*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5845
  • จำนวนผู้ชม : 3463930
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< พฤษภาคม 2020 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 549 , 20:29:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         'บิ๊กตู่' นายกรัฐมนตรีมืออาชีพ โกยคะแนนนิยมใส่กระเป๋าตุงไปเลย เพราะแม้จะเกิดสถานะการณ์ร้ายแรงขึ้นมา กลับกลายเป็น

ต้วชี้วัดฝีมือ 'บิ๊ก๖ู่' ไปเสียอีก นอกจากนั้น 'บิ๊กตู่'ยังได้ยึดหลักเซ็ฟชืวีตคนเอาไว้ก่อน เรื่องเงินหาได้ในภายหลัง

 

 

'บิ๊กตู่'เรตติ้งพุ่ง!!! โพลชี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลด ดันคะแนนนิยมเพิ่ม จับตาพลังเงียบตัวแปร

'บิ๊กตู่'เรตติ้งพุ่ง!!! โพลชี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลด ดันคะแนนนิยมเพิ่ม จับตาพลังเงียบตัวแปร

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 13.37 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความสุขประชาชน กับ เสียงหนุน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสานทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่ และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 1,105 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5 – 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 50.8 กังวลน้อยลงที่ตัวเองจะติดเชื้อโควิด-19 ร้อยละ 39.6 กังวลเหมือนเดิม และร้อยละ 9.6 กังวลมากขึ้น

เมื่อถามถึง ความสุขประชาชน ช่วงโควิด-19 พบ 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยละ 97.4 สุขในครอบครัว เมื่อเห็นทุกคนในครอบครัวรักกัน ดูแลกัน สุขทุกข์ร่วมกัน รองลงมาคือ ร้อยละ 94.1 สุขในชุมชน เมื่อเห็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดูแลกันของคนในชุมชน ร้อยละ 92.3 สุขเมื่อเห็นพลเมืองดี มีทัศนคติที่ดี มีวินัย ร้อยละ 91.4 สุขในสถาบัน เมื่อเห็นการช่วยเหลือดูแลประชาชนและเห็นคนไทยปกป้องเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ และร้อยละ 87.6 สุขเมื่อได้ทำงานที่มั่นคง มีช่องทางทำมาหากิน ไม่ขัดสน

 นอกจากนี้ มาตรการที่จะทำให้สุขใจสุขกายของประชาชน ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.9 ระบุ มาตรการลดราคาสินค้าจำเป็น ของกิน ของใช้ รองลงมาคือ ร้อยละ 90.3 ระบุ มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนลงอีก เพราะประชาชนทำตามมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ และร้อยละ 90.1 ระบุ มาตรการสร้างงาน หนุนอาชีพให้คนทำมาหากินได้ ไม่ขัดสน

ที่น่าสนใจคือ แนวโน้มฐานสนับสนุนของประชาชนจากจุดยืนทางการเมืองต่อรัฐบาลล่าสุด หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อลด ผลสำรวจพบว่า คนสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 36.2 ช่วงขอมหาเศรษฐีช่วย มาอยู่ที่ร้อยละ 46.9 หลังยอดผู้ติดเชื้อลดลง ในขณะที่ กลุ่มคนไม่สนับสนุนรัฐบาลลดลงจาก ร้อยละ 26.6 มาอยู่ที่ร้อยละ 22.0 และกลุ่มพลังเงียบอยู่ที่ร้อยละ 31.1 ซึ่งกลุ่มพลังเงียบยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน

ทั้งนี้ เสนอแนะให้รัฐบาลออกมาตรการใหม่ชื่อ “ฟรีสร้างอาชีพ” ทำคนไทยมีเบ็ดตกปลา มากกว่าเอาปลามาให้ทานอย่างเดียว จึงเสนอให้ฟรีทุกอย่าง ที่จำเป็นต่อการทำมาหากิน เช่น ฟรีอินเทอร์เน็ตไฮสปีด ฟรีโปรแกรมทำธุรกิจ ฟรีที่ปรึกษา ฟรีเรียนออนไลน์ ฟรีพลังงานแสงอาทิตย์ ฟรีการตลาด และอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ในทางเศรษฐศาสตร์ ไม่มีของฟรีในโลก ทุกอย่างมีคนแบกภาระค่าใช้จ่ายในทุกกิจกรรม แต่ฟรีเหล่านี้เป็นตัวอย่างให้รัฐบาลคิด เข้าถึงหัวใจของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ที่ไม่ต้องการแบมือขอเงิน จากรัฐบาลอย่างเดียว พวกเขามีศักดิ์ศรีเกียรติภูมิแห่งตนเช่นกัน โดยสรุปรัฐบาลน่าจะฟรีทุกอย่างที่ทำให้ประชาชนประกอบสัมมาอาชีพไม่เป็นพิษต่อสังคมและตนเอง

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป

...............................................

หน้าแรก / การเมือง

นายกฯขอบคุณกองทัพ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนปชช. ช่วงไม่สามารถใช้ชีวิตปกติ

นายกฯขอบคุณกองทัพ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนปชช. ช่วงไม่สามารถใช้ชีวิตปกติ

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 18.13 น.

วันนี้ 9 พฤษภาคม 2563 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)หน่วยขึ้นตรง (นขต.กห.) และเหล่าทัพ เพื่อติดตามการบริหารจัดการมาตรการกักตัวควบคุมโรคของรัฐ ( State Quarantine ) และการช่วยเหลือประชาชน  ณ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กห. ในศาลาว่าการกลาโหม ซึ่งสถานะคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและยังคงอยู่ในมาตรการกักควบคุมโรคของรัฐ จำนวน 3,382 ราย ส่งกลับภูมิลำเนาแล้ว 2,783 ราย  โดยพระสงฆ์ที่อยู่ในมาตรการกักควบคุมโรค จำนวน 225 รูป ครบกำหนดทยอยเดินทางกลับไปจำวัดตามภูมิลำเนาตั้งแต่วันนี้    ทั้งนี้ ตั้งแต่ 9 - 13 พ.ค. 63 จะมีคนไทยจากประเทศต่างๆทยอยเดินทางเข้ามาอีก รวมเกือบ 1,500 ราย เป็นพระสงฆ์จำนวน 75 รูป

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ตามนโยบายของนายกฯ และรมว.กลาโหม โดยกำลังทหารจากทุกเหล่าทัพได้ทยอยบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทยแล้วอย่างต่อเนื่อง ปริมาณกว่า 2 ล้านมิลลิลิตร เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเลือดตาม รพ.ต่างๆ  พร้อมทั้งสนับสนุนมาตรการป้องกันด้วยการผลิตหน้ากากอนามัยชนิดผ้าแจกจ่ายประชาชนและแรงงานกลุ่มเสี่ยงแล้วจำนวนกว่า 1.4 ล้านชิ้น  ขณะเดียวกันได้จัดรถครัวสนามเคลื่อนที่ ประกอบอาหารสำเร็จรูป รวมทั้งจัดอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็น กระจายแจกจ่ายส่งตรงถึงบ้านกลุ่มผู้มีรายได้น้อยทั้งในชุมชนเขตเมืองและชนบท พร้อมทั้งให้บริการตัดผมและสร้างความตระหนักด้านสาธารณสุขควบคู่กันไป เพื่อเสริมมาตรการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของสังคมไปด้วยกัน

นอกจากนั้น ทุกเหล่าทัพยังได้ร่วมกันนำพืชผักสวนครัวที่ปลูกในหน่วยทหาร ออกจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูก  พร้อมทั้งสนับสนุนการขนส่งและจัดพื้นที่ของหน่วยทหารในภูมิภาคต่างๆ เป็นจุดรวมและกระจายสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ตามฤดูกาล สนับสนุนให้ประชาชนต่างพื้นที่สามารถบริโภคในราคาพิเศษ

"พล.อ.ชัยชาญ ได้ย้ำการแสดงความขอบคุณจากนายกรัฐมนตรี มายังกำลังพลของทุกเหล่าทัพ ที่สนับสนุนรัฐบาลบริหารจัดการรับมือกับปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID - 19 มาโดยตลอด โดยเฉพาะมาตรการคัดกรองและกักควบคุมโรคของรัฐ กับคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ รวมทั้งการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในภาวะที่ประชาชนไม่สามารถออกมาใช้วิถีชีวิตปกติ โดยนายกฯได้กำชับ ขอให้คงเข้มมาตรการคัดกรองตามชายแดนและสนับสนุนการบริหารจัดการสถานที่กักตัวควบคุมโรคของรัฐและระดับพื้นที่ในทุกสถานที่ ให้มีมาตรฐานเดียวกันตามแนวทางที่สาธารณสุขกำหนด พร้อมทั้งแสดงความห่วงใย โดยขอให้สนับสนุนและดูแลความปลอดภัยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยย้ำต้องไม่ประมาท"

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
'กรณ์'ถามแทงใจดำรบ. สมควรแล้วหรือที่จะใช้เงินภาษีปชช.อุ้ม'การบินไทย'

'กรณ์'ถามแทงใจดำรบ. สมควรแล้วหรือที่จะใช้เงินภาษีปชช.อุ้ม'การบินไทย'

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 13.56 น.

วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุคส่วนตัว โดยให้ความเห็นในฐานะเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ผ่านงานฟื้นฟูการบินไทยในช่วงปี 2552 และ 2553 โดยระบุว่า การบินไทย ต้องปรับสู่ New Normal
โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับกับการฟื้นฟูการบินไทยให้เป็น ‘บริษัทชั้นนำ’ ของประเทศ แต่หากจำเป็นต้องอุ้มด้วยเงินภาษี ข้อแลกเปลี่ยนคือ 1. การบินไทย ต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2. ผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้เดิม ต้องแบ่งรับภาระความเสียหาย เงินภาษีที่จะใช้ ต้องมีสิทธิเหนือเงินส่วนอื่นทั้งหมดในบริษัท

"ก่อนโควิดการบินไทยก็มีสถานะทางการเงินที่ร่อแร่อยู่แล้ว ขาดทุนปีละกว่าหมื่นล้าน ทั้งๆ ที่ตั๋วโดยสารแพงกว่าคนอื่น แถมอัตราผู้โดยสารก็อยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรฐานบริการที่ดี แต่เมื่อโลกมีวิกฤต เราต้องวิเคราะห์กันต่อว่า หลังโควิดจะเป็นอย่างไร จำนวนผู้โดยสารจะลดลงเท่าไร และบริษัทจะต้องปรับลดค่าใช้จ่ายอย่างไรถึงจะอยู่รอด ลำพังเพียงการบริการที่ดีไม่สามารถช่วยบริษัทได้ แต่ต้องมีระบบบริหารที่มีประสิทธิภาพด้วย" หัวหน้าพรรคกล้ากล่าว

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ความเป็นจริงทางการเงิน สถานะวันนี้ของการบินไทยจะเรียกว่า ‘เจ๊ง’ ก็ไม่ผิด เพราะทุนติดลบ เงินสดก็ติดลบ (ซึ่งแม้รวมวงเงินกู้ทั้งหมดที่มีก็ยังไม่พอใช้เกินสิ้นเดือนหน้า) ดังนั้นตามปกติ หากใครจะใส่เงินเข้าบริษัทเพิ่มเติม เขาต้องตั้งคำถามกับผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้เดิมว่า ‘แล้วพวกคุณจะช่วยรับภาระอย่างไร คงไม่มีใครให้เงินเฉยๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของหุ้น เงินกู้ หรือการค้ำประกันเงินกู้ (โดยเฉพาะถ้าเงินนั้นเป็นเงินภาษีประชาชน

ทั้งนี้นายกรณ์ ยกข้อมูลเปรียบเทียบ โดยระบุว่า ทาง IATA ประมาณการณ์ว่ารายได้ธุรกิจการบินทั่วโลกจะลดลง 55% ในปี 2020 และจะใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้น และล่าสุดสายการบิน British Airways ประกาศลดพนักงาน 12,000 คนหรือ 30% ของพนักงานทั้งหมด ส่วน SAS มีแผนลดพนักงาน 5,000 คน

"ท่านนายกฯ บอกว่าการอุ้มครั้งนี้ ‘เป็นครั้งสุดท้าย’ ผมมองน่าจะเป็นเพราะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดที่จะคำ้ประกันเงินกู้ 50,000 ล้านอย่างกว้างขวาง ซึ่งหากท่านนายกฯจะช่วยจริง ท่านควรต้องยืนยันชัดๆ ให้ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้ ทุกคนมีส่วนช่วยลดภาระของบริษัทลงด้วย ผมขอยกตัวอย่างกรณีที่ Norway รัฐบาลเขาได้กำหนดสัดส่วนทุนต่อหนี้ขั้นต่ำไว้ที่ 8% เป็นเงื่อนไขก่อนที่รัฐจะยอมค้ำประกันหนี้ใหม่ให้ เจ้าหนี้เดิมจึงต้องยอมแปลงหนี้เป็นทุน และนอกจากนั้นยังมีเงื่อนไขให้ผู้ถือหุ้นเดิมเพิ่มทุนก่อนด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อให้มีการแบ่งรับภาระ ไม่ใช่ได้เงินภาษีไปโดยไม่ต้องร่วมรับผิดชอบ ซึ่งนี่คือหลักการที่ไม่ถูกต้องนัก” นายกรณ์ กล่าว

 
 
.......................................................
 
 
‘มาม่า’หั่นราคาลดค่าครองชีพ

‘มาม่า’หั่นราคาลดค่าครองชีพ

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน เป็นโครงการที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชนจัดขึ้นเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงที่เกิดสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการมาเป็นลอตที่ 2 แล้ว มีสินค้าเข้าร่วมโครงการ 6 กลุ่มสินค้า คือ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มอาหารปรุงสำเร็จแช่แข็ง กลุ่มซอสปรุงรส กลุ่มของใช้ประจำวัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย และกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้าง ลดสูงสุดร้อยละ 68 และมีสินค้าร่วมลดราคา 3,025 รายการ มีผู้ประกอบการร่วมโครงการ 51 ราย ซึ่งการจัดโครงการได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี มีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ บมจ.สหพัฒนพิบูล เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์โดยเข้าร่วมโครงการทั้ง 2 ลอต และเนื่องจากสินค้าของสหพัฒน์ล้วนเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน จึงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี

 นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.สหพัฒนพิบูล กล่าวว่า ในส่วนผลิตภัณฑ์มาม่ายังได้จัดแคมเปญพิเศษ “พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ร่วมกับ มาม่าคัพ” โดยร่วมกับร้านค้าพันธมิตร ปรับลดราคาผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าชนิดคัพทุกรสชาติ จากราคา 13 บาท เหลือ 10 บาท ตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2563 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของมาม่าคัพที่มีการลดราคา
 
 
92ปีกับที่ไร้เทียมทาน  ‘มีคนเดินบนนํ้าได้เมื่อไหร่ สถิตินี้จะถูกทำลายทันที!!!’

92ปีกับที่ไร้เทียมทาน ‘มีคนเดินบนนํ้าได้เมื่อไหร่ สถิตินี้จะถูกทำลายทันที!!!’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

 

ครบรอบปีที่ 92 ของสถิติไร้เทียมทาน และเป็นสถิติที่ยากเหลือเกินต่อการทำลาย

ไม่ว่าใครก็คงจะทำลายยากแบบสุดๆ

...ย้อนกลับไปในฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษ ในฤดูกาล 1927-28 เป็นซีซั่นที่ 36 ของวงการฟุตบอลเมืองผู้ดี

“ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ผงาดครองแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 3 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ด้วยสถิติเตะ 42 นัด ชนะไป 20 แพ้ 9 เข้าป้ายด้วยการมี 53 คะแนน เบียด ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมขาใหญ่ในยุคนั้นได้แบบสุดระทึก 2 คะแนน

ฮัดเดอร์สฟิลด์ ตอนนั้นเป็นแชมป์มา 3 สมัยติดต่อกันในปี 1924, 1925 และ 1926 ก่อนจะเสียงมงกุฎแชมป์ให้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในปี 1927 ตามด้วยการพ่ายให้กับ เอฟเวอร์ตัน

“ทอฟฟี่เมน” ทีมนั้นมี โธมัส เฮอร์เบิร์ต แม็คอินทอช เป็นผู้จัดการทีม

วอร์นี่ย์ เครสส์เวลล์ เป็นกัปตันทีม พร้อมกับปีกตัวจี๊ดอย่าง เท็ด คลิทช์ลี่ย์ และนักเตะใหม่อย่าง อเล็กซ์ ทรุ๊ป ที่เพิ่งย้ายมาจาก ซันเดอร์แลนด์

แต่ปีนั้นไม่มีใครจะโดดเด่นไปกว่า วิลเลี่ยม ราล์ฟ หรือ “ดิ๊กซี่” ดีน

ปีนั้น ดีน ลงเล่นไป 39 นัด ซัดไปถึง 60 ประตู!!!!!!!!!!!

แน่นอนที่สุด สถิติแบบนี้ยากต่อการทำลาย และยากที่จะเกิดขึ้นอย่างที่สุด ไม่ว่าจะ พ.ศ.หรือ ค.ศ.ไหนก็ตามที

หลายคนอาจจะเลิกคิวสงสัยว่าทำไมถึงยิงได้ขนาดนั้น เป็นเพราะระบบการเล่นหรือว่าอย่างไร ตรงนั้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย แต่ต้องไม่ลืมว่า ไม่เคยมีใครทำได้

ก่อนหน้านั้นสถิติยิงสูงสุดที่ทำได้ก็คือ 43 ประตู เป็นของ เท็ด ฮาร์เปอร์ ตำนานของ “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ในซีซั่น 1925-26

แน่นอนที่สุด คำจำกัดความของ ดิ๊กซี่ ดีน ที่ว่า “Footballer, Gentleman, Evertonian» ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่นอน

 

 

ดีน เกิดในเมืองลิเวอร์พูล ที่ฝั่งเบอร์เค่นเฮด ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ “อยู่ฝั่งธนฯ” เมื่อ 22 มกราคม 1907 ออกจากโรงเรียนตอนอายุ 14 ปี มาทำงานที่สถานีรถไฟไวร์รอล และเริ่มสตาร์ทการเล่นฟุตบอลกับ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส ทีมในถิ่นกำเนิดแท้ๆ ในอีก 2 ปีต่อมา ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ในวัย 18 ปีทีมที่ “วิลเลี่ยม ซีเนียร์” พ่อของเขาเคยพามาดูเกมที่กูดิสัน พาร์ค ตั้งแต่ดิ๊กซี่อายุได้ 8 ขวบเท่านั้น

โธมัส แม็คอินทอช นัด ดีน มาพูดคุยกันที่วูดไซด์ โฮเทล เมื่อปี 1925 เพื่อเจรจาให้ ดีน ย้ายมาอยู่กับเอฟเวอร์ตันซึ่งห่างจากบ้านของเขาประมาณ 4 กิโลเมตร ก่อนจะเซ็นสัญญามาเป็นเดอะบลูส์ ในราคา 300 ปอนด์

ที่จริงแล้วครอบครัวของเขาไม่ชอบให้เรียกว่า “ดิ๊กซี่” ต้องการให้เรียกเขาว่า “บิลล์” หรือ “บิลลี่” มากกว่า สาเหตุอาจจะถูกเรียกชื่อว่า “ดิ๊กซี่” มาจากสีผิว และผมของ ดีน ที่คล้ายกับชาวดิ๊กซี่ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ในยุคที่ตอนนั้นที่คนจากทั่วโลก และหลายเมืองมารวมตัวกัน เนื่องจากการเดินเรือมาเทียบท่าที่เมืองลิเวอร์พูล ก็เป็นไปได้

...สถิตินี้เกิดขึ้นเมื่อ ดิ๊กซี่ ดีน อายุได้ 21 ปี โดยเขาออกสตาร์ทซีซั่นด้วยการยิงประตูได้ถึง 9 นัด ติดต่อกัน โดยเฉพาะนัดที่ 9 รัวใส่ แมนฯยูไนเต็ด ถึง 5 ประตู ก่อนจะมาหยุดการยิงในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ กับ ลิเวอร์พูล ที่กูดิสัน พาร์ค

อย่างไรก็ตาม การเจอกันที่แอนฟิลด์ในซีซั่นนั้น ดีน ระเบิดฟอร์มซัดแฮททริกในเกมที่เสมอกันอย่างโชกโชน 3-3

 

 

ดีน พังประตูเป็นว่าเล่นโดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่น เขายิงแล้วยิงอีก และมีส่วนสำคัญในการตัดสินแชมป์เมื่อรัว 4 ประตู ให้ทีมบุกชนะ เบิร์นลี่ย์ 5-2 ปิดท้ายด้วยยิงแฮททริกในนัดฉลองแชมป์ที่เสมอกับ อาร์เซนอล 3-3

สรุปในลีก ดีน ลงเล่นไป 39 นัด ยิงได้ 60 ประตู

หากนับในปีปฏิทินนั้น ดีน กระหน่ำประตูได้มากถึง 85 ประตูด้วยกัน!!!

ในซีซั่นนั้น เอฟเวอร์ตัน ยิงได้ทั้งหมด 102 ลูก เท่ากับว่าดีน นั้นยิงประตูให้กับทีมในลีกได้มากกว่าครึ่ง และสถิตินี้ก็อยู่ยั้งยืนยงมาจนถึงทุกวันนี้ 92 ปีแล้ว!!!!

พร้อมกับเป็นนักฟุตบอลชุดแรกของโลก ที่ถูกยกเข้าสู่ทำเนียบยอดแข้งในตำนาน หรือ The English Football Hall of Fame

เพราะนักบอลที่ทำประตูได้ใกล้เคียงที่สุดกับ ดีน ก็คือ ทอม วาริ่ง ของแอสตัน วิลล่า 49 ประตู ปี 1931

จิมมี่ กรีฟส์ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลบอลอังกฤษเคยทำได้สูงสุด 41 ประตู กับ เชลซี ปี 1961 และเป็นนักบอลคนสุดท้ายที่ยิงในลีกได้เกิน 40 ลูกต่อ 1 ซีซั่น

ใกล้เคียงสุดคือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ของลิเวอร์พูล ที่ทำได้ 32 ประตู ในปีเปิดตัวกับทีมเมื่อปี 2018

จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ การพังประตูได้ขนาดนั้นของ ดิ๊กซี่ ดีน คือ “ปรากฏการณ์ของฟุตบอล”

ดีน คือสัญลักษณ์ตลอดกาลของเอฟเวอร์ตัน เพราะหลังจากการได้แชมป์ดิวิชั่น 1 และยิงประตูมากมายในซีซั่นสุดมหัศจรรย์นี้แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าอีก 2 ซีซั่นต่อมา เอฟเวอร์ตัน จะตกชั้นปี 1930

แต่ ดีน ไม่ย้ายหนีไปไหน

เขาอยู่กับทีมต่อ และช่วยยิงให้ทีมได้แชมป์ดิวิชั่น 2 ปี 1931 และกลับมาอยู่ดิวิชั่น 1 ได้ในซีซั่นเดียวก็ได้แชมป์ทันทีในปี 1932

ที่สุดก็คือ ปีต่อมา 1933 เอฟเวอร์ตัน ครองแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองด้วยการถลุง แมนฯซิตี้ 3-0 ในเกมแรกของประวัติศาสตร์ที่ “นักฟุตบอลมีหมายเลขเสื้อ” ในสนาม

บันทึกไว้ก็คือ หมายเลข 9 คนแรกของวงการฟุตบอลอังกฤษ ที่ถูกใส่ลงสนาม...นั่นคือ ดิ๊กซี่ ดีน

433 นัด 383 ประตู กับ เอฟเวอร์ตัน พร้อมกับยิงแฮททริกให้ทีมถึง 37 ครั้ง และถือสถิติการยิง 19 ประตูในเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ ฝั่งสีน้ำเงินเอาไว้ตลอดกาล ส่วนฝ่ายแดงคือ เอียน รัช ในกาลต่อมา

...ความยอดเยี่ยมตรงนี้ ถึงขนาดที่สุดยอดปรมาจารย์ลูกหนังฝั่งตรงข้ามอย่าง บิลล์ แชงคลี่ย์ แห่งลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ ผู้มีวลีกรีดเลือดใส่ชาวทอฟฟี่บลูส์มานักต่อนัก ยังซูฮกถึงความยอดเยี่ยมของ ดิ๊กซี่ ดีน

“ดิ๊กซี่ เป็นกองหน้าที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

“บันทึกการถล่มประตูของเขาเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดภายใต้ดวงอาทิตย์นี้!!!! เขาเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า บีโธเฟ่น, เชคสเปียร์ และแรมบรันต์”

ความยิ่งใหญ่ของทั้งสองคนที่ให้เกียรติกันได้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อ บิลล์ แชงคลี่ย์ มีรูปปั้นอยู่หน้าสนามแอนฟิลด์

ดิ๊กซี่ ดีน ก็มีรูปปั้นอยู่ที่หน้าสนามกูดิสัน พาร์ค

น่าแปลกกว่าก็คือ รูปปั้นของทั้งสองท่านนี้ ย้ายไปย้ายมา 3 รอบเท่ากันพอดิบพอดี!!!

อีกทั้งในเมืองลิเวอร์พูล มีโรงแรมชื่อว่า แชงคลี่ย์ โฮเทล กับ ดิ๊กซี่ ดีน โฮเทล ตั้งอยู่ตรงข้ามกันและกันที่ถนนวิคตอเรีย สตรีท ในใจกลางเมืองอีกด้วย...

“ถ้าจะมีใครสักคนที่จะทำลายสถิตินี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ แต่ผู้ชายคนนั้นจะต้องเดินบนน้ำได้เท่านั้น!!!!!” ดีน กล่าวเอาไว้ หลังจากทำสถิติสุดอลังการ

ซึ่งโอกาสทำลายคงยาก เพราะนอกจากในหนังและในการ์ตูนแล้ว

เรายังหาคนเดินบนน้ำได้ด้วย และเตะบอลได้ด้วย...

ไม่เคยมี!!!

บี แหลมสิงห์

 

 

บทความพิเศษ : บทเรียนของไทย  จากการเผชิญกับสถานการณ์โควิด–19 ในสายตานักการทูต (ตอนที่ 1)

บทความพิเศษ : บทเรียนของไทย จากการเผชิญกับสถานการณ์โควิด–19 ในสายตานักการทูต (ตอนที่ 1)

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หากไม่เกิดโรคระบาดระดับโลกจากการติดเชื้อจากไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ผู้เขียนก็คงกำลังไปร่วมสังเกตการณ์กิจกรรมเฉลิมฉลองการครบรอบ 45 ปีของการปลดปล่อยภาคใต้ของเวียดนามที่นครโฮจิมินห์ในเดือนเมษายน 2563 แล้ว

แต่เนื่องจากการระบาดอย่างรุนแรงกว้างขวางทั่วโลกทวีขึ้นในช่วงสี่เดือนแรกของปีนี้ โดยเริ่มจากเมืองอู่ฮั่นในสาธารณรัฐประชาชนจีนความเคลื่อนไหวของประชากร กิจกรรมชุมนุมชน จึงถูกสั่งระงับ เทศกาลตรุษจีน ตรุษญวน สงกรานต์ อีสเตอร์ เหล่านี้ การประกอบอาชีพต่างๆ งานบริการที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อถูกสั่งระงับ ล็อกดาวน์ หรือแนะนำให้อยู่บ้าน ทำงานจากบ้าน ประเทศจำนวนมากดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขที่คล้ายคลึงกัน แต่การวางน้ำหนักอาจจะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ประชาชนของประเทศส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ในเอเชียได้แสดงให้เห็นว่าการใช้หน้ากากอนามัยจะช่วยลดทอนโอกาสของการติดเชื้อจากทางอากาศ ในขณะที่ประชาชนในยุโรป อาทิ อิตาลี และสเปน ในโอกาสแรกๆ และสหรัฐฯ แม้ในปัจจุบันปฏิเสธที่จะใช้เพราะมีความเห็นว่า การใช้หน้ากากหมายถึงว่าผู้สวมใส่ป่วย กว่าจะเห็นทางสว่างว่า นั่นคือความเชื่อที่หลงผิด ก็เสียชีวิตไปจำนวนมหาศาล

วิกฤติโควิด-19 ได้ฉายให้เห็นถึงสติปัญญาของผู้นำ ความสามารถของระบบ ความอดทนมีระเบียบวินัยของประชาชน ในการนำวางแผน เยียวยา ร่วมมือ และดำเนินชีวิตท่ามกลางความจำกัดและการเข้มงวด ของบรรดาประเทศต่างๆ ใหญ่ไปหาเล็ก เจริญไปสู่ยากจน เป็นประชาธิปไตยไปสู่ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

ณ ขณะที่เขียนอยู่นี้ สหรัฐฯ มหาอำนาจของโลกติดอันดับหนึ่งของโลกของผู้ติดเชื้อ คือ เป็นจำนวน กว่า 1 ล้านราย เสียชีวิตประมาณ 70,000 ราย และมีแนวโน้มจะสูงขึ้น ภาพของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดังปรากฏในสื่อมวลชนโลกแสดงออกถึงสภาวะผู้นำที่ไม่เชื่อถือวางใจในฝ่ายสาธารณสุข ควบคุมโรคติดต่อของตน ตำหนิติเตียนองค์การอนามัยโลก จีน ไม่ร่วมมือหรือให้การชี้นำผิดๆ กับผู้ว่าการมลรัฐต่างๆ หรือกับประชาชน (กรณีการปฏิเสธที่จะใส่หน้ากากอนามัย) สรุปคือ ไม่สามารถพึ่งพาได้ ไม่สามารถเป็นผู้นำในยามวิกฤติได้ ซึ่งตรงนี้ นายทรัมป์ทำคะแนนในฐานะผู้นำที่น่าจะต่ำกว่าผู้นำประเทศอื่นๆ เช่น จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมนี นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เป็นต้น (หมายเหตุ : น่าเสียดายที่สิงคโปร์วันนี้อยู่ในอาการน่าเป็นห่วงเพราะการหลั่งไหลเข้าประเทศของแรงงานต่างชาติและการประกอบกิจกรรมทางศาสนาของคนเข้าเมืองที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อของโรคไวรัสโควิด-19)

ในทางตรงกันข้าม ผู้นำที่แสดงความเด็ดขาดในการนำ วางแผน สามารถสร้างศรัทธา และมีวิสัยทัศน์สูงในบางประเทศได้สร้างความโดดเด่นขึ้นมา ได้แก่ ไต้หวัน ไอซ์แลนด์ เกาหลีใต้ และเยอรมนี โดยทั้งสี่ประเทศได้รับการชื่นชมสูงว่าเป็นเจ้าของสถิติประสบความสำเร็จควบคุมการระบาดได้ชะงัด

กรมควบคุมโรคห่วง 3 กลุ่มใหญ่อาจจะมาแพร่เชื้อโควิด-19 ในกรุงเทพฯ

กรมควบคุมโรคห่วง 3 กลุ่มใหญ่อาจจะมาแพร่เชื้อโควิด-19 ในกรุงเทพฯ

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563, 18.01 น.

กรมควบคุมโรคห่วง 3 กลุ่มเดินทางจากจังหวัดเสี่ยง- คนกลับจากตปท.-กลุ่มดูแลผู้ป่วย แพร่ระบาดโควิดฯในกทม. ชี้ผ่อนปรนได้ต้องไม่หละหลวมเพราะกลับมาระบาดอีก

วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี  นพ.ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในกทม.ว่า มาตรการที่ดำเนินการในกทม.หลังจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เริ่มลดน้อยลงและมีผู้ป่วยเหลืออยู่ในโรงพยาบาลไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์

สิ่งสำคัญวันนี้ กทม.ยังคงพบผู้ป่วยติดเชื้อ 1 ราย จึงยังคงมีความเสี่ยงจะเกิดการระบาด แม้กทม.จะไม่พบผู้ป่วยติดต่อกันหลายวัน ดังนั้น กทม.ได้ดำเนินมาตรการองรับหลังผู้ติดเชื้อระบาดลดน้อยลง โดยค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกมีเป้าหมายสำคัญ กลุ่มแรกคือผู้ให้บริการสาธารณะ ขนส่ง ขับรถสาธารณะ แท็กซี่ซึ่งมีโอกาสที่จะแพร่ระบาดไปยังกลุ่มอื่นได้ กลุ่มที่ 2 บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มที่3 กลุ่มผู้ต้องขังใหม่หากมีคนติดเชื้อและเข้าไประบาดในกลุ่มนี้จะเป็นปัญหามาก

ส่วนกลุ่มผู้ติดเชื้อซ่อนเร้นที่อยู่ในชุมชนแออัด แรงงานต่างด้าวนั้น จัดการค่อนข้างยากมาก เพราะมีคนอยู่เป็นหลักแสน อย่างชุมชนคลองเตย ส่วนย่านบางเขนเป็นแหล่งที่มีค่ายมวยที่มีการระบาดเกิดขึ้น ซึ่งจากการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในทั้ง 2 ชุมชนยังไม่พบผู้ติดเชื้อตกค้างในชุมชน แสดงว่าการระบาดลงไปในชุมชนยังไม่มี แต่อย่างไรก็ตามเรายังไม่มั่นใจ  ยังคงดำเนินการค้นหาผู้ติดเชื้อต่อไป นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคและกทม.ยังได้วางเป้าหมายจะตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่อยู่ตามแค้มป์ที่พักอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่รู้อยู่ตรงไหนบ้าง

ส่วนกลุ่มใหญ่ๆ ที่คิดว่าจะเข้ามาแพร่เชื้อในกรุงเทพฯมหานคร ที่ต้องระวังมี 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง จ.ภูเก็ต และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อเดินทางกลับมากรุงเทพฯจะต้องคัดกรองถูกกักกันตัวใน Local quarantine เป็นเวลา 14 วันและจะมีการตรวจ 2 ครั้ง 2.กลุ่มที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศจำนวนมาก โดยควบคุมน่านฟ้าไม่ให้ต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และให้เฉพาะคนไทยเดินทางเข้ามาได้ โดยผู้เข้ามาต้องถูกกักตัวใน State quarantine  เชื่อว่าหากดำเนินการตามนี้ ก็ยังจะสามารถควบคุมไม่ให้มีการระบาดของผู้ติดเชื้อในกทม.ได้ ส่วนกลุ่มที่ 3. กลุ่ม health care workers ทั้งนี้ สำหรับมาตรการที่จะผ่อนปรนระยะต่อไปสามารถทำได้ แต่ต้องควบคุมเข้มงวดตามมาตรฐานการแพร่ระบาดของโรค เพราะหากหละหลวม อาจเกิดการแพร่ระบาดขึ้นมาอีก

ด้านนพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้หลายคนค่อนข้างดีใจว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือปฎิบัติตามมาตรการควบคุมโรค แต่สิ่งที่เราจะต้องทำคู่ขนานและมีความสำคัญคือ สถานกักกันที่ต้องทำอย่างเข้มข้นเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าการกักกันไม่เข้มข้น สิ่งที่เราจะเจอคือการเคลื่อนย้ายของประชาชน โดยเฉพาะจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ในขณะที่คนในพื้นที่มีการเคลื่อนย้ายบ่อย การควบคุมการระบาดจะยากขึ้น ดังนั้น มาตรการผ่อนปรนจะเริ่มมีปัญหา เพราะจะไม่สามารถที่จะสืบค้น ค้นหาวินิจฉัยคนไข้ที่จะเกิดขึ้นแต่ะละจุดได้ ทำให้อาจจะวนมาเกิดการระบาดอีกครั้งเหมือนมกราคม 2563

สรุปภาพรวมตั้งแต่วันที่ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เริ่มมีการกักกันผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ที่เป็นคนไทยทั้งหมดของ State quarantine ซึ่งอยู่ในโรงพยาบาล 20 แห่ง ที่สัตหีบ และที่กำแพงแสน มีคนเข้าสู่ระบบจำนวน 4,071 คน พบผู้ติดเชื้อ 21ราย คิดเป็นร้อยละ 0.25 ส่วนประเทศที่พบมาก 4 อันดับแรก คือ อินโดนีเซีย( ร้อยละ75) สหรัฐอเมริกา ยูเออี และมาเลเซีย ตามลำดับ ส่วนการกักกันโลคอลคอแรนทีน มากักกันทั้งหมด 5,533 คน พบผู้ติดเชื้อ 66 ราย คิดเป็นร้อยละ  1.19 ซึ่งนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานข้อสังเกตต่อต่อศบค.ว่าหากผู้ติดเชื้อเหล่านี้ 87คนไม่ได้เข้าสู่ระบบกักกันตัวเฝ้าสังเกตอาการและได้รับการรักษา แล้วหลุดรอดไปสู่ชุมชนจะสามารถที่จะแพร่เชื้อไปยังคนอื่นได้ 10,000 คน

ทางด้าน นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผอ.สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กล่าวว่า  ผลการค้นเชิงรุกในพื้นที่กทม.ว่าตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. -8 พ.ค.สามารถค้นหาเชิงรุกได้รวม 9,516 คน แบ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงตามอาชีพ 4,820 คน  และกลุ่มสถานที่เสี่ยง 1,152 คน เช่น ในชุมชนคลองเตย เรือนจำ บุคลากรทางการแพทย์ หมู่บ้านจัดสรร ซึ่งผลการตรวจดังกล่าวไม่พบผู้ติดเชื้อ ส่วนผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและเข้ารับการกักตัว 8 แห่ง จำนวน 3,544 คน มีผู้ติดเชื้อ 13 คน

"การค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ชุมชนคลองเตย ที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 120,000 คน ได้นำแบบสอบสำรวจ 9,500 คน มีผู้ตอบแบบสอบ
ถามกลับมาประมาณ 7,500 คน  และได้นำมาคัดกรองต่อทำให้พบผู้เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 275 คน ในจำนวนนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อแม้แต่คนเดียว บ่งชี้ได้ว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ในวงจำกัด "นพ.เอนก กล่าว

หากเป็นดังนั้น ก็ควรที่จะนับรวมถึงเวียดนามเป็นประเทศที่ 5 เพราะสามารถจำกัดจำนวนผู้ติดเชื้อไว้ในวงเพียง 271 คน และไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว (จากจำนวนผู้ติดเชื้อ มีผู้รับการรักษาหายแล้ว 221 ราย) ขณะที่มีประชากรมากถึง 98 ล้านคน และมีพรมแดนทางบกติดต่อกับจีนซึ่งเป็นผู้ก่อการระบาดอีกด้วย เนื่องเพราะมีความเด็ดขาดในการตัดสินใจปิดพรมแดนกับจีนตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ นี้ และการใช้มาตรการคัดกรอง ตรวจตรา ควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชน การล็อกดาวน์ให้พำนักอยู่ในที่พักอาศัยที่เข้มงวด การตรวจคนเข้าเมืองจนกระทั่งการระงับการเข้า-ออกประเทศ ส่งผลให้ควบคุมบริเวณการแพร่ระบาดและหยุดตัวเลขผู้ติดเชื้อผู้ป่วยลงสำเร็จติดต่อกัน และทำให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งน่าจะไปสู่การผ่อนคลายการควบคุม การอนุญาตให้ประกอบอาชีพพื้นฐานที่ไม่เสี่ยงภัยต่อการติดเชื้อได้ ล่าสุด รัฐบาลเวียดนามได้ผ่อนคลายให้มีการผลิตและการประกอบธุรกิจ เปิดการบินและขนส่งภายในประเทศ เปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยได้ แต่งดงานบริการที่ไม่สำคัญยิ่งไว้ก่อน ตลอดจนยังห้ามกิจกรรมที่มีการชุมนุมชน เช่น พิธีทางศาสนากีฬาบางประเภท เทศกาลงานพิธีต่างๆ ทั้งนี้ หัวใจของความสำเร็จคือ ความเข้มงวดของระบบระเบียบ การคัดกรอง รักษา ติดตามผล การมีวินัยสูงและการให้ความร่วมมือของประชาชน และการควบคุมระงับการเดินทางเข้าประเทศของคนต่างชาติ ผู้ใดได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศจะต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

บทเรียนของไทยที่ได้รับจากการเผชิญกับโควิด-19 ในภาพกว้าง ดังนี้

ก.คนไทยห่วงชีวิตอย่างยิ่งจากโรคโควิด-19 หันมาใส่หน้ากากอนามัยหรือผ้าอย่างกว้างขวาง ต่างจากการรณรงค์ให้ใส่หมวกกันน็อกขณะขับขี่จักรยานยนต์ ซึ่งอุบัติเหตุที่ร้ายแรงก็ทำให้เสียชีวิตเช่นกัน เพราะเห็นถึงผลลัพธ์ชัดเจนจากการล้มตายเสมือนใบไม้ร่วง ที่อิตาลี สเปน และสหรัฐฯ เพราะทั้งทางการและประชาชนไม่เชื่อในความจำเป็นของการใส่หน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงที่ชุมนุมชน ดังนั้น ที่กล่าวว่า “เห็นโลงศพจึงหลั่งน้ำตา” เป็นความจริงได้ก็เช่นนี้เอง ส่วนพวกไม่ให้ความร่วมมือในไทยก็มีบ้างแต่เป็นส่วนน้อย

ข.การขาดแคลนหน้ากากอนามัยจนหามิได้ในตลาดหรือไม่มีเพียงพอที่โรงพยาบาลเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์จนถึงทุกวันนี้ กล่าวกันว่ามีการลักลอบสั่งซื้อไว้เพื่อเก็งกำไร เพื่อส่งออกไปยังจีนในช่วงต้นวิกฤติโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่น และที่ประเทศอื่นๆ น่าชมเชยที่บริษัทตัดเย็บเสื้อเครื่องแบบนักเรียนและอื่นๆ จำนวนหนึ่งหันมาตัดเย็บหน้ากากอนามัยเพื่อมอบแก่ประชาชน อนึ่ง หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเรื่องการผลิตและส่งออกหน้ากากอนามัยของเอกชนน่าจะทำงานได้เข้มแข็งกว่าที่ปรากฏ

ค.หน่วยงานที่มีกำลังพลจำนวนมาก สมาคมแม่บ้าน การเรียกเกณฑ์เหล่าทัพ รวมถึงตำรวจ ฝ่ายปกครอง ครู เหล่ากาชาด องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เหล่านี้ซึ่งมีกลไกการจัดองค์กร สถานที่ คน และงบประมาณ น่าจะได้เข้ามาช่วยกันทำงานอาสาสมัคร เช่น โดยการ “ลงแขก” ผลิตหน้ากากผ้า ผลิตเจลล้างมือ อย่างเข้มแข็งขึ้น เพราะสถานการณ์โควิด-19 อาจกินเวลานานกว่าที่คาดหมาย จึงน่าประทับใจกับการเอาการเอางานของหน่วยงานต่างๆ อาทิ กองทัพอากาศที่เข้าให้การสนับสนุนทางยุทโธปกรณ์ ในโครงการทัพฟ้าช่วยไทย ขนส่งข้าวสาร (จากจังหวัดยโสธร) แลกกับปลาแห้ง (จากจังหวัดภูเก็ต) ค่ายทหารทบ.ในจังหวัดต่างๆ ทำอาหารปรุงสุกแจกจ่ายหรือขนส่งหรือให้บริการแก่ประชาชนในบ้านเรือนห่างไกล เป็นต้น

วันก่อนก็มีข่าวเรื่องเจ้าหน้าที่เทศกิจนายหนึ่งมีแนวคิดดี คือตัดผมให้ลูกน้อง เพราะยังไม่ให้เปิดร้านตัดผม ก็ยังแปลกใจว่า ทำไมคนซึ่งมีอำนาจมากกว่าท่านนี้ ไม่คิดที่จะส่งหน่วยเคลื่อนที่ไปให้บริการตัดผมแก่ชุมชน เริ่มจากเด็กในชุมชนแออัดก่อนทำด้วยความตั้งใจและมีแผนงานตลอดเดือน ทุกวันนี้ เป็นที่ทราบกันว่าข้าราชการลูกจ้างของรัฐก็ทำงานน้อยลง คือ “ทำงานจากบ้าน” หรือผลัดกันหยุดอยู่แล้ว งานการก็มิได้มากเท่ากับปกติ คนที่ทำงานมิได้หยุดคือ แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ด้านเทศกิจและหน่วยงานทั้งหลาย อย่างไรก็ดีหากมีกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ควรต้องกระจายข่าวแก่ผู้ยากไร้ และให้สังคมรับทราบ

ง.สิ่งที่พบเห็นว่ามีความตั้งใจทำงานยิ่งคือ ระบบสาธารณสุขโดยทั่วไปและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ที่น่ายินดียิ่งคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณสุขติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2563 หลังจากตรวจพบผู้เดินทางคนป่วยชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่นเดินทางเข้าในราชอาณาจักรเป็นรายแรก และตั้งด่านตรวจคัดกรองผู้เดินทางที่ด่านเข้า-ออกระหว่างประเทศทั้งหมด การทำงานเป็นทีมเวิร์ก การรายงานความคืบหน้าตั้งแต่ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยผู้บริหารกรมและกระทรวง การรักษาสุขภาพในแง่มุมต่างๆ เสริมโดย นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จิตแพทย์และโฆษกกระทรวง ซึ่งต่อมาได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่โฆษก ศบค. ถือว่าเป็นการมอบหมายงานสำคัญกับคนที่ถูกคนและถูกเวลา ซึ่งเขาอาศัยทักษะและพรสวรรค์ในฐานะจิตแพทย์ สามารถถ่ายทอดเรื่องการแพทย์การพยาบาลให้เป็นที่เข้าใจง่าย แพทย์ผู้นี้รู้วิธีการทำหน้าที่โฆษกที่ประสบความสำเร็จมากกว่าโฆษกอาชีพ

ในตอนต่อไป ผู้เขียนจะกล่าวถึงผลการตรวจพบชาวต่างชาติที่ติดเชื้อโควิด-19 ในปลายเดือนเมษายน 2563 มติคณะรัฐมนตรีให้ต่ออายุพระราชกำหนดฉุกเฉินอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2563 แนวคิดและแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรของคนต่างชาติ เมื่อมีการอนุญาตให้เข้า-ออกไทยได้หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2563

 คมกริช วรคามิน

(เป็นอดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์

โรมาเนีย และมีเขตอาณาครอบคลุมสาธารณรัฐบัลแกเรีย)

 

..............................................................................

9 เมษายน 2563

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 10/05/2020 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ความคิดเห็นที่ 1นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ ถูกใจความคิดเห็นนี้ (1)
like เรียบร้อยแล้ว

wullopp
..........................................
ท.ทหารอดทน ทำแบบนี้ก็ได้ใจคนไทยมากทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 1 นายยั้งคิด ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 10/05/2020 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ คนไทย
ทหารไทย... และ ทุกๆ ท่าน
ร่วมด้วย ช่วยกัน อย่างดีที่สุด

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน