*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3495576
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< มิถุนายน 2020 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 243 , 13:51:54 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ในกรณีข้อความล้นหน้าเว็บเพจ โปรดคลิก"พิมพ์หน้านี้" เพื่ออ่นข้อความได้ทั้งหน้า)

สวัสดีครับ

         ความห่วงใยว่าเด็กไทยรุ่นหลังจะเอาอย่างที่ไม่ดีของผู้ใหญ่ดังข่าววันนี้

‘ซูเปอร์โพล’ห่วงเยาวชนเห็น‘แบบอย่างไม่ดี’ ผู้ใหญ่บ้านเมืองแย่งตำแหน่ง ทรยศ ฆ่าลูกน้อง

21 มิถุนายน 2563 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการส านักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาค

สนาม เรื่อง การเมืองกับเยาวชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน

(Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative

Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,539 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 15 - 20 มิ.ย. 2563

ที่ผ่านมา

          ประเด็นดังกล่าวในสังคม ดูเหมือนจะยังหาคำตอบไม่ได้นะครับ ทั้งๆที่ควรจะหาคำตอบให้ได้โดยเร็ว

         แต่ทว่า ความไม่ดีบางอย่าง  เช่น การติดเกมส์ ก็เกิดจากตัวเด็กเอง แล้วเมื่อไม่มีเงินหรือเงินหมดมือ เด็กก็จะถูกชักชวนให้

ขายยาเสพติด หรืออบายมุขอื่นๆ เหลือขอที่พ่อแม่ก็ ;เอาไม่อยู่' ในบั้นปลาย

         สำหรับข่าว ‘ญาติวีรชนฯ’แถลงการณ์ 5 ข้อบี้รัฐลุยนิรโทษกรรม ขอถาม คำว่าวีรชนใครแต่งตั้งครับ

 

 

เปิดโลก

เปิดโลก

ศิริภา อินทวิเชียร
วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 02.00 น.

วิกฤติแรงงานต่อความสำคัญทางเศรษฐกิจ

ดูทั้งหมด

ในขณะที่แนวโน้มของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ค่อยๆลดความรุนแรงลง ประเด็นที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ

กันอยู่ตอนนี้ก็เห็นจะเป็น “แรงงาน” ที่เป็นกลไกสำคัญในการขยับฟันเฟืองทางเศรษฐกิจให้หมุนต่อไปอย่างราบรื่น และเร็วขึ้นหรือทำ

ให้กลับมาหมุนใหม่ได้อีกครั้งสำหรับในส่วนที่หยุดชะงักไป ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการสั่งปิดประเทศ ปิดเมือง ปิดงาน ใน

หลายเดือนที่ผ่านมาได้ทำลายภาคแรงงานให้ย่อยยับลงอย่างแสนสาหัส แต่นานาประเทศทั่วโลกก็ไม่มีทางให้ได้เลือกมากนัก (หรือ

บางประเทศอาจมีทางให้เลือก แต่ดันเลือกไปผิดทาง)ดังนั้น ถ้าไม่อยากเป็นประเทศที่ล้มละลายทางเศรษฐกิจ ก็จำเป็นต้องกัดฟันพา

อัตรา“แรงงาน” ที่หายวูบไปอย่างน่าใจหาย ให้กลับคืนมาใกล้เคียงกับอัตราเดิมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งต้องขอย้ำอีกทีว่า มันไม่

ใช่เรื่องที่ง่ายจริงๆ

เมื่อเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา องค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) ออกมาเตือนว่า การลดชั่วโมงการทำงานลงอย่างฮวบฮาบ

ทั่วโลก อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19จะส่งผลให้แรงงานนอกระบบจำนวน 1.6 พันล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของ

แรงงานทั่วโลก ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการดำรงชีวีต โดยข้อมูลจากรายงาน COVID-19 and The World of Workฉบับที่ 3 ของ

ILO คาดการณ์ไว้ว่า ชั่วโมงการทำงานที่ลดลงในไตรมาสที่ 2ของปีค.ศ. 2020 (2563) จะรุนแรงกว่าที่ประมาณการไว้ในตอนแรก

(ในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส ไตรมาส 4 ปี 2562) จากตำแหน่งงานประจำ 195 ล้านคน หรือ 6.7% จะเพิ่มขึ้นเป็น

10.5%หรือ 305 ล้านตำแหน่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลาของมาตรการปิดงาน ปิดเมืองปิดประเทศ (Lock Down)ที่สำคัญ รายงานฉบับ

นี้ยังบอกว่าแรงงานในเศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Economy) จะเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดในตลาดแรงงาน เพราะธุรกิจหรือกิจการที่

พวกเขาสังกัดหรือทำงานอยู่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีการประมาณการว่า ช่วงเดือนแรกของการแพร่ระบาด (มีนาคม) ได้ทำ

ให้แรงงานนอกระบบทั่วโลกมีรายได้ลดลง 60% โดยแบ่งเป็นในแอฟริกา อเมริกาเหนือ กลาง และใต้81% เอเชียและแปซิฟิก 21.6%

และยุโรปและเอเชียกลาง 70% ซึ่งหากพวกเขาไม่มีแหล่งรายได้อื่นๆ มาจุนเจือ ก็สามารถคาดการณ์ได้ว่า แรงงานนอกระบบเหล่านี้รวม

ถึงครอบครัวของพวกเขาจะขาดรายได้สำหรับการดำเนินชีวิตต่อไป

“สำหรับแรงงานหลายล้านคน การที่ไม่มีรายได้ หมายถึงการไม่มีอาหาร ไม่มีความมั่นคง และไม่มีอนาคต เมื่อวิกฤติการแพร่ระบาด

และการตกงานยังคงดำเนินอยู่ ก็มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องปกป้องผู้ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงเหล่านั้น”นี่คือ ความเป็นห่วงของ “กาย ไร

เดอร์”ผู้อำนวยการ ILO นอกจากนี้ เขายังแนะนำให้ทั่วโลกออกมาตรการเร่งด่วนที่ยืดหยุ่นเพื่อช่วยเหลือแรงงาน และธุรกิจให้ตรงเป้า

โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กธุรกิจในเศรษฐกิจนอกระบบ และผู้ที่ตกอยู่ในความเสี่ยง

แน่นอนว่า หลายรัฐบาลทั่วโลกก็เดินหน้าตามที่ ILO แนะนำกันอย่างเต็มที่มีการเบิกงบประมาณมหาศาลมาใช้จนสื่อขนานนามเรียกกัน

ในภาษาข่าวที่ว่า “บาซูก้าการคลัง” ซึ่งก็มีทั้งที่เข้าเป้า และพลาดเป้ากันไปตามศักยภาพของรัฐบาลในแต่ละประเทศ ในบทความนี้ จึง

หยิบการใช้จ่ายงบประมาณทั้งปกติ และแบบพิเศษในแต่ละประเทศมาลองเทียบเคียงกันดูว่า แบบไหนที่ “แรงงาน”จะได้ประโยชน์

หรือ “เศรษฐกิจ” จะไปต่อได้ และอะไรคือหัวใจสำคัญของกระบวนการหรือนโยบายนั้นๆ

เริ่มจากประเทศอังกฤษ หลังมาตรการปิดเมืองเกิดขึ้น รัฐบาลของนายกรัฐนตรี “บอริส จอห์นสัน” (Boris Johnson) อนุมัติการจ่ายเงิน

เยียวยาให้แรงงานร้อยละ 80 ของค่าจ้างล่าสุดที่ได้รับ อย่างน้อยเป็นเวลา 3 เดือน แต่ไม่เกิน 2,500 ปอนด์ หรือราว 9.5 หมื่นบาท

พร้อมกับย้ำว่ามาตรการนี้จะใช้กับสถานประกอบการทุกขนาดไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ในขณะที่ผู้ประกอบการจะได้รับการลดหย่อนภาษีสูง

สุด 3 หมื่นล้านปอนด์ หรือราว 1.14 ล้านล้านบาท และเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยอีก 12 เดือน รวมไปถึงการพักการเก็บภาษีท้องถิ่นสำหรับ

ธุรกิจสำหรับกิจการภาคค้าปลีก ภาคบริการและท่องเที่ยวเป็นระยะเวลา 12 เดือน นอกจากนี้ผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยตกลงจะพัก

ชำระหนี้ไปก่อน3 เดือน สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เป็นต้น

สำหรับประเทศนิวซีแลนด์ รัฐบาลจะอุดหนุนค่าจ้างให้แรงงานเต็มเวลา (ทำงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) เป็นเงิน 585.80 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่อสัปดาห์และ 350 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์สำหรับแรงงานพาร์ทไทม์ (ทำงานน้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) โดยนายจ้างจะได้รับ

เงินก้อนนี้เป็นก้อนเดียวเพื่อช่วยแรงงานเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ทั้งนี้ นายจ้างหนึ่งคนสามารถรับเงินอุดหนุนได้ไม่เกิน 150,000 ดอลลาร์

สหรัฐ โดยนายจ้างทั้งที่เป็นธุรกิจส่วนตัว ผู้รับเหมา หรืออาชีพอิสระในทุกภาคส่วนสามารถลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนนี้ได้ และเงินส่วน

ข้างต้นนี้จะถูกนำไปจ่ายให้กับลูกจ้างที่ต้องกักตัวเองที่บ้านในอัตราส่วนที่ระบุเอาไว้ตามประเภทแรงงานด้วย (14 วันตามระยะเวลากัก

ตัวมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข)

ทางด้านรัฐบาลจีน ได้ออกมาตรการลดหย่อน และงดเว้นภาษี และการจ่ายเบี้ยประกันสังคม เพื่อให้บริษัทยังพอดำเนินการไปต่อใน

ช่วงที่มีการแพร่ระบาดได้ โดยคาดว่า รัฐจะต้องใช้งบประมาณถึง 5 แสนล้านหยวน (2.305 ล้านล้านบาท) ในการอุดหนุนดังกล่าว มี

การจ่ายเงินอุดหนุนการจ้างงานให้กับบริษัทต่างๆ ภาครัฐและเอกชน จัดให้มีการฝึกอาชีพออนไลน์ มีบางแห่งจ่ายเงินให้กับแรงงานที่

เข้าร่วมโครงการดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจัดให้มหาวิทยาลัยมีบริการจัดหางานผ่านระบบออนไลน์ให้กับนักศึกษาจบใหม่ด้วย

สำหรับรัฐบาลท้องถิ่นมีการเปิดตำแหน่งงานเพิ่มในโรงงานต่างๆ รวมถึงจ่ายเงินอุดหนุนการจ้างงาน ให้แรงงานที่กลับบ้านได้ทำงาน

ในพื้นที่ไปเลย และที่พิเศษ คือในมณฑลหูเป่ย์ ศูนย์กลางการแพร่ระบาดธุรกิจต่างๆ มีมาตรการจูงใจให้คนกลับมาทำงาน โดยเพิ่ม

เงินชดเชยให้วันละ 100 หยวน (ราว 461 บาท)

ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์มีมติออกมาตรการบรรเทาผลระทบให้กับนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19โดยจะช่วยนายจ้างจ่ายเงิน

เดือนให้กับลูกจ้างที่ถูกลดเวลาทำงานร้อยละ 75 ของเงินที่ถูกลดลงไป นอกจากนั้น หากบริษัทไม่สามารถจ่ายเงินคืนโครงการเงินกู้

เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รัฐบาลจะชำระหนี้ให้สูงสุดร้อยละ 90 นอกจากนั้น ทางรัฐบาลกำลังวางแผนว่า จะมีมาตร

การเยียวยาผู้ทำงานที่ทำงานอาชีพอิสระ (self-employed)ที่มีจำนวนมากกว่าหนึ่งล้านคน

เหล่านี้เป็นกระบวนการหรือนโยบายของประเทศต่างๆ ที่หยิบยกมาส่วนหนึ่ง ในการช่วยเหลือและเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ

 

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะเห็นว่า ทุกประเทศต่างให้ความสำคัญไปที่ “แรงงาน” เป็นหลัก ด้วยการพยายามต่อลม

หายใจของพวกเขาเหล่านั้น ด้วยเงินช่วยเหลือ ด้วยสวัสดิการจากภาครัฐและการเข้าประคองธุรกิจต่างๆ ที่พวกเขาสังกัด ให้ดำรงคง

อยู่ได้ต่อไป และนี่แหละคือ “หัวใจของการไปต่อของเศรษฐกิจหลังโควิด-19” ที่ทุกประเทศควรต้องใช้งบประมาณเข้าไปปั๊มให้มัน

กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อที่เม็ดเงินอันมากมายจะได้ไม่ถูกใช้ไปอย่างน่าเสียดายบนความไร้ประสิทธิภาพของแต่ละรัฐบาล

 

‘โฆษกพลังธรรมใหม่’จ่อยื่นอสส. ทบทวนไม่อุทธรณ์คดี‘โอ๊ค’ กอบกู้ภาพลักษณ์

‘โฆษกพลังธรรมใหม่’จ่อยื่นอสส. ทบทวนไม่อุทธรณ์คดี‘โอ๊ค’ กอบกู้ภาพลักษณ์

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 11.25 น.

‘โฆษกพลังธรรมใหม่’จ่อยื่นอสส. ทบทวนไม่อุทธรณ์คดี‘โอ๊ค’ กอบกู้ภาพลักษณ์

21 มิถุนายน 2563 นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าช่วงที่ผ่านมาหลังจากนายเนตร นาคสุข

รองอัยการสูงสุดได้ลงนามแทนอัยการสูงสุดสั่งไม่อุทธรณ์คดีนายพานทองแท้ ท่านคงรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาจากสังคมเสียงวิจารณ์ของ

ประชาชนถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงความเคลือบแคลงสงสัย ว่าเหตุใดอัยการถึงเลือกจบเส้นทางในคดีนี้เพียงแค่ศาล

ชั้นต้น ทั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอเจ้าของคดีมีความเห็นควรนำคดีขึ้นสู่ศาลสูง และที่สำคัญหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษา

ได้ชี้ว่านายพานทองแท้มีความผิดจริงสมควรจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา

 ทั้งนี้ ตนเห็นว่าเวลาที่เหลืออีก 4 วันจนถึงวันที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ให้ถึงวันที่
 
25 มิถุนายน นี้ อัยการสูงสุดยังพอมีเวลา ซึ่งถือว่าเป็นห้วงเวลาที่สำคัญและควรใช้เวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตนยังเชื่อมั่นในจุด
 
ยืนของท่านอัยการสูงสุด และเชื่อมั่นในสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งต้องดำรงไว้ซึ่งความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินและคงไว้ซึ่งความถูกต้อง
 
เป็นธรรม

“หวังว่าท่านจะใช้โอกาสครั้งนี้สร้างบรรทัดฐานใหม่ และเร่งกอบกู้ภาพลักษณ์ของการทำหน้าที่ทนายแผ่นดินให้กลับมาเป็นที่คาดหวัง

ของประชาชนตามกระบวนการยุติธรรมก็จะถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี โดยผมจะเป็นตัวแทนพรรคพลังธรรมใหม่ เดินไปทางยื่นจด

หมายดังกล่าวที่สำนักงานอัยการสูงสุดในวันพรุ่งนี้ (22 มิถุนายน 2563) เวลา 09.00 น.” นายจาตุรันต์ กล่าว

‘คำนูณ’กางคดีตัวอย่างบี้‘กรมศิลป์’เอาผิดรื้อ‘บอมเบย์เบอร์ม่า’ จี้ถาม‘นายกฯ’พรุ่งนี้

‘คำนูณ’กางคดีตัวอย่างบี้‘กรมศิลป์’เอาผิดรื้อ‘บอมเบย์เบอร์ม่า’ จี้ถาม‘นายกฯ’พรุ่งนี้

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 11.04 น.

‘คำนูณ’ บี้ ‘กรมศิลป์’ เอาผิดปมรื้อ ‘บ้านบอมเบย์เบอร์ม่า’ ยันผิดกฎหมายชัดเจน เผยคดีตัวอย่างแม้แต่พระยังไม่รอด เตรียมตั้งกระทู้

สดถาม ‘นายกฯ’ พรุ่งนี้

21 มิถุนายน 2563 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีการรื้อถอนอาคารศูนย์เรียนรู้ป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตวัน

จังหวดแพร่ อันเป็นบ้านไม้โบราณอายุเกือบ 130 ปี และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะที่เคยเป็นสำนักงานของบริษัทบอมเบย์

เบอร์ม่า ที่เข้ามารับสัมปทานทำป่าไม้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ว่า ในเบื้องต้นกรมศิลปากรควรต้องดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษผู้

เกี่ยวข้องต่อพนักงานสอบสวน เพื่อสืบสวนสอบสวนสาเหตุที่แท้จริง เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมายโบราณสถานฯ 2504 แก้ไขปรับ

ปรุง 2535 โดยชัดแจ้ง เป็นการกระทำที่ไม่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดจากกรมศิลปากร มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี

หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

นายคำนูณ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงจากการประชุมชี้แจงระหว่างหน่วยราชการต่าง ๆ กับเครือข่ายภาคประชาชนที่ศาลากลางจังหวัดแพร่

เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ปรากฏชัดเจนว่าไม่ได้มีแจ้งกรมศิลปากรอย่างสมบูรณ์ก่อนการรื้อถอน และกรมศิลปากรยังรอเอก

สารจากสำนักงารบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) อยู่ แต่ก็เกิดการรื้อถอนขึ้นก่อน

“แม้กรมศิลปากรจะพยายามเข้ามาเยียวยา โดยจะพยายามสร้างใหม่ให้ใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าจะต้องใช้งบ

ประมาณแผ่นดินมากกว่าที่โครงการนี้มีอยู่ 4.5 ล้านบาทแน่นอน และการสร้างใหม่โดยไม่มีแผนการศึกษาตามหลักการบูรณะโบราณ

สถานไว้ก่อนอย่างชัดเจนจะทำให้เกิดความยุ่งยากมากขึ้น สิ้นเปลืองงบประมาณมากขึ้น เป็นความเสียหายแก่แผ่นดิน ใครจะเป็นผู้รับ

ผิดชอบ” นายคำนูณ กล่าว

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า เคยมีคดีตัวอย่างมาแล้ว เช่น คดีหมายเลขดำที่ อท. 34/2562 เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ศาลอาญาคดีทุจริต

และประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาลงโทษเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร กทม. โทษฐานรื้อถอนศาลารายและกุฏิอันเป็นโบราณสถาน

โดยคดีนี้นายบวรเวท รุ่งรุจี ผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากรในอดีต ได้เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม เมื่อปี

2558 หลังจากตรวจพบการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่ง

ชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 4, 10, 32 และ 35 รวมทั้งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในกรณีนี้ยังมีคดีเกี่ยวเนื่องอีกหลายคดี รวม

ทั้งคดีแพ่งที่กรมศิลปากรฟ้องเรียกค่าเสียหายอึก

 
เมืองเก่า แต่บ้านบอมเบย์เบอร์ม่าก็ยังถือเป็นโบราณสถานตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถานฯอยู่ดี โดยเป็น
 
โบราณสถานประเภทที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน การจะซ่อมแซมปรับปรุงรื้อถอนหรือทำให้เปลี่ยนสภาพด้วยวิธีการต้องได้รับอนุญาตจาก
 
กรมศิลปากร และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรา 10 ผู้ใดฝ่าฝืนย่อม
 
มีโทษทางอาญา

“การไม่ได้ขึ้นทะเบียนไม่ได้แปลว่าไม่ได้เป็นโบราณสถาน เรื่องนี้ยังเข้าใจผิดกันอยู่มาก หากอ่านมาตรา 32 โดยนัยจะเห็นชัดเจนว่า

กฎหมายแบ่งแยกโบราณออกเป็น 2 ประเภท และกำหนดไว้ว่าการกระทำผิดต่อโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วจะมีโทษหนัก

กว่า โดยในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน นี้ ผมจะตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีในกรณีบ้านบอมเบย์เบอร์ม่านี้ หวังว่าจะได้รับการบรรจุ

และนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งมาตอบ” นายคำนูณ กล่าว

‘ซูเปอร์โพล’ห่วงเยาวชนเห็น‘แบบอย่างไม่ดี’ ผู้ใหญ่บ้านเมืองแย่งตำแหน่ง ทรยศ ฆ่าลูกน้อง

‘ซูเปอร์โพล’ห่วงเยาวชนเห็น‘แบบอย่างไม่ดี’ ผู้ใหญ่บ้านเมืองแย่งตำแหน่ง ทรยศ ฆ่าลูกน้อง

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 10.52 น.

‘ซูเปอร์โพล’ห่วงเยาวชนเห็น‘แบบอย่างไม่ดี’ ผู้ใหญ่บ้านเมืองแย่งตำแหน่ง ทรยศ ฆ่าลูกน้อง

21 มิถุนายน 2563 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการส านักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาค

สนาม เรื่อง การเมืองกับเยาวชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน

(Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative

Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,539 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 15 - 20 มิ.ย. 2563

ที่ผ่านมา

เมื่อถามถึง การประพฤติตัว ปฏิบัติตนของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมือง แบบอย่างแก่เด็กและเยาวชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ
 
91.8 ระบุ แย่งตำแหน่งรัฐมนตรี จ้องจะถอนทุนคืน รองลงมาคือ ร้อยละ 88.7 ระบุ คิดคด ทรยศ หักหลัง ฆ่าลูกน้องและเพื่อนร่วมต่อ
 
สู้กันมา แบบเสร็จนาฆ่าโคทึก ร้อยละ 86.1 ระบุ กร่าง หัวร้อนใช้อำนาจบาตรใหญ่หาเรื่องคนอื่นไปทั่ว ร้อยละ 78.1 ระบุ มีภาวะ
 
ตัณหาอยากมีอยากเป็นที่น่าเป็นห่วงคือ เพียงร้อยละ 8.7 เท่านั้นที่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองเป็นคนดี มีคุณธรรม เข้าวัด
 
ปฏิบัติธรรม และเพียงร้อยละ 7.9 ที่รักประชาชน ไม่เลือกปฏิบัติ

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.6 ระบุ ไม่ดีเลย แย่สุด ๆ ในเรื่องแบบอย่างที่เยาวชนได้รับจากการทำตัวของผู้หลักผู้ใหญ่

ในพรรคการเมือง มีเพียงร้อยละ 10.4 ระบุว่า ดี นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 ระบุ เยาวชนจะไม่เชื่อไม่ทำตาม เมื่อผู้หลักผู้

ใหญ่ในรัฐบาลชี้แนะและสั่งสอน มีเพียงร้อยละ 8.6 ระบุเชื่อฟัง ทำตาม

 
ทุจริต คอรัปชั่น ไม่ซื่อสัตย์ ในขณะที่ร้อยละ 7.1 เท่านั้นที่ระบุ การเมืองใหม่ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.2 ระบุไม่เห็นผล
 
งานรัฐบาลทำอะไรที่ดูแลเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของเยาวชนเลย ในขณะที่ร้อยละ 22.8 เห็นผลงาน

“น่าห่วงต่ออนาคตของชาติบ้านเมือง เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลทำตัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน เช่น แย่งตำแหน่งรัฐมนตรี

วางบิลซื้อตำแหน่ง จะถอนทุนคืน คิดคดทรยศ หักหลัง ฆ่าลูกน้องและเพื่อนร่วมต่อสู้กันมาเหมือนเสร็จนาฆ่าโคทึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล

และกร่าง หัวร้อน ทำตัวหาเรื่องกับคนอื่น ๆ เขาไปทั่ว ไร้คนดีต้นแบบคุณธรรมเข้าวัดปฏิบัติธรรม ไร้ผลงานดูแลเยาวชนอย่างดี และ

ผู้ใหญ่ในรัฐบาลจะมาคอยชี้แนะ สั่งสอน ขอพลังความร่วมมือจากเด็กและเยาวชนให้ช่วยกันสร้างชาติได้อย่างไร” ผู้ช่วยศาสตราจารย์

ดร.นพดล กล่าว

‘ญาติวีรชนฯ’แถลงการณ์ 5 ข้อบี้รัฐลุยนิรโทษกรรม ฝาก‘ทักษิณ’อยากกลับบ้านต้องพิสูจน์ตัวเอง

‘ญาติวีรชนฯ’แถลงการณ์ 5 ข้อบี้รัฐลุยนิรโทษกรรม ฝาก‘ทักษิณ’อยากกลับบ้านต้องพิสูจน์ตัวเอง

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 09.36 น.

‘ญาติวีรชนฯ’แถลงการณ์ 5 ข้อบี้รัฐลุยนิรโทษกรรม ฝาก‘ทักษิณ’อยากกลับบ้านต้องพิสูจน์ตัวเอง

21 มิถุนายน 2563 นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 และอดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางกา

รสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 เรื่อง “หยุดฉีกสัญญาประชาคม แบ่ง

แยกแล้วปกครอง เดินหน้าสู่การปรองดอง หลอมรวมคนไทยทุกภาคส่วน”

แถลงการณ์ระบุว่า จากกรณีที่มีรายงานว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  สั่งให้ทีม

งานไปรวบรวมรายชื่อบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีการเมืองทั้งหมดเพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจในการนิรโทษกรรมคดีที่มี

แรงจูงใจทางการเมือง แต่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกลับปฏิเสธว่าไม่มีมูลความจริงนั้น คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35

มีข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้อง ดังนี้

1.เป็นที่น่าเศร้าอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทยที่มีความแตกแยกและขัดแย้งทางการเมืองมาอย่างยาวนาน แต่รัฐบาลไม่มีนโยบายหรือแนว

ทางการสร้างความสมานฉันท์และการปรองดองที่เป็นรูปธรรมเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยไปข้างหน้า ทั้งที่ คสช.ยึดอำนาจเมื่อวัน

ที่22พ.ค.2557 ได้ประกาศเป็นสัญญาประชาคมว่าจะเข้ามายุติปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง จะทำให้ประชาชนในชาติเกิดความรัก

ความสามัคคีตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ จากนั้นได้ตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อ

การปฏิรูป (ศปป.) และคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองโดยตรงเพื่อรับฟังปัญหาจากพรรคการเมือง

และภาคประชาชนทุกฝ่าย

แต่ที่ผ่านมากลับไม่ให้ความสำคัญและเสนอแนวทางแก้ไขความขัดแย้งที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้คณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้าง

ความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ศึกษาแนวทางและข้อเสนอแนะแนวทางการสร้างความปรองไว้อย่างครบถ้วนซึ่งได้ส่ง

รายงานฉบับสมบูรณ์ให้รัฐบาลแล้วแต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการแต่อย่างใด  ล่าสุดยังออกมาปฏิเสธอีก ถือว่าเป็นการหลอกลวงประชา

ชนทั้งประเทศและฉีกทิ้งสัญญาประชาคมหรือไม่

 
เกินไป โดยมีข้อเสนอแนวทางการปรองดองและสมานฉันท์ที่ชัดเจน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งในอดีตและเดินหน้าพัฒนาการประเทศ
 
ไทย ไม่ว่าจะเป็นการนิรโทษกรรมการเมืองแก่นักโทษทางการเมืองและนักโทษทางความคิด รวมถึงผู้ลี้ภัยทางการเมืองต่างๆ โดยนำ
 
ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ภายใต้สภาปฏิรูปแห่งชาติ  ที่ได้ศึกษาไว้แล้ว รวมถึงกระบวน
 
การและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร
 
เป็นประธาน ซึ่งได้เสนอไว้อย่างครบถ้วน เพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ  นำหลักความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน  และ
 
ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ มาใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของคนในชาติ

3.ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามแนวทางของคณะกรรมการศึกษาแนวทาง

ทางการสร้างความปรองดอง สปช. เริ่มต้นด้วยการนิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ไม่รวมถึงการกระทำความผิดอาญา

โดยเนื้อแท้ ความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชัน และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนหลาย

ประการ มุ่งเน้นฟื้นความสัมพันธ์ของคนในชาติ ให้เกิดสร้างความรักสามัคคี เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่28ก.ค.2563นี้    ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่รับฟังและทำตามข้อเรียกร้องของประชา

ชนหากดำเนินการสำเร็จจะถือเป็นวีรบุรุษ แต่หากไม่ดำเนินการแสดงว่าต้องการแบ่งแยกแล้วปกครองเพื่อสืบทอดอำนาจให้นานที่สุด

จะกลายเป็นคู่ความขัดแย้งใหม่ของสังคมโดยตรงชัดเจนขึ้น และจะสร้างความขัดแย้งสะสมและรุนแรงขึ้นในอนาคต

4.กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่อง "วิธีการทำงานแบบ New

Normal ของนายกรัฐมนตรี" ระบุว่าจะผนึกประชาชนทุกภาคส่วนร่วมวางอนาคตประเทศ จะทำงานเริงชุกเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศ

นั้นถือเป็นนิมิตหมายที่ดีแม้จะสำนึกช้าไปหลายปี แต่รัฐบาลจะไม่สามารถผนึกประชาชนทุกภาคส่วนได้เลยหากยังไม่สามารถแก้ไข

ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังเรื้อรังและสร้างความปรองดองของคนในชาติ ดังนั้นรัฐบาลต้องดำเนินการแนวทางตามรัฐธรรม

นูญ มาตรา 78 หมวด 6 ว่าด้วยแนวนโยบายแห่งรัฐอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

ด้านต่างๆ และเร่งให้มีการปฏิรูปการเมืองอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาประชาธิปไตยและสร้างความสมานฉันท์ของสังคม

5.การปรองดองสมานฉันท์จะสำเร็จลุล่วงได้ทุกภาคส่วนในสังคมจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันต้องเปิดใจกว้างให้อภัยซึ่งกันและกัน

พร้อมให้ความร่วมมือ และต้องทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง อย่าให้มีวาระซ่อนเร้นเหมือนครั้งที่มีการผลักดัน พ.ร.ก.นิรโทษกรรมแบบ

สุดซอย จนนำไปสู่ความขัดแย้งบานปลาย ดังนั้นจึงขอฝากถึงนายทักษิณ ชินวัตร ถ้าอยากกลับบ้านแบบเท่ๆต้องรู้จักการอดทนรอคอย

และพิสูจน์ตัวเองให้ได้ก่อน ต้องเสียสละให้ประชาชนที่ร่วมชุมนุมเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม แต่กลับได้รับความทุกข์

ทรมานให้ได้รับการเยียวยาและเกิดสามัคคีของคนในชาติก่อน จากนั้นคนในชาติจะพิจารณาเองว่าจะให้โอกาสนายทักษิณหรือไม่อย่าง

ไร

 

ห้ามพลาด! วันนี้รอชม‘สุริยุปราคา’บางส่วน- ตรงวัน‘ครีษมายัน’กลางวันยาวสุดในรอบปี

ห้ามพลาด! วันนี้รอชม‘สุริยุปราคา’บางส่วน- ตรงวัน‘ครีษมายัน’กลางวันยาวสุดในรอบปี

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 08.52 น.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ชวนชาวไทยชม “สุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย” 21 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 13.00

-16.10 น. แนะชมผ่านอุปกรณ์กรองแสง ห้ามดูด้วยตาเปล่า หรือแว่นกันแดดโดยเด็ดขาด

21 มิถุนายน 2563 เพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า 21 มิถุนายนนี้ ชม #สุริยุปราคาบาง

ส่วน ใน #วันครีษมายัน กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี

21 มิถุนายน 2563 นอกจากจะเกิดปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาบางส่วน” แล้ว ยังเป็นวัน “ครีษมายัน” คือวันที่เวลากลางวันยาวนานที่สุด

ในรอบปี ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด

สำหรับประเทศไทย วันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. และจะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่

ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานถึง 12 ชั่วโมง 56 นาที ประเทศทางซีกโลกเหนือนับเป็นวันที่เข้าสู่ฤดูร้อน ส่วนประเทศทางซีก

โลกใต้ช่วงกลางวันจะสั้นที่สุด นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว

ในระยะเวลา 1 ปี โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ จะเกิดปรากฏการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น - ตก ของดวงอาทิตย์ทั้งหมด 4 ครั้ง ได้

แก่ #วันครีษมายัน วันที่กลางวันยาวนานที่สุด #วันเหมายัน วันที่กลางคืนยาวนานที่สุด #วันวสันตวิษุวัต และ #วันศารทวิษุวัต วันที่มี

กลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน

 
 
บางส่วน นอกจากจะสังเกตการณ์ได้เองผ่านอุปกรณ์กรองแสงอาทิตย์แล้ว ยังสามารถรับชมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ ผ่านทางเพจเฟซ
 
บุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ตั้งแต่เวลา 13:00 - 16:10 น. ข้อมูลเพิ่มเติม ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน 21 มิถุนา
 
ยน 2563

ด้านนายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563 จะเกิด

ปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาวงแหวน” แนวคราสวงแหวนพาดผ่านสาธารณรัฐอัฟริกากลาง คองโก เอธิโอเปีย ตอนใต้ของปากีสถาน ตอน

เหนือของอินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนประเทศไทยจะเห็นเป็น “สุริยุปราคาบางส่วน” ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์เพียงบาง

ส่วน ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่ง สามารถสังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย แต่ละภูมิภาคจะมองเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งมากน้อย

แตกต่างกัน

ทั้งนี้ ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังมากที่สุดบริเวณภาคเหนือที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณร้อยละ 63 ส่วนภาคใต้ที่อำเภอเบตง

จังหวัดยะลา ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังน้อยที่สุดเพียงร้อยละ 16 สำหรับกรุงเทพมหานคร ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังประมาณร้อยละ 40

สามารถสังเกตได้ในช่วงเวลาประมาณ 13:00 - 16:10 น. ตามเวลาประเทศไทย ดวงอาทิตย์จะปรากฏเว้าแหว่งมากที่สุด เวลาประมาณ 14:49 น.

“สุริยุปราคา” เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน มีดวงจันทร์อยู่ตรงกลาง เมื่อสังเกตจาก

โลกจะเห็นดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้ามาบดบังดวงอาทิตย์ สำหรับ “สุริยุปราคาบางส่วน” เกิดจากโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ไม่ได้

เรียงอยู่ในแนวเดียวกัน ขณะเกิดสุริยุปราคาบางส่วน ดวงจันทร์จึงบดบังดวงอาทิตย์เพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้มีเพียงเงามัวของดวง

จันทร์ทอดผ่านพื้นผิวโลก ผู้สังเกตบนโลกภายในบริเวณที่เงามัวของดวงจันทร์พาดผ่านจะเห็นดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บดบังเพียงบาง

ส่วนเท่านั้น

นายศุภฤกษ์ กล่าวเน้นย้ำสำหรับผู้สนใจชมปรากฏการณ์ว่า ห้ามสังเกตการณ์ด้วยตาเปล่า แว่นกันแดด ฟิล์มเอ็กซ์เรย์ หรือแผ่นซีดี

เนื่องจากแสงอาทิตย์สามารถทำลายเซลส์ประสาทตาจนตาบอดได้ ควรสังเกตการณ์ผ่านอุปกรณ์เฉพาะ ที่มีคุณสมบัติกรองแสงได้

อย่างปลอดภัย อาทิ แว่นตาดูดวงอาทิตย์ทำจากแผ่นกรองแสงพอลิเมอร์ดำ แผ่นกรองแสงอะลูมิเนียมไมลาร์ กระจกแผ่นกรองแสง

สำหรับหน้ากากเชื่อมโลหะ เบอร์ 14 หรือมากกว่า และอุปกรณ์สังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ทางอ้อม เช่น การดูเงาของแสงอาทิตย์ผ่าน

ฉากรับภาพ หรือใช้หลักการของกล้องรูเข็ม ซึ่งเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยไม่เกิดอันตรายต่อดวงตา และยังสามารถดูปรากฏการณ์ดัง

กล่าวได้ทีละหลายคน

หากสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ ต้องเป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ติดฟิลเตอร์กรองแสงดวงอาทิตย์เท่านั้น เนื่องจากกล้องโทรทรรศน์

มีเลนส์รวมแสงทำให้แสงอาทิตย์ทวีกำลังมากขึ้น เป็นอันตรายอย่างยิ่งแก่ดวงตา

เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมจากการตั้งจุดสังเกตการณ์หลักเพื่อให้บริการประชา

ชน มาเป็นการถ่ายทอดสดปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน จากหอดูดาวภูมิภาคทั้ง 4 แห่ง ของ สดร. ได้แก่ อุทยานดาราศาสตร์

สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และสงขลา ในวันที่ 21 มิถุนายน 2563 ตั้งแต่

เวลา 13:00 - 16:10 น.  สามารถติดตามได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ www.facebook.com/NARITpage

สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งต่อไปที่สามารถสังเกตได้ในประเทศไทยคือ สุริยุปราคาบางส่วน ในวันที่ 2 สิงหาคม 2570 ซึ่งจะ

ต้องรออีก 7 ปีต่อจากนี้

หน้าแรก / ในประเทศ

'แม่เลี้ยงติ๊ก'ย้ำ'จุติ'ดีที่สุด รมว.พม. 'จุติ'ขอทำหน้าที่ดีที่สุด เพื่อประชาชน

'แม่เลี้ยงติ๊ก'ย้ำ'จุติ'ดีที่สุด รมว.พม. 'จุติ'ขอทำหน้าที่ดีที่สุด เพื่อประชาชน

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 08.32 น.

จากกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รัฐมนตรีที่อาจจะถูกปรับในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ โดยจะมีนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาทำหน้าที่แทน

นางศิริวรรณ กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับมติพรรค แต่ยืนยัน รมว.จุติ เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งแล้ว พิสูจน์ได้จาการทำ

หน้าที่เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยุคที่ผ่านมา

“คุณจุติ เป็นรัฐมนตรีดีที่สุดแล้ว เพราะเคยเป็นเลขาธิการพรรคมาก่อน เขาได้ทำงานอย่างทุ่มเท ตอนที่พรรคไม่มีอะไร เรื่องแบบนี้ต้อง

ให้เกียรติ รู้บุญคุณคนทำงาน”

ด้านนายจุติ กล่าวถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นว่า ในฐานะคนของประชาชน และคนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำงานเต็มที่ตามที่ได้รับมอบ

หมายทั้งในรัฐบาลและในพรรค ส่วนเรื่องปรับคณะรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่

พร้อมยืนยันทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ตั้งใจทำงานให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในโอกาสที่มีอยู่ ขณะนี้ต้องเร่งช่วยคนทุก

อาชีพให้มากที่สุด จากผลกระทบโควิด-19 โดยปีนี้ตั้งใจจะสร้างบ้านให้คนจนเช่า 20,000 หลัง  และภายใน 5 ปี จะทำให้ได้

100,000 หลัง ตามนโยบายรัฐบาล“ไม่รู้สึกกังวล เพราะการเมืองก็เป็นแบบนี้ตลอด อยู่มานาน รู้ว่าอะไรเป็นอะไร  ทำใจให้นิ่งและ

ทำงานให้เต็มที่  ตนคิดว่าเป้าหมายและการทำงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีที่สุด”

 ..............................................................

21 มิ.ย. 2563 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน