*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5845
  • จำนวนผู้ชม : 3463671
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 341 , 13:25:56 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

                  พิษภัยไวรัส COVID- 19 กำลังทำให้โลกหมุนช้าลงๆทุกขณะ แล้วขณะที่เราได้ข่าวดีว่าจีนสามารถจัดการกับมันอย่างได้

ผล จนเลิกใช้โรงพยาบาลสนามไปได้แล้วนั้น แต่ไม่มีข่าวดีจากที่อื่นๆอีกบ้างเลย ส่วนประเทศไทยของเราก็มีการรับมือกับมันแนวใหม่

โดยการกักบริเวณ 14 วัน ก็ให้กลับมาอยู่บ้านองตัวเอง แล้วอย่าออกจากที่พักไปไหนมาไหนก็แล้วกัน แบบนี้จะได้ผลแค่ไหนก็ยังไม่รู้

         แต่อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดดลงมาควบคุมการปฏิการด้วยตัวเองแล้ว

 

238รายในคืนเดียว! กาตาร์เผยยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19รายใหม่

238รายในคืนเดียว! กาตาร์เผยยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19รายใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563, 12.18 น.

12 มีนาคม 2563 สำนักข่าวซินหัวไทยรายงานว่า สำนักข่าวกาตาร์ของรัฐประกาศพบจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ที่ได้รับการยืนยันแล้ว 238 ราย

แหล่งข่าวระบุว่า ผู้ป่วยรายใหม่ทั้งหมดที่ตรวจพบนั้นเป็นผู้อพยพมาจากต่างประเทศที่มีประวัติติดต่อกับกลุ่มผู้อพยพที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ยอดจากเดิมที่ 24 ราย กลายเป็น 262 ราย

โดยก่อนหน้านี้ กาตาร์ได้รายงานพบผู้เสี่ยงติดเชื้อกว่า 300 คนที่มีประวัติใกล้ชิดกับผู้อพยพมาจากต่างประเทศ 3 รายเมื่อวันอาทิตย์ (7 มี.ค.) ส่งผลให้คนกลุ่มนี้ถูกสั่งกักตัวและเฝ้าสังเกตอาการ

เมื่อวันจันทร์ (9 มีนาคม) กาตาร์ได้สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศและมหาวิทยาลัยอย่างไม่มีกำหนด "จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม" ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โรคไวรัส

ในวันจันทร์เดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของกาตาร์ได้ประกาศห้ามมิให้ผู้เดินทางเข้ามาใน 14 ประเทศเป็นการชั่วคราว อันได้แก่ บังกลาเทศ, จีน, อียิปต์, อินเดีย, อิหร่าน,อิรัก,เลบานอน,เนปาล,ปากีสถาน,ฟิลิปปินส์,เกาหลีใต้,ศรีลังกา,ซีเรีย และไทย

‘จุรินทร์’ชี้ไม่มีอำนาจสั่งบิ๊กกรมการค้าภายในถอนฟ้องโฆษกกรมศุลฯ รับการแถลงข่าวรัฐมีปัญหา

‘จุรินทร์’ชี้ไม่มีอำนาจสั่งบิ๊กกรมการค้าภายในถอนฟ้องโฆษกกรมศุลฯ รับการแถลงข่าวรัฐมีปัญหา

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563, 11.02 น.
 
จุรินทร์’ชี้ไม่มีอำนาจสั่งบิ๊กกรมการค้าภายในถอนฟ้องโฆษกกรมศุลฯ รับการแถลงข่าวรัฐมีปัญหา

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 มีนาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมการค้าภายใน จะแจ้งความเอาผิดโฆษกกรมศุลกากร ที่ให้ข้อมูลและสื่อสารผิดพลาดในเรื่องหน้ากากอนามัย ว่า ตนไม่ทราบ แต่เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา เมื่อได้เห็นข่าวที่ออกไปตามโซเชียลมีเดีย ก็ตกใจ เพราะคำแถลงที่ปรากฏออกมาว่าโฆษกกรมศุลกากรเป็นผู้ให้ข่าวว่ามีการส่งออกหน้ากากอนามัยไป 330 ตัน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ตนจึงเร่งตรวจสอบว่าอธิบดีกรมการค้าภายในได้อนุมัติไปตามนั้นจริงหรือไม่ และข้อเท็จจริงคืออะไร เพราะผู้ที่จะอนุมัติให้ส่งออกได้มีเพียงอธิบดีกรมการค้าภายในเท่านั้น 

ทั้งนี้ ตนได้รับคำชี้แจงว่าตั้งแต่ประกาศเป็นสินค้าควบคุม และตนได้เคยมีนโยบายไปแล้วว่าไม่มีนโยบายอนุญาตให้ส่งออก รวมทั้งในทางปฏิบัติจะต้องเป็นไปตามประกาศ หากจะมีการส่งออกจะต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งหน้ากากอนามัยที่จำเป็นต้องใช้ในประเทศเราไม่ให้ส่งออก ยกเว้นการผลิตหน้ากากอนามัยภายใต้ข้อผูกพันทางทรัพย์สินทางปัญญาที่เราเอามาขายในประเทศไม่ได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมการค้าภายในที่จะเป็นผู้พิจารณา โดยอธิบดีกรมการค้าภายในจะแถลงในรายละเอียดต่อไป และเท่าที่รับทราบท่านจะไปแจ้งความร้องทุกข์เพราะทำให้ได้ท่านรับความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โทรศัพท์มาพูดคุยในประเด็นดังกล่าวหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้โทรศัพท์มา แต่ตนได้โทรศัพท์ไปประสานกับเลขานุการกรมศุลกากรเมื่อคืนวันที่ 11 มีนาคม 2563 เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง ซึ่งแจ้งมาว่า คำแถลงของกรมศุลกากรยืนยันว่าในช่วงหลังมีการประกาศหน้ากากอนามัยให้เป็นสินค้าควบคุมก็มีการส่งออกน้อยมาก

เมื่อถามว่า หากนายอุตตมาขอให้ถอนฟ้อง จะถอนฟ้องหรือไม่ แล้วจะต้องทำความเข้าใจกับอธิบดีกรมการค้าภายในหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่มีอำนาจไปสั่งการท่าน เพราะอธิบดีกรมการค้าภายในไปแจ้งความในฐานะที่ทำให้เสียหาย เราจะไปใช้ดุลยพินิจแล้วบอกว่าไม่เสียหายอย่างนั้นไม่ได้ เพราะท่านต้องรักษาสิทธิ์และปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง ขอให้ท่านมาตอบเรื่องนี้แทน ตนจะไปตอบแทนคงไม่เหมาะ

เมื่อถามว่าจะต้องมีการทบทวนเรื่องการแถลงข่าวหรือไม่ เพราะตอนนี้ประชาชนสับสนข้อมูล นายจุรินทร์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องจริง ตอนนี้การให้ข้อมูลอะไรจากหน่วยงานภาครัฐต้องตรวจสอบให้รอบคอบชัดเจนแล้วจึงแถลง เพราะสถานการณ์ขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ รวมถึงโซเชียลมีเดียไปเร็วมากถ้าคลาดเคลื่อนจะกระจายไปในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ซึ่งกว่าจะทำความเข้าใจได้ต้องใช้เวลา จนผู้เสียหายได้รับความเสียหายในวงกว้าง การให้ข่าวอะไรจึงต้องระมัดระวัง

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าฝ่ายบริหารไม่ได้ไปชี้ช่องให้เจ้าหน้าที่ฟ้องร้อง เพราะตอนนี้มีการมองกันว่าเป็นเกมการเมืองระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบตรงนั้น แต่ทั้งหมดจะยืนยันได้ด้วยข้อเท็จจริงและความจริงดีที่สุด ตนยังเชื่อว่าในระยะยาวสังคมพร้อมที่จะฟังความเห็นเมื่อพ้นจากภาวะไม่ปกตินี้ ดังนั้น ข้อเท็จจริงคือสิ่งที่จะบอกได้ดีที่สุดว่ามันคืออะไร

เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังเหนียวแน่น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของการทำหน้าที่ในรัฐบาลยังไม่ได้มีปัญหาอะไร

สูบบุหรี่มวนเดียวกัน-ดื่มเหล้าร่วมแก้ว! เปิดต้นเหตุผู้ป่วย‘โควิด’พรวด11ราย

สูบบุหรี่มวนเดียวกัน-ดื่มเหล้าร่วมแก้ว! เปิดต้นเหตุผู้ป่วย‘โควิด’พรวด11ราย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563, 11.27 น.

สูบบุหรี่มวนเดียวกัน-ดื่มเหล้าร่วมแก้ว! เปิดต้นเหตุผู้ป่วย‘โควิด’พรวด11ราย

12 มีนาคม 2563 นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปลัดสธ.) เปิดเผยว่า วันนี้พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 11 ราย อยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยประชาชนกลุ่มนี้มีทั้งหมด 15 คน มี 1 คนเป็นนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง เดินทางมายังประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ , วันที่ 25 กุมภาพันธ์ เริ่มมีไข้ หนาวสั่น แต่ระหว่างป่วยยังเดินทางไปพบปะเพื่อนๆ ในกลุ่ม 2 ครั้ง คือ วันที่ 27 และ 29 กุมภาพันธ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม คนในกลุ่มเริ่มทยอยมาที่รพ.ด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ ตอนนี้คนฮ่องกงกลับประเทศไปแล้ว ส่วนที่ยังป่วยอยู่ตอนนี้คือคนไทยทั้งหมด

“จากพฤติกรรมของผู้ป่วยกลุ่มนี้คือมีการสังสรรค์ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน ส่วนคนในกลุ่มที่ไม่ติดเชื้อนั้นไม่ได้มีการดื่มแก้วเดียวกัน ไม่ได้สูบบุหรี่มวนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนโรคเพิ่มเติมพบว่าในจำนวนผู้ป่วยนี้ มีการเดินทางไปร่วมงานแต่งงานด้วย ตรวจผู้สัมผัสในงานแล้วไม่พบเชื้อ” นพ.สุขุม กล่าว

นพ.สุขุม กล่าวอีกว่า การพบผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นบทเรียนสำคัญ ว่าเมื่อป่วยแล้วไม่กักตัว ทำให้เพื่อน คนใกล้ชิดติดเชื้อไปด้วย แถมยังมีการใช้สิ่งของร่วมกัน ดังนั้นคนที่กลับจากต่างประเทศไม่ควรร่วมกิจกรรมกับคนหมู่มาก ในระยะ 14 วัน อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ไม่ไช่ซูเปอร์ สเปรดเดอร์ เพราะยังติดในกลุ่มเฉพาะ ไม่ได้ขยายสู่คนรุ่นอื่น และตอนนี้ไทยยังอยู่ในระยะที่ 2

 
 
‘ชินวรณ์’ขนกองเชียร์ตบหน้ากลุ่มป่วน แถลงยันหนุนรบ.ต่อ

‘ชินวรณ์’ขนกองเชียร์ตบหน้ากลุ่มป่วน แถลงยันหนุนรบ.ต่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563, 13.32 น.

‘ชินวรณ์’ขนกองเชียร์ตบหน้ากลุ่มป่วน แถลงยันหนุนรบ.ต่อ

12 มีนาคม 2563 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ส.ส.ของพรรคเกือบ 30 คน ได้แก่ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา  นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง  นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์  นายธารา ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง  นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นต้น แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงประเด็นที่มี ส.ส.บางราย ได้แสดงความเห็นส่วนตัวว่า ควรถอนตัวจากการรวมรัฐบาล เนื่องจากมีคนสนิทของรัฐมนตรีรายหนึ่ง เกี่ยวพันกับการกักตุนหน้ากากอนามัย

นายชินวรณ์ แถลงว่า สาเหตุที่รวมตัวกันในวันนี้ เพราะพวกเราเห็นว่ามีเรื่องที่ควรจะปรึกษาหารือ จึงได้นัดหมาย ส.ส.บางส่วน มาพูดคุยกันในช่วงปิดสมัยประชุมสภา ทั้งในเรื่องสถานการณ์ระบาดไวรัสโควิด-19 พิษเศรษฐกิจ และภัยแล้ง ประกอบกับเพื่อนส.ส.กลุ่มหนึ่งเห็นว่าควรปรึกษาหารือในประเด็นทางการเมือง ซึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นเสมือนหนึ่งทำให้พรรคขาดเอกภาพ ในฐานะที่ตนเป็นประธานวิปของพรรคจึงได้ให้ทุกคนหารือกันอย่างกว้างขวาง และมีความคิดเห็นร่วมกันว่าควรเสนอให้ผู้บริหารพรรคต่อไป โดยเฉพาะในประเด็นของการร่วมรัฐบาล เป็นประเด็นที่เป็นมติของพรรค พวกเราทุกคนจึงเห็นว่าขอให้เพื่อนสมาชิกแสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบมติของพรรค เพราะไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาในการประสานงานกับพรรครัฐบาลได้

ส่วนข้อเสนอกรณีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)และการเมืองต่างๆ แม้พรรคจะมีประชาธิปไตยสูง ถ้ามีส่วนเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน ขอให้สมาชิกระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น แต่ไม่ใช่จำกัดสิทธิ์แสดงความคิดเห็น เพราะทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ในฐานะส.ส.อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการทำความเข้าใจกับกลุ่มที่ต้องการให้พรรคถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไร นายชินวรณ์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกทั้งหมดในการแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่จะกระทบกับพรรค  แต่เราเชื่อมั่นว่าทุกคนมีวินัยในการอยู่ร่วมกัน จึงอยากให้ทุกคนร่วมมือ ตลอดระยะเวลาที่พรรคผ่านร้อนผ่านหนาว ทุกคนก็มีความรับผิดชอบและยึดอุดมการณ์พรรค

เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลยังสุจริตอยู่ใช่หรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า พรรคได้มีมติไปแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ จะไปตัดสินใจเอาแต่ความรู้สึกและข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนก็ไม่ได้ ทุกคนก็ต้องเคารพมติพรรค และกรณีที่ผู้ติดตาม ร.อ.ธรรมนัส เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย  ก็ต้องขอให้ตรวจสอบ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสประกาศชัดเจนแล้วว่าต้องตรวจสอบ และเราถือว่าการกักตุนเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ซึ่งขณะนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นรมว.พาณิชย์ที่รับผิดชอบกรมการค้าภายในก็ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่อยู่กระบวนการแล้ว

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับคำว่า “พายเรือให้โจรนั่ง” นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่อยากตอบคำถามนี้ เพราะเป็นเพียงแค่วาทกรรม

เมื่อถามถึงขอบเขตคำว่าทุจริตของพรรค นายชินวรณ์ ชี้แจงว่า ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่มีใบเสร็จก็ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลาออกออกไป แม้ตอนหลังจะไม่ผิด เราเชื่อมั่นว่านายกมีหน้าที่หลักในการพิจารณาคุณสมบัติรัฐมนตรี ท่านก็ต้องรับผิดชอบ และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่มีความชัดเจนออกมา เราพร้อมให้พรรคพิจารณาทบทวนมติร่วมรัฐบาล

เมื่อถามต่อว่าการพูดเช่นนี้ต้องการฝากสารไปถึงนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่ต้องการฝากใคร เพราะทุกคนต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว

เมื่อถามว่านายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ในฐานะรองเลขาธิการพรรค ออกมาระบุว่าจะมีกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ลาออกอีก นายชินวรณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ และที่ประชุมวันนี้ก็ไม่ได้พูดคุยในประเด็นดังกล่าว  อีกทั้งไม่ควรมีใครมาคาดการณ์ กก.บห.พรรคจะลาออก

 
 
 
 
 
 
 

เรื่องใหญ่! กมธ.ซีกฝ่ายค้านชง'ยุบทิ้งศาลรธน.' ตั้งองค์กรใหม่แค่'ให้ความเห็น'

รื่องใหญ่! กมธ.ซีกฝ่ายค้านชง'ยุบทิ้งศาลรธน.' ตั้งองค์กรใหม่แค่'ให้ความเห็น'

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563, 13.16 น.
 

กมธ.ซีกฝ่ายค้าน แค้นฝังหุ่น เสนอตัดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ด้าน‘พงศ์เทพ’ เปิดโอกาสให้ฝ่าย กมธ.สภา เรียกมาถามถึงการพิพากษา ‘ชัยเกษม’ เสนอให้มีบทบาทเป็นเพียงแค่คณะกรรมาธิการ

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาเนื้อหาของรัฐธรรมนูญในหมวด 10 ว่าด้วยศาล โดยกรรมาธิการวิสามัญฯส่วนใหญ่เสนอให้ทบทวนบทบาทและอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา กรรมาธิการวิสามัญฯสัดส่วนของฝ่ายค้าน กล่าวว่า กระบวนการการตรวจสอบการใช้อำนาจตุลาการนั้นปัจจุบันเป็นการตรวจสอบกันเอง แต่ไม่มีกรณีที่ฝ่ายนิติบัญญัติเข้าไปตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของฝ่ายตุลาการได้ ส่งผลให้ที่ผ่านมาเกิดกรณีลักลั่นกัน เช่น บางศาลไม่ให้โอกาสคู่ความนำพยานเข้ามาสืบโดยไม่ทราบเหตุผล เป็นต้น ดังนั้น ต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้คณะกรรมาธิการของสภาเรียกมาถามถึงการพิพากษาอรรถคดี กระบวนการตรวจสอบฝ่ายตุลาการเดิมมีการถอดถอนได้แต่ปัจจุบันไม่มีอำนาจส่วนนี้แล้ว ดังนั้น การตรวจสอบตุลาการเป็นกรณีที่เราเห็นปัญหาอยู่แต่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

นายชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการวิสามัญฯสัดส่วนฝ่ายค้าน กล่าวว่า ความเป็นอิสระของผู้พิพากษาในการพิจารณาอรรถคดี มีปัญหาใหญ่ คือ ปัญหาความเป็นอิสระของศาลจากปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เช่น การที่มีการแต่งตั้งตุลาการไปดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งในหน่วยงานภายนอก หรือการจัดทำหลักสูตรบางหลักสูตรของศาลที่นำเอกชนเข้ามาอบรมและมีค่าใช้จ่ายจำนวนสูงเลี้ยงดูปูเสื่อพอสมควร สังคมก็วิจารณ์มานานแล้วแต่ยังไม่มีใครแตะต้องมากนัก จึงต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้ตุลาการเป็นอิสระอย่างแท้จริง

"ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเห็นว่าอำนาจหน้าที่มีมากเกินไปและบางเรื่องบางองค์กรชี้ขาดได้เอง แต่ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นซูเปอร์องค์กร และวินิจฉัยสร้างรัฐธรรมนูญเสียเอง จึงมีคาวามเห็นกันกว่าควรมีการเปลี่ยนแปลงและจัดตั้งองค์กรขึ้นใหม่ เช่น การตั้งคณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็นต้น" นายชูศักดิ์ กล่าว

‘บิ๊กตู่’เรียกถก‘ดอน-อนุทิน-กงสุล’ มึน‘ยกเลิกวีซ่า’สับสน ยังทำไม่ได้จริง

‘บิ๊กตู่’เรียกถก‘ดอน-อนุทิน-กงสุล’ มึน‘ยกเลิกวีซ่า’สับสน ยังทำไม่ได้จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563, 10.31 น.

‘บิ๊กตู่’เรียกถก‘ดอน-อนุทิน-กงสุล’ มึน‘ยกเลิกวีซ่า’สับสน ยังทำไม่ได้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ว่า เช้าวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล และได้เรียกประชุมศูนย์ฯ ทันที เมื่อเวลา 09.30 น.โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข , นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , นายชาตรี อรรจนานันท์ อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ ที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ คาดว่าจะเป็นการหารือความชัดเจนถึงมาตรการประกาศยกเลิกชั่วคราว การตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival ใน 17 ประเทศ 1 เขตเศรษฐกิจ และการยกเว้นการตรวจลงตรา ของประเทศมีความเสี่ยงสูง(VF) ได้แก่ เกาหลีใต้ อิตาลี และฮ่องกง จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ  หลังจากในทางปฏิบัติยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะอาจติดขัดข้อกฎหมายบางประการ และความตกลงระหว่างประเทศ

ขณะที่ในช่วงบ่ายวันนี้  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จะร่วมแถลงข่าวที่ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย

นอกจากนี้ วันเดียวกันนี้ เวลา 15.00 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมกับนายอนุทิน จะเดินทางไปโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อเยี่ยมเยียนให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เช่นเดียวกับ นายโภคิน พลกุล กรรมาธิการวิสามัญฯสัดส่วนฝ่ายค้าน กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ทำหน้าที่อย่างควรที่จะเป็น เช่น การไม่ให้ศาลปกครองเข้าไปตรวจสอบองค์กรอิสระ เป็นต้น ดังนั้น ควรกำหนดลงไปให้ชัดเจนว่าการใช้ดุลพินิจขององค์กรอิสระต้องถูกตรวจสอบได้ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญควรกลับไปเป็นระบบคณะกรรมการตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่มีหน้าที่หลักในการความเห็น ส่วนเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์คำพิพากษาก็ควรให้ทำได้ภายใต้หลักวิชาการ

นายโภคิน กล่าวว่า การตัดสินของศาลควรเกิดจากหลักกฎหมายอย่างแท้จริง เราต้องมาดูทั้งระบบ รัฐธรรมนูญอาจจะวางไม่ได้ทั้งระบบ แต่ควรเข้าไปแก้ไขในส่วนอื่นๆ เราต้องพิจารณาจริงจัง ต่อให้เราเขียนรัฐธรรมนูญได้ดีแต่บ้านเมืองไม่มีความยุติธรรม สุดท้ายก็จะถึงทางตัน

นายชัยธวัช ตุลาธน กรรมาธิการวิสามัญฯสัดส่วนฝ่ายค้าน กล่าวว่า เรื่องศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเป็นเรื่องใหญ่ เดิมเราหวังว่าจะออกแบบเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจที่ฉ้อฉล แต่กลับปรากฎว่าองค์กรเหล่านี้กลับไม่สามารถตรวจสอบได้ เพียงแค่เฉพาะปัญหาของศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นปัญหาใหญ่ว่าเป็นอำนาจอะไรกันแน่ แล้วเมื่อปรากฎว่าศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจเกินกว่ารัฐธรรมนูญกำหนดก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร

นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า เราต้องจัดลำดับความสำคัญ บางประเด็นรอได้ แต่บางประเด็นถ้าไม่แก้ไขก็อาจจะมีปัญหาเพิ่มเติม สำหรับกรณีของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระนั้นจะต้องออกแบบกันทั้งระบบว่าจะให้องค์กรใดเป็นหลักและมีอำนาจแค่ไหน แต่สำคัญที่สุด คือ การตรวจสอบถ่วงดุล ส่วนคิดว่าบางองค์กรยังมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับศาล ส่วนการยึดโยงกับประชาชน ไม่จำเป็นต้องมีที่มาจากสภาอย่างเดียว แต่ควรเป็นกลไกที่ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้ผ่านสภา ที่ไม่ว่าตัดสินไปแล้วก็ยังมีอีกลไกเข้ามาตรวจสอบได้

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น กล่าวว่า จะรับข้อเสนอทั้งหมดนี้ไปพิจารณาทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่คณะอนุกรรมาธิการฯได้พิจารณาไปเป็นจำนวนมาก


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน