*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5686
  • จำนวนผู้ชม : 3394921
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 390 , 20:33:59 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน vinitvadee โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         พฤติกรรมของส.ส.ทั้งหญิง - ชาย ทั้งในและนอกสภาประชาชนเห็นแล้วก็ 'รับไม่ได้' ไปตามกัน ส่วนใหญ่บ่นกันพึมเสียดาย

งบประมาณ เสียดายเวลา ที่ควรจะใช้ไปในการพัฒนาประเทศมากกว่า ทั้งนี้ ในท่ามกลางเสียงก่นประนามทั้งหมด ไม่ทราบว่าส.ส.

ผู้ทรงเกียรติ์จะรู้ตัวกันบ้างหรือเปล่า ซึ่งอันที่จริงความหวังในทางบวกที่จะมีต่อส.ส.ในาพรวมก็มีอยู่น้อยเ็มที


เอาส.ส.มาทิ้งทะเลครับ ........ !! 

 

 

เจาะประเด็นร้อน

"The Cave นางนอน" บทเรียนคนพูดจริง

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 - 08:35 น.
นางนอน,The Cave,13 หมูป่า,ถ้ำหลวง,ถ้ำหลวงนางนอน,จิม วาร์นี่ย์,นักดำน้ำ,กู้ภัยถ้ำหลวง
Shares : 
46
เปิดอ่าน 1,819 ครั้ง

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.62

 
ร้อนฉ่า!! ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา กับวิวาทะหนัง "นางนอน" เกิดเป็นสองมุมมอง

แต่จะว่าไปมุมของความเหมือน-ต่าง ระหว่าง “เหตุการณ์จริง” กับ “เรื่องในหนัง” ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นบนโลกภาพยนตร์ ขนาดแฮร์รี่ พอตเตอร์ เรื่องแต่งล้วนๆ ยังเจอดราม่าหนังไม่เหมือนในเล่มอ่าน

วันนี้กับภาพยนตร์ “นางนอน” หรือ “The Cave”  ที่กำลังลงโรง ไม่น่าแปลกใจที่จะมีกระแสนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย เพียงแต่ที่น่าแปลกใจ เห็นจะเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มาแรงหนักมาก...มากกว่า

อาจเป็นเพราะคนที่กล้าออกมาตีแผ่ในมุมนี้ชนิดราวกับกำลัง “ตบหน้า” ทีมสร้าง ก็คือหนึ่งในฮีโร่ของเหตุการณ์จริง “13 หมูป่าถ้ำหลวง” อย่าง อดีตผู้ว่าฯ เชียงราย ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

กระนั้นก็ดี เมื่อทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของมุมมองที่ส่องมาจากแว่นคนละอัน ทำไมเราไม่มองเป็นปรากฏการณ์ แทนที่จะมาสร้างความรู้สึกเชิงลบ ประชัดประชันกันด้วยคำว่า หนังชังชาติ” ไปให้เสียบรรยากาศ

โดยเฉพาะหากเราเข้าใจว่าในโลกของแผ่นฟิล์ม ไม่ว่าจะ สุข เศร้า น้ำตานอง สยองขวัญ สั่นระทึก ฯลฯ รวมกันแล้วมันก็คือ ความสนุก” อันเป็นคำตอบสุดท้ายที่เรายอมเสียตังค์ซื้อตั๋วทั้งสิ้น !

ฯลฯ

 

ตัวอย่างหนังนางนอน ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ The Cave-นางนอน

...............................................................

คนในข่าว

ถึงคิว 'เสี่ยคึก' ชีวิตเพื่อพรรค หัวใจเพื่อ 'มาร์ค'

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 - 09:30 น.
เทพไท เสนพงศ์,พรรประชาธิปัตย์,กมธ,มาตรา 44,ยกเลิกมาตรา 44,สภาล่ม,ประชุมสภาฯ
Shares : 
1.1K
เปิดอ่าน 1,992 ครั้ง

คอลัมน์ 'คนในข่าว' จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึ ฉบับวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.62

มาแล้วๆ เสี่ยคึก เทพไท เสนพงศ์” ได้เวลาออกโรง

งานนี้ ผู้บริหารพรรคอ้างว่าที่เป็น “เทพไท” ก็เพราะเจ้าตัวเป็นผู้เสนอญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560

และที่ไม่มี “อภิสิทธิ์” ก็เพราะไม่มีหลักประกันว่าชื่อนี้จะได้เป็นประธานกรรมาธิการ ตามที่วางไว้หรือไม่

แม้เหตุผลนี้หลายคนฟังแล้วแหม่งๆ แต่วันนี้พอการเมืองกำลังร้อนแรงในหลากหลายประเด็น ก็เหมือนถึงเวลาที่เวทีกำลังจะเป็นของ “เสี่ยคึก" คนนี้อย่างที่เห็น!

คนคอนศรี

หลังจากที่เหมือนหลบมุมรอตั้งหลัก เมื่อลูกพี่มาร์คถอนตัวจากการเป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ช่วงกลางปีที่ผ่านมา แล้วไปเดินหล่อเดี่ยวไมโครโฟนอยู่ตามสถาบันต่างๆ

วันนี้ เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช แม้เหมือนมาเป็นตัวแทนคนหน้าหล่อ (เพราะเขานั้นคือคนที่เสนอชื่อพี่มาร์คเข้ามาเอง) กับบทบาทที่กำลังจะได้รับใน กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โลกคงสว่างสดใสขึ้นสำหรับเขา

ไม่งั้นคงไม่ลุกขึ้นมาโพสต์เฟซบุ๊กในวันเดียวกับที่มติพรรคออก ท่วงทำนองซาบซึ้ง-กตัญญู กับสถาบันที่สร้างเขามาอย่างพรรคสีฟ้าแห่งนี้

“ผมคนหนึ่ง ยังคงยืนยันที่จะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป เพราะผมเกิดทางการเมืองที่นี่ ถ้าจะยุติบทบาททางการเมืองก็จะจบชีวิตทางการเมืองที่นี่เท่านั้น”

“ผมคนหนึ่งที่พรรคไม่ได้ให้โอกาส และไม่ได้มีบทบาทอะไรในพรรคเลย ไม่ว่าตำแหน่งทางการบริหาร คณะทำงาน หรือคณะกรรมการชุดต่างๆ ผมมีแต่คำว่า ส.ส.ติดตัวเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น แต่ผมก็ยังสู้ สู้เพื่อพรรคประชาธิปัตย์ สู้เพื่อประชาชน สู้เพื่อประเทศชาติต่อไป"

เช็คไทม์ไลน์ เทพไทอาจโพสต์ก่อนมติออกช่วงบ่ายๆ แต่เรื่องในบ้านตัวเอง ทำไมสมาชิกจะไม่รู้ผลก่อนล่วงหน้า

ที่สุดจาก ส.ส.สมัยแรกในปี 2548 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ที่่ลงแทน “ตรีพล เจาะจิต” ในเขตเลือกตั้งที่ 6 นครศรีฯ และร่วมต่อสู้ทางการเมืองกับเพื่อนๆ ชาวประชาธิปัตย์ในทุกสถานการณ์ ทุกบทบาท แล้วแต่จะนิยาม

เสี่ยคึก คน อ.เชียรใหญ่ เมืองหนมจีนน้ำบูดูในวันนี้ จึงเหมือนอัศวินที่เพิ่งได้รับดาบจากมือผู้นำให้ไปสู้ศึกยังไงยังงั้น

ลูกพี่ ชื่อ “มาร์ค”

พูดก็พูดไป ถึงชื่ออดีตนายกฯ มาร์ค ไม่โผล่ในมติพรรค เพื่อไปลุ้นเก้าอี้ประธาน กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่หลายคนก็มองว่าดีแล้วไม่เปลืองตัว

ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ฝ่ายค้านมองว่าชื่อ กมธ.ที่โผล่มาในตอนนี้ซึ่งถูกเปิดเผยจากฝั่งรัฐบาล ดูแล้วเหมือนมีเจตนาที่จะดึงเกมหรือแก้เกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปอีกมากกว่า ?

 

 ฯลฯ

แต่งานนี้เสี่ยคึก ก็ยังไม่หยุดที่จะเดินหน้าอวยต่อไป ยังคงโพสต์เฟซบุ๊กช่วงเย็นวันเดียวกันทันที ทำนองว่า คนอย่างอภิสิทธิ์มีดีกว่าที่ผู้ใหญ่ในพรรคประเมินไว้

“ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนรู้จักกัน ไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกัน หรือขัดแย้งกันในเรื่องส่วนตัวมาก่อน ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ก็ได้ทักทาย คุยกันตามปกติ เพราะในอดีตที่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายอภิสิทธิ์มาก่อน ตอนเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดง หรือ นปช.เมื่อปี 2553”

หรือบางทีก็ไม่อะไรมากมาย อาจแต่ต้องการย้ำซ้ำๆ ไปยังมิตรรักแฟนมาร์ค แม่ยกแฟนเพลง ว่าไม่ว่าจะยังไง คนคนนี้ก็จะยังคงยืนเคียงข้าง หน.มาร์คต่อไป เฉกเช่นที่เคยทำมาตลอด

เสรีปชป.?

ฟอร์มสดเที่ยวล่าของเสี่ยคึกที่ทำเอากองเชียร์ร้องว้าว! คือการที่เขาและส.ส.รวม 6 คนไปโหวตข้างเดียวกับฝ่ายค้าน งานนี้บางคนจะเรียกงูเห่าสีฟ้า หรือไม่ ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ หลายคนก็อาจให้ฉายาว่าเป็น 6 ส.ส.ผู้กล้าเลยก็ได้ 

สภาฯ ล่ม

สำหรับมติที่ 6 ส.ส.ไปโหวตหนุนฝ่ายค้านก็คือญัตติด่วนเรื่องการให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44

ซึ่งผลออกมาช่วงดึกของวันที่ 27 พฤศจิกายน ทำเอาฝ่ายค้านในห้องประชุมเฮลั่น พลิกล็อกไปเห็นชอบให้ตั้งกมธ.ด้วยคะแนน 236 ต่อ 231 งดออกเสียง 2

แต่คืนนั้นก็เกิดความวุ่นวายที่ฝ่ายค้านประท้วงการที่ฝ่ายวิปรัฐบาลขอให้มีการนับคะแนนใหม่ จนต้องมีการพักการประชุมออกไป พอถึงเช้ามาเรื่องนี้ก็ยังไม่จบ เพราะสภาล่มไปเสียก่อน เพราะองค์ประชุมไม่ครบ เนื่องจากฝ่ายค้านยังคงประท้วงที่จะให้มีการนับคะแนนใหม่

สีสันฝ่ายค้านในวันสภาฯ ล่ม

แต่นาทีนี้สำหรับคนไทยเห็นจะสนใจไปที่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลมากกว่าว่าเป็นใคร คำตอบคือ สาทิตย์ วงศ์หนองเตยอันวาร์ สาและกันตวรรณ ตันเถียรชัยวุฒิ บรรณวัฒน์พนิต วิกิตเศรษฐ์ และ เทพไท เสนพงศ์ พระเอกของเราวันนี้ ดูหน้าแล้วก็กองทัพพี่มาร์คนั่นแหละ!

ฯลฯ

เจาะประเด็นร้อน

ย้อนวีรกรรมเอ๋ 'สายลาก' ไฝว้(fight?)หมดทุกชนชั้น

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 - 07:30 น.
เอ๋,เอ๋ ปารีณา,ปารีณา ไกรคุปต์,ที่ สปก,เจาะประเด็นร้อน

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 30 พ.ย. - 1ธ.ค. 62

ถามคนสายเกมต้องบอกเลยว่าชั้นเชิงแบบ เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์” นี่ต้องเรียกว่า “อัพเลเวล” เมพขิงๆ แต่ถ้าถามคนในที่นี้ ต้องบอกว่านับวันจะ “เล่นของสูง” ขึ้นเรื่อยๆ
 

3 สมัยแรกคนไทยวงนอกไม่รู้จักเท่าไร นอกจากคนในพื้นที่ แต่พอมาสมัยที่ 4 ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐเท่านั้นแหละ สาวเอ๋ จัดแรง จัดเต็ม วันนี้ข่าวสารไทยไม่มีวันไหนไม่มีเรื่องราวของเธอ

หรือจะเข้าตำรา มะพร้าวยิ่งแก่ยิ่งมัน สาวเอ๋ยิ่งนานวันก็ยิ่งมาแรง ว่าแล้ววันนี้ลองไล่ไทม์ไลน์ศึกวันทรงชัย เอ๊ย! ย้อนดูลีลาสาวเอ๋ กับการเปิดไฝว้กับหลายๆ คนกันพอหอมปากหอมคอดีกว่า

เอ๋ตลาดแตก

ถ้านับย้อนความแรงของสาวเอ๋ ไม่ต้องคอการเมืองยังรู้เลยว่าเธอเปิดตัวอย่างอลังการยิ่งกว่ามิสแกรนด์ ด้วยคำคำเดียวว่า อีช่อ!!” ในการไลฟ์เฟซบุ๊กพูดเรื่องมารยาทของ ส.ส.ในการประชุมสภา

งานนั้นทำเอาหลายคนตกใจ เพราะภาพคุ้นๆ ตาของสาวเอ๋คนนี้ เธอเคยได้สายสะพายนางงามมิตรภาพ เวทีนางสาวไทยปี 2544 แต่วันนี้ภาพนั้นหายไปเหลือเพียงความงุนงงสงสัยว่า ไปยังไงมายังไงถึงมีคำนี้

ช่วงนั้น ถ้าบอกว่าเป็นเรื่องการเมืองหลังเลือกตั้งไม่นาน หลายคนก็รู้ว่าคนที่ชื่อคล้ายๆ กัน มีคนเดียว คือ “พรรณิการ์ วานิช” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ที่กำลังเป็นที่จับตามองของคนไทย

สื่อพากันไปถามสาวช่อแห่งค่ายส้ม เจ้าตัวบอกไม่เป็นไร เพราะไม่ได้รู้สึกอะไร คงไม่ได้หมายถึงตน สอดรับกับที่พอนักข่าวกรูไปถามไถ่ฝ่ายสาวเอ๋บ้าง เธอก็แก้ต่างว่าคำนี้เป็นภาษาท้องถิ่น เอาไว้เรียกบุคคลที่ไม่มีมารยาท อย่ากินปูนร้อนท้อง

ผ่านสาวช่อไปได้ไม่นาน ช่วงนั้นสาวเอ๋ก็ไปโพสต์เฟซบุ๊กจิกกัด ส.ส.ชายค่ายส้ม “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ที่อภิปรายครั้งแรกก็ทำเอาคนจากฝ่ายรัฐบาลเองถึงกับชมว่าดีงาม สร้างสรรค์

แถมยังไปลากเอาเรื่องครอบครัวของหนุ่มทิมมาละเลงซ้ำ โดยไปแชร์คลิปรายการคลับฟรายเดย์ในเฟซบุ๊กของตนเอง ซึ่งเทปนั้นอดีตภรรยาของทิมบอกเล่าถึงปัญหาระหว่างเธอกับอดีตสามีไว้

เรื่องนี้เลยทำเอาพี่น้อง “คุนผลิน” อั๋น-แอน ที่พากันแท็กทีมเข้ามาสวนเอ๋กันไปคนละชุด เพราะรายการที่แชร์ อั๋น ภูวนาท เป็นพิธีกรร่วมด้วย สาม อ.เกิดศึก ปะฉะดะกันอยูพักใหญ่ จนเรื่องเงียบหายไป

นักเลงสายแซะ

จะว่าไปช่วงนั้น ถ้ามองดีๆ เอ๋ ปารีณา ส.ส.แห่งพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นข่าวในลักษณะแซะเสียดเสียมากกว่า

อย่างตอนที่สาวเอ๋ไปโพสต์ความเห็นเกี่ยวกับเหตุคนร้ายลอบวางวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด 7 จุด ทั่วกรุงเทพฯ จนมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

เธอบอกว่า สงสัย อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด “นายกทักษิณเป็นคนไม่ดีค่ะ ต้องเรียนรู้แพ้ รู้ชนะ พอหยุดเผา ก็มาระเบิด #อำมะหิด” แต่ภายหลังได้ลบออกไป

หรืออย่างศึก ปะฉะดะกับ คนใหญ่บางบอน จนถูกจองกฐินตั้งแต่ยังไม่ออกพรรษา โดยสาวเอ๋ไปขุดข่าวเก่าปี 2561 ที่ วัน อยู่บำรุง” ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย เคยมีเรื่องวิวาทจนต้องขึ้นโรงพัก พร้อมข้อความว่า “1.ใหญ่จัง 2.คุ้นเคยกับที่แคบๆ 3.พ่อแม่รังแกฉัน จึงเป็น...” 

งานนี้ ส.ส.บางบอน เพื่อไทย ถึงกับควันออกหู จัดหนักสาวเอ๋อย่างแรงเหมือนกัน ทั้งเนื้อหาที่ต้องขอเซ็นเซอร์ ช่วงนั้น คนไทยตบเข่าฉาดว่าเป็น “สายเกรียน” มวยถูกคู่ พากันลุ้นว่าหลังจากนี้ เอ๋จะไปเปิดวอร์กับใครอีกเท่าไร

อีกคู่ไฝว้ของสาวเอ๋

แต่ถ้าจำกันได้ เกิดเป็นเอ๋มันก็เจ็บ เพราะไม่เพียงรบรากับคนการเมือง แต่ในโลกโซเชียล สาวเอ๋ก็เจอศึก อย่างที่รู้ว่าเธอเองก็ถูกตอบโต้กลับจากฝั่งผู้ใช้โซเชียลที่พากันไปขุดเรื่องราวเก่าๆ ของเธอและครอบครัวมาโจมตีกลับ

แถมยังมีการเปิดแคมเปญที่ไม่เคยมี ส.ส.คนไหนโดนมาก่อน คือการเสนอถอดถอนเอ๋พ้นจากความเป็น ส.ส. ในเว็บไซต์ change.org แต่งานนี้คนเมืองโอ่งบอกว่าชิลๆ โพสต์กลับมาว่า “ถอดถอนอะไรกันจ๊ะ มุกเดิมๆ ของพรรคอนาคตดับ”

อัพเลเวลขึ้นแท่น

คนไทยนั่งดูเอ๋แซะชาวบ้านอยู่สักพัก ปรากฏต้องอ้าปากค้าง เมื่อเอ๋ได้เป็น “กรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ” ขณะที่เกาหัวว่ามายังไง แต่พอดูหน้าที่ที่ได้รับคือ “รับผิดชอบตอบโต้ประเด็นการเมือง” ก็ถึงกับหายสงสัย

แต่ที่แปลกใจกว่า คือไปๆ มาๆ เอ๋มาไกลถึงขั้นได้นั่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ชุดที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน

งานนี้ผิวเผินคือที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐ เสนอเข้าไปเพื่อไปทำหน้าที่แทน “พยม พรหมเพชร” ส.ส.สงขลา และ “ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์” ส.ส.อุบลราชธานี

แต่ลึกๆ แล้วคนไทยรู้ว่าเกมนี้คืออะไร เพราะเอ่ไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมสายจี๊ดอีกคนอย่าง สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กรุงเทพฯ

ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน งานแรกของเอ๋เกิดขึ้นจากชาวบ้าน อ.จอมบึง ราดรี ไปร้องขอให้ช่วยเรียกคืนที่ดิน 500 ไร่ จากทั้งหมดกว่า 3,000 ไร่ ของ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” มารดาของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ช่วยไปช่วยมา ผ่านไปไม่กี่วันเอ๋ถูกคุ้ยเอง โดย เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักคุ้ยเจ้าประจำบอกว่าเอ๋เองก็มีที่ดินจำนวนมากที่สงสัยว่าจะครอบครองโดยไม่ถูกกฎหมาย ถึง 1,700 ไร่

จากที่แซะคนมาทั้งโลก โดนด่ามาทั้งประเทศเท่าไรไม่เคยร้อนหนาว วันนี้เอ๋เจอเรื่องใหญ่ที่ทำเอาต้อง กราบขอนักข่าวเลยทีเดียว กับเคสเอ็มโอยู ที่สาวเอ๋เอามาอ้างขอไม่ตอบคำถามเรื่องปัญหาที่ดิน

งานนี้โดนชาวบ้านแซวไม่พอว่ามันทำกันได้ด้วยหรือ แต่ก็ยังถูกสื่อเอาหนังสือที่เอ๋ร่างมา “ขยี้ซ้ำ” ว่าผิดหลักการร่างหนังสือราชการทั้งปวงทุกบรรทัด

แน่นอนเรื่องนี้มีแต่คนชื่อเอ๋เท่านั้นที่เอาตัวรอดไปได้สีข้างถลอกว่า “ล้อเล่น”

ไฝว้สองใหญ่

อย่างไรก็ตาม วันนี้คนชื่อเอ๋ ยังไงก็คือเอ๋ ปรากฏไม่รู้ว่ากำลังเครียดกับปัญหาที่ดินที่ต้องเผชิญหรืออย่างไร หลังจากนั้นเอ๋จึงเกือบเหมือนเสือโมโห ไฝว้หมดทุกชนชั้น

พอเธอได้เข้าไปนั่ง กมธ.ป.ป.ช. เธอก็ทำงานทันที ด้วยการแถลงว่าจะเข้าไปตรวจสอบว่าคณะกรรมาธิการฯ ใช้อำนาจเกินขอบเขตไปบ้างหรือไม่

จากนั้นในการประชุมเพียงแค่นัดแรกช่วงวันที่ 13 พฤศจิกายน ฝ่ายเอ๋ และ ตู่เสรี ก็ปะฉะดะกันมันหยด

โดยตอนหนึ่งของการประชุม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้มอบหมายให้เอ๋รับผิดชอบการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการบริหารของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง แต่สาวเอ๋ก็ปฏิเสธไม่ไป เลยโดนอดีตนายตำรวจใส่ไปหลายเข่ง

ปรากฏสาวเอ๋เลยเอาเรื่องนี้ไปฟ้อง ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมสภา ช่วงวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ไปๆ มาๆ พอโดนลุงชวนตัดบทว่าไม่อนุญาตให้นำเรื่องภายในกมธ. มาหารือ และปิดไมค์ใส่ขณะที่เธอกำลังอ้าปากจะพูดต่อ สาวเอ๋จึงของขึ้นออกมาอัดนายหัวชวน ว่า “เยอะไปแล้ว” ทำไมไม่แยกแยะ

เคสนี้ต้องฮือฮา เพราะถ้าระดับตำนานการเมืองชื่อชวนยังต้องมาเจอสายแซะอย่างเอ๋ จากนี้จะใครยังไง เอ๋ก็คงไม่หวาดหวั่น (ยกเว้นลุงตู่)

ล่าสุดสีสันนักการเมืองไทย ไม่เคยเหมือนที่ไหนในโลก ปรากฏเอ๋กลับมาจัดหนัก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อีกครั้งในการประชุม กมธ.ชุดเดียวกัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

โดยหลังจากโต้เถียงเรื่องตำแหน่งการนั่งของแต่ละคน จนประธานตัดบทว่า “ใครจะนั่งตรงไหนก็ได้” สาวเอ๋ก็เลยลุกขึ้นหยิบกระเป๋า หิ้วตะกร้า ลากเก้าอี้มานั่งหัวโต๊ะข้างท่านประธานสายแข็งแบบประชิดตัวเลยทีเดียว

งานนี้เกิดเป็นภาพข่าวลือลั่น แถมยังปะฉะดะกันอีกหลายยก ชนิดที่ต้องถามเลยว่านี่มันการทำงานของ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ หรือรายการโต๊ะข่าวบันเทิงกันแน่ล่ะท่านผู้โชม...เอาะเอาะเอาะอ๊อยยย...

ฯลฯ

 เจาะประเด็นร้อน

หนุมาน..หน่วยปฏิบัติการพิเศษใหม่กองปราบฯ

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 - 15:00 น.
หนุมาน,หน่วยปฏิบัติการพิเศษ,สายตรวจระวังภัย
Shares : 
97
เปิดอ่าน 2,019 ครั้ง

หนุมาน..หน่วยปฏิบัติการพิเศษใหม่กองปราบฯ คอลัมน์...  สายตรวจระวังภัย  โดย...  ทีมข่าวอาชญากรรม

          หากเอ่ยชื่อหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลายคนหรือคนทั่วไปคงไม่คุ้นหูนัก แต่ถ้าบอกว่า “คอมมานโด” ก็ต้องร้องอ๋อ.. ซึ่งเมื่อก่อนนี้เป็นกองกำกับการสังกัด บก.ป. ทว่าเมื่อปี 2561 ยกระดับขึ้นเป็น กองบังคับการถวายความปลอดภัยและปฏิบัติการพิเศษ (บก.ถปพ.) ภายใต้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และปัจจุบันโอนไปสังกัด กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 (บก.ตร.มหด.รอ.904)  

          ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ บก.ป. เปิดตัวหน่วยปฏิบัติการพิเศษใหม่ขึ้นมาทดแทน เป็นหน่วย S.W.A.T ที่มีชื่อแบบไทยๆ ว่า “หน่วยหนุมาน” ที่พร้อมออกปฏิบัติการณ์จับกุมคนร้ายหรือผู้มีอิทธิพลด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือทั้งหนักและเบาแล้วแต่สถานการณ์เผชิญเหตุ


          เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เปิดเผยว่า ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ S.W.A.T กองปราบปราม ขึ้นมาใหม่โดยขึ้นตรงกับ กองกำกับการสนับสนุน (กก.สสน.บก.ป.) ที่มี พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป. เป็นผู้นำ ถือเป็นหน่วยกำลังที่คอยสนับสนุนผลงานของกก.1-6 เมื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องใช้กำลังจับกุมคนร้าย หรือผู้มีอิทธิพลต่างๆ โดยหน่วยกำลังนี้มีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือทั้งหนักและเบา ได้รับการฝึกฝนมาแล้วหลายหลักสูตร และออกปฏิบัติหน้าที่มาแล้วหลายภารกิจ

          "หน่วย S.W.A.T หรือ Special Weapons And Tactics ของกองปราบปราม เป็นชื่อที่เรียกขานเหมือนของหน่วยงานต่างประเทศ ไม่มีชื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงมีแนวคิดหาชื่อเฉพาะตัวให้หน่วยงานนี้ เพื่อใช้เป็นนามเรียกขาน ต่อมาได้มาพิจารณาตั้งชื่อหน่วยขึ้นมา โดยเน้นที่ชื่อให้มีที่มาที่ไป จนทำให้เกิดแนวคิดว่ากองปราบปรามเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับ บช.ก. โดย ผบช.ก. มีรหัสเรียกขานว่า “นารายณ์ 1" และพระนารายณ์ หรือ “พระราม” ในเรื่องรามเกียรติ์ มีทหารเอกคือ “หนุมาน” อิทธิฤทธิ์สูงส่ง สามารถสู้รบกับยักษ์ทศกัณฑ์ และบรรดาสมุนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จึงตั้งชื่อหน่วยสวาทของกองปราบปราม ว่า “หน่วยหนุมาน” ให้เหมือนกับที่กองปราบฯ ถือเป็นทหารเอกของ บช.ก.ในเวลานี้” พล.ต.ต.จิรภพ อธิบายที่มาที่ไป


          ด้าน พ.ต.อ.วิจักขณ์ กล่าวว่า สำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม หรือต่อไปจะมีชื่อเรียกว่า “หน่วยหนุมาน” ขณะนี้มีกำลังพล 40 นาย ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร อาทิ ต่อต้านการก่อการร้าย อรินทราช swat advance และหลักสูตรต่างๆ นอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมาได้ไปร่วมแข่งขันรายการ S.W.A.T Challenge 2019 ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดขึ้นที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง หนองสาหร่าย จ.นครราชสีมา มีการแข่งขันร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของ บช.ภ.1-9 สามารถสร้างชื่อได้อันดับ 3 ถือเป็นหน่วยงานน้องใหม่ไฟแรง

          “หลังจากนี้มีแนวคิดว่าจะเสนอผู้บังคับบัญชาขอจัดส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมานไปฝึกหลักสูตรต่างๆ เพิ่มเติมกับเอฟบีไอ และหน่วยงานด้านปฏิบัติการพิเศษต่างๆ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อจะได้นำความรู้จากการไปฝึกนำกลับมาพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ให้หน่วยงานนี้ต่อไป” พ.ต.อ.วิจักขณ์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ที่ผ่านมา “หน่วยหนุมาน” ได้ออกปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้น และจับกุมในคดีกวาดล้างจับแก๊งทาเคดะ จับแก๊งยิงถล่มบ้านสมาชิก อบต. ในจังหวัดตรัง ร่วมจับกุมเครือข่ายน้าหลุยส์ตาทิพย์ รวมทั้งยังเป็นหน่วยสนับสนุนภารกิจสำคัญให้แก่ กก.1-6 กองปราบปรามอีกด้วย

          ไม่ว่าหน่วยปฏิบัติการพิเศษจะชื่อเป็นไทยหรือสากล แต่จุดประสงค์เดียวกันคือ จับกุมวายร้าย ทลายผู้มีอิทธิพล เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน..!!

 

ไลฟ์สไตล์

เปลี่ยนอาหารจานธรรมดา ให้เป็น 2:1:1

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 - 14:43 น.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

  • ส้มตำข้าวเหนียวไก่ย่าง จัดผักไว้ข้างๆสักกระจาด รับรองว่าได้ผักครึ่งหนึ่งแน่ ส่วนข้าวเหนียวขอเป็นไม่เกินหนึ่งทัพพี ในขณะที่ไก่ย่างอย่าให้เกรียมและต้องเลาะหนังออก ขนาดไม่เกินสองน่องเล็กๆ
  • ข้าวกับน้ำพริกผักจิ้ม ตักข้าวอย่าให้เกินสองทัพพี แกงจืดตำลึงมากๆ หมูสับน้อยๆ อีกหนึ่งถ้วยเล็ก ก็จะเข้าข่ายกินตามสูตร 2:1:1
  • ก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม แต่ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวแค่ 1  ทัพพี ลูกชิ้นประมาณ 5-6 ลูก หรือถ้าเป็นหมูสับประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ที่เหลือขอให้เป็นผักล้วนๆ
  • ปลานึ่งลุยสวน ผักล้วนๆแถมหลากหลาย จะผักสดหรือผักต้มนึ่งก็ไม่ผิดกติกา
  • เมินใส่ไข่ดาว เพราะเราจะเปลี่ยนเป็นไข่ต้มแทน ซึ่งทำให้ร่างกายไม่ต้องรับพลังงานส่วนเกินที่ได้จากการทอดในน้ำมันลงไปถึงครึ่งหนึ่งเลย และยังเป็นเมนูสารพัดจะดัดแปลงได้ง่าย กินกับน้ำพริกก็ได้
  •  จะมีอะไรเข้าท่าได้มากกว่าต้มจับฉ่ายใส่สารพัดผัก ซึ่งเข้าสูตร 2:1:1 เป๊ะ เพราะไหนจะผักเยอะ น้ำมันน้อย เนื้อสัตว์พอเป็นพิธี แต่ไม่เอาหมูสามชั้นนะ

นอกจากนี้ ขอแถมด้วยเมนูอาหารเช้า ที่หลายคนอาจจะเคยชินกับของกินที่หาง่ายๆกินเร็วๆ เลยจะขอเสนอการปรับนิดเปลี่ยนหน่อยที่เฮลท์ตี้ ได้พลังงานที่น้อยลงกว่าเดิม จะได้ลดพุง ลดโรค ได้เช่น

วิถีการกินแบบ 2:1:1 จริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ไม่มีข้อจำกัด เพราะประยุกต์ปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งถ้าสามารถทำให้เป็นนิสัยควบคู่ไปกับการมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ สุขภาพร่างกายก็จะแข็งแรง ลดพุง โรค

มารู้เรื่อง ลดพุง ลดโรค กันต่อได้ที่ http://www.thaihealthlifestyle.com  หรือ เฟซบุ๊กเพจ ลดพุงลดโรค https://www.facebook.com/Thai.HealthyLifestyle/

 

Gallery
 
 
 
 
 

ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go / 白川郷) ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ (Gifu / 岐阜県)

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 - 17:00 น.

ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go / 白川郷) ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ (Gifu / 岐阜県) ของภูมิภาคจูบุ (Chubu / 中部地方) ก่อตั้งเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1919 ประกอบด้วย 16 หมู่บ้าน โซนที่นักท่องเที่ยวนิยมมานั้นคือ “หมู่บ้านโอกิมาจิ (Ogimachi / 荻町)” ซึ่งเป็นหมู่บ้านหลักและมีขนาดใหญ่ที่สุดในชิราคาวาโกะ
เอกลักษณ์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากของที่นี่ก็คือ บ้านญี่ปุ่นโบราณมีหลังคาทรงสูงแบบการพนมมือที่เรียกว่า “Gassho-Zukuri (合掌造り)” ซึ่งมีอายุเก่าแก่นับร้อยปีและยังได้รับการอนุรักษ์มาเป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้บ้านต่างๆ ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวค้างคืนแบบ Homestay ซึ่งเรียกว่า “Minshuku (民宿)” ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่ หมู่บ้านชิราคาวาโกะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ในปี ค.ศ. 1995 และกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแถบภูมิภาคนี้ที่หลายคนอยากมาเยือน ซึ่งสามารถมาเยือนได้ตลอดทั้งปี  ชิราวาคาโกะ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศมุ่งมั่นตั้งใจจะมาเยือน บรรยากาศของที่นี่มีความเป็นหมู่บ้านชาวนาเก่าแก่ที่อนุรักษ์สิ่งก่อสร้างแบบดั้งเดิมอันเป็นมรดกของโลกเอาไว้ตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบัน ชื่อเรียกเต็มๆ ของหมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่า กัสโชซึคุริโอกิมาฉิ ชิราคาวาโกะ ภายในหมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปเสน่ห์และกลิ่นอายความดั้งเดิมอยู่ โดยจุดเด่นของที่นี่ก็คือบ้านทรง กัสโซ ที่มีความชันถึง 60 องศาคล้ายกับการพนมมือเข้าหากัน ซึ่งวัสดุในการสร้างบ้านนั้นล้วนนำมาจากธรรมชาติ ใช้ต้นหญ้าที่ปลุกในหมู่บ้านมามุมหลังคา ตัวบ้านจะไม่มีการตอกตะปูใด ๆ และบางหลังก็มีอายุยาวนานกว่า 250 ปี และปัจจุบันนี้ยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในหมู่บ้านด้วย

เรื่อง // ภาพ คณาธิศ ศรีหิรัญเดช #ชิราคาวาโกะ #Shirakawago #กิฟุ #Gifu

...........................................................

30 พฤศจิกายน 2562

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน