*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5634
  • จำนวนผู้ชม : 3375395
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 291 , 15:33:17 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         มองเห็นภาพ 'งูกินหาง' กันเลยทีเดียวครับ โดยถ้าหากมีคนจัดการชักชวนให้คนออกวิ่งไปตามท้องถนน 12 ม.ค. 63 เพื่อเป็น

สัญลักษณ์ 'ขับไล่ลุงตู่' จะด้วยเหตุผลว่า 'ไม่ชอบ' แล้วไม่อยากให้ลุงตู่ลอยนวลอยู่อีกต่อไป แต่ในเวลาเดียวกัน คนอีกส่วนหนึ่งก็ลุก

ขึ้นมาบ้าง เพื่อจะวิ่งตามพวกไล่ลุงตู่อีกทีหนึ่ง เพื่อแสดงว่า 'ฉันชอบลุงตู่นะ' พวกแกจะมาขับไล่กันได้อย่างไร

         อย่างไรก็ตาม ส่วนตัว 'ลุงตู่' เองก็ไม่ซีเรียสที่จะมีคนวิ่งไล่ แต่ท้ากลับว่า 'ตามลุงให้ทันก็แล้วกัน' ..... นับเป็นความหนักแน่น

หรือความเป็น 'นักสู้' ของ 'ลุงตู่' ของเราโดยแท้

 

‘บิ๊กตู่’เมิน‘วิ่งไล่ลุง’ ท้า‘วิ่งตามลุงให้ทันแล้วกัน’

‘บิ๊กตู่’เมิน‘วิ่งไล่ลุง’ ท้า‘วิ่งตามลุงให้ทันแล้วกัน’

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 15.30 น.

‘บิ๊กตู่’เมิน‘วิ่งไล่ลุง’ ท้า‘วิ่งตามลุงให้ทันแล้วกัน’

เมื่อเวลา 14.10 น.วันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยการให้สัมภาษณ์วันนี้ได้กล่าวเพียงสั้นๆ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเห็นอย่างไรที่ขณะนี้มีการเชิญชวนประชาชนออกมาเคลื่อนไหวกิจกรรม “วิ่งไล่ลุง” ในวันที่ 12 มกราคม 2563

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ว่าไปเถอะ

เมื่อถามว่านอกจากนี้กิจกรรมนี้แล้ว ยังมีกิจกรรม “วิ่งตามลุง” นายกฯจะไปร่วมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ทำเสียงเชิงรำคาญ โดยกล่าวเพียงว่า “เอาเถอะ วิ่งให้ทันแล้วกัน”

อุบบทลงโทษ!! 'จุรินทร์'เผยประชุมปชป.เร่งทำความเข้าใจ หลัง6ส.ส.แหกคอก

อุบบทลงโทษ!! 'จุรินทร์'เผยประชุมปชป.เร่งทำความเข้าใจ หลัง6ส.ส.แหกคอก

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.44 น.
"จุรินทร์"พร้อมร่วมวงดินเนอร์กระชับมิตรแกนนำพรรคร่วมรบ.เย็นนี้ บอกยังไม่รู้พูดคุยเรื่องอะไร เผยประชุมส.ส.ปชป.เร่งทำความเข้าใจ ต้องลงมติทางเดียวกัน หลังมีส.ส.ปชป.6คนแหกคอก อุบ!บทลงโทษ
 
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แกนนำรัฐบาลนัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารร่วมกันในช่วงเย็นวันนี้ ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประสานให้รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนไปร่วมงาน ในส่วนของตนก็จะไปร่วมงานด้วยเช่นกัน ส่วนจะทำให้ความระหองระแหงภายในรัฐบาลคลี่คลายลงหรือไม่นั้น ตนยังไม่ทราบว่าในวงรับประทานอาหารจะพูดคุยเรื่องใดบ้าง แต่อย่างน้อยได้พูดคุยร่วมกันบ้างก็ยังดี
 
เมื่อถามว่า การประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในวันนี้ จะมีการพูดคุยถึงกรณีการโหวตตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า วิปพรรคประชาธิปัตย์จะรายงานผลการหารือร่วมกับวิปรัฐบาลให้กับที่ประชุม ส.ส.พรรคได้รับทราบ ส่วนที่ก่อนหน้านี้ที่มี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 6 คน โหวตสวนทางกับมติวิปรัฐบาลนั้น วันนี้ทางวิปพรรคคงได้พูดคุยกัน

เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคทุกคนต้องฟังวิปของพรรคใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า โดยหลักการทำงานในรัฐสภาต้องมีมติวิปออกมาแล้วแต่ละพรรคก็ปฏิบัติตามมติวิป เนื่องจากระบบรัฐสภา รัฐบาลต้องการเสียงข้างมากในสภาฯ แต่ละมติจะกำหนดโดยวิปรัฐบาล แม้แต่ฝ่ายค้านก็มีมติของวิปฝ่ายค้านให้แต่ละพรรคการเมืองไปปฏิบัติ

เมื่อถามย้ำว่า หาก ส.ส.6 คน ของพรรคประชาธิปัตย์ ยังยืนยันจะลงมติตามเดิม ทางพรรคจะให้เป็นเอกสิทธิ์ หรือจะดำเนินการอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า ที่ประชุม ส.ส.จะพิจารณาในวันนี้ ขอให้วิปได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และไม่อยากให้จับจ้องมาที่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพราะพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องทำงานร่วมกัน และทำความเข้าใจกับ ส.ส.ในซีกของรัฐบาล เพื่อลงมติในทางเดียวกัน ซึ่งวิปของพรรคประชาธิปัตย์ก็มีหน้าที่เช่นนี้เช่นกัน

 

'บิ๊กป้อม'ลั่นคุย'ปชป.'แล้วไม่มีแตกแถว ยันไร้'ส.ส.ฝากเลี้ยง'

'บิ๊กป้อม'ลั่นคุย'ปชป.'แล้วไม่มีแตกแถว ยันไร้'ส.ส.ฝากเลี้ยง'

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 15.26 น.
 
มื่อเวลา 14.15 น.วันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการนัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ จะทำให้การทำงานของรัฐบาลราบรื่นขึ้นหรือไม่ ว่า ทุกวันนี้ก็ราบรื่นอยู่แล้ว เพียงแต่ติดอยู่ที่ตัวบุคคล ได้มีการพูดคุยกับทางพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แล้วว่าพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.) จะไม่มี ส.ส.โหวตสวนมติ และเรื่องสภาฯ ล่มคงไม่มีแล้ว ส่วน ส.ส.ที่ไม่สบายและไม่ได้มาร่วมประชุมด้วยนั้นคงจะไม่มีปัญหา เพราะนับองค์ประชุมแล้วคงจะพอดีได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า ไม่จำเป็นต้องไปขอเสียงของฝ่ายค้านใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปขอเขาได้อย่างไร ส่วนกระแสข่าวการฝากเลี้ยง ส.ส.เพื่อไทย นั้น ตนยืนยันว่าไม่มี แล้ว ถามว่าจะมีการฝากเลี้ยงได้อย่างไร

เมื่อถามย้ำว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ามีการฝาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย 20 คน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้สิ ใครเป็นคนฝาก ขนาดตัวเรายังไม่รู้เรื่องเลย ยืนยันไม่ได้มีการไปเจรจากับพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารเย็นกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงเวลาเย็นวันนี้ ตนไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวและบันทึกภาพแต่อย่างใด ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลเรามีความปรองดองกันอยู่แล้ว

เมื่อถามอีกว่า หากมีการแหกมติอีก จะมีบทลงโทษอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่อยากพูดในตอนนี้ ขอให้วิปพรรคได้ทำหน้าที่ก่อน

'ป่าไม้'เตรียมติดป้าย'พื้นที่ตรวจยึด'หน้าฟาร์มไก่'ปารีณา' ยันลุยขยายผลตรวจสอบต่อเนื่อง

'ป่าไม้'เตรียมติดป้าย'พื้นที่ตรวจยึด'หน้าฟาร์มไก่'ปารีณา' ยันลุยขยายผลตรวจสอบต่อเนื่อง

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.30 น.
"กรมป่าไม้"เตรียมติดป้าย"พื้นที่ตรวจยึด"หน้าฟาร์มไก่"ปารีณา" พร้อมให้ความร่วมมือขยายผลไปการตรวจสอบพื้นที่ต่อเนื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้กับป.ป.ช.
 
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า สั่งการให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) และป่าไม้จังหวัด เข้าปักป้ายหน้าฟาร์มไก่ "เขาสนฟาร์ม 2" ว่า เป็น "พื้นที่ตรวจยึด" หลังจากที่กรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ฐานบุกรุก ยึดถือครอบครองที่ดินป่าสงวนแห่งชาติและที่ดินตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) แล้ว ส่วนการดำเนินกิจการต่อนั้น ผู้ครอบครองยังสามารถทำต่อได้จนกว่ากระบวนการยุติธรรมจะสิ้นสุด
 
สำหรับการที่ น.ส.ปารีณา แจ้งการครอบครองที่ดิน 1,706 ไร่ ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทางกรมป่าไม้ยังไม่สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้ เนื่องจากไม่ทราบรูปแปลง อีกทั้งไม่มีอำนาจบังคับให้ผู้ครอบครองมานำชี้แนวเขต จึงไม่ทราบว่าพื้นที่ที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.อยู่ตรงไหน สิ่งที่กรมป่าไม้ทำได้คือ การตรวจสอบจากพื้นที่จริง ดูจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินและหลักฐานที่เชื่อมโยงว่าครอบครองถึงบริเวณใดบ้าง แต่หาก ป.ป.ช.ขอให้ช่วยตรวจสอบพื้นที่ตามที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้ กรมป่าไม้ยินดีร่วมมือเข้ารังวัดให้ ส่วนกรณีที่มีข้อสังสัยว่า มีนักการเมือง นายทุน หรือผู้มีอิทธิพล ครอบครองพื้นที่ป่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งมาหรือชี้เป้าหมายให้ จะดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีตามมาตรฐานเดียวกัน

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ได้หารือกับ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยคาดว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ ซึ่งกรมป่าไม้ส่งมอบให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินไปแล้ว แต่มีแนวเขต ส.ป.ก.นั้นต่อเนื่องกับเขตป่าไม้ ทำให้เป็นช่องว่างที่ผู้ครอบครองรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ป่า ซึ่งคณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้นของทั้ง 2 หน่วยงาน จะตรวจสอบอย่างละเอียดทั่วประเทศ แล้วนำแนวเขตของทั้งกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.มาถ่ายทอดรูปแปลงเพื่อแยกแยะว่าผู้ใดครอบครองถูกต้องหรือผิดกฎหมาย

"จากนี้ไปจะให้สัมภาษณ์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินจังหวัดราชบุรีในบางกรณีเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะเกรงจะเกิดผลกระทบต่อการสวบสวน เรื่องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว" นายอรรถพล กล่าว

 

กรมป่าไม้แจ้งจับ‘ปารีณา’ ฟัน4ข้อหาหนัก โทษสูงสุดคุก20ปีปรับ2ล.

กรมป่าไม้แจ้งจับ‘ปารีณา’  ฟัน4ข้อหาหนัก  โทษสูงสุดคุก20ปีปรับ2ล.

กรมป่าไม้แจ้งจับ‘ปารีณา’ ฟัน4ข้อหาหนัก โทษสูงสุดคุก20ปีปรับ2ล.

 
กรมป่าไม้แจ้งจับ‘ปารีณา’

ฟัน4ข้อหาหนัก

โทษสูงสุดคุก20ปีปรับ2ล.

ฟาร์มไก่ราชบุรีรุกป่าสงวน

‘ทวี’ออกโรงป้องลูกสาว

วีระ-อัจฉริยะแจ้งเอาผิดซ้ำ

อธิบดีป่าไม้ ยัน รังวัด 2 รอบที่ฟาร์มไก่ 46 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแน่นอน ส่งคณะทำงานตรวจสอบที่ดินฯแจ้งความบก.ปทส.เอาผิด 4 ข้อหาหนัก โทษสูงสุด 20 ปีปรับ 2 ล้าน “ทวี”โผล่กลางวงแถลงข่าวขอความเป็นธรรมให้ลูกสาว ยันเอ๋ไม่รู้เรื่อง หอบแผนที่เอกสารแจงข้อเท็จจริง ขณะที่“วีระ-อัจฉริยะ”ยื่นแจ้งความร้องทุกข์ 2 พ่อลูกรุกที่รัฐ ด้านตำรวจเผย ป่าไม้-ส.ป.ก.ต้องหาข้อสรุปเรื่องรังวัด เพราะไทยมีแผนที่ฉบับเดียว

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่กรมป่าไม้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)แถลงข่าวกรณีตรวจสอบการถือครองที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ว่าจากการเข้าตรวจสอบรังวัดที่ดินฟาร์มไก่เขาสน ของ น.ส.ปารีณาจำนวน 46-1-40 ไร่ ในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของคณะทำงานตรวจสอบที่ดินของกรมป่าไม้ ลงพื้นที่รังวัดรอบที่ 2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.)เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่าอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ 46 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา และพื้นที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484จำนวน 4 ไร่3งาน81ตารางวา

 อธิบดีป่าไม้ยันรุกป่า-ปัดยื้อเวลา

“ยืนยันว่าตามข้อมูลที่ตรวจสอบทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตตามของป่าไม้อย่างแน่นอน เป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยต้องมีการแจ้งความดำเนินการกระบวนการยุติธรรมต่อไป” อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว พร้อมยืนยันด้วยว่า การทำงานครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการประวิงเวลาตามที่มีการตั้งข้อสงสัย กรมป่าไม้ทำงานเต็มที่และเร็วที่สุดแล้ว หลังสั่งการวันแรก เพียงแต่ต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องในการรวบรวมหลักฐานดำเนินการแจ้งความผิด และยืนยันว่าเป็นการทำงานในมาตรฐานเดียวกัน

นายอรรถพลกล่าวต่อว่านับจากนี้คดีรุกป่าจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ต่อไปคงพูดอะไรมากไม่ได้ แต่ได้ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เรื่องนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยตั้งคณะทำงานมี นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เป็นประธาน ร่วมกับนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า และเริ่มลงพื้นที่วันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จากนั้น น.ส.ปารีณาร้องเรียนกรมป่าไม้ ระบุว่า น่าจะรังวัดที่ดินไม่ถูกต้อง เนื่องจากมาตราส่วนที่ของ ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ไม่เหมือนกัน กรมป่าไม้รับเรื่องไว้พิจารณากับคณะทำงาน และตรวจสอบความถูกต้อง จึงเข้าไปตรวจซ้ำเพิ่มเติม ฉะนั้น ยืนยันไม่ได้ประวิงเวลา หรือมีหลายมาตรฐานกับประชาชนที่บุกรุกป่า ทุกรายที่ถูกตรวจสอบ มีสิทธิจะแย้ง คัดค้านได้

หลักฐานชัดฟัน4ข้อหาโทษหนัก

ด้าน นายชีวภาพ ชีวธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าหนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบฯกล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีนี้ผู้ครอบครองที่ดินเขาสนฟาร์ม 2 มีความผิด ใน4พ.ร.บ คือ ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507ประมวลกฎหมายที่ดินและพ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535จะมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท และยืนยันว่าเรื่องนี้อะไรที่ผิด ก็คือผิดเพราะตรวจสอบตรงไปตรงมา แต่ไม่ขอลงรายละเอียด เกรงกระทบรูปคดี ส่วนข้อกังวลที่นายทวี พ่อของน.ส.ปารีณานำมาแสดงนั้นทำได้เจ้าหน้าที่ยืนยันความถูกต้องในการตรวจสอบและมีเอกสารหลักฐานชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าไม้แน่นอน

พ่อเอ๋มาเองบุกยื่นขอความเป็นธรรม

ผู้สี่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่างของอธิบดีกรมป่าไม้ นายทวี ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี บิดาของ น.ส.ปารีณา ได้เข้ามานั่งฟังการแถลงข่าวด้วย หลังจบการแถลง นายทวีลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมระบุว่า ไม่ได้ตั้งใจมาฟังการแถลงข่าว แต่ตั้งใจนำหนังสือขอความเป็นธรรม พร้อมข้อมูลมาชี้แจงกับอธิบดี เพื่อชี้ให้เห็นว่าการใช้แนวเขตอาจคลาดเคลื่อนและไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และขอความเห็นในการชี้แนวเขตในแผนที่ที่ใช้ด้วย ขณะนี้ยังติดต่อลูกสาวไม่ได้ จึงฝากถึงลูกสาวว่า อย่าไปฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้เลย เพราะเขาทำตามหน้าที่ อยากให้ลูกสาวหาหลักฐานมาสู้คดีจะดีกว่า อย่าไปฟังทนายมาก

จี้อธิบดีชี้จุด46ไร่บนแผนที่ที่รุกป่า

จากนั้นนายทวีถามอธิบดีกรมป่าไม้ เรื่องแผนที่ที่บอกว่าครอบครัวของตนรุกป่า 46 ไร่ อยู่บริเวณไหน เพราะว่าแผนที่ที่มีมันเล็กมาก อีกทั้งในพื้นที่นี้มีชุมชน อยู่บริเวณเดียวกัน และแผนที่ในแต่ละหน่วยงานก็ทับซ้อนกัน เชื่อถือได้หรือไม่ สำหรับที่ดังกล่าว ตนอยู่มากว่า 40 ปี ได้มาด้วยการซื้อจากชาวบ้านที่ทำไร่ โอนกรรมสิทธิ์ครอบครองจากชาวบ้านก่อนปี 2553 โดยไม่รู้ว่าเป็นเขตป่าสงวนหรือเขตป่าไม้ หรือที่ส.ป.ก.เพราะไม่มีการปักป้าย ไม่มีหลักหมุดและที่ไปโอนสิทธิครอบครองก็ไม่มีพื้นที่ป่าแม้แต่พื้นที่เดียว เป็นชุมชนไปหมด ในข้อเท็จจริง น.ส.ปารีณาไม่รู้การซื้อที่ที่นี่ หลังพูดจบนายทวี ได้ยื่นแผนที่ให้อธิบดีกรมป่าไม้ โดยอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ไม่อยากพูดในรายละเอียดมาก เพราะมีผลทางคดี ซึ่งพื้นที่รุกป่า 46 ไร่ นั้น ให้ไปสู้ในชั้นศาล

ตร.ไม่กดดันเล็งรวมคดีที่วีระร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น อธิบดีกรมป่าไม้มอบให้คณะทำงานนำเรื่องเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ใน 4 ข้อหา นำโดย นายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ ในฐานะตัวแทนของอธิบดีกรมป่าไม้ ยื่นฟ้องดำเนินคดีน.ส.ปารีณา ถือครองที่ดินฟาร์มไก่เขาสน ที่อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พร้อมระบุว่า ได้ทำหน้าที่เสร็จแล้ว และวันนี้มอบหมายให้ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ราชบุรี และผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ในส่วนวันนี้เป็นการมอบเอกสารเท่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.ปทส.เผยว่า เบื้องต้นจะตรวจสอบว่าเป็นมูลคดีเดียวกันกับคดีของ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน หรือไม่ ถ้าหากเป็นมูลเดียวกันจะส่งไปที่ สภ.จอมบึง จากนั้นจะพิจารณาว่าใครจะสอบสวน หรืออาจตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมกันขึ้นมาในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าคดีเมื่อเช้าเป็นคนละกรณีกับที่นายอัจฉริยะพาผู้เสียหายมาแจ้งความ ซึ่งแนวทางสอบสวนจากนี้ ปทส. กับ สภ.จอมบึง จะสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมย้ำว่าไม่กดดัน หลังจากนั้นพนักงานสืบสวนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยแจ้งให้หน่วยงานในพื้นที่และผู้ถูกกล่าวหาทราบ เพื่อเดินรังวัดใหม่ สอบหมุดหาพื้นที่ข้อพิพาทว่าอยู่ในพื้นที่ป่าและพื้นที่ป่าสงวนหรือไม่ ใครเป็นผู้ครอบครอง คาดว่าใช้เวลาไม่นาน

ถึงคิว“ทวี”โดน’วีระ’แจ้งจับรุกป่า

วันเดียวกัน นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่นเข้าพบ ร.ต.อ.ประดิษฐ์ คงเปรม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับ นายทวี ไกรคุปต์ พ่อของ น.ส.ปารีณา ความผิดฐานบุกรุก ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และที่ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และมีการลงบันทึกประจำวันรับคำร้องทุกข์ เป็นคดีอาญาที่ 419/2562 โดยหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป

นายวีระ กล่าวว่า วันนี้ตนมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายทวี และก็เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงาน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ทำความผิดการบุกรุกครอบครองที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ซึ่งนำหลักฐานที่ได้รับจากประชาชนในพื้นที่ และเอกสารข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ตนได้พาพนักงานสอบสวนไปลงพื้นที่ตรวจสอบชี้จุดที่มีการบุกรุก และครอบครองมาหลายสิบปี หลักฐานทั้งหมดนี้เป็นการกระทำที่นายทวีทำมานานมากแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา

อัจฉริยะพาชาวบ้านร้อง2พ่อลูกฮุบที่ดิน

ขณะที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมพร้อมน.ส.ปราณี นำพา อายุ 49 ปี เข้าพบ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส.เพื่อร้องขอให้ดำเนินคดีต่อนายทวี และน.ส.ปารีณา ข้อหาบุกรุกป่าสงวน ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2507 ม.14 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี 2484 ม.54 ในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี โดยเผยว่า ตนพาครอบครัวน.ส.ปราณี มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายทวี ฐานบุกรุกที่ดินของน.ส.ปราณี กว่า 30 ไร่ และบุกรุกที่ดินป่าสงวนย่านสวนผึ้งกว่า 1,000 ไร่ และดำเนินคดีต่อ น.ส.ปารีณา กรณีบุกรุกที่ดินย่านจอมบึง ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ยืนยันว่าตนมีหลักฐานเอาผิดทั้งสองคนได้ สำหรับประเด็นที่น.ส.ปารีณา เตรียมแจ้งความกลับกับตนและนายวีระนั้น ไม่กังวล ให้รีบไปแจ้ง ตนต้องการหมายศาล เพื่อเข้ากระบวนการยุติธรรมเร็วขึ้น

พล.ต.ต.วิวัฒน์ กล่าวว่า หลังรับเรื่องต้องสอบปากคำก่อนไปตรวจสอบว่าผู้ร้องทุกข์เคยไปร้องทุกข์ในพื้นที่ใดแล้วบ้าง ส่วนเรื่องคดีหากพบว่าเป็นคดีเดียวกันกับที่กรมป่าไม้จะเข้าแจ้งความ จะรวมสำนวนเป็นคดีเดียวกัน สำหรับการใช้แผนที่รังวัดที่ดินที่ยังไม่ชัดเจน กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่าระวางตรงกันหรือไม่ หากไม่ตรง มีสาเหตุจากอะไร เพราะประเทศไทยมีแผนที่เพียงฉบับเดียว ยืนยันว่าคดีนี้ไม่กังวลแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นนักการเมือง ขอให้ว่ากันตามกฎหมาย ใครผิดก็ติดคุก

นัดฟังสั่งคดี”ช่อ”ฟ้อง”เอ๋”หมิ่น12ธ.ค.

อีกด้านหนึ่ง ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.2043/2562 ที่น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ปารีณา เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328จากกรณีน.ส.ปารีณาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกล่าวหา น.ส.พรรณิการ์ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหลายพื้นที่ของกทม.วันที่ 2-3 สิงหาคม 2562 และความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นการจงใจทำให้โจทเสียหายต่อชื่อเสียง เข้าใจผิดถูกดูหมิ่นเกลียดชังโดยน.ส.พรรณิการ์พร้อมทนายโจทก์ และทนายจำเลยมาศาล ภายหลังศาลไต่สวนเสร็จสิ้น น.ส.พรรณิการ์เปิดเผยว่า ศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 12 ธันวาคม เวลา 09.00 น.ว่าจะรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่

 

ทิ้งบอมบ์ปชป.!!! ถึงคิว'อุเทน'ร่อนแถลงการณ์จัดหนัก4ข้อลาออกจากพรรคอีกราย

ทิ้งบอมบ์ปชป.!!! ถึงคิว'อุเทน'ร่อนแถลงการณ์จัดหนัก4ข้อลาออกจากพรรคอีกราย

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.28 น.
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 นายอุเทน ชาติภิญโญ แถลงการณ์ เรื่อง ขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีเนื้อหาดังนี้ กระผม นายอุเทน ชาติภิญโญ ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นมา ผ่านการชักชวนของผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมให้ความเคารพนับถือ และพรรคพวกเพื่อนฝูงที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เพื่อมุ่งหวังที่จะมาร่วมพลิกฟื้น ร่วมกู้ศรัทธาของสถาบันการเมืองเก่าแก่แห่งนี้ให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อีกครั้ง โดยไม่ได้ต้องการที่จะมาพึ่งใบบุญ หรือหวังประโยชน์โภคผลแต่ประการใด
 
อย่างไรก็ดี หลังจากที่ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับพรรคการเมืองนี้ได้ไม่นาน นับถึงวันนี้ก็ราว 7 เดือนนี้นั้น ก็ทำให้รู้เช่นเห็นชาติว่า พรรคประชาธิปัตย์ในยุคปัจจุบันหมดหนทางที่จะพลิกฟื้นกลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแน่นอน ด้วยสภาพภายในที่มีแต่ความแตกแยก เต็มไปด้วยพวกดีแต่พูด สร้างวาทกรรม คิดแต่การแก่งแย่ง และยึดติดอำนาจเป็นสำคัญ จนถึงวันนี้ยังไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประโยชน์ประชาชนหรือเพื่อสาธารณะใดๆได้เลย
 
ซึ่งเป็นการประมวลจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสหลายๆเหตุการณ์สำคัญ อาทิ

1.ตั้งแต่ที่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่นาน ผมเคยเสนอแนวทางให้แก่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารพรรค โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า หากต้องการที่จะพลิกฟื้นพรรคขึ้นมาโดยเร็ว จำเป็นต้องตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาด ไม่ร่วมเป็นนั่งร้านในการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะ 250 เสียงจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ตั้งโดย คสช.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ก็พร้อมที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ดี พรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทิ้งหลักการและจุดยืนในประชาธิปไตยไปสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. และควรนำจุดแข็งของพรรคในฐานะฝ่ายตรวจสอบกลับมาทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่จำเป็นต้องไปสนับสนุนอีกซีกฝ่ายที่อ้างหลักประชาธิปไตยให้เกิดความขัดแย้งด้วย

2.การที่บุคคลสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ เลือกที่จะรับตำแหน่งต่างๆในช่วงรัฐบาลชุดนี้ ที่มองได้ว่ายึดติดกับยศถาบรรดาศักดิ์มากกกว่าการให้ความสำคัญของการปฏิรูปพรรค หรือการแสดงสปิริตให้สมาชิกพรรคเห็นว่า การที่ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลนั้นเป็นไปตามที่อ้างว่าเพื่อให้ประเทศชาติเดินต่อได้ ไม่ว่าจะเป็น นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคและอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ที่รับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่ประกาศว่าไม่สนใจตำแหน่งดังกล่าวได้ไม่ทันข้ามวัน จนเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล หรือกรณีของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ผ่านการต่อรองผลประโยชน์กับพรรคแกนนำรัฐบาล จนถูกสื่อขนานนามว่า เป็นปรากฎการณ์แย่งชามข้าว อีกทั้งการเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารพรรคภายหลังจากที่ล้มเหลวในการเลือกตั้งเป็นประวัติการณ์ ที่ควรจะทุ่มเทเพื่อพลิกฟื้นพรรค มากกว่าที่จะไปรับตำแหน่งในรัฐบาล

และ 4.ผมเคยชื่นชมและเคารพการตัดสินใจของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค และอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อรับผิดชอบความล้มเหลวจากการเลือกตั้ง และยังลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไรก็ตามความชื่นชมที่เคยมองให้นั้นหมดไปทันที เมื่อมีกระแสข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องการที่จะเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สภาผู้แทนราษฎร มีกำหนดจะตั้งขึ้นในเร็วๆนี้ เนื่องจากเป็นการสะท้อนความไม่มีจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมทั้งความไม่มีจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ได้เลือกที่จะลาออกจากตำแหน่งผู้แทนราษฎร ที่สามารถใช้เวทีรัฐสภาในการต่อสู้เพื่อประชาชนและหลักการประชาธิปไตยได้เอง แต่ไม่ทันไรแล้ว กลับมาอ้างว่าสนใจที่จะกลับเข้ามามีตำแหน่งอีกครั้งเพื่อขับเคลื่อนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เป็นประชาธิปไตยและเป็นไปไม่ได้ที่จะแก้ไขได้ เพราะเขียนขมวดไว้จนยากที่จะแก้ไขปรับสาระเนื้อหาให้เป็นสากล อีกทั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงผู้มีอำนาจในรัฐบาลไม่ยอมและไม่ต้องการให้มีการแก้ไขอย่างแน่นอน

จากการประมวลประสบการณ์ตลอด 7 เดือนในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผมจึงเห็นว่า สมควรแก่เวลาที่ผมจะไม่ยอมผิดหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ยุคปัจจุบัน ที่ไร้จุดยืน ยึดติดอำนาจ มากกว่าหลักการประชาธิปไตย อีกต่อไป ที่สำคัญยังไม่เห็นหนทางที่สถาบันการเมืองเก่าแก่แห่งนี้จะกลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ จึงขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สุดท้ายก็ขอฝากไปถึงพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งว่า ยังไม่สายเกินไปที่จะกลับความคิด ลดละความลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจ และหันกลับมาปรับตัวให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ตามคำขวัญที่พรรคประชาธิปัตย์เคยใช้หาเสียงว่า ประชาชนต้องมาก่อน อย่าให้เป็นเพียงวาทกรรมที่สวยหรูเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

..........................................

 
'วิ่งตามลุง'มาแล้ว!!! กองเชียร์'บิ๊กตู่'สู้ไม่ถอย วัดพลังจัดประชัน'วิ่งไล่ลุง'

'วิ่งตามลุง'มาแล้ว!!! กองเชียร์'บิ๊กตู่'สู้ไม่ถอย วัดพลังจัดประชัน'วิ่งไล่ลุง'

 
จากกรณีที่นายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นประธานยุทธศาสตร์ สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) พร้อมเครือข่ายกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เตรียมจัดกิจกรรม"วิ่งไล่ลุง " ในวันที่ 12 มกราคม 2563 เพื่อเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมนั้น
 
ล่าสุดวันนี้( 3 ธันวาคม 2562 ) เฟชบุ๊ก"เชียร์ลุง" ซึ่งสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความนัดหมายกิจกรรมทางการเมื่องเช่นเดียวกัน โดยระบุว่า 
 
สมาคมคนรักลุง

เจอกันแน่นอนที่คุณอยากจะวิ่ง

ใครจะวิ่งไล่ลุงก็วิ่งไป

12มกราคม เป็นต้นไป วิ่งตามลุง

#พบกันที่..

สวนสุขภาพใกล้บ้านท่านนะครัช

พร้อมใจกัน..วิ่งตามลุง..

เราคนดี..วิ่งเป็นที่เป็นทาง

#ผมรักลุงตู่ ครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานนี้ได้มีผู้เข้าไปคอมเม้นต์จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ขานรับพร้อมที่จะออกไป “วิ่งตามลุง”เพื่อสุขภาพในสวนสาธารณะใกล้บ้าน อาทิ การวิ่งเป็นสิ่งที่ดีกับสุขภาพตัวเองค่ะ ,วิ่งตามลุงแน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้ลุงคนทำดีและรักประเทศชาติทุกคนวิ่งไปยิ้มไปมีความสุขสุขภาพดีทุกคนนะคะยิ้มเข้าไว้คนไทยผู้จิตใจดี คิดดี ทำดี พูดดี วิ่งกันดี ๆ นะ

บางรายก็ระบุว่า  ลุงเป็นแบบอย่างที่ดี เราจะตามลุงค่ะ ,เจอกันที่สวนลุม เพื่อสุขภาพ คิดถึงลุงตู่ ก็ให้วิ่ง สุขภาพแข็งแรง ไม่มีถอย, ค่ะพบกันแน่นอนใกล้ๆบ้านวิ่งไม่ไหวเดินไปวิ่งไปได้ไหมค่ะ555 ,วิ่งทุกวันที่บึงมะขามเทศ 5 โมงเย็นเจอกันค่ะ วิ่งตามลุง ถึงไม่วิ่ง ก็ตามลุงมาหลายปีแล้วค่ะ,วิ่ง ตาม ลุง เพื่อสุขภาพที่ดี ,ไม่ทราบว่า 12 มกราคม 63 วิ่ง ตาม ลุง เริ่มกี่โมงครับ

มาวัดกันละคราวนี้ ระหว่าง วิ่งตามลุง กับวิ่งไล่ยุง..ใครจะมากกว่ากัน..ลุยยย, ตามๆๆวิ่งตามหัวใจไปกับลุง, ใครไม่มีเวลาไปวิ่งตามลุง ก็ส่งใจไปให้ลุงทุกๆวันนะ,วิ่งตามไปอารักขาลุงค่ะ ,วิ่งตามลุง ที่สวนวชิระเบ็ญชทัศ ใกล้บ้านดีและอากาศก็ดี ,ไม่วิ่งตามลุงแต่ขอวิ่งไปกับลุงนะคะ ,เราจะวิ่งตามลุงตู่ วิ่งตามลุงแล้วสบาย,

กลุ่มนึงวิ่งไล่ อีกกลุ่มวิ่งตาม​ ถามแบบบ้านๆ​ถ้าวันนึงวิ่ง​มาป๊ะกันแหมอะไรจะเกิดขึ้น​....ทำเหมือนเดิม​ ได้เหมือนเดิมนะครับ...,อ่านแล้วรู้สึกฮา ตรงที่พบกันที่สวนสุขภาพไกล้บ้านท่านนี่แหละ ใครอยู่พัทลุง ตอนเย็นๆพบกันได้ที่สนามกีฬาโรงเรียนทุกโรงเรียนครับ รับรองได้คนตรึมทุกเย็น 5555,คนใหนวิ่งตามลุงขอให้มีสุขภาพแข็งแรงนะคะ ใครอยากวิ่งไล่ลุง.ก็ให้เค้าวิ่งไปแต่ระวังวิ่งหัวทิ่มลงถนนนะ,วิ่งไม่ไหวแล้วค่า 70 กว่าแล้ว เป็นต้น 

 

 

คดีจบ!! อัยการสั่งไม่ฟ้อง'พิชัย นริพทะพันธุ์'โพสต์ด่าลุงตู่-คสช. เผยจ่อฟ้องกลับ

คดีจบ!! อัยการสั่งไม่ฟ้อง'พิชัย นริพทะพันธุ์'โพสต์ด่าลุงตู่-คสช. เผยจ่อฟ้องกลับ

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.20 น.
 
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐานและความเห็นควรสั่งฟ้อง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และอดีตรมว.พลังงาน ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผู้ต้องหาคดีผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
 
กรณีเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.61 นายพิชัย โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก ในการร่วมวงเสวนาของคณะกรรมการวีรชน พฤษภา 35 ในประเด็นเศรษฐกิจ การปราบทุจริตคอรัปชั่นในยุค คสช.และพลังดูด 4.0 กับโพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.บนนิตยสาร TIME (ไทม์) กับลงข้อความห้ามจำหน่ายในประเทศไทย
 
สำหรับการนัดฟังคำสั่งในวันนี้ เป็นการนัดฟังคำสั่งความเห็นกลับของ ผบ.ตร.ที่ส่งมา เนื่องจากก่อนหน้านี้คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาได้สรุปสำนวนคดีเเล้วมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องนายพิชัย ซึ่งตามขั้นตอนกฎหมายจต้องส่งไปให้ ผบ.ตร.ทำความเห็นว่าจะเห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการหรือไม่ถ้าหาก ผบ.ตร เห็นเเย้งต้องส่ง อัยการสูงสุดชี้ขาด

วันนี้ นายพิชัย เดินทางมาพร้อมด้วย นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะทนายความนายพิชัย

ภายหลังฟังคำสั่ง นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า ทาง ผบ.ตร.มีความเห็นด้วยกับพนักงานอัยการฯ คือ สั่งไม่ฟ้องนายพิชัย ดังนั้น อัยการจึงมีคำสั่งเด็ดขาดว่า นายพิชัยไม่มีความผิดตามข้อหาดังกล่าว เรื่องนี้ต้องย้อนกลับ โดยนายพิชัยได้โพสต์ข้อความเป็นการนำเนื้อหาการวิเคราะห์เศรษฐกิจของสื่อต่างประเทศมาให้ประชาชนได้รับฟัง แต่นายพิชัยกลับมาถูกดำเนินคดีเรื่องความมั่นคงต่อรัฐ ซึ่งนายพิชัยไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้มาตลอด เมื่อคดีเข้าสู่ชั้นพนักงานอัยการ พนักงานอัยการพิจารณาแล้วจึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง กระทั่งวันนี้ ผบ.ตร.มีความเห็นด้วยจึงมีคำสั่งไม่ฟ้องนายพิชัย ในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงต่อประเทศ เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 คดีจึงยุติ

 

ชี้ปัดฝุ่นโปรเจ็คท่าเรือน้ำลึกปากบารา ขัดแย้งความรู้สึกปชช.เมืองท่องเที่ยวจีโอปาร์ค

ชี้ปัดฝุ่นโปรเจ็คท่าเรือน้ำลึกปากบารา ขัดแย้งความรู้สึกปชช.เมืองท่องเที่ยวจีโอปาร์ค

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.53 น.
 

แกนนำนักปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูล ตำหนิวิสัยทัศน์ "รมว.คมนาคม" พรรคภูมิใจไทยที่ประกาศท่าทีรื้อโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราให้กลับมาอีกครั้ง เป็นการทำที่สวนกระแสความรู้สึกและทิศทางของคนพื้นที่  

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 นายสมบูรณ์ คำแหง แกนนำนักปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูล กล่าวว่า การประกาศของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นเรื่องที่คาดคิดมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ไม่ได้ถูกยกเลิกโครงการมาตั้งแต่ต้น แต่เป็นเพียงการยกเลิกการทำกระบวนการผลกระทบและสิ่งแวดล้อมหรือ  EHIA เท่านั้น ซึ่งตัวยุทธศาสตร์ยังอยู่ แต่ที่ไม่คาดคิด คือ ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.พรรคทั้ง 2 เขตไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ที่จะเอาโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารากลับมา  

 

 

"เชื่อว่าเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่จังหวัดสตูล และเชื่อว่า ส.ส.ทั้ง 2 คนต้องถูกตั้งคำถามจากสิ่งที่พรรคได้ประกาศอย่างแน่นอน"

 

 

นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า การประกาศเดินหน้าต่อโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราเป็นความขัดแย้งอย่างแน่นอน เพราะไปกับการท่องเที่ยวทางธรรมชาติไม่ได้ และคงต้องเลือกว่าจะให้จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดส่งเสริมการลงทุนหรือการท่องเที่ยวเชื่อว่าเป็นโจทย์ใหญ่ที่คนสตูลต้องมาพูดคุยกันและต้องสื่อสารไปยังพรรคนี้ด้วย

"แนวคิดในการประกาศในครั้งนี้เชื่อว่าเป็นชุดความคิดเก่าที่ต้องการเป็นผู้นำในการขนส่งสินค้าโลกคิดจะใช้วิธีนี้ในการฟื้นเศรษฐกิจและละเลยมติการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทุนทางสังคม เกษตรและประมง ซึ่งขัดความรู้สึกของชาวสตูล" นายสมบูรณ์ กล่าว

วิถีอีสานบ้านเฮา! ชาวนาพาลูกหลานลุยโคลนจับปลา สอนอยู่กินแบบเรียบง่าย

วิถีอีสานบ้านเฮา! ชาวนาพาลูกหลานลุยโคลนจับปลา สอนอยู่กินแบบเรียบง่าย

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.55 น.
 
3 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันหลายพื้นที่มีสภาพอากาศที่หนาวเย็น เนื่องจากอุณหภูมิลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ 18 องศา ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ ส่วนเกษตรกรชาวนา หลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จก็ต่างพากันพาครอบครัวลงไปที่ทุ่งนาของตนเอง เพื่อกินข้าวใหม่ปลามัน โดยเฉพาะชาวนาบ้านหนองแวงฮี หมู่ที่ 12 ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ได้พาครอบครัวพร้อมลูกหลานไปสูบสระจับปลา โดยการใช้เครื่องสูบหัวท่อพญานาค สูบน้ำออกจากสระน้ำที่อยู่หัวไร่ปลายนา มีขนาดความประมาณกว้าง 4x6 เมตร ซึ่งทุกปีหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว ชาวนาจะพาครอบครัวรวมตัวกัน โดยการลงแขกจับปลาที่อยู่ในสระกันและจะมีเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 4 ขวบมาร่วมด้วย ซึ่งเป็นการฝึกฝนเรียนรู้การหาอยู่หากินแบบวิถีชีวิตของคนอีสาน
 

ทั้งนี้ บรรยากาศนั้นเป็นไปอย่างสนุกสนาน เนื่องจากทั้งหมดได้ทำกิจกรรมร่วมกันลุยโคลนจับปลา ซึ่งแต่ละคนได้ปลาตัวใหญ่ก็จะตื่นเต้นดีใจจับขึ้นมาโชว์ เป็นภาพที่สร้างความคึกคักสนุกสนาน  และความอบอุ่นแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก จนลืมสภาพอากาศที่หนาวเย็นไปเลย ส่วนปลาที่จับได้ก็จะนำมาประกอบเป็นอาหารพื้นบ้าน ซึ่งเป็นเมนูง่ายๆ พอหาเครื่องครัวอะไรได้ก็ใส่ลงไป เพราะว่าอยู่กลางทุ่งนา เมนูก็จะมี เช่น เผาปลาหมอโรยเกลือ ต้มช่อนปลาใส่ฝักมะขามอ่อน กินคู่กับแจ่วพริกผง ข้าวเหนียวใหม่ร้อนๆ แทบไม่อยากวางช้อนกันเลยทีเดียว

โดยปีนี้ชาวนาดีใจกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากสระน้ำขนาดเล็กแห่งนี้ มีปลาเยอะมากเกินความคาดหมายไว้ และปลาที่จับได้มีหลากหลายชนิด เช่น ปลาหมอ ปลาดุก ปลาช่อน ประตะเพียนฯ ปรากฏว่าได้ปลามากจน ไม่มีที่ใส่ปลา ต้องเตรียมโอ่งใส่น้ำมาคัดแยกปลาแต่ละชนิดเพื่อป้องกันปลาตาย หลังจากกิจกรรมจับปลาเสร็จแล้ว ก็กลับบ้านเพื่อแจกจ่ายให้แก่ญาติพี่น้องเท่าๆ กันที่เหลือก็จะนำไปขายในหมู่บ้านที่ราคาถูกกว่าท้องตลาดสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 .....................................................................

3 ธันวาคม 2562

 

 



 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน