*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5776
  • จำนวนผู้ชม : 3427479
  • จำนวนผู้โหวต : 1714
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1714 คน
<< กุมภาพันธ์ 2020 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 260 , 14:30:43 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         การระบาดของ โคโรน่าไวรัส ไม่ใช่ย่อยนะครับ ทิ้งปัญหาให้วงการแพทย์ต้องขบคิดตลอดเวลา อย่างที่อู่ฮั่น มีคนติดเชื้อบอกว่า

ไม่เคยไปเดินที่ตลาดสัตว์ป่า ได้แต่เดินช็อปปิ้งตามห้าง แล้วเชื้อมาจากไหนกันเล่า

 

ต่างประเทศ

ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่คร่าชีวิตชาวต่างชาติรายแรกในอู่ฮั่น

8 กุมภาพันธ์ 2563 - 12:50 น.
ไวรัสโคโรน่า,ต่างชาติเสียชีวิต,อู่ฮั่น

ชาวอเมริกัน-ญี่ปุ่น เสียชีวิตในเมืองอู่ฮั่น สถานทูตสหรัฐคอนเฟิร์มสาเหตุ ส่วนรายญี่ปุ่นผลตรวจเบื้องต้นติดไวรัสโคโรน่า

      สำนักข่าว RTHK ในฮ่องกง รายงานอ้างโฆษกสถานทูตสหรัฐในจีน ว่า 
ชาวอเมริกัน วัย 60 ปี ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในอู่ฮั่น 
    เมื่อวันที่ 6 ก.พ. โดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่าเป็นเพศใด เนื่องจากเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผู้เสียชีวิต 

ยอดเสียชีวิตไวรัสโคโรน่าในจีน 722 แซงโรคซาร์ส-ติดเชื้อ34,546
 

ด้านกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ยืนยันเช่นกันว่า ชายชาวญี่ปุ่นช่วงวัย 60 ปี ที่เป็นไข้ เมื่อ 19 ม.ค. และเข้ารพ.ในอู่ฮั่น ด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง  เสียชีวิตแล้ว ทางการจีนแจ้งว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายติดเชื้อไวรัสโคโรน่าใหม่ หลังผลตรวจเบื้องต้นเมื่อ 28 ม.ค. ผลออกมาเป็นบวก  แต่รพ.ที่รักษา ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เพราะปอดอักเสบ ไม่ได้ระบุว่าเกิดจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 

ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่านอกจีน 2 ราย เป็นชายจากอู่ฮั่นในฟิลิปปินส์ กับชายวัย 39 ปีในฮ่องกง 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน
 
  • การเมือง
  •  
  • มติศาลรัฐธรรมนูญให้งบ 63 ได้ไปต่อ
การเมือง

มติศาลรัฐธรรมนูญให้งบ 63 ได้ไปต่อ

8 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
พรบงบประมาณ,ศาลรัฐธรรมนูญ,ชวน หลีกภัย

มติเสียงข้างมากศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ไม่โมฆะ แม้การเสียบบัตรแทนกันมิชอบด้วยกฎหมาย สั่งลงมติวาระ 2 - 3 ใหม่ "ชวน" รับลูก นัด 13 กุมภาพันธ์

              เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563  องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดีที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของ ส.ส. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณี ส.ส. เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน

              โดยผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคดีนี้ไม่มีประเด็นให้วินิจฉัยเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ และไม่มีประเด็นเกี่ยวกับความผิดทางอาญาหรือทางจริยธรรมของ ส.ส. คนใด คงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาวินิจฉัยเฉพาะเรื่องกระบวนการตราร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เท่านั้น ส่วนบุคคลใดจะต้องรับโทษอย่างไรหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563 เวลา 19.30 น. ถึงวันที่ 11 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นการพิจารณาวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ปรากฏการแสดงตนและลงมติของ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส. พัทลุง พรรคภูมิใจไทย ทั้งที่นายฉลองรับเองว่าไม่อยู่ในที่ประชุมตามวันและเวลาดังกล่าว การที่ ส.ส. มิได้อยู่ในห้องประชุมแต่ปรากฏว่ามีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แสดงตนและลงมติแทนย่อมมีผลเป็นการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริต ทำให้ผลการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ในวันและเวลาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ

     
  • การเมือง
  •  
  • จับตาตั้ง กก.จริยธรรมสภาฯ สอบปม ส.ส.เสียบบัตรแทน
การเมือง

จับตาตั้ง กก.จริยธรรมสภาฯ สอบปม ส.ส.เสียบบัตรแทน

8 กุมภาพันธ์ 2563 - 11:36 น.
เสียบบัตรแทนกัน,ราชกิจจานุเบกษา,ประมวลจริยธรรมสภาฯ,คณะกรรมการจริยธรรมสภาฯ

จับตาตั้ง คณะกรรมการจริยธรรมสภาฯ สอบปม ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน หลัง ประมวลจริยธรรมสภาฯ มีผลบังคับใช้วันนี้

                วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ.2563 เมื่อค่ำวันที่ 7 กุมภาพันธ์ และมีผลใช้บังคับในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งในรายละเอียดจะเป็นข้อบังคับต่อการทำหน้าที่ของ ส.ส. และกรรมาธิการ (กมธ.) อาทิ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเสียสละโดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนสูงสุด รวมถึงกำหนดจริยธรรมต่อการทำหน้าที่ ทั้งการทำหน้าที่ที่ถูกต้อง เป็นธรรม ทำงานโดยปราศจากอคติ รวมถึงต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่แสดงกิริยาที่ไม่สุภาพ อาฆาตมาดร้าย หรือแสดงอาการข่มขู่ ใช้กำลังประทุษร้ายบุคคลในที่ประชุม บริเวณสภาหรือที่อื่นใด ซึ่ง ส.ส. และ กมธ. ต้องดูแลผู้ปฏิบัติงานของผู้ที่แต่งตั้งให้เป็นผู้ทำงานของสมาชิก ให้ปฏิบัติงาน หรือหน้าที่ไม่เสื่อมเสียแก่สภาฯส.ส. หรือกมธ.ด้วย

                ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในประมวลฯดังกล่าวกำหนดให้มีคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเสริมและควบคุมให้เป็นไปตามจริยธรรม จำนวน 15 คน มี ประธานสภาฯ เป็นประธานคณะกรรมการ และมีกรรมการที่มาจากฝ่ายค้าน, ฝ่ายรัฐบาล รวมถึงอดีตประธานสภาฯ และอดีตผู้นำฝ่ายค้านร่วมด้วย  โดยหน้าที่สำคัญที่ต้องจับตา คือ รับและพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับจริยธรรมจากสมาชิก บุคคลหรือหน่วยงนใด กรณีที่มีการกล่าวหาว่าสมาชิกหรือกมธ. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม รวมถึงสอบหาข้อเท็จจริง ขณะที่ผลการตรวจสอบนั้น มีทั้งระดับตำหนิ ตักเตือน ปรณาม รวมถึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับที่เกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมอย่างรายแรง

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม มีผลบังคับใช้ สภาฯ ต้องแต่งตั้งกรรมการจริยธรรมสภาฯ เพื่อตรวจสอบคำร้องที่ถูกเสนอเข้ามาแล้วก่อนหน้านี้ อาทิ กรณีของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นคำร้องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้ตรวจสอบจริยธรรมของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ที่ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพและมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมระหว่างการทำหน้าที่ประธานกมธ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ รวมถึงกรณีที่ตรวจสอบพบการเสียบบัตรแทนกันของส.ส.ระหว่างการประชุมสภาฯ ซึ่งมีกรณีของ นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท, น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ, น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ที่พบพฤติกรรมซึ่งส่อว่าใช้สิทธิลงคะแนนเกินกว่าสิทธิที่ตนเองมี และกรณีของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ถูกผู้ตรวจสอบพบว่าได้ลงคะแนน แต่เจ้าตัวไม่อยู่ภายในห้องประชุม ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นถูกตั้งข้อกังขาต่อการละเมิดและฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และการละเมิดจริยธรรม ทั้งนี้หากมีผู้ยื่นเรื่องให้กรรมการจริยธรรมสภาฯ ตรวจสอบต้องตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้เร็วที่สุด ภายใน 60 วัน

 
5 อันดับข่าวฮิต
  • ลูกน้องฟ้องนาย"ใจถึง" แต่นายฟ้องลูกน้อง"ใจ…อะไร"
    8 กุมภาพันธ์ 2563 - 08:16 น.
  • อดีตข้าราชการกรมที่ดินวัย 63 มอบตัว อ้างตั้งวงเหล้าเสียงดัง
    8 กุมภาพันธ์ 2563 - 10:05 น.
  • รัฐบาลจีนส่งเครื่องบินมารับคนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นกลับ
    8 กุมภาพันธ์ 2563 - 09:37 น.
  • ลูกหนังสีเทา 'สามมิตร' หวังน็อก 'บิ๊กอ๊อด'
    8 กุมภาพันธ์ 2563 - 09:25 น.
  • สธ. พบอีก 2 คนไทยจากอู่ฮั่น เข้าข่ายติดเชื้อไวรัสโคโรน่า
    8 กุมภาพันธ์ 2563 - 12:09 น.
Recommended
  • ต้องใส่ใจ เพราะโรคต้อหิน.. ใกล้ตัวกว่าที่คิด
    7 กุมภาพันธ์ 2563 - 22:49 น.
  • ถอดรหัสความสำเร็จ Thaivivat Active Health ทำไมจึงเป็นประกันสุดฟิตของคนแอคทีฟ
    6 กุมภาพันธ์ 2563 - 12:40 น.
  • ‘PRM' งบปี 62 สุดสวย เติบโตร้อนแรง ภายใต้ธีม Growth Mode
    5 กุมภาพันธ์ 2563 - 10:10 น.
  • SEAOIL แจ้งผลการประเมินปริมาณน้ำมันสำรอง (L53/48)
    5 กุมภาพันธ์ 2563 - 09:41 น.
ข่าวที่คุณอาจสนใจ
  • ขออย่ามีแต่เรื่องชวนวิตก
    8 กุมภาพันธ์ 2563 - 00:00 น.
  • ยันชัด ไม่พบผู้ป่วยโคโรน่า บนเรือสำราญจากประเทศฮ่องกง
    7 กุมภาพันธ์ 2563 - 20:44 น.
  • งานวิจัยชี้ "ตัวนิ่ม" อาจเป็น "โฮสต์ตัวกลาง" ไวรัสโคโรน่า
    7 กุมภาพันธ์ 2563 - 20:06 น.
  • สตม. แจงการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าที่กระบี่แค่ผู้ต้องสงสัย
    7 กุมภาพันธ์ 2563 - 17:32 น.
  • บันทึกสาวไทยจากอู่ฮั่น เล่าความพิเศษเที่ยวบินประวัติศาสตร์
    7 กุมภาพันธ์ 2563 - 13:42 น.
  • สถานการณ์ "ไวรัสโคโรน่า"ล่าสุด

              ส่วนปัญหาว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ตกไปทั้งฉบับหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงในคดีนี้ก็ปรากฏชัดว่า การพิจารณาออกเสียงลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 1 ชั้นรับหลักการและการพิจารณาของกรรมาธิการก่อนเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราในวาระที่ 2 ได้ดำเนินการไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการถือว่าได้เป็นขั้นตอนที่เสร็จสิ้นไปโดยสมบูรณ์ก่อนแล้ว นอกจากนี้ ยังมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศชาติจะต้องได้กฎหมายฉบับนี้ไปช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าและอุปสรรคในการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินอีกด้วย จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.ดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการให้ถูกต้องเฉพาะในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 จากนั้นให้เสนอร่าง พ.ร.บ.ที่แก้ไขให้ถูกต้องดังกล่าวให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญต่อไป พร้อมทั้งให้สภาผู้แทนราษฎรรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำวินิจฉัย

              ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วันนี้ ว่าส่วนตัวไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่ตื่นตาตื่นใจมากกว่า เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเราจะต้องเตรียมอะไร เพียงแต่ไม่รู้ว่าอันไหนคืออันที่ถูกหยิบมาใช้เท่านั้น สิ่งเหล่านี้คือความกังวล แต่ถ้าไม่ไปถึงขั้นนั้นก็จะไม่มีขั้นตอนนี้

              นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า นายชวนนัดประชุมสภาเป็นนัดพิเศษ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ในวาระสองและวาระสามอีกครั้ง ตามที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะกำหนดเวลาช่วงดังกล่าวได้หารือกับนายชวนพร้อมกับ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อกำหนดวันพิจารณาโดยเร็วที่สุด ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์

              แต่ นายสมพงษ์ ระบุว่า ในวันดังกล่าวต้องพิจารณาญัตติด่วนขอสภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต ซึ่ง นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และคณะ เสนอนั้น ยังค้างการพิจารณาอยู่ ดังนั้น นายชวนจึงขอนัดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ซึ่งในขั้นตอนต้องเริ่มพิจารณาวาระสองใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ชื่อร่างไปจนถึงมาตราสุดท้าย โดย ส.ส. ที่เสนอคำแปรญัตติและกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นสามารถอภิปรายได้ตามกรอบเดิม และลงมติเป็นรายมาตราก่อนจะลงมติวาระสามต่อไป อย่างไรก็ตาม หากการประชุมนัดพิเศษไม่แล้วเสร็จภายในวันเดียว สามารถขยายไปจนกว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จวาระให้ความเห็นชอบทั้งฉบับ และเมื่อสภาลงมติวาระสามแล้วเสร็จ ต้องส่งเรื่องให้วุฒิสภาพิจารณาต่อทันที

              ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จากมติศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ไม่โมฆะ แต่ให้โหวตวาระ 2-3 ใหม่นั้น ประธานสภาได้หารือพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปว่า ในวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. จะประชุมสภาวาระปกติต่อเรื่องเดิมคือญัตติการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาเรื่องไม่รัฐประหารก่อน จากนั้นวันพฤบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ จะประชุมพิจารณาร่างงบประมาณวาระ 2 และวาระ 3 ใหม่ ถ้าไม่เสร็จให้พิจารณาต่อวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ หรือ 15 กุมภาพันธ์ จนแล้วเสร็จ โดยเรื่องเวลาดังกล่าว 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นตรงกันทั้งหมด

              นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ที่ประชุมสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 วาระ 2-3 ใหม่ว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านกับประธานสภา ได้ข้อสรุปว่าจะประชุมสภาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ วาระ 2 และ 3 ใหม่ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในฐานะวิปรัฐบาลต้องขอขอบพระคุณคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างมากที่เป็นทางออกให้ประเทศ

              ทั้งในการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 จะเปิดโอกาสให้ ส.ส. ได้อภิปรายอย่างเต็มที่ทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าพิจารณาวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ไม่เสร็จก็จะพิจารณาต่อในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ในส่วนของวิปรัฐบาลจะกำชับ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ให้ทุกคนยึดข้อบังคับการประชุมสภาและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะการเสียบบัตรลงคะแนนช่วงโหวตรายมาตราอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก และให้ทุกคนเข้าร่วมประชุมจนเสร็จสิ้นในการพิจารณาวาระ 3 ก่อนจะส่งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาต่อไป

WHOห่วงดีมานด์หน้ากากอนามัยพุ่ง 100%-กระทบสู้ศึกไวรัสโคโรน่า

8 กุมภาพันธ์ 2563 - 08:54 น.
ไวรัสโคโรน่า,หน้ากากอนามัย,ขาดหนัก,แนวหน้า

องค์การอนามัยโลกเตือนสถานการณ์หน้ากากอนามัย-อุปกรณ์ป้องกันไม่พอให้บุคลากรการแพทย์ได้ใช้ อุปสรรคช่วยชีวิตผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

 Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวเตือนว่า การต่อสู้กับสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าระบาด อาจติดขัดจากปัญหาหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันส่วนตัวขาดแคลน และส่วนหนึ่งเพราะคนที่ไม่ได้อยู่แนวหน้าดูแลคนไข้ ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างไม่เหมาะสมและอย่างกว้างขวาง 

ผอ.องค์การอนามัยโลกเรียกร้องนานาประเทศ อย่าสต็อกอุปกรณ์ป้องกันที่โรงพยาบาลต่างๆในจีนจำเป็นต้องใช้อย่างมาก พร้อมกล่าวชื่นชมบริษัทต่างๆที่ตัดสินใจส่งหน้ากากอนามัยเฉพาะ ให้กับบุคลากรการแพทย์เท่านั้น  

โลกเผชิญความปั่นป่วนขัดข้องรุนแรงในตลาดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (พีพีอี) ความต้องการหรืออุปสงค์พุ่งกว่า 100 เท่าของภาวะปกติ และราคาสูงกว่าปกติ 20 เท่า การผลิตป้อนความต้องการอาจล่าช้าในระยะ 4-6 เดือน สถานการณ์คับขันยังถูกซ้ำเติมจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างไม่เหมาะสมนอกสถานที่ดูแลคนไข้  องค์การอนามัยโลกจึงขอให้ประเทศที่มีอัตราติดเชื้อไวรัสโคโรน่าไม่มากนัก อย่าสต็อกอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เพื่อให้กลุ่มคนที่ต้องการจริง ได้ใช้  

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกประเมินว่า บุคลากรการแพทย์แนวหน้า ต้องการหน้ากากอนามัย และหน้ากากป้องกัน7-10% จากปริมาณที่มีในโลกเวลานี้ หรืออาจจะมากกว่านั้น  แต่ที่มีอยู่ในโลกตอนนี้ไม่เพียงพอตอบสนองความต้องการสำหรับบุคลากรการแพทย์ที่ต้องใช้มากเป็นอันดับ 1 รองลงไปก็คือผู้ป่วย หรือคนที่ดูแลคนป่วย “เราทุกคนต้องมีส่วนช่วยให้แต่ละคนปลอดภัย” 

ด้าน ดร. ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายสถานการณ์ฉุกเฉิน กล่าวว่า ความต้องการมหาศาล เปิดโอกาสกักตุนและโก่งราคา แต่ขอย้ำว่า หน้ากากอนามัยไม่ได้จำเป็นในสังคมที่สุขภาพดีโดยรวม “หน้ากากไม่ได้ป้องกันท่านเสมอไป แต่จะทำหน้าที่นั้นเมื่อคุณป่วย ป้องกันคุณแพร่เชื้อให้ผู้อื่น” และว่า “หากเห็นตลาดปกติที่ไหนเต็มไปด้วยคนใส่หน้ากาก N95 และเห็นหมอกับพยาบาลไม่ได้ใช้ นั่นคือปัญหา”

หน้าแรก / ข่าวทั่วไป ไทยพบผู้ป่วยโคโรนาเพิ่มอีก 7 ราย 

ไทยพบผู้ป่วยโคโรนาเพิ่มอีก 7 ราย 

สธ.แถลงไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนา 7 ราย เป็นคนจีน 4 รายและคนไทย 3 ราย 

กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงว่าไทยพบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาอีก 7 ราย เป็นคนจีน 4 รายและคนไทย 3 ราย ในจำนวนนี้ 1 ราย เป็นชายไทยที่รับกลับจากเมืองอู่ฮั่น (1ใน138)  ขณะนี้รักษาตัวที่ รพ.ในสัตหีบ อาการดีขึ้นมีหวัดเล็กน้อย มีไข้ 36.4  ส่วนเพื่อนที่พักอยู่ด้วยกัน นำส่งตรวจ รพ.ชลบุรี ไม่พบติดเชื้อ สุขภาพแข็งแรงดี  แพทย์ยืนยันการพบผู้ป่วยติดเชื้อไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพราะอยู่ในช่วงเฝ้าระวังอยู่แล้ว  

ส่วนผู้ป่วยที่ติดเชื้ออายุ 70 ปี ที่ป่วยเป็นวัณโรคด้วยนั้น ล่าสุด อาการยังทรงตัว อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด   
ส่งผลให้ไทยมีผู้ป่วยสะสมจำนวน 32 ราย หายดีกลับบ้าน 9 ราย

ผู้นําไวรัส”

08 Feb 2020
อ่าน 42 ครั้ง
 
 

แบรนด์  สตอรีส์

กฤษณ์  ศิรประภาศิริ

วันนี้คงไม่พูดถึง VIRUS ดัง CORONA หรือ WUHAN CORONAVIRUS ไม่ได้

 

 

แรกๆก็น่าอุ่นใจครับที่นักวิทยาศาสตร์ไทยคนเก่ง ออกมาให้ความมั่นใจ ดร.สุภาภรณ์ วัชรพฤกษาดี นักเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาฯ เชื่อว่า เชื้อมาจากค้างคาวและยังไม่มียารักษา หากร่างกายแข็งแรง จะสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง และเชื้อจะหายไปเอง

ส่วนศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะนำให้ “ป้องกันตนเอง” ใช้ “หน้ากากอนามัย” “ล้างมือบ่อยๆ” ฯลฯ

โชคดีของผมที่มีเพื่อนรักเพื่อนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยนักเรียนมัธยม ทำงานด้านระบาดวิทยาจนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลก รศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ เป็นหมอลงพื้นที่จริง กระซิบบอกผมว่า “อย่าประมาท” ตัวหมอทวี เองตอนนี้รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งเป็น “ที่ปรึกษา” วงการแพทย์/สาธารณสุขพออุ่นใจได้ว่า บ้านเรามีคนรู้จริง ทำงานจริง อยู่บ้าง

 

แน่นอนในประเทศ “ด้อยพัฒนา” ถึงผู้คนจะล้มตายจำนวนมาก โรคระบาดจะรุนแรง เศรษฐกิจจะล่มสลาย เดือดร้อนกันไปทั่ว ยังมีบรรยากาศของการถกเถียงเป็น “ประเด็นการเมือง” ประชาชนตาดำๆรับ “ข่าวสารเท็จ” “ผู้นำ” ที่ไม่สามารถให้ “ความอุ่นใจ”

“ผู้นำ” บางบ้านเมืองเหล่านี้ สู้ทีมฟุตบอล PREMIER LEAGUE ของอังกฤษยังไม่ได้เลย

LIVERPOOL : “YOU WILL NEVER WALK ALONE”

MANCHESTER UNITED : “WE WILL NEVER DIE” (ฮา)

ฟังดู “ขลัง” ให้ความมั่นใจมากกว่า ฯพณฯ บางท่านที่ชอบออกมาเกรี้ยวกราดกับประชาราษฎร์อย่างไรพิกล เพื่อตัดความรำคาญ ผมบินออกนอกประเทศมายังเพื่อนบ้านสิงคโปร์ ที่มีจำนวน “ผู้ต้องสงสัย” ว่าจะติดไวรัส CORONA ใกล้เคียงกับไทย (ประมาณ ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563) 17-18 ราย

 อยากจะดูว่า “ผู้นำ” เขาบริหาร “วิกฤติ” อย่างไร ประชาชน เขา “ตอบสนอง” อย่างไร

สัมผัสแรก ก็แปลกใจ เพราะคนที่สิงคโปร์ (ส่วนใหญ่เป็น “จีน” ที่เคยได้ชื่อว่า “เจ๊กตื่นไฟ”) ไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยมากมายแบบ “ประชาชนคนไทย”

คนสิงคโปร์คิดว่า “คนป่วย” ควรจะใส่ เพื่อป้องกันเชื้อโรคจากการไอ การจาม ไม่ให้แพร่หลายใส่ “คนอื่น” ซึ่งน่าจะตรงกับความคิด “คนญี่ปุ่น” ที่เป็นชาติแรกๆ ที่ใส่ “หน้ากากอนามัย” ออกนอกบ้าน “คนป่วย” คือ “คนที่ควรใส่” เพื่อไม่ให้เดือดร้อนกับ “สังคมส่วนรวม”

ที่คนไทยเดือดร้อนใส่กันทั้งบ้านทั้งเมืองขณะนี้ ก็เพราะ “ความรอบคอบ” และ “ความรู้ทัน” พฤติกรรมเห็นแก่ตัวของคนไทย “บางส่วน” แม้ว่าตัวเองจะ “ป่วย” ก็ไม่ยอมใส่ บางคนมีความคิดไปทำนอง “ถ้าข้าป่วย เอ็งก็ไม่ควรอยู่สบาย”

คุ้นๆ ไหมครับกับ “ความคิด” ทำนองนี้

 ....................................................

8 กุมภาพันธ์ 2563

 
 
 
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน