*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5776
  • จำนวนผู้ชม : 3427489
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 386 , 13:20:45 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         รัฐบาลไทยกำลังว้าวุ่นกับหลายๆเหตุการณ์ทั้งภายใน/ภายนอกประเทศ โดยเฉพาะการแพร่เชื้อไวรัสที่มาจากประเทศจีน แต่

ฝ่ายค้านปนแค้นก็กระสันต์จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลขึ้นมาเสียอีก นอกจากนั้น ยังมีนายมิ่งขวัญจองเวลาที่จะอภิปรายถึง 4

ช.ม. แต่เป็นบุญที่ลดเหลือเหลือ 2 ช.ม.ในที่สุด ประเด็นนี้ถ้าเป็นผมในฐานะส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ผมก็จะเอาสำลีอุดหูแล้วหลับให้สบายรู้

แล้วไปเลย

         ในโทรทัศน์มีการแพร่ภาพบรรยากาศเหมือนมีหมอกหนา แต่ไม่ใช่ มันคือฝุ่นพิษ PM 2.5 ต่างหาก ทำให้ร้านขายยาตั้งราคา

หน้ากากอนามัยเสียต้องแพงลิ่ว ทำให้รมว.พานิช นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ต้องนำพ.ร.บ.ค้ากำไรมาเตรียมเล่นงานทั้งปรับทั้งจำ แถม

ใครจะส่งออกนอกเป็นจำนวนมากก็จะต้องขออนุญาตเสียก่อนอีกด้วย

         อย่างไรก็ตาม ผมชอบใจนายกฯ 'บิ๊กตู่' อย่างสาแก่ใจจริงๆ ที่ท่านบอกกับสื่อว่า "ผมเหนื่ออย ... " ถ้าคนที่ต้องการไล่ท่านตอนนี้

ก็จะตีปีกเฮกันลั่น แต่ท่านยังพูดต่อด้ายว่า " ... แต่ผมไม่ออก" ... ฮิ้ว ... หน้าแตกไปตามๆกันใช่ไหมล่ะ ... !! 

(คลิกที่ YouTube)

นายกฯถามพวกเกรียนคีย์บอร์ด เท่ตรงไหน? รับทำงานเหนื่อย แต่ไม่ลาออก https://youtu.be/vMFeWOA-PuU

..................................................

 

วาระแห่งชาติ แก้ฝุ่นพิษ-ไวรัส

4 กุมภาพันธ์ 2563 - 12:25 น.
ฝุ่นพิษพีเอ็ม 25,ประยุทธ์,โคโรน่า

วาระแห่งชาติ แก้ฝุ่นพิษ-ไวรัส คอลัมน์... อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com


          หลายวันที่ผ่านมามีแต่เรื่องน่าหวาดผวาผ่านเข้ามาอย่างหนักจนคนเครียดไปทั้งเมือง ทั้งประเทศ ขนาด ‘พล.อ.ประยุทธ์

จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ยังต้องออกทีวีพูลพูดแบบจริงจังให้คนหายวิตก

ข่าวทั่วไป

สตช.ไร้คำตอบ ตั้งลูก "บิ๊กแป๊ะ" เมินเกณฑ์อาวุโส ตบตา "นายกฯ"

4 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
หนังสือพิมพ์โยกย้ายไม่เป็นธรรม,แต่งตั้งลูกบิ๊กแป๊ะ

เลขาฯ ปฏิรูป ยธ. ซัดเปิดช่องเอื้อลูกบิ๊กเนม "ด้านได้ อายอด" กฎ ก.ตร. บ้อท่า! แนะปัดฝุ่นแผนปฏิรูปชุด "มีชัย" มาใช้ ด้าน สตช.ปิดปากเงียบ

               “วิรุตม์” เลขาฯ สถาบันปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม สับเละ กฎก.ตร.ไร้ประโยชน์ เปิดช่องเซ็งลี้เก้าอี้-อุปถัมภ์ลูกหลาน ด้านสตช.ไร้คำชี้แจงแต่งตั้งลูกชาย “บิ๊กแป๊ะ” เมินเกณฑ์อาวุโส ตบตานายกฯ ยัดไส้ ครม.ลงมติอัพเกรดขึ้นสารวัตร รองโฆษกตร.ขอศึกษาข้อมูลก่อน

อ่านข่าว-สะเทือนสตช."บิ๊กแป๊ะ" ตั้งลูก ย่ำยีอาวุโส

               จากกรณี “คมชัดลึก” นำเสนอประเด็นร้อนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เนื่องจากมีรายงานว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจปี 2562 ไม่ได้ยึดระบบกฎเกณฑ์หลักความอาวุโสตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่่ยึดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

               มีชื่อของ ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา รองสารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ลูกชายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสารวัตร โดยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองร้อย (สบ 2) กองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ บช.ตชด. ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งรองสารวัตรไม่ครบ 7 ปี

               ตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

               ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าวทีมข่าว “คมชัดลึก” พยายามติดต่อสอบถามเพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจง หรืออธิบายเรื่องดังกล่าวผ่าน พ.ต.อ.ฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. โดยได้รับคำตอบว่ายังไม่มีข้อมูลและยังไม่ทราบข่าวดังกล่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอ ซึ่งขอไปอ่านข่าวและศึกษาข้อมูลก่อน และจะชี้แจงให้ทราบในภายหลัง

               พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และอดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปตำรวจ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยกับทีมข่าว “คมชัดลึก” ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถามว่าผิดจากกฎระเบียบ ก.ตร. หรือ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ก็ต้องตอบว่าไม่ผิด เพราะได้ทำเรื่องยกเว้นผ่าน ก.ตร.

               ซึ่งกรณีนี้อาจจะเป็นข้อยกเว้นกรณีพิเศษ เนื่องจากนำเข้า ครม. เพื่อให้มีมติเห็นชอบด้วย จึงแสดงให้เห็นถึงการไม่ให้ความสำคัญกับอาวุโส และที่เขียนในกฎ ก.ตร. ถึงแม้จะเป็นการแก้ไขก็เป็นเพียงหลักเกณฑ์เท่านั้น 

           พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวอีกว่า เมื่อประมาณ 20 ปี ที่ผ่านมา การพิจารณาแต่งตั้งยึดหลักอาวุโส 100% ต่างกับกฎ ก.ตร.ปัจจุบัน ที่นำมาคิดเพียง 33% ซึ่งจะเห็นได้ว่ากรณีการแต่งตั้งลูกชายของผบ.ตร.ขึ้นเป็นสารวัตร ทั้งที่ตามหลักเกณ์ต้องครองตำแหน่งรองสารวัตรเป็นเวลา 7 ปี ขณะที่ผู้ถูกแต่งตั้งดังกล่าวเพิ่งครองตำแหน่งรองสารวัตรประมาณ 3-4 ปีเท่านั้น

               เพราะมีการมองว่าอาวุโสไม่ได้เรื่อง ระบบตำรวจเป็นอะไรที่สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ตามธรรมเนียมปฏิบัติอาวุโสคือมีความรู้ความสามารถ พิจารณาอาวุโสจากมากไปหาน้อย คัดเลือกเอาคนเหมาะสมมากที่สุด เช่น อาวุโสอันดับ 1 พิจารณาแล้วยังไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ก็ต้องพิจารณาลำดับรองลงมา

               “การแต่งตั้งเช่นนี้ไม่ต้องไปพูดถึงระเบียบกฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับตามกฎหมาย เพราะถึงอย่างไรก็มียังมีช่องว่างทำเรื่องยกเว้น ความจำเป็นเร่งด่วน ยกเหตุผลเพื่อความเหมาะสมต่างๆ นานา เอาเป็นว่าการแต่งตั้งที่เกิดขึ้นคือด้านได้อายอด ถ้าทำข้อยกเว้นก็ทำได้ ไม่ผิดพ.ร.บ.ตำรวจ ไม่ผิดกฎ ก.ตร.

               แต่ถามว่าใช้คุณธรรม มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ระบบตำรวจถึงมีการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง และระบบอุปถัมภ์ลูกหลานพรรคพวกให้ได้ดี จริงๆ แล้วตำรวจควรเป็นงานพลเรือน อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี ให้นายกฯ เป็นคนควบคุมสั่งการ เวลาประชุมก็ควรประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล แต่นายกฯ เป็นประธาน ก.ตร. ไปประชุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงตามเกมตำรวจไม่ทัน” พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวย้ำ

               พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวต่อว่า เรื่องยศของตำรวจเป็นเรื่องที่ล้าสมัย ทั่วโลกตำรวจไม่ได้มียศใหญ่อะไรมากมายเหมือนประเทศไทย ฉะนั้นเรื่องยศเป็นเรื่องที่อ่อนแอด้านกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะงานสอบสวนที่ต้องเป็นอัยการ พ.ร.บ.ตำรวจที่มียังใช้ไม่ได้ ที่ผ่านมาพยายามปฏิรูปแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

               และขอยืนยันว่าร่างปฏิรูปของอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานปฏิรูปนั้นน่าจะมีประโยชน์ที่สุด ที่สำคัญยังให้ประชาชนได้ประเมินตำรวจสำหรับการแต่งตั้ง และจะทำให้ระบบอุปถัมภ์ หรือซื้อขายวิ่งเต้นตำแหน่งทำได้ยากมาก หรือจะเป็นคณะทำงานชุดอื่นๆ แต่ก็ถูกตำรวจชั้นผู้ใหญ่บิดไปบิดมา และไม่ถูกปฏิรูปนำมาบังคับใช้ได้จริง

สตช.ไร้คำตอบ ตั้งลูก "บิ๊กแป๊ะ" เมินเกณฑ์อาวุโส ตบตา "นายกฯ"

4 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
หนังสือพิมพ์โยกย้ายไม่เป็นธรรม,แต่งตั้งลูกบิ๊กแป๊ะ

เลขาฯ ปฏิรูป ยธ. ซัดเปิดช่องเอื้อลูกบิ๊กเนม "ด้านได้ อายอด" กฎ ก.ตร. บ้อท่า! แนะปัดฝุ่นแผนปฏิรูปชุด "มีชัย" มาใช้ ด้าน สตช.ปิดปากเงียบ

               “วิรุตม์” เลขาฯ สถาบันปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม สับเละ กฎก.ตร.ไร้ประโยชน์ เปิดช่องเซ็งลี้เก้าอี้-อุปถัมภ์ลูกหลาน ด้านสตช.ไร้คำชี้แจงแต่งตั้งลูกชาย “บิ๊กแป๊ะ” เมินเกณฑ์อาวุโส ตบตานายกฯ ยัดไส้ ครม.ลงมติอัพเกรดขึ้นสารวัตร รองโฆษกตร.ขอศึกษาข้อมูลก่อน

               จากกรณี “คมชัดลึก” นำเสนอประเด็นร้อนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เนื่องจากมีรายงานว่าการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจปี 2562 ไม่ได้ยึดระบบกฎเกณฑ์หลักความอาวุโสตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่่ยึดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

               มีชื่อของ ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา รองสารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ลูกชายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสารวัตร โดยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองร้อย (สบ 2) กองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ บช.ตชด. ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งรองสารวัตรไม่ครบ 7 ปี

               ตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

               ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าวทีมข่าว “คมชัดลึก” พยายามติดต่อสอบถามเพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจง หรืออธิบายเรื่องดังกล่าวผ่าน พ.ต.อ.ฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. โดยได้รับคำตอบว่ายังไม่มีข้อมูลและยังไม่ทราบข่าวดังกล่าวที่สื่อมวลชนนำเสนอ ซึ่งขอไปอ่านข่าวและศึกษาข้อมูลก่อน และจะชี้แจงให้ทราบในภายหลัง

               พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และอดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปตำรวจ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยกับทีมข่าว “คมชัดลึก” ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถามว่าผิดจากกฎระเบียบ ก.ตร. หรือ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ก็ต้องตอบว่าไม่ผิด เพราะได้ทำเรื่องยกเว้นผ่าน ก.ตร.

               ซึ่งกรณีนี้อาจจะเป็นข้อยกเว้นกรณีพิเศษ เนื่องจากนำเข้า ครม. เพื่อให้มีมติเห็นชอบด้วย จึงแสดงให้เห็นถึงการไม่ให้ความสำคัญกับอาวุโส และที่เขียนในกฎ ก.ตร. ถึงแม้จะเป็นการแก้ไขก็เป็นเพียงหลักเกณฑ์เท่านั้น 

               พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวอีกว่า เมื่อประมาณ 20 ปี ที่ผ่านมา การพิจารณาแต่งตั้งยึดหลักอาวุโส 100% ต่างกับกฎ ก.ตร.ปัจจุบัน ที่นำมาคิดเพียง 33% ซึ่งจะเห็นได้ว่ากรณีการแต่งตั้งลูกชายของผบ.ตร.ขึ้นเป็นสารวัตร ทั้งที่ตามหลักเกณ์ต้องครองตำแหน่งรองสารวัตรเป็นเวลา 7 ปี ขณะที่ผู้ถูกแต่งตั้งดังกล่าวเพิ่งครองตำแหน่งรองสารวัตรประมาณ 3-4 ปีเท่านั้น

               เพราะมีการมองว่าอาวุโสไม่ได้เรื่อง ระบบตำรวจเป็นอะไรที่สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ตามธรรมเนียมปฏิบัติอาวุโสคือมีความรู้ความสามารถ พิจารณาอาวุโสจากมากไปหาน้อย คัดเลือกเอาคนเหมาะสมมากที่สุด เช่น อาวุโสอันดับ 1 พิจารณาแล้วยังไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ก็ต้องพิจารณาลำดับรองลงมา

               “การแต่งตั้งเช่นนี้ไม่ต้องไปพูดถึงระเบียบกฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับตามกฎหมาย เพราะถึงอย่างไรก็มียังมีช่องว่างทำเรื่องยกเว้น ความจำเป็นเร่งด่วน ยกเหตุผลเพื่อความเหมาะสมต่างๆ นานา เอาเป็นว่าการแต่งตั้งที่เกิดขึ้นคือด้านได้อายอด ถ้าทำข้อยกเว้นก็ทำได้ ไม่ผิดพ.ร.บ.ตำรวจ ไม่ผิดกฎ ก.ตร.

               แต่ถามว่าใช้คุณธรรม มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ระบบตำรวจถึงมีการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง และระบบอุปถัมภ์ลูกหลานพรรคพวกให้ได้ดี จริงๆ แล้วตำรวจควรเป็นงานพลเรือน อยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี ให้นายกฯ เป็นคนควบคุมสั่งการ เวลาประชุมก็ควรประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล แต่นายกฯ เป็นประธาน ก.ตร. ไปประชุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงตามเกมตำรวจไม่ทัน” พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวย้ำ

               พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวต่อว่า เรื่องยศของตำรวจเป็นเรื่องที่ล้าสมัย ทั่วโลกตำรวจไม่ได้มียศใหญ่อะไรมากมายเหมือนประเทศไทย ฉะนั้นเรื่องยศเป็นเรื่องที่อ่อนแอด้านกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะงานสอบสวนที่ต้องเป็นอัยการ พ.ร.บ.ตำรวจที่มียังใช้ไม่ได้ ที่ผ่านมาพยายามปฏิรูปแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

               และขอยืนยันว่าร่างปฏิรูปของอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานปฏิรูปนั้นน่าจะมีประโยชน์ที่สุด ที่สำคัญยังให้ประชาชนได้ประเมินตำรวจสำหรับการแต่งตั้ง และจะทำให้ระบบอุปถัมภ์ หรือซื้อขายวิ่งเต้นตำแหน่งทำได้ยากมาก หรือจะเป็นคณะทำงานชุดอื่นๆ แต่ก็ถูกตำรวจชั้นผู้ใหญ่บิดไปบิดมา และไม่ถูกปฏิรูปนำมาบังคับใช้ได้จริง

 ........................................................................

 

 

 

การเมือง

นายกฯ ยันหน้ากากอนามัยไม่ขาดตลาด สั่งทุกเขตปลูกต้นไม้ลดฝุ่น

4 กุมภาพันธ์ 2563 - 10:07 น.
บิ๊กตู่,หน้ากากอนามัย,ไม่ขาดตลาด,โรงงาน,กักตุน,พาณิชย์,กทม,ปลูกต้นไม้,ฝุ่น PM25,ข่าววันนี้,คมชัดลึกออนไลน์

"บิ๊กตู่" ลั่น สิ่งดีๆ เกิดขึ้นสมัยนี้ สั่ง ราชการ ปลูกต้นไม้ลด "PM2.5" ฮึ่ม "กทม." เขตไหนไม่มีดอกไม้จะเล่นงาน "พาณิชย์" แจง "หน้ากากอนามัย" ไม่ขาดตลาด ถามร้านไหนบอกไม่มี ทำไมไม่ซื้อ โรงงาน กักตุนหรือไม

คลิปที่ 1

          เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำโดย ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผอ.ใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(ดีป้า) นำคณะผู้บริหารดิจิทัลสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพเข้าพบนายกฯ พร้อมนำเสนอผลงานเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยยกระดับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขไทย เช่น 1.ระบบใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์" โดย Arincare เชื่อมโยงการให้บริการระหว่างโรงพยาบาลและร้านขายยา 2.แอพพลิเคชันเกมผสมผสานการออกกำลังกาย เพื่อให้ผู้เล่นสนุกสนานกับการเล่นเกมและออกกำลังกาย 3.แอพพลิเคชันอูก้าแบบทดสอบความเครียด พูดคุยผ่านระบบวิดีโอคอลล์กับจิตแพทย์ 4.แอพพลิเคชัน QueQ บริการจองคิวโรงพยาบาล คลินิก และศูนย์บริการทางสาธารณสุข 

ดีอีเอส ใช้กฎหมายจัดหนักสื่อใหญ่ปั่นข่าวบิดเบือน

4 กุมภาพันธ์ 2563 - 12:25 น.
รมวดีอีเอส,สื่อใหญ่,เฟคนิวส์,บิดเบือนข้อ,ข่าววันนี้

"รมว.ดีอีเอส" เผย นักเลงคีย์บอร์ดใช้บัญชีปลอมบิดเบือนข้อมูล 140 แอคเคาท์ เตรียมใช้กฎหมายเล่นงานสื่อใหญ่ในไทย พร้อมถกผู้บริหารเฟซ บุ๊กบินตรงคุยไทย  6 ก.พ.นี้  

            4 ก.พ.2563-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์  รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบเว็บไซต์บิดเบือนข้อมูลเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย ว่า ตอนนี้ที่ขึ้นบัญชีปลอมมีประมาณ 140  แอคเคาท์ แต่การติดตามจะเจอตัวหรือไม่เจอตัวนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะบางครั้งเมื่อตรวจสอบได้ที่อยู่ เรามั่นใจ แต่พอไปถึงพบว่าไม่ใช่  

 

                เนื่องจากใช้ชื่อปลอม ที่อยู่ปลอม อีเมล์เพื่อน ในประเทศไทยคนเปิดแอคเคาท์ ไม่ต้องใช้ชื่อ-นามสกุลจริง รวมถึงไม่ต้องใช้บัตรประชาชน หรือเบอร์โทรศัพท์จริง  ทั้งนี้ เราดำเนินการ 2 เรื่องในตอนนี้ คือ พยายามตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองก่อนและต้องตามสืบจากคนข้างเคียงที่เข้ามาคอมเม้น เพื่อให้เจอตัว ซึ่งต้องใช้เวลา ขณะที่เฟซบุ๊กมีมาตรการหากเราสามารถตรวจสอบได้ว่า อันไหนเป็นอวตาร มีข้อความขึ้นมาแบบแย่ตลอด และไม่มีตัวตน ทางเฟซบุ๊กจะยกเลิกแอคเคาท์ให้  

            ซึ่งเขาไม่เคยทำกับใคร แต่จากากรที่ตนได้เดินทางไปอเมริกา พูดคุยกับเฟซบุ๊กทำให้เขาเข้าใจประเทศไทยมากขึ้น เพราะเราโดนเรื่องนี้เยอะ และในวันที่ 6 ก.พ.นี้ ทางเฟซบุ๊กจะบินมาประชุมร่วมกันกับเราที่ประเทศไทย  ทั้งนี้ ถือว่าทางเฟซบุ๊กให้ความร่วมมือ และเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมานายกฯสั่งในที่ประชุมให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง

                เมื่อถามว่ามีสื่อหลักในประเทศไทยที่เข้าข่ายบิดเบือนข้อมูลและเตรียมที่จะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า มีสื่อหลักที่เปลี่ยนตัวเองจากรูปแบบปกติไปเป็นออนไลน์ มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงซึ่งหลายเว็บที่เราเข้าไปตรวจสอบพบว่า เป็นการหมิ่นประมาท พูดไม่จริง และกล่าวหา ซึ่งคนที่เดือดร้อนคือคนที่ถูกกล่าวหา ดังนั้น คนที่ถูกกล่าวหาต้องฟ้องร้องดำเนินคดีเอง ซึ่งถือว่าเป็นไปตามกฎหมาย  แต่กรณีข่าวปลอมจัดอยู่อีกประเภทหนึ่ง หากตรวจสอบชัดเจนแล้วว่าเป็นข่าวปลอม ตั้งใจบิดเบือน และตอนนี้มีสื่อใหญ่ที่พอจะเข้าข่ายอยู่ ซึ่งอยู่ระว่างเก็บข้อมูลเพื่อดำเนินการในเร็วๆนี้

 

ข่าวทั่วไป

ติดตามสถานการณ์ ไวรัส"โคโรน่า" 

4 กุมภาพันธ์ 2563 - 10:48 น.
ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่,ไวรัส,อู่ฮั่น,ทีมแพทย์ไทย

อัพเดทสถานการณ์ล่าสุด "ไวรัสโคโรน่า" สายพันธุ์ใหม่ วันที่ 4 กุมภาพันธ์  ได้

        จากสถานการณ์การระบาดของ เชื้อ “ไวรัสโคโรน่า” ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ เฝ้าระวัง ทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสนี้แล้ว  ทาง “คมชัดลึก” ออนไลน์ ปรับหน้าเวปไซต์ข่าว เพื่อเกาะติด ในวิกฤตไวรัสโคโรน่านี้ รายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ท่านผู้อ่าน สามารถ ติดตามอ่านข่าว ที่มีความอัพเดต ต่อเนื่อง ตลอดทั้งวัน ทาง คมชัดลึก จึงได้รวบรวม ข่าวเกี่ยวกับสถานกาณ์ไวรัสโคโรน่า  เพื่อให้ท่านผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสารทั้งวันได้อย่างง่ายๆ

          22.37 น. ไวรัสโคโรน่าอีกแล้ว เอเอฟซี ประกาศเลื่อนฟุตซอลเอเชีย
          สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ประกาศเลื่อนการแข่งขันศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.- 8 มี.ค. ออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยของนักกีฬาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ โดยจะประกาศวันเวลาแข่งขันใหม่อีกครั้ง
          คลิกอ่านข่าว...https://www.komchadluek.net/news/sport/414588

          08.45 น. ไวรัสโคโรน่าคร่าอีก 64 ยอดแตะ 425-ติดเชื้อสะสมทะลุ 2 หมื่น 
          คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีน แจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ จากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 สิ้นสุดเที่ยงคืน เพิ่มเป็น 425 ราย ยอดผู้ติดเชื้อใหม่  3235 ราย ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 20,438 ราย 
          คลิกอ่านข่าว... https://www.komchadluek.net/news/foreign/414597

          09.35 น.  เกรงใจจีนต้องต้อนรับเสี่ยหนูขอรออู่ตะเภา  
          "อนุทิน" แจง ไม่เดินทาง ไปรับคนไทย เกรงใจจีน ต้องมาดูแล เผยจะไปรอรับที่ อู่ตะเภา ยัน จนท.ทุกคนกำลังใจดี
          คลิกอ่านข่าว... https://www.komchadluek.net/news/regional/414603

          11.34 น. ฮ่องกงพบผู้เสียชีวิตจาก"ไวรัสโคโรน่า"รายแรกแล้ว 
          สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า พบผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่รายแรกในฮ่องกง เป็นชายวัย 39 ปี โดยชายผู้นี้มีประวัติเดินทางไปเยือนเมืองอู่ฮั่นมาก่อนเมื่อเดือนม.ค. ถือเป็นผู้เสียชีวิตนอกจีนแผ่นดินใหญ่เพราะไวรัสชนิดนี้เป็นรายที่ 2
          คลิกอ่านข่าว...https://www.komchadluek.net/news/regional/414634

         12.09 น. หนุ่มจีนชูป้ายขอโทษคนไทยที่ทำให้กังวลใจจากไวรัสโคโรน่า         
          หนุ่มจีนชูป้ายขอโทษคนไทยที่ทำให้กังวลใจจากไวรัสโคโรน่า หลังจากที่มีประเด็นดราม่าร้านอาหารไทย จ.เชียงใหม่ เขียนป้ายไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน 
          คลิกอ่านข่าว... https://www.komchadluek.net/news/regional/414643

          09.59 น. ยอดคนไทยจากอู่ฮั่นไม่นิ่งบางคนไม่กลับ-ขอกลับเอง 
          "ดอน" ยอมรับยอดคนไทยบินกลับจากอู่ฮั่นไม่นิ่ง เหตุประสานงานยากเรื่องจุดรวมพลขึ้นเครื่อง -บางคนสมัครใจอยู่-กลับเอง

          คลิกอ่านข่าว... https://www.komchadluek.net/news/regional/414609

          10.38 น.ทีมแพทย์ไทยเหินฟ้ารับคนไทยในอู่ฮั่น  
          เที่ยวบินพิเศษแอร์เอเชียออกเดินทางไปรับ142คนไทย จากนครอู่ฮั่น กลับประเทศแล้ว  อนุทิน ยันมีความพร้อมทุกด้าน คาดถึงไทย19.00 น. พร้อมสถานที่รองรับไว้2แห่ง ยึดความสะดวกเจ้าหน้าที่
          คลิกอ่านข่าว... https://www.komchadluek.net/news/regional/414614
 

ยอดติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในจีนทะลุ 17,000-เสียชีวิต 361

3 กุมภาพันธ์ 2563 - 07:40 น.
ไวรัสโคโรน่า

รายงานสถานการณ์ประจำวันในจีน เผยมีผู้เสียชีวิตและติดเชื้อเพิ่มทำสถิติอีกครั้ง 


(ภาพปก  xinhuanet ) 


คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีน เผยรายงานสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ระบาด  มีผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชม. ถึงเที่ยงคืนที่ผ่านมา เพิ่มอีก 57 ราย ติดเชื้อใหม่ 2,829 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 361 ราย และติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 17,205 ราย 

อ่านข่าว-คำพูดจากใจผู้ป่วย"ไวรัสโคโรน่า" ถึงคุณหมอฮีโร่ในชุดกาวน์ 

ผู้เสียชีวิตใหม่ 57 คน อยู่ในมณฑลหูเป่ย ศูนย์กลางการระบาด 56 ราย อีก 1 รายอยู่ในฉงชิ่ง  

ที่หูเป่ย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,103 ราย เสียชีวิต 56  เพิ่มจากวันก่อนที่ตัวเลข 1,921 และ 45 

ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคอุบัติใหม่ในจีน ณ เวลานี้ มากกว่าโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน หรือ ซาร์ส เมื่อ 17 ปีก่อน ครั้งนั้น คร่าชีวิตชาวจีน 349 คน 

ส่วนผู้ติดเชื้อใน  29 ประเทศและเขตปกครอง   จำนวน 183  เสียชีวิต 1 เป็นชายชาวอู๋ฮั่นที่เดินทางเข้าไปในฟิลิปปินส์ 

ญี่ปุ่น 20 
ไทย 19 
สิงคโปร์ 18 คน
ฮ่องกง 15 คน
เกาหลีใต้ 15 คน
ออสเตรเลีย 12 คน
เยอรมนี 10 
ไต้หวัน 10 คน
มาเลเซีย 8 คน
สหรัฐอเมริกา 8 
มาเก๊า 8 
ฝรั่งเศส 6 
เวียดนาม 6 
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5 คน
แคนาดา 4 คน
รัสเซีย 2 
อังกฤษ 2 
อิตาลี 2 คน
ฟิลิปปินส์ 2 คน *** เสียชีวิต 1 คน 
อินเดีย 2 คน
สเปน 1
สวีเดน  1
ฟินแลนด์ 1
กัมพูชา 1 คน
เนปาล 1 คน
ศรีลังกา 1 คน
แองโกลา 1 

ด่วน! ฮ่องกงพบผู้เสียชีวิตจาก"ไวรัสโคโรน่า"รายแรกแล้ว

4 กุมภาพันธ์ 2563 - 11:27 น.
ไวรัสโคโรน่า,โคโรน่าไวรัส,ฮ่องกง,อู่ฮั่น,เสียชีวิตรายแรก

ด่วน! ฮ่องกงพบผู้เสียชีวิตจาก"ไวรัสโคโรน่า"รายแรกแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า พบผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่รายแรกในฮ่องกง เป็นชายวัย 39 ปี โดยชายผู้นี้มีประวัติเดินทางไปเยือนเมืองอู่ฮั่นมาก่อนเมื่อเดือนม.ค. ถือเป็นผู้เสียชีวิตนอกจีนแผ่นดินใหญ่เพราะไวรัสชนิดนี้เป็นรายที่ 2

ด้านคณะกรรมการถาวรโพลิตบูโรของจีนแถลงยอมรับว่าจีนล้มเหลวและมีข้อบกพร่องมากมายในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 360 รายและมีผู้ติดเชื้อจำนวนกว่า 17,000 ราย ทั้งยังทำให้มีการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ไปยังประเทศอื่นๆอีกกว่า 25 ประเทศ

 
ข่าวทั่วไป

หนุ่มจีนชูป้ายขอโทษคนไทยที่ทำให้กังวลใจจากไวรัสโคโรน่า

4 กุมภาพันธ์ 2563 - 11:47 น.
ดราม่า,นักท่องเที่ยวจีน,นททจีน,โคโรน่า,ไวรัสโคโรน่า,โคโรน่าไวรัส,สถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019,ขอโทษ,เชียงใหม่,ร้านอาหารไทย

หนุ่มจีนชูป้ายขอโทษคนไทยที่ทำให้กังวลใจจากไวรัสโคโรน่า หลังจากที่มีประเด็นดราม่าร้านอาหารไทย จ.เชียงใหม่ เขียนป้ายไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน

ประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์เกี่ยวกับร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งที่ จ.เชียงใหม่ มีการเขียนป้ายไว้ที่บริเวณหน้าร้านไม่ต้อนรับคนจีน เนื่องจากกลัวการระบาดของไวรัสโคโรน่า ซึ่งเรื่องนี้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จนกระทั่งไปถึงว่า จะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศหรือไม่นั้น ขณะที่ในเวลาต่อมาบัญชีทวิตเตอร์ซึ่งเป็นชาวจีนได้ทวิตฯ ข้อความขอโทษคนไทย จำนวนหลายข้อความด้วยกัน 

อ่านข่าว : สาวจีนทวิตข้อความขอโทษคนไทยหลังโดนติดป้ายไม่ให้เข้าร้านอาหาร

ล่าสุดโลกออนไลน์แชร์ภาพนักท่องเที่ยวชายชาวจีนรายหนึ่งถือป้ายระบุข้อความว่า "ผมคนจีน ขอโทษที่ทำให้พี่น้องชาวไทยกังวลใจเนื่องจากไวรัสโคโรน่าครับ ฉันรักเชียงใหม่ ฉันสบายดี

ภาพจากเฟซบุ๊ก : Suwannee khamma

สำหรับสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ล่าสุดนั้น คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของจีน แจ้งยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 20,438 ราย ส่วนนอกประเทศจีนยอดผู้ติดเชื้อใน 25 ประเทศ/เขตปกครอง อยู่ที่ประมาณ 184 รายเสียชีวิต 1 รายที่ฟิลิปปินส์ เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางไปจากอู่ฮั่น และล่าสุดที่ฮ่องกงอีก 1 รายเป็นชายวัย 39 ปี โดยชายผู้นี้มีประวัติเดินทางไปเยือนเมืองอู่ฮั่นมาก่อนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้ผู้เสียชีวิตนอกประเทศจีนขณะนี้เป็น 2 รายด้วยกัน 

อ่านข่าว : ไวรัสโคโรน่าคร่าอีก 64 ยอดแตะ 425-ติดเชื้อสะสมทะลุ 2 หมื่น

 
 ...............................................................
 
4 กุมภาพันธ์ 2563

 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน