*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5776
  • จำนวนผู้ชม : 3427479
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 390 , 16:44:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Chaoying , wullopp และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         พรุ่งนี้(4 ก.พ. 63) เครื่องบินไทยแอร์เอเซียก็จะรับคนไทยที่อยู่ในอู่ฮั่นกว่า 100 คนกลับประเทศไทยแล้ว โดยออกจากต้นทาง

07 น. มาถึงประเทศไทย 19.30 น. แล้วทั้งผูโดยสารทั้งทีมเจ้าหน้าที่จะต้องอยู่ในที่จำกัดเพื่อดูอาการอีก 14 วัน จึงจะเป็นอิสระต่อไป

แต่คนไทยหลายคนจะต้องกลับไปอู่ฮั้นกันอีกหลังจากอู่ฮั่นปลอดโรคไวรัสแล้ว


 ทอนฉีดวัคซีนแล้วยัง  ??

 

 

พร้อมแล้ว!!! แอร์เอเชียเตรียมบินรับคนไทย ในเมืองอู่ฮั่น7โมงเช้าพรุ่งนี้

พร้อมแล้ว!!! แอร์เอเชียเตรียมบินรับคนไทย ในเมืองอู่ฮั่น7โมงเช้าพรุ่งนี้

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 15.35 น.
 วันที่ 3 มกราคม 2563  ความคืบหน้าจัดเที่ยวบินเพื่อไปรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หลังการระบาดไวรัสโคโรนา 
 
ล่าสุดใช้เครื่องบินไทยแอร์เอเชียตามที่มี SLOT การบิน หรือการจัดสรรเวลาการบินที่สนามบินกำหนดให้สายการบินต่าง ๆ ทำการบินขึ้นลงยังสนามบินนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการเดินอากาศ
 
โดยแผนปฏิบัติการบินจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองเวลา 07.10 น.ถึงอู่ฮั่น 11.30 น. ใช้เวลากลางวันในการดำเนินการเรื่องการจัดการนำผู้โดยสารขึ้นเครื่อง หลังจากนั้นเวลา 16.40 น.เที่ยวบินดังกล่าวจะออกเดินทางจากอู่ฮั่นถึงดอนเมืองเวลา 19.30 น. เป็นการเสร็จสิ้นภารกิจ
 
‘บิ๊กป้อม’ยังไม่รู้เครื่องบินรับคนไทยใน‘อู่ฮั่น’ลงจอดสนามบินไหน

‘บิ๊กป้อม’ยังไม่รู้เครื่องบินรับคนไทยใน‘อู่ฮั่น’ลงจอดสนามบินไหน

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 13.37 น.

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 11.30  น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับคนไทยกลับจากเมืองอู่ฮั่นว่า ยังไม่ทราบว่าเครื่องบินจะมาลงที่สนามบินไหน

“ยังไม่รู้ว่า จะใช้สนามบินดอนเมือง หรือ สนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง เพราะต้องดูว่า จะมีการไปต่อต้านอะไรหรือไม่เกี่ยวกับเชื้อไวรัสนี้ ต้องถามจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งยังไม่มีการประสานอะไรมาที่ผมว่าจะใช้สถานที่ใด” พล.อ.ประวิตร กล่าว
 
กกร.ดัน‘หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ’ขึ้นสินค้าควบคุม ชงเข้าครม.พรุ่งนี้

กกร.ดัน‘หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ’ขึ้นสินค้าควบคุม ชงเข้าครม.พรุ่งนี้

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 15.55 น.
 

“จุรินทร์” นำ กกร.เคาะ “หน้ากากอนามัย-เจลล้างมือ” เป็นสินค้าควบคุม ชงเข้า ครม.พรุ่งนี้ ขณะที่ อย.ชี้ประชาชนทั่วไปใช้ผ้าป้องกันแทนได้

3 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 1/2563 เพื่อพิจารณากำหนดสินค้าควบคุมพ.ศ.2562 เพิ่มเติม คือ 1.หน้ากากอนามัย 2.เส้นใยโพลีโพรพิลีน(สปันบอนด์) เพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย 3.ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ โดยอาศัยอำนาจทางกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 การกำหนดมาตรการบริหารจัดการสินค้าควบคุมพ.ศ. 2562 (เพิ่มเติม)

หลังการประชุม นายจุรินทร์ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ นพ.นิพิฐ พิรเวช แถลงสรุปการประชุม กกร.ว่า ผลการประชุมมีประเด็นสำคัญให้กำหนดหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือเป็นสินค้าควบคุม

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขั้นตอนถัดนี้ไปคือจะต้องมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยตนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมในวันพรุ่งนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2563) และถ้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก็จะเร่งดำเนินการให้มีผลบังคับใช้ในทันที

“ถ้าที่ประชุมให้ความเห็นชอบให้วันพรุ่งนี้ ก็จะทำให้สินค้าควบคุมตามกฎหมายเพิ่มขึ้นจาก 52 รายการ ที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็น 54 รายการ ถ้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้ทั้งหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือเป็นสินค้าควบคุมก็จะทำให้สามารถดำเนินการมาตรการต่างๆตามมาได้ในการที่จะควบคุมทั้งในเรื่องของปริมาณและในเรื่องของราคา เช่น กรมการค้าภายในสามารถที่จะกำหนดให้ผู้ผลิตผู้แทนจำหน่ายผู้นำเข้าและผู้ส่งออกต้องแจ้งข้อมูลในเรื่องของต้นทุนราคาซื้อราคาขายปริมาณการผลิตปริมาณการนำเข้าปริมาณการส่งออกหรือว่าสต๊อกได้ในทันที” นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นสามารถที่จะกำหนดให้ผู้ผลิตผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายสามารถที่จะกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศหรือในพื้นที่ที่ขาดแคลนตามกฏหมายได้รวมทั้งสามารถที่จะกำหนดให้มีการปิดราคาขายปลีก เป็นต้นซึ่งมาตรการนี้ก็จะกำหนดตามมาเมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้วและจะแถลงให้ทราบต่อไป รวมทั้งการที่จะกำหนดให้การส่งออกต้องขออนุญาตในปริมาณจำนวนที่กำหนดได้ก็จะเป็นมาตรการที่กำลังตามมา เพื่อให้ปริมาณหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือมีปริมาณใช้อย่างเพียงพอในประเทศเสียก่อน

“ผมได้ตั้งวอร์รูมขึ้นมา เพื่อติดตามสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่าอย่างใกล้ชิดเฉพาะในส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์เพื่อติดตามสถานการณ์ของไวรัสเช่นเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาสินค้าต่างๆที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ ให้มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการและราคาที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือรวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วยและการให้มีอำนาจกำหนดมาตรการต่างๆที่จะบังคับใช้ต่อไปโดยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานและอธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องโดยอำนาจในการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาผลิตภัณฑ์หรือสินค้าขาดแคลนและจัดการตามกฎหมายกับผู้ที่กักตุนหรือว่ากระทำผิดกฎหมายได้ในทันที” นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า โดยภาวะปกติเท่าที่กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์และรวบรวมตัวเลขมาทั้งหมดแล้วพบว่าปริมาณการผลิตกับปริมาณการใช้ในภาวะปกตินั้นอยู่ในภาวะที่สมดุล แต่เมื่อเกิดกรณีไวรัสโคโรน่าขึ้นมาก็ได้ประเมินตัวเลขว่าอาจจะมีความต้องการใช้เพิ่มเติมขึ้นจำนวนหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมในภาวะปกติตัวเลขการใช้หน้ากากอนามัยภายในประเทศอยู่ที่เดือนละ 30 ล้านชิ้นแต่ในช่วงถัดจากนี้ไปและในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นอาจจะมีความต้องการใช้เพิ่มเติมขึ้นเป็น 40 ล้านชิ้นถึง 50 ล้านชิ้นจึงเป็นที่มาที่จำเป็นจะต้องประสานงานเร่งให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นโดยเร็วเพื่อให้สนองกับความต้องการใช้ภายในประเทศ

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้เชิญผู้ผลิตมาพบแล้วหนึ่งครั้ง และวันนี้ในช่วงบ่ายก็จะได้มีการพบกับผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะกำหนดมาตรการร่วมกันปรากฏว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดภาวะที่อาจจะทำให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งเกรงว่าจะไม่มีหน้ากากอนามัยหรือเจลล้างมือพอที่จะใช้สำหรับป้องกันโรคไวรัสโคโรน่าจึงเป็นที่มาที่อาจจะมีบางพื้นที่ที่ไปซื้อมาเก็บไว้เกินปริมาณความต้องการใช้ปกติจึงทำให้เกิดภาวะขาดแคนสินค้าเป็นจุด ในบางพื้นที่บางจังหวัดหรือในบางจังหวัดก็อาจจะขาดไปในภาพรวม รวมทั้งอาจจะเกิดจากการมีการนำออกไปนอกประเทศมากเกินภาวะปกติอาจส่งผลให้ตัวเลขภายในไม่พอใช้จึงเป็นที่มาที่ทำเป็นจะต้องกำหนดให้ทั้งสองตัวนี้เป็นสินค้าควบคุมเพื่อกรมการค้าภายในและวอร์รูมของกระทรวงพาณิชย์สามารถใช้มาตรการต่างๆที่จะตามมาได้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้ผู้บริโภคได้มีสินค้าใช้ได้อย่างทั่วถึงในเวลาที่รวดเร็วที่สุด

นายจุรินทร์ ระบุว่า เท่าที่หารือเบื้องต้นนั้นจะต้องมีการกำหนดให้การส่งออกอาจจะต้องมาขออนุญาต โดยกรมการค้าภายในเพื่อกรมการค้าภายในจะได้ควบคุมดูแลปริมาณการผลิตปริมาณความต้องการใช้ในประเทศรวมทั้งการกระจายสินค้าต่างๆให้มีความทั่วถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้และเพื่อไม่ให้การส่งออกเป็นปัญหาทำให้เกิดความต้องการใช้ภายในขาดแคนจึงเป็นที่มาที่อาจจะจำเป็นต้องกำหนดให้มีการขออนุญาตจากกรมการค้าภายในเมื่อจะมีการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ส่วนเรื่องคุณภาพทาง อ.ย.จะเป็นผู้กำหนด ส่วนปริมาณเบื้องต้นหารือในวันนี้ว่าเป็นความเห็นของที่ประชุม กกร.กำหนดว่าถ้าจะต้องนำออกไปนอกราชอาณาจักรเกินกว่า 500 ชิ้นขึ้นไปจะต้องขออนุญาตเคลื่อนย้ายจากกรมการค้าภายใน ซึ่งกรมการค้าภายในจะพิจารณาให้เสร็จ และมาตรการที่ออกมาหลังจากคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว และจะเป็นมาตรการระยะสั้นจะใช้เท่าที่จำเป็นและเมื่อผลสภาวะไม่ปกติไปแล้วก็จะยกเลิกโดยเร็ว ตั้งใจว่าถ้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในวันพรุ่งนี้จะดำเนินการให้เสร็จในทันทีจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการต่อไปได้

ด้านนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่าผู้ค้าปลีกหลายรายให้ความร่วมมือนำมาวางขายแล้วการจัดสรรจะลงไปอย่างถี่ถ้วนและกว้างขวางมากขึ้นถัดจากนี้ไปตั้งแต่ 500 ชิ้นหรือ 10 กล่องขึ้นไปต้องขออนุญาตเคลื่อนย้ายและอาจจะจำกัดการซื้อครั้งหนึ่งซื้อได้ไม่เกินกี่ชิ้นถ้าใครซื้อมากเกินไปและออกนอกประเทศก็จะถูกจำกัดด้วยปริมาณที่เรากำหนดอยู่แล้วว่าให้ซื้อได้คนหนึ่งไม่เกินกี่ชิ้นจะทำให้การหิ้วนอกประเทศยากขึ้นและจะประสานกับกรมศุลกากรช่วยจำกัดการส่งออกให้ได้ผลมากขึ้นไม่น่าจะเกินวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้

ส่วน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า ข้อเท็จจริงทางสุขอนามัย คือ ประชาชนสามารถใช้วิธีการอื่นที่ทดแทนได้เช่นเดียวกันจะได้ไม่ต้องไปซื้อเจลล้างมือมาเก็บไว้ทำให้ผลิตไม่ทันและของขาดตลาดโดยไม่จำเป็นโดยในประเด็นการป้องกันการติดเชื้อโคโรน่าไวรัส กระทรวงสาธารณสุขแนะนำเรื่องการล้างมือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ การใช้เจลล้างมือก็ดีแต่ถ้าเราสามารถล้างมือได้ล้างให้ครบทุกจุดก็ถือว่าสำคัญที่สุดและสามารถทำได้ทุกบ้านล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่ก็จะดีกว่าแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำ เพราะเราสามารถทำได้ทุกที่ที่เรามีและเราสามารถที่จะล้างได้ครบทุกส่วน สำหรับหน้ากากอนามัยในประชาชนทั่วไปที่ไม่เจ็บป่วยการใช้หน้ากากอนามัยที่ใช้ผ้าทำสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ในการป้องกันละอองไม่ให้เข้าสู่ปากหรือตาใช้ผ้าก็สามารถป้องกันได้ไม่จำเป็นต้องไปซื้อหน้ากากอนามัยแต่ถ้าจะซื้อก็ตามที่ท่านรองนายกฯบอกว่าเราต้องดูมาตรการต่างๆที่กระทรวงพาณิชย์ออกมาช่วยทำให้การใช้ของประเทศไทยพอเหมาะและทั่วถึง

'ธงทอง'เผยภาพประทับใจ!'สมเด็จพระสังฆราช'   พร้อมกลอน'ยศอย่างวางท่าหามีไม่'

'ธงทอง'เผยภาพประทับใจ!'สมเด็จพระสังฆราช' พร้อมกลอน'ยศอย่างวางท่าหามีไม่'

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 16.00 น.
 

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 นายธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พร้อมกลอน ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Tongthong Chandransu ระบุว่า

วางพระองค์ทรงเปนเช่นหลวงตา

ยศอย่างวางท่าหามีไม่

แต่เพราะทรงศีลโสภณคนจับใจ

เปนอาภรณ์เหนือสิ่งไรในใจคน

 

 
 
 
'ทอน'อ่วมโดนอีก5ข้อหา! ตร.สั่งฟ้องพร้อมพวกอีก7คดี'แฟลชม็อบ'

'ทอน'อ่วมโดนอีก5ข้อหา! ตร.สั่งฟ้องพร้อมพวกอีก7คดี'แฟลชม็อบ'

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 13.23 น.
ตร.สน.ปทุมวัน นำสำนวนเห็นควรสั่งฟ้อง"ธนาธร-พวก"รวม 8 คน โดน 5 ข้อหาคดีชุมนุมแฟลชม็อบ ด้าน"หัวหน้าอนค.ประกาศเดินหน้าสู้ต่อ ไม่เบื่อที่ต้องขึ้นศาล ขณะที่อัยการนัดฟังการสั่งคดี 7 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่  3 กุมภาพันธ์ 2563 ที่สำนักงานอัยการพิเศษคดีศาลแขวง 5(ปทุมวัน )ถ.พระราม 4 พนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน ได้นำสำนวนการสอบสวน พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องคดีร่วมกันชุมนุมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย(แฟลชม็อบ)ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) พร้อมพวกรวม 4 คน ผู้ต้องหา มาส่งให้อัยการคดีศาลแขวงปทุมวันพิจารณา เพื่อมีความเห็นต่อไป

นายกกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ ระบุว่า  พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันมีความเห็น สมควรสั่งฟ้องนายธนาธร กับพวก รวม5 ข้อหาประกอบด้วย ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง ,ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ ,ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ และ ,ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และชุมนุมในรัศมีใกล้เขตพระราชฐาน 150 เมตร 

โดยผู้ต้องหาทั้งหมดจะยืนยันต่อสู้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการพบปะประชาชนไม่ใช่เป็นการชุมนุมทางการเมือง ส่วนการใช้เครื่องขยายเสียงก็เปรียบเสมือนกรณีนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่พบประชาชน

โดยหลังจากรับสำนวนสอบสวนอัยการจะมีเวลาพิจารณาสำนวนเพื่อมีความเห็นทางคดีว่า จะสั่งฟ้อง สั่งไม่ฟ้อง หรือมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเจิมในประด็นที่ยังสงสัยภายใน7วัน หากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็จะนัดผู้ต้องมาส่งฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวันต่อไป

'ทอน'อ่วมโดนอีก5ข้อหา! ตร.สั่งฟ้องพร้อมพวกอีก7คดี'แฟลชม็อบ'

'ทอน'อ่วมโดนอีก5ข้อหา! ตร.สั่งฟ้องพร้อมพวกอีก7คดี'แฟลชม็อบ'

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 13.23 น.
 
ตร.สน.ปทุมวัน นำสำนวนเห็นควรสั่งฟ้อง"ธนาธร-พวก"รวม 8 คน โดน 5 ข้อหาคดีชุมนุมแฟลชม็อบ ด้าน"หัวหน้าอนค.ประกาศเดินหน้าสู้ต่อ ไม่เบื่อที่ต้องขึ้นศาล ขณะที่อัยการนัดฟังการสั่งคดี 7 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่  3 กุมภาพันธ์ 2563 ที่สำนักงานอัยการพิเศษคดีศาลแขวง 5(ปทุมวัน )ถ.พระราม 4 พนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน ได้นำสำนวนการสอบสวน พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องคดีร่วมกันชุมนุมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย(แฟลชม็อบ)ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) พร้อมพวกรวม 4 คน ผู้ต้องหา มาส่งให้อัยการคดีศาลแขวงปทุมวันพิจารณา เพื่อมีความเห็นต่อไป

นายกกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ ระบุว่า  พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันมีความเห็น สมควรสั่งฟ้องนายธนาธร กับพวก รวม5 ข้อหาประกอบด้วย ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง ,ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ ,ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ และ ,ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และชุมนุมในรัศมีใกล้เขตพระราชฐาน 150 เมตร 

โดยผู้ต้องหาทั้งหมดจะยืนยันต่อสู้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่า การชุมนุมครั้งนี้เป็นการพบปะประชาชนไม่ใช่เป็นการชุมนุมทางการเมือง ส่วนการใช้เครื่องขยายเสียงก็เปรียบเสมือนกรณีนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่พบประชาชน

โดยหลังจากรับสำนวนสอบสวนอัยการจะมีเวลาพิจารณาสำนวนเพื่อมีความเห็นทางคดีว่า จะสั่งฟ้อง สั่งไม่ฟ้อง หรือมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเจิมในประด็นที่ยังสงสัยภายใน7วัน หากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็จะนัดผู้ต้องมาส่งฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวันต่อไป

ส่วนอีก 3 คน ประกอบด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. น.ส.พรรณิการ์ หรือช่อ วานิช โฆษกพรรค อนค.และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคอนาคตใหม่ ที่ยังคงใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองการเป็นส.ส. ไม่ได้เดินทางมาในวันนี้เนื่องจากติดภารกิจการประชุมสภา

นายธนาธร กล่าวภายหลังว่า ตนยืนยันจะเดินหน้าลงพื้นที่พบปะกับประชาชนในลักษณะนี้เหมือนเดิม โดยไม่เบื่อที่จะขึ้นศาลหรือถูกดำเนินคดี เพราะสิ่งที่ทำอยู่เป็นเสรีภาพ และเป็นดำเนินการคู่ขนานกับการทำหน้าที่ของ ส.ส.ในรัฐสภา เบื้องต้นอัยการนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 7 ก.พ.นี้เวลา 9.00 น.

สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้มีทั้งหมด 8 คน วันนี้พนักงานสอบสวนนำตัวส่งอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง5 (ปทุมวัน) 4 คน คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน.พรรคอนาคตใหม่ นายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม ,นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือแพนกวิน ,และนายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำกลุ่มวิ่งไล่ลุง ส่วนน.ส.ณัฏฐา มหัธนา หรือโบว์ พนักงานสอบสวนนัดให้มาพบกับพนักงานอัยการช่วงบ่าย

ส่วนอีก 3 คน ประกอบด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. น.ส.พรรณิการ์ หรือช่อ วานิช โฆษกพรรค อนค.และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคอนาคตใหม่ ที่ยังคงใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองการเป็นส.ส. ไม่ได้เดินทางมาในวันนี้เนื่องจากติดภารกิจการประชุมสภา

นายธนาธร กล่าวภายหลังว่า ตนยืนยันจะเดินหน้าลงพื้นที่พบปะกับประชาชนในลักษณะนี้เหมือนเดิม โดยไม่เบื่อที่จะขึ้นศาลหรือถูกดำเนินคดี เพราะสิ่งที่ทำอยู่เป็นเสรีภาพ และเป็นดำเนินการคู่ขนานกับการทำหน้าที่ของ ส.ส.ในรัฐสภา เบื้องต้นอัยการนัดฟังคำสั่งคดีในวันที่ 7 ก.พ.นี้เวลา 9.00 น.

'ทร.'เตรียมพื้นที่พร้อมรับคนไทยจาก'อู่ฮั่น'กว่า100คนลงสนามบินอู่ตะเภา

'ทร.'เตรียมพื้นที่พร้อมรับคนไทยจาก'อู่ฮั่น'กว่า100คนลงสนามบินอู่ตะเภา

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 15.57 น.
 

3 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานจากท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดระยอง หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีการเสนอให้ใช้สัตหีบ ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองทัพเรือ  สำหรับกักตัวผู้ที่เดินทางกลับจากอู่อั่น เพื่อสังเกตุอาการ 14 วัน ทั้งหมดกว่า 100 คน

ซึ่งความคืบหน้าในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ ได้ประชุมกันที่โรงพยาบาลอาภากรณ์เกียรติวงศ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของกองทัพเรือ ตั้งอยู่ในฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมี พลเรือโท วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานการประชุมพร้อมส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ สาธารณสุข ระยอง และชลบุรี ร่วมในการประชุม วางแผนการรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น จำนวนกว่า100 คน โดยจะมาถึงสนามบินอู่ตะเภา โดยสายการบินแอร์เอเชีย ในเวลาประมาณ19.00 น. ของคืนวันพรุ่งนี้

ซึ่งจะมีคณะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลและดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนสากล เช่นการแยกโซนผู้โดยสารตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน และเมื่อมาลงที่สนามบินก็จะผ่านการคัดกรองอีกครั้ง โดยจะใช้สถานที่อาคารรับรองในฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นจุดพักของผู้ที่เดินทางมาเป็นเวลา 14 วันเพื่อรอดูอาการ

 
 
 

'บิ๊กตู่'ชื่นชม2หมอรพ.ราชวิถี ค้นวิธีรักษา'โคโรนา' ย้ำรัฐบาลทำเต็มที่แล้ว

'บิ๊กตู่'ชื่นชม2หมอรพ.ราชวิถี ค้นวิธีรักษา'โคโรนา' ย้ำรัฐบาลทำเต็มที่แล้ว

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 16.34 น. 

“หมอหนู” นำทีมแพทย์-จนท. พบ “นายกฯ” ก่อนบินรับคนไทยในอู่ฮั่น "บิ๊กตู่"ชื่นชมสองหมอรพ.ราชวิถี ค้นพบวิธีรักษา"โคโรนา"ย้ำรบ.ทำเต็มที่แล้ว วอนสื่อช่วยกันเขียนสิ่งดีๆ 

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 14.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานแต่ละด้านในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และหารือถึงรายละเอียดของแผนงานที่ชัดเจนสำหรับการดูแลคนไทยที่จะเดินทางมาโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ รวมถึงประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อสอบถามสถานการณ์และการดำเนินงานของแต่ละจังหวัดด้วย

 โดยก่อนการประชุมฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (คค.) นำทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่จะเดินทางไปรับคนไทยในเมืองอู่ฮั่น รวมถึงทีมแพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถีที่ได้ค้นพบวิธีการรักษาไวรัสโคโรนาที่ได้ผลรวดเร็ว ได้แก่ นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช อายุรแพทย์โรคปอด นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลราชวิถี และรศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี เข้าพบนายกฯ ด้วย โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสั้นๆ กับสื่อว่า ให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์แต่สิ่งดีๆ อย่าเขียนแต่เรื่องเสียๆ เราต้องช่วยกัน รัฐบาลทำเต็มที่แล้ว

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมหุ่นยนต์ดินสอ รุ่นที่ 4” และหุ่นยนต์ตัวเล็ก “ดินสอมินิ” จะตั้งอยู่ในห้องผู้ป่วย ทำหน้าที่เสมือนเป็นผู้ช่วยพยาบาล เพื่อตรวจสอบ และดูแลผู้ป่วยหากมีอาการ รวมถึงป้องกันการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่พร้อมกับกล่าวชื่นชมนวัตกรรมหุ่นยนต์ดังกล่าวว่า “ยอดเยี่ยม ทุกอย่างเกิดด้วยสติปัญญา ซึ่งสติปัญญามนุษย์สุดยอด ปัญหามันต้องแก้ได้ เพราะปัญหามีไว้แก้ไข โลกมนุษย์เรารังเกียจใครไม่ได้ ขอให้พัฒนายิ่งขึ้นไป” โดยนายกรัฐมนตรีได้จับมือหุ่น พร้อมกับมือสัญลักษณ์ มินิฮาร์ท บอกว่า “เราต้องรักกัน”

 
 
 
'ราชวิถี'แจงยิบวิธีรักษาไวรัสโคโรนา ประยุกต์คนละสูตรกับจีน

'ราชวิถี'แจงยิบวิธีรักษาไวรัสโคโรนา ประยุกต์คนละสูตรกับจีน

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 15.47 น.

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวภายหลังเยี่ยมอาการป่วยผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถีว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยืนยัน 19 ราย อาการดีขึ้นทุกคน รักษาหายแล้ว 8 ราย โดยกำลังจะหายและปล่อยตัวให้กลับบ้านอีก 4 ราย ส่วนที่เหลืออาการดีขึ้นเป็นลำดับ

นายอุนทิน ยังให้กำลังใจทีมแพทย์ พยาบาล หลังเกิดกระแสโจมตี จ่ายยารักษาโคโรนาสูตรเดียวกับจีนว่าไม่ใช่เรื่องใหม่  โดยยืนยนว่าการตัดสินใจนี้ เป็นการทำเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนา ที่มีอาการรุนแรง เป็นหญิงชาวจีนอายุ 70 ปี

ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การประยุกต์สูตรยารักษาโคโรนาไวรัสนี้ ที่เป็นยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ และยาต้านไวรัสเอดส์ ริโทนาเวียร์ และโลพินาเวียร์ ทางทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีได้ทำ และจ่ายยาให้กับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงในโรงพยาบาลรวม  3  คน แต่พบว่า 1 คน มีอาการแพ้ยา จึงหยุด ขณะนี้ผู้ป่วยทั้ง 2 คนที่ยังรับยาอยู่อาการดีขึ้น ซึ่งเกณฑ์การจ่ายยาให้กับผู้ป่วยที่เป็นคนไข้ทั้งหมดทุกรายนั้นไม่สามารถระบุได้ เพราะการรักษาด้วยสูตรยานี้ยังไม่ได้เป็นมาตรฐานการรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และการตัดสินใจ พร้อมต้องติดตามดูแล

"กรณีที่เป็นกระแสตำหนิว่าการรักษาของไทยไม่ใช่ของใหม่นั้น ยืนยันว่า เป็นความบังเอิญของความคิดที่แพทย์ไทย และจีนมีตรงกัน แต่ประยุกต์คนละสูตร โดยจ่ายยาต้านไวรัสเอดส์ ริโทนาเวียร์ รวมกับโลพินาเวียร์วันละ 2 เม็ด 2 เวลา ส่วนโอเซลทามิเวียร์ วันละ 2 เม็ด 2 เวลา ซึ่งสรรพคุณยาต้านเอดส์ช่วยยับยั้งการกระจายตัวของเชื้อ ส่วนยาต้านหวัดช่วยยับยั้งเชื้อที่เข้าไปในเซลล์ โดยโรงพยาบาลราชวิถีเริ่มจ่ายยาต้านไวรัสนี้เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา"นพ.สมศักดิ์ กล่าว

 

‘สิระ’ขึ้นศาลคดีฟ้อง‘เสรีพิศุทธ์’ ลั่นมุ่งทวงศักดิ์ศรี เย้ยไม่ต้อง‘กราบเท้า’แค่ขอโทษพอ

‘สิระ’ขึ้นศาลคดีฟ้อง‘เสรีพิศุทธ์’ ลั่นมุ่งทวงศักดิ์ศรี เย้ยไม่ต้อง‘กราบเท้า’แค่ขอโทษพอ

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 15.09 น.
‘สิระ’ขึ้นศาลคดีฟ้อง‘เสรีพิศุทธ์’ ลั่นมุ่งทวงศักดิ์ศรี เย้ยไม่ต้อง‘กราบเท้า’แค่ขอโทษพอ
 

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์คดีหมายเลขดำ อ.3078/2562 ที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 กรณีโจทก์ฟ้องกล่าวหา ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หมิ่นประมาทจากการให้สัมภาษณ์ทำนองว่าเป็น ส.ส.สวะ ซื้อเสียง

นายสิระ เดินทางมาศาล และให้สัมภาษณ์เบื้องต้นว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีหมายเชิญให้ตนเข้าระบบไกล่เกลี่ย แต่ตนไม่ขอไกล่เกลี่ย จะขอดำเนินคดีถึงที่สุด เพื่อทวงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเป็นผู้แทนราษฎรของตน ทนายความได้ยื่นพยานไต่สวน 3 ปาก เป็นประชาชนทั่วไป ที่ได้เห็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หมิ่นประมาท ตนไม่ได้ซื้อเสียง ไม่ได้เป็น ส.ส.เศษสวะ เป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพ เป็นตัวแทนประชาชน

“ที่ฟ้องไปขอให้ท่านขอโทษผมตามหน้าข่าว หนังสือพิมพ์ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมากราบเท้า ผมไม่ต้องทำเหมือนที่ท่านทำกับคนอื่น เพียงแต่ขอให้ท่านขอโทษแล้วประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่าผมไม่ผิด ไม่ใช่อย่างที่ท่านพูด แค่ทวงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คืนมาก็พอ” นายสิระ กล่าว

นายสิระ ยังได้ตอบคำถามถึงกรณีเกิดเหตุวุ่นวายในการประชุม กมธ.ปราบทุจริตฯ สภาผู้แทนราษฎร บ่อยครั้ง โดยนายสิระตั้งข้อสังเกตถึงเจตนาประธาน กมธ. ให้นักข่าวเข้าไปห้องประชุม กมธ. ต่อเมื่อจะจัดการใคร เอาเรื่องของใครประจานหรือไม่ พอถึงกรณีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และของตน ก็เอานักข่าวเข้าไป ถามว่ามีเจตนาอะไรหรือไม่ มีประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ มีเรื่องเฉพาะช่วงที่เอานักข่าวเข้าไป พอวาระอื่นก็ไม่ได้ให้นักข่าวเข้าเลย

สำหรับการไต่สวนวันนี้ นายสิระ โจทก์เป็นพยานเบิกความปากแรก ขณะที่ พล.ต.อ.สรีพิศุทธ์ ส่งทนายความจำเลยมาซักประเด็นการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จำเลยที่อ้างว่าไม่มีการระบุชื่อนายสิระเลย ส่วนนายสิระต่อสู้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวมาจากการที่นายสิระให้สัมภาษณ์เรื่องการเสนอปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากตำแหน่งประธาน กมธ.ปราบทุจริตฯ สภาผู้แทนราษฎร ต่อสื่อมวลชนก่อน แล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งมีเนื้อหาตามคำฟ้อง โดยคำถามของผู้สื่อข่าวได้ระบุชื่อนายสิระที่เสนอปลด คำตอบของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงน่าจะหมายถึงตนเอง

ภายหลังเบิกความเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องพยานปากต่อไปวันที่ 16 มีนาคม 2563 เวลา 13.30 น.

 

กศน.เล็งของบจัดการเรียนผู้พิการเพิ่ม ผุดใช้พื้นที่ร.ร.ถูกยุบ เป็นศูนย์การเรียนทุกช่วงวัย กศน.

กศน.เล็งของบจัดการเรียนผู้พิการเพิ่ม ผุดใช้พื้นที่ร.ร.ถูกยุบ เป็นศูนย์การเรียนทุกช่วงวัย กศน.

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 15.50 น.

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะกรรมการส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) ครั้งที่ 1/2563 ที่มีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมให้ข้อเสนอแนะการพัฒนางาน กศน. ทั้งพัฒนาครู และพัฒนาการเรียนการสอน ให้มีคุณภาพ รวมทั้ง นายณัฏฐพล ย้ำให้มีการประสานการทำงานในภาพรวม และรับฟังแนวคิดจากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนากรรจัดการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ กศน. เองอยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ การพัฒนา กศน. ซึ่งตนได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสการทำงานของ กศน.ในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ทราบรายละเอียด สามารถพัฒนาการเรียนการสอนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

รมช.ศธ.ส่วนความคืบหน้าการจัดทำหลักสูตรกัญชาและกัญชงศึกษา นั้น ในที่ประชุมไม่ได้มีการหารือในเรื่องดังกล่าว  แต่กศน.ได้ดำเนินการใกล้เสร็จแล้ว  และพร้อมจะเริ่มใช้กับผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัด กศน.  ในปีการศึกษา 2563 นี้ 

 ด้านนายดิศกุล  เกษมสวัสดิ์  เลขาธิการ กศน. กล่าวว่า  ตนได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ในปี 2562 และรายงานแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานในปี 2563 ซึ่งจะเน้นสนองนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้คนไทยได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ตลอดทุกช่วงวัย สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 ขณะเดียวกันที่ประชุมยังรับทราบ แผนการดำเนินงานซึ่ง ทางกศน. ได้จัดทำข้อเสนอ เพิ่มค่าใช้จ่ายในการจัดเรียนการสอนในส่วนของผู้พิการ อาทิ  ค่าเดินทางของครู ผู้พิการ คำนวณไว้เบื้องต้นอยู่ที่ 2,400 บาทต่อเดือน  ค่าอุปกรณ์การเรียนการสอน รวมถึงค่าหนังสือสำหรับผู้พิการ  ค่ากิจกรรมการฝึกอาชีพ ฯลฯ

“ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็น หากดำเนินการจัดทำรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.รับทราบ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป นอกจากนี้ ยังรายงานให้ที่ประชุมรับทราบถึงการเสนอขอใช้พื้นที่ในโรงเรียนขนาดเล็กที่ยุบรวม และยุบเลิก มาจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัยของกศน. ซึ่งรัฐมนตรีว่าการศธ. เองก็เห็นด้วย และอยากให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้มากที่สุด” เลขาธิการ กศน. กล่าว

 
 
 
 
 
 
....................................................


ยังมีข่าวดี! ผู้ติดเชื้อไวรัส'โคโรนา'ในจีน ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 475 ราย

ยังมีข่าวดี! ผู้ติดเชื้อไวรัส'โคโรนา'ในจีน ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 475 ราย

วันจันทร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 13.51 น.

เมื่อวันจันทร์ (3 ก.พ.) เว็บไซต์ www.xinhuathai.com รายงานว่า หน่วยงานด้านสุขภาพจีนประกาศสถิติจนถึงสิ้นวันอาทิตย์ (2 ก.พ.) ว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่หายจากอาการป่วยและออกจากโรงพยาบาลแล้วทั้งหมด 475 ราย

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) ระบุในรายงานประจำวันว่าในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (2 ก.พ.) มีผู้ที่หายจากอาการป่วยและได้รับการปล่อยตัวจากโรงพยาบาลรวม 147 ราย (ในมณฑลหูเป่ย 80 ราย)

สถิติ ณ สิ้นวันอาทิตย์ (2 ก.พ.) ระบุว่า มีผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาในภูมิภาคระดับมณฑล 31 แห่งแล้วทั้งหมด 17,205 ราย เสียชีวิตแล้ว 361 ราย

 
 
 
....................................................................
 

3 กุมภาพันธ์ 63

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 04/02/2020 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ประเด็นนี้ ท่านมหาพันธุ์ สังหยด เห็นด้วยกับคุณหมอหรือไม่ครับ ผมเองก็เชื่อในพุทธคุณเสมอมาครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 03/02/2020 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

กราบเรียน เรียนเสนอ รัฐบาล...
ใน โอกาสที่มีการระบาด ของ โคโรนาไวรัส
และ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี

รัฐบาล
น่าจะเรียนเชิญ

คณะสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา
สวดพระปริตร พร้อมกัน ทั่วประเทศ

เพื่อ
เป็น การแสดง มิตรภาพ
กับชาวจีน และ ผู้คนทั่วโลก

ที่เป็น มิตร และ มีบุญคุณ
ต่อ ประเทศไทย

เรียนมาด้วยความเคารพ ครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน