*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3495530
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 237 , 23:18:27 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

สวัสดีครับ

         ข่าวพรรคการเมืองไม่ว่าจะอยู๋ซีกไหน ร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็เกิดอาการ 'ระส่ำ' ไปตามกัน แต่ที่น่าเกลียดมากๆก็น่าจะได้แก่

พรรคปชป.เขาแหล่ะครับ ไม่รอผลพวงจากการร่วมงานรัฐบาลตุนไว้เรียกคะแนนการเลือกตั้งคราวหน้า แต่จะ 'ชิงสุกก่อนห่าม' อยู่ร่ำไป

การที่ถือว่าเป็นพรรคชื่อเสียงดีไม่น่าจะรับได้ โดยน่าจะนึกถึงความพ่ายแพ้ขนาดหนักในการเลือกตั้งที่ผ่านมามากกว่า

         ขอบอกตามตรงว่า ผมเอียนบทบาทของคนในพรรคนี้บางคนเสียจริงๆ ช่างไม่รู้ตัวตัวเองเสียบ้างเลย ... ผ่าเถอะ เอ้า ....

 

 

'พรรคลุงกำนัน'ระส่ำ! 'หม่อมเต่า'ยื่นลาออกหัวหน้าพรรค'รวมพลังประชาชาติไทย'

'พรรคลุงกำนัน'ระส่ำ! 'หม่อมเต่า'ยื่นลาออกหัวหน้าพรรค'รวมพลังประชาชาติไทย'

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 18.45 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 มีรายงานว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย( รปช.) ได้ยื่นหนังลือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค รปช.แล้ว เพื่อเปิดทางให้มีการสรรหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ คาดว่าน่าจะเป็นนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ หรือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรค รปช. โดยในช่วงนี้  จะให้นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรคฯ รักษาการหัวหน้าพรรคไปก่อน

ข่าวแจ้งว่า การตัดสินใจลาออกของม.ร.ว.ม.ร.ว.จัตุมงคลครั้งนี้  น่าจะสืบเนื่องจากวันเดียวกันนี้ ได้มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อประเมินการทำงานในรอบ 1 ปี ของม.ร.ว.จัตุมงคล ปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติไม่ให้ผ่าน เนื่องจากเห็นว่า การทำงานแก้ไขปัญหาผลกระทบโควิด-19 ไม่ทันต่อสถานการณ์ความเดือดร้อนของผู้ว่างงาน และประชาชน ทำให้กระทรวงแรงงานและพรรครปช.ถูกโจมตีโดยเฉพาะสำนักงานประกันสังคม ที่ทำงานล่าช้าไม่ตอบโจทย์การจ่ายเงินเยียวยา 62% ให้กับผู้ประกัยตน จำนวน 1.3 ล้านคน

ทั้งนี้ คาดว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล จะยื่นลาออกจากตำแหน่งรมว.แรงงานในเร็วๆนี้ด้วย

เปิดเบื้องหลัง'หม่อมเต่า'ไขก๊อกหน.พรรค'รปช.' เจอพิษโควิด-ติดโผปรับ ครม.

เปิดเบื้องหลัง'หม่อมเต่า'ไขก๊อกหน.พรรค'รปช.' เจอพิษโควิด-ติดโผปรับ ครม.

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 20.07 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.)หลังจาก ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรค รปช.ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และตำแหน่งหัวหน้าพรรคในวันนี้อย่างกระทันหันว่า คงไม่กระทบต่อการทำงานตำแหน่งรมว.แรงงานแต่อย่างใด (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :'พรรคลุงกำนัน'ระส่ำ! 'หม่อมเต่า'ยื่นลาออกหัวหน้าพรรค'รวมพลังประชาชาติไทย')

ทั้งนี้ การลาออกครั้งนี้ ทั้งสมาชิกพรรคที่เป็นส.ส.และไม่ได้เป็นส.ส.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแกนนำในกลุ่ม กปปส. ต่างไม่ทราบสาเหตุของการลาออกในครั้งนี้และแสดงความตกใจ โดยเฉพาะส.ส.ของพรรครปช.ทั้ง 5 คน ได้มีการเรียกประชุม ส.ส และ คณะกก.บห.เป็นการด่วนโดยเฉพาะ ซึ่งในที่ประชุมต่างยืนยันว่าไม่ทราบสาเหตุของการลาออกจากพรรคและตำแหน่งหัวหน้าพรรค

แหล่งข่าวระบุว่า อย่างไรก็ตามเพื่อป็นการให้พรรคสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ที่ประชุมจึงมีมติให้นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นนักกฎหมายคนสนิทนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ให้ทำหน้าที่รักษาการณ์หัวหน้าพรรครปช.ไปก่อนควบกับการทำหน้าที่เดิมในตำแหน่งเลขาธิการพรรค

ทั้งนี้การลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคส่งผลกระทบทำให้คณะกรรมการบริหารพรรค รปช.ทั้งคณะต้องพ้นจากวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎหมายพรรคการเมือง โดย กก.บห.ชุดปัจจุบันทั้งคณะต้องทำหน้าที่รักษษการณ์ กก.บห.ไปพรางก่อน โดยที่ประชุมพรรคมีมติให้จัดการประชุมใหญ่สามัญในวันที่ 5 ก.ค.ที่จะถึงนี้ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯธนบุรี

ด้านคนใกล้ชิดของ ม.ร.ว.จตุมงคล เปิดเผยว่า ตนไม่ทราบสาเหตุของการลาออกกระทันนี้เช่นกัน ส่วนการลาออกครั้งนี้เป็นเพราะทราบว่าพรรคจะถูกยึดโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ ตนคิดว่าไม่ใช่ เพราะพรรคที่น่าเป็นห่วงคือพรรคชาติพัฒนาที่มี ส.ส. เพียงแค่ 3 เสียง แต่พรรค รปช.มี 5 เสียง อีกทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องนำพรรคเศรษฐกิจใหม่มาเกลี่ยเก้าอี้ใหม่อีกด้วย

แต่ปรากฏว่า การช่วยเหลือเยียวยาแรงงานที่ถูกพักงานนับล้านคนในช่วงที่ผ่านมามีความล่าช้ามากจนถูกฝ่ายค้านนำมาดิสเครดิตรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกอบกับการบริหารในพรรค แม้จะเป็นหัวหน้าพรรค แต่อำนาจการตัดสินใจต่างๆในเรื่องสำคัญของพรรคส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับนายสุเทพ ประกอบกับการปรับ ครม. ที่จะเกิดขึ้นในอนานคตอันใกล้ในเดือน ก.ค.นี้  ทางพรรคเองได้รับการแจ้งล่วงหน้าแล้วว่า อาจจะต้องมีการปรับ ม.ร.ว.จตุมงคลให้พ้นจากการเป็นรมว.แรงงาน

"ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุกดดันตัวเองให้แสดงการตัดสินใจลาออกในครั้งนี้ รวมทั้งมีความขัดแย้งภายใน ไม่เช่นนั้น ม.ร.ว.จตุมงคล จะไม่พูดต่อสื่อมวลชนที่กระทรวงแรงงานว่า  การลาออกไม่มีเหตุผล เหมือนสามี ภรรยา หย่าขาดจากกัน ซึ่งมีผลทันที คนอย่างผม ถ้าขอลาออกแล้วก็คือออกเลย  และถ้ามีการปรับครม.จะเอาผมออกก็คือ ออกเลย"แหล่งข่าว ระบุ

ขณะที่ นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค รปช.ได้ส่งข้อความทางไลน์ในเวลา 19.00 น. วันเดียวกันว่า  เรียนพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านตามที่ได้มีข่าวถึงการลาออกของหัวหน้าพรรค รปช. ขอชี้แจงในเบื้องต้นกับทุกคนถึงรายละเอียดดังนี้  พรรคเพิ่งรับทราบการลาออกของท่านวันนี้ ขอเวลาพูดจาหารือกับท่าน และกับคระกรรมการบริหารพรรคก่อน จากนั้นพรรคจะแถลงเป็นทางการอีกครั้ง ขอขอบคุณ

 

ส.ส.บ่นอุบ! ติง'จุรินทร์-สาธิต'ไร้บทบาท ปชป.อ่อนประชาสัมพันธ์ ถูกพปชร.แย่งซีน

ส.ส.บ่นอุบ! ติง'จุรินทร์-สาธิต'ไร้บทบาท ปชป.อ่อนประชาสัมพันธ์ ถูกพปชร.แย่งซีน

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 20.31 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ผู้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมได้กล่าวเตือน ส.ส.พรรคว่า อย่าให้ความสนิทสนมกับสื่อมวลชนให้มาก และอย่านำเรื่องภายในของพรรคมาแพร่งพรายออกไป เพราะจะสร้างความเสียหายให้กับพรรค

จากนั้นได้เปิดโอกาสให้สมาชิกเปิดใจในช่วงวิกฤตโควิด โดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ได้วิเคราะห์สถานการณ์ทั้งก่อนและหลังโควิดระบาด ว่า ในช่วงโควิดระบาดส่งผลกระทบต่อประชาชนจากมาตรการต่างๆ ของรัฐ ที่ต้องการยับยั้งการแพร่ระบาด น่าเสียดายที่รัฐมนตรีของพรรคที่มีบทบาทสามารถช่วยเหลือ ส.ส.สมาชิกพรรคในการทำคะแนนกับชาวบ้านได้ อย่าง รมว.พาณิชย์ และ รมช.สาธารณสุข ไม่ได้มีบทบาทช่วยเหลือ ส.ส.ของพรรคเท่าที่ควร ทำให้ ส.ส.ต้องช่วยตัวเอง โดยสละเงินเดือน ทำถุงยังชีพ จัดซื้อเจลแอลกอฮอล์ มาแจกจ่ายประชาชนและเจ้าหน้าที่บุคลากรการแพทย์ในพื้นที่ ที่สำคัญพรรคไม่มีกระบอกเสียง หรือสื่ออยู่ในมือ ขณะที่พรรคอื่น เช่น พรรคพลังประชารัฐ ทำอะไรก็มีสื่อประชาสัมพันธ์ให้ แม้กระทั่งโครงการเยียวยาให้เกษตรกรของกระทรวงเกษตรฯ ก็ยังถูก นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ลงพื้นที่ จ.นครปฐม ไปเก็บเกี่ยวคะแนนแทน ทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นโครงการของพรรคพลังประชารัฐ

 โดย ส.ส.ภาคเหนือคนหนึ่ง กล่าวเสริมว่า พรรคไม่มีการต่อยอดประชาสัมพันธ์เพื่อเก็บเกี่ยวคะแนนนิยมในนโยบายของพรรคเลย และการที่หลายคนระบุว่ารัฐมนตรีของพรรคมีผลงาน แต่ในส่วนของ จ.ตาก กระแสของพรรคในพื้นที่ไม่ได้กระเตื้องขึ้นเลย ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เข้าใจว่าเป็นนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขณะที่ ส.ส.ใต้อีกคน กล่าววิเคราะห์สถานการณ์หลังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด ว่า คะแนนนิยมของพรรคพลังประชารัฐที่จริงแล้วไม่มี มีแต่คะแนนส่วนใหญ่อยู่ที่ตัวผู้นำ พล.อ.ประยุทธ์ ในอนาคตหาก พล.อ.ประยุทธ์ อยู่พรรคใด ฐานคะแนนนิยมก็จะย้ายตามไป และขอให้จับตาดูกรณีเงินเยียวยาของรัฐบาลเดือนละ 5,000 บาท 3 เดือน ว่าจะมีการขยายระยะเวลาให้เงินจำนวนดังกล่าวเพิ่มอีก 3 เดือนต่อคน อีกหรือไม่ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดเหมือนโยนหินถามทางมาก่อนหน้านี้แล้ว หากเปรียบไปแล้วก็เป็นเหมือนการซื้อเสียงครั้งหน้า เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่

ปชป.เตรียมความพร้อมอภิปรายร่างพรบ.โอนงบประมาณรายจ่าย

ปชป.เตรียมความพร้อมอภิปรายร่างพรบ.โอนงบประมาณรายจ่าย

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 17.27 น.
 

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 16 มิถุนายน 2563 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงผลการประชุมครั้งที่ 12/2563 ว่า ที่ประชุมได้เตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย ซึ่งจะมีการนำเข้าสู่การประชุมสภา ในวันพรุ่งนี้ (17 มิ.ย.) และที่ประชุมได้มีมติให้ นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง เสนอญัญติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฏรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย เนื่องจาก เนื่องจากปัจจุบันซึ่งเป็นช่วงที่กำลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ไปทั่วโลกได้ส่งผลให้ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนักเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะทดถอยซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาขยายตัวอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเน้นการศึกษาแนวทางด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวด้านระบบสาธารณูปโภคและด้านความสะอาดของสถานที่ท่องเที่ยวเป็นต้น

และที่ประชุมยังได้มีมติให้เสนอญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ญัตติดังกล่าวนี้เนื่องจากปัญหายาเสพติดปัจจุบันมีการแพร่ระบาดแทรกซึมไปทุกยอมหญ้าโดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนปัญหาต่างๆเหล่านี้จำต้องมีการศึกษาแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อให้มีประสิทธิภาพและเป็นระบบเพื่อนำไปสู่การลดหรือขจัดปัญหายาเสพติดอย่างแท้จริงและยังยืน

 นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการเพิ่มวาระการวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหารกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเขตการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดโดยที่ประชุมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้พูดคุยสถานการณ์การเมืองที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนกันอย่างหลากหลายและราบรื่น ที่ประชุมพร้อมสนับสนุนการทำงานของหัวหน้าพรรคเพื่อนำพรรคก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อทำงานให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติต่อไป
ขันน็อต'พ่อเมือง'! มท.สั่งเข้มรับคลายล็อกเฟส4 ฟื้นเศรษฐกิจ-ปชช.มีรายได้

ขันน็อต'พ่อเมือง'! มท.สั่งเข้มรับคลายล็อกเฟส4 ฟื้นเศรษฐกิจ-ปชช.มีรายได้

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 19.09 น.

มท.ขันน็อตพ่อเมืองทั่วไทยรับคลายล็อกโควิดเฟส4 สั่งฟื้นศก.-ให้ปชช.มีรายได้ กำชับเข้มคัดกรองแหล่งท่องเที่ยว ย้ำงบฯรัฐบาลหว่านโครงการช่วยปชช.ต้องมาจากความต้องการจริง

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEs) ผู้แทนกรมควบคุมโรค ร่วมประชุม และเป็นการประชุมผ่านระบบ Video Conference ไปยังศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในจังหวัด นายอำเภอ และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ร่วมประชุม 


พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการหารือซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติตามข้อกำหนดผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในการป้องกันโรคโควิด-19 ระยะที่ 4 ซึ่งในขณะนี้ สถานการณ์การควบคุมแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของประเทศไทย ไม่มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นเวลา 22 วันแล้ว ด้วยความร่วมมือกันของทุกฝ่ายทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค รวมทั้งประชาชนคนไทยทุกคน ทำให้เราสามารถควบคุมได้สำเร็จในช่วงที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ ได้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในด้านเศรษฐกิจสูงมาก หลายคนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ยังไม่มีรายได้ ซึ่งระยะต่อจากนี้ถือเป็นช่วงที่สำคัญที่ต้องเตรียมการเพื่อช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน คือ การท่องเที่ยว และเพื่อให้การเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคตต่อไปเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเตรียมการและเร่งสร้างการรับรู้ความเข้าใจและรณรงค์ให้ประชาชนดำเนินชีวิตด้านเศรษฐกิจและรักษาสุขอนามัยเป็นพื้นฐานสำคัญใน 3 เรื่อง คือ 1.ต้องรักษาสุขอนามัยสูงสุด “อย่าการ์ดตก” สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ รักษาระยะห่างทางสังคม ให้เป็นมาตรการพื้นฐานอย่างเข้มแข็ง 2.การกักกันโรค (Quarantine) ต้องเข้มแข็ง และ 3.รณรงค์ให้ประชาชนและผู้ประกอบการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ทุกครั้งที่ใช้บริการ ให้เป็นชีวิตปกติแนวใหม่ เพื่อประโยชน์ในการตามสืบสวนโรคได้อย่างรวดเร็วทุกคนต้องช่วยกันทำเพื่อชาติ “เศรษฐกิจต้องเดิน คนต้องมีรายได้”

ด้าน นายนิพนธ์ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีการเปิดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและชายหาดซึ่งพบว่าบางพื้นที่ยังมีการคัดกรองไม่เข้มงวด จึงขอให้ในแต่ละพื้นที่ได้พิจารณาการจัดตั้งจุดคัดกรองเพิ่มเติม โดยเฉพาะชายหาดที่มีประชาชนนิยมไปพักผ่อนจำนวนมาก และขอให้ทุกจังหวัดส่งเสริมให้ประชาชนได้ทำเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมให้ประชาชนทำการเกษตรที่สามารถจะเพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ในครัวเรือนอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้

ขณะที่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า งบประมาณที่ได้รับตามโครงการฯ เป็นงบประมาณที่รัฐบาลได้จัดสรรผ่านช่องทางคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) โดยส่วนราชการในสังกัดทุกกระทรวงมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนทุกระดับ และองค์กรภาคประชาชนและประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน โดยทุกโครงการที่เสนอขอรับงบประมาณต้องเป็นโครงการที่เป็นความต้องการของประชาชนในพื้นที่

จากนั้น ผู้แทน ศบค. ผู้แทนกระทรวงดีอีเอส ผู้แทนกรมควบคุมโรค และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ได้นำเสนอแนวทางปฏิบัติและมาตรการการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรอบแนวคิดการผ่อนคลายการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร แนวทางปฏิบัติการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายที่กำหนด มาตรการควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักรทั้งทางบก/น้ำ/อากาศ การเตรียมความพร้อมเปิดสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ภูเก็ต และเพชรบุรี ได้รายงานการดำเนินการจัดระเบียบสถานที่ท่องเที่ยวชายหาดและการสร้างการรับรู้กับประชาชน และผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วและจังหวัดตาก รายงานการดำเนินงานพื้นที่ชายแดนและการจัดการศึกษา

นอกจากนี้ ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้แทนสำนักงบประมาณ ได้ชี้แจงแนวทางการจัดทำโครงการภายใต้กรอบนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และกรอบระยะเวลาดำเนินการโดยทุกจังหวัดต้องส่งรายละเอียดโครงการตามแบบฟอร์มที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมายังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภายในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ เพื่อคณะอนุกรรมการพิจารณารายละเอียดโครงการ และคณะกรรมการพิจารณาผลการกลั่นกรองโครงการของคณะอนุกรรมการ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ รมว.มหาดไทย ยังกล่าวถึงเรื่องสาธารณภัยว่า ขณะนี้เรามีทั้งพายุฝนและภัยแล้ง สำหรับภัยแล้ง สถานการณ์คลี่คลายไป 15 จังหวัด ยังคงมีจังหวัดประสบภัยแล้ง 14 จังหวัด กระจายในหลายพื้นที่ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ สำหรับสถานการณ์พายุฝนในพื้นที่ 8 จังหวัด โดยเฉพาะในเขตเมือง ขอให้เตรียมการระบายน้ำ การพร่องน้ำ การขุดลอกคู คลอง ให้มีความพร้อม และในพื้นที่ภูเขา หากเกิดฝนตกหนักติดต่อกัน ต้องเตรียมการแจ้งเตือน ติดตาม และประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมให้อพยพคนออกโดยทันทีก่อนจะเกิดภัย เรือเล็กห้ามออกจากฝั่ง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน

 

สะดุ้งเป็นแถว! ตร.รับมีรายชื่อกลุ่มละเมิดสถาบัน อยู่ระหว่างติดตามดำเนินคดี

สะดุ้งเป็นแถว! ตร.รับมีรายชื่อกลุ่มละเมิดสถาบัน อยู่ระหว่างติดตามดำเนินคดี

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 18.25 น.

หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาระบุว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีรับสั่ง ไม่ให้ใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 กับประชาชน รวมทั้งเตือนกลุ่มที่เคลื่อนไหวจาบจ้วงสถาบันให้ยุติการเคลื่อนไหว  ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  สั่งให้มีการตรวจสอบรายชื่อของผู้ที่มีความเคลื่อนไหวลักษณะพาดพิงสถาบันว่า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่มาตรา 112 นั้น

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวถึงกรณีนี้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย มีคณะทำงานด้านกฎหมาย การสืบสวน และความมั่นคง ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) เป็นผู้กำกับดูแล โดยมีข้อมูลมีการติดตามบุคคล และกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเรื่องนี้อยู่ เรามีรายชื่อมีข้อมูลอยู่แล้ว อยู่ในกระบวนการติดตามดำเนินคด 

“สิ่งสำคัญคือขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข้อมูลเช่นนี้ หากได้ข้อมูลเหล่านี้ให้ใช้วิจารณญานดีๆ เพราะเป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ ไม่เป็นความจริง อย่าตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้ ”รองโฆษกตร.กล่าว (่อ่านข่าวทีเกี่ยวข้อง :'แรมโบ้'มาแล้ว! เตือนพวกคิดผิด กลับตัวใหม่ ก่อนที่จะไม่มีแผ่นดินกลบหน้า )

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า ในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ทำความผิด ได้นำพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ในมาตราที่เกี่ยวข้องเช่น มาตรา 14 การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง หรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชนมาใช้ ต้องดูพฤติการณ์การกระทำความผิดว่าเข้าข่ายผิดมาตราไหนอย่างไร ก็ต้องพิจารณาไปตามกฎหมาย การกระทำใดๆที่เป็นความผิดฐานละเมิดสถาบัน

"หากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งรวมถึงช่องทางไลน์ ทางโซเชียลมีเดียต่างๆที่นิยามได้ว่าเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ก็ต้องพิจารณาดำเนินคดีภายใต้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญเรื่องนี้และดำเนินการอย่างรอบคอบ มีคณะทำงานดำเนินการ ทำงานอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งด้านการสืบสวนสอบสวน และ กฎหมาย"รองโฆษก ตร.กล่าว

สื่อจีนตีข่าวพิษเศรษฐกิจจากโควิดทำหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ14ไตรมาส

สื่อจีนตีข่าวพิษเศรษฐกิจจากโควิดทำหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงสุดในรอบ14ไตรมาส

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 20.20 น.

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 สำนักข่าวซินหัวของจีน เสนอข่าว "Thai household debt could rise beyond 80 pct of GDP due to COVID-19 impact: think tank" อ้างการเปิดเผยของ ทศพร ศิริสัมพันธ์ (Thosaporn Sirisumphand) เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ที่ระบุว่า หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ร้อยละ 79.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ในไตรมาสแรกของปี 2563

ทั้งนี้ สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ธุรกิจต้องปิดตัวลง การกู้ยืมมีมากขึ้นเนื่องจากรายรับลดลง และผลกระทบทางเศรษฐกิจจะยิ่งรุนแรงขึ้นในไตรมาส 2 ของปี 2563 เนื่องจากกิจการหลายแห่งเลิกจ้างพนักงานหรือไม่เลิกจ้างแต่ลดค่าจ้าง สินเชื้อผู้บริโภคขยายตัวร้อยละ 7.5 หากเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2562 มูลค่า GDP ประเทศไทยปี 2563 อยู่ที่ 482.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 15 ล้านล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 514.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 16 ล้านล้านบาท

 รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ผู้บริโภคใช้สินเชื่อส่วนบุคคลทำธุรกิจอยู่ที่ร้อยละ 17.9 ของสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งหมด ซึ่งรวมทั้งการเช่าซื้อ การจำนอง และการผ่อนรถยนต์ ข้อมูลของสภาพัฒน์ ยังพบอีกว่า สินเชื่อด้อยคุณภาพที่เกิดจากสินเชื่อเพื่อการบริโภคนั้นอยู่ที่ร้อยละ 3.23 ของสินเชื่อเพื่อการบริโภคทั้งหมด เพิ่มจากไตรมาส 4 ของปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 2.9 อีกทั้งมีหนี้เสีย 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.56 แสนล้านบาท

หนี้ครัวเรือนของไทยมีทั้งหมด 433 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 13.47 ล้านล้านบาท ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 แต่ลดลงจากร้อยละ 5.5 ในไตรมาสก่อนหน้า อัตราส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ร้อยละ 79.8 สูงที่สุดในรอบ 14 ไตรมาส และคาดว่าทั้งปี 2563 จะพุ่งสูงถึงร้อยละ 80 ของ GDP

 ...................................................................

16 มิ.ย. 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน