*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5717
  • จำนวนผู้ชม : 3404988
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 531 , 19:05:56 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

สวัสดีครับ

         อาชญากรต่อเนื่องทำลายสถิติโลกถึงกว่า 1 ร้อยคน แล้วถ่วงศพในบ่อของบ้านตัวเอง ฉายา 'ไอซ์ หีบเหล็ก' ครับ ต่อไปนี้ใครมี

ลูกสาวหลานสาวต้องเตือนกันอย่างตรงๆ ที่จะต้องระวังการคบหาผู้ชาย เพระอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ชายที่คหาด้วยก็ได้

 

 

งมหาหลักฐานชิ้นส่วนมนุษย์บ่อมรณะในบ้านนายไอซ์

ตร.ไล่เช็ควงจรปิดกว่า 1,000 ตัว ล่าโจรปล้นทองลพบุรี

18 มกราคม 2563 - 14:00 น.
ออโรร่า,โจรปล้นทอง,ปล้นทองลพบุรี,โจรชิงทอง,ลพบุรี,กล้องวงจรปิด,อำพล บัวรับพร,ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

ผบช.ภ.1 ชี้ผู้ต้องสงสัยคดีปล้นทองลพบุรีบางรายติดต่อไม่ได้ รอหลักฐานชัดชี้ตัวคนร้าย ขอเชื่อมั่นตร.ทำงานเต็มที่ ตรวจกล้องวงจรปิดไปแล้วกว่า 1,000 ตัว ใน 9 จังหวัด

คลิปที่ 1

 

                จากกรณีคนร้ายบุกชิงทองคำมูลค่า 5 แสนบาทไปจากร้านทองออโรร่า สาขาห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี ก่อนใช้ปืนยิงจนมีผู้บาดเจ็บหลายราย และเสียชีวิตอีก 3 ราย ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำแดง หลบหนีไป

คลิปที่ 2

                ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ 18 มกราคม 2563  เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวคนร้าย ว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามข้อมูลทุกด้าน ทั้งการข่าว รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เก็บเสียงที่คนร้ายนำมาใช้กับปืน และตอนนี้ก็มีผู้ต้องสงสัยบางส่วนที่ได้ติดต่อไปแล้ว ขณะที่บางส่วนก็กำลังติดตามตัว พร้อมได้รวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุและที่อื่นๆ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิดรวมกว่า 1,000 ตัวในพื้นที่ 9 จังหวัดใกล้เคียง นำไปพิสูจน์ให้เกิดความชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งตอนนี้มีหลักฐานเพียงพอ แต่ผลจะชี้ไปถึงตัวใครก็ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจน

                ส่วนเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายตอนนี้ ก็อาจไปถึงชายแดนตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวไปแล้ว นั้น ก็ขอให้เชื่อมั่นว่าตำรวจทำงานกันเต็มที่อย่างไม่หยุดนิ่ง สำหรับภูธรภาค 1 ก็แบ่งหน้าที่กันแล้ว

                สำหรับคนใกล้ชิดกับคนร้ายต้องนั้นจะมีความผิดด้วยหรือไม่ ก็ต้องดูที่พฤติกรรมว่าได้ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกอย่างไร และปิดบังอะไรหรือไม่ ขอฝากประชาชนทุกคนให้ช่วยแจ้งข้อมูลข่าวสารหากพบเบาะแสคนร้ายด้วย

คลิปที่ 3

 

(ภาพชุด)'จักรทิพย์'ลุยลพบุรีตามโจรปล้นทอง

17 มกราคม 2563 - 18:08 น.
โจรปล้นทอง,ลพบุรี,่ ่ จักรทิพย์,คมชัดลึก

ภาพชุด..'จักรทิพย์' ลุยลพบุรีตามโจรปล้นทอง ลั่นจะออกหมายจับ หลักฐานต้องพร้อม 

         วันที่ 17 มกราคม 2563  - พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางมาที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เพื่อร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าในการตามจับกุมคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทองภายในห้างสรรพสินค้าเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563  ซึ่งวันนี้เข้าสัปดาห์ที่ 2 นับจากวันก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงติดตามจับกุมคนร้ายอย่างต่อเนื่อง

          พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าคดี คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทองฆ่าอุกอาจ โดยยืนยันว่าตำรวจมีเป้าหมายตั้งแต่แรกแล้ว แต่ต้องพิสูจน์ทราบ การออกหมายจับต้องได้ข้อยุติ หลักฐานต้องพร้อม รวมทั้งกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ด้วย 

       ภาพ กอบภัค พรหมเรขา (Korbphuk Phromrekha)

       #NationPhoto #โจรปล้นทอง #ลพบุรี #ผบตร

 

 

 

 ....................................................

อดีต รอง ผบ.ตร.ย้ำชัดยังมั่นใจจับกุมตัวโจรชิงทองลพบุรีได้แน่

19 มกราคม 2563 - 14:22 น.
วินัย ทองสอง,โจรปล้นทอง,ลพบุรี,ตำรวจ,หลักฐาน

อดีต รอง ผบ.ตร. ย้ำชัดยังมั่นใจจับกุมตัวโจรชิงทองลพบุรีได้แน่นอน แง้มคนสนิทดูก็รู้แล้วว่าโจรเป็นใคร

เรียกได้ว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญ ที่หลายคนให้ความสนใจและติดตามการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการจับกุมคนร้าน กราดยิงปล้นทองที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งระยะเวลาในการติดตามตัวนั้นผ่านมาแล้วกว่า 10 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้

ล่าสุดวันนี้  พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(อดีตรอง ผบ.ตร.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก "วินัย ทองสอง" เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2563 โดยโพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการติดตามจับกุมโจงชิงทองที่ จ.ลพบุรี ระบุว่า

 "ผมยังมั่นใจว่าตำรวจจะจับคนร้ายรายนี้ได้ แต่การตรวจสอบทางเทคนิคจำนวนมากต้องใช้เวลา แต่จากรูปร่าง ลักษณะการเดิน การแต่งกาย เสื้อผ้ากางเกงที่สวมใส่ กระเป๋าเป้ อาวุธปืน และยานพาหนะที่ใช้ คนที่รู้จักหรือคนสนิทดูก็รู้ว่าเป็นใคร จากความโหดเหี้ยมอำมหิตที่มันก่อ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันแจ้งข่าวสารให้ตำรวจทราบ อย่าให้คนชั่วลอยนวล"

CR.วินัย ทองสอง

 

ด่วน ผบ.ตร. เผยพบ ผู้ต้องสงสัย คดีชิงทองลพบุรีแล้ว

19 มกราคม 2563 - 17:11 น.
จักรทิพย์,ชิงทอง,ลพบุรี,ผู้ต้องสงสัย

ด่วน 'ผบ.ตร.' เผยพบ 'ผู้ต้องสงสัย' คดีชิงทองลพบุรีที่ จ.หนองคาย ตำรวจอยู่ระหว่างเชิญตัวซักถาม

          เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2563 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีชิงทอง จ.ลพบุรี เป็นครั้งที่ 5 และติดตามผลการปฏิบัติงานของชุดสืบสวนสอบสวนที่มี พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้า โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

          พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้มี 2 ประเด็น เรื่องแรก คือการตรวจการบ้านที่ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ มอบหมายไปแล้ว 25 ทีม แต่ละทีมส่งการบ้านมาในระดับที่น่าพอใจระดับหนึ่ง

          ส่วนประเด็นที่ 2 รับรายงานว่า เวลาประมาณ 14.00 น.ที่ผ่านมา ทีมของ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ พบผู้ต้องสงสัยที่ จ.หนองคาย มีรูปพรรณคล้ายกับผู้ก่อเหตุ โดยเฉพาะกระเป๋าที่ใช้ ซึ่งต้องพิสูจน์ทราบต่อไป และตอนนี้ยังไม่ทราบว่าผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมาสอบถามที่ จ.หนองคายแล้ว

          พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า “ตำรวจมีประเด็นซักถาม ตำรวจมีทักษะอยู่แล้ว ถ้าจังหวะดี ถ้าใช่ก็ใช่ ถ้าไม่ใช่ก็ให้เขากลับ เราสงสัยเท่านั้น”

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า “พื้นที่ใกล้เคียงความจริง เพราะเป็นพื้นที่ที่น่าจะหลบหนีได้ง่ายอยู่แล้ว”

         ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดกว่า 1 พันจุดนั้น ตอนนี้ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ขณะที่ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ และกระสุนปืนของผู้ก่อเหตุ ขอสงวนเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมกับยืนยันว่าชุดสืบสวนฯ ยังเป็นชุดเดิม และพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้นข่าวที่เผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียจึงไม่เป็นความจริง

          ขณะที่ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า “ผมฝากบอกคนร้ายรายนี้ โหดร้ายผิดประเภท ให้เวลามา 10 วันแล้ว ย้ำว่า 10 วัน ยังไม่สำนึก แล้วเจอกัน ผมพูดแค่นี้”

          ภายหลังการให้สัมภาษณ์ ผบ.ตร. ได้ขึ้นรถและเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที

 

เปิด..ไทม์ไลน์ 'ไอซ์ หีบเหล็ก' คนอันตราย!!

19 มกราคม 2563 - 16:55 น.
ไอซ์ หีบเหล็ก,โหดเหี้ยม,เศรษฐีตระกูลเก่าแก่,เปิดไทม์ไลน์ ไอซ์หีบเหล็ก,่คมชัดลึก

เปิด..ไทม์ไลน์'ไอซ์ หีบเหล็ก' คนอันตราย!! ....โดย กมลทิพย์ ใบเงิน

        บทสรุปคดีคนเหี้ยม “ไอซ์ หีบเหล็ก” เศรษฐีตระกูลเก่าแก่ ฆ่าโหด เลี้ยงปลาปิศาจ วีรกรรมสุดหลอน

        “ไอซ์ หีบเหล็ก” บทเรียนชีวิตที่สะท้อนได้อย่างชัดแจ้งว่า รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี ต้นทุนชีวิตสูง มีทรัพย์สมบัติกองโตถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีตระกูลเก่า แต่เส้นทางชีวิตของเขาจบไม่สวยเอาเสียเลย  เมื่อเดินหลงทาง ผู้ชายคนนี้ทั้งโหด ซ่า ฆ่า เหี้ยม  

        เรื่องราวสุดอำมหิตของ ไอซ์ หีบเหล็ก เขย่าขวัญคนไทยค่อนประเทศ ไม่ต่างจากพฤติการณ์ของ “สมคิด พุ่มพวง” ฆาตรกรต่อเนื่อง 6 ศพ ที่มีทั้งความเหมือนชอบสาวไซด์ไลน์ และความต่าง แต่ทั้งคู่ “เลือดเย็น” ยิ่งนัก  แต่ที่มาที่ไปในความโหดของ ไอซ์ หีบเหล็ก  อะไรฝังใจผู้ชายคนนี้ เขาฆ่าคน รังควานชาวบ้าน ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ติดตาม ไทม์ไลน์ของคนอันตรายรายนี้...

      ต้นเดือนมกราคม 2563 ตำรวจสามารถจับกุมชายคนหนึ่งได้ หลังตรวจพบว่าชายผู้นี้มียาเสพติดจำนวนหนึ่งอยู่กับตัว ซึ่งชายคนนี้มีชื่อว่า "นายเฉลิมชล" งะบัว อายุ 41 ปี 

    เมื่อจับตัวนายเฉลิมชลมาได้ ทางตำรวจก็สอบปากคำต่างๆ ตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่นายเฉลิมพลได้หลุดให้ข้อมูลชุดใหญ่ออกมาว่า นายเฉลิมชล เป็นลูกจ้างของ "นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์" หรือ ไอซ์ อายุ 40 ปี เศรษฐีจากตระกูลเก่าแก่รายหนึ่ง

      นายเฉลิมชล เล่าว่า เขาได้เจอนายไอซ์ที่เรือนจำ และเมื่อเขาพ้นโทษออกจากเรือนจำ ก็ไปหานายไอซ์ที่บ้าน และเข้าออกบ้านนายไอซ์ คอยดูแลซ่อมแซมบ้าน และเสพยาเสพติดด้วยกันเป็นประจำ

       แต่นั่นยังไม่ใช่ข้อมูลสำคัญ เพราะข้อมูลเด็ด คือ นายเฉลิมชล ได้สารภาพกับตำรวจว่า เมื่อช่วงปลายปี 2562 เขาเคยช่วย นายไอซ์ ผู้เป็นนาย ฝังศพหญิงสาวหน้าตาดีรายหนึ่งเอาไว้ในที่ดินรกร้างด้านหลังบ้าน ซึ่งหญิงสาวผู้ตายรายนี้น่าจะเป็นคู่ขาของ นายไอซ์

        9 มกราคม 2563 เวลา 11.00 น. ตำรวจ นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 เข้าตรวจสอบบ้านของนายไอซ์ ตำรวจพบอาวุธปืน และเครื่องกระสุนเต็มแมกกาซีน 15 นัด โดยอาวุธปืนอยู่ในสภาพขัดลำ เนื่องจากนายไอซ์พยายามต่อสู้ แต่ปืนเกิดติดขัด 

         เหนืออื่นใด ในห้องพักพบยาไอซ์ บรรจุในถุงซิป พร้อมอุปกรณ์การเสพ 1 ชุด และจอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดใช้สำรวจความเคลื่อนไหวรอบตัวบ้าน รวมถึงร่องรอยกระสุนปืนที่ นายอภิชัย ชอบยิงใส่ฝ้าเพดานบ้านตัวเองตอนเมายาอีกหลายนัด

 

   

        สุดช็อค!! เมื่อตำรวจพบ "หีบเหล็ก" ใบหนึ่งใส่กุญแจล็อกอย่างแน่นหนา จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดไปตรวจสอบ

       ในวันเดียวกันนั้น ตำรวจยังตรวจสอบบริเวณรอบตัวบ้านของนายไอซ์ จนได้พบถุงดำ ซึ่งภายในบรรจุอวัยวะชิ้นส่วนคล้ายศพมนุษย์ สวมเสื้อยืดคอกลมสีเหลือง สภาพเปื่อยผุพัง ถูกฝังอยู่ใต้ดิน

      นายไอซ์ ต้องตอบคำถามตำรวจทันทีว่า นี่คือศพใคร และมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งนายไอซ์ให้คำตอบแบบชวนงงว่า น่าจะเป็นศพของ น.ส.กุ๊กกิ๊ก เป็นคน จ.สกลนคร ที่เขาเองเคยมีความสัมพันธ์และพามานอนที่บ้าน เมื่อประมาณเดือน ต.ค.2562 แต่เขาไม่เกี่ยวข้องกับการตายแน่นอน

         นายไอซ์ เล่าว่า เมื่อ น.ส.กุ๊กกิ๊ก มาถึงบ้าน กุ๊กกิ๊กได้เล่าให้เขาฟังว่า เพิ่งถูกรุมโทรมมา เขาจึงหวังดีจะพาไปแจ้งความกับตำรวจ แต่เมื่อกุ๊กกิ๊กรู้ว่าตนจะพาไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าตัวก็รีบหายหน้าออกจากบ้านไป

        ช่วงบ่ายในวันเดียวกัน นายไอซ์ กลับยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุฆ่า น.ส.กุ๊กกิ๊ก อายุ 22 ปี โดยช่วงที่เกิดเหตุประมาณปลายเดือน ส.ค.2562

       นายไอซ์  ยังให้การรับสารภาพอีกว่า เขาพา น.ส.กุ๊กกิ๊ก มานอนค้างที่บ้านพัก และได้เสพยา มีเพศสัมพันธ์กับ น.ส.กุ๊กกิ๊ก แล้วเกิดความรู้สึกรัก จึงสั่งให้ผู้ตายลงไปนอนในหีบเหล็ก และใส่กุญแจล็อกไว้ เพราะกลัวผู้ตายหลบหนี เเต่เมื่อตื่นเช้าอีกวันมาเปิดหีบดู พบว่าผู้ตายขาดอากาศหายใจ จึงเรียกนายเฉลิมชล ลูกจ้างที่มักจะมั่วสุมเสพยาด้วยกันมาช่วยขุดหลุมฝังศพ

         ขณะที่ นายเฉลิมชล ให้การกับตำรวจเป็นอีกเรื่องหนึ่งว่า เดือน ก.ค.2562 เขาเห็นนายไอซ์ทำร้ายร่างกาย น.ส.กุ๊กกิ๊ก ด้วยเหล็กแป๊บและใส่กุญแจมือ บังคับให้กินข้าวให้หมด หากไม่หมดจะถูกทำร้ายร่างกาย และให้คลานเข้าไปนอนในหีบเหล็กปิดฝาสนิท ไม่มีรูระบายอากาศ กุ๊กกิ๊กร้องขอความช่วยเหลือแต่กลับเปิดเพลงเสียงดัง

        นายเฉลิมชล  ให้การกับตำรวจอีกว่า จากนั้น ตัวเขาเองก็เดินทางกลับที่พัก จนเช้าวันต่อมาได้เข้าไปหานายไอซ์ที่บ้าน พบว่า น.ส.กุ๊กกิ๊กเสียชีวิตแล้ว เขาและนายไอซ์จึงช่วยกันนำศพใส่ถุงดำนำไปขุดดินฝังไว้หลังบ้าน

        เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมนายไอซ์ พบว่า เมื่อปี 2555 นายไอซ์เคยถูกจับข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวหญิงสาววัย 17 ปี ไว้ในแมนชั่นย่านภาษีเจริญ ในห้องมีทั้งยาบ้า, ยาไอซ์, ปืน 9 มม. จำนวน 6 กระบอก, กระสุนขนาดต่างๆ 332 นัด, มีดขนาดต่างๆ 20 เล่ม, เสื้อกันกระสุน, เครื่องช็อตไฟฟ้า, เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์, กุญแจมือ โดยขณะถูกจับ ผู้ต้องหาชักปืนขึ้นลำพร้อมยิงสู้เจ้าหน้าที่

       ปี 2555 นายไอซ์มีคดีครอบครองปืนผิดมือ สภ.ดำเนินสะดวก ราชบุรี, ปี 2553 นายไอซ์มีคดีหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น สน.เพชรเกษม และปี 2551 นายมีคดีข่มขืนผู้อื่น สน.ธรรมศาลา

       จากการสืบค้นประวัติ ยังพบด้วยว่า นายไอซ์เกิดในตระกูลเศรษฐีเก่าย่านบางแค กรุงเทพมหานคร ครอบครัวเคยมีธุรกิจตลาดชื่อดังชื่อ "ตลาดองค์วิศิษฐ์" ตั้งอยู่ย่านบางแค ปัจจุบันปิดตัวลงไปแล้ว เนื่องจากเมื่อปี 2526 "นายเฉลิมชัย องค์วิศิษฐ์" ผู้เป็นบิดาของนายไอซ์ ถูกตำรวจจับกุมข้อหาฆ่าหั่นศพ "ด.ญ.นวลปราง บุนนาค" เด็กหญิงลูกจ้าง เพียงเพราะโกรธที่ ด.ญ.นวลปราง เคาะกระจกตู้ปลาที่ตัวเองเลี้ยงเอาไว้

       ต่อมา เมื่อนายเฉลิมชัย พ้นโทษก็ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนภรรยาซึ่งเป็นมารดาของ นายไอซ์ หนีไปอยู่ต่างประเทศ ทิ้งไว้เพียงบ้านพักและสมบัติประเภทบ้านเช่า ห้องเช่า เป็นธุรกิจเอาไว้ให้ นายไอซ์ ใช้เก็บค่าเช่าเอาไว้เลี้ยงชีพไปได้ตลอดกาล

 

      ชาวบ้านในละแวกบ้านของนายไอซ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ทุกคนในซอยเกรงกลัวพฤติกรรมของนายไอซ์มาก เพราะมีชาวบ้านหลายคนถูกยิงข่มขู่ หรือแม้กระทั่งอพาร์ตเมนต์ของป้านายไอซ์เองที่มีอยู่เกือบ 100 ห้อง รั้วติดกับรั้วบ้านนายไอซ์ มีคนอยู่เกือบเต็ม ก็พากันย้ายออกเกือบหมด เพราะถ้านายไอซ์เสพยาก็จะขึ้นไปหาเรื่องผู้เช่า

      ชาวบ้านยังเล่าอีกว่า หากประตูบ้านนายไอซ์เปิดทิ้งไว้ และมีรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานข้ามคลองที่อยู่หน้าบ้านนายไอซ์ ซึ่งไฟรถจะสาดเข้าไปในบ้าน ทำให้นายไอซ์โกรธ เอาปืนออกมาไล่ยิงวินจักรยานยนต์อยู่บ่อยครั้ง

      ว่ากันว่า ไม่นานมานี้พนักงานส่งพิซซ่า เอาพิซซ่าไปส่งที่อพาร์ตเมนต์ ถูกนายอภิชัยเอาปืนไล่ยิงจนต้องบิดรถหนีหัวซุกหัวซุน กระสุนถูกตัวรถ 2 นัด แต่โชคดีที่ไม่ถูกคนขี่

      พฤติการณ์สุดซ่าของไอซ์ หีบเหล็ก ยังพบว่า เนื่องจากซอยบ้านของนายไอซ์เป็นซอยแคบ ถ้าขับรถยนต์สวนกันต้องมีคันใดคันหนึ่งชิดซ้าย เพื่อให้อีกคันผ่านไปได้ แต่หากเจอรถของนายไอซ์ นายไอซ์จะไม่ยอมหลบ แถมควักปืนออกมาจ่อใส่ จนผู้ร่วมทางต้องรีบหนีกันอุตลุด

       นายธนพล อายุ 42 ปี เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมศึกษา (ม.3)ของนายไอซ์ หีบเหล็ก บอกกับสื่อว่า นายไอซ์ มีรสนิยมชอบเจาะตามร่างกายและเคยจะนำปืนเข้ามาในโรงเรียน แต่ถูกจับได้ คาดว่าปืนกระบอกนั้นน่าจะนำมาขู่เพื่อนที่โรงเรียน เนื่องจากนายไอซ์มักถูกเพื่อนกลั่นแกล้งเป็นประจำ เพราะเป็นคนตัวเล็ก

      10 ม.ค.2563 เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ครอบครอง, มียาเสพติดประเภท 1(ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่นๆ นั้น ต้องรอผลการชันสูตรศพ น.ส.กุ๊กกิ๊ก เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

      14 ม.ค.2563 ตำรวจเข้าตรวจค้นห้องเช่าของนายไอซ์ พบยาไอซ์ประมาณ 100 กรัม และยาบ้าอีกประมาณ 2,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงเท้าสีดำ-เทา ยัดไว้ใต้พัดลม เตรียมแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

        16 ม.ค.2563 อาสากู้ภัย ได้ลงค้นหาในบ่อน้ำข้างบ้านพักของนายไอซ์ พบกระจุกผมและโครงกระดูกมนุษย์ ประกอบด้วย กระดูกกรามติดฟันส่วนล่าง 8 ซี่ ไม่มีฟันคุด ซี่โครง รวม 28 ชิ้น ที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานคาดว่าเบื้องต้นเป็นศพหญิงวัยรุ่น อายุระหว่าง 17-18 ปี

      นอกจากนี้ยังพบเสื้อผ้าเดรสผู้หญิง ทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยผ้ากระสอบ โดยมีโครงประตูเหล็กขนาดใหญ่ทับไว้ มีลูกดัมเบลเหล็กขนาด 5 กิโลกรัม พันด้วยโซ่ใส่แม่กุญแจล็อกถ่วงไว้เพื่อไม่ให้ลอยขึ้นมา และมีเก้าอี้ม้าหินทับไว้เหนือประตูเหล็กอีกชั้น

 

       ทีมค้นหายังต้องดำน้ำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากทราบว่า ไอซ์ หีบเหล็ก เลี้ยงปลากินเนื้อที่ดุร้ายไว้ ทั้งปลาช่อนอเมซอน ปลาอัลลิเกอร์เตอร์หรือปลาจระเข้ ซึ่งสามารถโจมตีมนุษย์ได้ตลอดเวลา

      นายเฉลิมชล หรือเอ็ม ให้การกับตำรวจว่า ในระหว่างที่เสพยาอยู่กับนายไอซ์ นายไอซ์เกิดอาการหลอน กลัวความผิดที่เคยฆ่าหญิงสาว แล้วอำพรางศพไว้ในบ่อน้ำ 2 ศพ นายไอซ์ได้บอกกับเขาว่า ช่วยลงไปงมศพในบ่อให้ที เพราะนายไอซ์จะเอาศพไปทิ้งที่อื่น และถ้าเจอ จะให้เงินศพละ 5,000 บาท

        จากนั้น ทั้งคู่ได้ลงไปช่วยกันงมหาศพ จนกระทั่งนายเอ็มพบกะโหลกมนุษย์ ซึ่งถูกเหล็กดัดทับไว้ เขาจึงรีบนำกะโหลกไปให้นายไอซ์ แล้วทวงเงินค่าจ้างที่ตกลงกันไว้ แต่นายไอซ์กลับปฏิเสธที่จะให้เงิน บอกว่าเงินไม่มี มีแต่กระสุนปืนให้ ก่อนจะชักปืนพกออกมายิงถากหูนายเอ็มไปในระยะเผาขน

 

        17 ม.ค.2563 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้นำประตูเหล็กดัด หนักประมาณ 60-70 กิโลกรัม ที่งมพบพร้อมกับโครงกระดูกผู้เสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ได้นำประตูเหล็กดัดดังกล่าว เทียบกับวงกบประตูทางเข้าบ้านของผู้ต้องหา ปรากฏว่า เข้ากันได้พอดี

 

 

 

 พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย

        พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ระบุว่า อาจมีการสูบน้ำออกจากบ่อดังกล่าว เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา และกำลังรอผลการตรวจสอบว่า 288ชิ้นส่วนที่พบเป็นของผู้ใดบ้าง เพราะจากคำให้การของพยานใกล้ชิดกับผู้ต้องหา คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะมีอย่างน้อย 3 ราย

       18 มกราคม  2563 พ.ต.อ.จิรกฤต จารุรภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 17ม.ค. ที่ผ่านมามีครอบครัวของเด็กหญิงวัย 12 ปีได้มาร้องเรียนกับทางตำรวจว่า ในช่วงปี 2554-2555 หลังจากเด็กรายนี้เคยมาเที่ยวเล่นที่บ้านไอซ์ หีบเหล็ก ก็หายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เกิดความสงสัยว่าจะตกเป็นเหยื่อของไอซ์ หีบเหล็ก อีกรายด้วยหรือไม่??

 

เจาะประเด็นร้อน

ซักฟอกรัฐธรรมนูญ

19 มกราคม 2563 - 00:00 น.
เกาะขอบรั้วสภา,ซักฟอกรัฐธรรมนูญ,พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

ซักฟอกรัฐธรรมนูญ คอลัมน์... เกาะขอบรั้วสภา

          ผ่านพ้นการอภิปรายร่างกฎหมายงบประมาณไปเป็นที่เรียบร้อย มาคราวนี้ก็ถึงเวลาของการพิจารณาศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กันอย่างจริงจังกันเสียที โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเมื่อวันที 14 และ 17 มกราคม ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้นัดประชุม ซึ่งการประชุมในวันดังกล่าวนับว่าได้น้ำได้เนื้อกันพอสมควร

          หลักใหญ่ใจความอยู่ที่การกำหนดแนวทางกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยจะมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อทำหน้าที่เป็นการเฉพาะ ในประเด็นนี้พีระพันธุ์ย้ำว่าต้องสร้างกลไกที่เปิดกว้างให้ประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังเป็นช่องการสื่อสารหลักของคนไทยในยุค 4.0 ซึ่งสถาบันพระปกเกล้าจะเข้ามาเป็นเจ้าภาพเพื่อออกแบบกระบวนการเหล่านี้ให้แก่คณะกรรมาธิการวิสามัญ

          การทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ‘พีระพันธุ์’ มีนโยบายว่าจะทำงานเป็นคู่ขนาน กล่าวคือ คณะกรรมาธิการวิสามัญจะพิจารณาเนื้อหาของ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ควบคู่ไปกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้การทำงานที่อยู่ภายใต้เวลาที่มีจำกัดนั้นเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

          อย่างไรก็ตามการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็ยังมีข้อติดขัดอยู่พอสมควรเนื่องจากงบประมาณที่คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้รับสำหรับการดำเนินงานนั้นเพียงพอต่อการตั้งคณะอนุกรรมาธิการแค่ 2 ชุดเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ประธานสภาได้ให้เอาไว้ ทำให้การตั้งคณะอนุกรรมาธิการอาจจะต้องมีการประสานงานไปยังประธานสภาว่าจะขอยกเว้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้สามารถตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ต่อไป ภายหลังกฎหมายงบประมาณ พ.ศ.2563 บังคับใช้อย่างเป็นทางการ

          ขณะเดียวกันเรื่องการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ก็ยังเป็นปัญหาปวดหัวอย่างต่อเนื่อง อย่างก่อสร้างห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือห้องประชุมพระสุริยัน ที่เดิมมีการวางแผนน่าจะเปิดใช้ได้ในเดือนกุมภาพันธ์แต่มีแนวโน้มว่าอาจจะล่าช้าออกไป ด้วยเหตุนี้ทำให้ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องลงไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างพร้อมกับสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่รู้เหมือนกันว่างานที่เคยล่าช้าจะเร็วขึ้นหรือไม่นั้น คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

          แต่เหนืออื่นใดประธานสภาย้ำต่อส.ส.ว่าการใช้ห้องประชุมจันทรา ซึ่งเป็นในส่วนของวุฒิสภานั้นส.ส.จะต้องใช้สถานที่ด้วยความเกรงใจ เพราะเมื่อห้องประชุมของสภาเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ก็ต้องมีการคืนพื้นที่ให้แก่วุฒิสภาด้วยสภาพที่เรียบร้อยที่สุด

          นอกเหนือไปจากงานภายในประเทศที่สภากำลังทำงานด้วยความขะมักเขม้นแล้ว ปรากฏว่าการประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือก็เป็นอีกงานที่ฝ่ายนิติบัญญัติให้ความสำคัญเช่น โดย สุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา และ จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนสมาชิกรัฐสภาไทย เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับความเข้าใจและตระหนักในเรื่องเพศสภาพ (Gender Sensitivity Training Workshop) โดยมีสมาชิกรัฐสภาจากประเทศสมาชิกสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) เข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 6 ประเทศ เนื้อหาของการประชุมอยู่ที่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันนิยามความคาดหวังที่มีต่อความเป็นชายและหญิงในแต่ละประเทศ เพื่อทำความเข้าใจความแตกต่าง ที่สังคมในแต่ละชาติมีต่อเพศสภาพเครดิต

          ปิดท้ายกันด้วยความเคลื่อนไหวของวุฒิสภา ล่าสุดเดิมที คำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.เตรียมตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาเรื่อง การให้สัมภาษณ์ด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของรมว.ต่างประเทศ กรณีการพิพาทระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่กระทบถึงผลประโยชน์ของชาติและประชาชน และการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของวิกฤติการณ์โลก แต่ปรากฏว่า ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ดังกล่าวได้ทำให้เรื่องนี้ต้องกระเด็นหลุดไปจากวุฒิสภาอย่างน่าเสียดาย

.............................................................

19 มกราคม 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน