*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5674
  • จำนวนผู้ชม : 3392046
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 392 , 14:33:17 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         หากเราคนไทยคิดว่าจะฝากผีฝากไข้ไว้กับพรรคปชป.ก็จะต้องคิดกันแล้ว เนื่องจากพรรคนี้ยึดอุดมการณ์ของตัวเองตลอดมา

ซึ่งก็ได้แก่ความโปร่งใส ไม่ทุจริตเป็หลัก นับว่าเป็นคุณสมบัติส่วนดี แต่ทว่า เนื่องจากโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ

เกี่ยวกับเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน จำเป็นต้องใช้ความฉลาด ไหวพริบ และจังหวะเพื่อดำเนินการให้ทันทั้งภายในประเทศ และ

ยังจะต้องมีบทบาทท่วงที ให้ทันต่อเหตุการณ์เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง แต่เราก็ค่อยจะได้ดังใจกับปชป.เสียเลย เนื่องจากมัวแต่ยึดหลักการ

เสียจนไม่ลืมหูลืมตานั้นเอง อะไรจะเกิดก็เกิด ขอให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีอุดมการณ์เท่านั้น sencitive น้อยนิด

         จะมีใครปลุกปชป.ให้ทันสมัยได้บ้างหนอ ซึ่งอันที่จริงเริ่มมีแววที่หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน นายจุรินทณ์ ลักษณะวิศิษฎ์ ขึ้นมาบ้าง

แล้ว เพียงแต่นายจุรินทร์ก็ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่คนร่วมพรรคอื่นๆด้วยเหมือนกัน

         อ่านบทความ ทบทวนเส้นทาง 7 ทศวรรษ พรรคประชาธิปัตย์ เคียงคู่ประชาธิปไตย ‘แบบไทยๆ’ เพื่อทบทวนเส้นทางเดินของพรรคปชป.

กันด้วยครับ

 

ร9-สวรรคต

 

ยึดอุดมการณ์ 73ปีปชป.!‘เทพไท’แจง 3 ข้อโหวตหนุนตั้งกมธ.ศึกษาม.44

ยึดอุดมการณ์ 73ปีปชป.!‘เทพไท’แจง 3 ข้อโหวตหนุนตั้งกมธ.ศึกษาม.44

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 09.02 น.

ยึดอุดมการณ์ 73ปีปชป.!‘เทพไท’แจง 3 ข้อโหวตหนุนตั้งกมธ.ศึกษาม.44

5 ธันวาคม 2562 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัว กรณีโหวตสวนมติพรรคประชาธิปัตย์ โดยลงมติเห็นด้วยให้ตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากประกาศ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ระบุว่า 

“73 ปีที่มีให้ไว้กับประชาชน อุดมการณ์ของพรรค สำคัญที่สุดสำหรับคนเป็นสมาชิกพรรค

ผมได้ลงมติเห็นด้วยกับญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบของ ม.44 ด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ 1.เป็นญัตติของพรรค ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมพรรค และมีอดีต รมต. 7 คนลงชื่อเป็นเจ้าของญัตติเอง 2.ได้อภิปรายสนับสนุนญัตตินี้ในสภาอย่างชัดเจน 3.เป็นญัตติที่ตรงกับอุดมการณ์ของพรรคที่ประกาศมา 73 ปีแล้ว

ผมขอยืนยันในจุดยืนเดิม 1ใน5เสียง คือเสียงของผมเองครับ”

1.1K

เส้นทาง 7 ทศวรรษ พรรคประชาธิปัตย์ เคียงคู่ประชาธิปไตย ‘แบบไทยๆ’

 Posted On 6 April 2019 Pongpiphat Banchanont

หากจะมองหาหนึ่งใน ‘พรรคการเมือง’ ที่มีสีสันที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ไม่ต้องมองไปไหนไกล คือ ‘พรรคประชาธิปัตย์’ (ปชป.) นี่เอง

 

ด้วยความยาวนานที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2489 ทำให้มีโอกาสอยู่ร่วมในเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมืองมากมาย บางครั้งเป็นตัวละครเอก บางครั้งเป็นตัวประกอบ, บางช่วงก็โจมตีวิพากษ์วิจารณ์ทหาร บางช่วงก็หันมาจับมือกับทหาร, หลายครั้งต้องรับมือกับการชุมนุมโค่นล้ม แต่มาช่วงหลังกลับไปจัดการชุมนุมเสียเอง ฯลฯ

ในวันนี้ยังตรงกับวันที่ ปชป. ฉลองวันเกิดครบรอบอายุ 73 ปี (แม้ว่าวันเกิดจริงๆ จะตรงกับวันที่ 5 เม.ย. ทว่าได้เลื่อนมาฉลองวันที่ 6 เม.ย. ให้ตรงกับวันจักรี ได้พักใหญ่แล้ว)

และนี่คือเส้นทางตลอด 7 ทศวรรษของ ปชป. ที่เดินเคียงคู่กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย อันลุ่มๆ ดอนๆ

 

ยุค ควง อภัยวงศ์ (2489 – 2501)

2489 – ตั้งพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่บ้านแถวราชวงศ์ ด้วยวัตถุประสงค์คือเป็นฝ่ายค้านของปรีดี พนมยงค์ / ให้ ‘ควง อภัยวงศ์’ อดีตสมาชิกคณะราษฎรฝ่ายพลเรือน และอดีตนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก / ไปจดทะเบียนจัดตั้งพรรค วันที่ 30 ก.ย. ต่อกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นพรรคลำดับที่ 2 ในประวัติศาสตร์ต่อจากพรรคเสรีมนังคศิลา ของจอมพล ป. พิบูลสงคราม

2490 – รับเป็นรัฐบาลให้ทหาร เกิดรัฐประหารนำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ / ควงยอมรับเป็นนายกฯ ให้ทหาร ก่อนจะถูกทหารจี้ออก เพื่อเปิดทางให้จอมพล ป. ขึ้นเป็นนายกฯ

2501 – พรรคถูกยุบ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หัวหน้าคณะปฏิวัติ ประกาศให้รัฐธรรมนูญ รัฐสภา และพรรคต่างๆ สิ้นสุดลง

 

(2501 – 2511 ไม่มี ปชป.)

 

ยุค ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช (2511 – 2522)

2511 – ควงเสียชีวิต ด้วยโรคระบบทางเดินทางหายใจขัดข้อง / วันที่ 6 พ.ย. ปชป.กลับมาจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองใหม่ (เกิดคดีฟ้องร้องแย่งชื่อพรรค) / ‘ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช’ อดีตนายกฯ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนที่สอง

2519 – เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ชนะเลือกตั้ง ม.ร.ว.เสนีย์เป็นนายกฯ แต่ถูก พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ รัฐประหาร ในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ สมาชิกบางคนต้องหนีเข้าป่าเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เช่น ชวน หลีกภัย

 

ยุค ถนัด คอมันตร์ (2522 – 2525)

2522 – ‘ถนัด คอมันตร์’ อดีต รมว.ต่างประเทศ เป็นหัวหน้าพรรคคนที่สาม แทน ม.ร.ว.เสนีย์ ที่วางมือหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ถือเป็นยุคที่ตกต่ำที่สุด

 

ยุค พิชัย รัตตกุล (2525 – 2534)

2525 – ‘พิชัย รัตตกุล’ เป็นหัวหน้าพรรคคนที่สี่ แทนถนัดที่ครบวาระดำรงตำแหน่ง

2529 – ชนะเลือกตั้ง แต่หลีกทางให้ป๋า ปชป.ชนะเลือกตั้ง แต่หลีกทางให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นนายกฯ มาตั้งแต่ปี 2523 ได้อยู่บนเก้าอี้ต่อ แต่เป็นสมัยสุดท้าย ก่อนประชาชนเบื่อหน่าย นักวิชาการ 99 คน ถวายฎีกา กระทั่งเจ้าตัวต้องประกาศว่า “ผมพอแล้ว” ไม่รับตำแหน่งนายกฯ อีก ปิดฉากประชาธิปไตยครึ่งใบ

2530 – ‘กบฎ 10 มกรา’ เกิดเหตุการณ์กบฎ 10 มกราฯ ไม่ใช่กบฎระดับชาติ แต่เป็นกบฎภายใน ปชป.เอง เมื่อสมาชิกพรรคกลุ่มหนึ่งจะเสนอชื่อ เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ เป็นหัวหน้าพรรคแทนพิชัย ในวันประชุมใหญ่วิสามัญ 10 ม.ค. แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ และ ส.ส.จำนวนหนึ่งลาออกไปตั้งพรรคใหม่ (พรรคประชาชน)

 

 

ยุค ชวน หลีกภัย (2534 – 2546)

2534 – ‘ชวน หลีกภัย’ เป็นหัวหน้าพรรคคนที่ห้า แทนพิชัยที่ครบวาระดำรงตำแหน่ง / ในปีเดียวกัน เกิดเหตุ รสช. รัฐประหาร

2535 – พฤษภาทมิฬ ประชาชนขับไล่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร แกนนำ รสช.และ ผบ.ทบ. ที่เสียสัตย์เพื่อชาติ มีการแบ่งพรรคการเมืองออกเป็น 2 ฝ่ายโดยสื่อมวลชน คือพรรคเทพและพรรคมาร ด้วยจุดยืนว่าสนับสนุนทหารหรือไม่ / ปชป.ชนะเลือกตั้ง ชวนได้เป็นนายกฯ / อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก และได้เป็นโฆษกรัฐบาล

2540 – ‘กลุ่มงูเห่า’ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการ ปชป.ขณะนั้น ดึง ส.ส.พรรคประชากรไทย 12 คน ที่ถูกเรียกว่า ‘กลุ่มงูเห่า’ มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ หลัง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกเพราะวิกฤตต้มยำกุ้ง

 

ยุคบัญญัติ บรรทัดฐาน (2546 – 2548)

2546 – ทศวรรษใหม่ vs ผลัดใบ ‘บัญญัติ บรรทัดฐาน’ เป็นหัวหน้าพรรคคนที่หก แทนชวนที่ครบวาระดำรงตำแหน่ง / เกิดจากแย่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคระหว่างกลุ่มทศวรรษใหม่ (บัญญัติ) vs กลุ่มผลัดใบ (อภิสิทธิ์-สุเทพ) กระทั่งทีวีหลายช่องต้องถ่ายทอดสดในวันประชุมใหญ่ของพรรค

 

ยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (2548 – 2562)

2548 – ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ เป็นหัวหน้าพรรคคนที่เจ็ด แทนบัญญัติที่ลาออกเพื่อรับผิดชอบหลังแพ้เลือกตั้ง

2549 – บอยคอตเลือกตั้ง / คมช.รัฐประหาร

2551 – ‘ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร’ อภิสิทธิ์พลิกมาเป็นนายกฯ หลังชนะโหวตในสภา เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค มีการดึง ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน 23 คนมาร่วมรัฐบาล ปชป. ที่เกิดขึ้นภายใต้ข้อครหาจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร เพราะมีการพาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไปหารือกับ ผบ.ทบ.ขณะนั้น ในค่ายทหาร

2556 – ‘ม็อบนกหวีด’ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ ปชป.พร้อมด้วยแกนนำพรรคจำนวนหนึ่งไปร่วมกันจัดตั้งม็อบคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก่อนจะยกระดับเป็นขับไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยมีการใช้ ‘นกหวีด’ เป็นสัญลักษณ์ มีการเคลื่อนไหวดาวกระจายหลายครั้ง และตั้งเวทีหลายจุดใน กทม. และแม้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จะยุบสภา หรือพ้นจากตำแหน่ง ม็อบนี้ก็ยังอยู่ต่อไป โดยอ้างว่าเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศ

2557 – บอยคอตเลือกตั้ง / คสช.รัฐประหาร

2562 – แพ้เลือกตั้ง อภิสิทธิ์ลาออก

 ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอสรรหาหัวหน้าพรรคคนที่แปด

 

(ในภาพหน้าปก จะเห็นอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถึง 3 คน และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ อีก 1 คน เป็นเหตุการณ์เมื่อปี 2556 ที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เดินประท้วงการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ก่อนการถือกำเนิดขึ้นของกลุ่ม กปปส. ปลายปีเดียวกัน)

 .........................................................

 

ยินดี'พรรคลุงมิ่ง'หนุนรบ. 'วิรัช'ปิดปากปม'งูเห่า' โยนผู้ใหญ่เคลียร์6สส.ปชป.

ยินดี'พรรคลุงมิ่ง'หนุนรบ. 'วิรัช'ปิดปากปม'งูเห่า' โยนผู้ใหญ่เคลียร์6สส.ปชป.

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.40 น.
 
"ประธานวิปรัฐบาล"ขอบคุณพรรคเศรษฐกิจใหม่สนับสนุนรัฐบาล ยันจากนี้ต้องเตรียมเสียงในญัตติต่างๆรอบคอบขึ้น โยนผู้ใหญ่รัฐบาลเคลียร์6ส.ส.ปชป.เอง

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2562 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานกรรมการในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสามารถคุมเสียงในรัฐสภาจนไม่เกิดเหตุการณ์สภาล่มเป็นครั้งที่ 3 ในการลงมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 หรือไม่ ว่า คะแนนเป็นไปตามที่พูดคุยในที่ประชุมวิปรัฐบาล แต่เวลานี้เราได้เห็นถึงปัญหาแล้วหากเราไม่ทำตามเสียงของวิปรัฐบาลปัญหาจะเกิดขึ้นอย่างไร ดังนั้น จากนี้คงต้องเข้มงวดขึ้น เพราะญัตตินี้คงไม่ใช่ญัตติสุดท้าย วิปรัฐบาลต้องเตรียมทุกอย่างให้รอบคอบขึ้นโดยเฉพาะเสียงที่มีเท่านี้เราต้องทำให้ดีกว่าที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณเพื่อสมาชิก ส.ส.ทุกคนทุกพรรคที่ทำให้ทุกอย่างจบด้วยดี

"ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ผมไม่ได้อัดอัด หรือกังวลใจอะไรกับเสียงที่เกิดขึ้นจากนี้ เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องแก้ไขให้ดีขึ้น รัฐบาลยังต้องเดินหน้าพูดคุยกันให้มากขึ้น หากทุกพรรคร่วมรัฐบาลช่วยกันแบบเมื่อวานนี้ ผมก็มั่นใจรัฐบาลจะเดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งทางด้านการบริหาร และด้านนิติบัญญัติ"

ส่วนเรื่องพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่สวนมติขอเสนอตั้งกรรมาธิการศึกษา 6 คน นายวิรัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ผู้ใหญ่ของรัฐบาล รวมถึงผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ต้องคุยกัน ว่าจะทำอย่างไร ตนไม่ขอไปก้าวล่วงให้ความเห็นในส่วนนี้ เพราะหากพูดอะไรไปคนจะไปตีความจนเกิดความขัดแย้ง ส่วนประเด็นเรื่องงูเห่า ตนไม่ขอวิจารณ์ เพราะไม่ทราบในส่วนนี้ แต่ต้องยินดีที่พรรคเศรษฐกิจใหม่หันมาสนับสนุนรัฐบาล

.......................................................

‘สุทิน’รู้แล้วต้นเหตุ‘พลภูมิ’เป็น‘งูเห่า’ นัดถกฝ่ายค้านเคลียร์ชัดๆใครจะอยู่-ไป

‘สุทิน’รู้แล้วต้นเหตุ‘พลภูมิ’เป็น‘งูเห่า’ นัดถกฝ่ายค้านเคลียร์ชัดๆใครจะอยู่-ไป

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.40 น.

‘สุทิน’รู้แล้วต้นเหตุ‘พลภูมิ’เป็น‘งูเห่า’ เหน็บรบ.ลงทุนสูงมาก นัดถกฝ่ายค้านเคลียร์ชัดๆใครจะอยู่-ไป

5 ธันวาคม 2562 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณีมีเสียง ส.ส.ฝ่ายค้านไปแสดงตัวเป็นองค์ประชุมในการพิจารณาตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบ ม.44 ว่า การหาเสียงแสดงองค์ประชุมของรัฐบาลครั้งนี้เป็นการลงทุนลงแรงทุกวิธีการ ซึ่งเป็นการลงทุนที่สูงมาก ถือว่าไม่ผิดคาด เพราะเราเชื่อว่าถ้ารัฐบาลทำทุกวิถีทางก็คงต้องออกมาเป็นเช่นนี้

 นายสุทิน ระบุว่า ในส่วนของวิปฝ่ายค้านหลังจากนี้คงมีการประชุมเปิดอกคุยกันว่าใครจะยังคงจุดยืน และทำงานร่วมกันต่อ หรือใครจะประสงค์ทำงานการเมืองในแนวทางอื่น ซึ่งเราไม่มีการบังคับกันเพราะการมาทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านเป็นเพราะกระแสสังคมส่งมา ถ้าใครจะวิเคราะห์ว่ากระแสสังคมเปลี่ยนไป จะเลือกการเดินการเมืองแนวทางอื่น ก็เป็นสิทธิ หลังจากนี้เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ เราเหลือเท่าไรก็ทำงานได้ เพราะถึงอย่างไรจำนวนเสียงก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่คุณภาพและจุดยืนที่แน่วแน่เท่านั้นที่จะเป็นอาวุธของฝ่ายค้าน

“ส่วน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่แสดงตัวเป็นองค์ประชุม 3 คนนั้น นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. เราไม่แปลกใจเพราะเข้าใจ และทราบมาก่อนว่าเขามีบุญคุณต่อกันเรื่องคดีก่อนหน้านี้ ส่วนที่เหลืออีก 2 คนถือว่าผิดคาด เราจึงยังต้องรอฟังเหตุผลของเขาก่อน” นายสุเทิน กล่าว

....................................................

ประธานกกต.ชี้เลยเดดไลน์‘อนค.’แจงปม‘ทอน’ปล่อยกู้ จ่อตัดสิน 11 ธ.ค.

ประธานกกต.ชี้เลยเดดไลน์‘อนค.’แจงปม‘ทอน’ปล่อยกู้ จ่อตัดสิน 11 ธ.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.08 น.
ประธานกกต.ชี้เลยเดดไลน์‘อนค.’แจงปม‘ทอน’ปล่อยกู้ จ่อตัดสิน 11 ธ.ค.
 

5 ธันวาคม 2562 ที่ท้องสนามหลวง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยเงินกู้ให้พรรคอนาคตใหม่ ว่า ขณะนี้เลยกำหนดเวลาที่ให้พรรคอนาคตใหม่ยื่นชี้แจงกรณีดังกล่าว กกต.จึงถือว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ติดใจ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ สำนักงาน กกต.ต้องทำเรื่องเสนอขึ้นมายังคณะกรรมการฯต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน มีมติตัดพยานหลักฐานที่พรรคอนาคตใหม่ยังไม่ชี้แจงเพิ่มเติมออกไป โดยจะพิจารณาจากพยานหลักฐานเท่าที่มี ก่อนจะเสนอที่ประชุม กกต. พิจารณาวินิจฉัยในวันที่ 11 ธันวาคม นี้ ว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง หรือ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง หรือไม่

 .........................................................

 

 

‘บิ๊กตู่’บอกเลิกพูดเถอะ ยันพรรคร่วมเข้าใจกันดี ไม่ต้องส่งสัญญาณ ปัญหาอยู่ที่คน

‘บิ๊กตู่’บอกเลิกพูดเถอะ ยันพรรคร่วมเข้าใจกันดี ไม่ต้องส่งสัญญาณ ปัญหาอยู่ที่คน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.32 น.
 

‘บิ๊กตู่’บอกเลิกพูดเถอะ ยันพรรคร่วมเข้าใจกันดี ไม่ต้องส่งสัญญาณ ปัญหาอยู่ที่คน

 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 ธันวาคม 2562 ที่บริเวณท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กลาโหม) กล่าวภายหลังร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ว่า วันนี้ประเทศชาติก็สงบร่มเย็น แต่มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ปัญหาคือเรื่องของปัญหาที่ต้องแก้กันไป ถ้าทุกคนเอาแต่ปัญหามารุมเร้ากันทุกเรื่อง จนทำให้การบริหารทำงานไม่ได้ มันคงไม่ใช่ ตนคิดว่าต้องทำให้การบริหารราชการทำได้ ส่วนปัญหาต้องช่วยกันแก้ไป ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ไปอะไรกับใครทั้งสิ้น จะตรวจสอบหรือจะถ่วงดุลก็ว่ากันไป แต่ในทางปฏิบัติอย่าทำให้ระบบราชการเสียหายเพียงเท่านั้นเอง ซึ่งตนรับผิดชอบแค่นั้นแหละตรงนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสิ่งที่นายกฯ พูดต้องการจะส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เลิกพูดเถอะนะสัญญาณ ทำไมต้องส่งสัญญาณ”

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เขาคงเข้าใจกันอยู่ และคงเข้าใจกันมากขึ้น”

เมื่อถามต่อว่า ทุกอย่างไม่น่าจะมีปัญหาแล้วใช่หรือไม่หลังจากมีการนัดมิตติ้งพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “พอแล้วปัญหาอยู่ที่คนนี่แหละ” ก่อนจะเดินไปทันที

 

‘บิ๊กตู่’บอกเลิกพูดเถอะ ยันพรรคร่วมเข้าใจกันดี ไม่ต้องส่งสัญญาณ ปัญหาอยู่ที่คน

‘บิ๊กตู่’บอกเลิกพูดเถอะ ยันพรรคร่วมเข้าใจกันดี ไม่ต้องส่งสัญญาณ ปัญหาอยู่ที่คน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.32 น.

‘บิ๊กตู่’บอกเลิกพูดเถอะ ยันพรรคร่วมเข้าใจกันดี ไม่ต้องส่งสัญญาณ ปัญหาอยู่ที่คน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 ธันวาคม 2562 ที่บริเวณท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กลาโหม) กล่าวภายหลังร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ว่า วันนี้ประเทศชาติก็สงบร่มเย็น แต่มีปัญหาอยู่บ้าง แต่ปัญหาคือเรื่องของปัญหาที่ต้องแก้กันไป ถ้าทุกคนเอาแต่ปัญหามารุมเร้ากันทุกเรื่อง จนทำให้การบริหารทำงานไม่ได้ มันคงไม่ใช่ ตนคิดว่าต้องทำให้การบริหารราชการทำได้ ส่วนปัญหาต้องช่วยกันแก้ไป ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ไปอะไรกับใครทั้งสิ้น จะตรวจสอบหรือจะถ่วงดุลก็ว่ากันไป แต่ในทางปฏิบัติอย่าทำให้ระบบราชการเสียหายเพียงเท่านั้นเอง ซึ่งตนรับผิดชอบแค่นั้นแหละตรงนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสิ่งที่นายกฯ พูดต้องการจะส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เลิกพูดเถอะนะสัญญาณ ทำไมต้องส่งสัญญาณ”

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เขาคงเข้าใจกันอยู่ และคงเข้าใจกันมากขึ้น”

เมื่อถามต่อว่า ทุกอย่างไม่น่าจะมีปัญหาแล้วใช่หรือไม่หลังจากมีการนัดมิตติ้งพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “พอแล้วปัญหาอยู่ที่คนนี่แหละ” ก่อนจะเดินไปทันที

 

รมช.สธ.รับมอบ'รพ.วัดสมานรัตนาราม'จากผู้มีจิตศรัทธาจ.ฉะเชิงเทรา

รมช.สธ.รับมอบ'รพ.วัดสมานรัตนาราม'จากผู้มีจิตศรัทธาจ.ฉะเชิงเทรา

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.34 น.
  •  
 

"รมช.สาธารณสุข"รับมอบ"รพ.วัดสมานรัตนาราม"ขนาด150เตียง จากผู้มีจิตศรัทธาในจ.ฉะเชิงเทรา เป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข หลังก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการประชาชน

 

เมื่อวันที่ 4 ธันวามคม 2562 ที่ผ่านมา นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เดินทางมารับมอบโรงพยาบาลวัดสมานรัตนาราม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 150 เตียง จากพระประชาธรรมนาถ เจ้าอาวาสวัดสมานรัดตนาราม เจ้าคณะอำเภอแปลงยาว และท่าตะเกียบ เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมี สมเด็จพระธีรญาณมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 1-2-3 และ 12-13 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นายประสงค์ คงเคารพธรรม รอง ผวจ.ฉะเชิงเทรา นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 6 นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ สสจ.ฉะเชิงเทรา พญ.สมบัติ ชุติมานุกูล ผอ.รพ.พุทธโสธร และประชาชนจำนวนมาก ร่วมพิธี ณ อาคารผู้ป่วยชั้น1 รพ.วัดสมานรัตนาราม

 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลวัดสมานรัตนาราม เกิดจากแรงศรัทธาของประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์ในการจัดซื้อที่ดินจำนวน 5 ไร่ ตั้งแต่เมื่อปี 2554 เพื่อใช้ก่อสร้างโรงพยาลาล และได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2556 จนแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการแก่ประชาชนในส่วนชั้นที่ 1 และ 2 ได้ในวันที่ 4 ธ.ค.2562 ส่วนชั้นที่ 3 จนถึงชั้นที่ 9 ยังอยู่ระหว่างการตกแต่ง และพร้อมที่จะเปิดให้บริการต่อเนื่องได้ในปี 2564

และในอนาคตยังมีแผนที่จะก่อสร้างอาคารแพทย์แผนไทยขนาด 6 ชั้นเพิ่มเติมอีก 1 อาคาร รวมมูลค่าดำเนินการทั้งสิ้น 700 - 1,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นสถานพยาบาล ทีสามารถรองรับการให้บริการด้านสุขภาพ ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก การดูแลพระสงฆ์ ผู้สูงอายุ และการฟื้นฟูสภาพให้กับประชาชนอย่างครบวงจร

ที่ผ่านมายังได้มีการจัดตั้งมูลนิธิวัดสมานรัตนาราม เพื่อให้การสนับสนุนงบประมาณแก่ทางโรงพยาบาลฯ ในระยะยาว รวมมอบทุนการศึกษา ให้นักเรียนแพทย์ พยาบาลจนจบหลักสูตร

ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณ เผยว่ประเทศไทยเป็นประเทศชั้นแนวหน้าด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 6 ของโลก ปัจจุบันโรงพยาบาลหลายแห่งมีปัญหา เรื่องความแออัด ทั้งด้านสถานที่และตัวบุคคลากรทางการแพทย์ ซึ่งหลังได้รับมอบโรงพยาบาลวัตสมานรัตนาราม หรือ รพ.พุทธโสธร 2 ในอนาคตจะผลักดันให้มีการจัดโควต้าบุคคลากรทางการแพทย์และพยาบาล ให้มาลงในพื้นที่แห่งนี้เพิ่มมากขึ้น

 

 

 ...........................................................................

 

 

 
 
หน้าแรก / คอลัมนิสต์
พฤหัสบดี 5 ธันวาคม 2562

ชำนาญ จันทร์เรือง

ดูบทความทั้งหมด

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "มองมุมใหม่"

25 เมษายน 2561
 6,129

หน้าที่ของพรรคการเมือง

ในการเปิดโอกาสให้มีการจดแจ้งพรรคการเมืองต่อ กกต.ในช่วงเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา มีกลุ่มการเมืองยื่นเสนอความจำนงถึง 97 พรรค

แต่คงมีไม่กี่พรรคที่จะผ่านขั้นตอนการเป็นพรรคโดยสมบูรณ์และลงสนามการเลือกตั้ง หลายคนสงสัยว่ากลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองทั้งที่มีอยู่แล้วและที่สิ้นสภาพไปนั้น มีหน้าที่อะไรกันแน่จึงได้มีพรรคการเมืองเกิดขึ้นมากมาย และก็สิ้นสภาพไปอย่างมากมายเช่นกัน ด้วยเหตุแห่งการไม่ได้ทำหน้าที่ของพรรคการเมืองอย่างแท้จริง

พรรคการเมือง (political party) คืออะไร

พรรคการเมือง (political party) มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า Par (คำเดียวกับที่ใช้ในสนามกอล์ฟนั่นแหละครับ) ซึ่งแปลว่า “ส่วน” พรรคการเมืองจึงหมายถึงส่วนของประชาชนในประเทศ ที่แยกเป็นส่วนๆ ตามความคิดเห็นและประโยชน์ได้เสียทางการเมือง

ในทางทฤษฎีแล้วพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในระบบการเมือง เพราะพรรคการเมืองเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยคนจำนวนมากที่มีภารกิจที่จะไปสู่จุดหมายเดียวกัน พรรคการเมืองเป็นสื่อกลางที่จะเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับรัฐบาล และพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือสำคัญที่ชักนำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง พรรคการเมืองเป็นผู้รวบรวมผลประโยชน์ของประชาชนมาเป็นนโยบายของพรรคตน ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งคนใดเห็นด้วยกับนโยบายของพรรคการเมืองใดก็จะเลือกพรรคการเมืองนั้นเข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของตนในรัฐสภา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในระบอบการเมืองไทยที่ผ่านมาพรรคการเมืองไทยแทบจะไม่ได้ทำหน้าที่ที่กล่าวมานี้เลย

หน้าที่ของพรรคการเมือง

ในเรื่องนี้อาจารย์ณัชชาภัทร อุ่นตรงจิตร ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับหน้าที่ของพรรคการเมืองในหนังสือ “รัฐศาสตร์ ซึ่งผมใช้เป็นตำราประกอบการสอนและเขียนบทความมาโดยตลอดอย่างยาวนานกว่า 10 ปีว่า

1.ประกาศหรือแถลงนโยบายหลักของพรรคการเมืองที่ประชาชนจะได้นำไปศึกษาพิจารณา เพื่อตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง

2.ปลุกเร้าและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งพรรคการเมืองมีบทบาทสำคัญในการสร้างหรือปลุกเร้าความคิดความเห็นทางการเมืองของประชาชน

3.ส่งผู้แทนเข้าสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้ง

ซึ่งในเรื่องนี้ผมมีข้อสังเกตว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 91 (5) บัญญัติไว้ว่า หากพรรคการเมืองใดไม่ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปสองครั้งติดต่อกันหรือเป็นระยะเวลา ปีติดต่อกัน สุดแต่ระยะเวลาใดจะยาวกว่ากัน พรรคการเมืองนั้นเป็นอันสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ฉะนั้น พรรคการเมืองใดที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่มีการส่งสมาชิกลงเลือกตั้ง จึงมิใช่พรรคการเมืองทั้งทางทฤษฎีรัฐศาสตร์และทางกฎหมาย

4.จัดตั้งรัฐบาลหากได้รับเสียงข้างมากในสภาฯ และปฏิบัติภารกิจตามนโยบายที่ได้วางไว้

5.ควบคุมรัฐบาลหากไม่สามารถได้เสียงข้างมากในสภาฯ ก็ทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน คอยควบคุมการทำงานของรัฐบาล โดยการตั้งกระทู้ถามหรือเสนอญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบเป็นรายกระทรวง หรือคณะ นอกจากนี้ยังสามารถวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลผ่านทางสื่อมวลชน การประชุมสัมมนา และช่องทางอื่นๆ เพื่อมิให้รัฐบาลใช้อำนาจตามอำเภอใจ

6.ประสานระหว่างกลุ่มผลประโยชน์กับรัฐบาล โดยการพยายามเสนอข้อเสนอของกลุ่มผลประโยชน์ของตนเอง และไกล่เกลี่ยผลประโยชน์ให้ได้เพื่อผลประโยชน์ของชาติ และในขณะเดียวกันต้องไม่ขัดกับผลประโยชน์ของกลุ่มตนเองให้ได้มากที่สุด

ในความเป็นจริง สำหรับการเมืองไทยเรา พรรคการเมืองไทยแทบจะไม่ได้ทำหน้าที่ที่พึงกระทำเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามข้อ 5 และข้อ 6 เพราะแต่ละพรรคต่างก็มุ่งที่จะเป็นพรรครัฐบาล จนมีคำกล่าวได้ว่าพรรคการเมืองมีเพียง “พรรครัฐบาล” กับ พรรครอร่วมรัฐบาล” เท่านั้น หรือไม่เช่นนั้นเมื่อเป็นพรรคฝ่ายค้านแทนที่จะทำหน้าที่ “ฝ่ายค้าน” อย่างสร้างสรรค์ กลับทำหน้าที่เป็น ฝ่ายแค้น” แทน

จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของพรรคการเมืองกันอย่างมาก บางคนเข้าใจว่าพรรคการเมืองมีหน้าที่ฝากลูกฝากหลานเข้าโรงเรียน เข้าทำงานราชการ ฯลฯ แต่ก็อย่างว่าที่ผ่านมาพรรคการเมืองไทยเราก็มักจะสร้างความเข้าใจว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ขนบธรรมเนียมของไทยเราเวลามีงานประเพณี งานบวช งานแต่ง งานตาย กฐิน ผ้าป่า ฯลฯ ผู้คนก็หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร แต่ไม่ใช่ถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาประกาศกำหนดวันเลือกตั้งแล้วย่อมเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะแทนที่จะได้บุญกลับจะกลายเป็นโทษแทน

เมื่อเราเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของพรรคการเมืองที่แท้จริงแล้ว ก็ไม่ยากที่เราจะพิจารณาว่าเราจะเลือกใคร หรือพรรคการเมืองใดเข้าไปทำหน้าที่แทนเราในสภาฯ หมดยุคการเมืองแบบเก่าๆ ที่ใช้วิธีการกำหนดนโยบายพรรคไว้อย่างสวยหรูแต่ไม่ทำตาม หมดยุคของการที่จะโน้มน้าวให้ประชาชนมาเลือกพรรคหรือสมาชิกของตนด้วยวิธีการใส่ร้ายป้ายสี โดยหันมาเสนอนโยบายหรือวิธีการที่จะบรรลุนโยบายที่วางไว้ว่ามีอะไร และจะทำอย่างไร และกรณีที่จะต้องมีการใช้เงินหรือค่าใช้จ่าย ก็ต้องบอกด้วยว่าจะเอางบประมาณมาจากไหน อย่างไร

ประชาธิปไตยเราก่อกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2475 มีการสะดุดหยุดลงหลายครั้งด้วยการรัฐประหาร ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การเมืองไทยไม่พัฒนา แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบพรรคการเมืองแบบเก่าๆ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยเราไม่พัฒนาไปเท่าที่ควรเช่นกัน

หากระบบพรรคการเมืองเข้มแข็ง ทั้งประชาชนและพรรคต่างรู้หน้าที่ที่แท้จริงของพรรคการเมือง การรัฐประหารย่อมเกิดขึ้นได้ยากหรือหมดสิ้นไป เพราะจากประวัติศาสตร์การเมืองของโลกเราที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าในที่สุดแล้ว ballots (บัตรเลือกตั้ง) จะชนะbullets (กระสุนปืนหรือการยึดอำนาจด้วยอาวุธ) เสมอ

...................................................................

5 ธันวาคม 2562



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน