*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5719
  • จำนวนผู้ชม : 3405925
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 15 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 474 , 10:21:18 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นายกรณ์ จาติกวนิชย์ อยู่ในพรรคปชป.ด้วยเครดิต 'รัฐมนตรีคลังโลก' ที่ UN มอบให้ แต่น้อยใจนายจุรินทร์ ลักษณวิสิฏฐ์ หน.

พรรคปชป.ปัจจุบันที่ไม่มอบหมายหน้าที่ในพรรคร่วมรัฐบาลให้ เพราะอาจจะติดขัดตรงที่นายกรณ์เป็นเพื่อนสนิทกับนายอภิสิทธิ์ เวชชา

ชีวะจนนายจุรินทร์ไม่กล้าเอ่ยปากชวน หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม แต่ได้สร้างความน้อยใจแก่นายกรณ์ จนประกาศลาออกจากพรรค

ปชป.ที่ตัวเองอยู่มา 15 ปี ในวันที่ 15 ม.ค. คือวันนี้

         มีการคาดหมายด้วยว่า นายกรณ์จะตั้งพรรคใหม่ที่นายกรณ์จะเป็นหัวหน้าอีกด้วย โดยจะมีสมาชิกพรรคปชป.ระดับแกนนำอย่าง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดีตามมาร่วมด้วย

หัวหน้าพรรคใหม่

ลมหนาว'หิมาลัย'ปกคลุม! 'เหนือ-อีสานตอนบน'อากาศเย็นในตอนเช้า

ลมหนาว'หิมาลัย'ปกคลุม! 'เหนือ-อีสานตอนบน'อากาศเย็นในตอนเช้า

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563, 07.16 น.

วันที่ 15 มกราคม 2563 ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ ในตอนกลางวันมีแสงแดดจัด บริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่วนกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนยังคงพัดพาความหนาวเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับลมฝ่ายตะวันออกยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ เป็นดังนี้

ภาคเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 13-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-12 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 5-10 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีหมอกในตอนเช้ากับมีเมฆบางส่วน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จับตา!'กรณ์'บิ๊กเซอร์ไพรส์ เล็งตั้งพรรคใหม่ เดินหน้าขายข้าวช่วยชาวนา

จับตา!'กรณ์'บิ๊กเซอร์ไพรส์ เล็งตั้งพรรคใหม่ เดินหน้าขายข้าวช่วยชาวนา

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2563, 21.35 น.
 
14  มกราคม 2563 จากรณีที่มีกระแสข่าวว่านายกรณ์ จาติกวนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ เตรียมยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 15 มกราคมนี้ เนื่องจากอึดอัดในการทำงานให้กับพรรค หลังจากเป็นส.ส.ของพรรคตั้งแต่ปี 2548 เท่ากับปิดฉาก 15 ปีที่เคยอยู่กับพรรค(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วนที่สุด! 'กรณ์'หลั่งน้ำตาเตรียมลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์รายล่าสุด )

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำหรับอนาคตของนายกรณ์นั้น ยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปสังกัดพรรคการเมืองใด แต่จะทำงานการเมืองต่อไป  โดยเฉพาะจะได้มีวลาเดินหน้าผลักดันโครงการช่วยชาวนาขายข้าวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่า นายกรณ์จะไปร่วมตั้งพรรคใหม่ และเตรียมเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้(13 มกราคม 2563) นายกรณ์ ได้โพสต์รายงานการทำหน้าที่อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 โดยมีเนื้อหาระบุว่า จบอภิปรายงบแล้ว ช่วยชาวนาระบายข้าวต่อครับ #ข้าวอิ่มตรุษจีน พร้อมให้จองแล้ว!

โทรสั่ง 061-0177092 หรือทางเพจ เกษตรเข้มแข็ง (พร้อมส่ง 19 มกรานี้)

ก่อนอื่นขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยสนับสนุนชาวนาร่วมกันในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เราระบายข้าวอิ่มที่มหาสารคามได้ถึงเกือบ 20 ตัน ปีนี้เหมือนเช่นเคย..

ทีมข้าวอิ่มของเราเพิ่มรายได้ให้ชาวนาต่อเนื่องด้วยการเอาหลักการตลาดมาจับกับภาคเกษตร ตรุษจีนนี้ เราให้ชาวนาทดลองปลูก "ข้าวทับทิมชุมแพ" สีแดงระเรื่อสีมงคงของลูกหลานชาวจีน พร้อมใส่กล่องแพคเกจปีหนูเป็นส.ส.ของพรรคตั้งแต่ปี 2548 เท่ากับอยู่กับพรรคมายาวนานถึง 15 ปี

ซึ่งตรงนี้จะสามารถระบายข้าวได้อีกประมาณ 4-5 ตัน หากระบายได้หมดจะเป็นการเพิ่มมูลค่ากว่าครึ่งล้านให้ชาวนากลุ่มนี้ได้ในระยะเวลาเพียงแค่เทศกาลเดียว

ขอแนะนำว่า ใครยังไม่เคยลองชิมข้าวพันธุ์นี้แนะนำครับ

ลูกครึ่งข้าวพันธุ์อีสานกับใต้ ที่นักวิจัยข้าวที่อำเภอชุมแพเขาคิดค้นมา

----------------------------------------

สวัสดีปีหนูทอง !!

ใกล้เข้ามาแล้วนะครับ กับตรุษจีนปีนี้ 25 มกราคมนี้

ข้าวอิ่มตรุษจีนต้อนรับปีหนู ด้วยข้าวทับทิมชุมแพ

ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวเมล็ดสีแดง ลูกครึ่งอีสาน-ใต้ เกิดจากการผสมของสายพันธุ์ข้าวระหว่าง ข้าวเจ้าขาวดอกมะลิ จากอีสานแท้ มีกลิ่นหอมหวน ชวนรับประทาน และข้าวเจ้าพันธุ์สังข์หยดพัทลุง จากใต้ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารต้านอนุมูลอิสระนานาชนิด

มีจำนวนจำกัด !!! ปีนี้ กลุ่มเกษตรกรชาวหนองหิน จ.มหาสารคาม ทดลองปลูกข้าวทับทิมชุมแพ ได้ปริมาณ 4-5 ตัน เมล็ดข้าวสีแดง เข้ากับเทศกาลตรุษจีนนี้เลยครับ

ท่านใดกำลังมองหาของขวัญปีใหม่จีน ร่ำรวยเงินทองเหมือนหนูตกถังข้าวสาร เฮงๆ รวยๆ

สั่งซื้อข้าวอิ่มแพคเกจตรุษจีน ข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ 1 กล่อง บรรจุข้าวสาร 2 กิโลกรัม ราคา 350 บาท

สั่งซื้อโดยตรงที่เบอร์ 061-0177092 หรือ inbox เพจเกษตรเข้มแข็ง (http://facebook.com/kasetkhemkhaeng)


ระส่ำหนัก!! 'อรรถวิชช์'จ่อไขก๊อกพ้นประชาธิปัตย์ ลือจับมือ'กรณ์'ตั้งพรรคใหม่

ระส่ำหนัก!! 'อรรถวิชช์'จ่อไขก๊อกพ้นประชาธิปัตย์ ลือจับมือ'กรณ์'ตั้งพรรคใหม่

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563, 09.27 น.
 

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ อีกคน หลังจากที่เมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) มีกระแสข่าวว่า นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ เตรียมยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า ในวันที่ 17 ม.ค.นี้ นายอรรถวิชช์ จะประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมาร่วมตั้งพรรคการเมืองกับนายกรณ์ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วนที่สุด! 'กรณ์'หลั่งน้ำตาเตรียมลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์รายล่าสุด , จับตา!'กรณ์'บิ๊กเซอร์ไพรส์ เล็งตั้งพรรคใหม่ เดินหน้าขายข้าวช่วยชาวนา)

 

หน้าแรก / การเมือง

วิ่งไล่-เดินเชียร์ส่อรุนแรง  ‘บิ๊กตู่’กังวล  สั่งฝ่ายความมั่นคงจับตา

วิ่งไล่-เดินเชียร์ส่อรุนแรง ‘บิ๊กตู่’กังวล สั่งฝ่ายความมั่นคงจับตา

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
 

วิ่งไล่-เดินเชียร์ส่อรุนแรง

‘บิ๊กตู่’กังวล

สั่งฝ่ายความมั่นคงจับตา

หวั่นซ้ำรอยวิกฤติในอดีต

ลั่นพร้อมชี้แจงซักฟอกรบ.

‘เฉลิมชัย’ปัดถูกยิงบ้านพัก

“บิ๊กตู่” สั่งฝ่ายความมั่นคงทบทวนจัด “วิ่งไล่-เดินเชียร์”แบ่งประชาชนเป็น 2 ฝ่าย ลั่นไม่อยากให้เกิดชนวนความขัดแย้งรุนแรงซ้ำรอยอดีต “บิ๊กป้อม”เบรกจัดวิ่งไล่ลุงรอบ 2 ที่เชียงใหม่ หวั่นทำสังคมแตกแยก “บิ๊กป๊อก” ปัดห้าม “วิ่งไล่ลุง” ต้องอยู่ในขอบเขตกฎหมายอย่าทำวุ่นวายกระทบเศรษฐกิจ-ชีวิตประชาชน ส่วนศึกซักฟอกทั้ง’บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ต่างพร้อมชี้แจง รวมทั้งรมต.ซีกพปชร.ขณะที่”วิษณุ”ชี้หลังยื่นญัตติฯ ต้องให้เวลา ครม.เตรียมตัว7วัน โยน”ชวน”ชี้ขาดขุดเรื่องเก่ามาอภิปรายได้หรือไม่‘เฉลิมชัย’ปัดถูกยิงบ้านพัก

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงข้อห่วงใยที่มีการจัดกิจกรรม”เดินเชียร์ลุง”และ”วิ่งไล่ลุง”จะกลายเป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้งในสังคมรอบใหม่ว่าตนก็เห็นสื่อมีการประโคมข่าวกันทุกวันทั้งสองฝ่าย ซึ่งตนได้ให้ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป

 สั่งมั่นคงทบทวนวิ่งไล่-เดินเชียร์

“เพราะไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกเป็นสองฝ่ายรวมถึงที่มีหลายคนหลายพรรคไปแยกคนแยกชนชั้นเป็นกลุ่มนู้นกลุ่มนี้หรือแยกตามGenerationว่าเป็นวัยเยาวชนคนรุ่นใหม่ กับคนรุ่นเก่าซึ่งมองว่าไม่ได้เกิดอะไรที่ดีกับบ้านเมืองจึงต้องหาทางร่วมมือกัน เดี๋ยวฝ่ายความมั่นคงจะทบทวนเรื่องนี้อีกทีไม่ว่าจะเชียร์ไม่ว่าจะไล่อะไรก็แล้วแต่ อะไรที่ทำให้เกิดสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นอย่างที่เคยเกิดมาแล้วในอดีต ผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ใครจะอยากให้เกิดขึ้นอีก เรื่องวิ่งไล่ วิ่งเชียร์ ก็ว่ากันไป ผมตอบแค่นี้”นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำ

พร้อมชี้แจงซักฟอกทุกประเด็น

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการเตรียมข้อมูลชี้แจงประเด็นต่างๆที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ได้เตรียมความพร้อมและข้อมูลต่างๆมาโดยตลอด เตรียมอธิบายในข้อเท็จจริงโดยทุกอย่าง ต้องอยู่ในกระบวนการของกฎหมายเพราะรัฐบาลทำงานมาด้วยกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ก็จะต้องรอฟังอีกทีว่าจะยื่นญัตติในประเด็นใดบ้าง ทุกคนมีโอกาสที่จะพูดได้ทุกเรื่องซึ่งตนก็พร้อมที่จะชี้แจง ซึ่งตนมีเจตนาอันบริสุทธิ์ในการทำงานชี้แจงในข้อเท็จจริง

บิ๊กป้อม’เบรกจัด’วิ่งไล่-เดินเชียร์’

ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีนายธนวัฒน์ วงศ์ไชย หรือ “บอล” แกนนำผู้จัดงาน วิ่งไล่ลุง ประกาศว่าจะจัดกิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง”ครั้งที่สองในวันที่ 2 ก.พ.ที่จ.เชียงใหม่ ว่า ตนไม่อยากให้วิ่งหรือเดินแล้ว เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม และเป็นปัญหาที่จะทำให้รัฐบาลเดินไปข้างหน้า ขอให้มาช่วยกันแก้ไขปัญหาจะดีกว่า ขอไม่ต้องไปวิ่งหรือเดินอะไรแล้ว

เมื่อถามว่าจะไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมดังกล่าวได้แล้วหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ แล้วแต่เรื่องกฎหมาย เมื่อถามย้ำว่าดูเหมือนนายธนาธรไม่ปฏิเสธว่า กิจกรรม”วิ่ง ไล่ ลุง”เป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าไม่มีการเริ่มต้น ให้ลองไปถามนายธนาธรเอง

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมจะยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ว่า เราเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ไม่มีอะไรน่าหนักใจ และเชื่อว่าจะชี้แจงในทุกเรื่องได้ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายหรือทำในสิ่งที่ไม่โปร่งใส

โยนปชป.คุย“เทพไท”โจมตี รบ.

ส่วนกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโจมตีรัฐบาลจะต้องไปพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประวิตรตอบว่าคงต้องให้พรรคประชาธิปัตย์ไปพูดคุยกับนายเทพไท เพราะหัวหน้าพรรคเขาก็ร่วมกับเราอย่างดีส่วนตัวไม่รู้ว่า ในพรรคเขามีปัญหาอะไรกัน แต่ในส่วนรัฐบาล ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเขา ก็ต้องไปถามนายเทพไท และเรื่องดังกล่าว ไม่นำไปสู่การปรับ ครม. เพราะเป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะต้องไปตกลงกันเอาเอง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องปรับ ครม.

มท.1ย้ำวิ่งไล่ลุงต้องอยู่ในขอบเขต

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่อยากให้จัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ว่า การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ถือเป็นสิทธิ ขณะนี้เราเป็นประชาธิปไตย หากไม่ผิดกฎหมายทำได้ก็ทำ แต่ฐานะที่ตนดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาแล้วคิดว่าขอให้แสดงออกในขอบเขตและคำนึงถึงส่วนรวม ไม่อยากให้ประเทศชาติวุ่นวายจะมีผลกระทบไปยังส่วนอื่นไม่ว่าเรื่องเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งขณะนี้ไม่มีอะไรที่ผิดจนถึงขนาดต้องออกมาแสดงออกนอกสภาฯ ยังไม่มีอะไรเลวร้าย ทุกอย่างยังเป็นไปตามกฎหมายอยู่

ศรีฯจี้ใช้กม.เข้มข้น-สกัดวุ่นวาย

ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเผยว่าในอนาคตเชื่อว่าจะมีกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และเดินเชียร์ลุงเกิดขึ้นต่อเนื่องซึ่งจะเป็นการก่อหวอดความขัดแย้งในสังคมกลับมารอบใหม่ เหมือนสมัยเสื้อเหลือง เสื้อแดง ทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคม เป็นการเปิดประตูให้อำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซงด้วยการทำรัฐประหาร กลับไปสู่การยึดอำนาจยกเลิกรัฐธรรมนูญแล้วร่างใหม่ในวังวนเดิมๆ ปัญหาของประเทศ ก็ไม่ได้รับการแก้ไขทั้งที่ทุกฝ่ายควรเดินหน้าเคารพกติกาแล้วใช้หลักการตามรัฐธรรมนูญในการต่อสู้ทางการเมือง มากกว่าการใช้วิธีการเป็นสงครามตัวแทนทั้งเดินเชียร์ลุงหรือวิ่งไล่ลุง

“สะท้อนให้เห็นว่าผู้ยึดอำนาจเมื่อ5ปีก่อนบอกว่าจะสร้างความปรองดอง ความสมานฉันท์ แต่เห็นภาพชัดเจนว่าเป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง สิ่งที่จะระงับกิจกรรมเหล่านี้ได้คือ การใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวด ต้องไม่มี2มาตรฐาน แม้จัดกิจกรรมจัดได้ ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องบังคับไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ต้องเรียกผู้จัด หรือผู้ขออนุญาตจัดชุมนุมมาดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายเพื่อให้หลาบจำ ไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่เช่นนั้นทั้ง2กลุ่ม จะย่ามใจ จัดต่อเนื่อง ทำให้เกิดความวุ่นวาย ดังนั้น การใช้กฎหมายเข้าไปกำกับต้องเข้มข้น อย่ามัวแต่รำมวย แล้วปล่อยให้บ้านเมืองวุ่นวาย กระทบไปทั้งระบบ เกิดขัดแย้งที่เกิดขึ้น ประชาชนทั่วไปจะสูญเสียประโยชน์ เสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ หากสังคมไม่สงบ กระทบถึงปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซ้ำเติมสถานการณ์” นายศรีสุวรรณ กล่าว

‘โรม’โวยวิ่งไล่ลุงบุรีรัมย์ถูกเรียก

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีบางจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานที่มีการจัดงาน”วิ่งไล่ลุง”และมีผู้ร่วมงานบางรายถูกหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาพ.ร.บ.ชุมนุมฯว่า เท่าที่ทราบ มี จ.บุรีรัมย์ที่มีหมายเรียกออกมาแล้วและอาจจะมีจังหวัดอื่นอีก นอกจากนี้ ยังมีกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ถูกคุกคาม ผ่านกระบวนการทางสังคม ตนได้เข้าไปคุยกับผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว

ข้องใจตำรวจมีหลายมาตรฐาน

“จากที่ได้สัมผัสการจัดงานที่สวนรถไฟวชิรเบญจทัศน์ ใน กทม.ก็เห็นว่าทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและข้าราชการนั้น มีแนวทางการปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่การชุมนุมทางการเมืองที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.ชุมนุมมีข้อยกเว้นเรื่อง งานกีฬา หากจะดูว่า เข้าข่ายหรือไม่ ต้องดูว่ามีเรื่องอื่นประกอบ จากได้ฟังคำชี้แจงของตำรวจก่อนการจัดงานเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้นำพ.ร.บ.ชุมนุม มาเป็นเงื่อนไขการจัดงาน หรือ แม้แต่จะพูดถึงเลยด้วยซ้ำ แต่เขาตั้งเงื่อนไขเป็นเรื่องอื่น ตามความเห็นส่วนตัวของผม ก็เลยก็มีข้อสงสัยว่า ทำไมงานที่จัดถึงมีการใช้สอง หรืออาจจะหลายมาตรฐาน ในแต่ละพื้นที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำหารือในที่ประชุม กมธ.กฎหมายฯในวันที่ 15 ม.ค.นี้”นายรังสิมันต์ ย้ำ

วิษณุชี้ยื่นซักฟอก ให้เวลารบ.7วัน

ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 20 ม.ค. เพื่อขออภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลต้องไปคุยกัน ต้องมาถามรัฐบาลว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายอยู่ชี้แจงหรือไม่ เรื่องเหล่านี้ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันได้ โดยผ่านกระบวนการวิปเพื่อแจ้งให้ประธานสภาฯทราบว่าจะเป็นวันใด อีกทั้ง กรณีที่มีผู้ถูกอภิปรายหลายคนควรให้เวลาในการเตรียมการอย่างน้อย 7 วัน ปกติการประชุมสภาฯคือวันพุธกับวันพฤหัสบดีคงต้องให้ลงล็อก

ส่วนที่ฝ่ายค้านเลือกยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 20 ม.ค.เกรงอาจจะต้องไปอภิปรายช่วงตรุษจีน ตรงวันที่ 25 ม.ค.จะไม่มีคนฟัง นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อเขายื่นมา วันที่ 20 ม.ค.อย่างไรก็ไม่ตรงอยู่แล้วและแค่เพียงรัฐบาลก็เตรียมตัวไม่ทันอยู่แล้ว ถ้าจะระวังก็ระวัง อย่าให้ตรงกับวันมาฆบูชาเท่านั้น

โยน’ชวน’ชี้ขาดขุดเรื่องเก่าถล่ม

เมื่อถามว่าจะสะดวกตลอดในการชี้แจงใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ขอตอบ แต่ก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านได้บอกข้อสอบมาแล้วครึ่งหนึ่ง ที่เหลือไม่ต้องไปเก็ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะการระบุข้อหาเป็นการระบุกว้างๆให้รู้ว่าเรื่องอะไร แต่คำถามจะเป็นเรื่องอะไรก็เป็นได้ทุกเรื่อง เหมือนกับกระทู้ถามสดที่วกไปเรื่องนั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องธรรมดา คนที่อยู่ในแวดวงการเมืองต้องเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และไม่ถึงกับการกังวลหากจะมีการนำเรื่องเก่ามาอภิปราย เพราะทุกเรื่องตอบได้ แต่จะถูกระเบียบหรือไม่นั้น อยู่ที่การวินิจฉัยของประธานสภาฯ หากประธานสภาฯบอกว่าได้ ก็ตอบไป

พปชร.พร้อมสู้ศึกซักฟอกรบ.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าเมื่อชัดเจนแล้วว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายอย่างไร พปชร.จะต้องหารือกัน ในการเตรียมการเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งเราได้ติดตามข่าวสารอยู่ซึ่งรัฐบาลพร้อมตอบตามข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาในช่วงการทำงาน 6 เดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ตามประเด็นที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมา ส่วนฝ่ายค้านอาจจะขุดเรื่องเก่าในอดีตขึ้นมาอภิปรายเป็นหลักนั้น ต้องดูว่าการอภิรายนั้นอยู่ในกรอบอะไร จะอยู่ในความเกี่ยวข้องกับการเป็นรัฐบาลอย่างไร ขอให้มีความชัดเจนกว่านี้

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นการแบนสารเคมีว่า “เดี๋ยวดูก่อนครับ ไม่เป็นไร ผมพร้อมอยู่แล้ว”

‘เฉลิมชัย’แจงปมเหตุคนยิงร้านฯ

วันเดียวกัน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงกรณีที่มีข่าวเกิดเหตุมีคนร้ายยิงใส่บ้านพักนั้นว่า จุดดังกล่าวเป็นสำนักงานซึ่งอยู่ในบริเวณร้านอาหารบ้านดาวล้อมเดือน ถ.ราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับบ้านพัก และเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเอง ที่คนเข้าใจผิด เพราะสถานที่ที่ไปเช่าเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ 4ไร่ ซึ่งมีสำนักงานอื่นอยู่ด้วย จุดที่ถูกยิงอยู่ห่างจากบ้านผมไปประมาณ100 เมตร ส่วนสาเหตุการยิง จะมาจากเรื่องใดนั้น ไม่ทราบ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับตนอย่างแน่นอน และขอยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใคร

วิปค้านยันมติไม่ส่งตัว3สส.อนค.

ที่พรรคเพื่อไทย ได้มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม7พรรคฝ่ายค้าน (วิปรัฐบาล) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย แจ้งต่อที่ประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ฝ่ายค้านยืนยันจะไม่ส่งตัว 3 ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ คือ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ,นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนางสาวพรรณิการ์ วานิช ตามหมายเรียกตัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในคดีอาญาในสมัยประชุมด้วยข้อกล่าวโทษการจัดชุมนุมสาธารณะ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือคดีแฟลชม็อบ ที่สกายวอร์คเมื่อวันที่14ธันวาคม 2562ซึ่งในวันพรุ่งนี้วันที่ 15 มกรมคม2563การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระด่วนในเรื่องดังกล่าวด้วย

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่าตามประเพณีปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาไม่เคยลงมติส่งตัว ส.ส.ไปตามหมายเรียกของตำรวจระหว่างสมัยประชุม เพราะเป็นเรื่องความเป็นอิสระในการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ เอกสิทธิ์ของ ส.ส. ซึ่งการประชุมพรุ่งนี้น่าจะมีการอภิปรายให้เหตุผลต่อเรื่องนี้ ซึ่งจะแจ้งที่ประชุมทราบถึงมติของคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาลหรือ วิปรัฐบาล ที่จะไม่ส่งตัว ส.ส.ต่อที่ประชุมทราบด้วย

พิธาสู้ตามกม.ร่วมแฟลชม็อบ

ที่พรรคอนาคตใหม่(อนค.)นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)และคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) มีมติ ไม่อนุญาตส่ง 3ส.ส.อนาคตใหม่ ที่ประกอบด้วยนายปิยะบุตร แสงกนกกุล นางสาวพรรณิการ์ วานิช และตน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ไปสอบสวนดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ กรณีจัดแฟลชม็อบ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.62 โดย ยืนยันว่าหลังปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมที่จะดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามที่มีหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ยินดีที่จะให้ความร่วมมือและให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายทุกประการ

งูเห่าพท.งานเข้าชาวบ้านจี้ลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่พรรคเพื่อไทย(พท.) นายสมชาติ นาคบรรจง แกนนำกลุ่มประชาชนเขต 5 ปทุมธานี พร้อมประชาชนในเขต5เข้ายื่นหนังสือถึงนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและกรรมการบริหารพรรค ผ่าน นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ผู้อำนวยการพรรค กรณีขอให้พรรคพิจารณาลงโทษ ส.ส. ฝ่าฝืนมติพรรคและทรยศหักหลังประชาชน เนื่องด้วยนางพรพิมล ธรรมสาร หรือก้อย ส.ส.เขต 5 ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ได้ฝ่าฝืนมติพรรค ทำตัวเป็นงูเห่าหันไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ล่าสุด ลงมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของรัฐบาลอีก สวนมติพรรคเพื่อไทย และมติ7พรรคร่วมฝ่ายค้าน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

โดยนายสมชาติระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวบ่งชี้ชัดจนว่าจงใจฝ่าฝืนมติของพรรค ไม่รับผิดชอบต่อคะแนนเสียงของประชาชน ไม่เคารพสิทธิ์และเจตนารมณ์ของประชาชน จากนี้จะดำเนินการยกระดับ ไม่ว่าส.ส.คนนี้ จะไปงานไหน เราจะตามไปไล่ทุกที่ในพื้นที่เขต 5ปทุมธานี พร้อมเรียกร้องให้ลาออกจากพรรค รวมถึงการเป็นส.ส.ด้วยเพื่อคืนสิทธิ์คืนเสียงให้ประชาชน

หน้าแรก / การเมือง

ฝากให้คิด! 'สมชัย'แฉอีก17พรรค'ยืมเงิน' ถามผิดยิ่งกว่า'กู้เงิน'หรือไม่?

ฝากให้คิด! 'สมชัย'แฉอีก17พรรค'ยืมเงิน' ถามผิดยิ่งกว่า'กู้เงิน'หรือไม่?

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563, 08.14 น.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า นอกจาก มี 18 พรรคที่กู้เงินแล้ว ยังมีอีก 17 พรรคที่มีรายการ "เงินยืม" ปรากฏในงบการเงิน ปี 2561

หาก "เงินกู้" ผิด เพราะถือเป็นประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุนำไปสู่การยุบพรรคและดำเนินคดีอาญาและตัดสิทธิการเมืองต่อกรรมการบริหารพรรค 

"เงินยืม" น่าจะยิ่งผิดมากกว่าหรือไม่

เพราะเงินกู้ ยังมีดอกเบี้ย มีสัญญา มีกำหนดเวลาใช้คืน

แต่เงินยืม ไม่มีดอกเบี้ย อาจไม่มีสัญญา หรือไม่กำหนดเวลาใช้คืน

 
  •  
     
    ‘วิกฤติตะวันออกกลาง’  อยู่ไกล..แต่‘ไทย’ก็ต้องจับตา

    ‘วิกฤติตะวันออกกลาง’ อยู่ไกล..แต่‘ไทย’ก็ต้องจับตา

    วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
     
    ยังต้องติดตามกันต่อไปกับ “วิกฤติตะวันออกกลาง” ที่ต้องบอกว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการสังหาร พล.ต.กาเซ็ม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ นายทหารที่มีชื่อเสียงและอำนาจลำดับต้นๆ ของอิหร่าน เมื่อเช้าวันที่ 3 ม.ค. 2563 บริเวณใกล้สนามบินกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก นำมาซึ่งความโกรธแค้นของรัฐบาล ผู้นำศาสนาและชาวอิหร่านจำนวนมาก

    แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ในวันที่ 8 ม.ค. 2563 มีรายงานเครื่องบินโดยสารแบบโบอิ้ง 737 ของยูเครน พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 180 คน ตกใกล้กับสนามบินในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ไม่นานหลังจากทะยานขึ้นจากสนามบินอิหม่าม เคเมเนอี และทั้งหมดเสียชีวิต ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ในวันที่ 11 ม.ค. 2563 ทางการอิหร่านออกมายอมรับว่า เป็นผู้ยิงเครื่องบินลำดังกล่าวตก ด้วยเข้าใจผิดเพราะเห็นว่าบินเข้าเขตที่มีความอ่อนไหวทางทหาร กระแสจึงตีกลับไปที่รัฐบาลอิหร่านเมื่อประชาชนออกมาประท้วง เพราะผู้โดยสารที่เสียชีวิตเป็นชาวอิหร่านถึง 82 ศพ

    สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้รับความสนใจจากทั่วโลกรวมถึงสังคมไทย ดังที่มีการจัดเวทีเสวนา “World War III วิกฤตการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน” ขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) โดย ศราวุฒิ อารีย์ นักวิชาการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายสภาพที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “สามก๊กแห่งตะวันออกกลาง” จากอดีตถึงปัจจุบัน

    “อิรัก อิหร่าน และซาอุดีอาระเบีย เป็นสามเหลี่ยมดุลอำนาจที่ผมคิดว่ามันดำรงอยู่อย่างนี้มานาน แต่ในปี 2003 (2546) ซัดดัม ฮุสเซน (ผู้นำอิรัก) ถูกโค่นล้มลงไป ฉะนั้นสามเหลี่ยมแห่งดุลอำนาจในตะวันออกกลางมันจึงถูกทำลาย เมื่อมันถูกทำลาย อิหร่านกับซาอุดีอาระเบียจึงเผชิญหน้ากันคือแต่ก่อนจะคานอำนาจระหว่างกันเช่น กรณีสงครามอิรัก-อิหร่าน ซาอุดีอาระเบียก็อยู่ข้างอิรัก แต่ก่อนที่จะมีการปฏิวัติอิหร่าน ซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านเป็นพันธมิตรกัน แต่ยุคนั้นอิรักเป็นสังคมนิยม เป็นพรรคบาธที่ต้องการโค่นล้มราชวงศ์กษัตริย์

    2 ประเทศนี้ (อิหร่าน-ซาอุดีอาระเบีย) ปกครองด้วยราชาธิปไตยฉะนั้น 2 ประเทศนี้จึงร่วมมือกันต่อต้านอิรัก มันก็จะเป็นอย่างนี้ เหตุการณ์ผันแปรไปตามสถานการณ์ในยุคต่างๆ ของตะวันออกกลาง แต่วันนี้พอหมดอิรัก มันทำให้ขั้วอำนาจมันเหลือ 2 ขั้ว มันก็ทำให้เกิดการปะทะเผชิญหน้ากันมากยิ่งขึ้น แต่ที่ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงคือขั้วอำนาจใหม่เริ่มมาแทนที่อิรัก และกำลังเป็นเสาแห่งดุลอำนาจในตะวันออกกลาง ก็คือตุรกี” อาจารย์ศราวุฒิ ระบุ

    หรือ “มิติเชิงการเมือง” ซาอุดีอาระเบียเป็นการจับมือกันของฝ่ายอาณาจักร (ราชวงศ์) กับฝ่ายศาสนจักร (ผู้รู้ทางศาสนาอิสลาม) การตัดสินใจของฝ่ายอาณาจักรอาจถูกฝ่ายศาสนจักรทักท้วงได้ ขณะที่อิหร่านเป็นการปฏิวัติโดยมีผู้นำศาสนาอิสลามเป็นผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณ อำนาจชี้ขาดในทุกเรื่องจึงอยู่ที่ผู้นำศาสนาไม่ใช่ประธานาธิบดี ส่วนตุรกีเป็นพรรคการเมืองนิยมอิสลามที่พัฒนามาจากฐานมวลชน ทำงานด้านสังคมและมีการปรับตัวตามวิถีการเมืองแบบประชาธิปไตยจนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

    รวมถึง “มิติเชิงความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ” อิหร่านนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับรัสเซีย ขณะที่ตุรกีแม้จะเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา แต่ระยะหลังๆ ก็หันไปพูดคุยกับรัสเซียด้วย ส่วนซาอุดีอาระเบียแม้จะอยู่กับสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจนและประกาศตัวเป็นศัตรูกับอิหร่านอย่างชัดแจ้ง แต่ก็มีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียพยายามเจรจากับอิหร่านผ่านนายกรัฐมนตรีของอิรัก โดยสรุปคือบทบาทของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางอาจน้อยลงสวนทางกับรัสเซียหรือจีนที่อาจมีบทบาทมากขึ้น แต่ในยุคปัจจุบัน มหาอำนาจจะไปบงการประเทศใดๆ คงไม่ง่ายนัก

    “วันนี้มหาอำนาจเหล่านี้จะใช้ตัวแสดงในภูมิภาคได้เหมือนแต่ก่อนหรือไม่ ผมคิดว่าคงจะไม่แล้ว เพราะหลายประเทศหลังปรากฏการณ์อาหรับสปริง (Arab Spring) ประชาชนเขาเรียกร้องให้ประเทศเหล่านี้มีนโยบายเป็นอิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับมหาอำนาจ เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่ามหาอำนาจอาจจะใช้ตัวแสดงในการท้าทายเผชิญหน้ากัน แต่มหาอำนาจคงไม่สามารถกดดันและใช้ประเทศในตะวันออกกลางเป็นเครื่องมือง่ายๆ เหมือนในอดีตอีกต่อไป” อาจารย์ศราวุฒิ กล่าว

    ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวิถีของโลกมุสลิม และเคยเดินทางไปอิหร่านมาแล้วหลายครั้ง ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าว่า อิหร่านในช่วงแรกๆ หลังการปฏิวัติ (ปี 2522) มีท่าทีเกลียดชังสหรัฐอเมริกาอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงที่เกิดสงครามอิรัก-อิหร่าน ซึ่งกินเวลายาวนานถึง 8 ปี (2523-2531) อิหร่านมองว่าสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำของอิรักในขณะนั้น อนึ่ง พล.ต.กาเซ็ม โซไลมานี ในช่วงวัยหนุ่มที่เพิ่งเข้าร่วมกองทัพอิหร่าน ก็ได้ร่วมรบในสงคราม 8 ปีนี้ด้วย

    ในช่วงสงครามซีเรียที่หลายฝ่ายต้องร่วมกันต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส-ISIS) ความสามารถของโซไลมานี ในการทำสงครามจรยุทธ์ไปเข้าตารัสเซีย ทำให้รัสเซียตัดสินใจเข้าร่วมสงครามปราบไอซิส ไม่ต่างจากรัฐบาลอิรักที่ร้องขอให้อิหร่านเข้าไปช่วยปราบกลุ่มไอซิส ก็เพราะเห็นฝีมือของโซไลมานีเช่นกัน ส่วนโซไลมานีเป็นบุคคลอันตรายต่อสหรัฐฯ หรือไม่นั้นก็เป็นเรื่องของมุมมอง ที่สำคัญคือก่อนหน้านี้สหรัฐฯก็เคยประกาศให้คนที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหรัฐฯ เป็นบุคคลอันตรายมาแล้ว

    “อุสมะห์ บิน ลาดิน สมัยที่ต่อสู้ในนามมูจาฮีดีน เวลาอุดมการณ์มาตรงข้ามกับสหรัฐฯ ในที่สุดเขาก็ถูกสังหาร ซัดดัม ฮุสเซน ตอนนั้นสหรัฐฯ เรียกว่า The Greater Moderniser (คนสมัยใหม่ผู้ยิ่งใหญ่) ตอนที่สนับสนุนให้เขาสู้กับอิหร่าน ในที่สุดทหารสหรัฐฯ ไปพบเขาในถ้ำจากการชี้นำของชาวเคิร์ด แล้วก็นำไปสู่การถูกประหารชีวิต” อาจารย์จรัญ ยกตัวอย่าง

    อาจารย์จรัญยังกล่าวอีกว่า “ผู้นำสหรัฐฯ อยากโจมตีอิหร่านตลอดมาแต่ไม่มีใครกล้าทำ ยกเว้นก็แต่ โดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน” และไม่เฉพาะการอนุมัติปฏิบัติการสังหาร พล.ต.กาเซ็ม โซไลมานี เท่านั้น ปธน.ทรัมป์ ยังทำสิ่งเรียกเสียงฮือฮาทั้งจากชาวอเมริกันและชาวโลก อาทิ การออกตัวสนับสนุนอิสราเอล ในการย้ายเมืองหลวงจากเทลอาวีฟ ไปที่เยรูซาเลม รวมถึงหลายๆ นโยบายที่ได้หาเสียงไว้

    ถึงกระนั้น “ท่าทีของทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างก็ไม่อยากให้เกิดสงคราม รวมถึงผู้นำอิรักก็แสดงออกว่าไม่อยากให้แผ่นดินอิรักกลายเป็นที่รองรับความรุนแรงจากทั้ง 2 ประเทศ” และไม่เฉพาะแต่ผู้นำเท่านั้น ประชาชนชาวอิรักก็แสดงออกอย่างเดียวกันเพราะเบื่อหน่ายสภาวะสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานเกือบ 2 ทศวรรษนับตั้งแต่ปี 2546 ที่สหรัฐฯ ส่งทหารเข้าไปในอิรักเพื่อโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน จนมีตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมแล้วกว่า 1 ล้านศพ

    อีกด้านหนึ่ง “การก่อการร้าย-ก่อวินาศกรรม” เป็นปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมในความขัดแย้งสมัยใหม่ เนื่องจากใช้กำลังคนน้อยและลงมือก่อเหตุที่ไหนก็ได้ ซึ่ง รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร
    อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยเองก็เคยถูกใช้ในการปฏิบัติการทำนองนี้มาแล้ว เช่น ในปี 2537 รถบรรทุกที่ภายในมีวัตถุระเบิดน้ำหนัก 1 ตัน ไปเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซค์ ก่อนที่ชาวตะวันออกกลางที่ขับรถคันดังกล่าวจะทิ้งรถหลบหนีไป คาดว่าเป้าหมายน่าจะเป็นสถานทูตอิสราเอล หรือสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ

    หรือในปี 2555 เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งภายในซอยสุขุมวิท 71กรุงเทพฯ ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวอิหร่านได้ 2 คน โดยคาดว่าทั้ง 2 มีเป้าหมายลอบสังหารบุคคลสำคัญของอิสราเอลในประเทศไทย แต่เกิดผิดพลาดทำให้วัตถุระเบิดที่เตรียมไว้ระเบิดใส่ตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ปัจจุบันทั้ง 2 ถูกจำคุกโดยศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต 1 คนและจำคุก 15 ปี อีก 1 คน

    อาจารย์ปณิธานกล่าวต่อไปว่า สำหรับความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ ปัจจุบัน ขอให้จับตา 3 สมรภูมิสำคัญ ดังนี้ 1.สมรภูมิที่เป็นทางการ ซึ่งทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างก็ประกาศกันไปแล้ว เช่น สหรัฐฯ บอกจะโจมตี 52 สถานที่สำคัญของอิหร่าน ส่วนอิหร่านจะมุ่งโจมตีสถานที่ทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมถึงการตอบโต้กันทางการทูต การแสดงออกเชิงจิตวิทยา อย่างกรณีอิหร่านชักธงแดง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดสถานการณ์รุนแรงในส่วนนี้

    2.สมรภูมิที่ไม่เป็นทางการ หรือการก่อวินาศกรรมที่นำยุทธวิธีแบบเก่ามารวมกับปฏิบัติการแบบใหม่ซึ่งผู้ก่อเหตุอาจมีเพียงคนเดียว (Lone Wolf) เน้นการโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ โดยเป้าหมายสูงสุดคือลงมือบนแผ่นดินสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อว่ามีความพยายามมานานนับตั้งแต่เหตุการณ์จี้เครื่องบินเพื่อนำไปพุ่งชนตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ในปี 2544 แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายอื่นๆ นอกประเทศสหรัฐฯ ด้วย

    “อันนี้เป็นสมรภูมิที่ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแต่รู้กันอยู่แล้วและพอเดาทางได้ ที่อิสราเอล ที่เอเชีย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ พวกนี้ผลประโยชน์สหรัฐฯ มโหฬารมหาศาลรวมทั้งไทย สบายๆ ใครก็มาได้ 50 ล้านทุกคนมาหมด ก็น่ากลัวเหมือนกันเจ้าหน้าที่เราทำงานกันหนักมาก ทุกคนก็มาที่นี่ ตอนนี้เราก็บอกอย่ามา ไม่ต้องมาถ้ามาแล้วมีบัญชีก็จับ แต่จะห้ามได้นานเท่าไร คนเคยมีคดีก็มาเที่ยวเมืองไทย ที่ปล่อยไปก็กลับมาใหม่ มันมีความรักความผูกพันอะไรหลายอย่าง สมรภูมินี้หนักขึ้นเยอะ แล้วคนสมัยใหม่ด้วย เดาทางยาก” อาจารย์ปณิธาน ระบุ

    อาจารย์ปณิธานยังกล่าวอีกว่าสุดท้ายคือสมรภูมิที่ยังไม่เคยเจอคือ 3.สมรภูมิไซเบอร์ สมรภูมินี้ไม่ต้องเดินทางเข้ามาฝังตัว ไม่ต้องแต่งงานกับคนไทย แต่โจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งทุกวันนี้ศักยภาพด้านนี้ของคนในตะวันออกกลางสูงขึ้นมาก..เรื่องนี้อาจเป็นภัยที่ไทยอาจต้องเผชิญในอนาคต!!!

 
แห่กราบ 'หลวงตาชื่น' พระธุดงค์วัยชราเดินเท้าเปล่าจากเชียงรายถึงนครพนม

แห่กราบ 'หลวงตาชื่น' พระธุดงค์วัยชราเดินเท้าเปล่าจากเชียงรายถึงนครพนม

วันอังคาร ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2563, 17.42 น.

แห่กราบหลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท พระธุดงค์วัยชราวัย 71 ปี เดินเท้าเปล่าจากเชียงรายถึงนครพนม รถไม่ขึ้น-ไม่รับปัจจัย เผยชีวิตเคยเป็นทหารผ่านศึก ก่อนสละทางโลกมุ่งจาริกตามรอยหลวงปู่มั่น ภูริฑัตโต 

วันที่ 14 มกราคม 2563 ณ ที่พักสงฆ์ชั่วคราว ท้ายหมู่บ้านเสาเล้าใหญ่ หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม มีญาติโยม ประชาชน นักท่องเที่ยว สายบุญ เดินทางมากราบไหว้ สนทนาธรรมกับหลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท หรือหลวงตาชื่น พระธุดงค์สายธรรมยุต วัย 71 ปี ที่พื้นเพเป็นชาวบ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ ซึ่งสละทางโลกหันหน้าเข้าสู่ทางธรรม เพื่อหาความสงบในชีอุปสมบท

จนกระทั่งเป็นข่าวโด่งดังทางโซเชียล เนื่องจากมีญาติโยม ประชาชน นักท่องเที่ยว พบเห็นขณะกำลังเดินธุดงค์เส้นทางภาคเหนือจังหวัดเชียงรายมาภาคอีสานจังหวัดนครพนม รวมระยะทางไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ระหว่างทางมีญาติโยมจอดรถแวะนิมนต์ขึ้นรถ พร้อมทั้งถวายปัจจัย แต่ท่านไม่ยอมขึ้นรถและรับปัจจัย รับถวายเพียงน้ำดื่มเท่านั้น และหลังย่ำเท้าเปล่ามาถึงบ้านเกิดก็ไปจำพรรษาที่พักสงฆ์อยู่ในป่าช้า จึงมีญาติโยมหลายคนทราบข่าวได้แวะกราบไหว้  พร้อมระบุว่าได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญจาริกธรรมตามรอยพระเกจิชื่อดัง คือหลวงปู่มั่น ภูริฑัตโต พระอาจารย์ใหญ่สายป่า เพื่อหาความสงบสุขในชีวิต จึงไม่ขอรับปัจจัย เพื่อเข้าถึงสัจธรรมของชีวิต  ทำให้ ผู้พบเห็นและทราบข่าว เกิดความศรัทธาในความตั้งมั่น และความเพียรพยายาม ของหลวงตาชื่น ทั้งที่มีอายุมากถึง 71 ปี

หลวงตาชื่นเล่าให้ฟังว่า หลังออกพรรษาได้ เดินธุดงค์จากที่พักสงฆ์บ้านเกิด ไปยัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย  เพื่อแสวงบุญปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียร ใช้ระยะเวลาเดินทางจาก จังหวัดนครพนมไปถึงจุดหมายปลายทางประมาณ 40 วัน จากนั้นเดินทางกลับโดยใช้เวลาประมาณ 35 วัน  ช่วงระหว่างการเดินทางทั้งไปและกลับ จะพักตามป่าเขาทุ่งนา ไม่นอนวัด ทำให้สายบุญ ที่ทราบข่าวเกิดความศรัทธา และเดินทางมากราบไหว้สนทนาธรรมไม่ขาดสาย  ส่วนการทำบุญระหว่างหลวงตาชื่นธุดงค์ จะไม่รับปัจจัยและสิ่งของเครื่องใช้อย่างอื่น นอกจากน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว

 

 

ทั้งนี้ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท มีชื่อในทะเบียนบ้านว่านายบุญชื่น อุ่นเทียมโสม เกิดที่บ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ในวัยหนุ่มเคยเป็นทหารเกณฑ์ และได้รับคัดเลือกไปสู้รบในยุคสงครามเวียดนามประมาณปี 2512 สังกัดพกองพันปืนใหญ่ จ.อุดรธานี ผ่านการฝึกรบพิเศษเป็นเวลา 2 ปี ก่อนปลดประจำการได้เหรียญทหารผ่านศึก กลับมาแต่งงานมีลูกทั้งหมด 4 คน จากนั้นจึงขอครอบครัวลาบวช เพราะต้องการหาสัจธรรมของชีวิต อยากเห็นความสงบ เพราะชอบศึกษาธรรมมะ และจะศึกษาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น จึงเข้าอุปสมบทตัดทางโลกเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ เมื่อปี 2552 จากนั้นได้แสวงบุญเป็นพระสายป่าธรรมยุตเดินธุดงค์ไปหลายที่ จะจำวัดตามป่าเขา ก่อนนี้ไปจำพรรษาในถ้ำเตียง สิริขันธ์ บนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร ยาวต่อเนื่องถึง 4 ปี 

 

 

หลวงตาชื่นกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า   ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ได้ตั้งมั่นจาริกธรรม เดินธุดงค์ไปภาคเหนือพร้อมกับคณะพระสงฆ์หลายวัด เมื่อจาริกกลับจังหวัดนครพนม มีญาติโยมนิมนต์ขึ้นรถเพราะสงสารเห็นว่าอายุมากแล้ว แต่ตนต้องการบำเพ็ญเพียร แสวงบุญธุดงค์ตามรอยหลวงปู่มั่น จึงไม่ขอขึ้นรถ และไม่ต้องช่วยขนสัมภาระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า และไม่กลัวว่าจะเจ็บป่วย เนื่องจากสละทุกอย่างแม้สังขาร เพราะต้องการเข้าถึงสัจธรรม สำคัญที่สุดกิจของสงฆ์จะต้องไม่ขาด เช่นบิณฑบาตโปรดสัตว์  ทำวัดเช้า-เย็น สวดมนต์เจริญภาวนา และศึกษาธรรมมะ  หากญาติโยมที่ต้องการสนทนาธรรมก็ยินดี และจะจำวัดที่พักสงฆ์ ถึงสิ้นเดือนมกราคม ก่อนจะจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อบำเพ็ญ

 

 

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าว ได้พูดคุยกับครอบครัวหลวงตาชื่น พบกับนางตาล อุ่นเทียมโสม อายุ 66 ปี และลูกสาวคนโตคือ นางบานเย็น บุพศิริ อายุ 46 ปี  ทั้งสองได้เปิดเผยว่าหลวงตาในช่วงวัยหนุ่มเป็นคนขยัน มุมานะ อดทน ตรากตรำทำงานเพื่อครอบ ครัวมาตลอด และชอบทำบุญเป็นชีวิตจิตใจ  เคยบอกครอบครัวว่าถึงวัย 60 ปี หรือหลังจากลูกทุกคนมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาจะขอลาบวชใช้ชีวิตทางธรรมสละทางโลก กระทั่งปี 2552 ได้ลาครอบครัวไปบวช ซึ่งทุกคนไม่ขัดข้อง ขออนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่น  เพราะเป็นความตั้งใจ ถึงแม้ห่วงด้านสุขภาพ แต่เป็นสิ่งที่หลวงตาชอบ “ตลอดการบวชกว่า 10 ปี ท่านจะไม่จำวัดอยู่กับที่ จะไปจาริกธุดงค์ทั่วประเทศตามพระอาจารย์ ที่รู้จัก ไม่มีโทรศัพท์มือถือติดต่อกลับมา เพราะหลวงตาบอกกับครอบครัวว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะเห็นกลับมา หากทราบข่าวเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยค่อยไปดูแล กรณีเจ็บป่วยตายในป่า ขอให้เป็นไปตามธรรมชาติ จะเกิดอะไรขึ้นต้องรับได้หมด”

 

 

กระทั่งล่าสุดทางครอบครัวดีใจมาก และอนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่น หลังเห็นข่าวในโซเชียลว่าพบหลวงตากำลังธุดงค์เท้าเปล่ากลับบ้านเกิด ยอมรับดีใจจนน้ำตาไหล สำคัญที่สุดคืออานิสงส์ผลบุญที่หลวงตาแสวงบุญไว้ จะส่งผลให้ลูกหลาน มีความร่มเย็นเป็นสุข ทุกคนขออนุโมทนาบุญ ซึ่งหลวงตาขอจำวัดในป่าช้าท้ายหมู่บ้าน และไม่กลัวถ้าวันที่หลวงตาจากไปจะมาถึง เพราะหลวงตาบอกทุกคนว่าขอตายในผ้าเหลือง

 

.....................................................

15 มกราคม 2563

 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน