*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5674
  • จำนวนผู้ชม : 3392051
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 442 , 20:53:23 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         หนาวจัง หนาวจังเลย ..... เสียงบ่นหนาวจังไปตามกัน เพาอากาศก็หนวมากจริงๆด้วย เป็นความหนาวจัดสำหรับกทม. ภาค

เหนือตอนล่าง ภาคกลางตนบน นอกเหนือจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ที่หนาวเย็นเป็นประจำอยู่แล้ว ทั้งนี้ คนที่ไม่เคยประสพกับอากศ

หนาวเย็นจัดถึงขนาดนี้มาก่อน ก็พากันชอบใจไปตามกัน

         เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา คนไทยเชื้อสายจีนย่านไชน่าทาวน์เมืองไทย บริเวณเยาวราช เจริญกรุง ต่างก็ปลื้มปีติไปตามกัน เพราะมี

โอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี เป็นวาระแรกตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นต้นมา จึงได้จัดกิจกรรม

พิเศษสุดตั้งแต่เช้าจนถึงสองทุท่ม เช่น ภัตตาคารต่างในย่านเยาวราชอันมีชื่อเสียง พากันจัดร้านเลี้ยงอาหารฟรีนับแสนจาน/ชาม

เป็นต้น

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ได้เสด็จโดยรถไฟฟ้าพระที่นั่ง จากเยาวราชไปยังวัดมังกรกมลาวาส(เล่งเน่ย

ยี่) ถนนเจริญกรุง ด้วย

 

 

 

ปลื้มปีติ 'ในหลวง-ราชินี'เสด็จฯ เยาวราช ทรงเยี่ยมราษฏรไทยเชื้อสายจีน

ปลื้มปีติ 'ในหลวง-ราชินี'เสด็จฯ เยาวราช ทรงเยี่ยมราษฏรไทยเชื้อสายจีน

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 18.17 น.
 
“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์" เขตสัมพันธวงศ์ และทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยเชื้อสายจีนเยาวราช

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม เวลา 17.35 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์" และทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยเชื้อสายจีนโดยประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังวัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมวัดไตรมิตรวิทยาราม เฝ้าฯ รับเสด็จ

ครั้นเสด็จถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธทศพลญาณ พระประธานพระอุโบสถ ทรงกราบ จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธทศพลญาณ พระประธานพระอุโบสถ ทรงกราบ ก่อนเสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปยังพระมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผ้าไตรพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผ้าไตรพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ทรงกราบ

จากนั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ถวายของที่ระลึก ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากวัดไตรมิตรวิทยาราม ไปยังซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ ถนนเยาวราช เขตสัมพันธ์วงศ์ กรุงเทพมหานคร

ต่อมาเสด็จฯ ถึงซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และภริยา พร้อมด้วยนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน และประธานจัดงาน พร้อมด้วยนายแสงชัย โสตถีวรกุล ประธานดำเนินการจัดงาน และคณะกรรมการจัดงานฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน และประธานจัดงาน กราบบังคมทูลรายงานการจัดงาน และเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้นนายแสงชัย โสตถีวรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และประธานดำเนินการจัดงาน เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นางสมศรี ตั้งสิทธิ์ภักดี ผู้แทนบริษัทห้างขายทองจินฮั้วเฮง จำกัด เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายมังกรทองคำ ที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนางดาว ตั้งสิทธิ์ภักดี ผู้แทนบริษัทห้างขายทองจินฮั้วเฮง จำกัด เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายม้าทองคำ ที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

จากนั้น นายแสงชัย โสตวีรกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยและประธานดำเนินการจัดงาน กราบบังคมทูลเบิกบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าฯ ตามลำดับดังนี้ ผู้แทนคณะการแสดงเอ็งกอจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้ารับพระราชทานโล่ที่ระลึกจำนวน 1 ราย และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานฯ เข้ารับพระราชทานโล่ที่ระลึก จำนวน 40 ราย

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแสดงเอ็งกอจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 1 ชุด จากนั้นเสด็จฯ ไปยังบริเวณแท่นพิธีเปิดงานฯ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์" และการแสดงสีเสียงในอุโมง LED จากนั้นเสด็จฯ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ "ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์"ภายในอุโมงค์ สมควรแก่เวลา เสด็จออกจากอุโมงค์ LED ทรงพระดำเนินไปยังโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ

จากนั้นเสด็จฯ ถึงโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าภายในเก๋งประดิษฐานพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระกวนอิมโพธิสัตว์)โดยมีนายชาญวิทย์ หิรัญอัศว์ ประธานกรรมการโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิและคณะกรรมการฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระกวนอิมโพธิสัตว์) ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระกวนอิมโพธิสัตว์) ทรงกราบ ทอดพระเนตรนิทรรศการเกริกฟ้า ก้องไกร ประชาไทย ร่มเย็น โอกาสนี้ นายชาญวิทย์ หิรัญอัศว์ ประธานกรรมการโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิและคณะกรรมการฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายมังกรทองคำที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางวิไล หิรัญอัศว์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายลูกท้อคู่ทองคำที่ระลึก แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

การนี้ ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย ในสมุดที่ระลึก ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และคณะกรรมการจัดงาน จำนวน 4 ชุด ชุดละ 30 คน

เมื่อเสด็จฯ ถึงโรงแรมแกรนด์ไชน่า ประทับพักพระราชอิริยาบถ ตามพระราชอัธยาศัย ก่อนเสด็จออกจากโรงแรมแกรนด์ไชน่า โดยประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังวัดมังกรกมลาวาส ตลอดเส้นทางเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรไปตาม ถนนเสือป่า - ถนนเจริญกรุง - วัดมังกรกมลาวาสที่หมาย 4 วัดมังกรกมลาวาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ถึงวัดมังกรกมลาวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย คณะกรรมวัดมังกรกมลาวาส เฝ้าฯ รับเสด็จ

การนี้ เสด็จฯ ไปยังที่ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย (พระสังกัจจายน์) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระศรีอริยเมตไตรย ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระศรีอริยเมตไตรย ทรงกราบ จากนั้นเสด็จฯ ไปยังที่ประดิษฐานพระประธานอุโบสถ อันประกอบด้วย พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า (องค์กลาง) พระอมิตาภพุทธเจ้า (องค์ด้านขวาของพระศรีศากยมุนี) และพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า (องค์ด้านซ้ายของพระศรีศากยมุนี) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระประธานอุโบสถ 3 องค์ ทรงกราบ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระประธานอุโบสถ 3 องค์ ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์จีนนิกายเจริญชัยมงคลคาถา ถวายพระพรชัยมงคล จบ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม ถวายของที่ระลึก พระคณาจารย์จีนธรรมวิริยาจารย์ รองเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น ถวายของที่ระลึก พระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ตามพระราชอัธยาศัย และถวายของที่ระลึก

ต่อจากนั้น เสด็จฯ ไปยังวิหารเทพเจ้าประจำวัด ประดิษฐานเทพเจ้าไภษัชราชา เทวะแพทย์ฮูโต๋เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตาชีวิต (ไท่ส่วยเอี๊ย) และเทพเจ้าโชคลาภ ได้แก่ ไท่ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา, ฮั่วท้อเซียงซือ เทวแพทย์, พระราชาซิ่งล้ง โอสถราชา, ไฉ่ซิ้งเอี้ย เทพโชคลาภ, เทพเจ้าปึงเถ่ากง และเทพมาตาปึงเถ่าม่า โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาเทพเจ้าประจำวัด ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาเทพเจ้าประจำวัด ทรงกราบ

เสด็จฯ ไปยังวิหารพระกษิติครรภโพธิสัตว์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ทรงกราบ

เสด็จฯ ไปยังวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระกวนอิมโพธิสัตว์แห่งความกรุณา) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ทรงกราบ

เสด็จฯ ไปยังวิหารปฐมบูรพาจารย์ (สกเห็งโจวซือ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาปฐมบูรพาจารย์ (สกเห็งโจวซือ) ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาปฐมบูรพาจารย์ (สกเห็งโจวซือ) ทรงกราบ

เสด็จฯ ไปยังวิหารสังฆปริณายกองค์ที่หกแห่งจีนนิกายณาน ประเทศจีน สมัยราชวงศ์ถัง (ฮุยเล้งโจวซือ) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาสังฆปริณายกองค์ที่หกแห่งจีนนิกายณาน ประเทศจีน สมัยราชวงศ์ถัง (ฮุยเล้งโจวซือ) ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงถวายผลไม้มงคล ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาสังฆปริณายกองค์ที่หกแห่งจีนนิกายณาน ประเทศจีน สมัยราชวงศ์ถัง (ฮุยเล้งโจวซือ) ทรงกราบ โอกาสนี้ ทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก แล้วเสด็จ ฯ กลับ

 
 
 
 .......................................................................
 
'บิ๊กตู่'ถกนบข.สั่งดูแลข้าวครบวงจร ควบคู่ประกันรายได้เกษตรกร

'บิ๊กตู่'ถกนบข.สั่งดูแลข้าวครบวงจร ควบคู่ประกันรายได้เกษตรกร

'บิ๊กตู่'ถกนบข.สั่งดูแลข้าวครบวงจร ควบคู่ประกันรายได้เกษตรกร

'บิ๊กตู่'ถกนบข.สั่งดูแลข้าวครบวงจร ควบคู่ประกันรายได้เกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.57 น.
 
นายกฯถกนบข.เน้นดำเนินการเรื่องข้าวครบวงจร ให้ความสำคัญประกันราคาข้าว-มาตราช่วยเหลือชาวนา ทยอยดำเนินการเมื่อนำเข้าครม.เรียบร้อยแล้ว ควบคู่ดูวงเงินที่รบ.ใช้ได้ พร้อมวอนผู้ทรงเกียรติส.ส.-ส.ว.พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี63ผ่านไปด้วยดี ยืนยันทำเต็มที่แก้ปัญหาศก.

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 6 ธันวาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ว่า ทุกคนก็ได้เห็นในวันนี้ รัฐบาลพยายามทำอย่าเต็มที่ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทั้งเครือข่ายภาคและจุลภาค ในช่วงเช้าประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หลายอย่างคืบหน้าที่ทำเพื่ออนาคตของเรา รัฐบาลให้ความสนใจทุกระดับ เศรษฐกิจของประเทศมีหลายส่วนทั้งมหาภาคและจุลภาค ซึ่งจุลภาคของเรามีหลายอาชีพ วันนี้ให้ความสำคัญเรื่องเกษตรกรที่ต้องเจอปัญหาเรื่องภัยแล้ง อุทกภัยในภาคต่างๆ โดยตนให้รมว.มหาดไทยไปตรวจเยี่ยมหาวิธีการแก้ไข ทั้งน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนราธิวาส สุไหงโก-ลก ซึ่ง รมว. มหาดไทย ไปดูแลแทนนายกฯ ซึ่งตนได้ฝากความห่วงใยไปด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องของเกษตรกรวันนี้ได้อนุมัติมาตรการต่างๆ เป็นจำนวนมากพอสมควร เฉพาะเรื่องข้าวตนได้เน้นในที่ประชุมให้พิจารณาการทำข้าวครบวงจร จากแผนงานที่มีอยู่แล้วเดิม ซึ่งวันนี้เราให้ความสำคัญกับการประกันราคาข้าว และมีมาตรการช่วยเหลือการเก็บเกี่ยว มาตรการดูแลโรงสี การรับซื้อข้าว และการเก็บข้าวไว้ในยุงฉาง ซึ่งมีมาตรการออกมาหมดแล้ว แต่ทั้งนี้จะต้องทยอยดำเนินการ ซึ่งเมื่อนำเข้าครม.เรียบร้อยแล้ว ต้องไปพิจารณาในเรื่องของวงเงิน ที่รัฐบาลสามารถใช้ได้

"อยากไปถึงบรรดาผู้ทรงเกียรติทั้งหลายในการพิจารณางบประมาณวาระ 2 และ 3 ทั้งในส่วนของ ส.ส.และ ส.ว.ต้องดูแลตรงนี้ให้สามารถผ่านไปได้ด้วยดี ไม่อย่างนั้นจะเอาเงินต่างๆ มาใช้ไม่ได้ ก็เดินหน้าไม่ได้ แล้วใครเดือดร้อนประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลเข้ามาทำเพื่อประชาชน วันนี้ขอให้เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปก่อน วันหน้าจะดีขึ้นเอง" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องอ้อย มันสำปะหลัง ประมง ข้าวโพด ทุกอย่างต้องใช้เงินต้องย้อนกลับไปว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน เข้าวงจรได้อย่างไร วันนี้จากสถานการณ์ข้าวโลก การขายข้าวต้องฟังเหตุฟังผล เราส่งออกได้น้อยเกิดจากสาเหตุอะไร ไม่ได้มีสาเหตุจากเราคนเดียว บางทีก็มีการนำข้าวในสต๊อกมาขาย บางประเทศก็ซื้อข้าวมาเก็บไว้จำนวนมาก วันนี้เขาขายข้าวแข่งกับเรา ก็ต้องไปดูว่าจะหาวิธีการลดต้นทุนการผลิตอย่างไร อย่างปัญหาโรคไหม้คอรวงข้าวกำลังให้แก้ไขอยู่ตอนนี้ หลายพื้นที่ใช้เครื่องเก็บเกี่ยวและบางพื้นที่ปลูกข้าวไม่พร้อมกัน มีสุกและไม่สุก พอรถเกี่ยวมาก็เกี่ยวทั้งสุกและไม่สุก ก็ทำให้ข้าวถูกลดราคาไป เพราะข้าวมีความชื่นเกิน 15 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นทุกคนต้องเรียนรู้ไว้ และอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจตรงกัน

นายกฯถกนบข.เน้นดำเนินการเรื่องข้าวครบวงจร ให้ความสำคัญประกันราคาข้าว-มาตราช่วยเหลือชาวนา ทยอยดำเนินการเมื่อนำเข้าครม.เรียบร้อยแล้ว ควบคู่ดูวงเงินที่รบ.ใช้ได้ พร้อมวอนผู้ทรงเกียรติส.ส.-ส.ว.พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี63ผ่านไปด้วยดี ยืนยันทำเต็มที่แก้ปัญหาศก.

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 6 ธันวาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ว่า ทุกคนก็ได้เห็นในวันนี้ รัฐบาลพยายามทำอย่าเต็มที่ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทั้งเครือข่ายภาคและจุลภาค ในช่วงเช้าประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หลายอย่างคืบหน้าที่ทำเพื่ออนาคตของเรา รัฐบาลให้ความสนใจทุกระดับ เศรษฐกิจของประเทศมีหลายส่วนทั้งมหาภาคและจุลภาค ซึ่งจุลภาคของเรามีหลายอาชีพ วันนี้ให้ความสำคัญเรื่องเกษตรกรที่ต้องเจอปัญหาเรื่องภัยแล้ง อุทกภัยในภาคต่างๆ โดยตนให้รมว.มหาดไทยไปตรวจเยี่ยมหาวิธีการแก้ไข ทั้งน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนราธิวาส สุไหงโก-ลก ซึ่ง รมว. มหาดไทย ไปดูแลแทนนายกฯ ซึ่งตนได้ฝากความห่วงใยไปดพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องของเกษตรกรวันนี้ได้อนุมัติมาตรการต่างๆ เป็นจำนวนมากพอสมควร เฉพาะเรื่องข้าวตนได้เน้นในที่ประชุมให้พิจารณาการทำข้าวครบวงจร จากแผนงานที่มีอยู่แล้วเดิม ซึ่งวันนี้เราให้ความสำคัญกับการประกันราคาข้าว และมีมาตรการช่วยเหลือการเก็บเกี่ยว มาตรการดูแลโรงสี การรับซื้อข้าว และการเก็บข้าวไว้ในยุงฉาง ซึ่งมีมาตรการออกมาหมดแล้ว แต่ทั้งนี้จะต้องทยอยดำเนินการ ซึ่งเมื่อนำเข้าครม.เรียบร้อยแล้ว ต้องไปพิจารณาในเรื่องของวงเงิน ที่รัฐบาลสามารถใช้ได้

"อยากไปถึงบรรดาผู้ทรงเกียรติทั้งหลายในการพิจารณางบประมาณวาระ 2 และ 3 ทั้งในส่วนของ ส.ส.และ ส.ว.ต้องดูแลตรงนี้ให้สามารถผ่านไปได้ด้วยดี ไม่อย่างนั้นจะเอาเงินต่างๆ มาใช้ไม่ได้ ก็เดินหน้าไม่ได้ แล้วใครเดือดร้อนประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลเข้ามาทำเพื่อประชาชน วันนี้ขอให้เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปก่อน วันหน้าจะดีขึ้นเอง" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องอ้อย มันสำปะหลัง ประมง ข้าวโพด ทุกอย่างต้องใช้เงินต้องย้อนกลับไปว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน เข้าวงจรได้อย่างไร วันนี้จากสถานการณ์ข้าวโลก การขายข้าวต้องฟังเหตุฟังผล เราส่งออกได้น้อยเกิดจากสาเหตุอะไร ไม่ได้มีสาเหตุจากเราคนเดียว บางทีก็มีการนำข้าวในสต๊อกมาขาย บางประเทศก็ซื้อข้าวมาเก็บไว้จำนวนมาก วันนี้เขาขายข้าวแข่งกับเรา ก็ต้องไปดูว่าจะหาวิธีการลดต้นทุนการผลิตอย่างไร อย่างปัญหาโรคไหม้คอรวงข้าวกำลังให้แก้ไขอยู่ตอนนี้ หลายพื้นที่ใช้เครื่องเก็บเกี่ยวและบางพื้นที่ปลูกข้าวไม่พร้อมกัน มีสุกและไม่สุก พอรถเกี่ยวมาก็เกี่ยวทั้งสุกและไม่สุก ก็ทำให้ข้าวถูกลดราคาไป เพราะข้าวมีความชื่นเกิน 15 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นทุกคนต้องเรียนรู้ไว้ และอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจตรงกัน

'คำสอนของพระพุทธองค์นั้นต่างหาก' คือ 'พระพุทธศาสนา' : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

'คำสอนของพระพุทธองค์นั้นต่างหาก' คือ 'พระพุทธศาสนา' : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 19.40 น.

พุทธศาสนาสอนหลักข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง ซึ่งมีในคำสอนของพระองค์ที่ว่าให้เชื่อกรรม เชื่อผลของกรรม บุคคลผู้ทำกรรมดีไม่ว่าจะเป็นทางกายทางวาจาและทางใจก็ตาม ย่อมได้รับผลดีมีความสุขด้วยกรรมนั้น

ตรงกันข้ามบุคคลผู้ทำกรรมชั่วไม่ว่าทางกายทางวาจาและทางใจก็ตาม ย่อมได้รับผลชั่วมีความทุกข์ด้วยกรรมนั้น หาได้มีบุคคลอื่นมาประสิทธิ์ประสาทให้ไม่ ผู้ที่เชื่อในใจของตนด้วยการปฏิบัติจนเห็นผลด้วยตนเองแล้ว ได้ชื่อว่าพระพุทธศาสนาคำสอนของพระพุทธเจ้าหยั่งลึกลงไปในน้ำใจของผู้นั้นแล้ว ผู้นั้นได้เป็นพุทธศาสนิกชนโดยแท้จริง ความเชื่อ (คือน้ำใจ) ของบุคคลนั้นไม่ต้องพูดถึงจะไปกระชากเอาออกมาแม้แต่จะมองของกันก็ไม่สามารถเห็นได้ แล้วใครเล่าจะมาลบล้างความเชื่อของเขาให้สูญสิ้นไปจากใจได้เล่า

บางทีคำสอนและระเบียบแนวปฏิบัติของศาสนาและลัทธิอันไร้สาระและตรงกันข้ามกับความเชื่อมั่นของเขาที่เขาเชื่ออยู่แล้วนั้น เมื่อเขาได้ยิน ได้เห็นเข้าแล้ว เขาอาจทำความมั่นในความเชื่อของเขาให้ทวีขึ้นอีกเสียซ้ำไป "ของไม่ดีไม่มีสาระย่อมเป็นเครื่องสนับสนุนผู้ที่เจอของดีมีสาระแล้วให้มั่นใจในความดีของเขายิ่งขึ้นไปอีก" ฉะนั้น ผู้ที่เชื่อมั่นใจในพุทธศาสนาคำสอนของพระพุทธเจ้าจนถึงข้อเท็จจริงแล้ว จึงไม่มีความหวั่นเกรงว่าใครและลัทธิอะไรก็ตาม จะมาทำลายพระพุทธศาสนาของตนให้เสื่อมสูญลงไปได้

ที่พากันกลัวว่าลัทธิการเมืองบางลัทธิไม่ให้มีศาสนานั้น เพราะเขาผู้นั้นไม่เข้าใจหลักของพระพุทธศาสนา แล้วปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ยังเข้าไม่ถึง เห็นพระพุทธศาสนาเพียงตื้นๆ เผินๆ ยึดเอาวัดเอาโบสถ์เอาวิหาร แม้แต่พระภิกษุสามเณรที่ประพฤติตนเลวๆ ว่าเป็นศาสนา เมื่อสิ่งเหล่านั้นเสื่อมสลายหรือบุคคลเหล่านั้นทำตนเป็นคนเหลวๆ ก็หาว่าศาสนาเสื่อมสูญเสียแล้ว แท้จริงสิ่งเหล่านั้นมิใช่ศาสนา เป็นแต่สัญลักษณ์ของพุทธศาสนาเท่านั้น

พุทธศาสนาก็แปลว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าบ่งชัดอยู่แล้ว พุทธบริษัทหรือพุทธสาวกก็แปลว่าผู้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า เข้าใจแล้วและเสื่อมใสแล้วยอมปฏิบัติตาม พระสมณโคดมก็เป็นผู้ตรัสรู้สัจธรรมของจริง แล้วนำเอาธรรมของจริงนั้นมาบอกสอนคนอื่น คำสอนของพระองค์นั้นต่างหาก คือ พระพุทธศาสนา ถ้าหากสิ่งเหล่านั้นหรือท่านเหล่านั้นเป็นศาสนาแล้ว วัดและสิ่งเหล่านั้นตลอดถึงท่านเหล่านั้นนิพพานหรือตายไปแล้วศาสนาก็มิเสื่อมสูญไปหมดหรือ แต่นี่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่

พระพุทธองค์ตรัสว่า "เราตถาคตเป็นแต่ผู้บอกผู้สอนเท่านั้น ท่านทั้งหลายฟังแล้วปฏิบัติตามคำสอนของเรา ก็จักพ้นทุกข์ได้ด้วยตนเอง" ดังนี้ ก็แสดงว่าพุทธศาสนาคือ คำสอนของพระองค์นั้นต่างหาก มิใช่ตัวของพระองค์เป็นศาสนา พระพุทธองค์เป็นแต่ผู้นำเอาความรู้ที่ได้ทรงรู้เองและเห็นในสัจธรรมนั้นออกมาสอนแก่ผู้อื่น เรียกว่า "พระบรมครู"

...........

ข้อมูลจากลานธรรมจักร หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

การเมือง

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป
 
..............................................................
 
 
หน้าแรก / แนวหน้า

ข่าวเด่น 

 
 
 ............................................................
 
 
 
'บิ๊กป้อม'นั่งหัวโต๊ะถกอนุกนช. ไฟเขียว2โครงการขนาดใหญ่ ป้องขาดแคลนน้ำพื้นที่อีอีซี

'บิ๊กป้อม'นั่งหัวโต๊ะถกอนุกนช. ไฟเขียว2โครงการขนาดใหญ่ ป้องขาดแคลนน้ำพื้นที่อีอีซี

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.49 น.
"บิ๊กป้อม"นั่งหัวโต๊ะถกอนุกนช. ไฟเขียว2โครงการขนาดใหญ่ ป้องขาดแคลนน้ำพื้นที่อีอีซี วงเงิน1.1แสนล้านบาท พร้อมเห็นชอบ57โครงการใหญ่บริหารจัดการน้ำครบวงจร

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ภายใต้ กนช.ครั้งที่ 3/ 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสม และวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์เพื่อบรรเทา ปัญหาภัยแล้ง จ.กาญจนบุรี และความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของคณะทำงานติดตามการขอใช้พื้นที่ป่า สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ และแนวทางการขับเคลื่อน และได้พิจารณาเห็นชอบเรื่องที่มีความสำคัญ โดยโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 57 โครงการ

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานที่ได้ร่วมกันติดตาม ตรวจสอบวิเคราะห์ กลั่นกรองโครงการต่างๆทำให้มีความคืบหน้าในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง เป็นไปตามแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจาก กนช.จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในภาพรวมโดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว

ด้าน นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ที่ประชุมมีการติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ พบว่า มีโครงการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการดำเนินการได้ภายในปี 2565 จำนวนทั้งสิ้น 57 โครงการ เป็นโครงการที่ผ่านคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว 25 โครงการ วงเงิน 118,917 ล้านบาท และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการแล้ว 21 โครงการ วงเงิน 107,042 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนอีก 32 โครงการ วงเงิน 396,921 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการโครงการขนาดใหญ่ จำนวน 2 โครงการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ในการประชุมครั้งที่ 3/2562 ในวันที่ 20 ธ.ค.ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ปี 2563 - 2580) และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอ ครม.ต่อไป ซึ่งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ดังนั้นแผนหลัก เพื่อรองรับการพัฒนาในระยะ 20 ปี ซึ่งจะใช้งบประมาณในการลงทุนมากกว่า 110,230 ล้านบาท

 
 .............................................................
 
 
1เสียงไล่รัฐบาล!‘หญิงหน่อย’อ้อนคนขอนแก่นกา‘ธนิก’ ฟุ้งลุยตัดงบช้อปอาวุธช่วยเกษตรกร

1เสียงไล่รัฐบาล!‘หญิงหน่อย’อ้อนคนขอนแก่นกา‘ธนิก’ ฟุ้งลุยตัดงบช้อปอาวุธช่วยเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.47 น.
1เสียงไล่รัฐบาล!‘หญิงหน่อย’อ้อนคนขอนแก่นกา‘ธนิก’ ฟุ้งลุยตัดงบช้อปอาวุธช่วยเกษตรกร
 
6 ธันวาคม 2562 เวลา 12.15น. ที่สนามกอล์ฟแดนคูณ อ.เมือง จ.ขอนแก่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายธนิก มาสีพิทักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 พรรคเพื่อไทย และคณะ ร่วมประชุมกับทีมงานหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ก่อนจะลงพื้นที่ขึ้นรถขบวนแห่ปราศรัย พร้อมเดินเคาะประตูบ้านขอคะแนนเสียงจากประชาชนในพื้นที่ อ.หนองเรือ ในช่วงบ่ายและเย็

คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่หาเสียงในวันนี้จะมาบอกว่าทำไมถึงต้องเพิ่มคะแนนให้ฝ่ายค้าน เพราะประชาชนใน อ.หนองเรือ และ อ.มัญจาคีรี กำลังมีความเดือดร้อนเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การประกันราคาข้าวของรัฐบาล ทางประชาชนภาคอีสานก็ยังไม่ได้อะไร ส่วนเรื่องปากท้องสำคัญ ภาคอีสานเจอปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ 7 เจอ 3 รอบ จนตอนนี้ยังไม่ได้ชดเชยภัยแล้ง และยังมีปัญหายาเสพติดเกิดขึ้น

“พรรคเพื่อไทยยังหวัง 1 เสียงจากประชาชนใน อ.หนองเรือ อ.มัญจาคีรี  ที่จะส่งสัญญาณทอดทิ้งให้พี่น้องอีสานเผชิญปัญหาภัยแล้งและปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำไม่ได้อีกต่อไป” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยจะไปตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่น งบฯในการจัดซื้อ อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่จำเป็นเพื่อนำมาให้เกษตรกรชาวไร่ชาวนา ดังนั้น 1 เสียง อ.หนองเรือ  อ.มัญจาคีรี จึงมีความสำคัญจะส่งสัญญาณบอกรัฐบาลว่าประชาชนทนไม่ไหวกับปัญหายากจนและการไม่แก้ปัญหา ขอให้พี่น้องแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และ1 เสียงนี้จะเป็นเสียงที่ไปขับไล่รัฐบาล

จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ ได้ปราศรัยบนรถปราศรัยที่ บ้านหนองกุงใหญ่ ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น โดยขอให้ประชาชนเลือกนายธนิกในวันที่ 22 ธ.ค.  พร้อมทั้งบอกนักเรียนโรงเรียนบ้านหว้าให้ไปบอกผู้ปกครองให้ช่วยเลือกนายธนิก พร้อมขอให้ประชาชนไปเลือกตั้งให้มาก

“ขอธนิก 1 เสียงขอเข้าไปทวงเงินชดเชยภัยแล้งให้พี่น้อง ไปทวงสัญญาข้าว 18,000 ต่อตัน ถ้ารัฐบาลไม่มีเงินจะไม่ว่า แต่เราสงสัยถ้าไม่มีเงินจ่ายพี่น้อง ทำไมซื้อเรือดำน้ำเป็นหมื่นล้านบาท พรรคเพื่อไทยคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำ เอาเงินซื้อเรือดำน้ำเอามาจ่ายให้พี่น้องเพื่อลดต้นทุนการผลิตดีกว่า นายธนิกไม่มีทางยกมือในสภาไปซื้อเรือดำน้ำแน่นอน” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ

 
 
 
 
 
 
 .........................................................................
 

การเมือง

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป
 
....................................................................
 
 
อดีตเลขาฯสปก.ชี้พิรุธการครอบครองที่ดินของ'ปารีณา'

อดีตเลขาฯสปก.ชี้พิรุธการครอบครองที่ดินของ'ปารีณา'

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 19.52 น.
อดีตเลขาธิการส.ป.ก. ตั้งข้อสังเกต “ปารีณา” ไม่ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ารังวัดและจัดสรรสิทธิ์ตามพ.ร.บ. ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตั้งแต่มีคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 36/2559  แต่กลับเพิ่งแจ้งขอเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. นี้ เตือนส.ป.ก. ระวังการจัดสรรสิทธิต่อไปต้องระวังการใช้นอมินี
 

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส อดีตเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวถึงการครอบครองที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ราชบุรี ที่หมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี โดยที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในเขต พรฎ. กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งในวันนี้นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการส.ป.ก. แถลงว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีรายงานผลการตรวจสอบว่า น.ส. ปารีณาถือครองทำประโยชน์ เนื้อที่ 682 ไร่ เข้าครอบครองเมื่อประมาณปี 2548-2549 โดยได้รับมาจากบิดา ดังนี้

-แปลง No.73 เนื้อที่ 417 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการทำโรงเลี้ยงไก่
- แปลง No.75 เนื้อที่ประมาณ 190 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงวัว ปลูกหญ้าเลี้ยงวัว
- แปลง CL.424 เนื้อที่ประมาณ 48 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงวัว ปลูกหญ้าเลี้ยงวัว
- แปลง No.74 เนื้อที่ประมาณ 27 ไร่ ใช้วางมูลไก่

ส่วนฝั่งตรงข้ามกับที่ดินที่ น.ส.ปารีณาถือครองเป็นที่ดินแปลงย่อยบริเวณที่ติดถนนสายจอมบึง-ชัฏป่าหวาย มีผู้ถือครอง 16 ราย 20 แปลง เนื้อที่ประมาณ 222 ไร่ ส่วนที่ดินแปลงข้างเคียงทางทิศเหนือนั้นเป็นพื้นที่ที่ส.ป.ก. ได้อนุญาตให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์แล้วรวม 14 ราย 15 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 491 ไร่ โดยปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีมีหนังสือแจ้งเกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตรายแปล ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง เพื่อขอตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งมีเกษตรกรมาให้ข้อมูล 9 รายจากทั้งหมด 14 ราย โดยเกษตรกรทั้ง 9 รายยังเป็นผู้ถือครองและทำประโยชน์ด้วยตนเอง

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ส.ป.ก.ช่วงปี 2558-2559 ซึ่งตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก. ที่มีประมาณ 40 ล้านไร่ทั่วประเทศพบว่า จัดสรรไปแล้ว 36 ล้านไร่ เหลือที่ยังจัดสรรไม่ได้ 4 ล้านไร่ ในจำนวนนี้รังวัดแล้ว 2 ล้านไร่ ส่วนอีก 2 ล้านไร่ยังไม่ได้รังวัด ทั้งนี้เป็นการดำเนินงานต่อจากนายวีรชัย นาควิบูลย์วงศ์ อดีตเลขาธิการส.ป.ก. ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2554-2558 ที่ประสงค์ตรวจสอบให้แน่ชัดว่า พื้นที่ 2 ล้านไร่ที่ยังไม่ได้รังวัดอยู่บริเวณใดบ้างเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิ์ พบว่า หลายแปลงถูกยึดถือครอบครองโดยนักการเมือง นายทุน และผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นจึงได้สั่งเอาแผนที่ทั่วประเทศมาต่อกันจึงทราบว่า บริเวณใดยังไม่ได้รังวัด ส.ป.ก. ต้องการนำพื้นที่ที่ถูกครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายกลับคืนมาให้รัฐจึงเสนอพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้นให้ใช้คำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 36/2559 ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญดำเนินการตามกฎหมายซึ่งพล.อ. ฉัตรชัยมีดำริยึดคืนที่ดินขนาด 500 ไร่ขึ้นไป ทางส.ป.ก. จึงกำหนดแนวทางดำเนินการโดยเรียกผู้ครอบครองมาแสดงตัว ถ้าไม่มาแสดงตัวหรือไม่มีหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ตลอดจนครอบครองพื้นที่เกิน 500 ไร่ยึดคืนทันที

ทั้งนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยทำหนังสือมาถึง ส.ป.ก.ว่า เหตุใดที่ดิน ส.ป.ก.จึงมีการครอบครองเกิน 50 ไร่ ซึ่งส.ป.ก.ชี้แจงกลับไปว่า ก่อนเป็นที่ของ ส.ป.ก.เป็นที่ของกรมป่าไม้มาก่อน โดยส่งมอบมาให้จัดสรร เมื่อ ส.ป.ก. รับมานั้นมีผู้ครอบครองมาก่อนแล้ว ซึ่งส.ป.ก. ต้องไปรังวัด ซึ่งผู้ครอบครองรายย่อยแสดงตัว แล้วได้รับหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ “ส.ป.ก. 4-01” ไป แต่ผู้ครอบครองรายใหญ่ไม่ยอมให้รังวัด เมื่อสอบถามไปยังผู้ใหญ่บ้าน แล้วผู้ใหญ่บ้านบอกชื่อผู้ครอบครองมา เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดบางส่วนทราบว่า เป็นผู้มีอิทธิพลจึงไม่ดำเนินการต่อ

ต่อมา ได้เปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่และกำชับให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง โดยขอความร่วมมือจากผู้ใหญ่บ้านให้ระบุผู้ครอบครอง ทางผู้ใหญ่บ้านส่วนใหญ่ไม่ระบุว่าใครเป็นเจ้าของ โดยมีการช่วยปกปิดจากผู้ว่าราชการจังหวัดและปฏิรูปที่ดินจังหวัด ซึ่งพื้นที่ที่ถูกครอบครองอาจมีการแบ่งแปลงให้มีเนื้อที่ต่ำกว่า 500 ไร่ แต่อยู่ติดกันและครอบครองโดยบุคคลเดียวกันจึงใช้มาตรา 44 ยึดคืนไม่ได้หมด ทำให้ปัญหาการครอบครองที่ดินส.ป.ก. โดยมิชอบด้วยกฎหมายจึงเรื้อรังมาจนปัจจุบัน

นายสรรเสริญ กล่าวต่อว่า การที่ส.ป.ก. จะแจ้งให้ น.ส.ปารีณาคืนที่ดินที่ครอบครองและทำประโยชน์ทั้งหมดให้ ส.ป.ก. นำมาดำเนินปฏิรูปที่ดิน ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเป็นแนวทางปฏิบัติของกฎหมายส.ป.ก. และหากครบกำหนดดังกล่าวแล้ว น.ส.ปารีณาไม่ส่งคืนที่ดิน ส.ป.ก.จะใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ซึ่ง ส.ป.ก. จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ต่อไปนั้นเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง แต่ทั้งนี้ ส.ป.ก. จะต้องระวังไม่ให้เกิดการใช้ชื่อบุคคลอื่นมาครอบครองที่ดินแปลงย่อยๆ แทน แต่ผู้ใช้ประโยชน์ยังเป็นผู้ครอบครองเดิมซึ่งเข้าข่ายใช้นอมินีที่ไม่เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและผู้ยากไร้ที่ต้องการที่ดินทำกินอย่างแท้จริง

 ...............................................................
 
 
เลิกอุ้ม'ปารีณา'!! ส.ป.ก.สั่งคืนที่ดิน682ไร่ภายใน7วัน พร้อมสั่งรื้อ'เล้าไก่'ทั้งหมด

เลิกอุ้ม'ปารีณา'!! ส.ป.ก.สั่งคืนที่ดิน682ไร่ภายใน7วัน พร้อมสั่งรื้อ'เล้าไก่'ทั้งหมด

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.28 น.
 

ส.ป.ก.มีมติเลิกอุ้ม"เอ๋ ปารีณา" สั่งคืนที่682ไร่ในเขตส.ป.ก.ภายใน7วัน ชี้ชัดไม่มีสิทธิ์ความเป็นเกษตรกร พร้อมสั่งให้รื้อถอน"เล้าไก่"ทั้งหมด ก่อนเดินหน้าแจกที่ดินให้คนจน เตรียมเดินหน้าสอบพื้นที่"ทวี"และคนอื่นต่อ ลั่นใช้มาตรฐานเดียวกัน

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก.พร้อมผู้บริการระดับสูง ได้ร่วมแถลงข่าวกรณีการครอบครอบที่ในเขตปฎิรูปที่ดิน ที่ จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

โดย นายวิณะโรจน์ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อต่างๆ กรณี น.ส.ปารีณา ครอบครองที่ดินโดยใช้หลักฐานเป็น ภบท.5 ในเขต ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี และที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในเขต พ.ร.ฎ.กำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน จากกรณีดังกล่าว ส.ป.ก.จึงได้การดำเนินการตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยได้คำนึงถึงปฎิรูปที่ความถูกต้อง โปร่งใส และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย โดยมีการตรวจสอบต่อเนื่องตามขั้นตอนอย่างละเอียดตั้งแต่วันที่ 14 - 15 พ.ย.62 ส.ป.ก.มอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักกฎหมายและสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่และสอบถามผู้ปกครองท้องที่ (ขอบเขตในแผนที่) เกี่ยวกับการถือครองและทำประโยชน์ในที่ดินโดยลักษณะการทำประโยชน์ ได้แก่ เลี้ยงไก่ โค ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ โรงเรือน สระน้ำจากนั้นวันที่ 15 พ.ย.62 ส.ป.ก.ราชบุรี มีหนังสือแจ้งเกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตฯ รายแปลง ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง เพื่อขอตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งมีเกษตรกรมาให้ข้อมูล จำนวน 9 ราย จากทั้งหมด 14 ราย โดยเกษตรกรทั้ง 9 ราย ยังเป็นผู้ถือครองและทำประโยชน์ด้วยตนเอง

จนวันที่ 18 พ.ย.62 ส.ป.ก.มีคำสั่ง ที่ 1303/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองทำประโยชน์ โครงการป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 จ.ราชบุรี โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สั่ง ณ วันที่ 18 พ.ย.62 โดยมี พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการ ส.ป.ก.เป็นประธานคณะทำงานฯ มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง (สิ้นสุดวันที่ 18 ธ.ค.62) ซึ่งวันที่ 19 พ.ย.62 ส.ป.ก.ราชบุรี มีหนังสือแจ้ง น.ส.ปารีณา ให้มาชี้แจงการถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ผลปรากฏว่า ไม่มีผู้รับ บ้านปิด ไปรษณีย์ไม่สามารถนำจ่ายได้ วันที่ 20 พ.ย.62 ส.ป.ก.ราชบุรี ได้ดำเนินการปักป้ายแสดงพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินบริเวณพื้นที่ของ ส.ป.ก.ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี วันที่ 22 พ.ย.62 ส.ป.ก.จัดประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองทำประโยชน์ โครงการป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 จ.ราชบุรี โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายครั้งที่ 1/2562 ซึ่งมติประชุมเห็นชอบมอบหมายให้ ส.ป.ก.ราชบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่เป้าหมาย กำหนดให้ ส.ป.ก.ราชบุรี รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงมายังคณะทำงานฯ ภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2562 เพื่อเสนอคณะทำงานฯ พิจารณาแนวทางการดำเนินงานในวันที่ 4 ธันวาคม 2562 โดยวันที่ 22 พ.ย.62 ส.ป.ก.ราชบุรี ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการถือครอง น.ส.3 และ ส.ค.1 ในเขตปฏิรูปที่ดินฯ กับ สนง.ที่ดินจังหวัดราชบุรี สาขาจอมบึง โดย สนง.ที่ดินจังหวัดราชบุรี สาขาจอมบึง ได้ตรวจสอบตำแหน่งที่ดินตามหมายเลขสีแดงในแผนที่ ที่จัดส่งไปให้กับระวางรูปถ่ายทางอากาศ ชื่ออำเภอจอมบึง หมายเลข 4936III แผ่น 155 และระวางโฉนดที่ดิน (UTM) หมายเลข 4836 II 5498 ปรากฏว่าตำแหน่งที่ดินตามหมายเลขสีแดงยังไม่มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินแต่อย่างใดจนวันที่ 24 พ.ย.62 ส.ป.ก.นำชี้แนวเขตตาม พ.ร.ฎ.ตามที่กรมป่าไม้ได้ดำเนินการตามหมายศาล

อย่างไรก็ตาม วันที่ 3 ธ.ค.62 ส.ป.ก.ราชบุรี ได้สรุปการตรวจสอบขอบเขตการครอบครองจากผู้ปกครองท้องที่และที่ดินแปลงข้างเคียง ซึ่งปรากฏพื้นที่ที่มีการครอบครองและทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่รวม 682 ไร่ จากการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่จากผู้ปกครองท้องที่และที่ดินแปลงข้างเคียงที่มีการทำประโยชน์ในที่ดิน สรุปได้ดังนี้ โดยที่ดินซึ่ง น.ส.ปารีณา ถือครองทำประโยชน์ เนื้อที่ 682 ไร่ เข้าครอบครองเมื่อประมาณปี 2548 - 2549 โดยได้รับมาจากบิดา ดังนี้

- แปลง No.73 เนื้อที่ 417 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการทำโรงเลี้ยงไก่

- แปลง No.75 เนื้อที่ประมาณ 190 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงวัว ปลูกหญ้าเลี้ยงวัว

- แปลง CL.424 เนื้อที่ประมาณ 48 ไร่ ใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงวัว ปลูกหญ้าเลี้ยงวัว

- แปลง No.74 เนื้อที่ประมาณ 27 ไร่ ใช้วางมูลไก่ ซึ่งที่ดินแปลงข้างเคียง ซึ่ง ส.ป.ก.ได้อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์แล้ว รวม 14 ราย 15 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 491 ไร่ (ทิศเหนือ) และที่ดินแปลงย่อยบริเวณที่ติดถนนสายจอมบึง-ชัฏป่าหวาย ฝั่งตรงข้ามกับที่ดินที่ น.ส.ปารีณาฯ ถือครอง มีผู้ถือครองจำนวน 16 ราย 20 แปลง เนื้อที่ประมาณ222 ไร่

นายวิณะโรจน์ กล่าวอีกว่า วันที่ 4 ธ.ค. 62 น.ส.ปารีณา มีหนังสือแจ้ง ส.ป.ก.ขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมวันที่ 4 ธ.ค.62 ส.ป.ก.ประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 2/2562 เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินการตามกฎหมาย ส.ป.ก.พิจารณาแล้ว เห็นว่าจากการที่ น.ส.ปารีณา ขอเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น เมื่อ ส.ป.ก.ตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลแล้ว ปรากฎว่า น.ส.ปารีณา มีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมการบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด ซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้ จึงไม่ใช่เกษตรกรผู้มีสิทธิจะได้รับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก.ดังนั้น ส.ป.ก.จึงมีแนวทางการดำเนินการ โดย ส.ป.ก.จะแจ้งให้ น.ส.ปารีณา คืนที่ดินที่ครอบครองและทำประโยชน์ทั้งหมดให้ ส.ป.ก.นำมาดำเนินปฏิรูปที่ดิน ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่ง ส.ป.ก.จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ต่อไป ซึ่งหากครบกำหนดดังกล่าวแล้ว น.ส.ปารีณา ไม่ส่งคืนที่ดิน ส.ป.ก.จะใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ซึ่ง ส.ป.ก.จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ต่อไป

"ส.ป.ก.จึงมีแนวทางการดำเนินการโดย ส.ป.ก.จะแจ้งให้ น.ส.ปารีณา คืนที่ดินที่ครอบครองและทำประโยชน์ทั้งหมดให้ ส.ป.ก.นำมาดำเนินปฏิรูปที่ดิน ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ซึ่ง ส.ป.ก.จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ต่อไปซึ่งหากครบกำหนดดังกล่าวแล้ว น.ส.ปารีณา ไม่ส่งคืนที่ดิน ส.ป.ก.จะใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ซึ่ง ส.ป.ก.จะนำที่ดินไปจัดให้แก่เกษตรกรตามนโยบายจัดที่ทำกินชุมชนของรัฐบาล (คทช.) ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและต้องขอโทษต่อสังคม ที่ไม่ได้ชี้แจงต่อสังคม เพราะทุกอย่างอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจอย่างระเอียด ซึ่งอาจจะทำให้ล่าช้า แต่ที่ผ่านมาต้องการให้เกิดความชัดเจนจึงไม่ออกมาชี้แจง ตอนนี้ก็ถือว่าชัดเจน และจะดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด" นายวิณะโรจน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนพื้นที่การครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก.ของนายทวี ไกรคุปต์ อีก 600 ไร่ ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี นั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ และจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน และหากตรวจสอบพบในพื้นที่อื่นในลักษณะเดียวกันในคนอื่น หากมีข้อมูลจะดำเนินการตรวจสอบในลักษณะเดียวกันทั้งหมด เพื่อยึดที่คืนและจัดสรรให้เกษตรกรต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนการดำเนินการของกรมป่าไม้ ในการดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ที่ผ่านมา ส.ป.ก.จะไม่ขอเข้าไปดำเนินการเข้าร่วมของการดำเนินคดี เพราะทุกอย่างเป็นส่วนพื้นที่ของกรมป่าไม้ โดยมีพื้นที่ของ ส.ป.ก.ที่ น.ส.ปารีณา ครอบครองพื้นที่ ทาง ส.ป.ก.จะดำเนินการทางกฎหมายของ ส.ป.ก.อย่างเคร่งครัด คนที่ไม่มีคุณสมบัติความเป็นเกษตรกร ยืนยันว่าจะดำเนินการเช่นเดียวกัน และจะไม่เลือกปฎิบัติ เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันทั้งหมด

 
............................................................
 
 
'หงส์แดง'เปิดทัพ!จัดแข้งเต็มพิกัดล่าแชมป์ทีมโลก

'หงส์แดง'เปิดทัพ!จัดแข้งเต็มพิกัดล่าแชมป์ทีมโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.32 น.

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จ่าฝูงผู้ร้อนแรงของศึกพรีเมียร์ลีก เปิดรายชื่อชุด 23 นักเตะตะลุยศึกชิงแชมป์สโมสรโลก "The FIFA Club World Cup Qatar 2019 presented by Alibaba Cloud" ในฐานะแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ออกมาเรียบร้อยแล้ว

ทีมชุดนี้ เยอร์เก้น

คล็อปป์ เลือกทัพใหญ่ลงเล่นแบบเต็มรูปแบบ โดยไม่มีนักเตะที่บาดเจ็บอย่าง ฟาบินโญ่ และโฌแอล มาติ๊ป อยู่ในทัพที่จะบินไปเล่นที่กาตาร์ วันที่ 18 ธันวาคมนี้

สำหรับรายชื่อนักเตะทั้งหมดมีดังนี้ อลิสซอน เบ๊คเกอร์, เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, เดยัน ลอฟเรน, เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โจ โกเมซ, อาเดรียน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน , อดัม ลัลลาน่า, แอนดี้ โลเนอร์แกน, เซอร์ดาน ชากิรี่, ริอาห์น บริวสเตอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ดิว็อค โอริกี้, เคอร์ติส โจนส์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ และ เนโก้ วิลเลี่ยมส์

ทั้งนี้ สามารถเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นได้ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น 24 ชั่วโมง

 
ฟรีรับหน้าหนาว! กรมทางหลวงจัดให้ลาน'กางเต็นท์'รับนักท่องเที่ยวดอยอินทนนท์

ฟรีรับหน้าหนาว! กรมทางหลวงจัดให้ลาน'กางเต็นท์'รับนักท่องเที่ยวดอยอินทนนท์

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.30 น.
 
กรมทางหลวง บริการลานกางเต็นท์อำนวยความสะดวกประชาชนที่มาท่องเที่ยวดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามโทร 1586

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562 นายสิทธาฤทธิ์ ปรีดานนท์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 เปิดเผยว่า  ด้วยขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวและใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนที่ต้องการมาท่องเที่ยวพักผ่อนรับลมหนาวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงดอยอินทนนท์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก กรมทางหลวงโดยแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 จึงจัดให้มีบริการลานกางเต็นท์และลานจอดรถสำหรับประชาชนที่จะมาท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

สำหรับบริการลานกางเต็นท์และที่จอดรถ จะอยู่ในพื้นที่ของหมวดทางหลวงจอมทอง ซึ่งประชาชนที่ต้องการพักค้างคืน หรือแวะพักบริเวณดอยอินทนนท์สามารถเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ซึ่งหมวดทางหลวงจอมทองได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมบริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เช่น บริการน้ำดื่ม ห้องน้ำ สอบถามข้อมูลทางหลวง เป็นต้น

ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ทำการปรับปรุงเส้นทางให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยสวยงาม ดูแลไฟฟ้าแสงสว่าง และตัดแต่งกิ่งไม้ ตลอดจนการบริหารจัดการจราจร เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกปลอดภัยรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงขอความร่วมมือโปรดขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ หมวดทางหลวงจอมทอง ตั้งอยู่ที่ กม.30+850 (ด้านซ้ายทาง) ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ (ตรงข้ามอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์) หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่หมวดทางหลวงจอมทอง โทร 0 5328 6733 หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

 

 
 
 
 
 
.....................................................................
 
6 ธันวาคม 2562
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน