*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5776
  • จำนวนผู้ชม : 3427398
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 862 , 21:01:33 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , Chaoying โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ตลาดสดใกล้บริเวณสนามบินอู่ตะเภาคงมีปลาทูตัวใหญ่ๆให้ซื้อหาได้ง่ายๆนะครับ กองทัพเรือจึงได้จัดอาหารมื้อแรกสำหรับ

ต้อนรับคนไทยที่กลับมาจากอู่ฮั่น ดังข่าว ...

เมื่อช่วงเย็นของวันนี้ ( 5 กุมภาพันธ์ 2563 ) ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การนำคนไทยกลับสู่มาตุภูมิกรณีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ได้โชว์ภาพอาหารที่ทางกองทัพเรือ จัดให้กับกลุุ่มคนไทยที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังติดตามดูอาการ โดยมีอาหารและผลไม้ ซึ่งเป็นมื้อเย็นวันแรก หรือวันที่ 1 ในการเฝ้าระวังติดตามอาการเป็นเวลา 14 วัน ณ อาคารกิจการอาคารรับรองสัตหีบ สวัสดิการอาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยอาหารวันแรกของช่วงเย็นได้นั้น เป็นอาหารโภชนาการกับสุขภาพ  มีเมนูอาหาร 5 ชนิด ได้แก่ น้ำพริกกะปิ ปลาทู ผัก ,ต้มจืดฟักตุ๋นน่องไก่ ,คั่วกลิ้งหมู ,ข้าวสวย ,ผลไม้

 

         

โอ้ยอดน้ำพริกปลาทูไทย .....

 

หน้าแรก / ในประเทศ

ส่อง 5 เมนูเด็ด! จัด'น้ำพริกปลาทู'อาหารเย็นมื้อแรกคนไทย เน้นสร้างภูมิคุ้มกันโรค

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 19.37 น.
 
เมื่อช่วงเย็นของวันนี้ ( 5 กุมภาพันธ์ 2563 ) ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การนำคนไทยกลับสู่มาตุภูมิกรณีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ได้โชว์ภาพอาหารที่ทางกองทัพเรือ จัดให้กับกลุุ่มคนไทยที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังติดตามดูอาการ โดยมีอาหารและผลไม้ ซึ่งเป็นมื้อเย็นวันแรก หรือวันที่ 1 ในการเฝ้าระวังติดตามอาการเป็นเวลา 14 วัน ณ อาคารกิจการอาคารรับรองสัตหีบ สวัสดิการอาคารรับรองกองทัพเรือ อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

โดยอาหารวันแรกของช่วงเย็นได้นั้น เป็นอาหารโภชนาการกับสุขภาพ  มีเมนูอาหาร 5 ชนิด ได้แก่ น้ำพริกกะปิ ปลาทู ผัก ,ต้มจืดฟักตุ๋นน่องไก่ ,คั่วกลิ้งหมู ,ข้าวสวย ,ผลไม้

ทั้งนี้ อาหารที่นำมาให้ผู้กลับสู่มาตุภูมิรับประทาน จะเสริมสร้างให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ และสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้นโดยอาหารทุกมื้อจะมีพืชผัก และผลไม้ ซึ่งจะเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย และมีใยอาหาร ซึ่งจะสร้างความเจริญเติบโตของร่างกาย และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย โดยอาศัยหลักทางโภชนาการในการรักษาได้

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
'บิ๊กตู่'วิดีโอคอลคนไทยกลับจากอู่ฮั่น  ขอโทษช้าไปบ้าง แต่พยายามทำเต็มที่

'บิ๊กตู่'วิดีโอคอลคนไทยกลับจากอู่ฮั่น ขอโทษช้าไปบ้าง แต่พยายามทำเต็มที่

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 19.55 น.
 
 

นายกฯ วีดีโอคอลตัวแทนคนไทยกลับจากอู่ฮั่น บอกดีใจมากพาทุกคนกลับบ้านเกิดสำเร็จ พร้อมขอโทษช้าไปบ้าง ยันรบ.พยายามทำเต็มที่

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกรายการ Government weekly Special ในช่วง PM Talk ทางเพจไทยคู่ฟ้า โดยวิดีโอคอลคุยกับตัวแทนคนไทยที่เดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีนว่า โดยให้กำลังใจและแสดงความยินดีที่ทุกคนได้กลับบ้านเกิด ซึ่งถือเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพราะหลังจากนี้ก็ต้องกลับไปศึกษาหรือทำงานกันต่อ

ทั้งนี้ตนได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารเรือ รองนายกรัฐมนตรี และทางสาธารณสุขซึ่งหมอทุกคนมีความตั้งใจตั้งแต่นำพาทุกคนกลับจากจีน อย่างไรก็ตามต้องขอโทษทีที่ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะกลับมาได้ แต่ทุกคนมีความสุขกันหรือไม่ ทั้งนี้ที่ผ่านมานายกฯเองรวมถึงหน่วยงานต่างประเทศก็พยายามทำเต็มที่ แต่สถานการณ์ยังไม่ปกติจึงต้องดูแลกันก่อน

พร้อมกันนี้พล.อ.ประยุทธ์ สอบถามว่า มีอะไรอยากให้นายกฯ ดูแลเพิ่มเติมหรือไม่ โดยตัวแทนคนไทยระบุว่า ระหว่างพักอยู่ที่นี่มีหมอและเจ้าหน้าที่กองทัพเรือดูแลอย่างดีทุกอย่างและมีความสุขดี

จากนั้นนายกฯ กล่าวต่อว่า ถือว่าทุกคนได้พักผ่อนชายทะเลไม่กี่วันเดี๋ยวก็ได้กลับบ้านไปพูดคุยกับพ่อแม่ ขอให้ใช้เวลาช่วงนี้ให้ปลอดภัยก่อน

ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวด้วยว่า "ดีใจ ดีใจมาก ๆ เลยรัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่ และต้องขอขอบคุณทางการจีนด้วยเราต้องช่วยกันเพราะเรากับจีนเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนกันมาอย่างยาวนานเราต้องเห็นใจเขาด้วย" จากนั้นนายกฯ ได้ทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ทส่งให้กลับตัวแทนคนไทยผ่านวิดิโอคอล

จากนั้นนายกฯได้พูดคุยกับนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช อายุรแพทย์โรคปอด นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลราชวิถี และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี ผู้หาวิธีรักษาเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ถึงสถานการณ์ไวรัสโคโรนาล่าสุด

โดยนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เราคอนโทรลได้อยู่ เพราะถ้าเฟส 3 คือการระบาด ก็อย่าตื่นตระหนกกัน เพราะมาตรการเราก็ไปเยอะพอสมควร เราพยายามรักษาด้วยความรอบคอบ เร็วเกินไปบางทีเกิดปัญหาแทรกซ้อนในภายหลัง ก็คือปัญหา มันเกี่ยวกับมนุษย์ เกี่ยวกับคน ซึ่งต่างประเทศก็สนใจที่เรากำลังวิเคราะห์วิจัยกันอยู่ และติดตามความก้าวหน้าจากหมอทุกวัน โดยเฉพาะทางจีน และในอาเซียน ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ หลังจากที่สถานการณ์ไปถึงระดับหนึ่งแล้ว ตนคิดว่าต้องมีการพูดคุยในระดับอาเซียนในระดับรัฐมนตรีของเรา เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาไข้หวัดโคโรนาในภูมิภาคเราได้เป็นผู้เสนอแนวทางปฏิบัติที่ดีของเราไปให้เขาใช้ปฏิบัติด้วย และจากสถานการณ์ข่าวสารวันนี้เราน่าจะสบายใจได้นิดหนึ่งหรือไม่ที่ไม่มีการเสียชีวิตในประเทศของเรา

นายกฯ กล่าวว่า ตอนมีคนอยู่สองส่วน คืออยู่ในค่ายต้องกักตัว 14 วัน และอีกส่วนไม่ได้ติดอะไรทั้งสิ้นแต่ต้องป้องกันตัวเอง เท่าที่ฟังหลายคนบอกเราไม่เตรียมการอะไรเลยหรือ ซึ่งที่จริงเราเตรียมการมาตลอด การที่จะสร้างการรับรู้ต้องระมัดระวัง ไม่ได้ปกปิดใครทั้งสิ้น และด้วยความร่วมมือจากอดีตหมอเก่าๆ อดีตปลัดกระทรวง ที่มาช่วยกันด้วย ส่งมาถึงคนรุ่นใหม่ นี่คือการขับเคลื่อนการทำงานทุกปัญหาด้วยคนไทยของเราทั้งหมดเป็นที่น่าภาคภูมิใจระบบสาธารณสุขไทยเราถือว่าเป็นระดับต้นของโลก โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาไข้อุบัติใหม่  โรคซาร์ส ไข้หวัดนกเราก็ทำได้ดี ก็ขอให้ประสบความสำเร็จ หากมีอะไรที่จะให้รัฐบาลสนับสนุนส่งเสริมหรืออยากให้นายกฯได้พูดกับประชาชนเพิ่มเติมขอให้ส่งมา นายกฯติดตามทุกวันทั้งทางสื่อโซเชียลต่างๆ และเรื่องหน้ากากอนามัยได้ให้กระทรวงพาณิชย์ไปตรวจสอบแล้ว ปรากฎว่าทางโรงงานกำลังเร่งผลิตออกมาเพราะมีความต้องการสูงในขณะนี้ และเราต้องผลิตให้คนในประเทศด้วย ปัญหาคือที่จัดจำหน่ายประชาชนไม่อยากเดินทางไปไกล บางคนอยากซื้อฝากคนโน้นคนนี้บ้าง ในขณะที่การผลิตยังไม่ได้มากนักยังไม่เต็มประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ เราก็อาจต้องกำหนดจำนวนบ้าง จีนตนเห็นเขาเข้าแถวเป็นกิโลฯเขาขาดมากกว่าเรา ดังนั้นเราต้องผลิตให้พอทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย

นายกฯ กล่าวว่า ขณะที่ประชาชนต้องดูตัวเองว่ามีไข้สูงหรือไม่ ทุกอย่างต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง วันนี้โรคอุบัติใหม่มี 8-9 อย่าง ขอร้องแล้วกันหากต้องการสอบถามข้อสงสัยแจ้ง 1422 แล้วอย่าเชื่ออย่าแชร์ข่าวปลอม หลายคนบอกรัฐบาลบิดเบือนหรือเปล่า ไปบอกว่าข่าวปลอม ก็มันไม่ตรงกับที่เราทำเลย สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเชื่อ วันนี้เราต้องร่วมมือกันกับประชาคมโลก เพราะเป็นโรคที่แพร่กระจายเร็ว ตนหวังว่าทุกคนจะเป็นทีมงานในการให้คำแนะนำ เพราะเราเป็นมิตรกันทั้งสิ้น เราต้องหยุดการระบาดในแต่ละประเทศให้ได้ นั่นคือแนวทางการปฏิบัติของเรา ขอฝากไปถึงประชาชนทุกคน ทุกภาคส่วนขอให้ร่วมมือกันแก้ปัญหาและเราต้องไม่รังเกียจเดียดฉันท์ใคร ไม่ว่าประเทศใดก็ตาม หากเรามีความร่วมมือกัน มีการคัดกรองที่ดีแล้ว ก็น่าจะขจัดหรือยุติการแพร่ระบาดได้ในอนาคต  ตนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะแก้ได้เร็วดีขึ้นและนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ในวันหน้า หากเราคิดได้เองจะเยี่ยมยอด ตนเชื่อมั่นและขอบคุณทุกคน คนไทยและคนต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งคนของเราและแขกของเราต้องได้รับการดูแลที่เท่าเทียมกัน เช่นเดียวต่างประเทศก็ต้องดูแลคนของเราในต่างประเทศด้วย และขอบคุณไปยังบุคลากรของทางการแพทย์ สาธารณสุข และเอกชนที่ช่วยกันกำจัดและทำความสะอาดในสถานที่ที่มีความเสี่ยง รวมถึงในขนส่งมวลชน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวต่อไป ซึ่งช่วงนี้อาจจะลดลงเป็นเรื่องธรรมดา

ด้าน อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดต้องถือว่าอยู่ในเฟสที่ 2 เพราะมีการแพร่เชื้อในประเทศ แต่ว่ากระทรวงสาธารณสุขเองได้รับความห่วงใยจากนายกฯส่งผ่าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สั่งการทุกกรมให้ทำงานบูรณาการกันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ดึงเฟส 2 ให้นานที่สุดและมีคนไข้ให้น้อยที่สุด ส่วนกรณีที่หากจะมีการเสียชีวิตก็จะอยู่ที่ความรุนแรงของโรคและตัวผู้ป่วยเอง แต่ในประเทศไทยที่สามารถตอบโต้เรื่องนี้ได้เร็ว ทางกรมฯเองก็ได้จัดอบรมหมอ พยาบาลก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่จะมีแนวทางการปฏิบัติเหมือนกันหมด และเมื่อองค์การอนามัยโลกประกาศโคโรนาเป็นปัญหาทางสาธารณสุขฉุกเฉินระดับนานาชาติ เราจึงให้เอาแนวทางที่เราอบรมแล้วมาปรับวิธีการรักษาใหม่ ซึ่งขณะนี้หมอ พยาบาล 300 กว่าคน กำลังประชุมและถ่ายทอดวีดีโอไปทุกโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข สำหรับวิธีป้องกันตัวเองคือ  3 อ. 2 ส. คือออกกำลังกาย ทานอาหารครบ 5หมู่ อย่าเครียด ส่วน 2 ส.ห่างไกลสุราและยาเสพติด รวมถึงการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และใส่หน้ากากฯ ส่วนเรื่องการแพร่เชื้อต่างๆเราสกัดกั้นได้ดี ขณะที่โรงพยาบาลของเราที่รับเฉพาะทางคือสถาบันบำราศนราดูร รพ.ราชวิถี รพ.นพรัตน์ฯ และรพ.เด็ก หากใครมีไข้ ไอ หอบเหนื่อยให้ไปโรงพยาบาล เราจะตั้งคลินิกไข้หวัดเพื่อทำงานวันสต็อบเซอร์วิส เราจะดูแลให้ดีที่สุด

ด้านนพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ผลตรวจหลังจากที่ได้รับยาสูตรที่ให้ไปผลจากบวกเป็นลบถึงสองครั้งแล้ว จากที่ก่อนหน้านั้นมีอาการหนัก ถือว่าดีขึ้นมาก ซึ่งต่างประเทศก็สนใจติดตาม ทั้งจีน ฟิลิปปินส์ ด้านการวิจัยคงต้องได้รับการต่อยอด

ขณะที่ รศ.นพ.สืบสาย กล่าวว่า ครั้งแรกในการศึกษาผู้ป่วยรายนี้เรียกว่าเคสรีพอร์ต เนื่องจากปัจจุบันโรคอุบัติใหม่รายนี้ยังไม่มีใครมีข้อมูลด้านการรักษา เราอาจจะใช้วิธีการเทียบเคียงกับโรคซาร์สหรือโรคเมอร์สที่เคยเกิดขึ้น พบว่ามีการพยายามรักษาในคนไข้ที่มีอาการรุนแรงก็มีการใช้ยาหลายตัว ปัจจุบันก็มียาจำนวนมากที่พยายามใช้ในการรักษา แม้จะยังไม่ได้บรรจุเป็นมาตรฐานการรักษา แต่แพทย์ทุกท่านก็พยายามทำการรักษาอย่างเต็มที่ไม่ทอดทิ้ง

กำลังใจดี!! 'บิ๊กตู่'เผยหลังคุยคนไทยจากอู่ฮั่น ยันทุกคนดีใจได้กลับบ้าน

กำลังใจดี!! 'บิ๊กตู่'เผยหลังคุยคนไทยจากอู่ฮั่น ยันทุกคนดีใจได้กลับบ้าน

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 16.36 น.

"บิ๊กตู่"เผยหลังคุยกับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น ยันทุกคนดีใจได้กลับบ้าน-กำลังใจดี และเข้าใจขั้นตอนทางการแพทย์

เมื่อเวลา 15.40 น.วันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว "ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha" ว่า "บ่ายวันนี้ผมได้อัดรายการ PM Talk พูดคุยผ่าน VDO call กับทีมแพทย์และคนไทยบางส่วนที่เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่นเมื่อคืนนี้ ทุกคนดีใจที่ได้กลับบ้าน ยังมีกำลังใจดี และเข้าใจขั้นตอนการดำเนินงานของรัฐบาล"

 "นอกจากนี้ ยังมีทีมแพทย์ที่มาพูดคุย ให้สาระ ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ #ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่2019 ด้วยครับ ติดตามได้วันนี้ (5 ก.พ. 63) เวลา 18.00 น.ที่เพจ ไทยคู่ฟ้าครับ"
 
 


'อาหารไทยสู้ภัยโรคไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น' : ดร.อาทร จันทวิมล

'อาหารไทยสู้ภัยโรคไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น' : ดร.อาทร จันทวิมล

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 14.15 น.

ท่ามกลางวิกฤติการณ์ที่ทำให้คนทั่วโลกตกใจครั้งยิ่งใหญ่ในระยะนี้ คือการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบไวรัสโคโรน่าจากเมืองจีน ที่หมอฝรั่งแผนปัจจุบันไม่มียารักษาโดยตรง แต่มีหมอไทยจากโรงพยาบาลราชวิถี ได้นำยารักษาไข้หวัดใหญ่ ชื่อทามิฟลู โอเซลทามิเวียร และยารักษาโรคเอดส์ที่ชื่อ โลปินาเวียร์ กับ ริโทนาเวีย มาผสมกันใช้รักษาผู้ป่วยได้ผลดี จนมีข่าวกระจายไปทั่วโลก ทำให้ข้าพเจ้าพยายามค้นหาต้นตอว่า ยาวิเศษทั้งสามชนิดนั้น ทำมาจากอะไร แล้วตามด้วยการค้นหาส่วนผสมในอาหารไทยและ ยาแผนโบราณ ที่ใช้ป้องกันรักษาโรคหวัด ทั้งในตำราของไทย และตำรับอายุรเวชของอินเดีย เพื่อจะได้หาทางดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ แล้วค้นพบว่า มีอาหารไทยหลายอย่างที่น่าจะมีสารป้องกันรักษาโรคไวรัสที่น่ากลัวชนิดนี้ได้ 

เช่น แกงส้มดอกแค แกงเลียงฟักเขียว ไก่ตุ๋นฟักมะนาวดอง ข้าวอบสัปปะรด ไก่ผัดกะเพราไข่ดาว เป็ดและไข่พะโล้ ข้าวขาหมู เนื้อตุ๋น ก๋วยเตี๋ยวเป็ด ก๋วยเตี๋ยวเรือ ต้มยำกุ้ง ต้มโคล้ง แกงป่า กระเพาะปลา ไก่ผัดขิง กุ้งทอดซอสมะขาม ต้นอ่อนทานตะวันผัดกะเพราหอมใหญ่ พล่ากุ้ง ห่อหมกใบโหระพา ยำคาวตอง ข้าวหมกไก่อิสลาม พริกลาบคั่วมะแข่นล้านนา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียงและก๋วยเตี๋ยวผัดปูจันทบุรี ผัดหมี่โคราช หมูฮ้องภูเก็ต น้ำขิง น้ำสัปปะรด น้ำมะขามป้อม น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง ฯลฯ ซึ่งถึงแม้จะยังไม่มีการวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับอาหารดังกล่าว แต่ก็ไม่เป็นการเสียหายอันใดที่จะจัดให้ผู้ป่วยหรือผู้อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง หรือบุคคลทั่วไปที่ไม่ป่วย ได้กินเพื่อความอิ่มท้องได้อย่างมีความสุข  

 

ยาโลปินาเวียร์ เป็นยาต้านไวรัสโรคเอดส์ ใช้วัตถุดิบที่ทำมาจากต้นเอ็กไคนาเซีย เพอร์พูเรีย (Echinacaea purpuria) ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของพวกอินเดียนแดง ใช้รักษาโรคหวัด ปวดฟัน ตาอักเสบ งูกัด แผลติดเชื้อ ฆ่าเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ เป็นพืชในสกุลทานตะวัน ซึ่งเมื่อตามไปค้นในกูเกิล พบว่ารากและลำต้นทานตะวันสามารถใช้เป็นยาแก้ไอ ขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้อาการร้อนใน ต้นอ่อนทานตะวัน ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น เมล็ดและต้นอ่อนทานตะวันผัดกะเพราหอมใหญ่ จึงเป็นอาหารที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง

ยา ริโทนาเวีย เป็นยาเพิ่มความต้านทานโรคเอดส์ ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ใช้สารสำคัญจากใบแปะก๊วย (Ginko Bilobe) ซึ่งได้มาจากต้นแปะก๊วย (Maidenhair tree) ซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ สูง 100 ฟุต มีมาตั้งแต่ 270 ล้านปีก่อนและเป็นอาหารของไดโนเสาร์กินพืช มีต้นกำเนิดในประเทศจีน หมอจีนใช้บำบัดอาการไอ หืด และภูมิแพ้มานับพันปี ดังนั้น การกินลูกแปะก๊วยต้มน้ำตาล เป็นของหวานก็เป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วยหรือผู้อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง

 

 

ศิลาจารึกวัดโพธิ์ ได้จารึกตำรับยาสำคัญชนิดหนึ่งชื่อ จตุผลาธิกะ (Chatuphalatika CTPT) ซึ่งเป็นตำรับยาไทยแผนโบราณ อันสืบเนื่องมาจากชื่อผลไม้ที่เป็นเภสัชอายุกว่า 2,500 ปี สมัยพระพุทธเจ้าจากพระไตรปิฎก  ประกอบด้วย สมอไทย (Terminalia chebula Retz.) สมอพิเภก (Terminalia bellirica Linn, Combretaceae)สมอเทศ (Terminallia Arjuna Roxb.) และมะขามป้อม (Phyllanthus emblica Linn.Euphobiaceae) มีสรรพคุณ ขับล้างกำจัดสารพิษ เสริมระบบคุ้มกัน ถ่ายไข้ และเสริมการทำงานของเม็ดเลือด โดยมีการวิจัยทางการแพทย์สนับสนุน (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/29298537) ดังนั้น การกิน สมอไทยแช่อิ่ม หรือมะขามป้อมจิ้มเกลือ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี

คนไทยโบราณ มีวิธีแก้ไข้หัวลม ซึ่งมักเกิดตอนเปลี่ยนฤดู ช่วงเดือนธันวาคม ถึง พฤษภาคม ด้วยการกินแกงส้มดอกแค เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย เพราะแกงส้มมีมะขามเปียกที่มีวิตามินซีสูง ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ และดอกแคก็ช่วยลดไข้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ยังนำครกตำหอมแดงไปวางไว้ในมุ้งหัวนอนของเด็กที่เป็นหวัดหายใจไม่สะดวกได้ผลดีมาแล้วหลายร้อยปี 

ตำราแพทย์แผนโบราณของไทยและตำราอายุรเวชของอินเดีย ได้ระบุชื่อพืชผักสมุนไพรที่ใช้ป้องกันและรักษาโรคหวัด ที่ใช้เป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่น กะเพรา  โหระพา แมงลัก สะระแหน่ หอมแดง ตะไคร้ กระเจี๊ยบ มะขามป้อม ขิง มะนาว มะขามเปียก ฟักเขียว มะแข่น คาวตอง

 

 

กะเพรา ( Ocimum tenuiflorum, Holy Sacred Basil) เป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นราชินีแห่งสมุนไพรของอินเดีย และแพทย์แผนโบราณของไทย มีสรรพคุณป้องกันไข้หวัด เสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ปอดทำงานดีขึ้น ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ขับพิษไข้ ขับเสมหะ แก้ไอ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อาหารเครื่องดื่มไทยที่มีกะเพราเป็นส่วนผสม ได้แก่ ผัดกะเพรา กับหมู-ไก่-ปลากระป๋อง-ไส้กรอก-เบคอน หรือแหนมโดยอาจใส่บะหมี่มาม่า หรือวุ้นเส้นเข้าไปด้วย แกงเลียงฟักใส่กะเพราเยอะๆ ผัดเผ็ดกะเพราใส่ปลาดุก-กบ-ปลาไหล ใบกะเพราทอดกรอบ  น้ำกะเพราแดงคั้นผสมน้ำผึ้ง ใบกะเพราชงหรือต้มใส่น้ำตาลดื่มแทนน้ำชา

โหระพา (Ocimum basilicum Linn.) เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชีย สกุลเดียวกับกะเพรา  มีสรรพคุณ บรรเทาการเจ็บคอ อาเจียน ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ใช้กินสดกับลาบ ส้มตำ ยำ ทำแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ไข่เจียวโหระพา หรือต้มใบโหระพาแห้งใช้ดื่ม แก้หวัด

แมงลัก (Ocimum africanum) เป็นพืชสกุลเดียวกับกะเพรา และโหระพา เป็นยาเย็น ใบสดมีสรรพคุณแก้หวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล หลอดลมอักเสบ ขับเหงื่อ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ใช้กินกับขนมจีนน้ำยาป่า ใส่เครื่องแกง ห่อหมก แกงเลียง แกงหน่อไม้อีสาน ตำรายาแก้หวัดแผนโบราณของไทย ใช้ใบและต้นแมงลักสด 1 กำมือใส่ครกตำคั้นน้ำ หรือต้มกิน 1 ถ้วยตะไล 3 เวลาหลังอาหาร

 

 

สะระแหน่  (Mellissa officianlis) เป็นพืชพื้นเมืองแถบทะเลเมดิเตอเรเนียนและ ยุโรปตอนใต้  มีสรรพคุณ  บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก ลดน้ำมูก แก้ไอ ลดการอักเสบในปาก ลดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ทำลายแบคทีเรีย ใช้แต่งกลิ่นและรสของอาหาร เช่นลาบ ยำ  และกินกับน้ำพริก

หอมแดง (Allium ascalonicum)หอมใหญ่  (Onion) กระเทียม  (Garlic) และมะนาว (Lemon) หอมแดง มีสรรพคุณแก้ไข้หวัดในเด็กได้ผลดี บรรเทาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอครืดคราด ต้านการอักเสบ คนไทยโบราณจะ ใช้หอมแดงทุบกับเปราะหอมสุมหัวเด็ก หรือทุบหอมแดงแช่น้ำอุ่นให้อาบ ทำให้หายใจคล่อง หอมใหญ่ มีฤทธิ์ต้านไวรัสหวัด ขยายหลอดลม กระเทียมเป็นพืชที่นิยมนำมาใช้รักษาหวัดมายาวนาน เพราะมีคุณสมบัติต้านเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย มะนาวมีวิตามินซีสูง เพิ่มภูมิต้านทานโรคหวัด อาหารไทยที่ใช้หัวหอมแดง หอมใหญ่ กระเทียม และมะนาว เป็นส่วนผสม ได้แก่ หมูไก่กุ้งทอดกระเทียม ลาบ พล่าเนื้อ-กุ้ง แสร้งว่า ยำไข่ต้ม ยำปลากระป๋อง ปลานึ่งมะนาวกระเทียมสด ต้มโคล้งปลากรอบ กระเทียมดอง ไก่ผัดหอมใหญ่ น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง

ขิงสด (Ginger) มีสรรพคุณแก้หวัด แก้ไอ  ลดน้ำมูก ฆ่าเชื้อไวรัส   อาหารและเครื่องดื่มที่ใช้ขิงได้แก่ ไก่ผัดขิง  น้ำขิง   เต้าฮวย ขิงดอง 

 

 

ตะไคร้ (Lemon Grass) แพทย์จีนนิยมนำมารักษาโรคหวัดและปวดศรีษะ  มีสรรพคุณ รักษาหวัด แก้ไข้ แก้อักเสบ  ลดน้ำมูก  เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัสหวัด   อาหารเครื่องดื่มที่มีตะไคร้เป็นส่วนผสม ได้แก่ ยำตะไคร้ใบมะกรูด  น้ำตะไคร้ผสมน้ำผึ้ง    ต้มยำกุ้ง–ไก่-ปลาช่อน

มะระจีน (Bitter Lemon) ใช้ป้องกันบรรเทาหวัด  ลดไข้ตัวร้อน ร้อนใน เบื่ออาหาร  อาหารที่มีมะระเป็นส่วนประกอบได้แก่มะระยัดไส้หมูสับ  ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ   มะระผัดไข่ขาว  ไข่ตุ๋นมะระ  ยำมะระกุ้งสด  ปลาทูนึ่งมะระเต้าเจี้ยว  หรือลวกจิ้มน้ำพริก 

มะแข่น ( Zanthoxylum limonella Alston) เป็นพืชสมุนไพรปรุงรสของภาคเหนือที่มีสรรพคุณต้านโรคหวัด ต้านเชื้อไวรัส ต้านแบคทีเรีย   ต้านเชื้อราบางชนิด  ปลูกมากที่น่านและแพร่ ใช้ทำอาหารล้านนาเช่นลาบ หลู้ ตำหวายและอาหารกะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน

พลูคาวหรือคาวตอง (Houttuynia cordata Thunb.) เป็นผักพื้นเมืองของไทย เวียดนาม จีน เกาหลี เนปาล และญี่ปุ่น มีสรรพคุณเพิ่มความต้านทานโรคหวัดใหญ่ รักษาโรคติดเชื้อและทางเดินหายใจ รักษาปอดอักเสบ  ต้านไวรัสบางชนิด  ยับยั้งมะเร็งเม็ดเลือดขาว ใช้กินใบสดกับลาบ น้ำพริก ส้มตำ แหนมเนือง หรือใช้ใบสดคั้นน้ำดื่ม

มะขามและมะขามเปียก (Tamarin) แก้ไอ ขับเสมหะ  อาหารและเครื่องดื่มที่มีมะขามเป็นส่วนผสม ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวผัดปูจันทบุรี ผัดหมีโคราช กุ้งทอดซอสมะขาม  แกงส้ม จอผักกาด เค็มบักนัด  น้ำพริกหนุ่ม น้ำมะขาม มะขามแช่อิ่ม  มะขามหวาน 

ฟักเขียว ( Benincasa hispida) เป็นยาเย็น สรรพคุณ ลดไข้ แก้ไอ หลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ แก้โลหิดเป็นพิษ อาหารที่ใช้ฟักเขียวได้แก่ กระดูกหมูตุ๋นฟัก ผัดฟักเจ ไก่ตุ๋นฟักมะนาวดอง  แกงจืด 

ผักกูด (Diplazium esculentum) สรรพคุณ ลดไข้ ดับพิษร้อนในร่างกาย แก้พิษอักเสบ บำรุงโลหิต ใช้ใบต้มแล้วดื่ม ยำ ผัดน้ำมันหอย หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก แต่ไม่นิยมกินสดเพราะมีเมือกอยู่ที่ก้าน

หัวไชเท้า (Raphanus sativus subsp. Longipinnatus)  หรือหัวผักกาด  มีฤทธิ์เป็นยาเย็น  คนญี่ปุ่นนิยมกินกับปลาดิบ มีสรรพคุณ แก้ไข้ตัวร้อน กระตุ้นการทำงานของปอด แก้ไอเรื้อรัง ขับเสมหะ ลดการอักเสบ เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ใช้ทำหัวไชเท้าต้มกระดูกหมู หรือ หัวไชโป๊ยำ กินกับข้าวต้ม ขนมหัวผักกาด  ใส่ใน แกงจืด  แกงส้ม
สัปปะรด (Pineapple) มีวิตามินซีสูง เพิ่มภูมิคุ้มกันโรคหวัด  ลดไข้ ขจัดเสมหะ ขับปัสสาวะ  อาหารเครื่องดื่มที่มีสัปปะรดเป็นส่วนประกอบได้แก่ผัดเปรี้ยวหวาน ข้าวอบสัปปะรด  น้ำสัปปะรดคั้น 

คนไทยมีของดี คืออาหารไทยที่ปู่ย่าตายายให้มรดกมาอยู่กับตัวที่ในครัวแล้ว   โปรดนำมาใช้ป้องกันไวรัสโคโรน่าอู่ฮั่นอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุขกันเถิดครับ

...........................

ดร.อาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย

ต่างประเทศ

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป

 

ข่าว Like สาระ

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป

 ..................................................................

หน้าแรก / World Coronavirus เปิดใจ "กัปตันแอร์เอเชีย" เบื้องหลังภารกิจอู่ฮั่น

เปิดใจ "กัปตันแอร์เอเชีย" เบื้องหลังภารกิจอู่ฮั่น

 
นักบินแอร์เอเชีย เปิดเบื้องหลัง ภารกิจรับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น ลั่น ผมไม่ใช่ฮีโร่

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.63 เฟซบุ๊ก Manoon Jarornloy เผยแพร่ความรู้สึกการบินไปรับคนไทยจากอู่ฮั่น ว่า

ผมไม่ใช่ฮีโร่…

หลายคนที่รู้จักผม…ตอนเช้าของวันที่4 คงรู้แล้วว่า ผมเป็นคนบินไปรับคนไทยในหวู่ฮั่น(WUH) เพราสื่อต่างๆ ออกข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก และเผอิญมีภาพบางภาพในข่าว มีติดรูปผมไปด้วยทั้งที่ตามแผนของคณะทำงาน ที่มีกระทรวงต่างประเทศ เป็นแม่งาน ไม่ได้เป็นอย่างนั้น…

…สั้น…เงียบ…ใช้คนน้อยสุด…คือสิ่งที่ตกลงกันไว้…แต่อย่างว่า บางอย่างก็เหนือการควบคุม…

ตอนไวรัสโคโรนาเริ่มระบาด…ทางด่านควบคุมโรคดอนเมือง…ได้ทำงานร่วมกับสายการบิน ในการตรวจคนที่มาจากWUH อย่างต่อเนื่อง…ก่อนที่ข่าวจะดังเสียอีก

สายการบินเรา…จากปกติ…ที่ทำการฆ่าเชื้อตามวงรอบ…ก็มาทำถี่ขึ้น และกลายทำทุกเที่ยวบินทันที ที่กลับจาก WUH ก่อนนำไปใช้ต่อ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่า เครื่องเราสะอาดแน่ๆ สำหรับ ผดส ทุกคน

การตรวจ ผดส มีเฉพาะขาเข้า…แต่เราคิดว่า ไม่พอ และเป็นปัญหาที่ปลายทาง ถ้ามีคนที่มีไข้ แม้ไม่ได้เป็นไข้หวัดหวู่ฮั่นก็ตาม

รวมทั้ง. เราต้องการความมั่นใจว่า…ผดส คนอื่น รวมทั้งน้องๆพนักงานของเรา จะปลอดภัยในการโดยสารกับเรา…ทีมงาน Exit Screen จึงเกิดขึ้น อย่างฉุกละหุก ด้วยความร่วมมือของน้องๆนักบินที่เป็นหมอ น้องๆลูกเรือที่เป็นพยาบาลโดยหัวหน้าลูกเรือคนสวยและทีมในแผนกเป็นกำลังหลัก security GS รวมทั้ง Safetyด้วย

หมอป๊อก…กับทีมแพทย์สี่คน ที่เป็นนักบินของเรา ทั้งเป็นกำลังหลักในการตรวจ…และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ให้น้องๆในทีม ก็ไม่สามารถมาได้ทุกวัน เพราะเราต้องทำระยะยาว ผมเลยเรียนปรึกษา CEO เพื่อที่จะจ้างพยาบาลมาช่วย

ระหว่างนั่งทำงานรอ…ครูม้ง ซึ่งเป็น HFO ของเราเดินมาหา บอกว่า CEO เรียกพบ…

…พี่ต๊อกบอกว่า…เราอาจต้องทำเที่ยวบินรับคนไทยจากWUH มึงว่าไง… ม้งพูดกับผมระหว่างเดินไปห้องทำงาน CEO

 

กูกำลังคิดเรื่องนี้พอดี ว่าทำไมรัฐบาลไม่เอาคนออกมา…ไม่มีปัญหาหรอก เดี๋ยวกูบินเอง…ผมบอกกะม้ง

งั้นมึงกะกูบินด้วยกัน จะได้ตัดปัญหา…ไม่ต้องเอาคนอื่นไปเสี่ยง ม้งบอกผมก่อนเข้าห้อง CEO

...พี่ รบ ขอความร่วมมือมา…ให้เรารับคนไทย จากหวู่ฮั่นพี่ว่าไง…พี่ต๊อกเอ่ยขึ้น

พร้อมครับ…ม้งตอบ เดี๋ยวผมสองคนบินเอง น้องลูกเรือก็ไม่น่ามีปัญหา…

งั้นผมตอบตกลงเขาไปนะ น่าจะประมาณวันที่1-2 เราพร้อมนะ…

พร้อมครับ…เราตอบพร้อมกัน

วันรุ่งขึ้น…ม้ง ผม และหัวหน้าลูกเรือ โดนเรียกให้ไปประชุมด่วนกับคณะทำงานของ รบ.ที่มีทั้งทีมแพทย์ ท่าฯ ตม.ทหาร ที่กรมกงสุล

เราแบ่งหน้าที่กันทำตามความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย…ส่วนวันเวลานั้น รอคอนเฟิร์มจากจีน

ขอให้เป็นความลับนะ…ท่านอธิบดีบอก ก่อนเลิกประชุม…ผมเหลือบไปเห็นไลน์เด้งขึ้นมา เลยตอบไปว่า…

…ไม่ลับแล้วล่ะครับ…มีการแถลงแล้วว่า… ไปวันที่ 1 …

ทุกคนในห้องถอนหายใจดังเฮ้อ…

คนจะไปยังไม่รู้เลย ว่าจะไปวันไหน…ผมคิดในใจ

กลับจากประชุม…ผมไปงานเลี้ยง ชนอ.ม้งต้องไปร่วมวางแผนกับแผนกอื่นๆ และรายงานการประชุม ให้พี่ต๊อกฟัง เลยถูกพี่ต๊อกขอให้เปลี่ยนคนบิน จากเดิม ผม ม้ง และปุ้ม หัวหน้าลูกเรือ เพราะแกบอกว่า ถ้าพวกพี่โดนกัก จะทำไง…เพราะสามคนไปด้วยกัน ใครจะทำงาน เพราะทั้ง ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ ไปกันหมด ซึ่งเรื่องนี้ ผมคุยกะม้งแล้วว่า…มันไม่ควรไป แต่ผมไปได้ เพราะงานผม อยู่ไหนก็ทำได้ ส่วนม้ง ต้องร่วมประชุมเรื่องสำคัญ…บ่อยๆ สรุปคือ ม้งคอยติดต่อกับกงสุล ทีมคุณหมอ แผนกต่างๆภายในแอร์เอเชีย คือเป็นผู้อำนวยการศูนย์นั่นเอง

…เมื่อข่าวมันออกไป ว่าแน่นอน แอร์เอเชียเป็นคนไปรับคนไทย…นักบินในกลุ่มไลน์ต่างเสนอตัว ที่จะไปทำหน้าที่นี้ จริงๆเขาคุยกันก่อนหน้านั้นแล้วล่ะ ว่า ถ้า รบ ให้เราทำ หลายคนเสนอตัวที่จะทำ โดยไม่รับเงินค่าบิน บางคนหลังไมค์มาก็มี ผมก็ตอบทีเล่นทีจริง…ว่าให้ลงชื่อไว้ เราทำจริงๆ ผมจะได้ไม่ต้องหาให้ยาก…ปรากฏว่ามีคนสมัคร ทั้งหน้าไมค์หลังไมล์แป๊บเดียวเกือบ 20 คู่ ผมเลยต้องบอกว่า…ผมพูดเล่น ยังไม่ความคืบหน้าว่าเราจะทำมั้ย

วันอาทิตย์ที่ 2 เราโดนเรียกเข้าประชุมวางแผนละเอียดอีกครั้ง…หลังได้รับไฟเขียวจากจีน ว่าคือวันที่4 …การนัดหมายโหลดของ การเดินทาง สถานที่รับตัวคนไทย ถูกสรุปในวันนั้น…และทุกอย่างถูกกำชับให้เป็นความลับ

แต่…มีคนเงยหน้ามาบอกว่า…ทุกคนรู้แล้ว ว่าเราจะไปลงอู่ตะเภา…ข่าวลงแล้ว

วันจันทร์ที่ 3 ทางทีมแอร์เอเชีย…ถูกนัดหมายให้ไปซ้อม การใส่ขุดป้องกัน(PPE) เพราะหมอบอกว่า การใส่น่ะง่าย แต่การถอด…อาจทำให้ติดเชื้อได้

การซ้อมรอบเช้ายังไม่สมบูรณ์ เพราะขั้นตอนการคัดกรอง ผดส ก่อนขึ้นเครื่อง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย สี่ชั่วโมง ต้องให้ลูกเรือช่วย เราจึงต้องบรีฟกันอย่างละเอียด และเราต้องเข้าพบนายกฯในตอนบ่าย ก่อนที่น้องๆจะกลับไปซ้อมอีกรอบ ส่วนผมกับอั๋นแยกตัวกลับ เมื่อเรากลับมาถึงบำราศนาดูร

เช้าวันที่4…วันออกเดินทาง ซึ่งคือเวลา 07.10 ผมนัดลูกเรือ ทีมแพทย์7 คน และเจ้าหน้าที่ กต 2 คน บรีฟขั้นตอนสุดท้าย ตอน05.10

…ใครจะรับผิดชอบอะไรตอนไหน และ chain of command ในcabin เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป…ในขากลับ

…เมื่อประตูเปิดที่WUH ขอให้ลูกเรือ เขื่อฟังคุณหมอ ซึ่งนำโดย ผอ.ของบำราศ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโดยไม่ตั้งใจ…แต่เมื่อประตูปิดแล้ว การสั่งการเป็นหน้าที่ของหัวหน้าลูกเรือนะครับ…จนกว่า sign off คุณหมอถึงกลับมานำอีกครั้ง…เกิดมีผู้ป่วยฉุกเฉินบนเครื่อง หมอเป็นคนสั่งการ

แต่ถ้าเกิดEmergency ให้ลูกเรือเป็นคนสั่งการทั้งหมด…ผมบรีฟคร่าว…

ก่อนขึ้นเครื่อง…รมต.สาธารสุขมาส่งที่เครื่อง มีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก…


 
นักเรียนอัจฉริยะได้พัฒนาสูตรที่ทำลายไขมันโดยบังเอิญ -32 กิโลกรัมตลอดไป
 
เรา Landing ที่ WUH ตอน 1115 เวลาหวู่ฮั่น เรารีบกินข้าว…และทำธุระส่วนตัว ก่อนที่จะบอร์ด ผดส เพราะหมอบอกหลังจากนั้น เราจะไม่สะดวกอีก

เราใช้เวลาคัดกรองและบอร์ด เกือบ 6 ชม ซึ่งยาวนานมาก ผมกะอั๋นและ Engineer เก็บตัวในห้องนักบิน…น้องๆลูกเรือ ช่วยหมอในการจัดที่นั่ง ผดส และออกที่นั่งให้

ทำไมต้องทำขนาดนั้น…

1.เราต้องมั่นใจว่า คนที่อาจมีอาการ หรือติดเชื้อ ต้องถูกแยกไปนั่งต่างหาก และใช้ห้องน้ำที่แยกไว้ให้

2.คนที่มีแข็งแรงแต่อยู่พื้นที่เสี่ยง ต้องนั่งอีกโซน

3.กลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มเสี่ยงน้อย จะจัดนั่งข้างหน้า

ผม…งีบรอในห้องนักบินครับ

แต่…ตื่นขึ้นมาทีไร ผมก็ยังเห็นน้องๆ ทั้งหมอ และลูกเรือ ทำงานด้วยความร่าเริงตลอดเวลา มีการเอนเตอร์เทน ผดส ตลอดเวลา

คุณคิดดูว่า ในมุมของ ผดส คนแรก ต้องรอคนสุดท้ายเกือบ 6 ชั่วโมง มันน่าเบื่อขนาดไหน…

การบอร์ดอันยาวนาน…สิ้นสุดลง เราเริ่มขออนุญาตถอย และทำการวิ่งขึ้น…สนามบินที่เคยคับคั่งไปด้วยเครื่องบินจากนานาประเทศ ตอนนี้เป็นของเราคนเดียว

…ขอพูดถึงทีมแพทย์ชุดนี้ เจ้าหน้าที่ กต รวมถึงน้องๆลูกเรือของเรา ต้องขอบอก พวกเขาสุดยอด ทั้งความรู้ การเตรียมการ การทำตามแผนและนอกแผน

หลังจากการตรวอันยาวนาน…ตอนแรกเราจะให้ ผดส แค่น้ำ 2 ขวด แซนวิช เจลล้างมือ ซึ่งจะวางไว้ที่ที่นั่ง ก่อนจะบอร์ด ผดส เพื่อบดขั้นตอนการบริการ ในแผนจะไม่มีการบริการอาหารร้อน

แต่…ด้วยเวลาที่ทอดยาวออกไป ผดส มารอแต่เช้า…และไม่มีอะไรขายที่สนามบิน อาหารที่เราโหลดมาเพื่อใช้ในกรณีไดเวิร์ด…ถูกนำมาใช้จนเกลี้ยง

โชคดีจริงๆ ที่เราคิดถึงกรณีนี้ไว้ ตามข้อเสนอของปุ้ม หัวหน้าลูกเรือ เพราะถ้าเราไปลงสนามบินกลางทาง ในกรณีฉุกเฉิน ไม่มีใครให้เราลงจากเครื่องแน่ เราควรมีน้ำ และอาหารสำรอง ก่อนเครื่องRescue จะมารับ

จากแผนไม่เสิร์ฟระหว่างเที่ยวบิน ต้องมาทำ Fulservice น้องๆลูกเรือ ต้องอุ่นอาหารแบบด่วน ทายสิครับ ใครจะเป็นคนเสิร์ฟ…

ทีมหมอ และพยาบาลสิครับ แม้แต่…ผอ.บำราศนาดูร ก็ได้ทดลองอาชีพสจ๊วตครั้งแรก คุณหมอ พยาบาล ที่ข้างล่าง คนเรียกอาจารย์ วันนี้ต่างทำหน้าที่บริการอาหารอย่างแข็งขัน

เรามีหมอจิตเวช และเจ้าหน้าที่ กต ไปด้วย ทุกคนช่วยกันเอนเตอร์เทน ผดส ตลอดเวลา…เพื่อลดความเครียด ที่รอกลับบ้านเป็นเวลานาน ทุกคนทำหน้าที่ของตนอย่างสุดยอดจริงๆ

เราลงที่อู่ตะเภา…และตามคาด มีคนมากมายมารอทำข่าว…และคุณหมอก็ได้ทำหน้าที่สุดท้ายของตนเองบนเครื่องบิน คือ ทำความสะอาดเครื่องบิน เก็บขยะลงถุงปลอดเชื้อ พ่นสเปร์ยฆ่าเชื้อ ก่อนทีมฆ่าเชื้อของฝ่ายช่างแอร์เอเชียจำมาทำซ้ำอีกรอบ

ผมไม่รู้ว่า…เมื่อคืนนี้ ผดส ผมได้นอนเมื่อไหร่ ทีมหมอและ กต ได้กินข้าวมั้ย เพราะผม…แอบนำทีมลูกเรือหลบมาก่อน

ผมยอมรับในหัวใจ ของคุณหมอ และ กต ชุดนี้จริงๆ ทำงานหนักตลอดวัน อย่างมีพลังและร่าเริงตลอดเวลา ลูกเรือผมก็เช่นกัน

…ถ้าจะมีใครถูกเรียกว่าฮีโร่…นั่นคือพวกเขาครับ

ขอซูฮก…ทีมคุณหมอ และเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ ทั้งสองคนด้วยใจจริง

จบการทำงาน…18 ชั่วโมงอันยาวนานครับ

          
หน้าแรก / World World จีนชัตดาวน์ 14 มณฑลคุมไวรัส ป่วนฮับการผลิต-ส่งออก

จีนชัตดาวน์ 14 มณฑลคุมไวรัส ป่วนฮับการผลิต-ส่งออก

จีนยังคงประกาศขยายเวลาวันหยุดตรุษจีนยาวนานกว่าปกติใน 14 มณฑลทั่วประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” ซึ่งจนถึงขณะนี้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วเกือบ 400 คน และมีจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 17,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563)การปิดเมืองควบคุมการเข้า-ออกอย่างเข้มงวด และการประกาศวันหยุดต่อไปอย่างน้อยจนถึงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เชื่อว่าผลกระทบของไวรัสดังกล่าวที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนจะยาวนานกว่าที่คาดไว้และจะมีผลต่อภาคการผลิตในไม่ช้า 

ทั้งนี้ จากการประมวลของบลูมเบิร์กพบว่า 14 มณฑลและเมืองใหญ่ที่ยังคงปิดทำการเนื่องจากการประกาศขยายวันหยุดเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอู่ฮั่นนั้น เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจีนคิดเป็นสัดส่วนเกือบๆ 69% ของจีดีพีทั้งประเทศในปี 2562 มณฑลทั้งหมดเป็นมณฑลสำคัญสำหรับ อุตสาหกรรมการผลิตในภาคตะวันออก  อาทิ มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเสิ่นเจิน มหานครแห่งอุตสาหกรรม ไฮเทค ซึ่งมีพรมแดนติดกับฮ่องกง  นอกจากนี้ ยังมีมหานครเซี่ยงไฮ้ซึ่งเป็นเมืองท่าใหญ่ที่สุดของจีน ทั้งยังเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของบริษัทเทสลา ที่เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเร็วๆนี้ อีก 2 มณฑลสำคัญที่ต้องกล่าวถึงยังได้แก่ มณฑลเจียงซู ที่ตั้งโรงงานผลิตรองเท้ากีฬาค่ายใหญ่อย่างไนกี้ และมณฑลเหอหนานในภาคกลาง ที่เป็นศูนย์กลางการผลิตใหญ่ของบริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ฯผู้ผลิตโทรศัพท์ไอโฟน 

ทั้งการประกาศขยายเวลาวันหยุด และมาตรการอื่นๆ เช่นการปิดล้อมพื้นที่เพื่อกักกันและควบคุมโรคทั้งเมืองและทั้งมณฑล กำลังส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตและระบบการขนส่งและกระจายสินค้า ทำให้นักวิเคราะห์เริ่มจะวิตกกันว่า เชื้อไวรัสอู่ฮั่นอาจจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับเศรษฐกิจของจีนได้มากกว่าเมื่อครั้งที่โรคซาร์สเคยแพร่ระบาดและสร้างความเสียหายเอาไว้ในปี 2546 ทั้งนี้ การขยายเพิ่มวันหยุด ยังมีแนวโน้มส่งผลกระทบทั้งต่อธุรกิจของผู้นำเข้าและส่งออก งานวิจัยของบลูมเบิร์กชี้ว่า 14 มณฑลที่ขยายวันหยุดเพิ่มนี้ เป็นแหล่งที่มาของสินค้าส่งออก 78% ของจีน (ข้อมูลเดือนธันวาคม 2562)   

ไม่เพียงเท่านั้น 14 มณฑลดังกล่าวยังเป็นศูนย์ กลางอุตสาหกรรมด้านโลหะและเหมืองแร่ โดย 90% ของทองแดงทั้งหมดที่ผลิตในจีน อย่างน้อย 60% ของเหล็กกล้า และ 40% ของถ่านหิน มาจากมณฑลเหล่านี้ 
     นอกจากนี้ การแปรรูปนํ้ามันดิบ 65% ของประเทศจีนยังเกิดขึ้นที่นี่ “การขยายวันหยุดให้ยาวนานออกไป อาจจะส่งผลกดดันทำให้อุปสงค์ของผู้บริโภคลดลงในแง่ของความต้องการใช้เชื้อเพลิงและสินค้าอื่นๆ แต่มันจะมีผลต่อความต้องการใช้วัตถุดิบอย่างไรนั้นยังเป็นเรื่องไม่แน่นอน โรงงานอุตสาหกรรมมักจะต้องเดินเครื่องการผลิตเป็นบางส่วนแม้ในช่วงเทศกาลวันหยุด” นักวิเคราะห์กล่าวว่า ในสถานการณ์ ปกติโดยทั่วไปนั้น วันหยุด 1 สัปดาห์ในช่วงตรุษจีนก็มีผลต่อภาคการผลิตอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว โดยปกติทางโรงงานอุตสาหกรรมจะสั่งวัตถุดิบเข้าสต๊อกล่วงหน้าก่อนช่วงเทศกาล เพราะคาดหมายว่า หลังวันหยุด กิจกรรมการผลิตจะพุ่งขึ้น แต่สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสที่กำลังเป็นอยู่ มีการประกาศเพิ่มวันหยุด ทำให้ช่วงที่คาดว่ากิจกรรมการผลิตจะพุ่งขึ้นหลังวันหยุดจึงถูกเลื่อนให้ล่าช้าออกไป 

งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของ Panjiva Research ยังชี้ว่า สถานการณ์ที่จีนกำลังเผชิญอยู่นี้อาจทำให้เป้าหมายที่จีนและสหรัฐฯตกลงกันไว้ในข้อตกลงการค้าเฟส 1 มีความล่าช้าไปด้วย เนื่องจากมณฑลหูเป่ย เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญ บริษัทที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตอยู่ในมณฑลหูเป่ย เป็นซัพพลายเออร์ที่ผลิตและส่งออกสินค้าป้อนให้กับผู้นำเข้าในสหรัฐอเมริกาจำนวนมากกว่า 450 ราย และจนถึงขณะนี้หลายรายก็ยังคงอยู่ในช่วงปิดทำการนายทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท แอปเปิล อิงค์ฯ ออกมายอมรับว่า การแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นในประเทศจีนกำลังส่งผลต่อธุรกิจของบริษัทอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงเช่นกัน เนื่องจากบริษัทมีซัพพลายเออร์หลายรายอยู่ในพื้นที่เมืองอู่ฮั่นที่ถูกปิดกั้นพื้นที่คุมเข้มการเข้า-ออกเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสอยู่ นอกจากนี้ ยังมีโรงงานผลิตอีกหลายแห่งในพื้นที่อื่นๆของจีนที่ผลิตสินค้าป้อนให้บริษัท แต่ขณะนี้ยังคงอยู่ในข่ายถูกขยายเพิ่มวันหยุดไปจนถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ตามมาตรการของทางการจีน

  “จีนรับปากจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ 88.3% ภายในปี 2564 (เทียบกับฐานข้อมูลในปี 2560) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าเฟส 1 แต่เมื่อจีนประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ การจะดำเนินการให้ได้ตามที่รับปากไว้ก็อาจจะเป็นเรื่องยากขึ้น และที่สำคัญคือในสถานการณ์เช่นนี้ จีนเองคงจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการแก้ไขปัญหาภายในประเทศมากกว่า ดังนั้นเรื่องการปฏิบัติตามข้อสัญญาก็อาจได้รับนํ้าหนักความสำคัญลดน้อยลงไป แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้”  

หน้า 23 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40  ฉบับที่ 3,546 วันที่ 6 - 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

หน้าแรก / World Coronavirus ฮุนเซนให้กำลังใจสีจิ้นผิง สู้ไวรัสอู่ฮัน

ฮุนเซนให้กำลังใจสีจิ้นผิง สู้ไวรัสอู่ฮัน

05 Feb 2020
อ่าน 1 ครั้ง
 
สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตร เดินทางถึงจีน เพื่อให้กำลังใจผู้นำและประชาชน

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ เพจเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen, Cambodian Prime Minister เผยภาพ นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน ของกัมพูชา เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นการเดินทางต่อจากกรุงโซลหลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมเวิลด์ซัมมิท พร้อมระบุข้อความ ช่วงเย็นวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น นายกฯ ฮุน เซน จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง

 ต้องแต่งหนาๆอีกต่อไป
อ่านต่อ
 
 ท่าทีของผู้นำกัมพูชา ได้รับความสนใจจากสื่อของจีน โดยก่อนหน้านี้ นายกฯ ฮุน เซน บอกว่าเขาจะเดินทางไปเยี่ยมนักศึกษากัมพูชา 23 คน ในเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เดินทางไป เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศจีน ไม่สามารถดำเนินการให้ได้ นายกฯ ฮุน เซน จึงเปลี่ยนแผนมาให้กำลังใจประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

 ....................................................

5 มกราคม 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน