*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5674
  • จำนวนผู้ชม : 3392046
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 391 , 12:45:33 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

          ยามบ่ายท่อ.เมือง อุทันธานี อากาศยังเย็นๆอยู่ครับ แม้อุณหภูมิในร่มจะ 28.5 องศาก็ตาม พาให้ไม่ค่อยจะสบายเสียด้วย ผม

นั่งอัพโหลดข่าวลงบล็อกนี้ สัปหงกงึกๆตั้งหลายหน

         เมืองไทยไม่มีปลากระจู๋นะครับ แต่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียพวกมันขึ้นมานอนตายบนหาดเต็มไปหมด ดูรูปแล้วน่ารักจังครับ เหมือนอะไร

ก็บอกไมู่ก .......

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562
 
 อากาศยังหนาวเย็น อุณหภูมิสูงขึ้น1-2องศาฯ ใต้คลื่นสูง1-2เมตร

 

อากาศยังหนาวเย็น อุณหภูมิสูงขึ้น1-2องศาฯ ใต้คลื่นสูง1-2เมตร

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.41 น.

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป ส่วนตอนกลางวันท้องฟ้าโปร่งและมีแดดจัด บริเวณพื้นราบในภาคเหนือและภาคะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-18 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-11 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นและขอให้ระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย 

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน มีกำลังอ่อนลง ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ 

 
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 

ภาคเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอย มีอากาศหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-8 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ตอนบนของภาค อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า ตอนล่างของภาค มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.

ข้าว ยาง ปาล์ม มัน ข้าวโพด ครบ 5 นโยบายประกันรายได้เกษตรกรครบแล้ว สำหรับนโยบายประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกพืชผล 5 ชนิ

ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ล่าสุด ครม.เห็นชอบดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2562/63

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเสริมในเรื่องข้าวอีกด้วย

1. เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ  รับทราบ และเห็นชอบมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ดังนี้

1.1 อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2562/63 วงเงินรวม 923 ล้านบาท 

1.2 อนุมัติมาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2562/63 วงเงิน 45 ล้านบาท

1.3 รับทราบมาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2562/63

2. โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2562/63

ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ

ราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กก.ละ 8.50 บาท (ความชื้น 14.5%)

ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่

ธ.ก.ส. จะโอนเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

จะเริ่มจ่ายเงินส่วนต่างครั้งแรก 20 ธันวาคมนี้

โดยโครงการมีระยะเวลาดำเนินการ

(1) ช่วงเวลาเพาะปลูก ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

(2) ระยะเวลาใช้สิทธิ ใช้สิทธิได้ในช่วงการเก็บเกี่ยวที่ระบุไว้ในทะเบียนเกษตรกร โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินส่วนต่างครั้งแรกในวันที่ 20 ธันวาคม 2562 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-19 ธันวาคม 2562 ให้มีสิทธิรับเงินชดเชยในวันที่ 20 ธันวาคม 2562 และจ่ายต่อไปทุกวันที่ 20 ของเดือนจนถึงระยะเวลาสิ้นสุดการรับสิทธิชดเชยตามโครงการ 31 ตุลาคม 2563

(3) ระยะเวลาโครงการ 1 ธันวาคม 2562-31 ธันวาคม 2563

3. ครม.ลุงตู่ ยังเห็นชอบมาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2562/63

2.1 การบริหารจัดการการนำเข้า โดยกำหนดช่วงเวลาการนำเข้าให้นำเข้าเฉพาะช่วงกุมภาพันธ์-สิงหาคม ของทุกปี ยกเว้น อคส. หากมีนโยบายให้นำเข้า การควบคุมการขนย้ายในพื้นที่ติดชายแดนเพื่อนบ้าน กำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1 : 3 การตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการกำหนดมาตรการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า เพิ่มความเข้มการตรวจค้นของด่านตรวจความมั่นคงจัดชุดเข้าตรวจตามช่องทางผิดกฎหมายในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการลักลอบขนย้าย และให้มีคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการลักลอบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน เพื่อศึกษาและนำเสนอมาตรการแก้ไขปัญหา รวมทั้งพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ลักลอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรและระบบการค้าในประเทศเป็นสำคัญ

2.2 การดูแลความเป็นธรรมในการซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กำหนดให้ผู้รับซื้อแสดงราคา ณ จุดรับซื้อที่ความชื้น 14.5% และ 30% พร้อมแสดงตารางการเพิ่ม-ลด ราคาตามเปอร์เซ็นต์ความชื้น และกำหนดให้ใช้เครื่องชั่งน้ำหนัก/เครื่องวัดความชื้นที่มีมาตรฐาน

2.3 การดูแลความสมดุล โดยแจ้งปริมาณการครอบครอง การนำเข้า สถานที่เก็บ การตรวจสอบสต๊อก

2.4 การเพิ่มช่องทางการจำหน่าย โดยเชื่อมโยงผลผลิตกับผู้รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

2.5 โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตร ปี 2562/63 ให้ ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ/หรือใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ในการรวบรวมหรือรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562/63 กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อจำหน่ายต่อแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อช่วยดูดซับปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงที่ผลผลิตออกมาก โดย ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อ วงเงิน 1,500 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา MLR-1 หรือร้อยละ 4 ต่อปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน วงเงินชดเชย 45,000,000 บาท

2.6 สนับสนุนให้ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เก็บสต๊อกผลผลิต โดยสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ/หรือใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ให้สามารถรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรโดยไม่ต้องเร่งระบายผลผลิตและเก็บสต๊อกไว้ในรูปแบบชนิดเมล็ด เพื่อดึงผลผลิตส่วนเกินออกจากตลาดโดยไม่แทรกแซงกลไกตลาด วงเงินสินเชื่อ1,500 ล้านบาท รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการตามมูลค่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เก็บสต๊อกไว้อัตราร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาเก็บสต๊อก 60-120 วัน วงเงินชดเชย 15,000,000 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.)

4. ยุคนี้ ไม่มีการดำเนินนโยบายในลักษณะเอาเงินแผ่นดินไปรับซื้อ(ตั้งชื่อว่ารับจำนำ) สินค้าเกษตรในราคาแพงกว่าตลาด แล้วเก็บเข้าโกดังหลวงอันจะเปิดช่องให้มีการโกงกินมโหฬารเหมือนยุครัฐบาลเพื่อไทย

แต่ใช้วิธีช่วยเหลือโดยจ่ายเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋าเกษตรกรโดยตรงผ่านโครงการประกันรายได้เกษตรกร ในพืชผล 5 ชนิดข้างต้น นอกจากนี้ยังมีมาตรเสริมในพืชเศรษฐกิจแต่ละชนิดอีกต่างหาก

ยกตัวอย่าง ในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2562 กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2562/63 (คู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว) อาทิ(1) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก กรณีค่าฝากเก็บและค่ารักษาคุณภาพข้าวเปลือก (2) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกรวงเงิน และ (3) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก เพื่อดูดซับปริมาณข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากเป้าหมาย 6.5 ล้านตันข้าวเปลือก จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ฯลฯ

กรณียางพารา คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติก็รายงานความคืบหน้าในการเพิ่มการใช้ยางพาราของแต่ละกระทรวงให้ ครม.รับทราบ
ในวันเดียวกัน ยกตัวอย่าง (1) กระทรวงคมนาคม มีเป้าหมายการใช้ยาง จำนวน 33,957.68 ตัน โดยมีผลการใช้ยาง จำนวน 34,353.26 ตัน สำหรับทำถนนและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยจราจร คิดเป็นร้อยละ 101.16 ของเป้าหมาย  (2) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายการใช้ยาง จำนวน 33,658.02 ตัน โดยมีผลการใช้ยาง จำนวน 18,008.62 ตัน สำหรับทำถนน คิดเป็นร้อยละ 53.50 ของเป้าหมาย (3) กระทรวงกลาโหม มีเป้าหมายการใช้ยาง จำนวน 42,098.47 ตัน โดยมีผลการใช้ยาง จำนวน 1,759.54 ตัน สำหรับทำถนน ปืนจำลอง รองเท้า และที่นอน คิดเป็นร้อยละ 4.18 ของเป้าหมาย(4) กระทรวงมหาดไทย มีเป้าหมายการใช้ยาง จำนวน 51,926.26 ตัน โดยมีผลการใช้ยาง จำนวน 65,370.90 ตัน สำหรับทำถนน สนามเด็กเล่น และลานอเนกประสงค์ คิดเป็นร้อยละ 125.59 ของเป้าหมาย ฯลฯ

สำหรับพืชผลอื่นๆ ก็มีมาตรการเสริมต่างกันออกไป

ทั้งหมด เป็นตัวอย่างสะท้อนถึงความคืบหน้าในการทำงานจริงเพื่อประโยชน์ปากท้องของประชาชน ไม่ใช่แค่มุ่งแต่จะเอาชนะคะคานทางการเมืองแย่งชิงอำนาจทางการเมือง อันทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความเบื่อหน่ายกับนักการเมืองจำนวนไม่น้อยในขณะนี้

สารส้ม

วุ่นวาย‘เสรี’เขกกะโหลก‘ทอน’ปลุกร่วมสกายวอร์ค ยกเลิกชุมนุมเถอะ

วุ่นวาย‘เสรี’เขกกะโหลก‘ทอน’ปลุกร่วมสกายวอร์ค ยกเลิกชุมนุมเถอะ

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 09.04 น.
 
เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562  นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา  โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุเนื้อหาว่า ขอเสนอให้ยกเลิกการชุมนุมที่ สกายวอร์ค
 

เรื่องของนายธนาธร ที่นัดชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ค ทางเดินเชื่อมต่อ ที่สี่แยกปทุมวัน ตั้งแต่เวลา 17.00น. เป็นต้นไป และจะยุติการชุมนุมทันที ในเวลา 18.00 น.

มันเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยอาศัยพื้นที่ สถานที่ ที่มีประชาชนคนจำนวนเดินทางมาที่สกายวอล์ค ในช่วงเย็น เพื่อเดินทางกลับบ้าน หรือไปตามห้างฯต่างๆในย่านนั้น โดยใช้บริการรถไฟฟ้าและรถยนต์ในย่านนั้น อยู่แล้ว

ซึ่งถึงแม้จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงก็ตาม แต่มันทำให้เกิดภาพดูเหมือนมีคนมาร่วมชุมนุมตามที่เชิญชวนจำนวนมาก ซึ่งหากทำอย่างนี้หลายๆครั้ง ก็มีโอกาสจะดึงดูดคนจำนวนมากมาร่วมชุมนุมในคราวต่อๆไปหรือกิจกรรมอื่นที่จะทำต่อไป

เชื่อได้ว่า ต้องการพยายามสร้างมวลชนให้เหมือนฮ่องกง ที่ต่อไปจะควบคุมไม่อยู่และจะบานปลายออกไป ซึ่งหวังว่า คงไม่บานปลายออกไปเช่นนั้น

แต่การเรียกมวลชนของนายธนาธรฯ เป็นเรื่องเรียกเชิญชวนประชาชนมารวมตัวเพื่อปกป้องในเรื่องส่วนตัวหรือพรรคของตัวเอง

การตั้งใจเข้าร่วมชุมนุม ประชาชนคนไทย จึงต้องมีสติ ไตร่ตรองให้ดี

แต่อย่าลืม ! อย่าไปทำผิด พรบ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558

มิฉะนั้น หากไปทำผิดกฎหมายและถูกดำเนินคดีอีก ก็จะไปโทษว่าถูกกลั่นแกล้งอีก เว้นแต่ว่าจะตั้งใจให้ถูกดำเนินคดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ที่ผ่านมาบ้านเมืองไทยก็มีความยุ่งยากมากอยู่แล้ว

เหตุการณ์ที่ผ่านมาจากการชุมนุมของคนไทยที่แบ่งฝ่าย ออกมาต่อสู้กันเอง เป็นบทเรียนที่คนไทยใช้ชีวิตที่เจ็บปวด ทรมานอย่างแสนสาหัส มายาวนานนับสิบปี

ในเรื่องของนายธนาธรฯหรือเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ ก็หวังด้วยว่าจะไม่ทำให้คนไทยแตกแยก วุ่นวาย ต่อสู้กันเองเหมือนที่ผ่านมา และก็ไม่ควรจะทำให้ประชาชนและลูกหลานเราใช้ชีวิตที่ยุ่งเหยิง วุ่นวายเหมือนฮ่องกงหรือเหมือนกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่ผ่านมา ก็ไม่ควรให้เป็นอย่างนั้น

สิ่งสำคัญ คือ การกระทำของนายธนาธรฯและของพรรคอนาคตใหม่ที่เกิดขึ้นจนถูกกระบวนการการตรวจสอบ พิจารณา และตัดสิน เป็นเรื่องที่ทำตัวเองมาทั้งสิ้น

ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นวันเริ่มต้นของความวุ่นวายในประเทศ หรือเป็นเพียงปรากฏการณ์เล็กๆของนักการเมืองคนหนึ่งที่กระทำการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่ควบคุมนักการเมืองในเรื่องของการใช้เงินของนักการเมืองหรือของพรรคการเมืองเท่านั้น

ต้องเข้าใจว่า นักการเมืองทุกคนอาจล้มหายตายจากไป แต่ประเทศไทยและลูกหลานไทย คงต้องอยู่และเจริญเติมโตต่อไป

ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ในการประคับประคองให้บ้านเมืองไทยเดินไปข้างหน้าต่อไป ด้วยการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินและความผาสุกของประชาชนคนไทยเป็นที่ตั้ง

หากนายธนาธรฯ ต้องการทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ก็ควรยกเลิกการชุมนุมที่สกายวอร์คเสีย อย่าให้บานปลายออกไป จนกลายเป็นปัญหาที่สะท้อนกลับเข้าหานายธนาธรฯเอง.
 

 

การเมือง

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป
 
............................................................
 
‘อภัยภูเบศร’ เตรียมจับมือกรมแพทย์แผนไทยฯ ดันต่อยอด‘นวดไทย’สู่ชาวโลก

‘อภัยภูเบศร’ เตรียมจับมือกรมแพทย์แผนไทยฯ ดันต่อยอด‘นวดไทย’สู่ชาวโลก

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.29 น.
 
อภัยภูเบศร เตรียมจับมือกรมแพทย์แผนไทยฯ ต่อยอดนวดไทย เป็น Excellent center หลังยูเนสโก้ประกาศขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม พร้อมดันใช้ Nuad Thai แทน Thai massage ให้ฝรั่งติดหู เหตุเพราะคนใช้ผิดประเภท 
 
จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ขององค์การยูเนสโก สมัยที่ 14 ณ กรุงโบโกตา ประเทศโคลัมเบีย มีมติให้ขึ้นทะเบียน ‘นวดไทย (Nuad Thai, Traditional Thai Massage/)’ ใน ‘บัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งมวลมนุษยชาติ” นั้น

ภญ.ดร.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า อภัยภูเบศรพร้อมต่อยอดด้วยการตั้ง Excellent Center ด้านการแพทย์แผนไทยร่วมกับกรมการแพย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยมีประเด็นการพัฒนาการนวดด้วย เนื่องจากการนวดอยู่ในวัฒนธรรม และยังมีแนวคิดทฤษฏีที่ชัดเจน โดยจะพัฒนาการนวดในทุกระดับ ทั้งเพื่อดูแลสุขภาพตนเอง นวดเพื่อการพึ่งตนเองในชุมชน นวดเพื่อการรักษา หรือแม้กระทั่งนวดที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ เพื่อพัฒนาเป็นโปรดักส์ แชมเปี้ยน เช่น การนวดนักกีฬา การนวดกระตุ้นพัฒนาการเด็ก

ดร.ผกากรอง กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังหาตัว โปรดักส์ แชมเปี้ยน ซึ่งจะดึงให้นำมีการนำโปรดักส์เกี่ยวกับการนวดเข้าไปอยู่ในตลาดด้วยเช่น ลูกประคบ น้ำมันนวด นอกจากนี้อยากจะรณรงค์ให้เปลี่ยนการเรียกจาก Thai massage เป็น Nuad Thai หรือ นวดไทยไปเลย เหมือนประเทศจีนที่เรียก ทุยนา เนื่องจากในต่างประเทศก็มีการเปิดสอน Thai massage แต่เจ้าของไม่ใช่คนไทย จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงการนำไปใช้ผิดประเภท จึงควรใช้คำว่านวดไทย ฝรั่งก็จำกันจนติดหูไปเอง

ดร.ผกากรอง กล่าวด้วยว่า เราอยากให้นวดไทยยังคงอยู่ จึงจะร่วมกับ กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะพัฒนา Excellent  Center เพื่อขับเคลื่อนและรื้อฟื้นองค์ความรู้เรื่องนวดไทย โดยที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับ ผศ.สำลี ใจดี ประธานมูลนิธิสาธารณสุขเพื่อการพัฒนา และครูหมอนวดผู้เชี่ยวชาญ จนสามารถพัฒนาจนได้แบบแผนการนวดเป็นของตัวเอง คือ “นวดไทยอภัยภูเบศร” จนปัจจุบันสามารถและถ่ายทอดไปสู่เอกชนแล้ว วันนี้แม้อาจารย์สำลี จะล่วงลับไปแล้ว แต่พวกเราก็จะทำงานเหล่านี้ต่อเพราะเห็นคุณค่าทั้งทางวัฒนธรรม สุขภาพและเศรษฐกิจ

สำหรับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นำเรื่องการนวดเข้ามาช่วง 2540-2542 โดยร่วมกับมูลสาธารณสุขเพื่อการพัฒนา โดยมี ผศ.สำลี ใจดี ประธานมูลนิธิฯ ในขณะนั้น แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม แต่โรงพยาบาลฯ ก็ยังทำต่อ เพื่อนำการนวดมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทุกระดับ

 
 
 
 
 
รายงานพิเศษ : สืบสานศาสตร์พระราชา‘อ่างพวง’  สร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้พื้นที่EEC

รายงานพิเศษ : สืบสานศาสตร์พระราชา‘อ่างพวง’ สร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้พื้นที่EEC

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระราชทานแนวพระบรมราโชบายของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ให้หน่วยงานราชการรวมถึงพสกนิกร ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ด้วยทรงตระหนักดีว่า ศาสตร์พระราชานั้นได้ผ่านการคิด กลั่นกรอง ปฏิบัติ และพัฒนา จนเป็นรูปธรรมชัดเจนมาแล้วทั้งสิ้น เป็นที่ยอมรับของสังคมไทยและในระดับนานาชาติ
 

“กรมชลประทานได้ยึดถือ สืบสาน ต่อยอดศาสตร์พระราชา มาใช้พัฒนาแก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทานภายใต้กรอบแนวคิด “RID No.1” ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานศาสตร์พระราชาเรื่อง “โครงข่ายอ่างเก็บน้ำ” หรือ“อ่างพวง”ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำริดำเนินโครงการในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2532 และแล้วเสร็จสมบูรณ์ปี 2549 ทำให้ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากมาช่วยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด และก่อให้เกิดความมั่นคงในเรื่องน้ำในพื้นที่นั้น

กรมชลประทานยึดศาสตร์พระราชา “อ่างพวง” ดังกล่าวมาสืบสาน ต่อยอด แก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ต่างๆ ล่าสุดบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาขยายผลดำเนิน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลังงาน ยานยนต์ของไทยในอนาคต ตลอดจนสร้างความมั่นใจด้านการท่องเที่ยว ซึ่ง 3 จังหวัดดังกล่าวยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ และที่สำคัญยังทำให้ภาคเกษตร มีน้ำที่อุดมสมบูรณผลิตผลไม้คุณภาพดีระดับโลกอีกด้วย

อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า แม้ปัจจุบันปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้ในพื้นที่ EEC จะมีเพียงพอกับความต้องการทุกภาคส่วนก็ตาม แต่ในอนาคตความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น กรมชลประทานจึงนำศาสตร์พระราชาในเรื่องอ่างพวง มาวางแผนเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้พื้นที่ EEC โดยสร้างระบบผันน้ำเชื่อมโยงระหว่างอ่างเก็บน้ำที่สำคัญเข้าด้วยกันเป็นโครงข่าย ซึ่งจะสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจแล้ว ทำให้ภาคการเกษตรมีน้ำสมบูรณ์เพียงพอด้วย ปัจจุบันมีการเชื่อม โยงอ่างเก็บน้ำต่างๆ เข้าด้วยกันโดยระบบท่อส่งน้ำ คลองส่งน้ำ และลำน้ำธรรมชาติ เป็นโครงข่ายแล้วส่วนหนึ่ง แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงให้พื้นที่ EEC ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังขุดลอกคลองในพื้นที่ชลประทาน ปรับปรุงประสิทธิภาพชลประทานและทบทวนพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งจะทำให้ได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีก 7 ล้านลบ.ม. พร้อมทั้งพัฒนาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเป็นแก้มลิง จะได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีก 200 ล้าน ลบ.ม.

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า ศาสตร์พระราชาในเรื่องอ่างพวงนั้น แก้ปัญหาน้ำได้อย่างมีประสิทธิ เช่นในฤดูแล้งปีนี้ ภาคตะวันออกมีฝนตกต่ำกว่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 40 โดยเฉพาะที่จังหวัดชลบุรี ปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยเกือบร้อยละ 50 ส่งผลให้แหล่งเก็บน้ำหลักของจังหวัด คือ อ่างเก็บน้ำบางพระ มีปริมาณน้ำใช้การได้เพียง 52.7 ล้านลบ.ม. หรือนประมาณร้อยละ 50 ของปริมาณการกักเก็บ ในขณะที่อ่างเก็บน้ำหลักอีกทั้ง 5 แห่งของเมืองพัทยา มีปริมาณน้ำใช้การรวมกันพียง 13.8 ล้านลบ.ม. ถือว่าน้อยกว่าความต้องการใช้น้ำของเมืองพัทยา คือ วันละ 200,000 ลบ.ม. หรือปีละ 70 ล้านลบ.ม.

กรมชลประทานได้วางแผนส่งน้ำเสริมให้เมืองพัทยาโดยใช้โครงข่ายน้ำ อีกวันละ 100,000 ลบ.ม.เพื่อไม่ให้เมืองพัทยาเกิดวิกฤตขาดน้ำ โดยจะผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำบางพระมาเพิ่มเติมให้ แม้อ่างเก็บน้ำบางพระจะมีปริมาณน้ำเพียงแค่ครึ่งของปริมาณเก็บกัก แต่กรมฯใช้ระบบโครงข่ายน้ำที่มีอยู่มาใช้แก้ปัญหา ด้วยการผันน้ำจากคลองพระองค์ไชยยานุชิตมาเติมวันละ 500,000 ลบ.ม. และจากแม่น้ำบางปะกงมาเติมอีกวันละ 100,000 ลบ.ม.จะทำให้มีน้ำมาสำรองเพียงพอส่งน้ำให้เมืองพัทยา นอกจากนี้ ยังสามารถผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลมาเติมที่อ่างเก็บน้ำบางพระได้อีกด้วย จึงมั่นใจได้ว่าเมืองชลบุรี และเมืองพัทยามีน้ำเพียงพอใช้ในทุกกิจกรรมในช่วงฤดูแล้งนี้อย่างแน่นอน

“การสืบสานศาสตร์พระราชาในเรืิ่องอ่างพวง นำมาต่อยอด ขยายผลใช้วางแผนแก้ปัญหาและสร้างความมั่นคงในเรื่องน้ำให้กับพื้นที่ EEC ควบคู่กับแผนงานด้านอื่นๆที่ได้ทำการศึกษาไว้ จะสามารถสร้างความมั่นคงในเรื่องน้ำให้กับพื้นที่ EEC ทั้ง 3 จังหวัดดังกล่าวได้อย่างแน่นอน รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วย ซึ่งกรมชลประ ทานมุ่งหวังที่จะสร้างสมดุลด้านน้ำโดยการใช้โครงข่ายน้ำหรืออ่างพวงผนวกกับเครื่องมือชลประทานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดความมั่นคงด้านน้ำให้มากที่สุด พร้อมทั้งจะนำศาสตร์พระราชาในเรื่องนี้ไปขยายผลดำเนินการในพื้นที่อื่นๆที่มีลักษณะปัญหาที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย” อธิบดีกรมชลประทานกล่าวในตอนท้าย

 
 
 
‘ธนกร’เดือดหลังมือ‘ธนาธร’ดูม็อบ‘ฮ่องกง’ ซัดเห็นแก่ตัว ปลุกขัดแย้ง

‘ธนกร’เดือดหลังมือ‘ธนาธร’ดูม็อบ‘ฮ่องกง’ ซัดเห็นแก่ตัว ปลุกขัดแย้ง

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.15 น.
“ธนกร”ซัด “ธนาธร” เห็นแก่ตัว ปลุกม็อบสร้างความขัดแย้งทั้งที่คนในประเทศกำลังมีความสุขกับเทศกาลปีใหม่ ลั่นประเทศไม่ใช่ของ “ธนาธร” แนะหันดูฮ่องกงเป็นตัวอย่าง 
 

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชิญชวนประชาชนออกมาชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ค ย่านปทุมวันว่า ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก หากการชุมนุมบานปลายใครจะรับผิดชอบ การกระทำของนายธนาธรเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวที่สุด คำนึงถึงประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก บ้านเมืองสงบมานาน ประชาชนกำลังมีความสุข ยิ่งใกล้จะปีใหม่ ทำไมต้องมาเคลื่อนไหวอีก ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่นำปัญหาต่างๆ เข้าสู่การแก้ปัญหาในสภาฯ มาตลอด และนางพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ก็ยืนยันตลอดว่าจะไม่มีการปลุกม็อบลงถนน 

“แต่วันนี้นายธนาธร กลับออกมาปลุกระดม ทำไมไม่หาทางแก้ต่างคดียุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญ  การปลุกระดมมวลชนจะนำไปสู่ปัญหาเหมือนในอดีตที่จะทำให้บ้านเมืองเสียหาย อยากจะถามนายธนาธรว่า ประชาชนไม่ได้รับความเสมอภาคตรงไหน ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงไหน ประเทศเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของนายธนาธร หากจะทำให้ประเทศชาติเสียหายประชาชนคงไม่ยอม” โฆษก พปชร. กล่าว 

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าลึกๆ ในใจประชาชนคงไม่ต้องการเห็นประเทศเสียหายจากการชุมนุมประท้วงเหมือนอดีตที่ผ่านมา ล่าสุดเราได้เห็นความเสียหายอย่างย่อยยับที่ฮ่องกงมาแล้ว ซึ่งตนเห็นยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่แล้วไม่สบายใจอย่างมาก ทุกอย่างเหมือนวางแผนมาอย่างเป็นระบบภายใต้ความเชื่อของคนแค่2-3 คน บ้านเมืองมีขื่อมีแป เราต้องเคารพกฎหมาย และการจัดชุมนุมดังกล่าวได้รับการอนุญาตถูกต้องหรือไม่ วันนี้มีพ.ร.บ.ชุมนุมฯ โทษค่อนข้างแรง ไม่อยากเห็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อ เพราะสุดท้ายแกนนำม็อบมักจะไม่รับผิดชอบอะไรเลย ที่สำคัญ ในบริเวณดังกล่าวยังมีการจัดคอนเสิร์ต เสมือนจงใจจัดชุมนุมใกล้ๆ เพื่อโมเมว่าคนเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากหรือไม่ ส่วนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคอนาคตใหม่นั้นตนไม่ขอก้าวล่วง แต่ไม่อยากเห็นพรรคอนาคตใหม่ใช้มวลชนกดดันจนถูกมองว่ากดดันศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

 

'เสื้อแดง'เฮโลผสมโรงม็อบธนาธร  แต่ยังสงสัยทำการบ้านมาก่อนหรือเปล่า?

'เสื้อแดง'เฮโลผสมโรงม็อบธนาธร แต่ยังสงสัยทำการบ้านมาก่อนหรือเปล่า?

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 20.50 น.

13 ธันวาคม 2562 เฟซบุ๊ก “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” ของนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ กลุ่มคนเสื้อแดง โพสต์ว่า "พรุ่งนี้​สังคมไทยจะได้เห็นว่าธนาธรและชาวอนาคตใหม่มีกึ๋นแค่ไหน​ การจัดชุมนุมบน​ Skywalk​ นอกจากจะอยู่ในรัศมี​ 100 ม.ใกล้วังสระปทุมห้ามชุมนุมทางการเมืองแล้ว ยังมีกฏหมายห้ามพรรคการเมืองจัดชุมนุม​ทางการ​เมืองอีก​ ผมไม่รู้ว่า ทางพรรคทำการบ้านมาก่อนหรือไม่ แต่พรุ่งนี้​จะชวนเพื่อนนักเคลื่อนไหว​ไปให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่​ #เวลาของคุณในสภามันหมดแล้ว​ #หากคุณเป็นนักต่อสู้คุณต้องลงถนนเรียกหาความยุติธรรม

ก่อนหน้านี้ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง ระบุว่า "ชาวอนาคตใหม่กำลังถูกปรามาสจากนักเคลื่อนไหว​ว่าพวกคุณไม่มีความเป็นนักต่อสู้​ เก่งแต่จิ้มแป้นในโซเชียล​ ติดแฮทแทชแต่ไม่กล้าลงถนน​ หัวหน้าพรรคโดนตัดสิทธิ์​ทางการเมืองพรรคของคุณ​ไกล้จะโดนยุบ​แต่ไม่กล้าออกมาต่อสู้​ พรุ่งนี้​ผมจะรอดูว่าอุดมการณ์​ของพวกคุณ​มีแค่ไหน​ ความเป็นนักต่อสู้ของคุณมีไหม หากมาไม่ถึง​ 2,000​ คุณไม่ต้องทำอะไรปล่อยให้เขายุบพรรคคุณไปเถอะครับ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 45 ได้ระบุ ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองกระทําการหรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทําการอันเป็นการก่อกวน  หรือ คุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทําการอันเป็นการทําลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยมีบทลงโทษหนักสุดถึงขั้นยุบพรรคเลยทีเดียว

 

'กนก'จัดให้หนักๆ! ปลุกปั่นลงถนน สันดานคนแพ้แล้วพาล

'กนก'จัดให้หนักๆ! ปลุกปั่นลงถนน สันดานคนแพ้แล้วพาล

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 19.26 น.
วันที่ 13 ธันวาคม 2562 นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรายการข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page โดยระบุว่า
 

ผิดเองอยู่ซ้ำซาก เสือกไปลากประชาชน

ปลุกปั่นลงถนน สันดานคนแพ้แล้วพาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พร้อมกันนี้ นายกนก ยังได้แคปชั่นโพสต์ข้อความบนเพจเฟขบุ๊กของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ระบุว่า ถึงประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ

กระดาษหนึ่งใบ พร้อมข้อความถึงผู้ที่ครองอำนาจอยู่ ณ ห้วงเวลานี้

นอกจากนี่้นายธนาธร ยังระบุด้วยว่า หนทางพิสูจน์ม้า และเวลาพิสูจน์คน ใครถอยและใครทน พิสูจน์ได้เมื่อภัยมา

 
 
‘กองทัพบก’ร่วมใจต้านภัยหนาว!รุดช่วยเหลือปชช. ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

‘กองทัพบก’ร่วมใจต้านภัยหนาว!รุดช่วยเหลือปชช. ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 09.48 น.
 

วานนี้ (13 ธันวาคม 2562 )เวลา 19.00 น. พันเอกวีระชัย ผองแก้ว  รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง  เป็นผู้แทนฝ่ายทหารในนามกองทัพบก ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่  มอบผ้าห่มกันหนาวแก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอันเกิดจากสภาพอากาศหนาวเย็น  ณ ศาลาประชาคม บ้านสหกรณ์ หมู่ 8 ตำบลเมืองงาย อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 

 
ทั้งนี้ กองทัพบกเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักให้การดูแลพี่น้องประชาชนและให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกโอกาสเมื่อประสบภัยพิบัติตามนโยบายของกองทัพบก พื้นที่ตำบลเมืองงายฯ  เป็นพื้นที่เผชิญกับภัยหนาวที่รุนแรงอีกพื้นที่หนึ่ง ในห้วงฤดูหนาว จะมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 4 - 7 องศาเซลเซียส  มีหมู่บ้านทั้งสิ้น 11 หมู่บ้าน  จำนวนหลังคาเรือน 2,663 หลังคา รวมประชากรทั้งสิ้น 5,862 คน ซึ่งมีประชาชนที่มีรายได้น้อย ไม่มีอาชีพหลักในการประกอบอาชีพ  และยังขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว เฉลี่ยประมาณ 100 ครัวเรือน อย่างไรก็ตามสำหรับการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้  หน่วยเฉพาะกิจกรมททหารม้าที่ 4ฯ  ได้คัดเลือกผู้ยากไร้ขาดแคลนผ้าห่มกันหนาว และผู้สูงอายุป่วยติดเตียง ติดบ้านยากไร้ขาดคนดูแล พร้อมทั้งมอบผ้าห่มกันหนาว จำนวนทั้งสิ้น 123 คน/ตัว
 
ตะลึง! 'ปลากระจู๋'เกลื่อนหาดแคลิฟอร์เนีย คาดพายุลมแรงจนเกยตื้น

ตะลึง! 'ปลากระจู๋'เกลื่อนหาดแคลิฟอร์เนีย คาดพายุลมแรงจนเกยตื้น

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.43 น.
14 ธ.ค.62 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปลากระจู๋มากกว่า 1,000 ตัวได้มาลอยเกยตื้นเกลื่อนบริเวณชายหาดเดรกส์ ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ หลังมีพายุพัดถล่มจนทำให้ปลากระจู๋ที่ฝังตัวอยู่ใต้พื้นทรายถูกพัดขึ้นมา
 

นักชีววิทยา อีวาน พาร์ สังเกตพบหนอนช้อน (spoon worm) หรือมีชื่อเล่นเรียกขานว่า ปลากระจู๋ หรือจู๋ทะเล (penis-fish) เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายอวัยวะเพศชาย จำนวนมากมายหลายพันตัวเกยตื้นอยู่ที่บริเวณชายหาด Drakes รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา

อีวาน พาร์ นักชีววิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเล เขียนบทความลงใน Bay Nature ถึงการพบปลากระจู๋มากมายเหล่านี้ที่ชายหาด Drakes ในแคลิฟอร์เนีย โดยสันนิษฐานว่า ปลากระจู๋หลายพันตัวได้ถูกพายุคลื่นลมแรงพัดพวกมันขึ้นมาจากถิ่นที่อยู่-โพรงใต้น้ำทะเลเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน มาเกยชายหาด Drakes จนพวกมันต้องเผชิญกับนักล่า โดยเฉพาะนก โดยปรากฏการณ์ปลากระจู๋ถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาดนี้เคยเกิดขึ้นหลายปีก่อนที่ชายหาดหลายแห่ง อาทิ Pajaro Dunes, Moss Landing

อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะรูปร่างของปลากระจู๋ ทั้งขนาดลำตัวที่อวบอ้วน และยืดหยุ่น ทำให้พวกมันตกเป็นเป้าหมายของบรรดานักล่า รวมทั้ง นาก นกนางนวล และมนุษย์

ภาพจาก baynature

 
 
 
 
หงส์ปรับทัพบู๊บ๊วยแตนทิ้งทวน เลสเตอร์ฟูลทีมเฝ้าบ้านดวลนอริช

หงส์ปรับทัพบู๊บ๊วยแตนทิ้งทวน เลสเตอร์ฟูลทีมเฝ้าบ้านดวลนอริช

วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
 
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.นี้ มีการปะทะแข้งกันทั้งหมด 6 คู่ โดยที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูงจะเล่นในแอนฟิลด์ เจอกับ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด ทีมอันดับสุดท้าย ในเวลา 19.30 น. เกมนี้“หงส์แดง” จะส่ง 3 ประสานเกมรุกลงเล่นหรือไม่ ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม เนื่องจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะต้องการเก็บความสดของนักเตะเอาไว้ คาดว่า ดิว็อก โอริกี้ กับ เซอร์ดาน ชากิรี่อาจจะได้สตาร์ทตัวจริง รวมถึง อเล็กซ์อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ส่วนเกมรับโจ โกเมซ จะยืนปราการหลังตัวจริงกับ เฟอร์จีล ฟาน ไดจ์ค

ฝั่งผู้มาเยือนที่ไม่ชนะใครมา 4 เกมติด และชนะหนเดียวในปีนี้ เพิ่งเปลี่ยนกุนซือมาแล้ว 1 เกมเป็น ไนเจล เพียร์สัน คาดว่าจะยึดระบบ 4-2-3-1 ลงสู้ โดยวาง ทรอย ดีนี่ย์ หัวหอกจอมเก๋าที่หายเจ็บแล้วกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล จะเตะรายการนี้เป็นการทิ้งทวน เนื่องจากจะต้องบินไปเตะชิงแชมป์สโมสรโลก หรือฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ ทำให้ต้องเลื่อนเกมพรีเมียร์ลีก กับ เวสต์แฮม ไปก่อนหน้านี้ รวมถึงจะส่งนักเตะชุดเยาวชนลงเล่นในรอบ 8 ทีมลีกคัพ หรือ คาราบาวคัพ ในวันอังคารที่17 ธ.ค.นี้อีกด้วย เนื่องจากทัพใหญ่บินไปกาตาร์หมดแล้ว

ทางด้าน “จิ้งจอกสีน้ำเงิน”เลสเตอร์ ซิตี้ จะเปิดรังคิง เพาเวอร์สเตเดี้ยม เจอกับ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ ทีมรองบ๊วยที่ไม่ชนะใครมา 3 นัด โดยเจ้าบ้านที่ตามหลัง “หงส์แดง” อยู่ 8 คะแนน ทำให้มีลุ้นแชมป์ไปปีนี้ จะได้ วินฟรีด เอ็นดีดี้ ผ่านความฟิตลงเล่นแล้ว และมี ยูริ เตเลมองส์ กับ เจมส์ แมดดิสัน ส่วนแนวรุกจะวาง เจมี่ วาร์ดี้ จะยืนปักหัวหอก

ส่วนผู้มาเยือน ติมู ปุ๊กกี้ยืนกองหน้าตัวเป้าเหมือนเดิม โดยให้ เคนนี่ แม็คลีน เป็นตัวเดินเกม ส่วน เบน ก็อดฟรี่ย์ ก็พร้อมลงมาช่วยเกมรับเหมือนเดิม ส่วนด่านสุดท้ายเป็น ทิม ครูลนายทวารชาวดัทช์

 
 ...................................................................
 
14 ธันวาคม 2562
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน