*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5839
  • จำนวนผู้ชม : 3461135
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 403 , 12:32:47 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดๆ แต่วงการแพทย์เองก็ต้องเผชิญกับปัญหานี้ ในบางจุดของวงการแพทย์

มีความต้องการหน้ากากถึงวันละ 2 ชิ้นเลยทีเดียว ขณะนี้ครม.จึงเพ่งเล็งที่การผลิตเป็นเป้าใหญ่ ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ในตัวเอง เช่น ขาด

แคลนวัตถุดิบที่จะนำมาผลิต เป็นต้น

         'ผีน้อย'ส่วนหนึ่งกลับมาจากเกาหลีถึงไทยแล้ว โดยทุกคนแม้จะไม่ถูกสงสัยว่าติดเชื้อก็ตาม แต่ยังจะต้องอยู่แต่ในบ้านอีก 14

วัน แล้วปรากฏว่ามีคนไม่เชื่อฟังเหมือนกัน เป็นเสียอย่างนี้แหล่ะพี่นอง ....

 

อย่ากักตุน

 

ข่าวทั่วไป

คณะทันตแพทย์ ม.รังสิตอ่วมหนัก หน้ากากอนามัยขาดแคลน

5 มีนาคม 2563 - 11:36 น.
คณบดีวิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์,มหาวิทยาลัยรังสิต,โควิด19,หน้ากากอนามัย,ขาดแคลน

คณะทันตแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิต จ่อประกาศหยุดการเรียนการสอน เพราะหน้ากากอนามัยขาดแคลน เหลือใช้เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น

เรียกได้ว่าส่งผลกระทบไปถึงคณะทันตแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิตกันเลยทีเดียว ล่าสุดจ่อประกาศหยุดการเรียนการสอน เพราะหน้ากากอนามัยขาดแคลน เหลือใช้เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น 

ศ.คลินิก พลเรือตรีหญิง สุชาดา วุฑฒกนก คณบดีวิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า เหลือหน้ากากอนามัยสำหรับให้นักศึกษาทันตแพทย์ชั้นปีที่ 5-6 ใช้ปฏิบัติงานอีกแค่ 1 เดือน หากไม่สามารถจัดหาเพิ่มได้อาจจำเป็นต้องหยุดการเรียนการสอน จี้ทันตแพทยสภาและทันตแพทย์สมาคมฯออกมาเทคแอคชั่นได้แล้ว

 
ข่าวทั่วไป

ผีน้อยโผล่ไม่หยุด นั่งกินเบียร์ร้านดังทีเชียงใหม่

5 มีนาคม 2563 - 11:06 น.
ผีน้อย,เกาหลี,โควิด19,เชียงใหม่,ร้านอาหาร,ฆ่าเชื้อโควิด19


ผีน้อยโผล่ไม่หยุด นั่งกินเบียร์ร้านดังทีเชียงใหม่ เดือดร้อนร้าน ล้างฆ่าเชื้อชุดใหญ่

ถึงแม้ว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการประกาศกฎสำหรับผีน้อยที่เดินทางกลับมายังประเทศไทย ต้องมีการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันเชื้อแพร่สู่บุคคลอื่น ดูเหมือนว่ากฎนี้จะไม่เป็นผล เมื่อยังมีผีน้อยบางรายแหกกฎออกมานั่งชิวตามร้านอาหารกันหลายคนเแล้ว

ล่าสุดในโลกโซเชียลเผยให้เห็นผีน้อยรายหนึ่ง หลังจากเดินทางกลับมาถึงไทย ก็ได้ไปนั่งชิวกินเบียร์ที่ร้านอาหารที่จังหวัดเชียงใหม่ แถมยังโพสต์ภาพชิวลงโซเชียล เล่นเอาชาวโซเชียลถึงกับเดือดและทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้น

 

หมอธีระวัฒน์ จวกตรรกะเสื่อม! ใส่หน้ากากอนามัยจะเสี่ยงติดโควิด-19 มากกว่าไม่ใส่ได้ยังไง

02 มี.ค. 63 (18:35 น.)ความคิดเห็น 10
หมอธีระวัฒน์ จวกตรรกะเสื่อม! ใส่หน้ากากอนามัยจะเสี่ยงติดโควิด-19 มากกว่าไม่ใส่ได้ยังไง
S! News (Exclusive)
รายการโหนกระแสวันนี้ (2 มี.ค. 63) "หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย" ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา" หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งตอนนี้มีชายไทยเสียชีวิตเป็นคนแรกจากโควิด-19 และมีคนชายหนึ่งเป็นคนขับรถทัวร์ ซึ่งมีกระแสว่าโคม่า จะเป็นรายที่สองหรือไม่

อาจารย์เป็นคนแรกที่ออกมาบอกว่ามีชายไทยเสียชีวิต?

"อาจเป็นเช่นนั้น เหตุผลที่นำเรียนทั่วไปต้องการสื่อว่าจริงๆ แล้ว เราต้องเลิกสื่อให้ประชาชนทราบว่าโรคนี้จะรุนแรงขึ้น จะเกิดเฉพาะคนแก่ หรือมีโรคประจำตัวถึงจะรุนแรง เพราะฉะนั้นถ้าเราย้ำอยู่เรื่อยๆ ว่าต้องแก่ต้องมีโรคประจำตัว คนก็จะคิดว่าหนุ่มสาวที่ไม่มีโรคประจำตัวไม่เป็นไร"

อาจารย์จะบอกว่าเมื่อวานเป็นเคสที่จำเป็นต้องบอกเพื่อให้คนตระหนักว่าไม่ใช่ 60-70 แล้วนะ เป็นคนหนุ่มที่ไม่มีโรคแทรกซ้อนด้วยเสียชีวิต?

"อย่างแรกเลยพวกเราที่เป็นหมอ คุณพยาบาล หรือเภสัช เวลาเราเจอ เราจะถูกกรอกหูอยู่เรื่อยๆ ว่าโรคนี้ไม่น่ากลัว แต่วิธีระแวดระวังเวลาเจอผู้ป่วย ต้องให้ความสำคัญพอๆ กัน สองประชาชนเองต้องยอมรับว่าในกรณีอย่างนี้เราต้องระวังตัว ถ้าเราเจอเชื้อซ้ำซากอยู่เรื่อยๆ ก็อาจเสียชีวิต เกิดภาวะวิกฤติได้ อีกประเด็นที่อยากเรียนให้ทราบว่าทุกครั้งที่มีการสื่อว่ามีคนติดเชื้อ มักพูดว่าไปพบกับนักท่องเที่ยว พบคนต่างประเทศ ตรงนี้ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ ว่าติดเชื้อตรงนี้ติดเชื้อในผืนแผ่นดินไทย ถ้าติดเชื้อจากคนพาเชื้อมาให้เรา ก็คือมีสิทธิ์แพร่เชื้อให้คนอื่นได้พอๆ กัน เพราะฉะนั้นการที่จะย้ำว่าคนที่ติดเชื้อคือคนต่างประเทศ จริงๆ ทำให้ลืมว่าจริงๆ แล้ว ณ ขณะนี้โรคนี้คนไทยสู่คนไทยด้วยกันเอง"

อย่างที่บอกมักมีการประกาศว่าคนไทยไปติดจากคนต่างประเทศ ทำให้เป็นโรคโควิด-19 ทำไมไม่กักกัน ไม่ประกาศว่าห้ามคนต่างชาติอยู่กลุ่มเสี่ยงเข้ามาเมืองไทย?

"จริงๆ เราต้องปฏิบัติทัดเทียมกัน ถ้าหากคนไทยไปพื้นที่เสี่ยง กลับมาให้กักตัว 14 วัน มาตรการในลักษณะแบบนี้เป็นมาตรการลั่กลั่น ไม่ได้ช่วยอะไรเลย คนไทยปฏิบัติอย่างหนึ่ง นักท่องเที่ยวปฏิบัติค่อนข้างอิสระอย่างหนึ่่ง กรณีอย่างนี้ ความพยายามของเราที่จะกัก หรือหน่วงให้มีตะแกรงที่จะไม่ให้รั่วเข้ามาตรงนั้นก็จะไม่ได้ผลนัก กลายเป็นว่าได้ผลครึ่งๆ กลางๆ"

มุมคนเสียชีวิตคนแรกในประเทศไทย เป็นชายอายุ 30 กว่าๆ ชายคนนี้เท่าที่ทราบ ออกแถลงการณ์จากห้างคิง เพาเวอร์ เขาบอกเป็นพนักงานของเขา การติด ติดได้ยังไง?

"ตรงนี้เราไม่สามารถบอกได้เลย เขาอาจสัมผัสใกล้ชิด ซื้อขายของมั้ยตอบไม่ได้ ไม่ได้ทราบรายละเอียด แต่อย่างไรก็ตาม ตรงนี้ก็เป็นเครื่องชี้บ่งว่าในสถานที่ที่ต้องติดต่อกัน อาจด้วยการพูดคุยหรือผ่านทางวัตถุสิ่งของซึ่งมีการยื่นหยิบ"

สตางค์มีโอกาสมั้ย?

"ตรงนี้มีโอกาส"

สมมติคนเป็นโควิด ไอแล้วเอามือจับเงินส่งต่อให้ เขารับเงินแล้วเอามือขยี้ตา ติดมั้ย?

"เป็นหนทางที่ติดได้ เพราะทางการประเทศจีนสั่งเผาธนบัตรทิ้ง เพราะถ้าจะเอาธนบัตรมากองเรียง ฉีดสเปรย์ต่างๆ มันเสียเวลา และคนที่จะทำความสะอาดแบงก์ อาจไปสัมผัสอีก ทางการประเทศจีนก็เลยเผาแล้วพิมพ์ธนบัตรใหม่ไปเลย"

กระทรวงแถลงว่าเป็นไข้เลือดออก ลักษณะการแถลงทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นสองโรคร่วมกัน เป็นทั้งไข้เลือดออกและโควิด-19 ด้วย เหมือนไม่ได้แข็งแรง มีโรคแทรกซ้อน เรื่องนี้ข้อเท็จจริง อาจารย์ออกมาสวนในมุมหนึ่งว่ามันไม่ใช่ ขึ้นเพจเลยว่าคนนี้ตายเพราะโควิด-19 ไม่ใช่ไข้เลือดออก ตกลงยังไงกันแน่?

"ประการแรก ถ้าเสียชีวิตด้วยโควิด-19 ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีคนเป็นพันๆ คนเสียชีวิต ถ้าเราสื่อว่าเป็นโรคนั้นแล้วติดเชื้อโควิดทำให้เสียชีวิต ก็จะทำให้เกิดความสับสน เหมือนความสับสนที่เกิดในขณะนี้ ความเป็นจริงแล้วผู้ป่วยรายนี้ที่เสียชีวิต เคยเป็นไข้เลือดออก แต่ ณ เวลาที่ปรากฏตัว ที่มาหา มาพบแพทย์ที่คลินิก 2 ครั้งด้วยกัน โรคพัฒนาจนกระทั่งไปเข้าโรงพยาบาล ลักษณะโรคพบมีปอดอักเสบ ขณะเดียวกันก็ตรวจเลือด พบว่ามีหลักฐานว่าเคยเป็นไข้เลือดออก"

แสดงว่า ณ ตอนที่ตรวจ เขาไม่ได้เป็น?

"ณ ตอนที่ตรวจไม่มีหลักฐานอะไรที่บอกว่าเขาเป็นไข้เลือดออก หลังจากนั้น 4-5 วันก็เจาะเลือดซ้ำ หลักฐานที่บอกว่าเป็นไข้เลือดออกตรงนั้น ยิ่งยืนยันว่าเป็นมาไกลแล้ว ณ ขณะที่ไปโรงพยาบาล ไม่ได้มีเรื่องไข้เลือดออก อธิบายจากไข้เลือดออกไม่ได้เลย"

ชายคนนี้เคยเป็นไข้เลือดออก แต่วันเจาะเลือด มีไข้ต่างๆ นานา ไม่ได้เรื่องเชื้อไข้เลือดออกตอนนั้นแล้ว?

"สรุปว่าเคยเป็น แต่ ณ ขณะที่เป็น ไม่มีไข้เลือดออก โควิดล้วนๆ ข้อสำคัญตรงนี้คือลักษณะของหลักฐานเหมือนเคยเป็นจริงๆ ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งแรกนั้น เกิดความตายใจ รู้สึกว่าลักษณะตรงนี้น่าจะเป็นไข้เลือดออก ประกอบกับตัวโควิดกับไข้เลือดออกมีลักษณะทำให้เกล็ดเลือดต่ำนิดหน่อย ตรงนี้ไม่ใช่ลักษณะเฉพาะของไวรัสอะไรเลย ไวรัสโควิด-19 ก็เป็นได้" 

อาจทำให้วินิจฉัยผิดได้ว่าเป็นไข้เลือดออก?

"ครับ เนื่องจากหลักฐานเจาะเลือด และหลักฐานที่ดูเกล็ดเลือดต่ำอยู่นิดหน่อย โดยที่ไม่ได้มีลักษณะไข้เลือดออกอย่างอื่นเลย ตรงนี้ทำให้เกิดความรวนเรและวินิจฉัยว่าอาจเป็นเรื่องไข้เลือดออก ตรงนี้จะไปโทษคุณหมอไม่ได้ เพราะลักษณะโรคมันใกล้เคียงกัน ไม่มีใครในโลกนี้บอกได้ ตรงนี้เลยทำให้โรงพยาบาลเข้าไปดูแล เพราะคิดว่าเป็นไข้เลือดออกในวันที่ 30 ฉะนั้นเลยได้รับการติดเชื้อไป ลักษณะการติดเชื้อก็เรียงลำดับมา ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่เสียชีวิตแล้ว หรือพยาบาลที่ได้รับเชื้อตรงนั้น ก็เป็นโควิด-19 ทั้งหมดเลย"

ชายไทยที่เสียชิวิต เชื้อโควิดอยู่ในร่างกายอยู่มั้ย?

"ตรงนี้น่าเสียดาย ขณะย้ายไปสถาบันบำราศนราดูร อาการค่อนข้างหนัก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ อาการดูหนักมากขึ้นก็เลยต้องมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ยาที่กรมควบคุมโรคได้เข้าประเทศไทยมาถึงประเทศไทยวันที่ 14-15 และให้ผู้ป่วยทันทีทันใด แต่น่าเสียดาย หลังให้ไปแล้ว พบไวรัสหายไปจริง"

แล้วทำไมเสียชีวิต?

"เพราะตัวไวรัสก่อให้เกิดความเสียหาย ก่อให้เกิดความอักเสบของเนื้อปอด เรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่าปอดพัง พอปอดพังไปแล้วถึงแม้ตัวผู้ร้ายจะหายไปแล้ว แต่ตัวปอดพัง จะเยียวยาหรือใช้เครื่องช่วยอะไรต่างๆ ก็ตาม การที่ปอดพังก็กระทบอวัยวะส่วนอื่น ทำให้มีชีวิตอยู่ไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าดีใจที่โรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้รับยาในวันเดียวกัน เช่นเดียวกัน ปรากฏว่าเชื้อก็หายไปเร็ว แต่มีความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ตรงนี้เรายังไม่ทราบว่าความเสียหายตรงนี้จะถาวรหรือกลับมาได้มั้ย ตรงนี้อยากให้ประชาชนเข้าใจบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข เภสัชทุกคน ว่าความยากลำบากในการวินิจฉัยมันยากอยู่แล้ว แล้วมีผลเรื่องห้องปฏิบัติการทำให้มันรวนเร ซึ่งเรื่องตรงนี้เป็นเรื่องปกติ กรณีอย่างนี้อยากเรียกร้องผ่านรายการ แพทย์ เภสัช พยาบาล แม้กระทั่งคนกวาดขยะในโรงพยาบาล ถ้าเกิดอะไรขึ้น ควรมีค่าชดเชย แม้ในนักวิทยาศาสตร์ที่ห้องปฏิบัติการ"

เห็นบอกว่าอาจมีรายที่ 2?

"จริงๆ แล้วข้อมูลตรงนี้กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงเป็นลำดับ ก็เป็นคนไข้ซึ่งอยู่มานานพอสมควร เหมือนกับคนที่ไข้ที่เสียชีวิตอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ป่วยมานานพอๆ กัน สิ่งที่เรากังวลก็คล้ายๆ กัน คือ ผู้ป่วยรายนี้เป็นผู้ป่วยที่ได้รับยาตรงนี้เหมือนกัน หลังจากนั้นไวรัสหายหมดเช่นเดียวกัน แต่ก็มีความไม่เสถียร มีเรื่องปอดพัง จริงๆ เป็นปฏิกิริยาที่สำคัญ เมื่อเริ่มมีการอักเสบเกิดขึ้นก็ทำให้หลั่งไหลของน้ำที่อยู่ในเส้นเลือดออกมา ปอดไม่มีที่ที่จะรับออกซิเจนปล่อยออกซิเจนให้เลือด ขณะเดียวกันตามรายทางการอักเสบตรงนี้ก็ไปกระตุ้นเซลล์อีกหลายตัว มีกลไกอีกอย่างคือมีเนื้อเยื่อพังผืดเกิดขึ้น ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์หลายๆ ประเทศรวมทั้งจีนก็คิดสองประเด็น เรื่องการลดการอักเสบ ซึ่งเรื่องการลดการอักเสบตรงนี้ ขณะนี้เราก็ประจักษ์ชัดแล้วว่าเราไม่ใช้สเตียรอยด์ เพราะถ้าใช้สเตียรอยด์จะกดภูมิคุ้มกันด้วย แม้จะลดการอักเสบ เป็นที่ชัดเจนว่าไม่ควรใช้ สองเราใช้ยาต้านมาลาเรีย ที่รู้จักมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว มันก็มีความดีสองประการคือลดปริมาณไวรัสลงได้ สองคือลดการอักเสบลงได้ ประการที่ 3 มีความพยายามที่จะลดเจ้าตัวกระบวนการที่ทำให้เกิดเยื่อพังผืด"

หมายถึงในคนที่ 2?

"คนนี้อาจจะไม่ทัน ตรงนี้อาจเป็นปอดพังไปแล้ว เขาอายุพอๆ กับผม 60 กว่าๆ เรายังหวังว่า ณ ขณะนี้ที่เรียกว่าปอดแข็ง อาจมีบางส่วนกลับมา ไม่ได้เสียหายถาวร ถ้าเราดูทั้งหมด คนไข้แต่ละคนที่อาการหนักนั้นอยู่โรงพยาบาลเดือนหนึ่งหรือเดือนกว่า ค่ารักษาพยาบาลในผู้ป่วยอาการหนักเป็นล้านๆ ต่อหนึ่งราย คิดดูว่าห้องแยก มีเครื่องช่วยชีวิตเต็มไปหมดเลย มียาแต่ละตัวที่ให้ เพราะฉะนั้น ณ ขณะนี้ ผู้ป่วย 1 รายที่มีอาการหนักต้องอยู่โรงพยาบาล 1 เดือน และยังต้องอยู่ต่อ ทำไมเราไม่ป้องกันเข้มงวดกวดขัน เช่นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ทำไมเราไม่ป้องกันโดยให้ทุกคนมีจิตสำนึก ชัดเจนว่าเราต้องป้องกันตัวเองและไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หนึ่งเดือนยังเอาไม่อยู่ ตอนนี้เราอย่าไปพูดเรื่องยาพอ"

ตกลงตอนนี้ยามีมั้ย ยารักษาตัวนี้?

"ยาที่ใช้รักษาเราก็เสนอมาตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. ตอนนั้นต้องขอบพระคุณท่านอาจารย์ธนารักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งหลังคณะทำงานเราได้เรียนท่านก็ขวนขวายหายาเข้ามา แต่ประเด็นสำคัญคือ ณ ตอนนี้ใครๆ ก็อยากเก็บยาไว้ใช้ในประเทศผู้ผลิต ตอนนี้ถ้าเราได้มาก็ดี แต่ตอนนี้ที่สำคัญเมื่อไหรก็ตามที่ใช้ยาตัวนี้ เราจะเก็บไว้ใช้ในผู้ป่วยอาการหนัก"

ถ้ารักษาต้องตั้งแต่ต้นๆ?

"ครับ ตอนนี้การป้องกัน การตอบโต้เรื่องการแพร่เชื้อเป็นเรื่องสำคัญ ที่สำคัญบุคลากรทางการแพทย์ต้องช่วยชีวิตอย่างวิกฤติขนาดนี้ บุคลากรต้องมหาศาล เราจะเสียโอกาสสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคอื่นๆ ที่ต้องใช้เครื่องมือวิกฤติเหล่านี้ด้วย"

การกักตัวคนไปประเทศกลุ่มเสี่ยง 14 วัน ทำไมไม่ออกเป็นกฎหมายไปเลย?

"(ถอนหายใจ) ประเทศที่เขารับทราบในหลักการเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เขาไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น อย่างจีนถึงแม้ตอบโต้เรื่องนี้ช้าไปบ้าง แต่ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. ปิดประเทศปิดบ้าน ขณะนี้สามารถสง่างามมากเลย คนไข้กลับบ้าน ตอนนี้ต้องมีความกล้าหาญพอที่จะต้องยอมทำทุกมาตรการเพื่อทำให้ควบคุมโรคได้ ก่อนหน้าอู่ฮั่นปิด จะมีเมืองเล็กๆ รอบๆ เขาปิดบ้าน ปิดเมืองก่อนปิดอู่ฮั่น เมืองนี้ประชากร 1 ล้านคน ติดเชื้อน้อยกว่าเมืองอื่นๆ 10 เท่า มาตรการเหล่านี้ถ้ายิ่งทำเร็วที่สุด รายได้อาจต้องคำนึงจริง แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ถ้าผลกระทบที่ตามมมา โรงพยาบาลเกิดมีคนไข้และแพร่ไปผู้ปวย บุคลากรมีคนไข้ ถึงวันนั้นจะไม่มีโรงพยาบาลเหลืออยู่เลย"

ตอนนี้มีข่าวเรื่องหน้ากากอนามัย ทางอเมริกามีอาจารย์แพทย์ออกมาบอกว่าคนถ้าใส่หน้ากากมีสิทธิ์ติดโควิดมากกว่าคนไม่ใส่?

"หน้ากากอนามัยเรารับทราบกันทั่วไป เราใส่หน้ากากเพื่อแพทย์พยาบาลไม่ให้ละอองฝอยมาหาเรา คำถามว่าถ้าประชาชนทั่วๆ ไป เดินถนนเจอคนหนาแน่นโดยไม่ทราบว่าคนๆ นั้นติดเชื้อหรือเปล่า แล้วคนๆ นั้นมีการพูด การไอ การจาม ตกลงประชาชนทั่วไปจะไม่ใส่หน้ากากหรือ ในเมื่อแพทย์พยาบาลเมื่อไปดูคนไข้ต้องใส่ ประชาชนต้องไปเรียนหมอก่อนแล้วต้องใส่เหรอ ผมว่าตรรกะเสื่อม คิดแบบกำปั้นทุบดินก็ได้ ในเมื่อเราต้องการป้องกันโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ต้องการป้องกันเชื้อที่มาจากผู้ป่วยที่อยู่ตรงหน้าตรงนั้น"

เขาบอกในโรงพยาบาลให้หมอใช้กันไป ประชาชนข้างนอกไม่ต้องใช้ก็ได้ มันมีโอกาสดึงเข้าดึงออก มืออาจจะไปโดน อาจติดไปง่ายกว่า?

"มันคนละประเด็นกัน ถ้าใส่และถอดถูกวิธีก็จบ อย่าเอาประเด็นเรื่องการใช้ผิดมาเป็นประเด็นว่าทำให้ติดมากขึ้น ถ้าใช้ผิด ใช้อะไรทุกอย่างมันก็ผิด เพราะฉะนั้นความจำเป็นที่ต้องใช้แค่นั้นเอง แต่ถ้าไปยืนในสวนลุมฯ เดินชมนกชมไม้ มีคนเดียวเดินก็ไม่ต้องใส่ เราใส่เมื่อไปปะปนในที่คนหนาแน่น แล้วเราทราบดีว่าโควิด 80% ไม่มีอาการหรืออาการน้อยนิดแต่แพร่เชื้อได้ มาตรการตรงนี้ จริงๆ ใส่หน้ากากผ้าก็ได้ แค่นั้นเอง"

ประเด็นที่เริ่มมีกระแสว่าอย่าเอาคำพูดนี้ไปบูลลี่คนที่ไปประเทศกลุ่มเสี่ยงว่าเขาไม่รับผิดชอบต่อสังคม?

"คนกักตัวอยู่ที่บ้านอย่างถูกวิธีตรงนั้นเราต้องยกย่องส่งเสริม อย่างคุณมอส ปฏิภาณต้องยกย่องเขา เต็มใจด้วยจิตสำนึก แต่ทีนี้ในคนที่คิดว่าตัวเองผ่าน 1-2 วันแรกไปแล้ว ไม่ต้องไปตรวจก็ได้ถ้าไม่ไปสัมผัสคนมีความเสี่ยงสูง กักตัวอยู่บ้านเฉยๆ และหากไปตรวจครั้งแรกแล้วบอกว่าตัวเองเป็นโรค ไม่ใช่ อย่าไปหลอกชาวบ้าน ถ้าจะตรวจตรงนี้แล้วไปตรวจอีกทีวันที่ 14 ก็ไม่เสียหายอะไร ไม่ใช่ไปตรวจวันนั้นแล้วบอกว่าตัวเองไม่เป็น แล้วไปหลอกชาวบ้านต่อ และหลอกตัวเองด้วย"

เขาบอกว่าเขาไปตรวจแล้ว มาบูลลี่เขาทำไม อย่าเอาคำว่าไม่รับผิดชอบต่อสังคมมาบูลลี่เขา?

"จริงๆ แล้วถ้าไปตรวจ เขามีความรับผิดชอบตัวเองอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปบูลลี่เขา แต่เขาก็ยังไม่ปลอดภัย ต้องรอให้พ้น 14 วัน แค่นั้นเอง"

ให้คนไทยไปกลุ่มเสี่ยงกักตัว 14 วัน แต่ไม่กักตัวนักท่องเที่ยว ดูย้อนแย้ง?

"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกักอะไรเลย จะแพร่ก็แพร่ไป จะเอาเช่นนั้นหรือ"

เกาะติดสถานการณ์ COVID-19

บิ๊กตู่ เปิด ทำเนียบฯ'จับเข่า' ปชช. ฟังปัญหาแบบเปิดอก

4 มีนาคม 2563 - 23:24 น.
บิ๊กตู่,เปิด ทำเนียบฯจับเข่า ปชช,ฟังปัญหาแบบเปิดอก

บิ๊กตู่ ปรับรูปแบบการทำงาน เปิดโอกาสตัวแทน 'ปชช.' ทุกกลุ่ม นั่งจับเข่าเล่าปัญหาแบบเปิดอก ดีเดย์ 5 มี.ค. ฟังข้อมูลโดยตรง หวัง นำสู่การแก้ปัญหาอย่างตรงจุด   

       ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันที่ 4 มี.ค.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เรียกนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาหารือกว่า 1 ชั่วโมง

      ต่อมานายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า นายกฯได้มอบหมายให้ตน นายณัฏฐพล และนายพุทธิพงษ์ หาแนวทางในการเปิดรับฟังความคิดเห็นและปัญหาจากประชาชนโดยตรง ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ไม่ใช่เฉพาะได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เท่านั้น รวมถึงปัญหาปากท้องด้วย เพราะนายกฯ เชื่อว่าประชาชนอยากพูดคุยกับนายกฯโดยตรงเช่นกัน โดยให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด เพราะจะได้ทำอะไรได้เร็ว เพื่อออกนโยบายได้ตรงความต้องการประชาชนและเพื่อพิจารณาได้ทันกับการใช้งบประมาณปี 63 ที่ได้ประกาศใช้แล้ว หากมีเรื่องใดต้องใช้งบประมาณ

       รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า การเปิดรับฟังปัญหาจากประชาชนจะเริ่มในวันที่ 5 มี.ค.นี้ โดยรูปแบบจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนประชาชนเข้าพบ นั่งจับเข่าคุยกับนายกฯ แบบเปิดอก เพื่อที่รัฐบาลจะได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงโดยตรง ก่อนจะประมวลและมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขได้อย่างถูกต้องตรงจุด

     อย่างไรก็ตาม ผู้เกี่ยวข้องจะพยายามเปิดโอกาสให้ตัวแทนประชาชนแต่ละกลุ่มตั้งแต่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยจนถึงคนระดับปานกลางได้เข้ามาบอกปัญหากับนายกฯ ส่วนจะเป็นทุกวันพฤหัสบดีหรือไม่นั้น คงต้องดูความพร้อมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะนายกฯ เนื่องจากต้องการให้เวลากับในส่วนนี้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการปรับรูปแบบการทำงานครั้งสำคัญของรัฐบาลเพื่อให้การแก้ปัญหาประชาชนเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง 

       ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่า กำหนดการของนายกฯ ในวันที่ 5 มี.ค.นี้ ไม่มีวาระงานรวมถึงการเป็นประธานการประชุมใดๆ 

ข่าวด่วน

คุก "ธาริต" 2 ปี คดีแจ้งข้อหา "อภิสิทธิ์-สุเทพ" สลายนปช.

5 มีนาคม 2563 - 10:33 น.
ธาริต,อดีตอธิบดีดีเอสไอ,ศาลอุทธรณ์,พิพากษากลับ,จำคุก,กลั่นแกล้งคดี,แจ้งข้อหา,อภิสิทธิ์,สุเทพ,สลายนปช,ฆ่าปชช,ข่าววันนี้

ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ จำคุก "ธาริต" - "3พงส.ดีเอสไอ" 2 ปี ผิด ม.157 กลั่นแกล้งคดีแจ้งข้อหา "อภิสิทธิ์-สุเทพ" ฆ่าประชาชน สลาย นปช.ปี 53 เจ้าตัวรอลุ้นประกันตัวสู้ชั้นฎีกา

          เมื่อวันที่ 5 มี.ค.63 - ทีศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และอดีต ผอ.ศอฉ. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) , พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะอดีตหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553 , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานเป็นร่วมกันเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนกระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200

          กรณีระหว่างเดือน ก.ค.54 - 13 ธ.ค.55 ดีเอสไอ สรุปสำนวนดำเนินคดี นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการออกคำสั่ง ศอฉ. ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ที่ชุมนุมเพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์ ออกจากตำแหน่งนายกฯ 

          ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ย.61 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-4  โดยเห็นว่าพยานโจทก์ที่นำสืบมานั้น ยังไม่แสดงเห็นว่าจำเลยที่ 1 จงใจกลั่นแกล้งโจทก์อย่างไรในการแจ้งข้อกล่าวหา ต่อมาฝ่ายนายอภิสิทธิ์ โจทก์ ยื่นอุทธรณ์

          โดยวันนี้ นายธาริต อดีตอธิบดีดีเอสไอ และกลุ่มพนักงานสอบสวนดีเอสไอ จำเลยร่วมทั้งหมด ก็เดินทางมาศาลพร้อมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

          ขณะที่ ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ก่อนหน้าที่จะมีความเห็นควรแจ้งข้อหาโจทก์ที่ 1-2 ในความผิดฐานฆ่าเล็งเห็นผลจากเหตุการสลายการชุมนุมปี 53 จำเลยที่ 1-4 เคยมีความเห็นว่าการชุมนุม นปช.เป็นความผิดกฎหมายจึงแจ้งข้อหาก่อการร้าย แสดงว่าจำเลยทั้งสี่เห็นว่าโจทก์ที่ 1-2 กระทำไปตามหน้าที่ แม้ภายหลังการไต่สวนการตายของนายพัน คำกอง ศาลอาญาจะชี้ว่ากระสุนมาจากฝั่งทหารแต่ก็ไม่ได้ระบุว่าการกระทำโจทก์ทั้งสองเป็นความผิด 

          จากการพิจารณาพฤติการณ์ประกอบกันแล้ว ฟังได้ว่าการที่จำเลยที่ 1-4 มีความเห็นต่างจากเดิม เชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสองเพื่อเอาใจรัฐบาล เพื่อมีผลในการต่ออายุตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ การที่จำเลยทั้งสี่ สืบสวนสอบสวนโจทก์ที่ 1-2 พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเล็งเห็นผลทั้งที่เป็นอำนาจ ป.ป.ช.นั้น การกระทำดังกล่าวจึงเป็นความผิดตามฟ้อง 

          ข้อเท็จจริง จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 วรรคสอง ซึ่งการกระทำนั้นเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดตามมาตรา 200 วรรคสอง จึงพิพากษาให้จำคุก จำเลยคนละ 3 ปี แต่คำเบิกความเป็นประโยชน์อยู่บ้าง เห็นควรลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1-4 ไว้คนละ 2 ปี
โดยไม่รอการลงโทษ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายธาริต อดีตอธิบดีดีเอสไอ กล่าวสั้นๆ ว่า จะดำเนินการยื่นประกันตัวสู้คดีในชั้นฎีกาต่อไป.

ปรับครม.ส่อวุ่น สารพัดกลุ่มลุ้นต่อรองเก้าอี้

4 มีนาคม 2563 - 14:15 น.
ปรับ ครม,พลอประยุทธ์,แฟลชม็อบ

ปรับครม.ส่อวุ่น สารพัดกลุ่มลุ้นต่อรองเก้าอี้ คอลัมน์...  ล่าความจริง..พิกัดข่า

          ความเคลื่อนไหวการเมืองช่วงนี้ นอกจาก “แฟลชม็อบ” ของบรรดานิสิต นักศึกษา นักเรียน ที่ฮือฮาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ล่าสุดยังมีความเคลื่อนไหวในรัฐบาล เป็นสัญญาณค่อนข้างชัดว่าจะมีการ “ปรับครม.” ด้วย

อ่านข่าว...   "บิ๊กตู่"เผย"ปรับครม."ขอตัดสินใจเองเมื่อถึงเวลา

          บรรยากาศก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อเช้าวานนี้ นักข่าวได้สอบถามเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับ ครม. ปรากฏว่าแกนนำกลุ่มต่างๆ ภายในพรรคพลังประชารัฐยังคงสงวนท่าที ทั้งกลุ่มสามมิตร โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ซึ่งได้ตั้งกลุ่มสร้างก๊วนของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน แต่ทุกกลุ่มโยนเผือกร้อนให้นายกฯ ตัดสินใจ

          คนที่ออกปากว่าน่าจะมีการปรับแน่ กลายเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ก็ออกตัวว่าไม่รู้จะปรับเมื่อไร เพราะรัฐมนตรีในโควตาของพรรคทั้ง 2 คน คือตนเอง และ นายประภัตร โพธิสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ มัวแต่มุ่งมั่นทำงาน...พูดแบบนี้เรียกว่า “ตีกัน” แบบอ้อมๆ

          สาเหตุที่มีแนวโน้มปรับ ครม.ค่อนข้างแน่ เพราะจะมีตำแหน่งว่างจากการลาออกของ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ก่อนศึกซักฟอก ซึ่งจริงๆ มีข่าวนายดอนไม่ต้องการเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลลุงตู่ 2/1 อยู่แล้ว (หลังสิ้นสุดรัฐบาล คสช.) เพราะต้องการพักผ่อนและใช้เวลากับครอบครัว แต่ติดที่ภารกิจการเป็นประธานอาเซียนของไทย และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ทำให้ต้องรับตำแหน่งเพื่อสานต่องานไม่ให้ขาดช่วง

          ทว่าตอนนี้งานสำคัญจบลงแล้ว นายดอนจึงเตรียมไขก๊อก โดยมีข่าวว่าอาจมีการโยก “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย มานั่งว่าการกระทรวงบัวแก้วแทน

          ถ้าเป็นไปตามสูตรนี้ เก้าอี้ รมว.แรงงาน ก็จะว่างลง และมี 2 คนจาก 2 กลุ่มชิงดำกัน คือ นายสุชาติ ชมกลิ่น หรือ “เสี่ยเฮ้ง” ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กับ “เสี่ยแฮงก์” นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท แกนนำกลุ่มสามมิตร

          จะว่าไป “เสี่ยเฮ้ง” เคยมีชื่อตีตราจอง รมว.แรงงาน มาก่อนแล้วช่วงตั้งรัฐบาล แต่ชื่อหลุดในนาทีสุดท้าย ส่วน “เสี่ยแฮงก์” ด้วยชื่อชั้นและผลงานมือประสานสิบทิศ ก็น่าจะได้เวลานั่งเก้าอี้เสนาบดีบ้างแล้วเช่นกัน

          แต่ปัญหาก็คือ หากมอบเก้าอี้รัฐมนตรีให้ใครคนใดคนหนึ่ง จะตอบคำถามเรื่อง “โควตา” กันอย่างไร เพราะสัดส่วน ส.ส.กับเก้าอี้รัฐมนตรีของแต่ละกลุ่มก็ลงตัวอยู่แล้ว เช่น กลุ่มชลบุรี นายอิทธิพล คุณปลื้ม ก็ได้เก้าอี้รัฐมนตรีวัฒนธรรมอยู่แล้ว หากนายสุชาติได้อีก 1 เก้าอี้ จะอ้างโควตาจากไหน หรือจะอ้างโควตาภาคกลาง

          ปัญหาลักษณะเดียวกันนี้ยังเกิดกับกลุ่มสามมิตรด้วย เพราะรัฐมนตรีในโควตาของกลุ่มก็มีอยู่หลายคน ยกเว้นว่ามีรัฐมนตรีในกลุ่มยอมสลับออก แต่ใครจะยอม ? เหตุนี้เองช่วงที่ผ่านมาจึงมีการนัดประชุม ส.ส.เพื่อแสดงพลังว่ากลุ่มของตนมีเสียงสนับสนุนมากขึ้น เพื่อเพิ่มโควตาและความชอบธรรมในการได้ตำแหน่งรัฐมนตรีนั่นเอง

          สถานการณ์ในพรรคพลังประชารัฐขณะนี้มี “กลุ่ม-ก๊วน-มุ้ง” มากยิ่งกว่าสมัยพรรคไทยรักไทย หรือพรรคเพื่อไทยเสียอีก นับนิ้วดูแล้วมีมากกว่า 4 กลุ่ม

          กลุ่มแรก คือ “กลุ่มสามมิตร” ที่สังคมรู้จักกันดี เป็นกลุ่มอดีต ส.ส.ที่เคยร่วมงานกับพรรคไทยรักไทยมารวมตัวกัน มี ส.ส.ในมือราวๆ 30 เสียงขึ้นไป กลุ่มนี้แตะมือกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย (ชื่อกลุ่มสามมิตร มาจาก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ)

          กลุ่มที่สอง คือ “กลุ่มเสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งผสานมือกับ ประธานวิปรัฐบาล นายวิรัช รัตนเศรษฐ กลุ่มนี้พยายามสร้างพลัง โชว์เพาเวอร์ว่ามี ส.ส.ในมือเกือบร้อยคน ด้วยการจัดงานเลี้ยง ส.ส. และพาไปชมที่ทำการพรรคใหม่ช่วงก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่นาน

          แถมล่าสุดยังโชว์ผลงานดึงงูเห่าจากหลายพรรคให้มาร่วมเปิดหน้ากับพรรคพลังประชารัฐ (เช่น นายอนุมัติ ซูสารอ จากพรรคประชาชาติ) และโหวตให้ “บิ๊กป้อม” ได้คะแนนไว้วางใจสูงสุดในศึกซักฟอกที่เพิ่งจบไปอีกต่างหาก

          กลุ่มที่สาม คือ “กลุ่มผู้กอง” นำโดย ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กลุ่มนี้ก็มี ส.ส.เหนือ ทั้งตอนบนตอนล่าง เป็นกอบเป็นกำอยู่เหมือนกัน และมี ส.ส.กลุ่มอื่นบ้างประปราย เช่น นายเอกราช ช่างเหลา คนโตเมืองขอนแก่น

          กลุ่มที่ 4 คือ “กลุ่ม กทม.” ที่เป็นรัฐมนตรีถึง 2 คน ได้แก่ “เสี่ยบี” พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีดีอี กับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กลุ่มนี้มีอิทธิพลค่อนข้างสูงกับผู้ใหญ่ในรัฐบาล และโชว์ผลงานพา ส.ส.กทม.เข้าสภาได้ไม่น้อย หักเหลี่ยมประชาธิปัตย์จนสูญพันธุ์

          กลุ่มที่ 5 “ก๊วนสนธิรัตน์” มีสมาชิกน้อย จนบางคนไม่เรียกว่าเป็น “กลุ่ม” แต่มีความพยายามดึง ส.ส.ไปเป็นฐาน (แม้จะดึงไปปรากฏตัว แต่ ส.ส.เหล่านั้นก็มีกลุ่มอื่นสังกัดอยู่ด้วย จึงไม่ชัดว่าอยู่กับก๊วนนี้หรือไม่)

          สำหรับก๊วนใหม่นี้ ผู้ที่มีบทบาทคือ นายสนธิรัตน์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จับมือกับ “กลุ่มสี่กุมารเดิม” (สนธิรัตน์, อุตตม, สุวิทย์, กอบศักดิ์) กลุ่มนี้ไม่มี ส.ส.ในมือ และตัวเองก็ไม่ได้เป็น ส.ส. จึงพยายามสร้างฐาน สร้างเครือข่าย ด้วยการดึง ส.ส.จากกลุ่มต่างๆ มาดูแล

          ที่น่าพิจารณาก็คือ แต่ละกลุ่มที่ไล่เลียงมาล้วนมีเป้าหมายเฉพาะตัว เพื่อรักษาเก้าอี้รัฐมนตรีที่มีอยู่เดิมเอาไว้ และสอยเก้าอี้มาเพิ่ม แต่ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล ฉะนั้นจึงมีโอกาสสูงที่หากนายกฯ เลือกเส้นทางปรับ ครม. จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมรุนแรง

          นอกจากนั้นยังมีปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคภูมิใจไทยจะมี ส.ส.เพิ่มจากอดีตพรรคอนาคตใหม่ถึงเกือบ 10 เก้าอี้ น่าคิดว่าต้องเพิ่มโควตารัฐมนตรีให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ และถ้าเพิ่มให้ จะไปริบเก้าอี้จากพรรคไหนมา

          ทั้งหมดนี้คือสภาพปัญหาที่รอลุ้นฝีมือของ “3ป.” โดยเฉพาะ “ป.ประวิตร” ที่นั่งเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค เล่นบท “พี่ใหญ่” หรือ “บิ๊กบราเธอร์” อยู่ในปัจจุบัน

          แต่ปัญหาใหญ่กว่านั้นก็คือ การปรับ ครม. หากเป็นการปรับเล็ก และไม่รื้อโครงสร้างอะไรเลย โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ การปรับก็แทบไม่เกิดประโยชน์อะไร และไม่ลดแรงกดดันจากสังคม...

          ที่เรียกร้องให้นายกฯ ลุงตู่ลาออก !

ข่าวที่คุณอาจสนใจ
  • "เกษตร"ระทึก พายุฤดูร้อนจ่อถล่ม กระทบผลผลิต
    5 มีนาคม 2563 - 00:00 น.
  • เตือนเกษตรกรตัดทุเรียนอ่อนขายผิดกฎหมาย
    5 มีนาคม 2563 - 00:00 น.
  • เพื่อไทยไม่แบ่งก๊ก พร้อมเคลียร์ทุกคน
    4 มีนาคม 2563 - 20:56 น.
  • ระทึก พบวัตถุทำเลียนแบบคล้ายระเบิดตึกร้างย่านลาดพร้าว
    4 มีนาคม 2563 - 20:49 น.
  • สั่งผู้ว่าฯตรวจเข้มร้านค้ากักตุนหน้ากากอนามัย
    4 มีนาคม 2563 - 20:30 น.
  • นายกฯ ถก ก.ตร.ย้ำห้ามยุ่งเกี่ยวยาเสพติด
    4 มีนาคม 2563 - 19:13 น.


....................................................................

5 มี.ค. 2563 

 

 
 
 
 

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน