*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5715
  • จำนวนผู้ชม : 3404592
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 313 , 23:14:09 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน พุธทรัพย์ , แม่หมี และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

link@: ครูสายโหดใช้ไม้เรียวฟาดเด็กไม่ยั้ง อุทานลั่น!สารเลว-ทำโซเชียลเสียงแตก

สวัสดีครับ

         ในเมื่อคุณกรณ์ จาตุกวนิชย์ จะยังอยู่ในวงการการเมืองต่อไป โดยมีข่าวแว่วว่าอาจจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล

ปัจจุบัน ก็เป็นที่ยอมรับกัได้อย่างไม่มีอะไรสะดุดเลยทัเดียว เพราะคุณกรณ์จะเข้ามาเสริมนโยบายให้กับนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์

จันทร์โอชา ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะเลยทีเดียว

         อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะแคลงใจว่าคุณกรณ์ จะไปกันได้กับคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิฐฏ์ ที่นั่งเก้าอี้รองนายกฯอยู่ก่อน

แล้ว โดยไม่ได้ชวนคุณกรณ์ให้เดินจากพรรคปชป.ตามปกติแม้แต่สักคำ ว่าทั้งสองคงจะปรับทัศนคติในมิตรภาพได้ด้วยดี

 

กรณ์ จาติกวณิช อดีตขุนคลังโบกมือลา "ปชป." แต่สินทรัพย์มั่งคั่งในจักรวาล

 
กรณ์ จาติกวณิช อดีตขุนคลังโบกมือลา
 

Tassaran C.

ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ การเงิน-การลงทุน

จากกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นใบลาออกจากการสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 15 ม.ค. นี้ นั้น ส่งผลให้นายกรณ์ต้องพ้นจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อโดยอัตโนมัติ

>> "กรณ์ จาติกวณิช" หลั่งน้ำตาอำลาประชาธิปัตย์ ร้องเพลง "รักเธอเสมอ" ส่งท้าย

จนมีหลายกระแสว่านายกรณ์จะไปตั้งพรรคใหม่ และเตรียมเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อรับตำแหน่งในรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้นั้น 

>> รูดม่าน 15 ปี "กรณ์ จาติกวณิช" ยื่นลาออกจากประชาธิปัตย์ แย้มเตรียมตั้งพรรคใหม่

หลายคนรู้จักกันดีว่า นายกรณ์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นเพื่อนนักเรียนกันสมัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และนายกรณ์เองก็ผันตัวจากผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่ง เข้าสู่สนามการเมืองตามคำชวนของนายอภิสิทธิ์ โดยผลงานที่โดดเด่นของเขาที่หลายคนจำได้คือ "เช็คช่วยชาติ" ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2552 ด้วยการแจกเงิน 2,000 บาท ให้ผู้มีเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท

>> ส่องประวัติ "กรณ์ จาติกวณิช" หลังหลั่งน้ำตาอำลาพรรคประชาธิปัตย์

แม้ว่าล่าสุดในปี 2562 นายกรณ์ ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้แล้วก็ตาม แต่รู้มั้ย? อดีตขุนคลังคู่หูของนายอภิสิทธิ์ เช่น นายกรณ์ มีทรัพย์สินเท่าไหร่หลังจากเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปีที่ผ่านมา เรามีคำตอบมาฝากกัน

Sanook Money ตรวจสอบข้อมูลจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่เคยรายงานเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 62 ตอนเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พบว่า นายกรณ์ จาติกวณิช มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 1,104,517,335.55 บาท

นายกรณ์ มีทรัพย์สินรวม 680,512,899.23 บาท แบ่งได้ดังนี้

  • เงินฝาก 34,149,993.02 บาท
  • เงินลงทุน 196,728,383.81 บาท ในหลักทรัพย์/พันธบัตร 8 แห่ง
  • เงินให้กู้ยืม 9,300,000 บาท (บริษัท เกษตรเข้มแข็ง จำกัด, สมาคมฟินเทคประเทศไทย และนายจิรายุ ตุลยานนท์)
  • ที่ดิน มูลค่า 168,180,000 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 197,000,000 บาท
  • รถ 5 คัน มูลค่า 10,100,000 บาท
  • สิทธิและสัมปทาน 60,301,022.40 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป) มูลค่า 4,753,500 บาท
 

มีหนี้สิน 72,237.82 บาท

  • มีเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่ม 1,362,720 บาท
  • รายได้จากกองทุน 7,780,000 บาท
  • มีค่าใช้จ่ายส่วนตัว 14,400,000 บาท

นางวรกร จาติกวณิช (คู่สมรส) มีทรัพย์สิน 371,633,326.76 บาท แบ่งได้ดังนี้

  • เงินฝาก 51,239,297.33 บาท
  • เงินลงทุน 161,561,393.81 บาท
  • ที่ดิน มูลค่า 44,920,000 บาท
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 47,850,000 บาท
  • รถยนต์ 3 คัน มูลค่า 5,900,000 บาท
  • สิทธิและสัมปทาน 3,427,635.62 บาท
  • ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป) 56,735,000 บาท

มีหนี้สิน 7,139,703.45 บาท

  • มีรายได้จากกองทุน 6,460,000 บาท
  • มีค่าใช้จ่ายส่วนตัว 7,800,000 บาท

นอกจากนี้ในรายงานยังระบุด้วยว่า นายกรณ์ มีบุตรในสมรส 2 คน คือ น.ส. กานต์ จาติกวณิช และนายไกรสิริ จาติกวณิช โดยมีทรัพย์สินรวม 52,371,109.56 บาท แบ่งได้ดังนี้

  • เงินฝาก 45,259,04 บาท
  • เงินลงทุน 52,325,850.52 บาท

ไม่มีหนี้สิน

...........................................................

 

'ดร.เสรี'ชู'กรณ์'เป็นคนมีฝีมือ-สุภาพบุรุษ!  ห่วง'หมอเหรียญทอง'ออกตัวแรง

'ดร.เสรี'ชู'กรณ์'เป็นคนมีฝีมือ-สุภาพบุรุษ! ห่วง'หมอเหรียญทอง'ออกตัวแรง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 15.47 น.

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.55  - 14.50 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (16 ม.ค.) "ทอม ทศวรรต ทะสุวร" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ได้สัมภาษณ์ความคิดเห็น "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" ในประเด็นข่าวร้อนที่กำลังเกิดขึ้น

การลาออกของชาวสีฟ้า เป็นการลาออกกะทันหัน?

"อาจกะทันหันสำหรับเราในการรับรู้ แต่การเตรียมการ ดำริ คิดว่าคงไม่ใช่กะทันหัน เขาคงคิดแล้ว เพราะเหตุการณ์ที่เกิดในพรรคหลายคนก็คงอึดอัด เราอาจรู้ข่าวกะทันหัน เพราะคนลาออกไม่ได้พูดอะไรให้รับรู้ แต่ถามว่าข่าวลือมีมั้ย ข่าวลือเรื่องคุณกรณ์จะไป มีมานานแล้วนะ เขาเป็นคนมีคุณภาพ ตอนคุณกรณ์เป็นรัฐมนตรีเขาก็มีฝีมือ ขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐมนตรีคลังโลก เป็นคนมีฝีมือ ทุกครั้งที่เห็นผลงานคุณกรณ์ หรือฟังคุณกรณ์อภิปรายในสภา เราจะชื่่นชมว่าคนนี้มีปัญญา เอาความรู้ที่ร่ำเรียนมาทำงาน"

อะไรคือเหตุผลสำคัญในการลาออก?

"แหม พี่จะรู้ได้ยังไง ใครก็ตอบแทนไม่ได้ ถ้าอยากรู้จริงๆ ต้องไปถามคุณกรณ์ ขณะเดียวกันคุณกรณ์เป็นสุภาพบุรุษและมีมารยาท อะไรทำให้คนอื่นเสียหายคุณกรณ์จะไม่พูด จะพูดถึงข้างหน้าว่าออกมาเพื่อไปทำอะไร เบื้องหลังทำให้คนอื่นเสียหาย สุภาพบุรุษอย่างคุณกรณ์ไม่พูดแน่นอน สิ่งหนึ่งที่ขัดใจ ใครก็ตามที่บอกว่าการลาออกของเขาเป็นเรื่องธรรมดา เขาไม่รอบคอบ การที่คนลาออกต้องดูว่าเขาเป็นใคร คนบางคนลาออกดีใจจังไปซะที แต่สำหรับบางคนลาออก คนนี้มีคุณค่าสำหรับพรรคทำไมลาออกไป คุณกรณ์ หมอวรงค์ก็ดี แล้วแว่วๆ ว่าจะมีบางคนตามไปด้วย คนเหล่านี้คือเกรดเอประชาธิปัตย์เลยนะ เขาออกไป ใครพูดว่าเรื่องนี้ธรรมดาไม่ได้เลย"

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งกกต.ส่งเอกสารแสดงขั้นตอนการไต่สวนคดียุบ อนค.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งกกต.ส่งเอกสารแสดงขั้นตอนการไต่สวนคดียุบ อนค.

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 19.19 น. 

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งกกต.ส่งเอกสารแสดงขั้นตอนการไต่สวนคดียุบ อนค. ก่อนนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง"ธนาธร-อนค. "ฟ้อง 14 กกต. -กก.วินิจฉัยคดี ในเช้าวันที่ 20 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง นายเกรียงศักดิ์ ม่วงอ่อน ประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคดียุบพรรค อนค. ,นายนิยต ดำรงประภักดิ์ ,นายสุชาติ เพชรอาวุธ ทั้งสองเป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน , พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. , นางสุกัญญา รัตนนาคินทร์ , พล.ท.สมชาย ชัยวณิชยา ,พ.ต.อ.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ ทั้งสาม เป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย , นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. , นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ , นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย , นายฉัตรชัย จันทร์พรายศรี , นายปกรณ์ มหรรณพ , นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ , นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ทั้งเจ็ดเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นจำเลยที่ 1-14 คดีหมายเลขดำ อท.185/2562 

ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 69 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 86 กรณีมีการทำสำนวนคดียุบพรรค อนค.ไม่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอน มีลักษณะเร่งรัดคดี โดยนายธนาธรยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.62

ล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา  เห็นว่า มีความจำเป็นเพื่อให้ได้ความชัดเจนในข้อเท็จจริงแห่งคดีที่จะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงอาศัยข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ข้อ 16 วรรคหนึ่ง และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2560 ข้อ 3 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 23

จึงเห็นสมควร ให้มีหนังสือถึงสำนักงาน กกต. เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการสืบสวน , การไต่สวน , การรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานและการดำเนินคดีกรณีกล่าวหาว่า นายธนาธร ให้พรรคอนาคตใหม่ กู้ยืมเงินอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ว่ามีขั้นตอน-วิธีการสืบสวน , ไต่สวน , การรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ตามกฎหมาย , กฎ, ประกาศ , ระเบียบ , ข้อบังคับ หรือคำสั่งใด อย่างไร

ทั้งนี้ ให้สำนักงาน กกต.จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ศาล ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากศาล เพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป โดยศาลกำหนดนัดพร้อม หรือฟังคำสั่ง หรือคำพิพากษา ในวันที่ 20 ก.พ.นี้เวลา 10.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว นายธนาธร ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 8 ก.ค.-11 ธ.ค.62 คณะกรรมการ กกต.จำเลยที่ 8-14 ได้แต่งตั้งจำเลยที่ 1-3 ให้เป็นประธานกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อรวบรวมหลักฐานและแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร้องกล่าวหานายธนาธร หัวหน้าพรรคและพรรค อนค.โจทก์ที่ 1-2 ว่ากระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองหรือไม่ โดยอ้างว่าโจทก์ที่ 1 ให้พรรคอนค.โจทก์ที่ 2 กู้ยืมเงินจำนวน 191,200,000 บาท โดยประธานและคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ จำเลยที่ 1-3 ทราบระเบียบแล้วแต่ไม่ได้กระทำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอน กลับร่วมกันทำรายงานการไต่สวนพร้อมทั้งสรุปสำนวนการสืบสวนและไต่สวนเสนอจำเลยที่ 4 เพื่อพิจารณาทั้งที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับโจทก์ทั้งสอง จึงถือได้ว่ายังไม่มีการไต่สวนตามกฎหมายและเป็นการละเว้นการกระทำอันมิชอบ

ขณะที่เลขาธิการ กกต.จำเลยที่ 4 ก็ทราบดีอยู่แล้วว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการหรือสั่งการให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดำเนินการแจ้งข้อกล่าวแก่โจทก์เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจำเลยที่ 4 ส่งสำนวนการสืบสวนและไต่สวนให้จำเลยที่ 5-7 ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย  อันเป็นการเร่งรัดคดีกลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสองต่อไป ส่วนจำเลยที่ 5-7 ก็มีมติเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลที่มีเขตอำนาจดำเนินการต่อไปและส่งสำนวนการสืบสวนและไต่สวนให้จำเลยที่ 8-14 ซึ่งเป็นคณะกรรมการ กกต.พิจารณาโดยไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน โดยหากจำเลยที่ 5-7 เห็นว่าสำนวนการสืบสวนหรือไต่สวนยังไม่ถูกต้องก็มีอำนาจส่งเรื่องกลับไปให้เลขาธิการ กกต.จำเลยที่ 4 ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือมอบหมายให้จำเลยที่ 1-3 ดำเนินการ

ส่วนคณะกรรมการ กกต.จำเลยที่ 8-14 ก็ทราบอยู่แล้วว่าสำนวนการสืบสวนและไต่สวนยังไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับร่วมกันลงมติให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสองตามสำนวนการสืบสวนและไต่สวนดังกล่าว โดยมีมติเสียงข้างมากให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค อนค.โจทก์ที่สอง มติของจำนวนที่ 8-14 จึงเป็นผลมาจากการร่วมกันกระทำโดยจงใจละเมิดต่อกฎหมาย  และเป็นการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองที่ถูกริดรอนสิทธิที่จะรับทราบข้อกล่าวหา,ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา , เสนอพยานหลักฐาน หรือต่อสู้คดีตามสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายธนาธร ได้ยื่นฟ้อง กกต.ทั้งคณะ 7 คนไปเมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 อีกสำนวนในคดีหมายเลขดำ อท.168/2562 ความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 69 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เช่นกัน จากกรณีวันที่ 25 มี.ค. - 16 พ.ค.62 ดำเนินกระบวนการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงกล่าวหาโจทก์ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด โดยการแสวงหาข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นกระแสความและเร่งรัดการลงมติและยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ "เลขาธิการ กกต." ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมส่งเอกสารส่งศาล และนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาชั้นตรวจฟ้องไปเมื่อวันที่  24 ธ.ค.62

ซึ่งสุดท้ายศาลตรวจดูข้อกล่าวหาในคำฟ้องในชั้นตรวจฟ้องแล้ว ได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องไม่รับคดีไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ เนื่องจากเห็นว่า ขั้นตอนการสืบสวน , การไต่สวน , การวินิจฉัยชี้ขาดในการยื่นคำร้องของ กกต.ให้ศาลวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่นั้นกระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 14/2562 ว่า กกต. มีหน้าที่และอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีที่เห็นว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 82 วรรคหนึ่ง โดย กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อสำนวนถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้แล้ว ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นให้เป็นที่เด็ดขาดมีผลผูกพันรัฐสภาครมสารองค์กรอิสระและหน่วยงานตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 211 การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง

 

‘ตั๊น จิตภัสร์’ผู้แทนรัฐสภาไทยหญิง ร่วมถกสมัชชารัฐสภาอาเซียน ชูตระหนักเรื่องเพศสภาพ

‘ตั๊น จิตภัสร์’ผู้แทนรัฐสภาไทยหญิง ร่วมถกสมัชชารัฐสภาอาเซียน ชูตระหนักเรื่องเพศสภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 19.23 น.

‘ตั๊น จิตภัสร์’ผู้แทนรัฐสภาไทยหญิง ร่วมถกสมัชชารัฐสภาอาเซียน ชูตระหนักเรื่องเพศสภาพ

16 มกราคม 2563 ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ กทม. น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับความเข้าใจและตระหนักในเรื่องเพศสภาพ (Gender Sensitivity Training Workshop) ระหว่างวันที่ 13-16 มกราคม 2563 ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ ซึ่งจัดโดยสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA)

น.ส.จิตภัสร์ ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและนโยบายที่สร้างความเท่าเทียมกันทางเพศและการส่งเสริมศักยภาพของสตรี ว่า มีสาระสำคัญสรุปคือประเทศไทยมียุทธศาสตร์การพัฒนาสตรีแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่งวางแนวทางการพัฒนาความเสมอภาคทางเพศและการเสริมอำนาจสตรี โดยบูรณาการการทำงานบนพื้นฐานของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) ปฏิญญาปักกิ่งและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ในระดับนานาชาติ ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฯ ฉบับที่ 100 เกี่ยวกับนโยบายการจ้างงานและฉบับที่ 111 เรื่องการเลือกปฏิบัติ (การจ้างงานและอาชีพ) อนุสัญญา ฉบับที่ 100 ว่าด้วยค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน มีจุดมุ่งหมายให้รัฐภาคีคำนึงถึงอัตราค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันสำหรับแรงงานชายและหญิงในงานที่มีลักษณะเหมือนกัน และอนุสัญญา ฉบับที่ 111 ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติ (การจ้างงานและการประกอบอาชีพ) คุ้มครองบุคคลจากการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานตามมาตรฐานแรงงานสากลทุกรูปแบบ รัฐสมาชิกที่ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้ มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ห้ามการเลือกปฏิบัติและการกีดกันทุกรูปแบบ รวมถึง เชื้อชาติ สีผิว เพศ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง

น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ในการจัดการกับการเลือกปฏิบัติแรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2538 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562) ลูกจ้างจะต้องได้รับการปฏิบัติและอัตราค่าจ้างเท่าเทียมกันไม่เลือกปฏิบัติต่อแรงงาน เนื่องจากความพิการ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 กำหนดโควต้าการจ้างคนพิการในภาครัฐและเอกชนและให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นายจ้าง ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ดำเนินการส่งเสริมการไม่เลือกปฏิบัติในทุกด้านอย่างต่อเนื่องโดยมีรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 เป็นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๗๑ วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ระบุความสำคัญของการดำเนินงานด้านงบประมาณในการจัดทำงบประมาณแบบตอบสนองต่อเพศสภาพ

สื่อรัสเซียตีข่าว'ชาวผู้ดี'ส่งญาติความจำเสื่อมมาไทย ชี้ระบบบ้านเกิดไม่เอื้อดูแล

สื่อรัสเซียตีข่าว'ชาวผู้ดี'ส่งญาติความจำเสื่อมมาไทย ชี้ระบบบ้านเกิดไม่เอื้อดูแล

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2563, 14.59 น.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 สำนักข่าว RT (Russian Today) ของรัสเซีย เผยแพร่บทความ “Have dementia in the UK? You’re better off flying to Thailand for some quality care” ระบุว่า ในขณะที่ระบบการดูแลผู้ป่วยความจำเสื่อมของอังกฤษมีปัญหา เช่น เจ้าหน้าที่ดูแลลาออกเฉลี่ยปีละ 4.4 แสนคน มีตำแหน่งว่างถึง 1.2 แสนคน ด้วยสาเหตุที่เวลาทำงานยาวนานเมื่อเทียบกับรายได้ที่ไม่สูง ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยความจำเสื่อมในอังกฤษราว 8.5 แสนคน ประเทศไทยได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของบุตรหลานที่อยากให้ญาติผู้ใหญ่มีชีวิตที่ดีในช่วงวาระสุดท้าย

บทความกล่าวถึงโฆษณา เช่น “ซุปตะไคร้หอม เสียงนกร้องไพเราะเสนาะหู ต้นปาล์มพลิ้วไหวงามตา และการนวดผ่อนคลาย” หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นโฆษณาโรงแรมหรู แต่แท้จริงคือโฆษณาบริการดูแลผู้ป่วยความจำเสื่อมในประเทศไทย โดยค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยความจำเสื่อมในอังกฤษอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านปอนด์ หรือราว 1.4 ล้านล้านบาท แบ่งกันระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NHS) กับระบบครอบครัวดูแลกันเอง 

แต่การที่คนรุ่นใหม่ต้องเจียดเงินของตนเองเฉลี่ย 8.3 พันล้านปอนด์ หรือราว 3.32 แสนล้านบาทต่อปีเพื่อดูแลผู้ป่วยสูงอายุเหล่านี้ จึงนำไปสู่ทางเลือกอื่นๆ เช่น การดูแลที่บ้าน ถึงกระนั้น ครอบครัวชาวอังกฤษก็ไม่ได้นิยมอยู่กันแบบมีปู่ย่าตายายเป็นครอบครัวใหญ่ บทสรุปที่อาจดูโหดร้ายในบางมุม คือการส่งญาติผู้ใหญ่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังดินแดนที่ห่างไกลเกือบ 1.5 หมื่นกิโลเมตร

คาเล็บ จอห์นสตัน (Caleb Johnston) นักวิชาการอาวุโสด้านภูมิศาสตร์มนุษย์ มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ผู้เดินทางไปศึกษาระบบการดูแลผู้ป่วยความจำเสื่อมข้ามชาติในประเทศไทย กล่าวว่า ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของไทยมองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสถานดูแลผู้ป่วยความจำเสื่อม 8 แห่งใน จ.เชียงใหม่ ดำเนินการโดยชาวสวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษและไทย อัตราค่าบริการดูแลเป็นรายบุคคลนั้นถูกกว่าที่อังกฤษถึงร้อยละ 25 ในบรรยากาศที่ตั้งซึ่งไม่ต่างอะไรกับโรงแรมระดับ 4 หรือ 5 ดาว

เช่นเดียวกับ พอล เอ็ดเวิร์ด (Paul Edwards) ผู้อำนวยการฝ่ายคลินิกแผนกผู้ป่วยความจำเสื่อมสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ไม่น่าแปลกใจที่ชาวอังกฤษจะเลือกส่งญาติผู้ใหญ่ที่ป่วยความจำเสื่อมไปยังประเทศไทย นั่นเพราะระบบการดูแลที่อังกฤษนั้นราคาสูงแต่คุณภาพต่ำ และที่ผ่านมายังไม่มีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายการเมืองในการแก้ไขปัญหานี้ ดังนั้นหลายคนจึงไม่อยากให้คนที่ตนเองรักไปใช้บริการ

ซีบิล ไวด์เมอร์ (Sybille Wiedmer) หญิงชาวเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เล่าว่า ในปี 2557 ตนตัดสินใจพาแม่ที่ป่วยความจำเสื่อมย้ายไปอยู่ที่ประเทศไทย แม้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากแต่มันก็เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่แม่ควรได้อยู่ ในตอนแรกคนรอบข้างก็ถามว่าจะส่งไปได้อย่างไรเพราะไม่สามารถไปดูแลได้ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นการดูแลแบบเน้นรายบุคคล ด้วยความรักแล้วตนจึงไม่ลังเลที่จะทำ

มาร์ติน แอนดรูว์ (Martyn Andrews) ชาวอังกฤษผู้เขียนบทความนี้ ทิ้งท้ายว่า แม้จะเป็นที่ถกเถียงในเชิงศีลธรรม แต่ตราบใดที่ระบบการดูแลในโลกตะวันตกยังไม่ดี ผู้คนก็ย่อมต้องมองหาทางเลือกที่เหมาะสมในต่างแดน ในสังคมที่ไม่เอื้อต่อการดูแลผู้สูงอายุ บางทีการใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในบรรยากาศที่แปลกใหม่อาจจะดีกว่าก็เป็นได้ สุดท้ายไม่ว่าความคิดเห็นของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร แต่เมื่อจำนวนผู้ป่วยความจำเสื่อมเพิ่มขึ้นทุกปี ตนรู้ดีว่าอะไรคือทางเลือก ไปกับสายการบินไทยดีไหม?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สื่อผู้ดีตีข่าวชาวอังกฤษนิยมส่งญาติความจำเสื่อมมาดูแลที่ไทย ชี้‘ถูกและดี’กว่าบ้านเกิด

ขอบคุณเรื่องจาก : https://www.rt.com/op-ed/478238-dementia-uk-care-thailand/

..................................................................

16 มกราคม 2563

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน