตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุขได้กล่าวอ้าง  เนื่องจากได้ตรวจสอบจากฝ่ายกฏหมายที่เข้าร่วมประชุมในวันดังกล่าวแล้ว ว่าที่ประชุมฯได้ปฎิบัติตามระเบียบและขั้นตอนตามกฎหมายทุกอย่าง

"การประชุมมีมติและถูกต้องอย่างแน่นอน และไม่ได้เข้าใจผิดอย่างที่มีการกล่าวถึง เพราะได้ตรวจสอบจากฝ่ายกฏหมายที่เข้าร่วมประชุมในวันดังกล่าวแล้ว ว่าที่ประชุมฯได้ปฎิบัติตามระเบียบและขั้นตอนตามกฎหมายทุกอย่างแล้ว อย่างไรก็ตามผมขอยืนยันอีกครั้งว่ามติดังกล่าวถูกต้อง" 

ทั้งนี้สำหรับมติ  คณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ที่มีตนเป็นประธานเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้กำหนดวัตถุอันตรายพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยให้กำหนดระยะเวลาบังคับใช้ เลื่อนจาก 1 ธ.ค.62 เป็น 1 มิ.ย. 63 ส่วนวัตถุอันตรายไกลโฟเซต ให้ใช้มาตรการจำกัดการใช้ตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 23 พ.ค.61พร้อมทั้งมอบหมายให้ กรมวิชาการเกษตรและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำมาตรการรองรับในการหาสารทดแทน หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม รวมถึงลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อไป และให้นำเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาภายใน 4 เดือน นับจากวันที่มีมติ

โดยก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ย้ำว่าได้คุยกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม แล้ว ซึ่งนายสุริยะเข้าใจว่า การที่พูดออกไปโดยไม่มีใครโต้แย้ง สามารถเป็นมติได้ และอาจไม่สามารถใช้ได้ในยุคสมัยนี้ ซึ่งได้เสนอไปยังนายสุริยะแล้วว่าเพื่อความชัดเจน ต้องเปิดให้มีการโหวต ย้ำว่าประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิด แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาต้องโหวตให้ชัดเจน

 

รบ.ลุยเปิดตลาดยางใหม่  นำไปใช้ในการสร้างถนน  ‘จุรินทร์’เร่งประสานเอกชน

รบ.ลุยเปิดตลาดยางใหม่ นำไปใช้ในการสร้างถนน ‘จุรินทร์’เร่งประสานเอกชน

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รบ.ลุยเปิดตลาดยางใหม่

นำไปใช้ในการสร้างถนน

‘จุรินทร์’เร่งประสานเอกชน

พร้อมดำเนินการธันวาคมนี้

นายกรัฐมนตรี เปิดงาน“ยางเอ็กซ์โป”มุ่งพัฒนาศักยภาพยางเน้นส่งออก ระบุ ต้องทำแผนบริหารการจัดการ นำองค์ความรู้มาเพิ่มผลผลิตเผยเตรียมบุกตลาดแอฟริกาใต้ หลังพบความต้องการนำไปสร้างถนน ยันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอทุกคนพัฒนาทักษะตัวเองให้ทันสถานการณ์โลก ขณะที่“จุรินทร์” เร่งประสานเอกชนดำเนินการให้ทันส่งออกในเดือนธันวาคมนี้เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเป็นประธานเปิดงาน“Thailand Rubber Expo”

โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงานว่า ยินดีที่ได้มาพบกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมิตรประเทศที่เป็นมิตรกันมาอย่างยาวนานรวมทั้งประเทศสมาชิกอาเซียนซึ่งทุกคนต้องเชื่อมโยงกันในทุกมิติและจากการที่ตนไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษครั้งที่3(2019 ASEAN-ROK Commemorative Summit) และการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 (1st Mekong-ROK Summit) ที่ปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ทำให้ทราบว่าทุกประเทศให้ความสนใจการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

วันนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ที่จะได้พัฒนายางพาราของไทยโดยใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณภาพ ในอดีตการเติบโตของยางพาราขึ้นอยู่กับราคา แต่ปัจจุบันเป็นเรื่องของการส่งออก ดังนั้น เราต้องพัฒนาให้ยั่งยืน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งต้องเปิดตลาดใหม่ เนื่องจากต้นทางของเรามียางพาราจำนวนมาก ต้องทำแผนบริหารการจัดการ นำองค์ความรู้มาเพิ่มผลผลิต

“ผมได้หารือกับกระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลาง เพื่อนำผลิตภัณฑ์มาทำวิจัยเพื่อยกระดับต่อยอด ขณะเดียวกัน ต้องขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลพยายามหาตลาดเชิงรุก ซึ่งนอกจากจีน อินเดีย ตุรกีแล้ว ล่าสุด ผมประสานให้หาช่องทางขยายการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศใหม่อย่างในตลาดแอฟริกา เพื่อนำไปใช้สร้างถนน เพราะเป็นประเทศที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้สร้างโอกาสให้ยางไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้ว่า เป็นกันทั้งโลก ไม่ใช่ที่ประเทศไทยเท่านั้น ขอให้ทำความเข้าใจตรงนี้ เพราะเป็นเรื่องห่วงโซ่ทั้งการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ต้องส่งเสริมและสนับสนุนสตาร์ทอัพ สร้างทักษะเพิ่มรายได้ จึงขอทุกคนพัฒนาทักษะตัวเองเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลกเผชิญอยู่

“ฝากทุกคนว่าอย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรามีความสุขคนเดียวไม่ได้ ต้องนึกถึงคนอื่น จึงขอให้ช่วยกันพัฒนาประเทศในทุกมิติ ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ขอทุกคนช่วยกันสร้างประเทศให้มีความเชื่อมโยงทุกมิติ ต้องช่วยกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ยินดีที่ได้เห็น นวัตรกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับยาง เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและเป็นประโยชน์ให้กับชาวสวนยาง ขอความร่วมมือว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะชาวสวนยาง เรามีระบบการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมคุณภาพยางยกระดับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผมมั่นใจว่าในฐานะที่เป็นผู้นำประเทศ จะพัฒนายางอย่างเต็มที่ทุกอย่าง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้เป็นเวทีในการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการยางพาราทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์จากยางพาราของเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางไทยและผู้ประกอบการ รวมทั้งแสดงศักยภาพความเป็นผู้นำของไทยในฐานะผู้บริโภคอย่างคุณภาพและธุรกิจการส่งออกยางพารารายใหญ่ของโลก โดยภายในงานจัดนิทรรศการนวัตกรรมและงานวิจัยยางพารา การออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารากว่า 250 ร้าน ถึงวันที่ 1 ธันวาคมนี้

ทางด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันการพัฒนายางพาราของไทยใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณภาพ สำหรับเรื่องการส่งออกนั้น ขณะนี้จะไปเปิดตลาดที่แอฟริกาใต้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ไปเปิดตลาดแล้วที่จีน อินเดีย ตุรกี และฮ่องกง มูลค่ากว่า 30,800 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างให้กระทรวงพาณิชย์ประสานเอกชนให้ทันส่งออกในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อจะได้นำเม็ดเงินกลับมาให้ชาวสวนยาง ส่วนตลาดใหม่ที่จะเปิดขึ้น มีทั้งตะวันออกกลาง และแอฟริกาใต้ ซึ่งจะไปเปิดพร้อมกันโดยตะวันออกกลางจะไปบาห์เรนและกาตาร์ นายกรัฐมนตรีได้ฝากถึงการไปเปิดตลาดใหม่ของยางพาราที่ต่างประเทศ ซึ่งจะมี 10 ตลาดทั่วโลก

เตือนสติสส.รบ.-ฝ่ายค้าน  ผลาญครั้งละ2ล.  ประชุมสภาล่ม/เลอะเทอะ

เตือนสติสส.รบ.-ฝ่ายค้าน ผลาญครั้งละ2ล. ประชุมสภาล่ม/เลอะเทอะ

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เตือนสติสส.รบ.-ฝ่ายค้าน

ผลาญครั้งละ2ล.

ประชุมสภาล่ม/เลอะเทอะ

หมอระวีห่วงทำปชช.เบื่อ

บิ๊กตู่ยันรัฐบาลเหนียวแน่น

ธนาธรลาออกกมธ.งบฯ

“หมอระวี” สุดทน สภาล่ม! ผลาญเงินภาษีครั้งละ 2 ล้าน เตือนสติสส.ทั้ง “ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน” ทำงานให้คุ้มค่าเงินภาษี ปชช.อย่าใช้สภาต่อรองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ห่วงจะทำปชช.เบื่อหน่ายด้าน “บิ๊กตู่” ควงแขน “จุรินทร์-เฉลิมชัย” ค่ายประชาธิปัตย์ ยืนยันความเหนียวแน่นในรัฐบาล ขณะ “บิ๊กป้อม” การันตีอยู่ยาว 4 ปีส่วน “วิษณุ” ย้ำชัด ไม่จำเป็นต้องตั้ง กมธ. ศึกษาผลกระทบ ม.44ธนาธรลาออกจากกมธ.งบฯทุกตำแหน่ง เตรียมไปลุยนอกสภาเต็มตัว

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงปัญหาสภาล่ม 2 ครั้งจากกรณีฝ่ายค้านวอล์กเอาท์เนื่องจากไม่พอใจที่รัฐบาลเสนอญัตติให้นับคะแนนใหม่ หลังจากพ่ายแพ้ผลโหวต ในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการเล่นเกมทางการเมืองมากเกินไปทั้ง 2 ฝ่าย ไม่เป็นประโยชน์ ทำให้การทำงานของสภาฯต้องหยุดชะงัก จึงอยากให้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ทบทวนบทบาทของตัวเองเสียใหม่ เพื่อไม่ให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา และเบื่อหน่ายนักการเมืองมากไปกว่านี้

“ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลยอมถอย ให้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจ ตามมาตรา44 ฝ่ายค้าน ก็ต้องมีคำมั่นสัญญาว่าจะใช้กรรมาธิการเพื่อการศึกษาจริงๆไม่ใช่นำกรรมาธิการมาเล่นเกมการเมืองแบบ กมธ.ป.ป.ช.ชุดที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน ที่มีการเชิญ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯไปชี้แจงแบบไม่สมเหตุสมผล จนเกิดความวุ่นวาย ลุกลามกลายเป็นความขัดแย้ง”นพ.ระวี กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสการต่อรองตำแหน่ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสาเหตุที่ทำให้สภาล่ม 2 ครั้งติดด้วยหรือไม่ นพ.ระวี กล่าวว่า หากเป็นแบบที่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคมีการต่อรองจริงก็ขอให้ยุติอย่าดึงสภาทั้งสภามาเล่นเกมการเมือง และทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปไม่ได้ เพราะการประชุมในแต่ละครั้งต้องสูญเสียงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนเป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ที่ต้องจ่ายเป็นค่าเดินทางของสมาชิกทั้ง 500 คน ยังไม่รวมถึงค่าอาหารและการจัดประชุมในแต่ละวันด้วย

บิ๊กตู่ยันรัฐบาลเหนียวแน่น

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศรอยร้าวที่เกิดขึ้นในพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้ ที่สืบเนื่องมาจากเสียงรัฐบาลแพ้โหวตในสภา จากญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคำสั่งคณะรักษาความสุขแห่งชาติ (คสช.) มาตรา 44 จนทำให้เกิดกระแสข่าวว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลไม่สบายใจ จนได้มีการกำชับวิปรัฐบาลว่าจากนี้ไปเสียงโหวตในสภาจะแพ้ฝ่ายค้านไม่ได้

โดยเมื่อเวลา 09.30น.ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “THAILAND RUBBER EXPO 2019”ที่อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีได้พูดคุยกับนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขา ปชป. โดยมี พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ข้างๆ โดย พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าเคร่งเครียด คาดว่า มีการหยิบยกประเด็นเสียงของรัฐบาลแตกจนทำให้สภาล่มซ้ำซากถึง 2 ครั้งมาหารือ รวมทั้งวิจารณ์การทำงานของรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของพรรคร่วมรัฐบาล

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เรากำลังเผชิญหน้าปัญหาเศรษฐกิจซึ่งประสบปัญหากันทั้งโลกและภูมิภาค ไม่มีประเทศไหนที่บอกว่าเศรษฐกิจดีเลย เพราะเป็นปัญหาห่วงโซ่ทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นการค้าการลงทุน และอุตสาหกรรม สิ่งสำคัญที่สุดโลกกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่เข้าสู่ยุคดิจิทัลออนไลน์ ดังนั้น เราต้องให้ความสำคัญทุกเรื่อง วันนี้เราต้องร่วมมือกันเพื่อเร่งทุกภาคส่วนสร้างงานใหม่ แก้ปัญหาเรื่องคนตกงาน ดังนั้น ขอให้ทุกคนเชื่อใจและร่วมมือกันสร้างเสถียรภาพของประเทศ ของรัฐบาลให้ได้โดยเร็วที่สุดในเวลานี้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นปัญหาแก้ไม่ได้เพราะต้องแก้ด้วยทางรัฐบาลเอกชนภาคธุรกิจและประชาชนและมิตรประเทศทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

ฝากให้ทุกคนต้องช่วยกัน

“ขอฝากพวกเราทุกคนช่วยกันทำความเข้าใจไว้ด้วย เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตราบใดที่เรามีความสุข แต่ยังเห็นคนอื่นไม่มีความสุข เรากินข้าวอิ่ม แต่เขายังกินไม่อิ่ม แล้วเราจะกินลงหรือ เพราะฉะนั้นขอให้คิดถึงคนอื่นมากๆ ถือเป็นหัวใจการทำงานของรัฐบาล ราชการและหัวหน้าส่วนราชการ ทั้งหมดจะต้องนึกถึงคำที่ผมพูด เพราะการเป็นประชากรโลกที่ต้องสร้างคุณประโยชน์ให้กับผืนแผ่นดิน พื้นน้ำ และอากาศที่เราอาศัยอยู่ เกิดเหตุการณ์หรือผลกระทบอะไรขึ้นก็จะเกี่ยวพันถึงทุกคนทั้งประเทศ ผมขอพูดเพราะนอกเรื่องสักนิด ช่วงนี้เป็นช่วงแห่งความเข้าใจเป็นช่วงการสร้างมิตรภาพระหว่างกัน วันนี้ก็มีรัฐมนตรีมาจากหลายกระทรวงด้วยกันยืนยันว่าเรายังมีเสถียรภาพอยู่ทุกอย่างอย่ากังวลเสียงของรัฐบาลขอให้ทุกคนได้มั่นใจว่าตนในฐานะที่เป็นผู้นำก็จะทำเต็มที่และจะพัฒนาเรื่องยางให้เต็มที่เช่นกัน มีอุปสรรคปัญหาตรงไหนจะเร่งแก้ไขให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นพล.ประยุทธ์ เดินเยี่ยมชมบูธกิจกรรมภายในงานซึ่งระหว่างเยี่ยมชม เป็นที่น่าสังเกตว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้เรียกนายจุรินทร์ นายเฉลิมชัย พร้อม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้มาเดินอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลาเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น แม้กระทั่งในช่วงของการถ่ายภาพก็ยังคงเรียกให้สมาชิกทั้งหมดมาร่วมถ่ายภาพด้วยตลอดเวลา

ก่อนที่ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้จับมือกันเพื่อนำพาประเทศชาติไปในทิศทางที่สวยงามเราต้องร่วมมือกัน

ยืนยันรัฐบาลเหนียมแน่น

อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวได้เชิญพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อมาให้สัมภาษณ์ โดยเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ถามว่ามีอะไร ผู้สื่อข่าวจึงได้ถามว่า มีเสียงวิจารณ์อย่างหนัก ถึงความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล วันนี้ยังมีความเหนียวแน่นอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับหยุด พร้อมกับควงแขนนายจุรินทร์ เข้ามายืนใกล้ๆ รวมถึงนายเฉลิมชัย พร้อมกับกล่าวว่า วันนี้มากันครบ ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องการเมืองก็ว่ากันไป ตนคิดว่าทุกคนทุกพรรคมองประเทศชาติเป็นหลักอยู่แล้ว ก็อย่างว่าเป็นเรื่องของคนหมู่มาก ก็หาวิธีการกันต่อไป อย่าไปมองเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

เมื่อถามว่า การทำงานงานร่วมกันด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า “ที่เดินอยู่ด้วยกันนี้ ก็เศรษฐกิจไม่ใช่หรือ” เมื่อถามย้ำว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นอยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ยิ่งกว่าเหนียวอีก” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ส่งยิ้มก่อนเดินทางกลับ

“จุรินทร์”ยันไม่กระทบ รบ.

ประเด็นดังกล่าว นายจุรินทร์ ในฐานะหัวหน้า ปชป.กล่าวว่าถึงการทำงานภายในสภาฯ ของพรรคร่วมรัฐบาล ภายหลังเหตุสภาฯ ล่มถึง 2ครั้งว่าเสถียรภาพของสภาฯ นั้นขึ้นอยู่สองส่วน หนึ่งคือเสถียรภาพการในการทำงานร่วมกันภายในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ตนยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรขณะที่ทีมเศรษฐกิจก็ยังทำงานร่วมกันได้ดีนายกฯก็นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุมในภาพรวมและสองคือ ราเป็นระบบรัฐสภา โดยเสียงข้างมากในสภาฯ มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เราไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี ที่แพ้หรือชนะ แล้วเสียงจะไม่มีผลต่อประธานาธิบดี แต่ในระบบของเรา รัฐบาลจะอยู่ได้ก็ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในสภาฯ

ฉะนั้นเสียงของรัฐบาลจึงสำคัญและกลไกวิปในสภา ก็มีความสำคัญด้วยที่จะต้องทำหน้าที่ในการรวบรวมเสียง เมื่อมีการโหวตเรื่องสำคัญแต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องเช่นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2563 อันนี้ถ้าไม่ผ่าน ก็มีผลกระทบต่อเสถียรภาพ หรือ กฎหมายที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ ถ้าไม่ผ่านรัฐบาล ต้องตัดสินใจทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะถือว่าแพ้เสียงในสภารัฐบาลก็ถือว่าอยู่ยาก แต่ถ้าเป็นเรื่องทั่วไป อาจจะมีผลบ้าง คือ กระทบทางอ้อม ไม่ใช่กระทบโดยตรง ไม่ได้มีผลจะให้รัฐบาลอยู่ได้ หรือไม่ได้

เช่นญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ(กมธ.)พิจารณาศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 เป็นญัตติของสภาฯ ไม่ใช่รัฐบาล จะแพ้ชนะหรือใครมากกว่าใคร ก็ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรง แต่อาจจะมีการนำมาตีความข้างเคียงกับการเมืองได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของทุกพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล ต้องช่วยกันทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในสภาฯ

เตรียมคุย 6 ผู้แทน ปชป.

“รัฐบาลนี้ผมเข้าใจและเห็นใจเพราะว่าเสียงมันปริ่มน้ำตั้งแต่ต้น ตอนนี้สภาฯ มีผู้แทน 500 คน เป็นเสียงรัฐบาลที่เป็นทางการ 254 เสียง ก็เกินมานิดเดียวก็อาจจะกระท่อนกระแท่นบ้างบางส่วน แต่เราต้องมาดูว่า อันไหนที่กระทบเสถียรภาพโดยตรง อันไหนโดยอ้อม หรืออันไหนเป็นเรื่องของสภาฯ ถ้าเราแยกแยะได้เราก็จะเข้าใจ” นายจุรินทร์ กล่าว

เมื่อถามว่ามี 6 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์โหวตหนุนฝ่ายค้าน ในการตั้งกมธ.ศึกษากระทบจากม.44 นายกฯ ได้สอบถามหรือแนะนำอะไรหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า วิปของพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องไปพูดคุยกันเพราะมีหน้าที่จะต้องไปทำความเข้าใจและเป็นผู้รวบรวมเสียงในสภาฯ ในส่วนของพรรค ปชป.ซึ่งนายกฯ ไม่ได้ถามอะไร ท่านบอกว่าไม่มีปัญหา ท่านเข้าใจอยู่แล้ว ท่านก็พูดคำสองคำ ก่อนขึ้นเปิดงานบนเวทีเท่านั้น ท่านไม่ได้ขอร้องอะไร เพียงแต่เปรยขึ้นมา

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีคนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังเล่นเกมการเมืองกันอยู่ นายจุรินทร์ปัดตอบ ก่อนกล่าวเพียงว่า ตนคิดว่าทุกพรรคต้องช่วยกันในการรวบรวมเสียงเป็นภาระหน้าที่ร่วมกัน สำหรับการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ในระบบรัฐสภา ทุกเสียงในสภาฯ จึงมีความสำคัญ

‘บิ๊กป้อม’ยันรัฐบาลหนังเหนียว

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภาล่มติดต่อกัน 2 วัน ต้องกำชับทางพรรคร่วมรัฐบาลอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ว่า อยู่ที่สปิริตของส.ส. เป็นเรื่องของบุคคล เพราะในเรื่องพรรคการเมืองเราก็พูดคุยกันหมดแล้ว

เมื่อถามว่าต้องให้วิปรัฐบาลไปต่อรองหรือไม่ หากการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและผลกระทบจากการใช้ประกาศ คำสั่งของ คสช.และ คำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44ไม่จบก็ไม่สามารถพิจารณาตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า”ไม่ต้องไปต่อรองอะไร เพราะมันต้องผ่าน ไม่มีอะไร รอดูอาทิตย์หน้าเขาก็ประชุมใหม่”

เมื่อถามว่าต้องนัดแกนนำรัฐบาลเพื่อหารือเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แกนนำเจอกันตลอดเวลาอยู่แล้ว เป็นเรื่องส่วนบุคคล เราจะไปตามทั้ง250คนไม่ได้

เมื่อถามว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเสียหายหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่เสีย รัฐบาลยังมั่นคงอยู่ ส่วนหากสัปดาห์หน้าการประชุมล่มเป็นครั้งที่ 3 จะทำอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า “อย่าไปคิดอย่างนั้น ว่าจะล่มหรือไม่ล่ม”

เมื่อถามถึงกรณีกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีได้สั่งวิปรัฐบาลไม่ให้ กมธ. ศึกษาผลกระทบมาตรา 44 ผ่านจริงหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มี ความจริงเสียงมันปริ่มๆ คนไม่เห็นด้วยไม่กี่คน ก็เดี๋ยวรอดูกัน เดี๋ยวเขาคงคิดดูใหม่เอาใหม่ ส่วนในมุมมองตนเห็นว่าควรตั้งหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่รู้ เป็นเรื่องของสภา

ยืนยันรัฐบาลอยู่ยาวครบ4ปี

เมื่อถามว่าการที่สภาล่มติดต่อกัน2ครั้งจะเป็นสัญญาณอุปสรรคในการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า”ไม่เป็น อยู่ร่วมกันอยู่แล้วและยืนยันว่าอยู่ครบ 4 ปี” ต่อข้อถามว่ามีคำถามว่ารัฐบาลแพ้โหวตในสภาแล้วแต่ไม่ยอมแพ้ในอนาคตจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า“มันไม่แพ้แล้ว คิดกันคนละอย่างคุณคิดว่าแพ้ แต่ผมคิดว่าไม่แพ้”

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมีแนวโน้มเลื่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลออกไป จะเป็นผลดีต่อรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นผลดี หรือผลเสีย ไม่รู้ว่าเขาจะยื่นเรื่องอะไรบ้าง ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตอบ ส่วนจะยื่นเมื่อไหร่ ก็เมื่อนั้น เราทำทุกอย่างตามกฎหมาย ตามขั้นตอน ในเรื่องของการบริหารไม่น่าเป็นห่วงอะไร

วิษณุไม่เห็นด้วยตั้งกมธ.ศึกษา ม.44

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่สภาฯล่มสองวันติดต่อกัน จะกลายเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าตนไม่ขอตอบ แต่นายชวน หลีกภัย สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี เคยระบุว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยหน้าที่รักษาองค์ประชุมให้ครบเป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านจะเดินออกเดินเข้าถือเป็นสิทธิของเขา

เมื่อถามว่า เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแล้วจะต้องแสดงความรับผิดชอบอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่เรื่อง ถ้าเรื่องใหญ่ต้องรับผิดชอบ ถ้าเรื่องธรรมดาปกติเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปรับผิดชอบอะไรมากกว่านี้ เช่น การเสนอกฎหมายถือเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบ แต่ครั้งนี้เป็นญัตติธรรมดา อีกทั้งเป็นญัตติฝ่ายค้านด้วย และตอนนี้คำสั่งและประกาศตามมาตรา 44 เหลือไม่กี่ฉบับ ความเห็นที่ไม่ควรตั้ง กมธ.ชุดนี้ขึ้นมา เพราะสามารถส่งไปยัง กมธ.สามัญชุดต่างๆได้และน่าจะดีกว่า เพราะมันจะลึกกว่าการเข้า กมธ.วิสามัญเพียงชุดเดียว

เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.ชุดนี้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ครับ คือผมมองว่าไม่จำเป็น” และความเห็นของตนไม่เกี่ยวกับการจะเรียกนายกฯหรือใครไปชี้แจง เพราะชุดไหนก็เรียกได้

ชีพจรโลกธุรกิจ : 30 พฤศจิกายน 2562

ชีพจรโลกธุรกิจ : 30 พฤศจิกายน 2562

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
ประชุมFTAไทย-ตุรกีรอบที่6

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไทย-ตุรกี รอบที่ 6 ระหว่างวันที่ 2-4 ธันวาคม 2562 โดยจะเน้นหารือเรื่องการเปิดตลาด, ลดและยกเลิกภาษีศุลกากรในการค้าสินค้าระหว่าง 2 ประเทศ รวมทั้ง
การจัดทำข้อบท FTA ต่อเนื่องจากการประชุมรอบที่แล้ว เบื้องต้นคาดว่าความตกลงฉบับนี้จะมี 11 ข้อบท เช่น การค้าสินค้า, กฎถิ่นกำเนิดสินค้า,มาตรการเยียวทางการค้า, พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า,มาตรการสุขอนามัย และอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า โดยตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาภายในปี 2563 ทั้งนี้ คาดว่าการจัดทำ FTA ไทย-ตุรกี จะช่วยผลักดันมูลค่าการค้า 2 ฝ่ายให้ขยายตัวจาก 1,427 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2561 เป็น 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563

 พัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 กลุ่ม EA ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ 10 สถาบันการศึกษา และบริษัท ดับเบิ้ล พีแลนด์ จำกัด เพื่อร่วมกันวางแผนพัฒนาบุคลากรและจัดเตรียมกำลังคนที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการสร้างพร้อมตั้งแต่ระยะสั้นไปจนถึงระยะปานกลาง สำหรับการจะตั้งฐานการผลิตของกลุ่ม EA ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยกลุ่ม EA ที่เข้าร่วมลงนามคือ อุตสาหกรรมกักเก็บพลังงานประสิทธิภาพสูงหรือแบตเตอรี่ อุตสาหกรรมด้านโอลิโอเคมีคัล และอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หรือ EV

สรรพสามิตจับสินค้าผิดกม.707คดี

การปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ระหว่างวันที่ 22-28 พฤศจิกายน 2562 พบมีการกระทำผิด707 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 11.87 ล้านบาท ส่วนยอดรวมตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-28 พฤศจิกายน 2562 พบการกระทำผิด 5,990 คดี คิดเป็นเงินค่าปรับ 93.29 ล้านบาท

โคเมเฮียวเปิดแฟลกชิพสโตร์ในไทย

นายทาคุจิ อิชิฮาระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โคเมเฮียว จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) เปิดเผยว่า หลังจากร้าน “โคเมเฮียว” ศูนย์รวมการซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองที่ได้รับความนิยมสูงสุดในญี่ปุ่นมากกว่า 70 ปี ภายใต้การบริหารของ บริษัท สหโคเมเฮียว จำกัด จับมือเครือสหพัฒน์ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเมื่อเดือนธันวาคม 2561 เพื่อเปิดตลาดในไทย เนื่องจากตลาดสินค้าแบรนด์หรูทั้งมือหนึ่งและมือสองในไทยมีมูลค่าสูงถึง 2.18 แสนล้านบาท ล่าสุดเปิดแฟลกชิพสโตร์แห่งแรกในไทยที่ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์ โดยราคาจะถูกกว่าในช็อป 30-70%

สมคิด เปิดเทศกาล Chiang Mai Design Week 2019” พร้อมชู Better City, Better Living

สมคิด เปิดเทศกาล Chiang Mai Design Week 2019” พร้อมชู Better City, Better Living

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 12.02 น.
 
ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดเทศกาล“Chiang Mai Design Week 2019” พร้อมชู Better City, Better Living อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเมืองที่สร้างสรรค์​ โดยมีนายคมสัน​ สุวรรณ​อัมพา​ รอง​ผู้​ว่าราชการ​จังหวัด​เชียงใหม่​ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์​ ภาครัฐ​และ​เอกชน​ กงสุลใหญ่​สหรัฐอเมริกา​ ประชาชน​ นักออกแบบ​ ร่วมงานคับคั่ง​

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) 2019 ภายใต้แนวคิด Better City, Better Living ระหว่างวันที่ 1 – 15 ธันวาคม 2562 ณ จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณพื้นที่หลักย่านอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมเชียงใหม่ พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา สำนักงานยาสูบ และTCDC เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน และนำเสนองานออกแบบที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต สร้างเครือข่ายความร่วมมือ เชื่อมโยงศักยภาพธุรกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการ นักออกแบบ ศิลปิน และช่างฝีมือให้สามารถเติบโตอย่างมีคุณภาพ ตลอดจนการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ด้วยความร่วมมือจากจังหวัดเชียงใหม่ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจออกแบบทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และในประเทศมากกว่า 500 ราย และจากต่างประเทศอีกกว่า 10 ประเทศ ร่วมกันจัดกิจกรรมกว่า 200 กิจกรรม อาทิเช่น งานจัดแสดง นิทรรศการ การสัมมนาและเสวนาความรู้ด้านการออกแบบ การจับคู่ธุรกิจ ตลาดจำหน่ายสินค้า ดนตรี และกิจกรรมที่สร้างบรรยากาศและสีสันของเมือง ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างสรรค์ให้เทศกาลฯ เป็นจุดหมายสำคัญของการรวมพลังธุรกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้ยั่งยืน และเติบโตได้ในระดับสากล

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า “ความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม เทคโนโลยี  สินค้าและบริการมากมาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน เพื่อพัฒนาความคิด และยกระดับสู่สินค้าและบริการที่มีคุณภาพ นักสร้างสรรค์ทั้งหลายคือนักคิดที่จะสร้างความพิเศษ และมูลค่าเพิ่มในสินค้าและบริการ อันจะเป็นการส่งเสริม และสร้างความตื่นตัว จนสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ความเป็นสากล อันจะนำมาซึ่งการสร้างรายได้ในระยะยาวต่อไป ยกตัวอย่างเช่น  เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ ที่จัดทุกปี เป็นปีที่ 5 ในปีนี้ และในปีแล้ว ระยะเวลาจัดงานรวม 9 วันสร้างรายได้ให้กับเมืองกว่า 960 ล้านบาท”

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “จังหวัดเชียงใหม่เอง ถือว่าเป็นอีกเมืองที่มีนักออกแบบ และช่างฝีมือ ที่มีชื่อเสียง และทรงคุณค่าในงานศิลปะแขนงต่างๆ รวมตัวกันมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2562 ที่มุ่งเน้นที่ต้องการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชนและท้องถิ่น เพื่อให้เชื่อมโยงสู่ระดับสากล ร่วมไปถึงกระตุ้นด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายในจังหวัดให้กลับมาคึกคักในช่วงส่งท้ายปี 2562 ด้วยการนำงานออกแบบ สร้างสรรค์ มาเป็นจุดเด่นในการท่องเที่ยว เป็นการดึงเอาศักยภาพของจังหวัดให้โดดเด่นมากขึ้น อันจะเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของท้องถิ่น และประเทศ”

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ในปีนี้ จัดภายใต้แนวคิด “Better City, Better Living” อันเป็นการส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อยกระดับวิถีชีวิต และรวมกันสร้างเมืองน่าอยู่ให้กับชาวเมือง พร้อมกันนี้เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ ยังเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ยูเนสโก ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ในสาขาเมืองหัตถกรรม ทุกท่านจะได้ร่วมชื่นชมกับ ทุนวัฒนธรรมที่หลากหลายของภาคเหนือ ในงานหัตถกรรมในสาขาต่างๆ ผ่านผลงานออกแบบ และการแสดงคุณค่าความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จากคุณค่าวัสดุและทักษะฝีมือช่าง โดยมีผู้ร่วมจัดแสดงผลงานกว่า 500 ราย  ทั้งหมดนี้  ล้วนเป็น คุณค่าที่ไม่อาจลอกเลียนแบบ เป็นจุดแข็งของกระบวนการผลิตสินค้าไทย ซึ่งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)  ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะการพัฒนาและส่งเสริมบุคลากรสร้างสรรค์และธุรกิจไทยให้นำความคิดสร้างสรรค์ ภูมิปัญญา ต่อยอดสินค้าและบริการให้ก้าวไกลได้ยิ่งขึ้น”

ซึ่งงานเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) 2019 ในครั้งนี้ แบ่งการจัดงานออกตามกลุ่มหลักๆ เช่น
งานออกแบบ - พบกับผลิตภัณฑ์ด้านแฟชั่น, กราฟฟิก, งานตกแต่งภายใน และสถาปัตยกรรม
งานศิลปะ - พบกับผลงานด้านศิลปะประเพณี และศิลปะร่วมสมัย
การแสดงดนตรี และสื่อ - พบกับการแสดง, ดนตรี, อินเตอร์แอคทีฟ, ภาพถ่าย และภาพยนตร์
อาหาร - พบกับอาหารพื้นถิ่น, สโลว์ฟู้ด, ฟิวชั่นฟู้ด และเครื่องดื่ม
ส่งเสริมธุรกิจ - นำเสนอนวัตกรรมงานออกแบบ และการออกร้านของนักออกแบบผู้ประกอบการธุรกิจ นักศึกษา บุคคลทั่วไป ทั้งในเชียงใหม่ ในประเทศไทย และจากต่างประเทศ นำไปสู่การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ และติดต่อการค้า ควบคู่กับการขยายโอกาสให้เป็นที่รู้จัก อาทิ นิทรรศการ  ตลาด และการจับคู่ธุรกิจ
เชื่อมโยงเครือข่าย - เป็นการส่งเสริมการพบปะ แบ่งปัน แลกเปลี่ยนมุมมองความรู้ และประสบการณ์ด้านการออกแบบของนักสร้างสรรค์หลากหลายสาขา และผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบของเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และงานสังสรรค์

ดูรายละเอียดงานเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) 2019
ได้ที่ FB: chiangmaidesignweek / www.chiangmaidesignweek.com

 
 
 
 
 
 
 
 
 
หงส์ระทึก!‘ฟาบินโญ่’เดี้ยง แฟนบอลเดือดเผารูปปั้น‘ซลาตัน’

หงส์ระทึก!‘ฟาบินโญ่’เดี้ยง แฟนบอลเดือดเผารูปปั้น‘ซลาตัน’

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ยังต้องลุ้นเข้ารอบต่อไป เมื่อทำได้แค่ไล่ตามตีเสมอ นาโปลี จากอิตาลี 1-1 ในการเตะรอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 ที่แอนฟิลด์ประเทศอังกฤษ

เกมนี้ เดยัน ลอฟเรน มาพังประตูตีเสมอให้กับ ลิเวอร์พูล หลังจากโดนนำไปก่อนตั้งแต่ครึ่งแรกจาก ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ทำให้ ลิเวอร์พูล มี 10 คะแนน, นาโปลี มี 9 คะแนน
และ เร้ด บูลล์ส ซัลซ์บวร์ก มี 7 คะแนน ทำให้ต้องลุ้นในเกมสุดท้าย โดย ลิเวอร์พูล ต้องการผลเสมอ หรือ ชนะ ซัลซ์บวร์ก ในนัดสุดท้าย โดยไม่ต้องสนผลการแข่งขันของอีกคู่ แต่ถ้าแพ้ซัลซ์บวร์ก ไม่ว่าจะสกอร์เท่าไหร่ก็ตาม แล้ว นาโปลีแพ้ เกงค์ ก็จะเข้ารอบ รวมถึงถ้าแพ้ ซัลซ์บวร์กด้วยผลต่าง 1 ลูก ตั้งแต่สกอร์ 4-5 ขึ้นไป ก็จะเข้ารอบ

ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล นอกจากจะไม่ชนะ ยังเสีย ฟาบินโญ่ กองกลางคนสำคัญ ที่บาดเจ็บข้อเท้าต้องเข้ารับผลการสแกน ต้องรอว่าจะบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้หลังจากผ่านไป 5 เกมมีทีมที่ผ่านเข้ารอบไปแล้วทั้งหมดมีดังนี้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง(ฝรั่งเศส), เรอัล มาดริด(สเปน),บาเยิร์น มิวนิค(เยอรมนี), ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์(อังกฤษ), แมนเชสเตอร์ ซิตี้เ(อังกฤษ), ยูเวนตุส(อิตาลี), บาร์เซโลน่า(สเปน) และ อาร์เบ ไลป์ซิก(เยอรมนี)

ทางด้าน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าวัย 38 ปี ของทีมชาติสวีเดน โดนแฟนบอลเผารูปปั้นของเขาที่หน้าสนามสตาดิโอน ของ สโมสรมัลโม เอฟเอฟ หลังจากตัวเขาเข้าซื้อหุ้น 25 เปอร์เซ็นต์ ของสโมสรฮัมมาร์บี้ ไอเอฟ ทีมร่วมลีกอัลล์สเวนส์คาน หรือดิวิชั่น 1 สวีเดน

อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาแฟนบอลมัลโม ได้บุกเผารูปปั้น พร้อมกับนำฝาชักโครก ไปแขวนที่แขนของรูปปั้น และเอาเสื้อมาคลุมที่ใบหน้า เนื่องจากไม่พอใจที่ ซลาตัน ไปซื้อหุ้นและบอกว่า จะพัฒนาสโมสรฮัมมาร์บี้ ให้เป็นมหาอำนาจลูกหนังแห่งสแกนดิเนเวีย

 ................................................................

30 พฤศจิกายน 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน