*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3495538
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 357 , 15:13:59 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

 

สวัสดีครับ

         ไม่อยากอวยพรแก่กันและกันด้วยการขอให้ถูกหวยล็อตเตอรี เพราะมันถูกรางวัลยากเย็นเสียจริงๆ

ซึ่งผลดีของมันก็ได้แก่การช่วยให้ "หวยใต้ดิน" หายหน้าหายตาไปนั่นเอง ประเด็นนี้ผมเองก็ไม่รู้ความจริง

อย่างชัดเจนหรอกนะครับ พูดผิดไปก็ขออภัยด้วยครับ

 

 

  1. หน้าแรก
  2. ข่าวทั่วไป
  3. ด่วน ! ครม.ไฟเขียว "เยียวยา ช่วยเหลือ ชดเชย" เพิ่ม 5 โครงการ

ข่าวทั่วไป

ด่วน ! ครม.ไฟเขียว "เยียวยา ช่วยเหลือ ชดเชย" เพิ่ม 5 โครงการ

ด่วน  ! ครม.ไฟเขียว

16 มิถุนายน 2563 - 14:51 น.
 

ด่วน ! ครม.ไฟเขียว "เยียวยา ช่วยเหลือ ชดเชย" เพิ่ม 5 โครงการ

1.ช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

จ่ายให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยาจากโครงการของภาครัฐ ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 1,164,222 คน เดือนละ 1,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน (พฤษภาคม –กรกฎาคม 2563)  โดยจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 3.49 พันล้านบาท (3,492,666,000 บาท)

2.ช่วยเหลือผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จตามโครงการเราไม่ทิ้งกัน ของกระทรวงการคลัง 

3. ช่วยเหลือกลุ่มผู้เปราะบาง ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ

กลุ่มเปราะบาง รวมทั้งหมด 6,781,881 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากมาตรการอื่นของรัฐ และไม่ซ้ำซ้อนกับระบบประกันสังคม และระบบสวัสดิการของภาครัฐ ประกอบด้วย 
1)    เด็กจากครัวเรือนยากจน (ตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี) จำนวน 1,394,756 คน
2)    ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 4,056,596 คน 
3)    ผู้พิการ จำนวน 1,330,529 คน

โดยจ่ายเงินเยียวยารายละ 1,000 บาทต่อเดือน เพิ่มเติมจากเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงเด็กแรกเกิด เพิ่มเติมจากเบี้ยความพิการ และเพิ่มเติมจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 
เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กรกรฎาคม 2563 กรอบวงเงินงบประมาณ   รวมทั้งสิ้น 2.03 หมื่นล้านบาท (20,345,643,000 บาท)

4. ช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

4.1 เพิ่มกลุ่มเป้าหมายเกษตรกร รวมถึงเกษตรกรที่ด้อยโอกาสและยังไม่สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตร จำนวน 137,093 ราย 

ทั้งนี้ ต้องเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 และผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับผู้ได้รับสวัสดิการผ่านระบบข้าราชการของกรมบัญชีกลางและระบบประกันสังคมของสำนักงานประกันสังคม รวมทั้งมาตรการอื่นใดของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาจากผลกระทบของโรคโควิด-19 แล้ว  เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวเป็นไปอย่างเท่าเทียม  การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบวงเงินและจำนวนเกษตรกลุ่มเป้าหมายไม่เกิน 10 ล้านราย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563

4.2 การขยายเวลาการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 
ที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรได้อย่างสมบูรณ์ ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 จำนวนประมาณ 120,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตรในรอบการผลิตที่ผ่านมาแล้ว

โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการลงทะเบียนเกษตรกรให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2563

เจาะประเด็นร้อน

อัพเดท"คดีหมอชาญชัย"พบข้อมูลเชิงลึกไม่ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติราชการ

อัพเดท

15 มิถุนายน 2563 - 20:05 น.
6.7k

ครบ 15 วันหลังถูกย้ายแขวน อัพเดท"คดีหมอชาญชัย"พบข้อมูลเชิงลึกไม่ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติราชการ...โดยคมชัดลึกออนไลน์

อ่านข่าว

: "นพ.เกรียงศักดิ์" แถลงลาออกเพื่อเปิดทางปลัดกระทรวงหาคนใหม่ 

 ด้วยข้อกล่าวหาฉกรรจ์ ว่า “หมอชาญชัย” เป็นผู้เรียกรับเงินบริจาคจากบริษัทยาร้อยละ 5 จากการร้องเรียนของบุคคลนิรนามยื่นบัตรสนเท่ห์เพียงใบเดียว ก็นำไปสู่การสอบสวนวินัยร้ายแรง ขณะที่ “หมอชาญชัย”ปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมยื่นอุทธรณ์ ขณะที่ “หมอสุขุม”ปลัดสธ. ในฐานะผู้บังคับบัญชาสายตรงของ หมอชาญชัยได้แถลงว่าผลการสอบยังไม่สิ้นสุด 

  แต่“ปลัดสุขุม” มีคำสั่งโยกย้าย “หมอเกรียงศักดิ์” นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี ไปนั่งรักษาราชการแทน “หมอชาญชัย” ก็เพราะไม่สามารถตั้งรองผู้อำนวยการ รพ.ศูนย์ ขอนแก่น เนื่องจากคำสัมภาษณ์ หมอชาญชัย เคยระบุว่า รองผอ.รพ.ศูนย์ขอนแก่น รู้เรื่องกองทุนและอาจไม่เหมาะสม

อัพเดท“คดีหมอชาญชัย”เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2563 หรือ15 วันหลัง“หมอชาญชัย” ถูกย้ายมาแขวนไว้ที่กระทรวงสาธารณสุข ปรากฏว่า “หมอเกรียงศักดิ์”แถลงขอลาออกจากการนั่งรักษการ ผอ.รพ.ศูนย์ขอนแก่น เพื่อเปิดทางให้ปลัดสธ.หาคนใหม่มาทำหน้าที่แทน อีกทั้งการลาออกครั้งนี้เพื่อความสะบายใจของทุกฝ่าย และปฏิเสธการลาออกครั้งนี้ไม่ได้น้อยใจที่ถูกกดดันและไม่ได้หนักใจอะไรเลย แต่ยอมรับว่าการลาออกวันนี้ไม่ได้หารือปลัดสธ.แต่จะทำหนังสือขอถอนตัวภายในวันนี้(15มิ.ย.2563)

อัพเดท “คดีหมอชาญชัย” พบข้อมูลเชิงลึกไม่ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติราชการ

 แหล่งข่าววงในกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยกับ“คมชัดลึกออนไลน์”ว่า  เป็นที่น่าสังเกตว่า คดีหมอชาญชัยตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้(15มิ.ย.2563) ไม่มีเอกสารหลักฐานมายืนยันความผิดของหมอชาญชัยได้เลย เป็นการกล่าวหาแบบลอยๆ

 "คาดว่าเป็นการออกคำสั่งด้วยวาจา จากนั้นมีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงพื้นที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น และมีคำสั่งด้วยวาจาให้ทีมรพศ.ขอนแก่นต้องอำนวยความสะดวกให้กับทีมส่วนกลาง ตามด้วยมีคำสั่งย้ายลอย หมอชาญชัยออกจากตำแหน่งผอ.รพศ.ขอนแก่นไปแขวนลอยที่กระทรวงสาธารณสุข โดยข้ามหัวขบวนการตรวจสอบภายใน หรือสตง.ของรพศ.ขอนแก่น ซึ่งผิดขั้นตอนไม่ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติราชการ "

 ว่ากันว่า ตามขั้นตอนหากมีการร้องความไม่ชอบมาพากล ในหน่วยงานของรัฐ จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น จากหน่วยงานต้นสังกัดของผู้ถูกร้อง ในกรณีนี้หมายถึงหมอชาญชัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน หรือนิตกรของรพศ.ขอนแก่นจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันด้วยเอกสารและพยานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตามระเบียบปฏิบัติทางราชการก่อน จากนั้นถึงนำเสนอตามขั้นตอนราชการ ที่ยึดหลักตามลำดับชั้นสายบังคับบัญชา ก่อนที่จะมีคำสั่งสอบวินัยร้ายแรงหมอชาญชัย

 อีกทั้งผู้ถูกร้องเรียน หรือ “หมอชาญชัย” มีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูณสามารถโต้แย้งทุกข้อกล่าวหาได้ ทั้งนี้หากไม่ได้รับความเป็นธรรม  ซึ่งกรณีคดีหมอชาญชัย นั้นการออกคำสั่งย้ายอาจจะเข้าข่ายถูกกลั่นแกล้ง ขัดหลักธรรมาภิบาล ทำให้หมอชาญชัยได้รับความเสียหาย หากขบวนการผู้ถูกกระทำใช้หลักกฏหมายสวนกลับอะไรจะเกิดขึ้น

เพราะการกระทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างไม่ชอบธรรม หรือถูกกลั่นแกล้งขัดหลักธรรมาภิบาลนั้น เข้าข่ายผิดมาตรา 157 ระวางโทษจำคุก 10 ปี

 "ผมไม่รู้จักหมอชาญชัย แต่ผมเห็นคุณหมอชาญชัย มายกมือไหว้ ใส่เสื้อสีเขียว ไหว้รัฐมนตรีอนุทิน(นายอนุทิน ชาญวีระกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) น้ำตาคลอ ผมสะท้อนใจมากๆ ที่คนๆนี้ทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวม เป็นคนดี ไม่เคยนึกถึงตัวเองเท่าที่ผมทราบ แต่ไม่ได้รู้จักส่วนตัว ผมมองว่าระเบียบบั่นทอนคนดี ต้องการจัดการคนโกง แต่คนดีกลับถูกทำลาย หากหมอชาญชัยบริสุทธ์ ต้องคืนความชอบธรรม เพราะถูกทำลายชื่อเสียงไปแล้ว"  หมอมงคล หรือนพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวผ่านไลฟ์สดเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2563

การเมือง

ออร่าว่าที่หัวหน้าพรรค "บิ๊กป้อม"มั่นใจชนะเลือกตั้งซ่อมลำปาง

ออร่าว่าที่หัวหน้าพรรค
16 มิถุนายน 2563 - 10:41 น.
152

"บิ๊กป้อม" มั่นใจชนะเลือกตั้งซ่อมลำปาง โยนสมาชิกพรรคตัดสินใครนั่งหัวหน้าพรรค พปชร.

เมื่อถามถึงกรณีนายกรัฐมนตรี ระบุปลายปี 63 อาจมีแนวโน้มเลือกตั้งท้องถิ่นบางประเภทก่อน พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ยังไม่รู้และยังไม่ได้คุยกับนายกฯ

ถามว่าในฐานะเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพปชร. พรรคมีความพร้อมมากแค่ไหนหากมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น รองนายกฯตอบว่า  ถ้าถามส่วนตัวพร้อม ส่วนของพรรคพร้อมหรือไม่ต้องไปถามพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 19 มิ.ย. ที่จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค พปชร.ชุดรักษาการเพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคจะไปทำไม และไม่ต้องไปสังเกตการหรอก เขาเรียบร้อยดี

เมื่อถามว่าซ้อมรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือยัง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ยังไม่รู้เลย จะไปรู้ได้ยังไงก็ต้องแล้วแต่สมาชิกพรรคเขา" ถามว่า สมาชิกพรรคส่วนใหญ่ออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุนพล.อ.ประวิตร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "คนที่ไม่ให้สัมภาษณ์ก็ไม่สนับสนุนไง" 

การเมือง

ครม.ขยายราคาซื้อขายและวงเงินกู้ "โครงการบ้านล้านหลัง"สำหรับผู้มีรายได้น้อย

ครม.ขยายราคาซื้อขายและวงเงินกู้

16 มิถุนายน 2563 - 15:05 น.
0

ครม. ขยายราคาซื้อขายและวงเงินกู้ "โครงการบ้านล้านหลัง" กระตุ้นการพัฒนาที่อยู่อาศัย สำหรับผู้มีรายได้น้อย เพิ่มทางเลือก ทำเลที่ตั้งและระดับราคาให้สอดคล้องกับปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข “โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง)” สำหรับลูกค้ารายย่อย (Post Finance) ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)  โดยปรับเพิ่มราคาซื้อขายไม่เกิน 1.2 ล้านบาท/หน่วย และวงเงินกู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 1.2 ล้านบาท จากเดิมที่กำหนดราคาซื้อขายและวงเงินกู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท  ซึ่งเป็นการกำหนดราคาที่อยู่อาศัย “โครงการบ้านล้านหลัง” ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน  สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถมีที่อยู่อาศัยที่มีมาตรฐานเป็นของตนเอง สนับสนุนผู้มีรายได้น้อยให้มีทางเลือก ทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อมชุมชนและระดับราคา สำหรับสามารถมีที่อยู่อาศัยได้ตรงความต้องการ รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ช่วยกระตุ้นการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมทั้งเป็นการสนับสนุนโครงการบ้านล้านหลังด้วย 

นอกจากนี้ การปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขยังสอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนฯ  ที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนโดยกำหนดให้กิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยได้รับสิทธิประโยชน์เฉพาะการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ กรณีที่อยู่อาศัยที่ขอรับการส่งเสริมตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ต้องจำหน่ายราคาต่อหน่วยไม่เกิน 1.2 ล้านบาท (รวมค่าที่ดิน) และกรณีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นต้องจำหน่ายราคาหน่วยละไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยที่อยู่อาศัยดังกล่าวจะต้องจำหน่ายให้แก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น

เจาะประเด็นร้อน

"ม.112" สมควรเลิกจริงหรือ?

16 มิถุนายน 2563 - 13:29 น.
236

เจาะประเด็นร้อน : "ม.112" สมควรเลิกจริงหรือ?

เหตุผลที่นำมาสู่ข้อเรียกร้อง ก็เป็นเรื่องเดิมๆ เช่น เป็นกฎหมายละเมิดสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น นอกจากนั้นก็ยังอ้างว่าเป็นกฎหมายที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ใส่ร้ายป้ายสี 2 รวมไปถึงอัตราโทษ "ขั้นต่ำ" ที่สูงเกินไป ทำให้ศาลไม่อาจใช้ดุลยพินิจลดโทษได้

แต่จากการตรวจสอบข้อมูลของ "เนชั่นทีวี" พบว่า เหตุผลที่นำมากล่าวอ้างกันนั้น เกือบทั้งหมดไม่ได้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง หรือหากมีปัญหาอยู่จริงบ้าง ก็ได้รับการแก้ไขไปเกือบหมดแล้ว

เริ่มจากบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เขียนเอาไว้สั้นๆ ว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี"

บทบัญญัตินี้มีเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อปกป้องคุ้มครองพระมหากษัตริย์ต่อการถูกใส่ร้ายป้ายสี หรือถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม โดยไม่ใช่การติชมโดยสุจริต หรือวิจารณ์ในแง่วิชาการ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการใส่ร้ายป้ายสีมาจากบางกลุ่มมาโดยตลอด จึงต้องมีกฎหมายมาตรานี้ และการมีกฎหมายอาญา มาตรา 112 ก็ไม่ใช่การละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เนื่องจากผู้ที่กระทำผิดมาตรานี้ ต้องถือว่าใช้เสรีภาพอย่างไม่สุจริต และจงใจละเมิดบุคคลอื่น (ในที่นี้คือพระมหากษัตริย์)

หากยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก็จะเกิดความลักลั่นทางกฎหมาย เพราะบุคคลธรรมดายังมีกฎหมายคุ้มครองกรณีหมิ่นประมาท ทั้งหมิ่นประมาททั่วไป (มาตรา 326 มีทั้งโทษจำคุกและปรับ) และดูหมิ่นซึ่งหน้า (มาตรา 393 มีทั้งโทษจำคุกและปรับ) แต่กับพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงมีสถานะเป็น "ประมุขของรัฐ" ในระบบการปกครองของไทย กลับไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

มาตรา 135 ว่าด้วยการดูหมิ่นธง หรือตราสัญลักษณ์ของรัฐต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฉะนั้้นการจะยกเลิกหรือแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต้องพิจารณาถึงความสอดคล้องกับมาตราอื่นๆ เหล่านี้ด้วย มิฉะนั้นจะกลายเป็นความลักลั่นของกฎหมาย เช่น คุ้มครองประมุขต่างประเทศ แต่ไม่คุ้มครองประมุขประเทศตัวเอง อยางนี้เป็นต้น

ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีบทลงโทษสูงเกินไป โดยเฉพาะ "โทษขั้นต่ำ" คือ 3 ปี ขณะที่โทษขั้นสูงคือ 15 ปี ทำให้ศาลไม่สามารถใช้ดุลยพินิจลงโทษสถานเบากับคนที่กระทำผิดไม่ร้ายแรงได้นั้น

จริงๆ แล้วประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เดิมไม่มีกำหนด "โทษขั้นต่ำ" เอาไว้  มีแต่โทษขั้นสูง  คือเขียนไว้เพียงว่า "ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี" แต่ต่อมามีการแก้ไขกฎหมายให้มีโทษขั้นต่ำ จำคุก 3 ปี และโทษขั้นสูงคือจำคุกไม่เกิน 15 ปี ทว่าก็ยังมีกระแสโจมตีว่าโทษขั้นต่ำสูงเกินไปอยู่ดี และศาลไม่สามารถใช้ดุลพินิจรอลงอาญาได้

ทั้งๆ ที่ในปี 2559 มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจิในการ "รอลงอาญา" สำหรับความผิดที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีได้  ฉะนั้นในปัจจุบัน "โทษขั้นต่ำ" ที่กำหนดไว้ 3 ปี จึงไม่ได้เป็นปัญหาเรื่องการใช้ดุลยพินิจลงโทษสถานเบาหรือรอลงอาญา (ทั้งรอการกำหนดโทษ และกำหนดโทษแล้ว แต่รอการลงโทษเอาไว้ก่อน)

อีกประเด็นหนึ่งที่พูดกันมาก คือการใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง ประเด็นนี้จะพบว่ามีการกล่าวหากันในทางการเมืองด้วยการอ้างเรื่องหมิ่นสถาบันเบื้องสูงจริง โดยสถิติคดี 112 จากในอดีตตั้งแต่ปี 2500 ที่เริ่มมีการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาจนถึงปี 2548 มีคดี 112 เกิดขึ้นน้อยมาก บางปีไม่มีเลย / แต่นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ซึ่งประเทศไทยมีความขัดแย้งทางการเมือง ปรากฏว่ามีคดี 112 มากจนผิดสังเกต และนี่เองที่เป็นเหตุผลให้มีความพยายามกลั่นกรองการบังคับใช้กฎหมายมาตรานี้มาตลอด

กระบวนการนี้เริ่มมาตั้งแต่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยการออกเป็นนโยบายไม่ให้ "ตำรวจโรงพัก" ที่รับแจ้งการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 สอบสวนและทำสำนวนคดีเอง  แต่ต้องส่งให้ "คณะทำงาน" ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มี "กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง" เป็นเจ้าภาพ ทำหน้าที่สืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อความชัดเจน และป้องกันการตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

นอกจากนั้นยังให้มีคณะทำงานระดับชาติ กลั่นกรองสำนวนคดี 112 อีกชั้นหนึ่ง เพื่อพิจารณาว่าการสั่งฟ้องคดี จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีหรือไม่ (เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องทางการเมือง อาจมีการนำไปขยายผลจนกระทบกับสถาบันเบื้องสูงมากกว่าเดิมได้)

ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่ามีความพยายามควบคุมและกลั่นกรองการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตลอด

สัญญาณเตือน เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ เปิดสถิติสุดใจหาย

สัญญาณเตือน เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ เปิดสถิติสุดใจหาย

16 มิถุนายน 2563 - 08:49 น.
584

เพจดัง Drama-addict เผยสัญญาณเตือน เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศเปิดสถิติสุดใจหายหลังพบว่า กลุ่มที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศมากที่สุด คือ คนใกล้ตัว และ คนในครอบครัว ซึ่งสูงกว่าคนแปลกหน้า

สุพรรณบุรี - จากเหตุการณ์สุดสลด กลุ่มเครือญาติรวมกว่า 7 คน ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 12 ปี เป็นเวลานานกว่า 2 ปี ตามที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ขณะที่เพจดัง Drama-addict เปิดสถิติเตือนเป็นอุทาหรณ์พบว่า กลุ่มที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศมากที่สุด คือ คนใกล้ตัว และ คนในครอบครัว ซึ่งสูงกว่าคนแปลกหน้า

เพจดังระบุว่า จากประเด็นข่าวข่มขืนเด็กวันนี้ มีคุณแม่ท่านหนึ่งฝากมาเป็นอุทาหรณ์ คือ เวลาพูดถึงข่าวข่มขืน เรามักคิดถึง เหยื่อถูกคนแปลกหน้ามาคุกคามล่วงละเมิดทางเพศเขา แต่จริงๆแล้ว ตรงกันข้ามเลย กลุ่มที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศมากที่สุด คือคนใกล้ตัว คนในครอบครัว นี่ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด

ใครมีลูกยังเล็ก จงรู้จักสัญญาณของเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศไว้ ถ้าเด็กมีอาการแบบนี้

- มีบาดแผลฟกช้ำทางร่างกาย/อวัยวะเพศ

- เด็กมีอาการซึมเศร้า /วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน ไม่สุงสิงใคร เก็บตัว

- กลัวคนบางประเภท

- กลัวการกลับบ้าน

- กลัวการอยู่ลำพังกับผู้ใหญ่

- หนีออกจากบ้าน

- มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง

- มีปัญหาด้านการเรียน

- ฝันร้าย / นอนไม่หลับ

เมื่อพบแล้วอย่ารีรอ รีบเข้าไปช่วยเหลือโดยไว จงอย่านิ่งเฉย เพราะอาจเป็นผลจากการถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศ ให้เปิดใจคุยกับลูก ค่อยๆถามแล้วปรึกษาเจ้าหน้าที่โดยเร็วที่สุด

 

สัญญาณเตือน เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ เปิดสถิติสุดใจหาย

 

ข่าวทั่วไป

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย งวด 16 มิถุนายน 2563

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย งวด 16 มิถุนายน 2563

16 มิถุนายน 2563 - 13:49 น.
2.6k

ตรวจหวย ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2563

รางวัลที่ 1

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 มี 5 รางวัลๆละ 200,000 บาท

292976  306962  271010  717506  882952

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 มี 10 รางวัลๆละ 80,000 บาท

407422  216930  494318  795757  542338

436474  328213  613509  938138  134728

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 มี 50 รางวัลๆละ 40,000 บาท

651521  590007  612343  677960  099713

975837  975419  165952  387394  454034

450702  563520  198127  577042  484468

660358  599709  167003  397768  302968

697891  495457  730551  365405  391667

829217  830589  972308  198985  652241

699827  782344  340877  194431  465818

177811  414022  646928  646865  828884

496138  093636  100730  321637  210111

089303  300674  636127  579721  044879

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 มี 100 รางวัลๆละ 20,000 บาท

968674  840207  511848  661848  993588

244417  090551  495484  854682  739138

011067  547083  812686  511828  606607

976244  726040  470109  025477  368029

346174  550447  066868  455094  244269

118481  118650  777068  335831  388199

625767  345614  500316  166762  300993

860342  217071  824181  128048  912810

151015  619135  035852  772461  623187

052257  413752  335311  271246  192458

189834  223835  874433  682496  248097

040718  219287  462235  555090  199623

121528  749040  022205  657924  880309

047005  033740  067273  570862  403761

034887  359228  300393  745152  200485

041263  803455  318555  822111  308071

163960  089979  321743  454301  500610

391178  510733  390080  794620  224360

010840  743365  268541  004473  307807

375930  644394  282179  537065  197191

 .................................................................

16 มิ.ย. 2563




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน