*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5685
  • จำนวนผู้ชม : 3394550
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< ธันวาคม 2019 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม 2562
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 344 , 12:12:47 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

          อดีตนายกฯญิงคนแรกของไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แสดงอาการแค้นเคืองนายกฯปัจจุบัน ล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา ช่างพูด

ออกมาได้ว่าตัวเองต้องสูญเสียบ้านและทรัพย์ก็เพราะ'บิ๊กตู่'โดยแท้ แต่อันที่จริงก็ดีเหมือนกัน เพราะทำให้นึกถึงเมื่อคราวมีการเช่า

เครื่องบินเหมาลำมาจอดรออยู่ที่รันเวย์พิเศษ เพื่อขนกระเป๋าใบโตๆ 6 -7 ใบไปลงที่อังกฤษ โดยมีตำรวจคนสนิท 'ปู' เป็นคนควบคุม

ซ่งปฏิบัติการครั้งนั้นก็เงียบหายเหือนคลื่นกระทบฝั่งไปเลย

          ผมค้นหาข่าวและภาพข่าวดังกล่าวไม่ได้ครับ

 

 

 

'ปู'เพ้อหนัก!! สูญเสียบ้าน-ทรัพย์สิน ไม่สามารถหยุดยั้งได้ เพราะ'บิ๊กตู่'

'ปู'เพ้อหนัก!! สูญเสียบ้าน-ทรัพย์สิน ไม่สามารถหยุดยั้งได้ เพราะ'บิ๊กตู่'

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 10.49 น.
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Yingluck Shinawatra" ระบุว่า หลายคนคงคิดว่าช่วงนี้ดิฉันทำไมเงียบหายไป ยังมีความสุขดีอยู่มั้ย บางครั้งการพยายามไม่คิดมาก ทำใจให้สงบ มีความสุขก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่ความสุขเหล่านั้นก็อยู่บนความสุขที่หน้าชื่นอกตรม เพราะนอกจากตัวเองจะต้องพลัดพรากจากลูก จากครอบครัวและจากพี่น้องประชาชนมาอยู่ต่างแดนแล้วยังต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร รวมถึงทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่ตนเองหามาตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนมาเป็นนายกรัฐมนตรี และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ตอบแทนดิฉัน
 
ดิฉันสูญเสียบ้านที่ถูกยึดและขณะนี้ทรัพย์สินของดิฉันก็กำลังถูกกรมบังคับคดีประมูลชิ้นต่อชิ้น ดิฉันใช้ข้อต่อสู้ทางกฎหมายทุกรูปแบบแล้วแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ เพราะนายกรัฐมนตรีชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา
ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยึดอำนาจ และจนถึงปัจจุบันมาตรา 44 ก็ยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่อยู่ ทุกคนจึงเร่งดำเนินการกับคดีดิฉันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพราะจริงๆแล้วคดีต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองที่ถึงที่สุดว่าดิฉันแพ้คดีก่อนจึงจะสามารถนำทรัพย์เหล่านั้นมาขายทอดตลาดได้ เป็นการถูกกระทำที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ ซึ่งการนำเอาข้ออ้างของมาตรา 44 มาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาลนอกจากไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครแล้ว ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบของการใช้ มาตรา 44 ให้มีอำนาจเหนือรัฏฐาธิปัตย์ถือเป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย

วันนี้ดิฉันเองจึงอยากจะขออนุญาตเล่าความในใจว่า ดิฉันเองจะต้องต่อสู้เรื่องของการถูกประมูลทรัพย์สินทุกชิ้นที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจนัก แม้กระทั่งทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่ให้มา ดิฉันก็ไม่สามารถที่จะปกป้องเอาไว้ได้ ดิฉันต้องอดทนต่อความเจ็บปวดและสะเทือนใจทุกครั้งที่รับทราบว่าทรัพย์ถูกทยอยขายไปทีละชิ้น ทีละชิ้น บางครั้งดิฉันก็ต้องปลอบใจตัวเองและบอกกับตัวเองว่า หากเรายังเศร้าและจมปลักอยู่กับอดีตเราก็จะไม่มีความสุข เรายังต้องมีภาระและดูแลอีกหลายชีวิตที่เขาฝากความหวังไว้กับเรา

ดังนั้นดิฉันจึงต้องพยายามยืนและมองไปข้างหน้าโดยมองอดีตเป็นประสบการณ์ และคนเราควรจะอยู่เพื่อวันนี้และเพื่ออนาคต ไม่เอาอดีตมาทำให้เราไม่สามารถจะหลุดพ้นหรือเดินไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะวันนี้ดิฉันพยายามที่จะบอกว่าดิฉันอยู่กับปัจจุบันและอยู่กับอนาคต เราจะต้องเข้มแข็งและสู้ต่อไป แต่สิ่งหนึ่งในอดีตที่ดิฉันไม่เคยลืมก็คือความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อดิฉันโดยเสมอมาค่ะ #ม.44กฎหมายเลือกข้าง #กฎหมายเลือกข้าง

 
 

 

'บิ๊กป้อม'ถามกลับ'ยิ่งลักษณ์'ทำไมถึงถูก'ยึดทรัพย์'?

'บิ๊กป้อม'ถามกลับ'ยิ่งลักษณ์'ทำไมถึงถูก'ยึดทรัพย์'?

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.09 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 ธันวาคม 2562 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อกรณีถูกอำนาจมาตรา 44 ยึดทรัพย์สินขายทอดตลาด ว่า "ต้องไปถามคุณยิ่งลักษณ์ ทำไมถึงถูกยึดทรัพย์" 

เอาจริง'ลดสูญเสีย'!! นายกฯเปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกัน-ลดอุบัติเหตุทางถนน

เอาจริง'ลดสูญเสีย'!! นายกฯเปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกัน-ลดอุบัติเหตุทางถนน

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.53 น.
นายกฯเปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ เน้นย้ำทุกฝ่ายเอาจริงป้องบาดเจ็บ-สูญเสียจากอุบัติเหตุเป็นศูนย์ทั้งช่วงปกติ-เทศกาล ขอทุกคนมีวินัยการจราจร-เคารพกฎ อย่าให้ใครยุทำผิดกฎหมาย
 
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 ธันวาคม 2562 ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ พร้อมกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถือเป็นปัญหาที่นำมาซึ่งความสูญชีวิตและทรัพย์สินอย่างประเมินค่าไม่ได้ และเป็นโศกนาฏกรรมของสังคมไปถึงระดับชาติ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเราจึงต้องช่วยแก้ปัญหา โดยรัฐบาลให้ความสำคัญในป้องกันความปลอดภัยบนท้องถนนแบบองค์รวม ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) ตนได้ไปเปิดถนนคนเดินสีลมและถนนเยาวราช ได้เห็นรอยยิ้มและเห็นความสุขของประชาชน จึงอยากให้คนไทยมีรอยยิ้มตลอดทั้งปีในทุกวาระ ที่ผ่านมารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ได้มีมาตรการออกมาอย่างเข้มงวดแต่สิ่งสำคัญอย่างเดียวคือคนคือทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ขณะที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายซึ่งหากบังคับใช้กฎหมายมากๆ ก็จะมีผลกระทบกับทุกคน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ภายใต้ปฏิญญามอสโก ได้ตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากร 1 แสนคน ภายในปี 2563 ซึ่งในระยะเวลาที่กำหนดตนอยากให้ลดให้เร็วที่สุดให้เหลือศูนย์ให้ได้ โดยมีความกังวลหากมีคนเจ็บ คนตาย และมีความสูญเสียเกิดขึ้น ดังนั้นทุกคนไม่ว่าทำอะไรก็ตามอย่าให้เกิดผลกระทบต่อคนอื่น ขณะเดียวกันตนตั้งเป้าอยากให้รักษาความปลอดภัย ให้ได้ตลอดทั้งปีทั้งในช่วงปกติและเทศกาลสำคัญไม่ต้องการให้มีการเก็บกันตายทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ทุกคนในการสร้างการรับรู้และสร้างจิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบในภาพรวมทั้งต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ อีกทั้งในช่วงเทศกาลขอให้คำนึงถึงเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาประจำด่านตรวจต่างๆ ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่ผ่านมาพบว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดอุบัติเหตุในเส้นทางถนนท้องถิ่น ตำบลและหมู่บ้าน จึงจำเป็นต้องใช้กลไกในระดับพื้นที่ และต้องได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่นสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งถือเป็นงานหนักทั้งสิ้น ทั้งนี้ตนอยากให้แก้ปัญหาให้เร็วสุด เพื่อขอเป็นของขวัญในปีนี้และปีต่อๆ ลดให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา

นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เทศกาลวันแห่งความสุขทุกคนควรมีความสุข สิ่งที่หลายคนลืมคือไม่นึกถึงคนอยู่ข้างหลัง ไม่ระมัดระวังตัวเองและคึกคะนอง ดังนั้นทำอย่างไรไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนขึ้นมาอีก ทั้งนี้ปี 2562 มีกว่า 7 แสนคนที่บาดเจ็บสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน จึงเน้นย้ำขอให้ทุกคนมีวินัยการจราจรและเคารพกฎหมาย เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถป้องกันได้ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ซึ่งการบาดเจ็บสูญเสียไม่สามารถเรียกกลับมาได้ ขอเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายและทุกพื้นที่ถือความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นนโยบายสำคัญรัฐบาล โดยทุกชีวิตมีความสำญเป็นอย่างยิ่ง จึงให้ทุกจังหวัดกำกับดูแลศูนย์ความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง ป้องกันดีกว่าแก้ไข

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขณะที่รัฐบาลผิดชอบหลายเรื่อง ทั้งเรื่องถนนหนทาง ไฟฟ้า และเรื่องอื่นๆ ยืนยันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แต่ถ้าไม่ร่วมมือแก้ไขทุกอย่างกลับเหมือนเดิม กลับมาที่รัฐบาลรับผิดชอบ มันถูกหรือไม่ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาได้ทุกเรื่อง รวมทั้งฝากให้ผู้ใหญ่หาหมวกกันน็อคให้ลูกและเด็กๆ ใส่ ขณะที่รถจักรยานยนต์รับจ้างก็จัดหาหมวกกันน็อคให้ลูกค้าและทำความสะอาดด้วย ไม่เช่นนั้นคนก็ไม่อยากไป จึงขอกำชับทุกฝ่ายและพื้นที่อย่าปล่อยให้บกพร่อง และอย่าอ้างว่าไม่มีงบประมาณ เพราะทุกอย่างอยู่ที่การเอาใจใส่ อีกทั้ง ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงานก็ต้องรับผิดชอบ โดยต้องลงไปดูในพื้นที่จริงไปตรวจและติดตามอย่าโยนให้เป็นหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไปดูข้างล่างเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันขอให้ทุกจังหวัดทำแผนปฏิบัติการให้ชัดเจนและมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทุกๆปี

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าวด้วยว่า ที่พูดเสียงดังไม่ได้โมโห ไม่ได้เครียด

นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ อยากให้เครือข่ายเมาไม่ขับ ไปดูเครือข่ายเมาแล้วขับด้วยว่ามีหรือไม่ เพราะบางคนไม่เมาเหล้าก็เมาความมคิดที่คึกคะนอง อย่างไรก็ตามในช่วงสิ้นปีนี้ตนจะดูว่าอุบัติเหตุลดลงได้เท่าไหร่ และในปี 2563 ขอให้ลดลงให้ได้มากที่สุด และหวังว่าไม่มีใครตายอีกเลย แต่ไม่รู้ทำได้หรือไม่เพราะตนไม่ได้ขับรถไปกับท่าน ตำรวจก็ไม่ได้ขับรถไปด้วย ย้ำว่ากฎหมายมีไว้ป้องปราม วันนี้มีคนยุให้ทำผิดกฎหมาย จึงขออย่าให้ใครบิดเบือนให้ทำผิดกฎหมาย ซึ่งกฎหมายมีไว้ป้องกันไม่ใช่ปราบปราม ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้นในทุกระดับ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ทำปฏิญญาไทยแลนด์ คือ ทุกคนต้องรักตัวเอง รักครอบครัว และรักคนอื่น ต้องรักสามอย่างนี้เท่ากันปัญหาก็จะไม่เกิด พร้อมสร้างชาติของเราให้เข้มแข็งในอนาคต ซึ่งตนมองว่าบางคนน่าจะทำประโยชน์ให้ประเทศได้อีกมากในอนาคต จึงไม่ควรมาบาดเจ็บสูญเสียไปก่อน เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนน จึงต้องช่วยกันรักษาทรัพยากรมนุษย์ของเราให้ปลอดภัยด้วย ขณะเดียวกันขอให้ทุกคนคิดถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่อยู่ภาคสนามและดูแลชายแดนไม่ได้กลับบ้าน เพื่อปกป้องพวกเราทุกคนให้ปลอดภัย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาอะไรก็ตามขึ้นอยู่คนไทยทุกคน ซึ่งทุกคนมีศักยภาพ มีอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรักครอบครัวเราเอง สิ่งเหล่านี้ลืมไปหรือไม่ถ้าลืมต้องดึงกลับมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้บ้านเมืองของเราปลอดภัยและสงบสุข ตนเข้าใจว่าไม่มีใครชอบให้บังคับใช้กฎหมาย ตนก็ไม่ชอบ แต่อยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน โดยมีทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการนั่นคือการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นอย่ามองว่ารัฐบาลบังคับใช้เพียงอย่างเดียว รัฐบาลเพียงแต่ให้แต่ละหน่วยงานนำกฎหมายมาพิจารณาและบังคับใช้อย่างระมัดระวัง จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจและจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข มีความปลอดภัย ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นกรอบกว้างๆแต่ทุกคนต้องเคารพกฎหมายรองลงมารวมทั้ง พ.ร.บ.ต่างๆ ทั้งหมดด้วย ซึ่งความมุ่งหมายของเราคือการทำให้ประเทศชาติมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน อีกทั้งไม่ว่ากฎหมายอะไรก็ตามออกมาก็ต้องมีกฎหมายลูกตามมา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสงบสุขในแผ่นดินผืนนี้ ดังนั้นขอให้ทุกคนทำความเข้าใจให้ชัดเจนด้วย

จากนั้น นายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการภายหลังพิธีเปิด ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้นายกฯ ได้เน้นย้ำในเรื่องความรักความสามัคคีต้องการจะสื่ออะไรหรือไม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ฉันพยายามสร้าง พวกเธอก็อย่าทำลายก็แล้วกัน"

ต่อจากนั้น นายกฯ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย , นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แวะดื่มกาแฟที่ร้านแบล็คแคนยอน บริเวณหน้าศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยนายกฯ ได้สั่งเมนูกาแฟเย็นคาปูชิโน่ และได้พูดคุยถึงสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในภาคอีสาน ซึ่งนายกฯ ได้แสดงความเป็นห่วงต่อปัญหาดังกล่าว โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 15 นาที ก่อนเดินทางกลับไปปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามว่า กาแฟอร่อยหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า "สุดยอด"

'ประวิตร'ปัดตอบ!! เปลี่ยนตัวเลขาฯพปชร.จาก'สนธิรัตน์'เป็น'อนุชา'

'ประวิตร'ปัดตอบ!! เปลี่ยนตัวเลขาฯพปชร.จาก'สนธิรัตน์'เป็น'อนุชา'

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.14 น.
 
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 ธันวาคม 2562 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จาก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เป็น นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และรองประธานยุทธศาสตร์พรรค ว่า "เดี๋ยวค่อยดำเนินการ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนตัวเลขาฯ พรรคหรือไม่"
 
ปังมาก!! 'นิพิฏฐ์'ตะลึง'ธนาธร'จ้อปมที่ดิน 'คนรวย'พูด'คนจน'หลั่งน้ำตา

ปังมาก!! 'นิพิฏฐ์'ตะลึง'ธนาธร'จ้อปมที่ดิน 'คนรวย'พูด'คนจน'หลั่งน้ำตา

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 10.59 น.
 

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "เมื่อธนาธรพูดกับคนจนเรื่องปัญหาที่ดิน

 

-อ่านข่าวคุณธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปปราศรัยที่จ.ยโสธร เมื่อ 15 ธค.2562 พูดเรื่องที่ดินใน 20 จังหวัดภาคอิสาน พูดถึงเรื่อง"คนจน"ถูกขับไล่ออกจากที่ดินทำกิน และเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่ดินให้กับคนจน ตามข่าวมีคนตามไปฟังเยอะเหมือนกันนะ คุณธนาธรน่าจะพูดไปน้ำตาคลอไปสงสารคนจน

 -ก่อนหน้านี้ มีข่าวแม่ของคุณธนาธรครอบครองที่ดินของรัฐประมาณ 300 ไร่ ที่จังหวัดราชบุรี ตอนนี้ อธิบดีกรมป่าไม้บอกว่า แม่คุณธนาธรคืนที่ดินทั้ง 300 ไร่ให้แก่รัฐแล้ว

-ข่าวทั้ง 2 เรื่องนึ้ ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ผมไม่อยากเห็นคนรวยพูดแล้วคนจนต้องหลั่งน้ำตาอีกต่อไป/"

ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ ยังโพสต์ข้อความอีกว่า "เมื่อคนรวยพูดแล้วคนจนต้องหลั่งน้ำตา"

 
 
'หมอวรงค์'ยกอดีตเผา! ห่วงรุนแรงลาม หลุดปลุกม็อบ'แก้ด้วยเลือด'

'หมอวรงค์'ยกอดีตเผา! ห่วงรุนแรงลาม หลุดปลุกม็อบ'แก้ด้วยเลือด'

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.30 น.
 

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Warong Dechgitvigrom" ระบุว่า คำว่า"เลือด"กับ"เผา"

ก่อนหน้านี้เคยมีการชุมนุมเกิดขึ้น แกนนำได้ประกาศบนเวที เรื่อง"เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง" สุดท้ายกรุงเทพฯก็เป็นทะเลเพลิง รวมทั้งมีการเผาศาลากลางอีกหลายแห่ง เหตุที่เกิดขึ้น เพราะการปลุกระดมยั่วยุของแกนนำ
ล่าสุด เราเริ่มได้ยินคำว่า"แก้ด้วยเลือด" ผมคิดว่าคำคำนี้ ไม่ควรหลุดออกมาจากปาก คนที่จะนำมวลชน มันสะท้อนถึงความรุนแรงที่อยู่ภายใต้จิตสำนึก และสุดท้าย ถ้าจิตสำนึกมีแต่คำว่าเลือด ความรุนแรงก็จะเกิดตามมา คนที่เดือดร้อนที่สุดคือประชาชน เพราะเลือดนั้นไม่ใช่เลือดของแกนนำ แต่มักจะเป็นเลือดของประชาชน

เราต้องเรียกร้องความสงบสุข ปราศจากความรุนแรง บ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว เรามีสภาที่ใช้แก้ปัญหาประเทศ เรามีการเลือกตั้งที่ทุกประเทศยอมรับ อย่าปล่อยให้คนที่หลักไม่อยู่กับร่องกับรอย มีความผิดและเรียกร้องประชาชนให้มา ปกป้องความผิดตนเอง

#ปราบลัทธิชังชาติด้วยความจริง

#หยุดคำว่าแก้ด้วยเลือด

 
 
 
'เทพไท'ยก4ปัจจัยแก้รธน. ชี้จับตา'ปธ.กมธ.-รัฐบาล'จริงใจหรือแค่พิธีกรรม

'เทพไท'ยก4ปัจจัยแก้รธน. ชี้จับตา'ปธ.กมธ.-รัฐบาล'จริงใจหรือแค่พิธีกรรม

วันจันทร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 11.36 น.

"เทพไท"ยก4ปัจจัยแก้ไขรธน.สำเร็จหรือไม่ ชี้ต้องจับตาตัวประธานกมธ.-รัฐบาลว่ามีความจริงใจหรือทำเพียงแค่เป็นพิธี

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีหนทางจะแก้ไขได้สภำเร็จอย่างแน่นอน ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่จะต้องร่วมมือและมีส่วนร่วมในการแก้ไขด้วย แต่จะแก้ไขสำเร็จได้หรือไม่ อยู่ที่การร่วมมือของทุกฝ่าย และในขณะนี้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กำลังพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน 6 ญัตติร่วมกัน ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ 4 ปัจจัยต่อไปนี้

1.สามารถตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ หากดูจากท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ น่าจะผ่านมติไปได้ด้วยมติเอกฉันท์ คงไม่มีพรรคการเมืองใดสวนกระแสสังคมไปได้

2.ต้องจับตาดูว่าใครจะได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ เพราะตัวประธานคณะกรรมาธิการ จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและกรอบการทำงานในเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จหรือไม่

3.ต้องดูผลสรุปการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ว่ามีข้อสรุปแก้ไขในกี่ประเด็น และมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไรบ้าง

4.รัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจในการผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงแค่พิธีกรรม เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีว่าไม่ปฎิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาเท่านั้น

ถ้าสามารถดำเนินการผ่าน 4 ขั้นตอนนี้ไปได้ด้วยดี เชื่อมั่นได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน และสามารถปลดล็อคความขัดแย้งของสังคมไปได้อีกเปลาะหนึ่งด้วย

 
 

ต่างประเทศ

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป
 
 ....................................................................
 
16 ธันวาคม 2562
 
 
 
 
 
 
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน