*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5845
  • จำนวนผู้ชม : 3463619
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 972 , 20:33:55 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ประเด็นขาดแคลนหน้ากากอนามัย พอเอาจริงคนละไม้คนละมือ แม้กระทั่งตัดเย็บขึ้นมากันเอง ปัญหาก็แทบจะหมดสิ้นในไม่ช้า

ส่วนการที่จะผลิตวัคซีนก็จวนจะได้ผล โดยจีนเป็นผู้นำ ส่วนไทยก็โชว์ฟ้าทะลายโจร ที่กำลังวิจัยจวนผลิตได้แล้ว

         เอ ว่าแต่ว่าผู้ปฎิบัติการทางการแพทย์ก็ชักจะบ่นกันแล้วครับ บอกว่างานหนักเกินไปมากทีเดียว ต้องคนช่วยครับ เอาไงดี !! 

          พรรคการเมือง คือ พรรค'กล้า' ก็ฟอร์มคณะผู้บริหารที่มีนายกรณ์ จาติกวณิชย์ เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนคณะอนาคตใหม่ที่พรรคถูก

ยุบแล้วมาแปลงร่างเป็นคณะแทน ก โดยหัวหน้าคณะก็นายธนาธรคนเดิม ว่าแต่ถูกกฎหมายหรือเปล่า

 

กรมอนามัยชี้หน้ากากผ้าป้องกันเชื้อได้ 54-59% ย้ำมาตรการหลักคือต้องล้างมือ

Wed, 2020-03-04 21:03 -- hfocus
Print this pagePrint this page

กรมอนามัยชี้แจง หลังสมาคมโรคติดเชื้อฯ เผยข้อมูลหน้ากากผ้าไม่ป้องกันเชื้อโรค ระบุมาตรการหลักคือต้องล้างมือ พร้อมระบุหน้ากากผ้าป้องกันเชื้อได้ 54-59% แต่ก็สามารถป้องกันเชื้อโรคได้ เพราะขนาดผ้าเล็กกว่าเชื้อไวรัส

ตามที่สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้หน้ากากอนามัยสำหรับประชาชนทั่วไปในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยระบุว่า สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ป่วย การใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาในที่สาธารณะไม่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และอาจเพิ่มความเสี่ยงหากใช้ไม่ถูกวิธี เพราะจะเพิ่มโอกาสการใช้มือสัมผัสใบหน้า นอกจากนั้น การสวมหน้ากากอนามัยต้องป่วยเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ หรือเป็นบุคลากรทางการแพทย์ หรือต้องเข้าไปสถานที่ที่มีคนแออัด อากาศถ่ายเทไม่ดี พร้อมย้ำว่าการใช้หน้ากากผ้าก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ ปรากฎว่าในสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ว่า สรุปแล้วการสวมหน้ากากแบบผ้ายังจำเป็นหรือไม่ และต้องเชื่อใครระหว่างกระทรวงสาธารณสุข หรือทางสมาคมโรคติดเชื้อฯ

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2563 พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เข้าใจว่าทางสมาคมโรคติดเชื้อฯ ต้องการพูดในประเด็นว่า หน้ากากอนามัยมีความจำเป็นเฉพาะผู้ป่วยติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ และบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากมีความเสี่ยงถูกละอองฝอยจากการไอ และจามมากกว่า เนื่องจากหน้ากากผ้าจะกักเก็บความชื้น ป้องกันไอ จามไม่ได้เลย เรียกว่าป้องกันการติดเชื้อไม่ได้ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ แต่ในส่วนของประชาชนทั่วไปนั้น ไม่จำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ยกเว้นมีอาการป่วย ไอ จาม ควรป้องกัน เพื่อแพร่การกระจายเชื้อไปยังผู้อื่น

“ขอย้ำว่า ประชาชนทั่วไปที่ไม่ป่วยสามารถสวมใส่หน้ากากผ้าได้ เพียงแต่ใช้แล้ว 1 วันต้องซัก จึงควรมีหน้ากากผ้าสลับสับเปลี่ยน แม้จะไม่ได้ป้องกันได้ 100% แต่ก็ยังสามารถป้องกันได้บ้าง ดีกว่าไม่ป้องกันเลย เพียงแต่ที่สมาคมโรคติดเชื้อฯ ออกมาเตือน เพื่อต้องการให้เห็นว่า การสวมหน้ากากผ้าไม่ใช่มาตรการหลักในการป้องกัน แต่สิ่งสำคัญสำหรับคนไม่ป่วยคือ การล้างมือบ่อย ๆ เพราะเชื้อจะติดได้นั้น หลัก ๆ คือ การสัมผัส ดังนั้นการล้างมือจะช่วยได้ ไม่ว่าจะล้างมือด้วยน้ำและสบู หรือล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล” พญ.พรรณพิมล กล่าว

นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขณะนี้อาจยังมีความสับสน แต่เรายังขอยืนยันว่า หน้ากากผ้ายังเป็นทางเลือกของคนไม่ป่วยในการป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 ซึ่งสิ่งที่กรมอนามัยทำอยู่ขณะนี้ คือ รณรงค์ให้คนไทยมีพฤติกรรมสุขภาพ 3 อย่าง คือ 1.คนปกติทั่วไปไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่สิ่งสำคัญคือ ลดการสัมผัส ไปไหนมาไหนไม่จำเป็นต้องสัมผัสสิ่งของก็อย่าจับ แต่ก็เป็นไปยาก ดังนั้น จึงแนะนำว่า ให้ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำหรือสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ซึ่งการล้างมือช่วยได้ดีมาก 2.ช่วยกันประดิษฐ์หน้ากากกันเอง ซึ่งเรายืนยันว่า คนปกติทั่วไปที่ไปยังพื้นที่แออัด มีคนหนาแน่นให้สวมหน้ากากผ้า ส่วนหน้ากากอนามัยยังเหมือนเดิมคือ เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้น หากคนไทยช่วยกันประดิษฐ์หน้ากากผ้าคนละ 3 ชิ้น คือ สวม สำรอง ซัก รวมแล้วคนไทยทุกคนช่วยกันก็จะได้หน้ากากผ้า 201 ล้านชิ้น ก็จะทำให้บุคลากรทางการแพทย์มีหน้ากากอนามัยใช้ได้ ไม่ประสบปัญหาขาดแคลน ซึ่งหากทำตรงนี้ได้หน้ากากอนามัยก็จะไม่ขาดแคลน และราคาจะถูกลง

“หน้ากากผ้า อย่างผ้าฝ้าย ผ้าใยสังเคราะห์ ผ้าสาลู กลุ่มนี้สามารถนำมาผลิตเป็นหน้ากากผ้าได้ ยิ่งซักยิ่งเล็ก เพราะใยจะออกมาเหลือประมาณ 1 ไมครอน โดยไวรัสโควิด-19 ขนาดอยู่ที่ 5 ไมครอน ซึ่งไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ได้ถึง 54-59% ถือว่าเพียงพอสำหรับคนทั่วไปที่ใช้ในพื้นที่แออัด โดยเรานำมาใช้และซักใหม่ได้ การจะเข้าถึงหน้ากากผ้าได้ด้วยการประดิษฐ์ง่าย ๆ ซึ่งกรมอนามัยได้ทำคลิปวิดีโอสอนเอาไว้ จึงขอเชิญชวนทุกคนหันมาทำหน้ากากผ้ากันเองดีกว่า โดยกรมอนามัย จับมือกับสำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศ เชิญชวนประชาชน มาเป็นจิตอาสาร่วมกันประดิษฐ์หน้ากากผ้ากัน” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

Skip to content

 

ที่เดียวครบ ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ

 

รวมหน้ากากรุ่นฮิต 6 แบบ ป้องกันได้ต่างกันอย่างไร??

ตอนนี้ประเทศไทยนอกจากจะเผชิญกับเรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 จะเข้ามาทำร้ายสุขภาพคนไทยแล้ว ยังมีเชื้อไวรัสโคโรนาที่กำลังแพร่ระบาดเข้ามาเพิ่มอีก คนไทยหลายคนจึงตื่นตัวเรื่องหน้ากากอนามัยกันมากขึ้น ถ้าให้พูดจริงๆ ตอนนี้หน้ากากอนามัยได้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เป็นอีกหนึ่งแอคเซสซอรี่ที่ต้องใส่ไว้ไม่ให้ขาด เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพตัวเราเอง แต่หน้ากากนั้นก็มีหลายชนิดเหลือเกิน มีวางขายอยู่มากมายให้เลือกซื้อ (มี 6 ประเภท) หลายคนคงมีคำถาม ว่าเราต้องใช้หน้ากากแบบไหน ใส่แล้วป้องกันอะไรได้บ้าง ป้องกันเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย ฝุ่นละออง หรือเกสรดอกไม้ ขนาดไหนนะ วันนี้เรามาหาคำตอบได้ในบทความนี้กันค่ะ

#ของมันต้องมี หน้ากากป้องกันฝุ่นและเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ

  1. หน้ากากทางการแพทย์

หน้ากากอนามัย นี้ เราจะเห็นได้ทั่วไปเวลาไปตามโรงพยาบาล  ผลิตขึ้นจากผ้าหรือพอลิโพรไพลีนซึ่งเป็นพลาสติกที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ โดยหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพจะต้องมีชั้นกรองอย่างน้อย 3 ชั้น เพื่อช่วยในการป้องกันเชื้อโรค มลพิษ หรือของเหลวจากภายนอก และยังช่วยดูดซับสารคัดหลั่งหรือความชื้นที่มาจากผู้สวมใส่ ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายสู่คนอื่น สรุปแล้วก็คือช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากเป็นวิธีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสจากคนสู่คนได้ถึง 99% ส่วนวิธีการใส่นั้นก็สำคัญ เราควรใส่โดยการนำด้านสีเขียวออกด้านหน้า เพื่อกันสารคัดหลั่งจากคนอื่นเข้ามาสู่ตัวเรา นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันฝุ่นและเกสรดอกไม้ ได้ขนาดเล็กสุดถึง 3 ไมครอน และสามารถกันได้ถึง 66.37% แต่แนะนำให้ใส่ 2 แผ่น เพราะจะกันได้มีประสิทธิภาพถึง 89.75% เลยทีเดียว

2. หน้ากากคาร์บอน

หน้ากากอนามัยแบบคาร์บอน นี้ คุณสมบัติไม่ต่างจากหน้ากากทางการแพทย์ แต่จะมีความพิเศษมากขึ้นมาเพราะมีชั้น Carbon ที่สามารถกรองกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ดีกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไป มีความหนาเส้นใยสังเคราะห์ถึง 4 ชั้น สามารถกรองเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 95% กรองฝุ่นละอองขนาด 3 ไมครอน สามารถกันได้ถึง 66.37% และถ้าสวมใส่ 2 แผ่น จะกันได้มีประสิทธิภาพถึง 89.75% เช่นเดียวกับหน้ากากอนามัยทางการแพทย์

3. หน้ากาก N95

หน้ากากอนามัย N95 เป็นหน้ากากอนามัยชนิดที่ช่วยป้องกันการเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้ โดยประสิทธิภาพในการป้องกันจะสูงกว่าหน้ากากอนามัยแบบทั่วไป เพราะลักษณะของหน้ากากอนามัย N95 นี้มีลักษณะครอบลงไปที่บริเวณหน้าปากและจมูกอย่างมิดชิด จึงทำให้เชื้อไวรัสหรือสารปนเปื้อนไม่สามารถลอดผ่านได้ และด้วยหน้ากากอนามัย N95 ผลิตจากโพลีโพรพีลีน (Polypropylene) มีประสิทธิภาพในการดักจับอนุภาคขนาดเล็ก PM2.5 และ PM10 ไม่น้อยกว่า 95% ถือว่าสามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ที่เมืองไทยเผชิญอยู่ในขณะได้ในระดับดีมากอีกด้วย สามารถเช็คมาตรฐานของหน้ากาก N95 ว่าผ่านการรับรองรอง FDA ใช้ป้องกันเชื้อโรคได้หรือไม่ที่เว็บไซต์ของ CDC

4. หน้ากาก FFP1

หน้ากากอนามัย FFP1 เป็นหน้าที่ที่ให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับหน้ากากอนามัย N95 สามารถช่วยป้องกันทั้งฝุ่น เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ดักจับอนุภาคขนาดเล็ก PM 2.5 และ PM10 ไม่น้อยกว่า 94% แต่นอกเหนือจาก N95 คือ สามารถป้องกัน สารเคมี ฟูมโลหะ ได้เพิ่มเติมอีกด้วย ทั้งยังออกแบบให้ส่วนบนมีความเว้า ครอบลงไปที่บริเวณหน้าปากและจมูกอย่างมิดชิด

5. หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป

หน้ากากกันฝุ่นลายน่ารัก มี 2 แบบ แบบแรกผลิตจากผ้าฝ้าย ใช้สำหรับป้องกันฝุ่นละออง และป้องกันการกระจายของน้ำมูกหรือน้ำลายจากการไอ/จามได้ แต่ไม่สามารถกรองเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้ แบบที่สองผลิตจากใยสังเคราะห์ ซ้อนทบชั้นกัน โดยรวมแล้วคุณสมบัติของหน้ากากชนิดนี้ มีคุณสมบัติในการกรองฝุ่น ป้องกันเชื้อโรคจำพวกเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราได้

6. หน้ากากฟองน้ำ

หน้ากากอนามัยแบบฟองน้ำ ผลิตจากโพลียูรีเทนคาร์บอนสำหรับกรองอากาศโดยเฉพาะ สามารถซักทำความสะอาดได้ แห้งเร็ว พับเก็บไม่ยับสามารถคืนรูปเดิมได้ไม่เสียทรง ส่วนประสิทธิภาพในการป้องกันสามารถกันฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กและเกสรดอกไม้ได้ 

มาดูข้อแตกต่างของหน้ากากอนามัยว่ากรองอะไรได้ดีขนาดไหน ทั้ง 6 ประเภทแบบง่ายกันค่ะ

ที่มา: ข้อมูลจากกรมอนามัย และรูปภาพจาก LOGOANDBANNERDESIGN

รู้ข้อดีของหน้ากาก 6 ประเภทนี้เเล้ว อย่าลืมเลือกให้ตรงกับการใช้งาน เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณและคนที่คุณรักด้วยนะคะ สำหรับคนที่กำลังหาซื้อหน้ากากอนามัย สามารถเลือกช้อปได้ที่ เว็บไซต์ Officemate หรือมาช้อปที่ ร้านออฟฟิศเมท ใกล้บ้านคุณ และอีกช่องทางที่ช้อปสะดวกง่ายขึ้น เพียงทักแชทมาช้อปผ่าน Line @officemate อยากได้อะไรแค่บอก เราจัดให้! พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นกับบริการส่งฟรี เมื่อช้อปครบ 499 บาท ไม่ว่าจะช้อปช่องทางไหนก็ส่งฟรีค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม รู้ทันก่อนก็รอด ปลอดเชื้อไวรัสโคโรน่า

......................................................

 

หมอจุฬาฯ ไขไวรัส โควิด-19 ปรับสภาพเก่งจะเป็นปัญหาหรือไม่

7 มีนาคม 2563 - 17:40 น.
ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา,โควิด-19,โควิด19,แพร่กระจาย,ติดต่อ,รุนแรง,ปรับตัว

การป้องกันและการควบคุมมีความหมายสูงสุดจากการที่ไวรัส โควิด-19 รู้จักปรับเปลี่ยนสภาพอยู่ตลอดเวลา 

               ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย​ โพสต์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ระบุ ไวรัสปรับสภาพเก่ง จะเป็นปัญหาหรือไม่?

อ่านข่าว - ปลัด สธ. ไม่รู้จักหมอจริงหรือเปล่าปฏิเสธสั่งสอบ #saveหมอโอ๊ต

               โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า การที่ไวรัสมีการควบรวมประกอบร่างใหม่ recombination (CID mar4) ทำให้ตำแหน่งที่เลือกในการนำมาทำ DNA หรือ mRNA medicine หรือ antibody ที่อาจเลือก receptor binding domain เพราะเข้าใจว่าไปเกาะกับ ACE2 อาจจะไม่ได้ผล เพราะตัวกำหนดเป็นที่ S2 ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมาตลอด รวมทั้งในกรณีนี้ที่มี genomic evolution ที่มีได้ทุกตำแหน่ง

               ซึ่งสรุปว่าอาจจะยังสร้างปัญหาอื่นๆ ทางในการทำ PCR ในการวินิจฉัย การติดตามการระบาดโดยอาศัย phylogenetic tree จะไม่แม่นยำ เพราะเป็นลักษณะของเน็ตเวิร์คมากกว่า และผลดังกล่าวอาจจะส่งผลทำให้เชื้อสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของคนติดเชื้อจากการที่มีไวรัสมากกว่าหนึ่งตัวอยู่ในหนึ่งเซลล์ ทำให้มีโอกาส recombine และกลายเป็นตัวใหม่ ซึ่งอาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการแพร่กระจายหรือการติดต่อ รวมทั้งความรุนแรงเปลี่ยนไป (และแม้แต่อาการที่ปรากฏในคนติดเขื้อที่ออกมาในระบบอื่นนอกจากปอด)

               การป้องกันและการควบคุมมีความหมายสูงสุดจากการที่ไวรัสรู้จักปรับเปลี่ยนสภาพอยู่ตลอดเวลา

 
เกาะติดข่าวไวรัสโคโรน่า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน