*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5855
  • จำนวนผู้ชม : 3468938
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 503 , 18:09:03 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

          สมรภูมิไวรัสในประเทศไทยเมื่อมาถึงนาทีนี้  สถานะการณ์ดูเหมือนจะเข้าข้างเจ้าตัวร้ายมิใช่น้อย เพราะมีคน

ไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศจำนวนหนึ่ง แม้แต่ประเทศอิตาลีก็ตาม

          ที่ประเทศอังกฤษออกจะใจร้ายกับผู้ติดเชื้อเต็มๆ คือใช้ระบบปล่อยไปตามยถากรรม ไม่หน่วงเหนี่ยว ฝรั่งนึกถึง

หลักการมากกว่าเมตตาจิตแท้ๆ

 

 

'แพรวา' ดารารายที่สามที่ตรวจพบ 'โควิด-19'

20 มีนาคม 2563 - 17:07 น.
แพรวาณิชาภัทร,โควิด19,บันเทิงคมชัดลึก
"แพรวา" ณิชาภัทร  ดาราสาเจ้าของเพลงดัง "รักติดไซเรน" ประกาศติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 

    ทีมบันเทิง คมชัดลึก - ดาราวัยรุ่น "แพรวา" ณิชาภัทร ดาราสาวที่โด่งดังมาจากการรับบท "ขนมปัง" ในซีรี่ส์ "ฮอร์โมนฯ" และเป็นเจ้าของเพลงดัง "รักติดไซเรน" ออกมาประกาศว่าตนเองติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งถือเป็นดาราไทยรายที่สามที่ติดเชื้อนี้

    โดยสาวแพรวาได้โพสต์รูปผลตรวจ  พร้อมกับข้อความว่า "ทุกคนคะ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 15 มีนา แพรรู้สึกปวดหัว รู้สึกว่าตัวอุ่นๆ วัดไข้ออกมาได้ 36.5 องศา วันนั้นแพรตัดสินใจกินยาแก้ปวดหัวแล้วนอน พอตื่นมาตอนเช้าของวันที่ 16 มีนา แพรไม่ปวดหัวแล้ว แต่ยังรู้สึกตัวอุ่นๆ วัดไข้อีกทีได้ 37 องศา แพรรู้สึกไม่สบายใจว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รึเปล่า เลยตัดสินใจไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ทันที

ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

    เช้าวันนี้ วันที่ 20 มีนา แพรได้รับสายตรงจากคุณหมอว่าผลการตรวจออกมาแล้วค่ะ ผลเป็น detectable คือตรวจพบไวรัสโคโรนา 2019 ที่โพรงจมูกกับคอของแพรนะคะ โดยที่ยังเป็นอาการขั้นแรก เชื้อยังไม่ลงปอด หายใจได้ตามปกติ กำลังรอผลการเอกซเรย์เพิ่มเติมอยู่ค่ะ หลังจากนี้แพรจะเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในที่โรงพยาบาล รอดูอาการให้ครบ 14 วันค่ะ 
       แพรยังไม่ทราบดีว่าตัวเองได้รับเชื้อมาตั้งแต่วันไหน และไม่ได้มีเดินทางไปต่างประเทศด้วย ตอนนี้อยู่ในระหว่างการหาที่มาของโรคอยู่ค่ะ 

 


    แต่ที่แพรอยากแจ้งทุกคนให้รู้ให้เร็วที่สุด เพราะกลัวการกระจายของเชื้อโรคค่ะ แพรกำลังทยอยติดต่อกับทุกคนที่แพรได้ใกล้ชิดหรือได้ร่วมงานด้วยตั้งแต่วันที่ 1 มีนาให้ครบถ้วนที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อแจ้งข่าว เพราะอยากให้ทุกคนได้เริ่มสังเกตอาการตัวเอง กักตัว 14 วันเพื่อเฝ้าระวังอาการต่อไป 
    แพรขอโทษทุกคนจริงๆ นะคะ ที่ทำให้ทุกคนต้องลำบากไปด้วย หลังจากนี้ก็อยากให้ทุกคนดูแลตัวเองกันอย่างจริงจัง งดการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นต้องออก ขอให้ล้างมือบ่อยๆ นะคะ ใครที่ระมัดระวังดีอยู่แล้วก็ฝากบอกต่อคนรอบข้างให้ระวังตัวมากขึ้นไปด้วยกันนะคะ"

 


   

.....................................................................

ผู้ว่าฯเมืองคอนยันข่าวปลอมผู้ติดเชื้อหนีมานั่งดูมวย

20 มีนาคม 2563 - 16:49 น.
ข่าวเฟคนิวส์,,ผู้ป่วยออกมาจากห้องกักโรค,,นั่งดูมวยโทรทัศน์,,เป็นแค่ข่าวเล่า ข่าวลือ,,นครศรีธรรมราช,โควิด19
ภูมิภาค

ผู้ว่าฯเมืองคอนยืนยันข่าวเฟคนิวส์กรณีผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 หนีออกจากห้องกักตัวมานั่งดูมวยในโรงพยาบาล-สั่งปิดสถานบริการและสถานประกอบการเพิ่มเติมตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19


คลิปที่ 1

          วันที่ 20 มี.ค.2563 ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ปลัดจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้แทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ของโลก และประเทศไทย สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช ข้อมูล ณ วันที่ 19 มีนาคม 2563 มีผู้เข้าเกณฑ์สงสัยสอบสวนโรคสะสม 36 ราย ส่งตรวจไม่พบเชื้อโดวิด-19 จำนวน 28 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย และรอผลตรวจ 6 ราย สำหรับผู้ป่วยรายที่ 2 ที่บ้านอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมืองนครศรีธรรมราช นั้น ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องแยกโรค โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง จำนวน 17 คน ได้ยืนยันผลตรวจแล้ว 15 คน ไม่พบเชื้อรวมทั้งพ่อและแม่ของผู้ป่วยด้วย แต่ต้องกักตัวไว้ที่โรงพยาบาลจนครบ 14 วัน และรอผลตรวจอีก 2 คน คาดจะทราบผลภายในวันนี้

 

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบเพิ่มเติมให้มีการปิดสถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานประกอบการ ตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 1 เมษายน 2563 ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงนามในหนังสือถึงนายอำเภอทุกอำเภอ เพื่อแจ้งให้สถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานประกอบการได้รับทราบและถือปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงนามในประกาศจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เช่น สนามกีฬา สนามชนไก่ สนามมวย ผับ สถานบันเทิง โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ(นวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อเสริมความงาม และสปา) และให้งดกิจกรรมการประชุม สัมมนา งานบุญ งานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน งานประเพณีสงกรานต์ คอนเสิร์ต ฯลฯ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกินกว่า 50 คน เป็นต้น จนถึง 1 เมษายน 2563

            นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช สามารถดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคได้ในระดับที่หน้าพอใจ ถึงแม้ว่าจะพบผู้ป่วยแล้ว 2 คน ซึ่งผู้ป่วยคนแรกรักษาตัวครบ 14 วันแล้ว แต่ยังต้องรักษาตัวต่อไปจนเชื้อหมดจากร่างกาย ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูงและความเสี่ยงธรรมดา ผลตรวจออกมาครบทุกคนแล้วว่าเป็นลบ ไม่พบเชื้อ สำหรับผู้ป่วยรายที่ 2 จะครบ 14 วันในวันที่ 21 มีนาคม 2563 สุขภาพร่างกายโดยรวมยังแข็งแรง ไม่มีอาการไข้ ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงสูง 17 ราย ได้ยืนยันผลตรวจแล้ว 15 ราย ไม่ติดเชื้อ ส่วนอีก 2 คน กำลังติดตามผลคาดทราบภายในค่ำวันนี้(20 มี.ค.) อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาท เพราะอาจจะมีกลุ่มเสี่ยงเดินทางมาจากที่อื่นอีกที่อยู่ระหว่างรอดูอาการด้วยตัวเขาเอง ยังไม่ไปโรงพยาบาลขอย้ำว่าขอให้ทุกคนในนครศรีธรรมราช ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามเมื่อพบคนเป็นไข้ไอจามมีน้ำมูก หอบหืด ขอแนะนำให้เขาไปที่ รพ.สต.เพื่อพบแพทย์เพื่อคัดกรองว่ามีความเสี่ยงโรคโควิดหรือไม่ เพื่อจะได้เข้าสู่กระบวนการ เราทุกคนเป็นเจ้าของไข้ เราทุกคนช่วยร่วมมือกัน เป็นการแก้ไขปัญหาด้วยกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยรายที่ 2 ช่วยดูแลตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ขอให้ไปปรากฏตัวที่ รพ.สต. หรือไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อให้ความเกิดสบายใจแก่ตัวท่านเอง

 

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวด้วยว่า วันนี้(20 มี.ค.63) ได้มีการลงนามในหนังสือถึงนายอำเภอทุกอำเภอเพื่อให้ปิดสถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะคล้ายสถานประกอบการ เช่น ร้านอาหารที่มีดนตรี เป็นต้น เพื่อไม่ให้มีข้ออ้างว่าทำไมร้านโน้นร้านนี้ยังเปิดอยู่ ขอให้ปิดแค่ 14 วัน ดีกว่าเปิดแล้วคนก็ไม่ไปใช้บริการแล้วขาดทุน และเสี่ยงติดโรคอีก สู้เรายอมปิดขาดทุน แต่ไม่เป็นโรคชัวร์ ๆ ดีกว่า จึงขอเรียกร้องไปยังพี่น้องประชาชนถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเคลื่อนย้ายตัวเองไปไหนไกล ๆ ไม่ออกนอกเส้นทาง ไปในที่จำเป็นต้องไป ถ้างดได้ก็งด และถ้าจำเป็นต้องไปอยู่ในที่ชุมชนต้องอยู่ใกล้ ๆ กัน ขอให้ใส่หน้ากาก โดยขอให้หาหน้ากากผ้า อย่าไปมุ่งเน้นหน้ากากอนามัยสีเขียว ๆ เพราะอย่างไรก็ไม่พออยู่แล้ว ใครยังไม่มีหน้ากากผ้าขอให้ไปหานายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือนายอำเภอ บอกว่ายังไม่ได้หน้ากากผ้า ซึ่งเขาจะหาให้ท่านเอง

            ส่วนที่มีข่าวว่าผู้ป่วยรายที่ 2 ออกจากห้องแยกโรคของโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสวิด -19 กลุ่มเซียนมวย ได้ออกมานั่งดูโทรทัศน์รายการมวยนอกห้องนั้น จนแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่แตกฮือวิ่งหนีอลหม่านทั้ง รพ.นั้นเป็นเพียงข่าวเล่า ข่าวลือกันเท่านี้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งในความเป็นจริงแต่ผู้ป่วยรายนี้บ่นว่าอยากดูทีวี และอยากออกจากห้องพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจึงได้หาโทรทัศน์ไปให้ผู้ป่วยรายนี้ได้ดูในห้องพักแล้ว ไม่ได้ออกมานั่งดูนอกห้องตามที่เป็นข่าว.นายศิริพัฒ  พัฒกุล กล่าวในที่สุด.

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก/นครศรีธรรรมราช

 

*การแถลงข่าวสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา2019 COVID-19 ประจำวันที่ 20 มี.ค. 63 https://youtu.be/xseit_QsPas

 ..................................................

 

News ไทย

BBC News บีบีซีไทย นาวิเกชัน

ไวรัสโคโรนา: สหราชอาณาจักรประเมินกรณีเลวร้ายสุดอาจมีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศ 1 แสนคน ด้านอิตาลีเริ่มกักกันคน 16 ล้านคน

ผู้โดยสารคนหนึ่งสวมหน้ากาก นั่งมองจอโทรศัพท์ที่สนามบินในเมืองมิลานImage copyrightAFPคำบรรยายภาพเที่ยวบินจากสนามบินในเมืองมิลานของอิตาลีดูเหมือนจะยังให้บริการอยู่ แม้ว่าจะอยู่ระหว่างการกักกันโรค

สื่ออังกฤษหลายแห่งรายงาน สหราชอาณาจักร 'เตรียมรับกรณีเลวร้ายที่สุด' ของการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วสหราชอาณาจักรมากถึง '100,000 คน' ด้านอิตาลีได้กักกันโรคในหลายจังหวัดทางตอนกลางและตอนเหนือของประเทศ ครอบคลุมประชากร 16 ล้านคน

สื่อหลายฉบับของอังกฤษต่างพากันพาดหัวข่าวเกี่ยวกับการรับมือการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของรัฐบาลอังกฤษ โดยซันเดย์ ไทมส์ พาดหัวว่า "ทางการเตรียมเผชิญกรณีเลวร้ายที่สุด" โดยมีการอ้างแหล่งข่าวที่มีส่วนในการเตรียมแผนรับมือกล่าวว่า "ผู้เชี่ยวชาญหลายคน" เชื่อว่า อาจมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในสหราชอาณาจักร 100,000 คน โดยขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่า ทำเนียบนายกรัฐมนตรีปฏิเสธตัวเลขนี้

หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์ รายงานว่า รัฐมนตรีกำลังพิจารณาเลื่อนการสอบ A-Level (นักเรียนระดับอายุ 16-18 ปี) และ GCSE (นักเรียนระดับอายุ 14-16 ปี) ออกไป และจะมี "การพิจารณาเป็นพิเศษ" ในการให้คะแนนนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา และจะมีการปล่อยตัวนักโทษความเสี่ยงต่ำด้วย หากเจ้าหน้าที่เรือนจำมีจำนวนไม่เพียงพอ

นางนิโคลา สเตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ ได้กล่าวกับ สกาย (Sky) เกี่ยวกับรายงานของหนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์ เรื่องจำนวนผู้เสียชีวิตกรณีเลวร้ายที่สุดว่า "เรากำลังพิจารณาสถานการณ์เลวร้ายที่สุดทางวิทยาศาสตร์ในขณะนี้ และเราได้ยินตัวเลขอีกหลายจำนวนในช่วงหลายวันที่ผ่านมาว่า อาจมีประชากรถึง 80% ติดเชื้อ แม้ว่า ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง ดังนั้น ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขกรณีเลวร้ายที่สุดอย่างมากจริง ๆ"

นางสเตอร์เจียน เน้นย้ำว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่ "การคาดการณ์" ว่าจะเกิดขึ้นจริง ๆ และระบุว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสจะหายดีในเวลาอันรวดเร็ว เธอระบุว่า จำเป็นต้องสนับสนุนค่าใช้จ่ายของ บริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service--NHS) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงที่สหราชอาณาจักรพยายามจัดการกับไวรัสโคโรนา

เธอกล่าวถึงการจัดประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ที่จะจัดขึ้นในเมืองกลาสโกว์ในเดือน พ.ย. นี้ว่า การเตรียมการจัดการประชุมจะเดินหน้าต่อไป

ดิ อ็อบเซิร์ฟเวอร์ เรียกมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำลังพิจารณาว่า "รุนแรง" และเน้นย้ำว่า อาจมีการบังคับให้ศาลใช้โทรศัพท์และการเชื่อมต่อผ่านวิดีโอเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัส นอกจากนี้ยังรายงานเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีกำลังพิจารณายกเลิกการควบคุมช่วงเวลาที่รถตู้ขนส่งสินค้าสามารถให้บริการได้ และลดข้อจำกัดจำนวนชั่วโมงการขับรถของคนขับเพื่อป้องกันการขาดแคลนอาหาร

ส่วน ซันเดย์ มิร์เรอร์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐ 430,000 คน อาจจำเป็นต้องทำงานจากบ้าน ถ้าสหราชอาณาจักรเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า "การระบาดใหญ่"

อิตาลีกักกันคน 16 ล้านคน

อิตาลีกำลังพยายามสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทำให้ต้องกักกันโรคประชากรมากถึง 16 ล้านคน โดยผู้ใดก็ตามที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคลอมบาร์ดี และจังหวัดทางตอนเหนือและตอนกลางรวม 14 จังหวัด จำเป็นต้องได้รับอนุญาตเป็นพิเศษในการเดินทาง โดยเมืองมิลานและเวนิสต่างก็ได้รับผลกระทบด้วย

นายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต ของอิตาลี ประกาศด้วยว่า จะมีการปิดโรงเรียน ยิม พิพิธภัณฑ์ ไนต์คลับ และสถานที่อื่น ๆ ทั่วทั้งประเทศ

มาตรการนี้ถือว่าเป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นนอกประเทศจีน และจะบังคับใช้จนถึง 3 เม.ย. นี้

อิตาลี มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากที่สุดในยุโรป และมีรายงานผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันเสาร์ มาตรการการกักกันโรคที่เพิ่งออกมา จะส่งผลกระทบต่อประชากรอิตาลีราว 1 ใน 4 และพื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตอนกลางและตอนเหนือของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญในทางเศรษฐกิจ

Detainees protest on the roof of the San Vittore prison in Milan, northern Italy, 9 March 2020Image copyrightEPAคำบรรยายภาพนักโทษที่เรือนจำซาน วิตตอเร ในเมืองมิลาน ได้จุดไฟเผาห้องขัง ก่อนจะปีนหนีขึ้นไปบนหลังคา

นักโทษทั่วอิตาลีก่อจลาจล

มาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดที่เข้มข้นของรัฐบาลดังกล่าว ส่งผลให้วันนี้ (9 มี.ค.) นักโทษในเรือนจำ 27 แห่งทั่วอิตาลีก่อเหตุจลาจล ประท้วงคำสั่งให้ระงับการเยี่ยมเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกนำเชื้อไปแพร่ให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำ ส่งผลให้นักโทษเสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน

เหตุจลาจลเริ่มขึ้นที่เรือนจำในเมืองโมเดนาทางภาคเหนือของประเทศ ซึ่งมีรายงานว่ามีนักโทษเสียชีวิต 6 คน เชื่อว่า นักโทษอย่างน้อย 2 คน เสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด หลังจากบุกเข้าไปในโรงพยาบาลประจำเรือนจำเพื่อขโมย "เมทาโดน" ซึ่งเป็นสารทดแทนเฮโรอีนที่แพทย์ใช้รักษาผู้ติดยาเสพติด

ขณะที่เรือนจำซาน วิตตอเร ในเมืองมิลาน ผู้ต้องขังได้จุดไฟเผาห้องขัง ก่อนจะปีนหนีขึ้นไปบนหลังคา ส่วนที่เรือนจำในเมืองฟอจจา ทางภาคใต้นั้น นักโทษราว 20 คน สามารถแหกคุกออกมาได้ขณะก่อการประท้วง แต่เจ้าหน้าที่สามารถตามจับตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเกิดเหตุประท้วงที่เรือนจำอื่น ๆ ในเมืองเนเปิลส์ และกรุงโรม

กราฟิก

ภายใต้มาตรการนี้ ผู้คนจะไม่สามารถเข้าออกภูมิภาคลอมบาร์ดี ซึ่งมีเมืองมิลานเป็นเมืองสำคัญได้

ข้อจำกัดเดียวกันนี้ยังบังคับใช้กับอีก 14 จังหวัด ได้แก่ โมดีนา, พาร์มา, เพียเชนซา, เรจโจ เอมีเลีย, ริมินี, เพซาโร และอูร์บิโน, อะเลสซานเดรีย, อัสตี, โนวารา, เวอร์บาโน กูซิโอ ออสโซลา, แวร์เชลลี, พาดูอา, เทรวีโซ และเวนิส

นายคอนเต กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "จะมีไม่มีเดินทางเข้าออกพื้นที่เหล่านี้ หรือระหว่างภายในพื้นที่เหล่านี้ ถ้าไม่มีเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เหตุฉุกเฉิน หรือเหตุผลด้านสุขภาพ"

"เรากำลังเผชิญกับเหตุฉุกเฉิน เหตุฉุกเฉินระดับประเทศ เราต้องจำกัดการแพร่ของไวรัสและป้องกันไม่ให้โรงพยาบาลต่าง ๆ มีคนไข้มากเกินไป"

แต่การขนส่งที่เข้าออกภูมิภาคที่ถูกกักกันโรคยังคงดำเนินต่อไป โดยพบว่า ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่สนามบินมัลเพนซา (Malpensa) ในเมืองมิลาน ปรากฏว่า ยังมีเที่ยวบินอย่างน้อย 7 เที่ยวจากเมืองต่าง ๆ ในยุโรป เดินทางมาถึง

คนไทยเตรียมพร้อมเพราะรู้สึกถึงภัยใกล้ตัว

นางศศิธร ตอนตี คนไทยซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองคัตโตลิกา จังหวัดริมินี ในแคว้นเอมิเลียโร มันญา ของอิตาลี มา 28 ปี บอกบีบีซีไทยว่า การออกมาตรการปิดเมืองต่าง ๆ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกกังวลใจ เพราะเมืองที่อาศัยอยู่เป็นหนึ่งในพื้นที่สีแดงที่ถูกสั่งปิดด้วย โดยทางการไม่อนุญาตให้เดินทางเข้า-ออก เมือง แต่ยังสามารถสัญจรไปมาในเมืองได้ ในเวลาเดียวกันหน่วยงานสาธารณสุขขอความร่วมมือไม่ให้ไปอยู่ในที่ชุมชนที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก

 

Image copyrightSASITHORN TONTIคำบรรยายภาพ"ถ้าใส่หน้ากากอนามัยที่อิตาลี เขาก็คิดว่าเราไม่สบาย"

"มีการขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ส่วนผู้ที่มีความจำเป็นต้องออกไปซื้ออาหารและของใช้ให้ออกไปเพียงหนึ่งคน เราก็ตั้งรับเตรียมเสบียง ซื้อน้ำดื่ม กระดาษชำระ อาหารแห้ง เราต้องเตรียมพร้อมแล้วเพราะมันใกล้ตัวมาก "

นางศศิธร บอกอีกว่า พยายามหลีกเลี่ยงการออกไปในที่ชุมชน เพราะคนในอิตาลีไม่สวมหน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "เราเพิ่งกลับจากไทยมาก็ใส่หน้ากาก คนที่นี่ถามว่าไม่สบายทำไมไม่อยู่บ้าน เราบอกไปว่าใส่เพื่อป้องกันตัวเองและคนอื่นด้วย แต่คนอิตาลีไม่เข้าใจ ตอนนี้เลยหลีกเลี่ยงในที่ชุมชนคนเยอะ ๆ เพราะคนอิตาลีไม่เข้าใจว่าใส่หน้ากากทำไม"

นางศศิธร ซึ่งประกอบธุรกิจร้านขายจักรยานบอกอีกว่า เริ่มมีลูกค้าเข้าร้านน้อยลง เช่นเดียวกับร้านอาหารที่ได้รับอนุญาตให้เปิดบริการถึงหกโมงเย็น ก็เชื่อว่าประสบปัญหาเช่นกัน

Presentational grey line

บทวิเคราะห์โดย มาร์ก โลว์เอิน ผู้สื่อข่าวประจำกรุงโรม

Analysis box by Mark Lowen, Rome correspondent

มีการพูดถึงกันอย่างมากว่า ในช่วงสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเป็นช่วงเวลาสำคัญในการดูว่า การรับมือกับไวรัสโคโรนาของอิตาลีจะหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้หรือไม่ ถ้าจำนวนเริ่มลดลง ก็เป็นการบ่งบอกว่า มาตรการควบคุมได้ผล แต่ปรากฏว่า เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น

ผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลจึงได้ขยับไปขั้นต่อไป และเป็นมาตรการที่ค่อนข้างแรง มันไม่ใช่การปิดเมืองอย่างสิ้นเชิง เครื่องบินและรถไฟยังคงให้บริการและการเข้าพื้นที่จะได้รับอนุญาตหากมีเหตุผลจำเป็นเกี่ยวกับการทำงาน หรือเหตุฉุกเฉิน โดยตำรวจจะสามารถเรียกและสอบถามเหตุผลจากผู้คนที่กำลังพยายามจะเดินทางเข้า-ออกเมืองในพื้นที่ถูกกักกันโรคได้

คำถามคือ มาตรการนี้สายเกินไปหรือไม่ เชื่อกันว่า ไวรัสแพร่กระจายอยู่ไปในอิตาลีนานหลายสัปดาห์ ก่อนที่จะมีการตรวจพบ และขณะนี้พบผู้ติดเชื้อแล้วทั้งใน 22 ภูมิภาคของประเทศ รัฐบาลกำลังใช้มาตรการควบคุมพื้นที่ที่กว้างขวางมากที่สุดนอกประเทศจีน แต่นี่คือ กรณีที่เรียกว่า วัวหายล้อมคอกหรือไม่

Presentational grey line

รายละเอียดของข้อจำกัดใหม่มีอะไรบ้าง

ระงับการจัดงานแต่งงานและงานศพ รวมถึงกิจกรรมทางด้านวัฒนธรมและศาสนาทุกอย่าง ปิดโรงภาพยนตร์, ไนต์คลับ, ยิม, สระว่ายน้ำ, พิพิธภัณฑ์ และรีสอร์ตสกีทุกแห่ง

ร้านอาหารและร้านกาแฟในเขตที่ถูกกักกันโรค สามารถเปิดให้บริการได้ระหว่าง 6.00-18.00 น. แต่ลูกค้าต้องนั่งห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร

ผู้คนได้รับคำแนะนำให้อยู่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผู้ที่ฝ่าฝืนการกักกันโรคอาจถูกจำคุกนาน 3 เดือน

นายเทดรอส อาดานอม เกเบรเยซัส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (World Health Organization--WHO) ชมเชยอิตาลีว่า "เสียสละอย่างแท้จริง" ในการใช้มาตรการดังกล่าว จนถึงตอนนี้ มีประชาชนในทางตอนเหนือของอิตาลีเพียง 50,000 คนที่ได้รับผลกระทบจากการกักกันโรค

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลประกาศปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศนาน 10 วัน

ผู้คนต่อแถวซื้ออาหารในเมืองมิลาน ขณะที่มีประกาศมาตรการการกักกันโรคImage copyrightGETTY IMAGESคำบรรยายภาพผู้คนต่อแถวซื้ออาหารในเมืองมิลาน ขณะที่มีประกาศมาตรการการกักกันโรค

สถานการณ์ในที่อื่น ๆ เป็นอย่างไรบ้าง

WHO ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 102,000 คนแล้ว และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,500 คน ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา

แต่ในจีนมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันเดียวเมื่อวันอาทิตย์ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. เป็นการบ่งชี้ว่า การแพร่กระจายของไวรัสกำลังลดลง

มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันเสาร์ 40 ราย น้อยกว่าตัวเลขที่มีรายงานเข้ามาเมื่อวันศุกร์กว่าครึ่ง ขณะที่รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตรายใหม่อยู่ที่ 27 คน ต่ำที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน และทุกคนอยู่ในอู่ฮั่น ซึ่งเป็นเมืองที่เริ่มมีการระบาดครั้งแรก

อิหร่าน หนึ่งในประเทศที่มีการระบาดมากที่สุดนอกประเทศจีน ยืนยันผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 6,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 145 คน

เจ้าหน้าที่การแพทย์ในชุดป้องกันแจกข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาให้แก่ผู้โดยสารที่กลับมาจากอิหร่าน 5 มี.ค. 2020Image copyrightGETTY IMAGESคำบรรยายภาพมีการแจกข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาให้แก่ผู้โดยสารที่กลับมาจากอิหร่าน

ความคืบหน้าอื่น ๆ :

  • โรงแรมแห่งหนึ่งที่ถูกใช้กักกันโรคเพื่อยับยั้งการระบาดของไวรัสโคโรนาในเมืองฉวนโจวของจีน พังถล่ม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน
  • สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงถ่ายทอดสดการสวดอ้อนวอนพระเจ้าประจำวันอาทิตย์เป็นครั้งแรกของพระองค์ เพื่อหลีกเลี่ยงกับเข้าใกล้กับผู้คนที่มารวมตัวกันจำนวนมาก พระองค์ตรัสว่า "การสวดทำให้พระองค์ใกล้ชิด" กับผู้ที่ทุกข์ทรมานจากการระบาด
  • ในสหรัฐฯ เรือสำราญลำหนึ่งพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 3,533 คน ที่ถูกควบคุมอยู่นอกชายฝั่งใกล้กับนครซานฟรานซิสโก หลังจากมีผู้ถูกตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 21 คน ถูกย้ายไปยังท่าเรือเมืองโอ๊กแลนด์ที่อยู่ใกล้เคียง
  • มีการยืนยันการติดเชื้อไวรัสนี้ของบุคคลหนึ่งที่เข้าร่วมการประชุมทางการเมืองของฝ่ายอนุรักษ์นิยมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ ของสหรัฐฯ ขึ้นพูดในงานนี้

เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีใต้ระบุว่า มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันก่อนหน้าที่ 367 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมในประเทศเพิ่มเป็น 7,134 คน

ในสหรัฐฯ มีรายงานผู้ติดเชื้อมากกว่า 400 คน และยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 19 คน

ในนครนิวยอร์ก ผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นจาก 44 คนเมื่อวันศุกร์เป็น 76 คน นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว

พบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาคนแรกในอเมริกาใต้ เป็นชายวัย 64 ปีในอาร์เจนตินา

ส่วนในออสเตรเลีย ชายในวัยกว่า 80 ปี กลายเป็นคนที่ 3 ที่เสียชีวิตจากไวรัสนี้

ประเทศอื่น ๆ ที่มีรายงานยอดรวมผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้แก่ ฝรั่งเศส (949 คน) เยอรมนี (795 คน) สเปน (441 คน) สหราชอาณาจักร (209 คน) และเนเธอร์แลนด์ (188 คน)

โคลอมเบีย, บัลแกเรีย, คอสตาริกา, มอลตา, มัลดีฟส์ และปารากวัย ต่างรายงานการพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ

กราฟิกPresentational grey line

คุณอาจสนใจชม:

 
ล้างมืออย่างไร เพื่อป้องกันไวรัส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 .....................................................................

19 มี.ค. 2563


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน