*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5720
  • จำนวนผู้ชม : 3406173
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< มกราคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 447 , 20:18:13 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน แม่หมี โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ผู้ว่ากทม.สั่งการให้ร.ร.ในสังกัดต้องให้เด็กๆร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่ข่าวยังไม่ได้แจ้งรายละเอียด แต่เข้าใจว่าเพลงชาติ

ตอนเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสาก็ยังจะต้องร้องกันเช่นเดิม

งสรรเสริญพระบารมี พ.ศ.๒๕๖๒ https://youtu.be/AoaFkinugmg

ชาติไทยแรก บนแผ่นดินรัชกาลที่ 10https://youtu.be/5IgvE8nFcqM

รักพ่อ...ไม่มีวันพอเพียง : รวมศิลปินอาร์เอส | Official MV https://youtu.be/mpy3IIYTkFc

............................................................

 

 


ผู้ว่าฯกทม.ให้ร.ร.ในสังกัด437แห่งร้องเพลง'สรรเสริญพระบารมี'ทุกเช้าเริ่มพรุ่งนี้

ผู้ว่าฯกทม.ให้ร.ร.ในสังกัด437แห่งร้องเพลง'สรรเสริญพระบารมี'ทุกเช้าเริ่มพรุ่งนี้

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 19.28 น.

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารฯ ว่า ที่ประชุมมีความเห็นจะส่งเสริมสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในกลุ่มเยาวชน หลังจากที่มองเห็นแล้วว่า ปัจจุบันในโรงเรียนมีแค่การร้องเพลงชาติ และสวดมนต์ มองว่าไม่เพียงพอ เนื่องจากสังเกตเห็นว่าเวลามีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี เด็ก ๆ ไม่ค่อยยืนเคารพ

"สำหรับเรื่องนี้ใครมองว่าเล็ก แต่ตนมองว่าไม่เล็ก เพราะตามนโยบายควรปลูกฝังและส่งเสริมให้เยาวชนของชาติ รักชาติ  ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ไปพร้อมๆ กัน จึงเตรียมนำร่องให้โรงเรียนในสังกัด กทม.ทั้งหมด 437 แห่ง ทุกเช้าหลังจากเข้าแถว ร้องเพลงชาติและสวดมนต์แล้วจะต้องต่อด้วยการให้เด็กๆร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วย โดยจะให้เริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป(21 ม.ค.)"ผู้ว่าฯกทม.กล่าว

และว่า ในส่วนช่วงเย็นก็จะให้แต่ละโรงเรียนไปพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าจะร้อง หรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ อ ทุกเช้าต้องปลูกฝังเรื่องนี้ไปพร้อมๆกัน

 

สั่งเด้งเรียบ! 'อัศวิน'ฟัน 21เจ้าหน้าที่ กทม.เอี่ยวทุจริตขยะ-สอบวินัยร้ายแรง

สั่งเด้งเรียบ! 'อัศวิน'ฟัน 21เจ้าหน้าที่ กทม.เอี่ยวทุจริตขยะ-สอบวินัยร้ายแรง

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 19.10 น.

ความคืบหน้ากรณีพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ไปดักซุ่มตรวจสอบศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เขตหนองแขม หลังพบพิรุธความผิดปกติในการเบิกจ่ายค่าขนขยะเป็นจำนวนมาก ทำให้ กทม. ต้องสูญเงินไปวันละประมาณ 1 แสนบาท หรือเดือนละ 3 ล้านบาท   โดยนำกำลังบุกเข้าตรวจยึดและจับกุมผู้เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.  กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารกทม.ว่า จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องในการกระทำผิดครั้งนี้ แบ่งเป็นข้าราชการประจำ 7 ราย และลูกจ้างประจำ และชั่วคราวอีก 14 ราย  รวมจำนวน 21 ราย ขณะนี้ได้สั่งย้ายออกนอกพื้นที่หมดแล้ว และสั่งเร่งรัดให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งเร่งตรวจสอบผู้กระทำความผิด ให้ผลออกมาเร็วที่สุด

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า มอบหมายให้ปลัด กทม. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและทางวินัยกับ 7 ข้าราชการ ที่เป็นระดับต่ำกว่าซี 8 ส่วนพวกเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง เป็นหน้าที่ของ ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและทางวินัยต่อไป โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ย้ำให้ทุกหน่วยงานต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด ไม่มีการปกป้องใครทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯกทม. ย้ำว่า จะต้องดำเนินคดีกับ อบต.และหน่วยงานที่รู้เห็นการลักลอบขนขยะนำมาทิ้งในพื้นที่ของ กทม. แต่หน้าที่การดำเนินคดีต้องยกให้ตำรวจกองปราบฯที่ กทม.ไปแจ้งความ เป็นผู้จัดการเรื่องนี้

‘บิ๊กตู่’ขอแรงเด็กเชียร์! รับมือศึกซักฟอกไล่นายกฯ ลั่นประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว

‘บิ๊กตู่’ขอแรงเด็กเชียร์! รับมือศึกซักฟอกไล่นายกฯ ลั่นประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 18.40 น.

วันที่ 20 มกราคม 2563 ที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม  ได้มีการกล่าวหยอกล้อกับเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ “รินน้ำใจสู่พี่น้องชาวใต้” ว่า ที่ตนนำมาวันนี้เพราะนำความสุขมาให้กับทุกคน เอาความรักจากคณะรัฐมนตรีมาให้กับทุกคนด้วยเช่นกัน วันนี้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ต้องลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเรายังมีความขัดแย้งกันอยู่ มันก็จะทำอะไรไม่ได้ บริหารประเทศไม่ได้ งบประมาณก็ออกไม่ได้ ขณะที่ส.ส.เมื่อได้รับปัญหาจากประชาชนแล้ว ก็จะส่งมาให้ตน แต่ถ้ายังมีความขัดแย้งกันอยู่ ก็จะแก้ปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ด้วย ขณะที่กลไกต่างๆ มีขั้นตอนอยู่แล้ว โดยการบริหารราชการแผ่นดินมีอำนาจ 3 ส่วน ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ ซึ่งทั้ง 3 ส่วน ต้องเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ไม่เช่นนั้นก็จะอยู่กันไม่ได้ กฎหมายต่างๆ ที่ออกมา มันถูกต้องหมด เพียงแต่อยู่ที่ว่าจะบังคับใช้ได้หรือไม่ และมีกระแสต่อต้านมากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกัน ก็มีบางเรื่องที่คนไม่เข้าใจจริงๆ หรือมีคนที่แกล้งไม่เข้าใจ และอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ซึ่งมันทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วว่า ประชาชนทุกคนต้องรู้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายพื้นฐาน และต้องไม่ไปละเมิดคนอื่น แม้จะมีการรวมตัวกันก็จะต้องไม่กีดขวางการจราจร และที่มีการรวมตัวกันถ้าทำในเขตเมือง ก็ทำให้คนจำนวนมากเดือดร้อน และเจ้าหน้าที่ก็มีงานเพิ่ม จึงขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย แล้วก็จะเดินหน้ากันต่อไปได้  ขณะที่รัฐบาลก็เดินหน้าบริหารงานต่อไป ส่วนการใช้จ่ายงบประมาณก็ให้มีการตรวจสอบว่ามีการทุจริตหรือไม่ อะไรผิดก็ผิด อะไรถูกก็ว่าถูก เพราะถ้ากล่าวหากันลอยๆ ก็จะทำให้เกิดการท้อแท้ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ดังกล่าวก็ดีขึ้น มีการพัฒนาเกิดขึ้น ทั้งการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ ถนนหนทาง เขตเศรษฐกิจพิเศษ พื้นที่สามเหลี่ยมมั่นคง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลา แต่โครงการเหล่านี้จะต้องได้รับความยินยอมจากประชาชนด้วย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรมก็ได้รับเรื่องร้องเรียนในแต่ละปีจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลก็พยายามแก้ไขให้เกือบหมดแล้ว  

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ตอนนี้เขากำลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้น นายกฯ กล่าวถามเด็กนักเรียนว่า “เขาจะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจชุดนี้ มีใครอยากให้กำลังลุงไหม” ขณะที่เด็กนักเรียนไม่มีใครยกมือ ก่อนนายกฯ กล่าวย้ำว่า เขาจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไล่นายกฯ เด็กทั้งหมดภายในห้องประชุมร้อง “อ้อ” แล้วนายกฯ ก็ยิ้มก่อนถามอีกว่า “จะช่วยเขาหรือจะช่วยเรา วันนี้ไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความรักส่วนตัว ระหว่างเรา คนชอบพอกัน พูดให้เห็นหัวใจของลุง ลุงมีสี่ห้องหัวใจ แต่ข้างในมีชั้นเยอะ” ทำให้เด็กนักเรียนต่างพากันหัวเราะ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า แต่ที่มีชั้นถ้าเยอะ เพราะมีปัญหารุมเร้าเข้ามาเยอะ ซึ่งปัญหาเหล่านั้นทำให้คณะรัฐมนตรี และข้าราชการ ต้องเดือดร้อนเป็นทุกข์ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าทุกคนไปด้วยกันในทิศทางเดียวกัน และเดินไปสู่เป้าหมายสุดท้ายเดียวกัน ทุกเรื่องก็จะสำเร็จได้ ทั้งนี้ ใครอยากเป็นอะไรก็ขอให้ได้เป็น เป็นในสิ่งที่ตัวเองชอบ อย่าเป็นไปตามที่เพื่อนชอบ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคต 

หลังจากนั้น นายกฯ ได้พูดย้ำเรื่องความสวย ขอให้ทุกคนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า คนจะสวยสวยจรรยา ใช่ตาหวาน คนจะแก่แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน คนจะสวยรวยสุนทานใช่บ้านโต ซึ่งที่โบราณกาลเขียนแบบนี้เขาก็มีหลักการ ก่อนถามว่ารู้จักพันธ์ท้ายนรสิงห์หรือไม่ ก่อนจะเล่าเรื่องพันธ์ท้ายนรสิงห์ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของผู้รักษากติกาบ้านเมือง ยอมตายเพื่อรักษากฎระเบียบ ก่อนนายกฯ พูดกับเด็กนักเรียนว่า อย่าลืมสัญญาที่บอกว่าจะดูแลกัน ตนก็จะดูแลประชาชน และขอให้ทุกคนช่วยกันรักประเทศชาติของเรา พร้อมกับอย่าลืมว่าเรามาจากไหน เราคือประเทศไทยที่มีความเป็นหนึ่งเดียว จะยอมให้ใครมาแบ่งแยกประเทศของเราไม่ได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 1 เขียนไว้แล้ว ว่าประเทศของเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อันเป็นประมุข และขอให้ทุกคนเอาสาระสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ชาติมาดู 

 

ผ่าดีเอ็นเอโหดจากพ่อสู่ลูก 'ไอซ์ หีบเหล็ก'ความรุนแรงเริ่มจากครอบครัว!

ผ่าดีเอ็นเอโหดจากพ่อสู่ลูก 'ไอซ์ หีบเหล็ก'ความรุนแรงเริ่มจากครอบครัว!

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 16.24 น.

ผ่าดีเอ็นเอโหดจากพ่อสู่ลูก "ไอซ์ หีบเหล็ก" ความรุนแรงเริ่มจากครอบครัว นักวิชาการวอนพ่อแม่สังเกต อย่าให้บุตรหลานออกนอกบรรทัดฐานในสังคม

จากกรณี "นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์" หรือ "ไอซ์ หีบเหล็ก" ลูกชายเจ้าของตลาดรายใหญ่ฝั่งธนบุรี ในซอยเพชรเกษม 47 ก่อคดีสะเทือนขวัญ ลงมือฆ่าและอำพรางศพหญิงสาวหลายราย  โดยนักประดาน้ำพบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์กว่า 200 ชิ้น และคาดว่าจะมีศพไม่ต่ำกว่า 3 รายถูกถ่วงน้ำไว้ในบ่อภายในบ้านพัก โดยตำรวจกำลังหาหลักฐานเชื่อมโยงกับกรณีหญิงสาวที่หายตัวในช่วงที่ผ่านมา 

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.55  - 14.50 น. ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (20 ม.ค.) "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" เปิดใจสัมภาษณ์ รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ พูตระกูล ประธานหลักสูตรอาชญาวิทยา ม.รังสิต  และ ทนายเจ ปิยณัฐ สุขยัง เลขาประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถึงเรื่องดังกล่าว

จากที่ค้นพบอะไรต่างๆ มันบอกอะไรเกี่ยวกับพฤติกรรมอาชญากรคนนี้ได้บ้าง?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "แน่นอนครับ พบชิ้นส่วนของมนุษย์ ก็เชื่อได้ว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้นแล้ว และไอซ์น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ประการที่สอง ต้องมาพิสูจน์ต่อว่าชิ้นส่วนมนุษย์ มีบุคคลที่สูญหายหรือเสียชีวิตกี่ราย"

ดูแล้วเขาทำคนเดียวได้มั้ย?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "ถ้าดูจากพฤติการณ์ เขามีการใช้เหล็กดัดขนาดใหญ่ไปทับศพ ใช้หินปูนนั่งขนาดใหญ่ไปทับอีกที รูปแบบการอำพราง เชื่อว่าเขาไม่น่าทำคนเดียว น่าจะมีผู้กระทำความผิดด้วย"

สิ่งที่เราพบ มันจะบอกเรามั้ยว่าตกลงแล้วเขาฆ่าโดยวิธีการใด?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "ประการแรกต้องมาจำแนกก่อนว่ากระดูกที่พบเป็นของใคร พฤติการณ์การฆาตกรรมเขาเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ทราบ มีพยานหลายคนเริ่มให้ข้อมูล เช่นผู้หญิงที่เคยคบหากันต้องหลบหนีออกไป หรือคนที่ได้ยินเสียงร้อง พวกนี้เป็นละแวกบ้าน ก็เชื่อได้ว่ารูปแบบการฆาตกรรมเขามีความผิดแผกไป อย่างเราพบศพหญิงสาวในหีบเหล็ก อันนี้ก็มีพยานยืนยันว่าเห็นนายไอซ์ให้หญิงสาวไปอยู่ในหีบเหล็ก"

ไอซ์บอกเขาเสพยาและมีเพศสัมพันธ์ รักมากกลัวหนี เลยไปขังไว้ในหีบ พูดแบบนี้บอกอะไรในแง่จิตวิทยาของคนๆ นี้?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "ถ้าเป็นไปตามที่เขากล่าวอ้าง เชื่อว่าโดยปัญหาบุคลิกภาพ วิธีการคิดของเขาเป็นปัญหา ย้อนดูปูมหลังเขามีปัญหาตั้งแต่การอบรมเลี้ยงดูในครอบครัว เพราะฉะนั้นเขาจะพูดอะไรก็ได้ ผมเชื่อว่าเขานิยามความรักผิดไป"

ไม่คิดว่าการขังคนไว้ในหีบ ล็อกกุญแจ คนมีสิทธิ์ขาดอากาศหายใจตายได้?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "คนทั่วไปเราคิดได้นะ ขนาดคนลงไปอยู่ก็อึดอัดแล้ว แต่ของนายไอซ์เท่าที่ทราบเขามีเรื่องเสพยามาเกี่ยวข้อง การเสพยาอาจส่งผลต่อภาพหลอนของเขา วิธีคิดหรือการตัดสินใจก็แตกต่างจากคนทั่วไป รวมทั้งการอบรมเลี้ยงดู ส่งผลต่อบุคลิก การตัดสินใจ ในอดีตก็ส่งผลถึงปัจจุบัน ถ้าคนทั่วไปก็ต้องตกใจนะ และพยายามตรวจสอบว่าเสียชีวิตมั้ย แจ้งเจ้าหน้าที่ตร. แจ้งญาติพี่น้องตัวเองและผู้เสียชีวิต แต่อันนี้กลับกัน เขาเลือกมีการอำพรางศพ ประการสำคัญเรายังไม่แน่ใจว่าตอนนี้มีศพกี่ราย"

เรื่องการกลัวความผิด กับเรื่องโหดร้ายเอาศพไปอำพราง อันไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "จริงๆ โดยธรรมชาติมนุษย์จะไปฆ่าใคร ทำร้ายคนเราก็กลัว แต่นายไอซ์กลับกัน ดูน่าเชื่อได้ว่าเขาทำเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา"

โทษจะเป็นยังไง?

ทนายเจ : "เรื่องนี้ต้องแยกกัน อย่างศพล่าสุดที่เอาผู้หญิงไปอยู่ในหีบ ทางกฎหมายต้องดูว่าเจตนาฆ่าหรือทำร้าย ซึ่งผมมองว่าเขาเจตนาฆ่า การเอาคนไปอยู่ในหีบไม่มีอากาศหายใจ มันเล็งเห็นผลได้ว่าอาจทำให้ถึงความตายได้"

เล็งเห็นผลกับประสงค์ต่อผลต่างกันยังไง?

ทนายเจ : "ประสงค์ต่อผลคือต้องการให้ตายเลย แต่เล็งเห็นผลอาจไม่ต้องการให้ตายในทันทีทันใด  แต่เล็งเห็นได้ว่าต้องการให้ถึงแก่ความตายแน่นอน ต่างกันนิดเดียว แต่เป็นเรื่องเจตนาเหมือนกัน โทษเท่ากัน จะมาปฏิเสธว่าไม่เจตนาไม่ได้ไง"

ไอซ์จะโทษหนักกว่าปกติมั้ย?

ทนายเจ : "ทางกฎหมายผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เจตนาฆ่าธรรมดา เจตนาฆ่าโดยกระทำการทารุณโหดร้าย และทำให้เหยื่อทรมานก่อนสิ้นใจตาย เพราะอย่าลืมว่ามีการทำร้ายร่างกาย ก่อนนำเหยื่อเข้าไปอยู่ในหีบศพ ระยะเวลากว่าจะเสียชีวิต ไม่ใช่อยู่ในหีบจะตายทันทีทันใดนะ พยานที่เล่าให้นักข่าวฟังปรากฎว่ามีเสียงกรีดร้องให้ช่วยเหลือ ไม่ได้ไขกุญแจออก เหยื่อทรมานก่อนสิ้นใจ โทษจะเพิ่มขึ้น"

ไม่น่าจะทำคนเดียว คนที่ช่วยอำพรางศพจะโดนยังไง?

ทนายเจ : "ต้องดูว่าคนที่ช่วยมีส่วนร่วมในการทำร้ายหรือเปล่า ถ้าปรากฎว่ามีส่วนร่วมในการฆ่าหรือทำร้าย รับโทษเท่ากันเลยนะ โทษสูงสุดคือประหารชีวิต แต่ถ้าปรากฎว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการฆ่าหรือทำร้ายเลย มีส่วนช่วยอำพรางซ่อนเร้นศพอย่างเดียว มีโทษจำคุก 3 ปี"

เพื่อนไอซ์บอกว่าเคยไปงมศพ เขาจะโดนคดีอะไรด้วยมั้ย?

ทนายเจ : "ก็เป็นการเคลื่อนย้ายอำพรางศพ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี แต่ถ้าเป็นการที่ช่วยทำลายหลักฐานในการกระทำความผิด ก็จะมีโทษไม่เกิน 5 ปีเหมือนกัน จะแรงขึ้นอีกหน่อยนึง"

อดีตเคยมีคดีแบบนี้มั้ย?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "ลักษณะการฆาตกรรมอำพรางในบ้านเราก็พอจะมีอยู่บ้าง เพียงแต่ว่ารูปแบบแตกต่างกัน อย่างคดีคุณหมอท่านนึงที่เคยฆ่าภรรยา ชำแหละศพใส่ชักโครก กดชักโครกเรื่อยๆ ที่พยานได้ยินเสียงกดชักโครกทั้งคืน คงที่มีทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว"

พ่อไอซ์ที่เคยมีคดีจะสืบทอดทางดีเอ็นเอได้มั้ย?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "จริงๆ แล้วเราพบว่าสิ่งที่มีผลแน่ๆ คือพฤติกรรมและการเลี้ยงดู ความรุนแรงในครอบครัว อันนี้นักวิชาการยืนยันว่าส่งผลต่อบุลิกภาพ ความคิด การตัดสินใจของเด็กที่เติบโตขึ้นมา แต่ข้อมูลอีกมุมนึงทางอาชญาวิทยา ถ้าพ่อฆ่าเขาตาย เด็กจะมีพฤติกรรมเหมือนพ่อมั้ย อันนี้ไม่มีคำยืนยัน แต่อย่างไรก็ตาม เด็กอาจจะเรียนรู้ ซึมซับพฤติกรรมรุนแรงจากคุณพ่อได้"

ที่มีการบอกว่าไอซ์ตัวเล็กโดนเพื่อนแกล้งแล้วพกปืนไปโรงเรียน มันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาโหดร้ายมั้ย?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "เท่าที่ติดตามข่าวดู เคสไอซ์ตรงกับหลักวิชาการหลายอย่างมาก ทั้งที่เขาไม่ชอบเรียนหนังสือ มีพฤติกรรมก้าวร้าว เกเรตั้งแต่วัยเด็ก เหล่านี้เรียกว่าพฤติกรรมเบี่ยงเบน เด็กทั่วไปต้องเรียนหนังสือ ตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรียน แต่ในทางกลับกันไอซ์ไม่ใช่ ข้อมูลนักวิชาการบอกว่าถ้าพฤติกรรมเบี่ยงเบนไม่ได้รับการแก้ไขให้ไปสู่บรรทัดฐานของสังคม เด็กและเยาวชนเหล่านั้นต่อไปจะมีพฤติกรรมที่เริ่มละเมิดกฎหมาย และพฤติกรรมที่ละเมิดกฎหมายถ้้าไม่ได้รับการแก้ไขอีก ต่อไปจะละเมิดกฎหมายมากขึ้นไปอีก เขาก็ตรงตามข้อมูล ไอซ์หนีเที่ยวเกเร มีพฤติกรรมใช้สารเสพติด ถึงแม้จะบอกว่าถูกเพื่อนรังแก พกปืนไปโรงเรียน อันนี้ไปกันใหญ่เลย เป็นพฤติกรรมก้าวร้าวที่แสดงออกมา เพราะฉะนั้นในเมื่อผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่ฟังดูแล้ว ถ้าบุตรหลานมีพฤติกรรมเกเร ไม่ไปโรงเรียน ต้องทำให้กลับเข้ามานะ ให้อยู่ในบรรทัดฐานสังคม เพราะไม่อย่างนั้นน้องๆ จะมีแนวโน้มที่จะไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ละเมิดกฎหมาย การใช้สารเสพติด การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ก่อนวัยอันควร พฤติกรรมเหล่านี้ถ้าไม่แก้ไข ต่อไปจะเพิ่มระดับความรุนแรง อีกประเด็นนึง เราได้ยินเสมอในช่วงหลังว่ารัฐบาลเริ่มรณรงค์ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คุณพ่อคุณแม่ต้องมีลูกเยอะ คำถามคือเราพร้อมรับมือกับเรื่องเหล่านี้มั้ย เราลงทุนกับเด็กเยาวชนการพัฒนาคนมากน้อยเพียงไหน เพราะไม่แน่วันข้างหน้าเราอาจจะเจอปัญหามากขึ้นกว่านี้นะครับ"

ปืนไอซ์อยู่ในสภาพพร้อมยิง บอกอะไร?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "แน่นอน เขามีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ก่อเหตุหลายรั้ง การใช้อาวุธของเขาก็เชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะตอนตำรวจไปพบ ก่อนหน้านั้นก็คงเกี่ยวข้องกับอาวุธแล้ว การที่อาวุธพร้อมใช้ หมายความว่าเขาพร้อมต่อสู้ ป้องกันตัว ถ้าใครจะเข้ามาทำร้ายเขา หรือจับกุมเขาก็ตาม"

มีการทวีตกับพริตตี้ทั้งหลายว่าบ้านหลังนี้ต้องระวัง?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "หมายถึงว่าถ้ามีการไปทำงานที่บ้านหลังนี้ ก็อาจจะรู้กันในวงใน มีคนเรียกไปให้ชงเหล้า ร่วมปาร์ตี้สังสรรค์เฮฮาต้องระมัดระวัง จะให้มองลึกไปกว่านั้น ถ้าข้อมูลเหล่านี้เรามีการรับแจ้งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ตรวจสอบ สืบสวนเบาะแสก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่พอฆ่ากันแล้วมาเริ่มทำการสืบสวน มันไม่เป็นผลดีกับใคร"

เขาบอกว่าไอซ์มีพฤติกรรมไล่ยิงคนในซอย?

รศ. พ.ต.ท. ดร.กฤษพงค์ : "แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมก้าวร้าว สะท้อนปมในใจต้องการแสดงถึงความมีอำนาจ ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไป เชื่อว่าเกิดจากการอบรมเลี้ยงดูด้วย ว่าถูกข่มเหง คุณพ่อคุณแม่เข้มงวด พอโตมาเขาก็แสดงออกด้วยภาพที่ก้าวร้าว"
 

 
 
 
 
 
จากนั้นนายกฯ ถามว่าจะร้องเพลงอะไรให้ฟัง ซึ่งเด็กนักเรียนทั้งหมดร้องเพลง “คืนความสุข” ซึ่งนายกฯ พูดแซวว่า “ตอนนี้ระวังหน่อยนะ เพราะมีคนบอกว่าคสช.อยู่นานพอสมควรแล้ว” จากนั้นนายกฯ ก็ร้องเพลงคืนความสุข  และร้องท่อนหนึ่งของเพลงศรัทธาว่า “ใจ...สู้หรือเปล่า” พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแล เจ้าหน้าที่และข้าราชการในพื้นะที่ เพราะเขาทำงานหนักในการดูแลประชาชน

 

‘รองเท้า’เหมือนมาก! ตร.เค้นสอบ-เร่งเช็คดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัย คล้าย‘ไอ้เหี้ยม’ชิงทอง

‘รองเท้า’เหมือนมาก! ตร.เค้นสอบ-เร่งเช็คดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัย คล้าย‘ไอ้เหี้ยม’ชิงทอง

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 16.38 น.
 

‘รองเท้า’เหมือนมาก! ตร.เค้นสอบ-เร่งเช็คดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัย คล้าย‘ไอ้เหี้ยม’ชิงทอง

20 มกราคม 2563 พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี(ผบก.ภ.จว.ลพบุรี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายเหี้ยมชิงทอง ซึ่งล่าสุดมีการคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ที่ จ.หนองคาย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน!!!เจอชายคล้าย‘ไอ้เหี้ยม’ชิงทองที่หนองคาย ตร.ฮึ่ม!ไม่มอบตัวเดี๋ยวเจอกัน) ว่า หลังส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมสอบสวน และตรวจสอบผู้ต้องสงสัยที่ จ.หนองคาย พบว่ารูปพรรณ รวมถึงกระเป๋าที่ผู้ต้องสงสัยรายนี้นำติดตัวไปด้วย คล้ายของคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทองที่ จ.ลพบุรี โดยเฉพาะรองเท้าที่มีลักษณะคล้ายของคนร้าย  

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ของผู้ต้องสงสัย เพราะมีการเก็บดีเอ็นเอ และตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ผ่านมาหลายวัน คนร้ายจะยังใช้กระเป๋าและอุปกรณ์ชิ้นเดิมกับวันเกิดเหตุเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งจะต้องพิสูจน์ทราบทีละประเด็น ซึ่งแม้ระยะเวลาผ่านมากว่า 11 วัน แต่ยังให้น้ำหนักว่าเจตนาคนร้ายยังพุ่งเป้าไปที่การชิงทรัพย์

 
หน้าแรก / ในประเทศ

'บ้านนาสาร'เฮลั่น! ยธ.ยกเป็นโมเดลปลดล็อก'พืชกระท่อม'ชงแก้กม.ยาเสพติด

'บ้านนาสาร'เฮลั่น! ยธ.ยกเป็นโมเดลปลดล็อก'พืชกระท่อม'ชงแก้กม.ยาเสพติด

วันจันทร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563, 20.15 น.

ยธ.ลุยแก้ กม.ยาเสพติด ยกบ้านนาสารโมเดลคุมกระท่อม เผยผลประชาพิจารณ์ปลดล็อคกระท่อมเห็นด้วย 99 % วันพุธนี้จะนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ให้สำนักงาน ป.ป.ส. พิจารณา

 

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และนายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษา ป.ป.ส. พร้อมคณะ ลงพื้นที่โรงเรียนท่าชีวิทยาคม ตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเปิดโครงการศึกษาวิจัยเพื่อสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลพืชกระท่อมพื้นที่นำร่อง ตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีหน่วยงานราชการท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่รอต้อนรับ

นายสมศักดิ์ กล่าวกับชาวบ้านว่า ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการแก้กฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษปี 2522 ปลดล็อคพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพราะกระท่อมมีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดใช้แทนมอร์ฟีน แต่สามารถออกฤทธิ์ได้ดีกว่ามอร์ฟีน 13 - 17 เท่า และนำไปใช้บำบัดเลิกยาบ้า ยาไอซ์ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายทั้งยาแคปซูลแก้ปวดเมื่อย และเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ต้องขออนุญาตจากทาง อย.ก่อน

ทั้งนี้ จะเร่งดำเนินการปลดล็อคพืชกระท่อมให้แล้วเสร็จภายในกลางปีนี้ โดยผลการประชาพิจารณ์เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ออกมาเห็นด้วย 99% และในวันที่ 22 ม.ค.นี้จะนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ให้สำนักงาน ป.ป.ส. พิจารณา ทำงานการตามขั้นตอนการออกกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

ด้านนายสงคราม บัวทอง กำนันต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี บอกว่าที่นี่เป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทย ที่ป.ป.ส. อนุญาตให้ปลูกกระท่อมเพื่อการวิจัยตั้งแต่ปี 2559 โดยมีการควบคุมพืชกระท่อมกว่า 1,500 ต้น ปลูกอยู่ในพื้นที่ 6 หมู่บ้านของ ตำบลน้ำพุ ประกอบด้วย หมู่ 1 บ้านยางอุง หมู่ 2 บ้านน้ำพุ  หมู่ 3 บ้านนายาว - ดอนสร้อยทอง หมู่ 4 บ้านดอนทราย หมู่ 5 บ้านหนองต้อ และหมู่ 6 บ้านควนใหม่ โดยมีการควบคุมการปลูกพืชกระท่อมอย่างเข้มงวด ติดบาร์โค้ดทำข้อมูลทุกต้น และมีการกำหนดกติกาประชาคมระดับตำบลควบคุมกันเองอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านรอคอยให้การปลดล็อกพืชกระท่อมมานาน ที่ผ่านมาได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาวิจัยพืชกระท่อม เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ หลังจากนี้จะส่งรายงานการวิจัยไปที่ ป.ป.ส. ภาค 8 และรายงานต่อ รมว.ยุติธรรม ต่อไปต่อจากนั้นรมว.ยุติธรรม พร้อมคณะเดินทางไปดูต้นกระท่อมแฝดอายุกว่า 100 ปี ของนายสุจิน ชูชาติ อายุ 74 ปี ชาวบ้านวังหล้อ ตำบลนาสาร ซึ่งเป็นคนเฒ่าคนแก่ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับต้นกระท่อมมานาน โดยนายสุจิน เล่าว่า ต้นกระท่อมแฝดนี้อยู่คู่กับชุมชนมาตั้งแต่เกิด และเคยใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคปวดท้อง ขณะที่นางเพลินพิศ แซ่เขา อายุ 54 ปี บอกว่า ตนป่วยเป็นโรคเบาหวาน จึงต้มน้ำใบกระท่อมกิน ทำให้ระดับน้ำตาลดีขึ้น แต่ยังมีความห่วงใยว่าหากมีชาวบ้านถูกจับกุมคดีครอบครองใบกระท่อมระหว่างรอแก้กฎหมายจะทำอย่างไร ซึ่ง รมว.ยุติธรรมรับปากว่า จะให้ยุติธรรมจังหวัดเข้าไปช่วยดูแลเรื่องการประกันตัว ส่วนในระยะเวลา 3 - 6 เดือนข้างหน้าหากไม่สามารถทำได้ จะนำเงินมาจ่ายให้ประชาชนที่ร่วมกันปลูกและดูแลต้นกระท่อม หรือไม่ก็จะโค่นทิ้ง

 

 
 
 
 
 
 
 
  •  ....................................................................
     
    20 มกราคม 2563

 

 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 21/01/2020 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ตอบ ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

nongkoy
...........................................
ยินดีที่ได้รู้จักหนูก้อย แต่หนูคงต้องเรียกผมว่าปู่หรือตานะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
nongkoy วันที่ : 21/01/2020 เวลา : 01.35 น.
https://www.ztwice.com
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน