*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5847
  • จำนวนผู้ชม : 3464646
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 29 เมษายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 280 , 14:01:03 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ 

        คุณหญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ออกมาแถลงเตือนรัฐบาลหลายประการผ่านสื่อ ดังพาดหัวข่าว

‘หญิงหน่อย’ร่ายยาวบี้เปิดสภา ลั่นพท.ไม่ยอมให้รัฐบาล‘ตีเช็คเปล่า’เงินกู้1.9ล้านล้านไปใช้ไม่โปร่งใส

ทั้งนี้ สาระสำคัญ คือ เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดประชุมสภาโดยเร็วนั่นเอง คงจะเห็นว่ารัฐบาลกำลังโชว์ผลงาน อย่างเป็นกอบเป็นกำอยู่

ข้างเดียว แล้วอย่างนี้ 'หน่อย'จะยอมได้อย่างไร ต้องขอโชว์กึ๋นของตัวบ้างละ

 

 

 
‘หญิงหน่อย’ร่ายยาวบี้เปิดสภา ลั่นพท.ไม่ยอมให้รัฐบาล‘ตีเช็คเปล่า’เงินกู้1.9ล้านล้านไปใช้ไม่โปร่งใส

‘หญิงหน่อย’ร่ายยาวบี้เปิดสภา ลั่นพท.ไม่ยอมให้รัฐบาล‘ตีเช็คเปล่า’เงินกู้1.9ล้านล้านไปใช้ไม่โปร่งใส

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563, 08.55 น.

‘หญิงหน่อย’ร่ายยาวบี้เปิดสภา ลั่นพท.ไม่ยอมให้รัฐบาล‘ตีเช็คเปล่า’เงินกู้1.9ล้านล้านไปใช้ไม่โปร่งใส

29 เมษายน 2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท เป็นการกู้สูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

เพื่อไทยจะไม่ยอมให้เป็นการ "ตีเช็คเปล่า" ให้รัฐบาลไปใช้อย่างไร้ประสิทธิภาพและไม่โปร่งใส เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ต้องใช้เพื่อ

1) เยียวยาความเดือดร้อนประชาชนจากการที่รัฐบาลสั่งปิดกิจการต่างๆอย่างทั่วถึง รวดเร็ว

2) ลดความเสียหายทางธุรกิจ และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายจาก COVID 19

3) ลงทุนเพื่อธุรกิจสำหรับอนาคต หลัง COVID 19 โดยการสร้าง”โครงสร้างพื้นฐาน “(Infrastructure) เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ ที่จะเป็น New Normal เพื่อพลิกวิกฤตครั้งนี้ ให้เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้คนไทยให้ได้ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข

.......................................................

กรณีที่รัฐบาลแก้ปัญหา COVID 19 ด้วยการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำด้วยความระมัดระวังที่สุด เพราะเป็นการกู้ในจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทุกบาทเป็นเงินกู้ ที่คนไทยทุกคนต้องเป็นผู้รับภาระในการใช้หนี้อีกยาวนานชั่วลูกชั่วหลาน

สิ่งแรกที่พลเอกประยุทธ์ควรทำคือ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน จากงบปี 63-64 ก่อน แต่รัฐบาลไม่ได้ใช้ความพยายามในการตัดงบ ถึงแม้รัฐบาลจะออกข่าวว่า ได้ปรับลดงบประมาณแล้ว แต่เป็นการออกข่าวเพื่อลดแรงเสียดทานทางสังคมลงเท่านั้น เพราะว่ายอดที่ปรับลดลงมานั่นน้อยมาก และรัฐบาลไม่มีการยืนยันกับประชาชนว่า จะปรับลดยอดเงินกู้ลงเลยแม้แต่บาทเดียว

เท่ากับว่าการปรับงบประมาณ คือการย้ายเงินเก่า จากกระเป๋าซ้ายไปเข้ากระเป๋าขวาเท่านั้น ส่วนเงินใหม่รัฐบาลยังคงกู้มาเต็มจำนวน 1.9 ล้านล้านบาทเหมือนเดิม

การกู้เงินครั้งนี้ถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญที่สุด หากใช้เงินกู้ได้ถูกยุทธศาสตร์ นอกจากจะสามารถแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดกับพี่น้องประชาชนได้แล้ว ยังจะเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาเป็นเสือของเอเซีย เหมือนในอดีตที่พรรคไทยรักไทยเคยทำสำเร็จมาแล้ว

ดิฉันเห็นว่า เงินกู้จำนวนดังกล่าวควรถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ กล่าวคือ

1. เพื่อการเยียวยาประชาชนอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง โดยรัฐบาลได้กู้เงินมาเพื่อใช้จ่ายในการนี้จำนวน 6 แสนล้านบาท จากวงเงินดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมีเม็ดเงินมากพอที่จะดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอต่อการดำรงชีพ แต่กลับปรากฏว่ามีพี่น้องประชาชนต้องฆ่าตัวตาย เพราะการเยียวยาที่ไม่ทั่วถึงและล่าช้า ซึ่งเกิดจากการบริหารแบบรัฐราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ สร้างเงื่อนไขที่ยุ่งยากกับประชาชน

ดิฉันจึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงวิธีการ ให้การเยียวยาเป็นไปโดยทั่วถึง เพียงพอต่อการดำรงชีพและทำด้วยความรวดเร็ว

2. ใช้เพื่อลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยดูแลธุรกิจและระบบเศรษฐกิจไม่ให้ล่มสลาย เพื่อไม่ให้เกิดการเลิกจ้าง รวมทั้งต้องลดภาระภาคธุรกิจ โดยการพักชำระหนี้ ซึ่งรัฐบาลได้ใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ จำนวน 400,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ /พ.ร.ก.ให้ ธปท. กู้เงิน 500,000 ล้าน เพื่อดูแลธุรกิจเอสเอ็มอี และ พ.ร.ก.ให้ ธปท. กู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท เพื่อดูแลหุ้นกู้ของเอกชน

ซึ่งการใช้เงินจำนวนดังกล่าวนี้ ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนการใช้เงินอย่างมียุทธศาสตร์ และเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนทราบ เพื่อจะได้ช่วยกันตรวจสอบ และเสนอแนะ เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญมาก เศรษฐกิจจะ “ฟื้น”หรือ”ฟุบ” ก็ขึ้นอยู่กับการใช้เงินกู้ก้อนนี้ให้ถูกจุด มีประสิทธิภาพและโปร่งใส

3. ใช้เพื่อในการลงทุนสร้าง ”โครงสร้างพื้นฐาน”ให้ธุรกิจไทยในอนาคตหลัง COVID 19

ซึ่งบริบทการใช้ชีวิตของผู้คน และการประกอบธุรกิจจะเปลี่ยนไปหมด ที่เราเรียกว่า New Normal ที่ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสะอาด (Health & Hygienity) การใช้ชีวิต และการทำงานที่เปลี่ยนไป ใช้ออนไลน์ และเทคโนโลยีต่างๆ มากขึ้น ให้ความสำคัญกับ Work from home..

รัฐบาลต้องเตรียมสร้าง Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ New Normal โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ให้กับคนไทยและธุรกิจไทย ซึ่งรัฐบาลไทยต้องมีความรู้ ความเข้าใจทิศทางที่โลกจะเปลี่ยนไปอย่างแท้จริง เพื่อพลิกวิกฤตครั้งนี้ ให้เป็นโอกาสของคนไทยในการสร้างรายได้หลังวิกฤตนี้ให้ได้

ความจริงแล้ว วิกฤตที่เกิดขึ้นจาก COVID 19 รัฐบาลที่ชาญฉลาด จะสามารถพลิกเป็นโอกาสให้กับประเทศชาติได้ เพราะพิษ COVID19 ได้ทำให้เศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลก ชะงักและชลอตัวกันหมด รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ทันโลก สามารถวางยุทธศาสตร์ในการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ได้ถูกต้อง และเข้ากับเศรษฐกิจยุคใหม่ภายหลัง COVID 19ได้ ย่อมสร้างโอกาสให้กับประเทศชาติได้อย่างมหาศาล

ในเบื้องต้น เราขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการและชี้แจงข้อมูลต่างๆให้ประชาชนได้รับทราบอย่างเป็นรูปธรรมดังนี้

1. การปรับเกลี่ยงบประมาณปี 63และ64 รัฐบาลสามารถดึงเงินกลับมา เพื่อใช้แก้ปัญหาที่เกิดจาก COVID 19ได้จำนวนเท่าไหร่? และสามารถนำมาชดเชยเพื่อปรับลดวงเงินกู้ 1.9ล้านๆบาทได้จำนวนเท่าไหร่?

2. ขอให้รัฐบาลแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมทั้งรายละเอียดให้ประชาชนได้อุ่นใจ ว่าจะใช้เงินกู้จำนวนมหาศาลนี้ เพื่อประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนโดยรวม อย่างคุ้มค่ามากที่สุดอย่างไร พร้อมทั้งรายงานการดำเนินงานการใช้เงินกู้ให้รับทราบทุก 3 เดือน

3. รัฐบาลจะต้อง #เปิดประชุมสภาวิสามัญ ทันทีที่ข้อกำหนดทางสาธารณสุขเอื้ออำนวย เพื่อให้ตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งสภาฯ ได้ร่วมคิด ร่วมตรวจสอบ และช่วยกันหาแนวทางที่ดีที่สุด ในการใช้เงินกู้ครั้งนี้ เพื่อเยียวยาประชาชน และพลิกพื้นเศรษฐกิจไทย ให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

“พรรคเพื่อไทย” ในฐานะฝ่ายค้าน เราจะไม่ยอมให้การกู้เงินมโหฬาร 1.9 ล้านล้านบาทครั้งนี้ เป็นเสมือนการ #ตีเช็คเปล่า โดยรัฐบาลนำไปใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่โปร่งใส ไม่มีวิสัยทัศน์ รวมทั้งไม่เป็นประโยชน์ต่อการกู้เศรษฐกิจไทย และช่วยคนไทยหมู่มากค่ะ

 

เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท เป็นการกู้สูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

เพื่อไทยจะไม่ยอมให้เป็นการ "ตีเช็คเปล่า" ให้รัฐบาลไปใช้อย่างไร้ประสิทธิภาพและไม่โปร่งใส เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ต้องใช้เพื่อ

1) เยียวยาความเดือดร้อนประชาชนจากการที่รัฐบาลสั่งปิดกิจการต่างๆอย่างทั่วถึง รวดเร็ว ...

ดูเพิ่มเติม
 
 
ฟังคลิปชัดๆ 'บิ๊กป้อม'ลั่นปัญหาพปชร.จบแล้ว ย้ำไม่เปลี่ยน'หัวหน้า-เลขาฯพรรค'

ฟังคลิปชัดๆ 'บิ๊กป้อม'ลั่นปัญหาพปชร.จบแล้ว ย้ำไม่เปลี่ยน'หัวหน้า-เลขาฯพรรค'

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2563, 10.34 น.
 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงปัญหาความวุ่นวายภายในพรรคขณะนี้ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกันรึยัง ว่า "อะไร ไม่มีอะไรๆ" ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาจบแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "จบแล้วๆ" เมื่อถามย้ำว่า จะไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค แล้วใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า "ไม่มีๆ" ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงมีคนอยากให้ท่านเป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว

....................................................

29 เมษายน 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน