*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5720
  • จำนวนผู้ชม : 3406134
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 568 , 11:17:09 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ขอเสนอชื่อพรรคใหม่ตามที่คุณกรณ์กับคุณอรรถวิชย์เปิดโอกาสให้มวลชนเสนอ คือ "พรรคกรณียกิจ" ครับ เพราะพรรคนี้จะต้อง

ดำเนินการตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในและนอกประเทศ ไม่ยึดติดแนวทางที่จะอยู่กับที่ หรือตามหลักการของพรรคตลอดเวลา เพราะโลก

ปัจจุบันมีสถานการณ์ให้แต่ละประเทศต้องรับมือตามความเหมาะสม และจะต้องมีแนวทางข้างหน้าทั้งระยะกลางและระยะยาว(10 - 20

ปี) เป็นต้น

"พรรคกรณียกิจ"

         ส่วนตราสัญญลักษณ์ผมทำไม่เป็นเลยครับ ต้องขอให้ผู้รู้ร่างขึ้นมาดูกันก่อนที่จะใช้เป็นตราของพรรคต่อไป

 

‘ทอน-แกนนำส้มหวาน’ไม่ไปฟังคำตัดสินศาลรธน. ชวนติ่งแสดงพลังที่พรรค

‘ทอน-แกนนำส้มหวาน’ไม่ไปฟังคำตัดสินศาลรธน. ชวนติ่งแสดงพลังที่พรรค

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 10.58 น.

‘ทอน-แกนนำส้มหวาน’ไม่ไปฟังคำตัดสินศาลรธน. ชวนติ่งแสดงพลังที่พรรค

20 มกราคม 2563 น.ส.​พรรณิการ์​ วานิช​ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้​ (21 มกราคม 2563) ศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครอง หรือคดีอิลลูมินาติ แกนนำพรรค และ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้งหมดจะมาร่วมฟังคำตัดสินพร้อมกันที่ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ โดยไม่เดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ​

ทั้งนี้ หากสมาชิกพรรคหรือผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ต้องการมาร่วมฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไปพร้อมๆ กัน ก็สามารถเดินทางมาแสดงพลังได้ที่​สำนักงานใหญ่พรรค อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ชั้น 5

น.ส.พรรณิการ์ ระบุเพิ่มเติมว่า​ การยุบพรรคการเมืองในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยไม่ใช่สิ่งปกติ​ และไม่ควรเกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ​เพียงเพราะพรรคทำไม่ถูกใจคนบางกลุ่มเท่านั้น เพราะพรรคการเมืองเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนนับล้านๆคน การทำลายพรรคจึงเท่ากับการทำลายเจตจำนงทางการเมืองของประชาชน และผลักให้คนจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจในระบบการเมืองที่เป็นอยู่

'ลุงตู่'พูดกลับไม่มีคนทำ! 'ไพศาล'ยก5เรื่อง ชี้ถ้าทำตามป่านนี้ไทยไปโลดแล้ว

'ลุงตู่'พูดกลับไม่มีคนทำ! 'ไพศาล'ยก5เรื่อง ชี้ถ้าทำตามป่านนี้ไทยไปโลดแล้ว

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 10.11 น.

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Paisal Puechmongkol" ระบุว่า ทักษิณพูดมีคนทำ แต่ลุงตู่พูดกลับไม่มีคนทำ****

ถ้าทำตามที่ลุงตู่พูด ป่านนี้ประเทศไทยไปโลดถึงไหนต่อไหนแล้ว

เอาแค่ 5 เรื่องก็พอ

1 เราจะไม่เป็นศัตรูกับใครแต่เราก็จะไม่ค้อมหัวให้ใคร

2 เราต้องรักษาตลาดเก่าไว้ ให้มั่นคงแล้วขยายตลาดใหม่ให้มาก

3 สร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ 9 เขต ตามที่ให้ลุงป้อมเป็นประธานและพลเอกศิริชัยเป็นเลขา ซึ่งประชุมกันมา 30 กว่าครั้ง แต่โยนลงถังขยะหมด

4 เชื่อมต่อเส้นทางสายไหม เชื่อมการคมนาคมการท่องเที่ยวและการค้ากับทั่วโลก ตามที่ลุงตู่ให้ลุงป้อมไปตกลงกับจีนเขาไว้ และเข้าร่วมพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงกับ6ชาติ clmvt เพื่อการท่องเที่ยวและการค้าระหว่างประเทศ

5ใช้บริการ aiib ตามที่ไปลงทุนถือหุ้นไว้ถึง 700 ล้านเหรียญ แทนที่จะเป็นหนี้ชาติเดียวเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นการปลดแอกความเป็นประเทศราชทางการเงินของบางประเทศ

ทำแค่ 5 เรื่องตามที่ลุงตู่พูดให้สำเร็จเท่านั้น ประเทศไทยก็จะเข้าสู่ยุคศิวิไลอย่างสง่างามแน่นอน

อย่าเป็นคนตาบอดที่หลงไม้เท้าเลย อะไรเป็นอะไรก็เห็นชัดอยู่แล้ว

 
 

การเมือง

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป

.............................................................

 

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป
 
.........................................................
ยกระดับSME–OTOP  ก้าวสู่อุตฯอาหารแปรรูปขั้นสูง

ยกระดับSME–OTOP ก้าวสู่อุตฯอาหารแปรรูปขั้นสูง

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม เผยแนวทางการดำเนินงานภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า สถาบันอาหารเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกขับเคลื่อนมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูประยะ 10 ปี สู่ภาคปฏิบัติ เป็นนโยบายหลักรับช่วงต่อจากมาตรการครัวไทยสู่ครัวโลก ซึ่งในปี 2563 นี้ จะมุ่งยกระดับผู้ประกอบการอาหาร 2 ส่วน ได้แก่ ผู้ประกอบการระดับ SME ที่มีอยู่เกือบ 1 หมื่นราย ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engine of Growth) และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนหรือ OTOP ที่มีอยู่กว่า 1 แสนราย ซึ่งเป็นพลังหลักในการสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง

โดยในปี 2563 จะมุ่งเน้นกิจกรรมหลัก ได้แก่ การสร้างนวัตกรรมด้านอาหาร เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้แก่
ผู้ประกอบการ โดยคำนึงถึงความพร้อมในการลงทุนของผู้ประกอบการ เน้นนวัตกรรมที่ทำได้ทันที ด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ตอบรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในกลุ่มอาหารอนาคต(Future Food) ไม่ว่า
จะเป็นผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชทดแทนเนื้อสัตว์ อาหารวีแกน อาหารนักกีฬา อาหารผู้สูงอายุ อาหารเด็ก การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและของเหลือ รวมทั้งปรับปรุงกระบวนการผลิตที่ช่วยลดต้นทุน ลดขั้นตอน เพื่อตอบโจทย์ลดการใช้แรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพ เป็นต้นตลอดจนการทุ่มเทบุคลากรให้กับการศึกษาวิจัยการผลิตอาหารและเครื่องดื่มจากกัญชง ซึ่งสถาบันอาหารมีความพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่พร้อมถ่ายทอดแก่ผู้ประกอบการในทุกมิติ

ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้มีการผลิตอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านอาหารปลอดภัยให้กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศทุกระดับ ตั้งแต่วิสาหกิจชุมชน Street Food Food Truck โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจบริการอาหาร สถานที่ให้บริการอาหารแก่คนหมู่มากและเพื่อเป็นการรับมือกับการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมอาหารสู่ Smart Factory สถาบันอาหารได้มีการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายด้านเทคโนโลยีกับหน่วยงานชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อเป็นทางลัดในการพัฒนาและถ่ายทอด ให้ผู้ประกอบการได้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถเข้าถึง และนำมาปรับใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น

รวมทั้งจัดตั้ง Food Industrial Transformation Center ใน 2 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ และจังหวัดสงขลา ที่พร้อมให้บริการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ การผลิตระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็กเพื่อทดลองตลาด ตลอดจนมีบริการออกแบบโรงงาน ผังกระบวนการผลิต การขออนุญาตขึ้นทะเบียน การให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและมาตรฐานประเทศคู่ค้า อีกทั้งยังส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องอาหารไทย เผยแพร่อัตลักษณ์อาหารไทยและศักยภาพการเป็นครัวของโลกผ่าน ศูนย์การเรียนรู้อาหารไทย (Thai Food Heritage) ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าเยี่ยมชม

“ทั้งหมดนี้ก็เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการอาหารของไทยทุกระดับเข้มแข็ง เป็นนักรบเศรษฐกิจที่มีความพร้อมจะก้าวสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น จากระดับชุมชนสู่ภูมิภาค จากระดับภูมิภาคสู่ประเทศ และจากระดับประเทศสู่สากล เพื่อเป้าหมายการเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลก และศูนย์กลางการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพของอาเซียน ทั้งนี้ในปี 2562 ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารโลกอันดับที่ 11 มีมูลค่าส่งออก 33,100 ล้านเหรียญสหรัฐ มีส่วนแบ่งในตลาดโลก 2.51% ดีขึ้นจากปี 2561 ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 12 และเมื่อเทียบกับ 5 ประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียพบว่า ไทยอยู่ในอันดับที่ 2 รองจากจีน โดยอินเดีย อยู่อันดับที่ 3 อินโดนีเซีย อันดับที่ 4 เวียดนาม อันดับที่ 5 และมาเลเซีย อันดับที่ 6” นางอนงค์กล่าว

...........................................................
 20 มกราคม 2563
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน