*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5686
  • จำนวนผู้ชม : 3394921
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 285 , 11:39:01 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Chaoying , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         10 ธันวาคม 'วันรัฐธรรมนูญ' มีรัฐพิธีถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 นั้น มีนัยยะสำคัญที่แฝงอยู่ คือ เป็นการขอ

พระราชทานอภัยโทษที่คณะราฎร์บังอาจก่อการขบถต่อพระองค์อีกนัยหนึ่งด้วย และด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์ที่ไม่มี

พระราชประสงค์ให้เกิดการนองเลือด จึงมิได้มีกระแสรับสั่งให้ทหารและประชาชนต่อต้านแต่อย่างไร แต่กลับทรงยินยอมให้คณะบุค

คลที่ทรงชุบเลี้ยงมาก่อน แม้แต่ส่งไปศึกษาที่ต่างประเทศก็มีอยู่หลายราย เรียกร้องเชิงบังคับพระองค์พร้อมกับพระบรมวงศ์ต่างๆนานา

ซึ่งยังความโทมนัสเบื้องพระยุคลบาทสุดประมาณ จนในที่สุดได้เสด็จออกไปประทับนอกราชอาณาจักรจนกระทั่งสวรรคตในเวลาต่อมา

         ทั้งนี้ การที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พูดผ่านสื่อว่า พรรคอนาคตใหม่จะสานต่อเจตนารมย์ของคณะราษฎ์ให้สำเร็จลุล่วงนั้น

หมายถึงอะไร ยังจะซ้ำเติมการขบถต่อสถาบันเบื้องสูงต่อไปอีกกระนั้นหรือ ยังไม่สาแก่ใจกระนั้นหรือ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปพานรัฐธรรมนูญ ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปพานรัฐธรรมนูญ ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปพานรัฐธรรมนูญ

         

ช่วงนี้ ขอประชาชนดูแลสุขภาพ อากาศยังหนาวเย็น

ช่วงนี้ ขอประชาชนดูแลสุขภาพ อากาศยังหนาวเย็น

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.57 น.
 
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง ส่วนตอนกลางวันท้องฟ้าโปร่งและมีแดดจัด บริเวณพื้นราบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-14 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-8 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-20 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงระวังอันตรายจากอัคคีภัยไว้ด้วย 

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง โดยบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมามีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณ

อ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทย และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 

ภาคเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอย มีอากาศหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 1-6 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคกลาง อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 13-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออก อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศเย็นกับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆบางส่วน กับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

'ชวน'นำสมาชิกสภาฯ วางพานพุ่มวัน'รัฐธรรมนูญ'

'ชวน'นำสมาชิกสภาฯ วางพานพุ่มวัน'รัฐธรรมนูญ'

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.27 น.
 
10 ธันวาคม 2562 ที่รัฐสภา มีการจัดพิธีวางพานประดับพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระรูปต้นแบบพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการรัฐสภา วุฒิสภา ตัวแทนสถาบันพระปกเกล้าผู้แทนพรรคการเมืองต่างๆ อาทิ พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นำโดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดย นายนิกร จำนง ผอ.พรรคฯ นำพานประดับพุ่มดอกไม้ร่วมถวายบังคมฯ เป็นต้น
 
 
 
 
 
 
 
ดีเดย์‘กกต.’ถกมติเคาะ3ช่องทางผิด เชือดเงินกู้‘อนค.’นิติกรรมตบตา

ดีเดย์‘กกต.’ถกมติเคาะ3ช่องทางผิด เชือดเงินกู้‘อนค.’นิติกรรมตบตา

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 10.48 น.
จับตา“กกต.” ถกปมเงินกู้อนค.11 ธ.ค.  สงสัยนิติกรรมอำพราง-ชี้พิรุธจ่ายคืน 5 งวดรวม 26.8 ล้าน ห่างกันงวดละ 10 วัน ตั้งข้อสังเกตเอาเงินจากไหนมาใช้หนี้ ชี้กม.ปิดช่องกู้เงินเพราะไม่อยากให้คนเดียวครอบงำพรรค 
 
จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการพิจารณาเรื่องการกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่  ในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ หลังจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน กกต. ได้รับพยานหลักฐานบางส่วนจากพรรคอนาคตใหม่  ในคดีกู้เงิน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จำนวน 191 ล้านบาทนั้น กรณีดังกล่าวเป็นที่น่าจับตาว่า ในการประชุมครั้งนี้ กกต.จะมีมติชี้ขาดเลยหรือไม่

โดยมีรายงานว่า กกต.ได้มีการตั้งประเด็นตามคำร้อง รวม 2 ประเด็น คือ 1.การกู้เงินดังกล่าว ถือเป็นการบริจาคของบุคคลเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปีตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ 2.การกู้เงินดังกล่าวถือว่า เป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเข้าข่ายเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาข้อกฎหมามาตรา 62 พ.ร.ป.พรรคการเมืองไม่เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองกู้ยืมเงิน มาดำเนินกิจการพรรคการเมืองได้ เช่น เดียวกับ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ปี 50 ที่จะกำหนดให้พรรคสามารถมีรายได้อื่น และพรรคการเมืองในขณะนั้นก็มีการกู้เงิน และนำมาลงบัญชีในหมวดรายได้อื่น 

ขณะที่ในส่วนข้อเท็จจริง หากบอกว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาค ซึ่งกฎหมายกำหนดให้บริจาคได้เพียง 10 ล้านบาท หากจะบอกว่า ที่เหลือเป็นการบริจาคเกินก็คงไม่ได้ และเมื่อพิจารณาจากเอกสารหลักฐานชี้แจงที่พรรคอนาคตใหม่ส่งมา ส่วนหนึ่งนั้น ระบุว่า สัญญาเงินกู้ฉบับแรก เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2562 ที่พรรคอนาคตใหม่ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนายธนาธร จำนวน 161,200,000 บาท และตามสัญญาระบุว่า พรรคจะมีการชำระเงินภายใน 3 ปี โดยในปีแรกจะชำระเงินกู้จำนวน 80 ล้านบาท ปีที่สอง 40 ล้าน และปีที่สาม 41 ล้านบาท ซึ่งพรรคได้มีการรายงานมาว่า ปัจจุบันเงินกู้ดังกล่าวได้มีการชำระแล้ว 26.8 ล้านบาท แบ่งเป็น 5 งวดห่างกันครั้งละ 10 วัน และชำระเป็นเงินสดทั้งหมด ก็ยังมีข้อน่าสงสัยว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินของใคร เบิกถอนมาจากไหน และเอาเข้าบัญชีใคร หรือถ้านำเงินที่เป็นรายได้ของพรรคตามกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 62 มาชำระ ก็ยิ่งจะถือว่า ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายมาตราดังกล่าวกำหนดเรื่องที่มารายได้ของพรรคไว้ 7 ประการ และไม่ให้นำรายได้เหล่านี้ไปใช้เพื่อการอื่น นอกจาการดำเนินกิจการของพรรค ซึ่งหากมีการนำรายได้ของพรรคไปจ่ายหนี้เงินกู้ก็จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา กรรมการบริหารพรรคต้องติดคุก 

ขณะเดียวกันก็จะต้องพิจารณาถึงรายรับรายจ่ายของพรรคว่า มีการลงบัญชีเงินจำนวนนี้ไว้ในหมวดใด การรับบริจาคที่หากนำเงินบริจาคไปชำระคืนกระทบต่อยอดเงินบริจาคหรือไม่ และความสามารถของพรรคในการชำระหนี้ เพราะจากรายงานงบการเงินของพรรคอนาคตใหม่ในรอบปี 2561 ที่มีการรายงานต่อ กกต.เมื่อ เม.ย.2562 ก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้  ดังนั้นการให้พรรคกู้เงินจึงอาจจะเข้าข่ายของการเป็นนิติกรรมอำพราง เป็นการได้เงินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งก็จะเข้าข่ายตามมาตรา 72  พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ห้ามไม่ให้พรรค การเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า มีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะมีความผิดตามมาตรา  92(3) เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคได้ 

“เรื่องการกู้ยืมเงินเป็นกฎหมายเอกชน ยืมเงินมาต้องใช้ แต่คุณจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ในเมื่อกฎหมายห้ามไม่ให้เอาเงินรายได้ของพรรคไปใช้อย่างอื่น นอกเหนือจากเพื่อการดำเนินกิจการทางการเมืองของพรรค ซึ่งเงินกู้ไม่ถือเป็นกิจการทางการเมืองของพรรค เราจึงสงสัยว่า จะเป็นนิติกรรมอำพราง กฎหมายตอนปี 50 เปิดช่องให้พรรคมีรายได้อื่นๆ พรรคจึงมีการกู้เงินจากคนที่เป็นนายทุน บุคคลนอกพรรค แล้วก็เกิดปัญหาการครอบงำ โดยบุคคลคนเดียว กฎหมายปี 60 จึงมีการแก้ไข ตัดไม่ให้มีเรื่องของรายได้อื่นๆออก ให้พรรคไม่ใช้เงินเกินตัว โดยกำหนดไว้ว่า ให้ใช้เงินจากทุนระเดิม ค่าสมาชิกพรรค เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการครอบงำจากบุคคลคนเดียวแล้วทำให้การเมืองผิดเพี้ยน เราก็อุตสาห์ตัดระบบนี้ แต่เขาก็ยังมาทำแบบนี้อีก” แหล่งข่าว ระบุ 

ทั้งนี้หากในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว กกต.เห็นว่า เข้าข่ายมีความผิด ตามกฎหมายมีช่องทางที่ กกต. ดำเนินการได้ 3 ช่องทาง  คือ 1.กรณีเป็นความปรากฏต่อ กกต. ซึ่งหาก กกต.เห็นว่า เป็นความผิดยุบพรรค ก็สามารถเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เลย เช่น กรณียื่นให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และให้วินิจฉัยสถานภาพ ส.ส.ของนายธนาธร ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยยืนยันว่า การใช้อำนาจในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่เป็นความปรากฏอยู่ในอำนาจที่ กกต.ดำเนินการได้ 2.ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นแล้วเสนอต่อ กกต.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง และ 3.มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ เพื่อให้มาชี้แจงข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับที่ กกต.เคยทำในกรณี มีมติให้นายธนาธร มาชี้แจงกรณีการถูกร้องเรื่องถือครองหุ้นสื่อเพื่อดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

 

‘สุวัจน์’ชี้ปรับครม.ช่วยเพิ่มเสียงรัฐบาลสร้างเชื่อมั่นมีเสถียรภาพ

‘สุวัจน์’ชี้ปรับครม.ช่วยเพิ่มเสียงรัฐบาลสร้างเชื่อมั่นมีเสถียรภาพ

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.09 น.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562 ที่รัฐสภา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวถึงแนวโน้มการปรับคณะรัฐมนตรีว่า เป็นดุลพินิจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แต่ต้องยอมรับกันว่า รัฐบาลชุดนี้จัดตั้งขึ้นด้วยความลำบาก เพราะว่าเวลานั้นการเมืองเราค่อนข้างตึง มีการแบ่งค่ายชัดเจน ดังนั้น ก่อให้เกิดความยากลำบากในการตั้งรัฐบาลให้เกิดเสถียรภาพ และเป็นที่มาของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ

“การเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำเกิดผลกระทบหลายอย่าง ทั้งๆที่รัฐบาลชุดนี้ ผมคิดว่า เมื่อดูจากนโยบายต่างๆ ก็เป็นนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก แต่การขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จ เสถียรภาพรัฐบาลก็เป็นพื้นฐานสำคัญ หลายๆครั้งที่เกิดเหตุการณ์ในสภา เวลาเสียงครบหรือไม่ครบหรือรัฐบาลแพ้ในการลงมติ มันก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่น การโหวตในสภาเป็นเรื่องมีความสำคัญ” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ดังนั้น รัฐบาลมีสองทางเลือก 1.ถ้าปัจจุบันมีเสียง 253-254 เสียงก็ต้องมีการทำความเข้าใจกันเพื่อให้เกิดเอกภาพ  และการมีความรู้สึกเป็นพรรครัฐบาลร่วมกัน ถ้าควบคุมตรงนี้ได้ก็ไม่มีปัญหา 2.หากโหวตมาแล้วเสียงไม่ครบเรื่อยๆ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องหาเสียงมาเพิ่มจะด้วยวิธีการอะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ การปรับคณะรัฐมนตรีเป็นแนวทางหนึ่งที่จะเพิ่มเสียงให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ และเพิ่มความเชื่อมั่นในการทำงาน 

“การจะปรับครม.หรือไม่เป็นเรื่องของนายกฯ แต่พรรคชาติพัฒนาไม่ได้มีอะไรที่บอกว่า ควรทำหรือไม่ควรทำ แต่คิดว่า ถ้ามีเสียงมาเพิ่มให้กับเสถียรภาพก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน” นายสุวัจน์ กล่าว

แม่ยกปชป.เดือด! ซัดยุครวบอำนาจ'โยนกระดูกให้แทะ' ยุพรรคร่วมลุกทวงศักดิ์ศรี

แม่ยกปชป.เดือด! ซัดยุครวบอำนาจ'โยนกระดูกให้แทะ' ยุพรรคร่วมลุกทวงศักดิ์ศรี

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 22.44 น.

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ "ติ๊งต่าง" เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับ และแกนนำกลุ่มชาวไทยหัวใจรักสงบ แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Kanjanee Valyasevi" โดยมีเนื้อหาระบุว่า

ตอนนี้อยู่ในยุครวบอำนาจ ไม่ได้มีการส่งเสริมพรรคการเมืองและให้อำนาจปชช. เจตนาทำให้พรรคการเมืองอื่นอ่อนแอ เล็กลง จนป่านนี้ก็ยังไม่มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น 

- ไม่มีการปฎิรูปการเมือง แต่จะรวมอำนาจด้วยการดึงนักการเมืองจากทุกพรรคที่เขายอม-ใครไม่ยอมก็จะถูกข่มขู่ว่าจะปรับออกบ้าง ,ริบเก้าอี้คืนบ้าง และตอบแทนกลับเหมือนโยนกระดูกให้หมาแทะ ส่วนของใหญ่ตนและพวกเก็บไว้เขมือบ

- พรรคการเมืองไหนทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจท่านผู้นำ จะต้องถูกลงโทษ

... อยากให้พรรคการเมืองที่ถูกกระทำลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีตนเองกันได้แล้ว

............................................... 

กระแทกเจ็บจี๊ด! 'อ.จักษ์'ร่ายกวีส่องเมือง ตอนที่ 2 สูตรหอนเห่า'เหล่าสามมาร'

กระแทกเจ็บจี๊ด! 'อ.จักษ์'ร่ายกวีส่องเมือง ตอนที่ 2 สูตรหอนเห่า'เหล่าสามมาร'

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 22.30 น.
9 ธันวาคม 2562 ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์บทกลอนลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว #กวีส่องเมือง ตอนที่ 2 สูตรหอนเห่า (แนะนำอ่านให้ครบทุกตอน)

เขามีขอบ กรอบกำหนด
มันเป็นกฎ กำหนดไว้
แม้ตุ่นเต่า ก็เข้าใจ
เห็บเหาไร เข้าใจดี

รู้ทุกเรื่อง ของกองทัพ
ทั้งงบลับ กระชับบี้
เรื่องของตัว สุดมั่วมี
เบือนวจี หนีสุดฤทธิ์

จะตรวจสอบ กรอบคนอื่น
ประกาศยืน คนอื่นผิด
เรื่องตัวเอง กระเตงคิด
ทุจริต จริตเบือน

โดนตรวจสอบ กระหอบหืด
ทำติดตืด อิดอืดเลื่อน
หลักฐานจาง สุดลางเลือน
มันคือเงื่อน ที่เลื่อนเอา

ออกมาย้ำ คำเก่าเก่า
ยังตะแบง เขาแกล้งเรา 
สูตรหอนเห่า เหล่า “สามมาร”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ดร.จักษ์’ร่ายกลอนถึงซุ้มสามมาร‘ขุนลืม-หลวงประดิษฐ์วาทกรรม-ท้าวสหดอก’

.............................................................

คลิป คนงานฟาร์มไก่ 'เอ๋ ปารีณา' เก็บข้าวของกลับบ้าน หลัง สปก.ยึดที่คืน

คลิป คนงานฟาร์มไก่ 'เอ๋ ปารีณา' เก็บข้าวของกลับบ้าน หลัง สปก.ยึดที่คืน

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.27 น.
 

คลิป คนงานฟาร์มไก่ 'เอ๋ ปารีณา' เก็บข้าวของกลับบ้าน หลัง สปก.ยึดที่คืน

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.27 น.
 
 

ตลอดช่วงเช้าวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา คนงานฟาร์มเลี้ยงไก่ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่หมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ได้พากันเก็บสิ่งของและรื้อสิ่งปลูกสร้างที่สามารถรื้อออกได้ขึ้นรถบรรทุกทยอยออกจากฟาร์มเลี้ยงไก่ หลังจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้ประกาศยึดพื้นที่คืน โดยช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์จะนำทีมเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ลงพื้นที่ฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา เพื่อยึดและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง (อ่านรายละเอียดข่าวที่นี่ : คืนของหลวง!! รื้อฟาร์มไก่'ปารีณา'คนงานทยอยเก็บของออกจากพื้นที่)

.................................................
 
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.

ขยายเวลาสร้างรัฐสภา อีก 382 วัน !!!

เมื่อไหร่รัฐสภาแห่งใหม่จะแล้วเสร็จเสียที?

หลังดำเนินการก่อสร้างผ่านมาแล้วมากกว่า 2,300 วัน ก็ยังไม่เสร็จเสียทีผ่านไปแล้วเกือบๆ 7 ปี!!!

1. ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 บริษัทซิโน-ไทย ทำหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ได้รับขยายเวลาก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่อีก 382 วัน ตั้งแต่ 16 ธ.ค. 2562- 31 ธ.ค.2563

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทยเอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ตามที่บริษัทเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบตามสัญญาเลขที่ 116/2556 ลงวันที่ 30 เมษายน 2556 โดยมีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ว่าจ้าง ซึ่งเดิมจะครบกำหนดระยะเวลาก่อสร้างในวันที่ 15 ธันวาคม 2562 นั้น

“...บริษัทฯ ขอเรียนว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินงานก่อสร้างอย่างเร่งด่วน และต่อเนื่องตลอดเวลาเพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญาแต่ระหว่างก่อสร้างมีเหตุตามข้อกำหนดแห่งการขอขยายระยะเวลาก่อสร้างได้ตามสัญญาฯ บริษัทฯจึงได้ดำเนินการขอขยายเวลาก่อสร้างโดยดำเนินการเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขแห่งสัญญาก่อสร้างฯอย่างถูกต้องครบถ้วน โดยบริษัทฯ เสนอผ่านผู้ควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้างโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้พิเคราะห์พิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นที่เป็นอุปสรรคของการก่อสร้าง ตามเงื่อนไขข้อกำหนดแห่งการขยายเวลาก่อสร้างในสัญญาจ้างแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมแนบท้ายสัญญาฯ ตกลงให้บริษัทฯ ขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ออกไปอีก 382 วัน นับตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563...”

สรุป คือ ได้ขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีก 382 วัน

2. เมื่อได้รับการขยายเวลาก่อสร้างจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็เท่ากับว่า บริษัทซิโน-ไทย สามารถจัดการกับความเสี่ยงที่จะโดนค่าปรับไปแล้วเปลาะหนึ่ง

เพราะตามสัญญาเดิมนั้น จะต้องก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามสัญญา ภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2562

หากไม่เสร็จ ก็อาจต้องถูกคิดค่าปรับรายวัน วันละ 12 ล้านกว่าบาท

สมมุติว่า 382 วัน ก็คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท

แต่เมื่อได้รับการขยายเวลาแล้ว หากมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ก็เท่ากับเอกชนหมดห่วงเรื่องนี้ไปแล้ว

3. แต่ไม่ได้หมายความการตรวจสอบในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรจะต้องยุติตามไปด้วย

ตรงกันข้าม กลับจะต้องดำเนินการอย่างเอาจริงเอาจังมากกว่าเดิม เพราะถือว่าข้าราชการได้กระทำการสำเร็จแล้ว ในการขยายเวลาก่อสร้างแก่เอกชน ทำให้เอกชนได้รับประโยชน์ ไม่ต้องเสียค่าปรับ

แต่การกระทำนั้นได้ทำไปอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขสัญญาหรือไม่ เพียงใด หรือฝ่าฝืนกฎหมายอื่นใด ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ อย่างไร? เป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องไม่อาจละเว้นที่จะต้องตรวจสอบให้เกิดผลเป็นที่ประจักษ์หลังจากนี้

4. สัปดาห์ที่แล้ว นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ระงับการขยายระยะเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ครั้งที่ 4

ประเด็นที่ยื่นนั้น ได้ขอให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย

นายวัชระระบุว่า กลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลังและงบประมาณ ได้มีความเห็นว่า ให้ระงับการขยายเวลาการก่อสร้าง โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับ
หลักการคิดในการขยายเวลาการก่อสร้างรัฐสภาให้กับผู้รับจ้างว่า เมื่อพิจารณาตามสัญญาจ้างก่อสร้างเลขที่ 116/2556 ลงวันที่ 30 เม.ย. 2556 ผนวกข้อ 16 การประสานงานระหว่างผู้รับจ้างหลักและผู้รับจ้างอื่น ผู้รับจ้างไม่สามารถยกเอาเหตุที่ผู้รับจ้างรายอื่นๆ รายใดรายหนึ่ง หรือหลายรายทำงานล่าช้า ขึ้นมาเป็นข้ออ้างเพื่อขอขยายเวลาทำงานอีกไม่ได้ จึงขอให้ประธานสภาฯ ระงับการขยายสัญญาการก่อสร้างครั้งที่ 4 ตามที่ผู้รับจ้างขอมาจำนวน 502 วัน เพราะขณะนี้กำลังจะมีการอนุมัติโดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นเวลา 382 วัน ซึ่งเห็นว่าน่าจะขัดต่อสัญญาและเอกสารต่างๆ

นายวัชระยืนยันว่า การมายื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ ไม่ได้ต้องการให้ระงับการก่อสร้าง แต่ต้องการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเลขาธิการสภาฯ เพราะการขยายออกไปจะมีผลให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าวันละ 2 ล้านบาท ทั้งค่าเช่าอาคารสถานที่ และยานพาหนะที่รับส่งเจ้าหน้าที่จากอาคารต่างๆ มาทำงานยังรัฐสภา

5. ปัญหาการก่อสร้างรัฐสภาใหม่บ้านเรา ไม่ทราบว่าติดอันดับโลกการก่อสร้างรัฐสภาที่ใช้เวลายาวนานที่สุดหรือไม่

ที่ผ่านมา สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ในฐานะผู้ว่าจ้าง ได้มีการขยายเวลาให้เอกชนผู้รับจ้างไปแล้ว 3 ครั้ง

ถ้ารวมครั้งล่าสุดนี่ด้วย ก็จะเป็นครั้งที่ 4

เริ่มต้น สัญญากำหนดเวลาให้ก่อสร้าง 900 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2556 ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558

ขยายครั้งที่ 1 จำนวน 387 วัน (25 พ.ย. 2558 – 15 ธ.ค. 2559) สืบเนื่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ส่งมอบพื้นที่ล่าช้า และปัญหาอุปสรรคในการขนดินที่ขุดจากการก่อสร้างเสาเข็มเจาะออกไปเก็บไว้นอกโครงการก่อสร้าง

ขยายครั้งที่ 2 จำนวน 421 วัน (16 ธ.ค. 2559 – 9 ก.พ. 2561) สืบเนื่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ มีความล่าช้าในการขนย้ายดินที่ขุดเพื่อการก่อสร้างชั้นใต้ดิน

ขยายครั้งที่ 3 จำนวน 674 วัน (10 ก.พ. 2561 - 15 ธ.ค.2562) สืบเนื่องจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ มีความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่บริเวณโรงเรียนโยธินบูรณะ ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ดุสิต และศูนย์สาธารณสุข 38 ของกรุงเทพมหานคร ชุมชนบ้านพักองค์การทอผ้า และบ้านพักข้าราชการกรมการอุตสาหกรรมทหาร

เท่ากับว่า ขยายเวลามาแล้ว 3 ครั้ง รวมเวลาขยาย 1,482 วัน

ถ้านับตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะใช้เวลาไปแล้วกว่า 2,300 วัน

ล่าสุด บริษัท ซิโน-ไทย ขอขยายเวลา 502 วัน แต่คณะกรรมการตรวจการจ้างมีมติให้ขยายเวลา 382 วัน

กระทั่งล่าสุด บริษัท ซิโน-ไทย เผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ขยายเวลาให้อีก 382 วัน

หรืออีกปีกว่าๆ

ถ้ารวมเวลาก่อสร้างทั้งหมด (รวมเวลาที่ได้รับการขยายไป)ก็จะทะลุไปถึง 2,764 วัน

หรือเกือบๆ 8 ปี

โดยที่หน่วยงานรัฐ ในฐานะผู้ว่าจ้าง ไม่สามารถเรียกปรับเอกชนผู้รับจ้างได้เลย

6. ประเด็นที่จะต้องตรวจสอบต่อไป คือ การอนุมัติขยายเวลาก่อสร้างให้เอกชนนั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และดำเนินการตามขั้นตอนในสัญญาหลักอย่างถูกต้อง ครบถ้วน หรือไม่?

เท่าที่ปรากฏในขณะนี้ สัญญาจ้างก่อสร้างข้อ 24.1 ระบุว่าจะขยายเวลาได้ “ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุใดๆ อันเนื่องมาจากความผิดหรือความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้างหรือพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ทำให้ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาการทำการตามสัญญานี้ได้”

นอกจากนี้ ฝ่ายผู้รับจ้างยังจะต้องแสดงหลักฐานเป็นหนังสือแจ้งเหตุดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างทราบภายใน 15 วัน นับจากวันที่เหตุหรือพฤติการณ์นั้นสิ้นสุดลง

ด้วยเหตุนี้ จึงต้องทำความจริงให้ปรากฏว่า กรณีสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้ขยายเวลาก่อสร้างแก่เอกชนไปนั้น เป็นเหตุให้เอกชนไม่ต้องเสียค่าปรับนั้น มีหลักฐานครบการดำเนินการอย่างครบถ้วนถูกต้อง ตามเงื่อนไขในสัญญาหลักหรือไม่ อย่างไร? อันจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเอื้อประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ทำให้รัฐเสียหาย หรือไม่?

สารส้ม

.......................................................................

10 ธันวาคม 2562

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน