*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5845
  • จำนวนผู้ชม : 3463501
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 383 , 12:04:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         หลายๆประเทศเกิดเชื้อไวรัสระบาดหนักจนต้องปิดประเทศไปตามกัน ข่าววันนี้ถึงครางอินเดียบ้าง หลังจากเมื่อวานอเมริกาปิด

ไปแล้ว แต่แง้มเอาไว้ให้อังกฤษเข้าได้ประเทศเดียว ก่อนหน้าไปอีก เมื่อวานซืนอิตาลีก็ทนไม่ไหวต้องปิดไปก่อนแล้ว

         สำหรับข่าว"ประหาร "นปช.ฮาร์ดคอร์" บึ้มเวทีกปปส. อนุสาวรีย์ชัยฯ" คงมีผู้อ่านที่ไม่หายแค้นเหมือนผมมิใช่น้อย เพราะน่าจะ

ประหารมันด้วยการปาระเบิดมือเข้าใส่ เป็นการเอาคืนน่าจะดีกว่า

         รัฐบาล 'ลุงตู่' ตกเป็นกระโถนท้องพระโรงจริงๆ เพราะความผิดพลาดระดับปฏิบัติการแท้ๆ กลับมาด่ารัฐบาลแทนเสียอีก อย่างกับ

เรื่องหน้ากากอนามัยที่ตุกติกยอดส่งออก ทั้งที่ตรวจสอบหาความจริงให้จริงจังก็คงทำได้ไม่ยาก

         ด้วยความไม่ศรั?ธาดังกล่าว จึงพลอยไม่เชื่อถือข่าว พท.เล็งยื่นญัตติเปิดประชุมสภาฯวิสามัญ ถกวิกฤติ'โควิด-19' เพื่อพิจารณา

การแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ การระบาดของเชื้อไวรัส'โควิด-19 ' หมดปด้วยอย่างสิ้นเชิง

 

ทร.ตำหนิเพจดัง CSI LA  เสนอติดโควิด19 -ไม่ตรวจสอบข้อมูล

13 มีนาคม 2563 - 11:15 น.
COVID19,โควิด19,ข่าววันนี้
 
โฆษก ทร.ตำหนิเพจดัง CSI LA  เสนอข่าว ทหารเรือ ติดโควิด-19 ไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนนำเสนอ ทำให้ประชาชนตระหนก วอนสื่อควรตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ก่อนนำเสนอต่อด้วยเช่นกัน 

            13 มี.ค.2563-พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกระแสข่าว กองทัพเรือสั่งกักตัว ร.อ.ระพีพงษ์ สงวนศิลป์ ผู้บังคับการเรือหลวงวังใน พร้อมกำลังพล กองโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ 2 กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือทหารเรือ รวม 8 นาย เนื่องจากมีความเสี่ยงติดไวรัสโควิด-19 ว่า  เป็นข่าวมั่วและเกินจริง กำลังพล 7 นายที่กักตัวอยู่ภายในที่พักเป็นเวลา 15 วัน เป็นไปตามมาตรการเฝ้าระวังการติดเชื้อ เนื่องจากทั้งหมดกลับมาจากการไปราชการต่างประเทศ ซึ่งต้องกักตัวรอดูอาการเหมือนประชาชนทั่วไปที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง 

 

 

              ส่วนกรณีการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อบนเรือหลวงวังใน ก็เป็นไปตามมาตรการป้องกัน เนื่องจากคนในครอบครัวผู้บังคับการเรือฯ มีอาการไข้ หลังไปใกล้ชิดกับคนต่างชาติ(เมียนมาร์) แต่เมื่อไปตรวจอย่างละเอียดก็ไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด 

              โฆษกกองทัพเรือตำหนิ เพจดัง CSI LA เสนอข้อมูลว่า กองทัพเรือโดนพิษ โควิด-19 ว่าไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนนำเสนอ จนทำให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชน พร้อมขอร้องสื่อหลักว่าควรตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ก่อนนำเสนอต่อด้วยเช่นกัน 

 

โควิด-19 ระบาดหนัก อินเดียสั่งปิดประเทศหลังติดเชื้อพุ่ง

13 มีนาคม 2563 - 10:41 น.
อินเดีย,Covid_19,COVID19,โควิด19,ปิดประเทศ

รัฐบาลอินเดียสั่งปิดประเทศจากโลกภายนอก เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังพบผู้ติดเชื้อแล้ว 73 ราย ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลอินเดียสั่งปิดประเทศจากโลกภายนอก เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันศุกร์นี้(13 มี.ค.63) เป็นต้นไป

อ่านข่าว ผู้นำสิงคโปร์เตือนโควิด-19 แพร่เป็นปี-แถลงปลุกขวัญประชาชน

                 คำสั่งของรัฐบาลที่มีออกมาล่าสุด ทำให้หนังสือพิมพ์ต่างๆ พาดหัวข่าวว่า “อินเดียกักกันเฝ้าระวังตัวเอง” ขณะที่บางฝ่ายเรียกปฏิบัติการนี้ว่าเป็นเหมือน “มาตรการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์”

                 ภายใต้แผนนี้ รัฐบาลอินเดียจะระงับการออกวีซ่าเป็นเวลา 30 วัน หรือ จนถึงวันที่ 15 เมษายนนี้ ซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศที่มีประชากรหนาแน่นระดับต้นๆ ของโลกนี้ได้ โดยเจ้าหน้าที่การทูต เจ้าหน้าที่สหประชาชาติ เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ที่ได้สิทธิ์ทำงานในอินเดีย เป็นกลุ่มที่ยังสามารถเข้าอินเดียได้อยู่

                 อินเดียตัดสินใจดำเนินมาตรการที่มีความเข้มข้นระดับนี้ หลังมีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศที่มีประชากรกว่า 1.3 พันล้านคนนี้ และตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน

                 ซานจีวา คูมาร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขอินเดีย บอกกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลอินเดียต้องการจะมุ่งเน้นแผนป้องกัน โดยสิ่งแรกที่จะทำคือ การชิงลงมือใช้มาตรการรับมือที่ครอบคลุมภาพรวม เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนในประเทศจำนวนมากต้องตกเป็นเหยื่อไวรัสนี้

                 ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอินเดียทั้งหมด 73 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งตัวเลขนี้นับว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ แต่รัฐบาลมีความกังวลมากเนื่องจากตัวเลขดังกล่าวเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในเวลาเพียง 4 วัน และการระบาดนั้นเกิดขึ้นใน 12 รัฐจากเหนือจรดใต้

                 ดร.ศรีนาถ เรดดี้ ประธานมูลนิธิสาธารณสุขของอินเดีย ให้ความเห็นว่า สิ่งที่อินเดียพยายามทำอยู่คือการป้องกันไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายเป็นวงกว้างในชุมชนต่างๆ พร้อมๆ กับป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้ามาในประเทศเพิ่มอีก

                 นอกจากการปิดประเทศสำหรับคนต่างชาติแล้ว รัฐบาลอินเดียยังออกคำแนะนำเชิงคำสั่ง ให้พลเมืองอินเดียงดการเดินทางไปต่างประเทศที่ไม่จำเป็น เพราะมีความเสี่ยงที่จะต้องกลับมาและถูกกักตัวเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วันเป็นอย่างน้อย

                 อินเดียยังสั่งปิดพรมแดนของตนกับพม่าและยกระดับการเฝ้าดูสถานการณ์ตามแนวชายแดนตอนเหนือที่ติดกับเนปาลด้วย

                 ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลพยายามให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า มีความพร้อมที่จะรับมือกับวิกฤติโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ ด้วยการสั่งเปิดห้องทดลองทางการแพทย์เพิ่มจาก 15 แห่งเป็น 52 แห่งทั่วประเทศ และสั่งปิดโรงเรียนและโรงภาพยนตร์ในรัฐเกรละ (Kerala) ทางตอนใต้ของประเทศ ที่มีการพบการติดเชื้อมากที่สุดด้วย

                 แต่กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขยังคงกังวลว่า แผนการทั้งหมดอาจไม่เพียงพอสำหรับอินเดีย โดยเฉพาะเมื่อประเทศนี้มีความหนาแน่นของประชากรสูงถึง 420 คนต่อตารางกิโลเมตร เมื่อเทียบกับอัตราประมาณ 150 คนในจีน

                 ยิ่งไปกว่านั้น การเคลื่อนย้ายของประชากรจำนวนไม่น้อยระหว่างหมู่บ้านและเมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นประจำ ยิ่งทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ขณะที่การที่รัฐบาลจะปิดพื้นที่ทั้งภูมิภาค ดังเช่นที่จีนดำเนินการ เป็นเรื่องที่ยาก

                 ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ด้วยว่า พื้นที่ด้อยพัฒนา เช่น รัฐอุตตรประเทศ และรัฐพิหาร มีโอกาสกลายมาเป็นพื้นที่ระบาดหนักในอนาคตด้วย

                 ดร.เรดดี้ แห่งมูลนิธิสาธารณสุขของอินเดีย กล่าวว่า ระบบสาธารณสุขของประเทศไม่ได้มีความพร้อมรับมือกับปัญหาใหญ่ขนาดนี้ เนื่องจากความจริงที่ว่า เตียงที่โรงพยาบาลเตียงหนึ่งนั้นมีไว้รับคนไข้เฉลี่ยราว 1,800 คน และโรงพยาบาลรัฐแต่ละแห่งจะต้องรักษาคนไข้ไม่น้อยกว่า 55,000 คน

                 อย่างไรก็ดี ดร. เรดดี้ ให้ความเห็นว่า สถานการณ์โควิด-19 นี้คือสัญญาณเตือนอินเดียว่า ถึงเวลาที่จะต้องมีการปฏิรูปยกระดับการจัดงบประมาณเพื่องานด้านสาธารณสุขได้แล้ว

พท.เล็งยื่นญัตติเปิดประชุมสภาฯวิสามัญ ถกวิกฤติ'โควิด-19'

12 มีนาคม 2563 - 19:02 น.
พทเล็งยื่นญัตติเปิดประชุมสภาฯ,วิสามัญ ถก,วิกฤติโควิด-19

พท.เล็งยื่นญัตติเปิดประชุมสภาฯวิสามัญ ถกวิกฤติ 'โควิด-19' เพื่อพิจารณาการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ การระบาดของเชื้อไวรัส'โควิด-19 '

https://drive.google.com/file/d/1L9quNnO0yxIatvQxj4tX8CDojPDmTmL8/view

       วันที่ 12 มีนาคม 2563 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นกรณีพิเศษ เพื่อหารือถึงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ส.ส.เพื่อไทย มองเห็นวิกฤติการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังการดำเนินของรัฐบาลเรื่องนี้กลับไปกลับมาจนทำให้ประชาชนสับสน ล่าสุดทราบว่ารัฐบาลมีวัตถุประสงค์ที่จะปล่อยให้ผู้ที่ต้องถูกติดตามเฝ้าระวัง กลับไปพักฟื้นตามภูมิลำเนา ซึ่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นห่วงอย่างยิ่ง
           นายสมพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ปัญหาภัยแล้ง และการชุมนุมของนักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจึงมีมติร่วมกันว่าจะดำเนินการเสนอญัตติเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123 เพื่อพิจารณาการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและการแก้ไขปัญหาการชุมนุมของนักศึกษาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยจะดำเนินการขอความคิดเห็นจากพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป

        ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่อาจนิ่งดูดายกับความทุกข์ความเดือดร้อนและวิกฤติที่เกิดขึ้นได้ จึงได้มีการประชุมกันเพื่อหาทางออก ซึ่งมาตรการที่กลับไปกลับมาของรัฐบาล ได้สร้างความสับสนและไม่มั่นใจให้กับประชาชน จนกระทบกับเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย จึงไม่อาจนิ่งดูดาย และได้ลงชื่อร่วมกันเพื่อเสนอให้สภาฯ พิจารณาเปิดประชุมวิสามัญพิจารณาญัตติเร่งด่วนดังกล่าว
         คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ปัญหาวิกฤติการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงมากขึ้น และองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้เป็นการระบาดครั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทย มีความห่วงใยอย่างมากทั้งการระบาดในระดับโลกและการระบาดในประเทศไทยที่มีตัวเลขผู้ป่วยสูงขึ้นทุกวัน ซึ่งก็เกรงว่าหากมีการแพร่ระบาดในระยะที่ 3 แล้วรัฐบาลจะรับมืออย่างไร รวมไปถึงปัญหาแรงงานไทย ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ซึ่ง ส.ส.ของพรรคได้รับการร้องเรียนจากแรงงานส่วนหนึ่งว่าไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ และเมื่อเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้วก็มีความสับสนในมาตรการของรัฐทั้งเรื่องการกักกัน มาตรฐานการเฝ้าระวังต่างๆ แม้กระทั่งกรณีการส่งตัวแรงงานกลับภูมิลำเนา จนเกิดความวุ่นวายในพื้นที่ รวมไปถึงการขาดแคลนอุปกรณ์ที่ประชาชนจะใช้ในการดูแลตัวเองโดยเฉพาะหน้ากากอนามัย ซึ่งสะท้อนการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลชุดนี้    ดังนั้น พรรคเพื่อไทย จึงมีเรียกร้องดังนี้
      1. ยกระดับการแก้ไขปัญหา ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เพื่อรองรับการระบาดที่เพิ่มขึ้น
      2. ให้ปรับปรุงมาตรฐานการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรค ทั้งการป้องกันการเผยแพร่เชื้อจากต่างประเทศ และการระบาดภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมาสับสนจนเกิดความไม่มั่นใจ และขอเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนการทำงานของนักระบาดวิทยา ให้มีการตั้งศูนย์ในระดับพื้นที่ เขตและจังหวัด ให้มีประสิทธิภาพเพียงพอและมีอำนาจในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะพื้นที่เมืองใหญ่ และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งขอให้ท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการควบคุมการระบาดอย่างจริงจังเพื่อให้การควบคุมมีประสิทธิภาพ
     3. แก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยอย่างมีประสิทธิภาพและไร้ทุจริต พร้อมทั้งดำเนินการกับบุคคลที่หาผลประโยชน์จากการทุจริตหน้ากากอนามัย ซึ่งเรื่องนี้ พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค และ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบต่อไป
     4. เรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ เพื่อรองรับการระบาดที่มากขึ้น และอาจเข้าสู่ระยะที่ 3 ทั้งด้านสถานที่ เครื่องมือ เวชภัณฑ์และบุคลากร
     5. เรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาจากการทำงานในต่างประเทศ ไม่ควรปล่อยให้แรงงานขาดความรู้ความเข้าใจ ซึ่งจะเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิดความผิดพลาด และได้เห็นตัวอย่างจากต่างประเทศมาแล้ว ซึ่ง ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่อยู่ในพื้นที่ พร้อมให้ความร่วมมือช่วยเหลือในเรื่องนี้
      6. การให้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลยังมีความสับสน จึงอยากให้มีความชัดเจนและตรงไปตรงมาไม่ปิดบัง เพื่อไม่ให้เกิดความวิตกในหมู่ประชาชน
      นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทย ยังมีมติให้เปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ของรัฐบาล เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์และเผยแพร่ข้อมูลในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ และสะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาล โดยจะดำเนินการเปิดศูนย์ฯ ภายในสัปดาห์หน้า

กรมศุลกากรพลาด ข้อมูลผิด เรื่องการส่งออกหน้ากากอนามัย

11 มีนาคม 2563 - 21:58 น.
โควิด19,ขี้แจง,กรมศุลกากร
 
กรมศุลกากรพลาด ข้อมูลผิด ส่งเอกสารแจงว่อน กรมการค้าภายในเตรียมแจ้งความจับโฆษกกรมศุลกากร

วันที่ 11 มีนาคม 2563  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเอกสารชี้แจงจากกรมศุลกากรออกมาอย่างเร่งด่วนภายหลังจากที่โฆษกแถลงข่าวข้อมูลผิดพลาด  ทำให้เกิดความปั่นป่วน โดยเอกสารทางการของกรมศุลกากรออกมาทันที  ก่อนเวลา 19.30น. เนื้อหาความว่า ในการแถลงข่าวกรมศุลกากร ประจำเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งกรมศุลกากรได้ชี้แจงว่า ข่าวในโซเชียลมีเดีย เรื่อง หน้ากากอนามัยจำนวน 5 ล้านชิ้นถูกกัก โดยกรมศุลกากรขอแบ่งจำนวน 2 ล้านชิ้นนั้น ไม่เป็นความจริง และสื่อมวลชนได้มีการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับในประเด็นสถิติการนำเข้าส่งออก-หน้ากากอนามัยในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2563 โดยมีการเขียนข่าวว่ามีการส่งออกหน้ากากอนามัยเป็นจำนวน 330 ตัน

ในการนี้กรมศุลกากรขอชี้แจงว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขจากพิกัดศุลกากร ซึ่งรวมสินค้าชนิดอื่นนอกจากหน้ากากอนามัยอีกหลายชนิด เช่น ชุดผ้าหุ้มเบาะ เชือกผูกรองเท้า ผ้ากันเปื้อน ผ้าคลุม สายคล้องคอทำด้วยผ้าทอ เป็นต้น โดยที่ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขในช่วงเดือนมกราคมถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 ก่อนที่จะมีประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่อง การควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัย ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อควบคุมการส่งออกหน้ากากอนามัย เพื่อลดการขาดแคลนหน้ากากอนามัยในประเทศ

กรมศุลกากร ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยนับตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศควบคุมการส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา มีปริมาณการส่งออกน้อยมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการออกอากาศแล้วแถลงข่าวของกรมศุลกากรโดยเอกสารนี้ในสังคมโซเชียลมีเดียและวงการสื่อมวลชนสร้างความปั่นป่วนให้กับกระทรวงพาณิชย์เป็นอย่างยิ่ง  จากข้อมูลความผิดพลาดของโฆษกกรมศุลกากรและการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน  ทำให้วันพรุ่งนี้อธิบดีกรมการค้าภายในจะต้องดำเนินการแจ้งความจับกุม ผู้ที่ให้ข้อมูลและสื่อสารผิดพลาด

 

ประหาร "นปช.ฮาร์ดคอร์" บึ้มเวทีกปปส. อนุสาวรีย์ชัยฯ

12 มีนาคม 2563 - 20:24 น.
ประหาร,นปชฮาร์ดคอร์,เวทีกปปส,บึ้ม,ศาลลดโทษ,คุกตลอดชีวิต,ข่าววันนี้
 

           เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2563 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลมีคำพิพากษาคดีปาระเบิดใส่ กลุ่ม กปปส.เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายกฤษฎา หรือดา ไชยแค อายุ 49 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , กระทำให้เกิดการระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น , มีและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีและใช้ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดติดตัวไปในเมืองหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ , ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน และฝ่าฝืน ประกาศ ข้อกำหนด ที่ห้ามนำอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดออกนอกเคหะสถาน ตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551

          กรณีเมื่อวันที่ 19 ม.ค.57 เวลากลางวัน ขณะเกิดเหตุนายถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่มกปปส.ได้ตั้งเวทีปราศรัยโจมตีการทำงาน ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้น บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จำเลยซึ่งเป็นแนวร่วมฮาร์ดคอร์ กลุ่ม นปช.ได้ ใช้ระเบิดสังหารขว้างใส่เวที กปปส.จนมีผู้ชุมนุมเสียชีวิต 1ราย และบาดเจ็บอีก 26 ราย ก่อนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านและถูกเจ้าหน้าตำรวจติดตามจับกุมจำเลยแจ้งข้อหาดำเนินคดี  จำเลยให้การรับสารภาพโดยตลอด
      

          ศาลพิเคราะห์คำเบิกความพยานโจทก์ และพยานหลักฐานอื่นๆ ประกอบคำรับสารภาพแล้ว เห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษทุกกรรม โดยศาลพิพากษาโทษสูงสุดให้ประหารชีวิตจำเลย แต่คำให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จึงจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต 

ความล้มเหลวของรัฐบาลสู้ 'โควิด-19'

12 มีนาคม 2563 - 12:13 น.
ความล้มเหลว,รัฐบาล,สู้ โควิด-19

'วิกฤตโควิด-19'  ทำให้รัฐบาลต้องตกอยู่ใน 'ภาวะวิกฤต'ตามไปด้วย เพราะมีหลายเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา 'โควิด-19'  ทั้งเรื่อง หน้ากากอนามัย-ผีน้อย-ขาดมาตรการเชิงรุกเอาแต่ตั้งรับ-ล่าช้ากว่าสถานการณ์

    "วิกฤตโควิด-19"  ทำให้รัฐบาลต้องตกอยู่ใน "ภาวะวิกฤต"ตามไปด้วย แม้ว่าจะเพิ่งสอบผ่านอภิปรายไม่ไว้วางใจไปอย่างง่ายดาย แต่แทบไม่มีความหมายเมื่อมาเจอกับ "โควิด-19"  ที่ไม่เพียง เป็นแค่'เชื้อโรค'ที่คุกคามมนุษย์โลก รวมทั้งคนไทยเท่านั้น แต่ยังมีผลฉุดรั้งให้เศรษฐกิจที่แย่อยู่แล้ว ทรุดหนักลงไปอีก  ห้างสรรพสินค้า  ร้านอาหาร  แทบร้าง เช่นเดียวกับถนนหนทางแทบโล่งรถเบาบางไปเยอะมาก อาจเป็นเพราะพิษภัยจาก' โควิด- 19' และภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่  
     ที่ผ่านมาการควบคุมการระบาดของ 'โควิด -19'  ยังทำได้ดีในระดับหนึ่ง มีผู้เสียชีวิต 1 คน  และอาการหนักอีก 1คน  ด้วยการทำหน้าที่อย่างดีของบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข  แต่ไม่ใช่ฝีมือของ"รัฐบาล" อย่างแท้จริง 

    แต่ล่าสุด( 12 มี.ค. 63 )สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 11 ราย เป็นการติดเชื้อแบบ"กลุ่มก้อน"ครั้งแรก  และขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 70 ราย
   หากประมวลความล้มเหลวที่ผ่านมาของรัฐบาลในการแก้ปัญหา' โควิด - 19'  มีอยู่หลายเรื่อง 
 1.การบริหารจัดการหน้ากากอนามัย ไม่มีประสิทธิภาพ
   -เกิดภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัย ซึ่งรวมถึงบุคคลากรทางการแพทย์ที่ไม่มีหน้ากากอนามัยที่เพียงพอต้องมีความเสี่ยงสูงกับการติดเชื้อจากโรคนี้, ในส่วนของประชาชนก็ไม่สามารถเข้าถึงการ
จำหน่ายหน้ากากอนามัยอย่างเท่าเทียมกัน ทั่วถึง ด้วยราคาที่เป็นธรรม และไม่มีการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับคนยากจนที่ไม่มีเงินซื้อ  
    - หน้ากากไม่พอใช้เพราะเหตุใด หน้ากากหายไปไหน  ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลจนถึงทุกวันนี้
   -เกิดการกักตุน ฉวยโอกาส แสวงหากำไร จากการขายหน้ากากอนามัย มีการประกาศขายหน้ากากอนามัยตามเพจต่างๆ เกินราคาที่ทางการควบคุมมานานแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการจากทางการ ปล่อยปละละเลย เพิ่งมาตื่นดูแลเรื่องนี้ ก็ช่วงหลังๆแล้ว 
   -เกิดข่าวฉาวพันไปถึงคนติดตามรัฐมนตรี ว่ามีเอี่ยวเกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากอนามัย ฉวยโอกาสขาย ฟันกำไร
   - ครม.อนุมัติงบกลาง 225 ล้านบาท ให้ผลิตหน้ากากผ้าจำนวน 50 ล้านชิ้น โดยให้ประชาชนในท้องถิ่นที่ได้รับการอบรมจากเจ้าหน้าที่เป็นผู้ผลิต ทำให้มีคำถามว่า หน้ากากผ้าที่ผลิตออกมาจะได้มาตรฐานป้องกัน โควิด-19 ได้หรือไม่  

 ........................................................

13 มี.ค. 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน