*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5847
  • จำนวนผู้ชม : 3464588
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 254 , 22:47:14 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

ข่าวชวนกลุ้มท้ายนี้ ทั้งแม่และลูก ติดไวรัสด้วยกัน ลูกอายุแค่ 1 เดือน เท่านั้น

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังกล่าว ขณะนี้จังหวัดระยอง พบผู้ป่วยรายที่ 6 แล้วเป็นเด็กอายุเพียง 1 เดือนติดจากมารดา ล่าสุดเตรียมส่งตัวไปรักษาที่สถาบันบำราศนราดู ร่วมกับมารดาซึ่งก็ป่วยเป็นโควิด-19 เช่นกัน ขณะที่มีผู้ป่วยติดเชื้อ 4 ราย กลับบ้านได้แล้ว

 

ระยองพบผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 6 เป็นทารกวัย 1 เดือน

ระยองพบผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 6 เป็นทารกวัย 1 เดือน

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563, 21.06 น.

วันที่ 3 เม.ย.63 ที่อาคารศูนย์กลางการเกษตร องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานการประชุมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในจังหวัดระยอง เพื่อชี้แจงมาตรการการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 หลังรัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศไปแล้ว ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในคืนวันนี้ โดยจังหวัดระยอง ได้ขอความร่วมมือให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมโรคในท้องถิ่นตามกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขได้ถือปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินการควบคุมการแพร่ระบาดและป้องกันโรคไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลอย่างเข้มงวดและจริงจัง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังกล่าว ขณะนี้จังหวัดระยอง พบผู้ป่วยรายที่ 6 แล้วเป็นเด็กอายุเพียง 1 เดือนติดจากมารดา ล่าสุดเตรียมส่งตัวไปรักษาที่สถาบันบำราศนราดู ร่วมกับมารดาซึ่งก็ป่วยเป็นโควิด-19 เช่นกัน ขณะที่มีผู้ป่วยติดเชื้อ 4 ราย กลับบ้านได้แล้ว
 
'กรณ์'แนะรัฐทำ3อย่าง ช่วยSMEลดเสี่ยงปิดกิจการ-ลูกจ้างตกงานในวิกฤตโควิด

'กรณ์'แนะรัฐทำ3อย่าง ช่วยSMEลดเสี่ยงปิดกิจการ-ลูกจ้างตกงานในวิกฤตโควิด

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563, 17.18 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563 นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง และหัวหน้าพรรคกล้า เขียนบทความ "SME ไทยต้องรอด เศรษฐกิจไทยถึงจะไปต่อได้!" เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว เล่าถึงการระดมความคิดเห็นเพื่อช่วยผู้ประกอบการขนาดกลาง-ขนาดย่อม (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ดังนี้ทีมเศรษฐกิจ ‘กล้า’ นำโดยคุณหมู-วรวุฒิ อุ่นใจ ระดมความคิดจากผู้ประกอบการ SME เสนอหลักคิดให้รัฐบาลพิจารณาในการออกมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

และแน่นอน สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดคือ "ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาการแพร่เชื้อ Covid-19 อย่างเด็ดขาด" เพื่อทุกคนจะได้กลับไปทำมาหากินได้

แต่ระหว่างนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้ลูกจ้างต้องตกงาน

เราประเมินว่าค่าใช้จ่ายหลักคือ

เราเห็นว่ารัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือ SME จึงอยากเสนอแนวคิดเพื่อรัฐบาลพิจารณา ซึ่งเรามั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ

1. รัฐบาลควรจะ "รับภาระช่วยจ่ายเงินเดือน" ลูกจ้างของธุรกิจ SME คนละ 6,000 บาท รวมไปถึงการจ่ายค่าประกันสังคมให้กับนายจ้างและลูกจ้าง เป็นเวลา3เดือน 
มาตรการนี้จะช่วยลดปัญหาการเลิกจ้าง ไม่ให้พนักงานหลายล้านคนต้องตกงาน เพราะนายจ้างไม่มีกำลังในการจ่ายเงินเดือน

2. รัฐบาลควรจะมีมาตรการ "พักต้น" พักดอกให้กับผู้ประกอบการ SME และ "จ่ายดอกเบี้ยแทน" ผู้ประกอบการรายละไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อเดือนเป็นเวลา 3 เดือน

หมายเหตุ : การชดเชยดอกเบี้ยเดือนละหมื่นบาท คิดจากค่าเฉลี่ยที่ผู้ประกอบการ SME มีหนี้สินธนาคารอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านบาท และมีภาระอัตราดอกเบี้ย 7% ต่อปี รายไหนที่มีหนี้สินมากกว่า 1.8 ล้าน ก็จะได้รับชดเชยจำกัดที่ ไม่เกิน1 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนรายที่มีหนี้สินน้อยกว่า 1.8 ล้านบาท รัฐจะจ่ายดอกเบี้ยชดเชยต่อเดือนตามจริงเท่านั้น

3. รัฐบาลควรจะมีมาตรการ "งดเก็บค่าเช่าหน้าร้าน" สถานประกอบการให้กับผู้ประกอบการ SME เป็นระยะเวลา 3เดือน

โดยอัตราค่าเช่าที่จะงดเก็บนั้นสูงสุดไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อเดือนต่อราย โดยรายที่มีค่าเช่าไม่ถึง1 หมื่นบาท ให้งดจ่ายตามอัตราค่าเช่าจริง

โดยเจ้าของผู้ให้เช่า สามารถนำเงินค่าเช่าที่งดเก็บค่าเช่าจากผู้ประกอบการ มาขอหักลดหย่อนภาษีได้ในภายหลัง

เพียงเท่านี้จะเป็นการช่วยต่อลมหายใจของ SME ไทยผู้ซึ่งเป็นกลไกหลักหน้าด่านสำคัญของภาคเศรษฐกิจไทย SME ไทยต้องรอด เมื่อวิกฤตโควิดผ่านพ้นไป เศรษฐกิจไทยถึงจะไปต่อได้ครับ

 
 
‘มท.2’กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศเร่งสแกนกลุ่มเสี่ยง-เข้มกักตัวป้องโควิด-19 ลามเข้าหมู่บ้าน

‘มท.2’กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศเร่งสแกนกลุ่มเสี่ยง-เข้มกักตัวป้องโควิด-19 ลามเข้าหมู่บ้าน

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563, 20.02 น.

‘มท.2’กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศเร่งสแกนกลุ่มเสี่ยง-เข้มกักตัวป้องโควิด-19 ลามเข้าหมู่บ้าน

3 เมษายน 2563 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังเข้าร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติราชการตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 2) ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference System) ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ว่า ขอเน้นย้ำให้มีการดำเนินการมาตรการป้องกัน และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคเข้าสู่ตำบล หมู่บ้าน ชุมชน ขอให้ตรวจสอบเอกซเรย์ทุกพื้นที่ คัดกรองผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยง แจ้งให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ทราบ เพื่อสั่งการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ดำเนินการค้นหาและเฝ้าระวังผู้เสี่ยงต่อการติดโรคโควิด-19 ทุกแห่งในพื้นที่อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ให้เน้นการบูรณาการความร่วมมือของบุคลากรในหมู่บ้าน ชุมชนทุกภาคส่วน  อาทิ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน

“ต้องปฏิบัติอย่างรัดกุมเพื่อปิดจุดเสี่ยงในหมู่บ้านชุมชนในการยับยั้ง จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19ได้ ด้วยการสร้างรูปแบบหมู่บ้าน-ตำบลปลอดโควิด-19” รมช.มหาดไทย กล่าว

นายนิพนธ์ กล่าวด้วยว่า ตนมีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบที่ได้รับอยู่นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เท่านั้น ยังมีภัยพิบัติอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็น ภัยจากพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนเสียหาย ภัยแล้ง เป็นต้น จึงขอกำชับไปยังผู้ว่าฯทุกจังหวัดให้ติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนเรื่องพายุฤดูร้อนและเฝ้าระวังสถานการณ์พายุฤดูร้อนและภัยแล้งอย่างใกล้ชิดให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ มีที่พักอาศัยตามความจำเป็น รวมถึงการเผาป่าต้นเหตุของปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่อยู่ในระดับอันตรายส่งผลกระทบต่อสุขภาพ(สีแดง)

 

ติดหล่มโควิด! 20 พรรคจัดประชุมใหญ่ไม่ได้ ‘กกต.’นัดถกด่วนหาทางออกพรุ่งนี้

ติดหล่มโควิด! 20 พรรคจัดประชุมใหญ่ไม่ได้ ‘กกต.’นัดถกด่วนหาทางออกพรุ่งนี้

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563, 16.45 น.
 
3 เมษายน 2563 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. ได้นัดประชุมกันในวันพรุ่งนี้( 4 เมษายน 2563) ที่สำนักงาน กกต. เพื่อพิจารณากรณีที่ กกต. มอบหมายให้ที่ปรึกษากฎหมายศึกษาข้อกฎหมาย ในเรื่องที่พรรคการเมืองมีหนังสือหารือถึงความเป็นไปได้ที่ไม่สามารถจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค  ตามที่มาตรา 37 มาตรา 43 และมาตรา 61 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องจัดประชุมใหญ่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อรับรองรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองประจำปี และรับรองงบการเงินของพรรคที่ต้องจัดทำภายในเดือนเมษายนของทุกป

แหล่งข่าว ระบุว่า ที่ต้องเร่งหารือแม้ว่าจะเป็นวันหยุด เพราะเรื่องดังกล่าวถือว่าสำคัญ ประกอบกับขณะนี้เดือนเมษายนแล้ว หากนับวันจริงๆจะถือว่าเหลือเวลาไม่นาน โดยการประกาศเคอร์ฟิว ไม่ใช่อุปสรรคที่ทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถจัดประชุมได้ แต่การที่พรรคจะหาสถานที่จัดการประชุม การที่ตัวแทนของแต่ละภาคแต่ละจังหวัด จะเดินทางมาร่วมประชุมอาจทำไม่ได้ในช่วงนี้ ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ดังนั้นการที่พรรคการเมืองแจ้งเหตุไม่สามารถจัดการประชุมได้ เพราะสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เป็นทางออกดีที่สุด 

อย่างไรก็ตาม แม้ กกต.จะยังไม่มีมติในเรื่องดังกล่าว แต่มีรายงานว่ามีพรรคกาเมือง 20 พรรค จาก 70 พรรคการเมืองได้แจ้งเหตุที่ไม่สามารถจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคมายังสำนักงาน กกต.แล้ว

 
'สุวรรณภูมิ'วุ่น! 'กต.'ปล่อยผู้โดยสารกลับบ้าน หวิดประท้วง-ไม่ขอกักตัว

'สุวรรณภูมิ'วุ่น! 'กต.'ปล่อยผู้โดยสารกลับบ้าน หวิดประท้วง-ไม่ขอกักตัว

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563, 23.03 น.

ชักจะยุ่ง! ‘กต.’ ฝืนคำสั่ง ‘นายกฯ’ ปล่อยผู้โดยสารเดินทางกลับถึงไทยวุ่นกลาง ‘สุวรรณภูมิ’ ดื้อแพ่งประท้วงไม่ขอกักตัว พบ 3 คนอาศัยช่วงชุลมุนแอบหนี แต่ตามคุมตัวได้แล้วรอเช็คมีไข้หรือไม่  ขณะที่ ‘พล.ต.’ กลับปล่อยให้กลับบ้านไปกักตัว ด้าน ‘บิ๊กตู่’ กุมขมับเรียกถกด่วนพรุ่งนี้เก้าโมง

3 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นที่ผ่านมาบรรยากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เกิดเหตุวุ่นวายขึ้น หลังจากมีเที่ยวบินผู้โดยสารจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และผู้โดยสารรวมแล้วกว่า 100 คน จะต้องเข้าสู่มาตรการกักตัว ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และประกาศของสำนักงานการบินพลเรือน หรือ กพท. โดยจะต้องนำผู้โดยสารเหล่านี้ ไปกักตัวในสถานที่ ที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานด้านความมั่นคงเตรียมไว้

อย่างไรก็ตามผู้โดยสารกลุ่มนี้ได้ปฏิเสธ ที่จะเข้าสู่กระบวนการกักตัว และเกิดโต้เถียงกันยืดเยื้อนานกว่า 4 ชั่วโมง ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป และเกิดความตึงเครียดขึ้น โดยกลุ่มผู้โดยสารระบุว่าไม่ทราบประกาศเรื่องของการกักตัวผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงประเทศไทยทุกเที่ยวบิน

ล่าสุด มีผู้โดยสารบางส่วนได้ เดินทางออกไปจากสนามบินได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอยู่ระหว่างตามตัวให้ผู้โดยสารเหล่านี้กลับมาเข้าสู่กระบวนการกักตัว เพราะไม่เช่นนั้นก็จะทำให้ผู้โดยสารกลุ่มอื่น ที่เดินทางมาในวันนี้ และต้องยอมรับมาตรการการกักตัวที่ภาครัฐประกาศไว้ เหมือนได้รับการเลือกปฏิบัติ ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขก็มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัส COVID 19

ล่าสุดปัญหาดังกล่าว นายกรัฐมนตรีเตรียมหารือด่วนวันพรุ่งนี้ หลังกระทรวงการต่างประเทศฝ่าฝืนคำสั่งออกเอกสารให้คนเดินทางเข้าประเทศ และผู้โดยสาร บางกลุ่มดื้อแพ่งไม่ยอมกักตัว

กลุ่มผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงสุวรรณภูมิ เรียกร้องให้รัฐบาลส่งตัวแทนมาชี้แจง และทำท่าจะลุกลามเป็นการชุมนุมต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ต่อมา เจ้าหน้าที่ทหารระดับพลตรี ได้เข้ามาคุมสถานการณ์ และเปิดการเจรจากับผู้เดินทาง ประมาณ 20 นาที ก่อนจะอนุญาตให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านได้ โดยกำชับให้ทุกคนต้องกักตัวเอง 14 วัน แม้ว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข จะคัดค้าน แต่ไม่สามารถควบคุมตัวผู้เดินทางทั้งหมดได้

ทั้งนี้ การเดินทางมาจากต่างประเทศของคนไทยและคนต่างชาติ ในระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจาก เมื่อกลับมาแล้วไ่ม่ยอมกักตัว และเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ จนเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งให้มีการชะลอการเดินทางเข้าประเทศไทย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้จะเป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ยังมีหน่วยราชการ ฝ่าฝืนคำสั่งและไม่ปฏิบัติตาม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุด หลังจากที่มีการละเมิดคำสั่งทั้งคำสั่งชะลอการเดินทางเข้าประเทศ และการไม่ยอมรับการกักตัวในสถานที่รัฐกำหนด นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใน สบค.เป็นการด่วน ในวันที่ 4 เม.ย.นี้เวลา 09.00 น.

มีรายงานเพิ่มเติมจากกระทรวงสาธารณสุขว่าผู้โดยสารที่ออกไป มีบางคนมีอาการไข้ ที่ถูกกักไว้ 3 คน อาศัยจังหวะชุลมุน หลบหนีการกักตัวออกจากสนามบินไปด้วย แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้มีการตามทั้ง3รายกลับมาได้แล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) ว่า จากปัญหาความวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วไม่ยอมถูกกักตัว 14 วัน ตามประกาศของ กพท. และตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายดังนั้นทาง กพท. จะประกาศห้ามเครื่องบินจากทุกประเทศและผู้โดยสารเข้าประเทศไทยจำนวน 3 วันโดยมีผลตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ขณะเดียวกันทาง กพท. ได้มีการประสานงาน ยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อประสานงานไปยังแต่ละประเทศว่าประเทศไทยจะมีการออกประกาศดังกล่าวห้ามไม่ให้สายการบินนำผู้โดยสารและเครื่องบินเข้าประเทศไทย

ขณะเดียวกันทาง กพท.จะมีการรวบรวมว่าในช่วงนี้มีสายการบินอะไรบ้างที่แจ้งว่าจะทำการบินเข้าประเทศไทย กี่เที่ยวบินแล้วจะมีผู้โดยสารจำนวนเท่าไหร่เพื่อรวบรวม ข้อมูล อย่างไรก็ตามทาง กพท. จะออกแระกาศ ภายคืนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ขณะเดียวกันจากปัญหาที่เกิดขึ้นที่สนามบินที่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยไม่ยอมกักตัวตามคำแจ้งของเจ้าหน้าที่นั้นในทางปฏิบัติขณะนี้ ทางฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ จะมีการไปเชิญตัวผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศไทยในวันนี้กลับมากักตัวตามที่สามที่ราชการกำหนดซึ่งจะเป็นที่สัตหีบและกำแพงแสน รวมถึงโรงแรมต่างๆที่เข้าร่วมโครงการกับรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 
 
ตามคาด'พรีเมียร์ลีก'เลื่อนรอบ3 ขอเงินช่วยโควิด-19

ตามคาด'พรีเมียร์ลีก'เลื่อนรอบ3 ขอเงินช่วยโควิด-19

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563, 22.15 น.

วงการฟุตบอลอังกฤษ ได้ทำการประชุมกันทุกภาคส่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมายืนยันว่า พรีเมียร์ลีก เลื่อนรอบ 3 ด้วยเหตุการณ์โคโรนาไวรัสหรือโควิด-19

3 เมษายน 2563 การแข่งขันยืนยันว่า ไม่เลิกแน่นอน เพราะเป็นแนวริดที่ไม่ใช่มืออาชีพ แต่ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ไม่เตะแน่นอน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ รัฐบาลและสาธารณสุขอังกฤษ โดยตั้งอยู่บนความปลอดภัยเป็นลำดับแรก

สโมสรพรีเมียร์ลีก รับเรื่องการเตรียมลดเงินเดือนค่าเหนื่อย 30% เป็นอย่างน้อย หรือกรณีเป็นไปได้ที่จะชะลอการจ่ายเงินเดือนตามสถานการณ์

ขณะเดียวกัน พรีเมียร์ลีก กำลังหาเงิน 20 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนชุมชนครอบครัวและกลุ่มเสี่ยงในช่วงการระบาด ผ่านสำนักงานสาธารณสุข พร้อมกับจัดสรรงบประมาณให้กับฟุตบอลลีก 3 ดิวิชั่นและทีมกึ่งอาชีพ-สมัครเล่น รวม 125 ล้านปอนด์

แถลงการณ์ ระบุว่า มีวัตถุประสงค์ร่วมกันสำหรับการแข่งขันลีกในประเทศ และการแข่งขันฟุตบอลที่เหลือทั้งหมด เราจะรักษาเอาไว้อย่างสมบูรณ์ จะกลับมาเมื่อสถานการณ์พร้อม ที่สุด และปลอดภัยที่สุด ดังนั้นในเดือนพฤษภาคม จะยังไม่มีการแข่งขันแน่นอน

ให้กำลังใจ! เกษตรกรปลูก ‘ฟักทอง’ ฝ่าวิกฤตโควิด-19

ให้กำลังใจ! เกษตรกรปลูก ‘ฟักทอง’ ฝ่าวิกฤตโควิด-19

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563, 16.10 น.

3 เมษายน 2563 ที่สวนธรรมรัตน์ บ้านหนองริวหนัง หมู่ 5 ต.ลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายวรพล ภูภักดี เกษตรและสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ น.ส.ศุภลักษณ์ แร่เพ็ชร์ สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ และส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกฟักทอง ที่ดำเนินการจัดตั้งเป็นสหกรณ์ โดยมีนายสัญญพงศ์ ศิริเรืองวัฒนา ปลัดอาวุโสอำเภอหนองกุงศรี นายอภิชาติ  เสริมพงษ์ เกษตรอำเภอหนองกุงศรี น.ส.ชญาภา ธรรมรัตน์ ประธานสหกรณ์การเกษตรก้าวแสน จำกัด และเกษตรกรร่วมต้อนรับและให้ข้อมูล

นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่ทาง จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การส่งเสริมเกษตรกรทำการเกษตรปลอดภัยตามโครงการ Kalasin Green Market เน้นผลผลิตคุณภาพ ปลอดการใช้สารเคมี เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 ผลผลิตเป็นรูปธรรมในปี 2562 ซึ่งผลงานของเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกฟักทอง ต.ลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี ที่รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรก้าวแสน จำกัด ดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร (ฟักทอง) จากสมาชิก และส่งจำหน่ายให้ ห้างเทสโก้ โลตัส โรงพยาบาล และตลาดในชุมชน เป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง สร้างรายได้ให้กับสมาชิกกกลุ่มเป็นอย่างดี

นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า เพื่อการดำเนินงานของกลุ่มมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น และเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน จึงได้แนะแนวทางสร้างองค์ความรู้  มีการพัฒนาต่อยอดผลผลิต การแปรรูป แผนการส่งเสริมการปลูกฟักทองให้ผ่านมาตรฐาน GAP ซึ่งสมาชิกมีความต้องการโรงคัดเกรดฟักทองให้ได้มาตรฐาน โดยใช้เครื่องคัดเกรดอัตโนมัติ เนื่องจากปัจจุบันต้องนำฟักทองที่รวบรวมจากสมาชิกไปคัดเกรดที่โรงคัดเกรดที่ จ.ขอนแก่น ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ไม่สะดวกหลายด้าน เช่น ทุกคนต้องปฏิบัติตนตามมาตรการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  อย่างเคร่งครัด ทำให้มีข้อจำกัดระยะห่างระหว่างบุคคล การเดินทาง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ธุรกิจหรือการค้าขายหลายภาคส่วน จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรควิด-19 แต่ผลผลิตของกลุ่มเกษตรผู้ปลูกฟักทองยังไม่กระทบ เพราะมีตลาดชัดเจน โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าใหญ่ และยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกจำนวนมาก  นอกจากนี้การเพราะปลูกฟักทองยังเป็นอาชีพอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถรองรับกลุ่มแรงงานที่เดินทางกลับบ้านในช่วงการแพร่ระบาดโรคติดต่อไวรัสโควิด-19 หลังจากกักตัวเองผ่านพ้น 14 วันได้อีกด้วย  

 

ด้านนางทองปาน ธรรมรัตน์ ที่ปรึกษาสหกรณ์การเกษตรก้าวแสน จำกัด กล่าวว่า เดิมในฤดูแล้งตนและเพื่อนบ้านจะปลูกข้าวโพด แต่ผลผลิตตกต่ำ ไม่คุ้มทุน น้ำไม่พียงพอ เนื่องจากอยู่นอกเขตชลประทาน การเกษตรต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก  จึงหันมาปลูกฟักทอง ซึ่งเป็นพืชทนแล้ง ต้องการน้ำน้อย ดูแลง่าย ศัตรูพืชไม่รบกวน จึงปลอดจากการใช้สารเคมี โดยรวมกลุ่มเพื่อนเกษตรกร ทำการเกษตรแปลงใหญ่ ตามโครงการ Kalasin Green Market ทั้งนี้ มีสำนักงานเกษตร อ.หนองกุงศรี ให้การส่งเสริม ต่อมามีภาคเอกชนเข้ามารับซื้อผลผลิต มีประกันราคาชัดเจน จึงมีการรวมกลุ่มสมาชิกเป็นสหกรณ์การเกษตรก้าวแสน จำกัด

นางทองปาน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรก้าวแสน จำกัด มีสมาชิก 32 ราย พื้นที่ 52 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 38 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 3 ตัน/ไร่ ผลผลิตออกสู่ตลาดตลอดปี ปัจจุบันผลิตฟักทองได้ประมาณ 30 ตัน รับซื้อจากสมาชิก ก.ก.ละ 8 บาท ขายส่งห้างสรรพสินค้าโลตัสขอนแก่น  ก.ก.ละ 10.50 บาท และโรงพยาบาล โรงเรียน ตลาดนัดชุมชน โดยฟักทองลูกที่น้ำหนักเกิน 4.5 ก.ก.จำหน่าย ก.ก.ละ 10-15 บาท ขณะที่น้ำหนัก 2.5 ก.ก. จำหน่าย ก.ก.ละ 5 บาท อย่างไรก็ตาม  ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งมีแรงงานคืนถิ่นในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี เดินทางจากกรุงเทพฯและเขตปริมณฑลประมาณ 700 ราย และกักกันตัวเอง 14 วัน โดยแยกตัวเองอยู่ตามสวน ที่นา ทั้งนี้ จากความสำเร็จของการปลูกฟักทองดังกล่าว จึงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการขยายพื้นที่ปลูกฟักทอง เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับแรงงานกลุ่มนี้อีกด้วย

บรรยายภาพ//นายชัยธวัช เนียมศิริ ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกฟักทองที่สวนธรรมรัตน์ บ้านหนองริวหนัง หมู่ 5 ต.ลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ พร้อมให้องค์ความรู้ ต่อยอดผลผลิต สร้างงาน สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาว่างงานหน้าแล้ง และเป็นแหล่งสร้างอาชีพรองรับให้กับแรงงานคืนถิ่นในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

 

 

ธุรกิจรายย่อยใน'มอสโก'ส่อเจ๊งอื้อ! หลังมีมาตรการ'ล็อกดาวน์'สกัดโควิด

ธุรกิจรายย่อยใน'มอสโก'ส่อเจ๊งอื้อ! หลังมีมาตรการ'ล็อกดาวน์'สกัดโควิด

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563, 16.05 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563 เว็บไซต์ นสพ.The Moscow Times ของรัสเซีย เสนอข่าว “Moscow’s Small Businesses Feel the Pinch Under Coronavirus Lockdown” ระบุว่า หลังจาก เซอร์เก โซบยานิน (Sergey Sobyanin) นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก ประกาศมาตรการ “ล็อกดาวน์ (Lockdown)” ปิดกิจการต่างๆ ในเมืองหลวงของรัสเซีย โดยเหลือไว้แต่เพียงเท่าที่จำเป็น พร้อมกับให้ประชาชนราว 12 ล้านอยู่แต่ในบ้าน เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อมในเมืองกังวลว่าจะไม่สามารถกลับมาเปิดกิจการได้อีกหลังวิกฤติโรคระบาดผ่านพ้นไปแล้ว

ตัวแทนผู้ประกอบการเล่าว่า 9 ใน 10 ของธุรกิจร้านอาหาร ร้านกาแฟและบาร์ อาจไม่รอดจากวิกฤติครั้งนี้ อาทิ เวรา (Vera) ผู้ร่วมก่อตั้งร้านกาแฟ KofeMOLKA กล่าวว่า ในขณะที่รัฐบาลกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่นั่นเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวสำหรับปัญหาระยะยาวที่จะเกิดขึ้น วันนี้ตนยอมรับว่าต้องนำเงินออมของร้านมาจ่ายภาษีและจ่ายค่าจ้างให้พนักงานตราบเท่าที่ยังทำได้ ในขณะที่รัฐมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการยังจ่ายค่าจ้างต่อไป แต่ตนก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ธุรกิจหลายแห่งอาจต้องปิดตัวอย่างสมบูรณ์

เช่นเดียวกับ อเล็กซานเดอร์ (Alexander) เจ้าของร้านขายอะไหล่รถยนต์ กล่าวว่า คำสั่งปิดกรุงมอสโกทำลายธุรกิจของตน และมันอาจทำทลายธุรกิจขนาดเล็กในเมืองในท้ายที่สุด ตนเห็นหลายคนมีเงินเหลือน้อยในช่วงถูกกักตัว ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อการกักกันสิ้นสุดลง แต่วันนั้นกำลังซื้อของผู้คนจะเหลือศูนย์ อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าหากรัฐบาลกลางประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็น่าจะทำให้บรรดาเจ้าของทรัพย์สินที่ยังเก็บค่าเช่าจากผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญวิกฤติหยุดมือได้บ้าง และรัฐบาลเองก็ควรหยุดเก็บค่าน้ำประปา-ไฟฟ้าด้วย

รวมถึง แอนนา (Anna) ผู้ก่อตั้งบริษัทนำเที่ยว Mir Puteshestviy เปิดเผยว่า บริษัทของตนลดการพาลูกค้าไปต่างประเทศมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2563 และหลังจากรัสเซียหยุดเที่ยวบินระหว่างประเทศ ตอนแรกตั้งใจจะหันมาทำธุรกิจนำเที่ยวภายในประเทศ แต่ก็ต้องหยุดไปเรื่อยๆ เมื่อ วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซีย ประกาศให้หยุดการทำงานทั่วประเทศตลอดทั้งสัปดาห์ ตนได้รับความล่าช้าเรื่องภาษี แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายและหนี้เงินกู้หรือไม่หลังการกักกันสิ้นสุดหรือไม่ จะดีกว่าหากบรรเทาผลกระทบผู้จ่ายภาษีทั้งหมด

แต่นั่นยังไม่เท่าข้อกังวลว่าธุรกิจท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศจะมีโอกาสฟื้นกลับมาหลังวิกฤติไวรัสโควิด-19 ได้จริงหรือ เดิมทีชาวรัสเซียจำนวนมากก็ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้บ่อยๆ ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติแล้ว และเมื่อวิกฤติสิ้นสุดลง ผู้คนน่าจะเก็บออมเงินสำหรับไว้ใช้กับสิ่งที่จำเป็นมากกว่าการไปพักผ่อนในต่างประเทศ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าตนอาจเลือกปิดกิจการอย่างถาวร

เซอร์เก บาบานิน (Sergei Babanin) เจ้าของโรงเรียนสอนว่ายน้ำ เล่าว่า จำนวนนักเรียนเริ่มลดลงตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563 เมื่อเริ่มมีข่าวการระบาดของไวรัสโควิด-19 และในสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนก็หยุดเรียนไปเพราะเริ่มทำงานที่บ้าน โรงเรียนจึงอยู่ในสภาพปิดไปเรื่อยๆ เพราะครูฝึกเองก็ไม่สามารถสอนทางไกลได้ เนื่องจากไม่มีทางที่จะพัฒนาทักษะการว่ายน้ำที่ดีกว่าบนช่องทางออนไลน์ และแม้วิกฤติจะผ่านไปแต่การฟื้นตัวคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่สามารถลงทะเบียนเรียนแบบส่วนตัว เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมากที่ต้องเก็บไว้ใช้ก่อน

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า อีกด้านหนึ่ง ยังมีบางธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนักเนื่องจากปรับเปลี่ยนการให้บริการไปเป็นทางออนไลน์ อาทิ ยีกอร์ (Yegor) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทรับออกแบบสถาปัตยกรรม กล่าวว่า บริษัทของตนให้บริการแก่ผู้มีรายได้ดี แม้จะเผชิญกับอุปสรรค เช่น เข้าไม่ถึงการวัดพื้นที่ในสถานที่ที่ลูกค้ากักกันตนเอง ประกอบกับบริษัทที่ผลิตวัสดุส่งให้ก็ปิดตัวลง โครงการที่ต้องส่งมอบจึงล่าช้าไปด้วย แต่ก็เป็นความท้าทายที่ทีมงานของตนจะให้ความสนใจกับงานของพวกเขาจากที่บ้าน ถึงกระนั้นธุรกิจก็ยังพออยู่ได้

ขอบคุณเรื่องจาก : https://www.themoscowtimes.com/2020/04/02/moscows-small-businesses-feel-the-pinch-under-coronavirus-lockdown-a69810

 

จิตแพทย์แนะวิธีรับมือกับความเครียด ช่วงสถานการณ์โควิด-19

จิตแพทย์แนะวิธีรับมือกับความเครียด ช่วงสถานการณ์โควิด-19

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2563, 18.22 น.
 

ท่ามกลางสถานการณ์ COVID-19 ทั้งแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และประชาชนทุกคนล้วนมีความเครียดและความกังวลใจ มาดูสักนิดว่า เราจะช่วยกันรับมือ ดูแลจิตใจ และผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้อย่างไร การจัดการความเครียดเพื่อรับมือ COVID-19 อย่างถูกวิธีที่จิตแพทย์อยากแนะนำ

3 เมษายน 2563 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตรักษ์​ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่าความเครียดเป็นกลไกโดยธรรมชาติที่ช่วยให้มนุษย์เตรียมตัววางแผนและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพการที่เรารู้สึกเครียดกลัว วิตกกังวล เป็นสิ่งที่ดี เพราะเราจะได้ขวนขวายหาความรู้ หาข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจ ให้มีการวางแผนและเตรียมการ รับมือกับโรคระบาดที่เกิดขึ้น

ลองสังเกตอาการของตัวเองในสถานการณ์ COVID-19 CDC สหรัฐฯ แนะนำให้สังเกตอาการ ว่ามีดังต่อไปนี้หรือไม่ อาทิ อารมณ์แปรปรวน กลัว เครียด กังวล หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิทฝันร้ายต่อเนื่องเรื้อรัง พฤติกรรมการกินผิดปกติ บางรายกินไม่ลง บางรายกินมากผิดปกติ รู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า ไม่สดชื่น เฉื่อยชาเบื่อ ไม่อยากทำอะไร สมาธิจดจ่อไม่ดี หลงๆ ลืมๆ ทำงานบกพร่อง สูญเสียการตัดสินใจ ผู้ป่วยที่มีโรคทางกาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ ในระยะนี้อาการอาจกำเริบแปรปรวน เช่น ปวดท้อง ปวดหัว ปวดตามตัวหรือมีผื่นขึ้น ตื่นตระหนกฯลฯ เริ่มรู้สึกท้อแท้หมดหวัง รู้สึกไร้ค่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ เป็นต้น หลายคนไม่ตระหนักว่ากำลังเกิดความผิดปกติด้านอารมณ์ เมื่อไม่รู้ตัวก็ไม่ได้จัดการอย่างถูกต้อง จนอาจส่งผลกระทบกับประสิทธิภาพในการทำงาน มีปัญหาความสัมพันธ์ ทั้งเรื่องส่วนตัวและกับเพื่อนร่วมงาน ความเครียดสะสมยังอาจนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดนำชีวิตดิ่งลงได้โดยง่าย

4สาเหตุหลักในผู้ป่วยที่มาพบจิตแพทย์ ระบุว่าCovid-19 ทำให้เกิดความเครียดคือ1.กลัวการติดเชื้อ เพราะไม่แน่ใจได้ว่าที่ไหนจะปลอดภัย ทุกที่สามารถเกิดการแพร่เชื้อได้หมด เกิดอาการรู้สึกหวาดระแวงคนรอบข้างคนใกล้ตัว หรือแม้แต่คนที่ดูปกติแข็งแรงก็สามารถกลายเป็นผู้ติดเชื้อแบบไม่มีอาการและสามารถแพร่เชื้อได้2.สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรายวันมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น นโยบายรัฐบาลปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์เกือบทุกวัน วันนี้อาจไปทำงานปกติ วันรุ่งขึ้นที่ทำงานอาจถูกปิด3.ความกังวลเรื่องหน้าที่การงานบางคนโดนสั่งพักงานหรือที่ทำงานต้องปิดตัว4.สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความเครียดมากคือการที่ไม่มีทางรู้ว่าสถานการณ์นี้จะยาวนานเพียงใดผลกระทบทางเศรษฐกิจจะยาวนานแค่ไหนแม้หลายคนจะให้ความร่วมมือกับนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม(Social Distancing) หรือปฏิบัติตามรายงานของภาครัฐอย่างเคร่งครัดแต่การแพร่ระบาดก็อาจจะยังไม่ยุติในระยะเวลาอันใกล้

ทั้งนี้ ในผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจิต(Mental Health)อยู่เดิม อาการอาจกำเริบรุนแรงขึ้นได้ทั้งนี้ก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19 มีผู้คนจำนวนมากตกอยู่ในภาวะเครียด องค์การอนามัยโลกได้มีรายงานเมื่อต้นปี 2020 ว่า ทั่วโลกมีคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประมาณ 264 ล้านคน โดยประเทศไทยพบอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นจากปี 2560 คือ 4.94 ต่อประชากรแสนคน เป็น 5.33 ต่อประชากรแสนคนในปี 2561 นอกจากนี้ยังมีโรควิตกกังวล ซึ่งในสหรัฐอเมริกามีรายงานผู้ป่วยวิตกกังวลโดย The Anxiety and Depression Association of America สูงถึง 18.1% ของประชากร หรือประมาณ 40 ล้านคน เมื่อเกิดวิกฤติ COVID-19 ผู้ป่วยเหล่านี้อาจมีอาการกำเริบหรือแย่ลงได้แม้ยังได้รับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นหากคุณหรือคนใกล้ชิดเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มผู้ป่วยหรือสงสัยว่าจะป่วย ควรพบจิตแพทย์เพื่อประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม หรือหากมีนัดก็ไม่ควรหยุดพบแพทย์ เพราะอาจนำไปสู่อาการรุนแรง และเป็นอันตรายได้ ซึ่งปัจจุบันมีการให้บริการการรักษาทางไกลที่เรียกว่าE - Mental Healthทำให้คนไข้ได้รับความสะดวกมากขึ้น

วิธีการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19อย่างเข้าใจคือ1.ไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ในสถานการณ์แบบนี้อาจเกิดความเครียดขึ้นได้ แต่ความเครียดอาจทำให้เกิดภาวะท้อถอยหมดหวัง อารมณ์ที่ไม่เป็นปกติทำให้เรามีโอกาสตัดสินใจทำสิ่งใดๆ โดยไม่รอบคอบ คำแนะนำคือ ควรประคับประคองอารมณ์ให้ผ่านสถานการณ์ไปให้ได้ในแต่ละวันรักษาตัวให้ดีอย่าให้ติดเชื้อ2.ติดตามข่าวสารเท่าที่จำเป็น เช็คข่าววันละครั้งก็เพียงพอเลือกรับข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ลดการเสพโซเชียลมีเดีย ระมัดระวังข่าวปลอม3.ปฏิบัติตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากอนามัย  ล้างมือบ่อยๆ เป็นต้น4.ตรวจสอบอาการทางร่างกายจิตใจอารมณ์ของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังอาการซึมเศร้า5.ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติและมีคุณค่า แม้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เราก็จำเป็นต้องดำเนินชีวิตให้เป็นปกติอย่ามัวแต่จดจ่ออยู่กับข่าวจนป่วยทั้งใจและกายเทคนิคใช้ชีวิตให้ปกติ (Healthy Routine) ประกอบด้วยกินให้เป็นปกติ ทำอาหารง่าย ๆ เช่น หุงข้าว ทอดไข่ เป็นต้น นอนให้ปกติ การนอนหลับให้เพียงพอเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดี ป้องกันไวรัสและภาวะซึมเศร้าได้ เชื่อมต่อกับผู้คน แม้จะเจอเพื่อนฝูงผู้คนเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อ พูดคุยปรึกษาหารือกันได้ โดยใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อถึงกัน หากิจกรรมทำอย่าให้ว่าง แม้จะ Work From Home ก็ควรทำตัวเหมือนปกติ ตื่นเช้า อาบน้ำ แต่งตัว หรือออกกำลังกายตามยูทูบแทนการไปฟิตเนส ทำสิ่งที่สนใจและงานอดิเรกที่ชอบ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ออกกำลังกายสมอง ใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ทำกิจกรรมในเงื่อนไขสถานการณ์ที่จำกัด เช่น ลองวาดรูปภาพด้วยอุปกรณ์เท่าที่มี อบขนมหรือทำอาหารง่าย ๆ ฟังเพลงเป็นต้น

สุดท้าย  คือ ฝึกปรับทัศนคติ อย่าตระหนก อย่ากังวลจนเกินไป โดยใช้หลักการ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) คือ ทุกครั้งที่มีความรู้สึกแย่ ๆ เกิดขึ้นต้องรู้สึกตัว ลองใช้เวลาสักวันละ 5 นาที สำรวจ ทบทวนความคิด ความรู้สึก หรือการตอบสนองทางร่างกาย หรือถ้าไม่แน่ใจลองถามคนรอบข้างและคนใกล้ชิด เมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกลบ ไม่ต้องพยายามปรับให้เป็นบวก โดยการอยู่บนพื้นฐานความจริง อยู่แบบกลางๆ (Neutral) มีทั้งลบและบวก เมื่อรู้สึกแล้วก็แค่รับรู้ว่ามันเป็นความรู้สึก ไม่ต้องไปหงุดหงิดซ้ำซ้อนยอมรับว่าความผิดพลาด ความล้มเหลวเป็นสิ่งที่อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ Mindfulness ช้าลงช่วยให้เร็วขึ้น ใช้ชีวิตให้ช้าลงสักนิด เช่น ขณะทานข้าวไม่ต้องเปิดดูข่าวไม่ต้องคุยกันเรื่อง Covid-19 ลองใช้เวลาสั้นๆ รับรู้รสชาติ พักความคิดสัก 10 วินาที แล้วลองฝึกที่จะจดจ่ออยู่กับวินาทีที่เป็นปัจจุบัน นั่นคือช่วงที่ Mind ได้รับการบำบัด Take A Break หยุดทั้งความคิดลบและบวก เทคนิคนี้เรียกว่า Mindfulness ฝึกให้ได้วันละนิดเมื่อนึกได้ เมื่อ Mind ได้พักเติมพลังเป็นระยะๆ จะมีเรี่ยวแรงออกไปสู้รบกับสถานการณ์ยากๆ ได้ใหม่ Sharing is Caring คงความสัมพันธ์ไว้ให้มั่น แม้จะห่างกายตามนโยบาย Social Distancing แต่ไม่จำเป็นต้องห่างกัน สามารถโทรคุยกัน หรือจะ VDO Call ให้เห็นหน้ากันบ้าง

เราต่างคนต่างมีความทุกข์ การได้มีพื้นที่ที่สามารถระบายออกมาบ้าง ได้แลกเปลี่ยนแบ่งปัน(Sharing) ถือเป็นอาวุธสำคัญ การได้พูดคุยเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน แม้ไม่รู้จักกัน ก็เป็นการเยียวยาช่วยให้มีความหวัง และร่วมสู้ไปด้วยกันช่วยให้เกิดกำลังใจได้ดีที่สุดในช่วงวิกฤติ Covid-19

 ...........................................................

3 เม.ย. 2563


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน