*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5845
  • จำนวนผู้ชม : 3463671
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 381 , 14:43:02 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         ผมเป็นคนหนึ่งที่ขอยกย่อง คนที่ชื่อ 'ธรรมนัส' ในครม.ชุดนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่่ว่าจะถูกจิกตีจากฝ่ายค้านหรือฝ่ายไหนก็ตาม

แต่ 'ธรรมนัส'ก็มิได้สั่นคลอนแม้แต่น้อย ล่าสุดคนใกล้ตัวมีเรื่องกักตุนหน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศตามความต้องการของวงการ

แพทย์เป็นอย่างสูง แต่กลับยักกระสายเอาไปขายให้ประเทศ ด้วยราคาชิ้นละ 14 บาท ดังข่าวที่พาดหัวว่า "จี้เอาผิดคนอ้างสนิท'ธรรม

นัส'กักตุน-ขายหน้ากากแพง" เชิญติดตามอ่านครับ

 

 
ข่าวทั่วไป

จี้เอาผิดคนอ้างสนิท'ธรรมนัส'กักตุน-ขายหน้ากากแพง

9 มีนาคม 2563 - 13:30 น.
โควิด19,ไวรัส,หน้ากากอนามัย,กักตุน,ธรรมนัส,โควิด-19

ผอ.ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ พปชร. จี้อธิบดีกรมการค้าภายในเอาผิดคนอ้างตัวสนิท "ธรรมนัส" กักตุนหน้ากากอนามัย ประกาศขายในโซเชียลราคาแพงระยับ ชี้ทำกำไรบนความเดือดร้อนประชาชน

          เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ขอเรียกร้องให้ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องที่ขายหน้ากากอนามัยเกินราคาจากกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีการเปิดเผยจากเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง และพาดพึงว่าเป็นคนใกล้ชิด ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ระบุว่าขายในราคา 14 บาท 

          นายสามารถ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นการทำร้ายพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยอย่างร้ายแรง เป็นการกักตุนทำกำไรบนความเดือดร้อนของประชาชน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำการแก้ปัญหาความเดือดร้อนและได้มีการกำหนดราคาหน้ากากอนามัยให้ขายได้ไม่เกิน ชิ้นละ 2.50 บาท แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มฉกฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนดังกล่าว ฉะนั้นขอวิงวอนให้กรมการค้าภายในดำเนินการเรื่องดังกล่าวและประสานงานตำรวจท้องที่จับกุมตรวจค้นในพื้นที่อย่างรวดเร็ว 

          นายสามารถ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เอง ร.อ.ธรรมนัส ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และใครเป็นผู้เกี่ยวข้องนั้นก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย ส่วนตัวมั่นใจว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีความตั้งใจในการแก้ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ มีเจตนาอย่างชัดเจนในการที่จะเร่งคลายความทุกข์ความเดือดร้อนที่กำลังเกิดขึ้น และจะไม่ช่วยเหลือคนที่ทำร้ายประชาชนอย่างแน่นอน 

          "ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนว่าต้องการให้ทางรัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัย โดยให้มีการแจกส่งให้ถึงบ้าน เพื่อป้องกันสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งในต่างประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ก็ได้ใช้มาตราการแจกหน้ากากอนามัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนพร้อมป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง ผมเชื่อว่ารัฐบาลได้รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน และมั่นใจว่าทางรัฐบาลจะสามารถรับมือโควิด-19 ได้อย่างแน่นอน โดยจะเร่งแก้ปัญหาในทุกมิติ" นายสามารถ กล่าว 

การเมือง

ประกาศคุมราคาหน้ากากเพิ่งมีผลวันนี้ "จุรินทร์" ชี้กักตุนโดน

9 มีนาคม 2563 - 12:58 น.
จุรินทร์,หน้ากากอนามัย,ประกาศคุมราคา,บังคับใช้วันนี้,กักตุน,โก่งราคา,ไม่เลือกปฏิบัติ,ข่าววันนี้

"จุรินทร์" ตอบทุกคำถาม-หน้ากากอนามัย โปร่งใสทุกขั้นตอน ระบุประกาศคุมราคาเพิ่งมีผลบังคับใช้วันนี้ พร้อมกำชับตามจับคนกักตุน โก่งราคา ไม่เลือกปฏิบัติ เจอหนักทั้งจำ ทั้งปรับ ส่วนเจลล้างมือต้องไม่ขายสูงกว่าราคาที่เคยแจ้งไว้

          เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2563 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีหน้ากากอนามัย ว่า ประการที่หนึ่ง วันนี้เป็นวันที่ประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ทั้ง 3 ฉบับที่ได้ลงนามไปเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา มีผลบังคับใช้วันนี้ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งหมดแล้ว รายละเอียดคือ ประกาศฉบับที่ 9 นั้นมีผลให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และผู้แทนจำหน่ายหน้ากากอนามัยจะต้องแจ้งข้อมูลต้นทุนราคาซื้อ ราคาจำหน่าย ปริมาณการผลิต ปริมาณการส่งออก ปริมาณการคงเหลือ รวมทั้งราคาจำหน่าย ที่ต้องสอดคล้องกับต้นทุนทั้งหมดทุกวันมาที่เลขานุการคือ อธิบดีกรมการค้าภายใน

          รมว.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า ประการที่สอง เรื่องการควบคุมราคาหรือการกำหนดราคาจำหน่ายปลีกในตลาดหน้ากากอนามัยชนิดที่ใช้เพื่อการแพทย์ที่เรียกว่า Surgical mask ที่เป็นหน้ากากอนามัยสีเขียว คือหน้ากากที่กำหนดราคาจำหน่ายปลีกไว้ชัดเจน ซึ่งในประเทศไทยสามารถผลิตได้แค่ 11 โรงงานเท่านั้น และมีกำลังการผลิตเดือนละ 36,000,000 ชิ้นเฉลี่ยวันละ 1,200,000 ชิ้นและในบรรดาหน้ากากทั้งหมดที่เป็นหน้ากากทางการแพทย์สีเขียว เมื่อไปถึงร้านจำหน่ายปลีกจะขายปลีกได้ไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาทใครขายเกิน 2.50 บาท ถือว่าขายเกินราคา ถ้าจะจับกุมดำเนินคดี จะมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอาจโดนข้อหาร่วมอีกข้อหาหนึ่งถ้าขายเกินราคา คือ ค้ากำไรเกินควร จะโดนอีกข้อหาหนึ่งโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 

          หน้ากากอีกประเภทหนึ่งคือหน้ากากทางเลือกซึ่งมีความหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ต้นทุนนำเข้าหรือต้นทุนการผลิตในประเทศไปจนถึงผู้บริโภคจะบวกอีกไม่เกินร้อยละ 60 รวม VAT แล้ว เช่นถ้านำเข้า 1 บาท ขายได้ไม่เกิน 1.60 บาท ถ้าเกินจากนี้ถือว่าขายเกินราคากำหนดและอาจพ่วงข้อหาค้ากำไรเกินควรนี่คือประกาศฉบับที่ 10 
และประกาศฉบับที่ 11 สำหรับเจลล้างมือต้องไม่ขายสูงกว่าราคาที่เคยแจ้งไว้กับกรมการค้าภายใน

          นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีการจัดสรรหน้ากากอนามัย 1.2 ล้านชิ้นต่อวันไปยังภาคส่วนต่างๆนั้น ได้มีศูนย์กระจายหน้ากากเกิดขึ้นโดยบริหารจัดการร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีรองเลขาธิการ อย. เป็นผู้แทน และอธิบดีกรมการค้าภายในผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยกันจัดสรรว่าจะไปที่ใดบ้างได้มีข้อตกลงร่วมกันเบื้องต้นว่า 700,000 ชิ้น นั้นกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้รับผิดชอบ ระบายไปยังสถานพยาบาลทุกชนิดทุกประเภท ทุกหน่วย ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดจำนวน 700,000 ชิ้น และกรมการค้าภายในจะบริหารจัดการ 500,000 ชิ้นที่เหลือ ไปบริหารจัดการกระจายไปยังภาคส่วนต่างๆ เช่น ร้านขายยา การบินไทย ร้านธงฟ้า และร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าส่งที่อยู่ในระบบตลาดทั้งหมดจะมีการบริหารจัดการรายวัน หากไม่เพียงพอต้องปรับตัวเลขทุกวันซึ่งประชุมร่วมกัน      

          ถ้าเป็นหน้ากากสีเขียวหน้ากากที่ใช้เพื่อการแพทย์ 1,200,000 ชิ้นต่อวันนั้นขายได้ไม่เกิน 2.50 บาท ถ้าเกินถือว่าขายเกินราคา ถ้าแพงมากกว่านั้นถือว่าค้ากำไรเกินควร โดนสองข้อหา และถ้าไม่จำหน่ายเอาไปเก็บไว้ในปริมาณที่เข้าค่ายการกักตุนเพราะดำเนินคดีข้อหากักตุนด้วย เป็นหน้าที่ของกรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดเข้าไปดู 

          ถ้าเป็นโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขศูนย์กระจายหน้ากากได้บริหารจัดการแบ่งสัดส่วนให้ไปแล้วด้วยความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุขโดยรองเลขาธิการ อย. ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะร่วมกับองค์การเภสัชกรรมรับไป 700,000 ชิ้น

          ถ้าเป็นโรงพยาบาลทั่วไประดับจังหวัดหรือโรงพยาบาลศูนย์ จัดอยู่ในเครือข่ายของปริมาณที่จัดสรรอยู่ใน 700,000 ชิ้น นั้นอยู่แล้วเป็นหน้าที่ที่กระทรวงสาธารณสุขต้องไปทำความเข้าใจและบริหารจัดการกันเองภายใน เมื่อรวมทั้งระบบแล้ว 700,000 ชิ้นไม่พอให้มาประชุมร่วมกันในส่วนบริหารจัดการ ซึ่งมีตัวแทนกระทรวงอยู่แล้วประธานร่วมกับกรมการค้าภายในอาจต้องเพิ่มเป็น 750,000 ชิ้น 800,000 ชิ้นเป็นต้น โดยแบ่งจากสัดส่วนของประชาชนทั่วประเทศ เพราะตัวเลขรวมคือ 1,200,000 ชิ้นต่อวัน

          "โดยนโยบายเราให้ความสำคัญกับสถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ก่อนที่จะใช้หน้ากาก Surgical mask หรือหน้ากากเขียวซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดและค่อยเป็นประชาชนทั่วไป สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นผู้ป่วย กระทรวงสาธารณสุขให้คำแนะนำแล้วว่าสามารถใช้หน้ากากทางเลือกโดยเฉพาะหน้ากากผ้าได้ต้องเร่งรัดสนับสนุนให้บุคลากรฝ่ายต่างๆ ภาคเอกชนในการปกครองท้องถิ่น ซึ่งสนับสนุน และประกาศสามฉบับไม่ได้ควบคุมหน้ากากทางเลือกสามารถใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ได้ตามกระทรวงสาธารณสุขให้คำรับรองไว้ถือเป็นหน้ากากทางเลือก นอกเหนือจาก 1,200,000 ชิ้นต่อวัน ที่เป็นหน้ากากทางการแพทย์ ซึ่งสามารถซักได้เก็บไว้ใช้หลายครั้งได้ และศูนย์กระจายหน้ากากให้ดูเผื่อผีน้อยด้วย เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน" รมว.พาณิชย์ กล่าว

การเมือง

เครียด"นายกฯ"พูดไม่ออกลูกน้องธรรมนัสกักตุนหน้ากาก

9 มีนาคม 2563 - 09:37 น.
หน้ากากอนามัย,กักตุน,ธรรมนัส,นายกฯ,โควิด-19,ไวรัส,ข่าววันนี้

"บิ๊กตู่"เครียด ปัดตอบ หลังเพจดังแฉ"ทีมงานธรรมนัส"กักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น


คลิปที่ 1

 

9 มีนาคม 2563   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2563 ที่ห้องประชุม 9 ชั้น 15  อาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีข่าวจากเพจดังออกมาแฉว่าทีมงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กักตุนหน้าหากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้น เพื่อนำขายนายทุนประเทศจีนและผู้อื่น โดยพล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าวว่า แต่มีสีหน้าเคร่งเครียด

"ธรรมนัส"ปัดคนสนิทกักตุนหน้ากาก-โร่แจ้งความทำเสียชื่อ

9 มีนาคม 2563 - 08:37 น.
หน้ากากอนามัย,ธรรมนัส,ข่าววันนี้,โควิด-19,คมชัดลึก

"ธรรมนัส"แจงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง "ศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี"ย้ำชัดคนสนิทไม่รู้เห็นกักตุนหน้ากากอนามัย โร่แจ้งความทำเสียชื่อ

9 มีนาคม 2563 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวจากเพจแหม่มโพธิ์ดำว่า คนสนิทผู้ติดตามข้าพเจ้าได้กักตุนหน้ากากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้นเพื่อขายต่อให้กับนายทุนจีนและผู้อื่น นั้น 

โดยบอกว่าจากการตรวจสอบพบว่าผู้กักตุนและขายหน้าหากอนามัยคือนายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตน  ส่วนที่นายพิตตินันท์ รักเอียด ซึ่งเป็นคณะทำงานของตน นั้น ได้ยืนยันกับตนว่าได้ไปพบกับนายศรสุวีร์ตามคำแนะนำของเพื่อนเพื่อพูดคุยเรื่องหน้ากากอนามัยจริง โดยได้ไปพบกันที่โรงแรมแมริออท (ประตูน้ำ) กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้มีการซื้อขายหน้ากากอนามัยกันและไม่เคยรู้จักกันกับนายศรสุวีร์มาก่อนโดยเป็นการพบกันครั้งแรก

เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ในเรื่องนี้ ได้ขอให้นายพิตตินันท์ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ในความผิดฐานกักตุนหน้ากากอนามัยและขายสินค้าเกินราคาและในความผิดที่ถูกนายศรสุวีร์แอบอ้างนำข้อความไปโพสต์ดังกล่าว พร้อมกับให้นำหลักฐานการแจ้งความมาแถลงข่าวเพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบอีกทางแล้วโดยนายพิตตินันท์จะดำเนินการในวันนี้

สำหรับนายพิตตินันท์ รักเอียด เคยเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคพลังประชารัฐ ได้ขอมาเป็นคณะทำงานของตนจริง แต่หากพบว่านายพิตตินันท์ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของนายศรสุวีร์ดังกล่าว ตนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือดำเนินคดีกับนายพิตตินันท์ทันที

 

วรวิทย์ กังศศิเทียม,ศาลรัฐธรรมนูญ


เส้นทางศาล รธน.ยุคเปลี่ยนผ่าน คอลัมน์...  Special Report


          ที่สุดแล้วที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก มีมติคัดเลือกให้นายวรวิทย์ กังศศิเทียม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ แทนที่นายนุรักษ์ มาปราณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนปัจจุบัน ที่จะพ้นวาระภายหลังดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2551 ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 21 พฤษภาคม 2557

อ่านข่าว...  เปิดประวัติ' วรวิทย์ กังศศิเทียม' ประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

          ชื่อนายวรวิทย์ สำหรับตำแหน่งว่าที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามที่มีการคาดหมายว่าเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตที่จะได้รับเลือกเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ชื่อ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ซึ่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน และนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่ จากวุฒิสภาลงมติโหวตลับ เห็นชอบรายชื่อว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 ราย

          การดำรงตำแหน่งของนายวรวิทย์ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 คนในชุดปัจจุบัน ตามบทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 79 ได้บัญญัติให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งดำรงตำแหน่งยังไม่ครบวาระตามรัฐธรรมนูญ 2550 และดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป จนกว่าจะครบวาระตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550

          หมายความว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คนในชุดปัจจุบัน จะดำรงอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 9 ปีนับแต่ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในช่วงปี 2556-2558 โดยเฉพาะนายวรวิทย์จะดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญคนที่ 10 จนครบวาระ 9 ปีในช่วงปี 2566

          จากนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะแจ้งผลให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพื่อให้ประธานวุฒิสภานําความขึ้นกราบบังคมทูล เพื่อทรงแต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 204

          แน่นอนว่าภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติแต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ และกำลังถูกเฝ้ามองในการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ในช่วงที่นายวรวิทย์ดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2566 จะมีทิศทางอย่างไร โดยเฉพาะคดีทางการเมืองหลายคดีที่ถูกส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะอยู่ในอำนาจขั้นตอนการพิจารณาที่กำหนดไว้ตามกระบวนการ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561

          โดยคดีสำคัญล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ทำให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีหลายฝ่ายกดดันกลับไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ภายหลัง “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นให้ตรวจสอบ 32 พรรคการเมือง มีการกระทำใกล้เคียงกับการกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ จากสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีบรรทัดฐานคำวินิจฉัยในครั้งนี้

          นอกจากนี้ยังมีคำร้องอดีตพรรคอนาคตใหม่ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น ในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ของ 41 ส.ส.ฝั่งรัฐบาลว่าขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) หรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้วินิจฉัยเหลือ 32 คน แต่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยพบว่า 32 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมาจากพรรคพลังประชารัฐ 21 คน ประชาธิปัตย์ 8 คน ประชาภิวัฒน์ 1 คน รวมพลังประชาชาติไทย 1 คน และชาติพัฒนา 1 คน

          ขณะเดียวกันฝั่ง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เคยยื่นคำร้องต่อประธานสภาไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติความเป็น ส.ส.ของ 32 ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน เข้าข่ายถือหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนกำหนดวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสื่อหรือไม่เช่นกัน ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่ 20 คน เพื่อไทย 4 คน เพื่อชาติ 4 คน เสรีรวมไทย 3 คน และประชาชาติ 1 คน โดยคดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องไปเมื่อ 4 กันยายน 2562

          การเปลี่ยนผ่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระหว่างชุดปัจจุบันและว่าที่ตุลาการชุดใหม่ จะเป็นช่วงรอยต่อสำคัญในการทำหน้าที่องค์คณะตุลาการ เพื่อพิจารณาคดีที่เข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ซึ่งคำร้องในคดีทางการเมือง ล้วนแล้วส่งผลต่อสถานภาพ “ผู้ถูกร้อง” ทำให้ทุกคำวินิจฉัยภายหลังจากนี้ ย่อมมีผลไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่น่าจับตามอง ตลอดการทำหน้าที่ขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมในยุคผลัดใบ

ศิษย์เก่ายื่น จม.ให้จุฬาฯ ตรวจสอบนิสิตชักธงดำ

9 มีนาคม 2563 - 14:44 น.
ศิษย์เก่า,ยื่น จม,จุฬาฯ,ตรวจสอบ,นิสิต,ชักธงดำ,ข่าววันนี้

ศิษย์เก่ายื่นจดหมายให้จุฬาฯ ตรวจสอบเหตุนิสิตชักธงดำ


คลิปที่ 1

          วันที่ 9 มี.ค. 2563 ที่หน้าสำนักงานอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลุ่มคนไทยผู้รักความถูกต้องดีงามของจุฬาฯ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกแก่ ผศ.ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี ด้านกิจการนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีเหตุนิสิตชักธงดำขึ้นยอดเสาธงของมหาวิทยาลัย ในการชุมนุมแฟลชม็อบ วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยขอให้ทางจุฬาฯตรวจสอบการกระทำดังกล่าว และขอทราบคำตอบและคำชี้แจงอย่างเป็นการทางการจากอธิการบดี ในวันที่ 13 มี.ค. เวลา 16.00 น.

คลิปที่ 2

 

          ทางด้าน ผศ.ดร.ชัยพร กล่าวว่า กระบวนการสอบวินัยนิสิตจุฬาฯที่ชักธงดำนั้น ทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการส่งเสริมวินัยนิสิตแล้ว เพราะจุดที่ชักธงเป็นพื้นที่กลาง จึงไม่ได้ใช้กรรมการในคณะสอบ แต่ใช้คณะกรรมการจากส่วนกลางสอบแทน โดยตอนนี้กระบวนการเริ่มแล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลา แต่จะดำเนินการให้โปร่งใสที่สุด ส่วนเรื่องที่มีการโจมตีนิสิตในโลกออนไลน์นั้น มหาวิทยาลัยพร้อมจะช่วยเหลือนิสิตคนดังกล่าว โดยยืนยันว่าจุฬาฯ สนับสนุนการแสดงออกทางการเมืองของนิสิต

เครียด"นายกฯ"พูดไม่ออกลูกน้องธรรมนัสกักตุนหน้ากาก

9 มีนาคม 2563 - 09:37 น.
หน้ากากอนามัย,กักตุน,ธรรมนัส,นายกฯ,โควิด-19,ไวรัส,ข่าววันนี้

"บิ๊กตู่"เครียด ปัดตอบ หลังเพจดังแฉ"ทีมงานธรรมนัส"กักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น


คลิปที่ 1

9 มีนาคม 2563   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2563 ที่ห้องประชุม 9 ชั้น 15  อาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีข่าวจากเพจดังออกมาแฉว่าทีมงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กักตุนหน้าหากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้น เพื่อนำขายนายทุนประเทศจีนและผู้อื่น โดยพล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าวว่า แต่มีสีหน้าเคร่งเครียด

 

หน้าแรก / Politics "ธรรมนัส" แจงปม คนสนิทเอี่ยวกักตุนหน้ากากฯ
 

"ธรรมนัส" แจงปม คนสนิทเอี่ยวกักตุนหน้ากากฯ

 
"ธรรมนัส" แจงปมคนสนิทเอี่ยวกักตุนหน้ากากอนามัย ลั่น พร้อมดำเนินคดี

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาชี้แจงกรณีที่ นายพิตตินันท์ รักเอียด ซึ่งเป็นคณะทำงานน้นขอชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวจากการเผยแพร่ของเพจแหม่มโพธิ์ดำว่า คนสนิทผู้ติดตามข้าพเจ้าได้กักตุนหน้ากากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้นเพื่อขายต่อให้กับนายทุนจีนและผู้อื่น นั้น ขอเรียนชี้แจง ดังนี้ จากการตรวจสอบพบว่าผู้กักตุนและขายหน้าหากอนามัยคือนายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับข้าพเจ้า

ส่วนนายพิตตินันท์ รักเอียด ซึ่งเป็นคณะทำงานของข้าพเจ้า นั้น ได้ยืนยันกับข้าพเจ้าว่าตนได้ไปพบกับนายศรสุวีร์ตามคำแนะนำของเพื่อนเพื่อพูดคุยเรื่องหน้ากากอนามัยจริง โดยได้ไปพบกันที่โรงแรมแมริออท (ประตูน้ำ) กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้มีการซื้อขายหน้ากากอนามัยกันและไม่เคยรู้จักกันกับนายศรสุวีร์มาก่อนโดยเป็นการพบกันครั้งแรก

ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ในเรื่องนี้ ข้าพเจ้าได้ขอให้นายพิตตินันท์ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ในความผิดฐานกักตุนหน้ากากอนามัยและขายสินค้าเกินราคาและในความผิดที่ถูกนายศรสุวีร์แอบอ้างนำข้อความไปโพสต์ดังกล่าว พร้อมกับให้นำหลักฐานการแจ้งความมาแถลงข่าวเพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบอีกทางแล้วโดยนายพิตตินันท์จะดำเนินการในวันนี้

อนึ่ง นายพิตตินันท์ รักเอียด เคยเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคพลังประชารัฐ ได้ขอมาเป็นคณะทำงานของข้าพเจ้าจริง แต่หากพบว่านายพิตตินันท์ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของนายศรสุวีร์ดังกล่าว ข้าพเจ้าพร้อมที่จะให้ความร่วมมือดำเนินคดีกับนายพิตตินันท์

 น้าแรก / Columnist ฐานโซไซตี ป้องกันตนเอง จาก“ผีน้อย”

ป้องกันตนเอง จาก“ผีน้อย”

08 Mar 2020
อ่าน 2380 ครั้ง
 
คอลัมน์ฐานโซไซตี ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3555 หน้า  4 ระหว่างวันที่ 8-11 มีนาคม 2563 โดย... ว.เชิงดอย 

          .... ผีน้อย” หรือคนไทยที่เข้าไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะทางการเกาหลีใต้เปิดโอกาสให้ “ผีน้อยไทย” กลับประเทศ ต้้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562-30 มิถุนายน 2563 หากรายงานตัวและกลับไทยจะไม่ถูกลงโทษใดๆ ขณะเดียวกันปัญหาไวรัสโคโรนา (โควิท-19) ที่ระบาดในเกาหลีใต้ ยิ่งสร้างความลำบากให้ “ผีน้อยไทย” เพิ่มขึ้นไปอีก เพราะนอกจากจะไม่มีการจ้างงานเกิดขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงกับการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ นี่จึงเป็นเหตุผลให้ “ผีน้อยไทย” หลายคนต้องการกลับประเทศ 

          .... มีข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน พบว่า ปี 2561-2562 มีแรงงานไทยที่ไปทำงานอยู่เกาหลีใต้ประมาณ 200,000 คน โดยในจำนวนนี้เป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย ประมาณ 66,000 คน แรงงานที่จัดส่งโดยรัฐ ประมาณ 24,000 คน และแรงงานผิดกฎหมายประมาณ 120,000 คน อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลจากสถานทูตไทยในเกาหลีใต้ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่ผิดกฎหมายอยู่ราว 152,439 คน แสดงความประสงค์ขอกลับบ้าน 5,386 คน และกลับแล้ว 4,727 คน (ข้อมูล ณ 4 มี.ค.63)

          .... การที่มี “ผีน้อย” เดินทางกลับจากเกาหลีใต้จำนวนมาก ก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่าจะนำเชื้อโรคร้ายกลับมาแพร่ระบาด ทำให้ “ภาครัฐ” ต้องหามาตรการดูแลในเรื่องนี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ก็ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการรับมือกับแรงงานไทยทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้ ซึ่งมาตรการที่ออกมาเบื้องต้นคือ กระทรวงคมนาคม ท่าอากาศยานไทย กระทรวงการต่างประเทศ จะร่วมกันตรวจสอบคัดกรองคนไทยตั้งแต่ประเทศต้นทาง ขณะเดียวกันสายการบินก็จะตรวจสอบผู้โดยสารอยู่แล้ว หากใครมีไข้ก็จะไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง แต่หากหลุดขึ้นมาแล้วเป็นไข้บนเครื่องบิน ก็จะต้องแยกที่นั่ง และใช้ห้องน้ำพิเศษแยกออกจากกัน มีการใช้หน้ากากอนามัย

          .... สำหรับเกาหลีใต้ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงเพราะมีการแพร่ระบาดโรคมากที่สุดคือ 2 เมือง “แดกู” และ “คยองซังเหนือ” ดังนั้น คนที่มาจาก 2 เมืองนี้ เมื่อเข้ามาแล้วจะต้องถูกควบคุมตัวไว้เป็นเวลา 14 วัน ไม่มีการให้กลับไปควบคุมที่บ้าน โดยรัฐบาลจะจัดหาพื้นที่ควบคุมรองรับ ส่วนผู้ที่เดินทางกลับจากเมืองอื่นๆ ของเกาหลีใต้ ก็ต้องผ่านขั้นตอนการคัดกรอง ถ้าเป็นไข้ก็จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กอาการ และกักตัวไว้ ส่วนผู้ที่ไม่มีไข้ก็ส่งไปยังพื้นที่ควบคุมตามภูมิลำเนาเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯ จะจัดหาสถานที่สำหรับรองรับ เช่น สนามกีฬา ทั้งนี้ประเทศที่ไทยจับตา เพราะเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงที่มีการแพร่ระบาดมี 4 ประเทศ คือ จีน อิตาลี อิหร่าน และ เกาหลีใต้

          .... สำหรับ “ผีน้อย” ที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงไวรัสแพร่ระบาด ขออย่าให้ “คนไทย” ออกอาการ “รังเกียจเดียดฉันท์” กัน เพราะการที่เขาไปทำงานต่างประเทศแม้จะผิดกฎหมาย แต่ก็เพราะความจำเป็นที่ต้องดิ้นรนทำมาหากิน เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ เลี้ยงเมียเลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน เชื่อว่า “มาตรการรัฐ” ที่ออกมาก็น่าจะทำให้พออุ่นใจได้ว่า คนเหล่านั้นจะไม่เป็นต้นตอแห่งการแพร่ระบาดโรค แต่สำคัญเหนืออื่นใด “ทุกคน” ก็ต้องป้องกันตัวเองไว้ด้วย เป็นดีที่สุด...

          .... ไปปิดท้ายกันที่...เนื่องในโอกาสครบรอบ 85 ปีของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และครบรอบ 20 ปี ของการก่อตั้งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ทางสาขาวิชานวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จึงได้จัดให้มีโครงการ MIRED Smart Leader เปิดรับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ปริญญาโท) โดยการยกเว้นการสอบข้อเขียน (มีการสอบสัมภาษณ์ตามปกติ) เพื่อเป็นการขยายโอกาสในการศึกษา และสร้างบุคลากร ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเป็นทรัพยากรที่สําคัญของประเทศ

          .... โดยคุณสมบัติผู้ที่สนใจสมัครเข้าโครงการดังกล่าว เป็นผู้สําเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และจะต้องทํางานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี (นับจนถึงวันที่สมัคร) และโครงการนี้จะรับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร จํานวน 5 คน โดยเริ่มศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 (ราวต้นเดือนสิงหาคม 2563) ผู้ที่สนใจสมัครได้ด้วยตนเองที่งานบริการการศึกษา ชั้น 3 อาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ หรือจัดส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ ถึงงานบริการการศึกษา (สมัครศึกษาต่อปริญญาโท) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 99 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12121 จนถึงวันที่ 9 มีนาคมนี้ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ศึกษาได้จาก https://reg2.tds.tu.ac.th หรือติดต่อที่หมายเลข 0-2986-

 

เชื่อใครดี ศึกหน้ากากอนามัย กรมการค้าฯ VS สมาคมร้านขายยา

09 Mar 2020
อ่าน 99 ครั้ง
 
กรมการค้าออกมาโต้ร้านขายยาได้รับการจัดสรรหน้ากากอนามัยวันละ 25,000 ชิ้น 

พลันที่สมาคมร้านขายยาออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า สมาคมสมาคมฯ ยังไม่เคยได้รับ หน้ากากอนามัย จากกรมการค้าภายในเลยแม่แต่ชิ้นเดียว และ  ขอเรียกร้อง ให้กรมการค้าภายใน และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการจัดส่งหน้ากากอนามัย ให้แก่ทางสมาคมฯ ตามที่ปรากฎเป็นข่าวด้วยจักขอบพระคุณยิ่ง 
                                                

ผ่านไปไม่ทันข้ามคืนกรมการค้าภายในออกมาตอบโต้สมาคมร้านขายยาโดย นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ออกจดหมายข่าวชี้แจงยืนยันข้อเท็จจริงเช่นกันว่า ร้านขายยาได้รับการจัดสรรหน้ากากอนามัยวันละ 25,000 ชิ้น ตามที่ได้มีการตกลงกัน

ส่วนการส่งมอบโรงงานผู้ผลิตหน้ากากอนามัยจะจัดส่งให้ร้านขายยาโดยตรง เพื่อลดขั้นตอนการจัดส่งให้หน้ากากอนามัยถึงมือผู้บริโภคโดยเร็ว ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม 2563 ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยได้จัดส่งหน้ากากทั้งที่เป็นหน้ากากอนามัยเพื่อการแพทย์ (Surgical mask) และหน้ากากอื่นๆ เช่น หน้ากากคาร์บอน N95 ให้กับร้านขายยากว่า 700,000 ชิ้น โดยจำนวนดังกล่าวสามารถยืนยันได้จากการที่กรมการค้าภายในได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำโรงงานผู้ผลิตทั้ง 11 ราย เป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งเป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าโรงงานผู้ผลิตได้จัดส่งหน้ากากอนามัยให้กับร้านขายยาตามที่มีการตกลงกันไว้

ทั้งหมด คือ การตอบโต้ไปมาระหว่างสมาคมร้านขายยากับกรมการค้าภายใน ศึกหน้ากากอนามัยครั้งนี้จะเชื่อ

..............................................................

9 มี.ค. 2563 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน