*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3495304
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< กรกฎาคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 326 , 13:51:56 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

‘ไพบูลย์’ท้าชน‘เสรีพิศุทธ์’ปมถวายสัตย์ ลั่น‘ถ้าท่านไม่หยุด ผมจะหยุดท่านเอง’

         พาดหัวข่าวข้างบนนี้อ่านแล้วสาแก่ใจจังเลยครับ เพราะขนาดอดีตผบ.ตร.ยังเล่นไม่เลิกกับความ

ผิดพลาดที่ไม่มากเสียจนให้อภัยกันไม่ได้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอดมา โชว์ความ 'ไม่ใช่

ลูกผู้ชาย' โดยแท้ คำถามที่จะมีต่อท่านเสรีย์ คือ ท่านมีสติปัญญาที่จะเล่นงานฝ่ายตรงข้ามเพียงเท่านี้

หรือ ประเด็นนี้พาลให้หวนคิดไปถึงคำว่า 'วีระบุรุษนาแก' ที่ไม่น่าจะสมราคาเสียเลย

         มีคำโบราณกล่าวเอาไว้ว่า "คนต้นตรงแต่ปลายคด" เป็นคนที่คบไม่ได้ ครับ

 

ส่องประวัติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตนายตำรวจมือปราบฉายา วีรบุรุษนาแก https://youtu.be/ImWn2GmeNgU





การเลือกตั้ง ประวัตินักการเมือง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พรรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เลือกตั้ง62

เปิดประวัติ “เสรีพิศุทธ์” วีรบุรุษนาแก สู่เส้นทางสายการเมือง หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

 

Admin Admin  27 มี.ค. 2019  13,282

 

ตอนนี้เรียกได้ว่านอกจากอากาศเมืองไทยจะร้อนแล้ว การเมืองไทยก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เพราะหลังจากมีการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ตอนนี้เราก็เริ่มที่จะทราบผลคะแนนกันอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ซึ่งผลคะแนนอย่างเป็นทางการทาง กกต. จะทำการประกาศอีกครั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 นี้

“เสรีพิศุทธ์” วีรบุรุษนาแก สู่เส้นทางสายการเมือง

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจคือ การเลือกฝั่งของพรรคการเมืองต่าง ๆ และพรรคการเมืองที่ทุกคนกำลังจับตามองก็คือ พรรรคเสรีรวมไทย ที่นำทัพโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ซึ่งได้เข้าร่วมฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคพลังปวงชนไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคประชาชาติ (รวม 255 เสียง) พร้อมเรียกร้องให้ กกต. เปิดผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมาก่อน และแสดงจุดยืนของพรรคการเมืองที่เป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

ภาพจาก FB : พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

ซึ่งผลจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง เราคงต้องรอติดตามกันต่อไป แต่ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ จะพาทุกคนมาย้อนเส้นทางการเมืองของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กันค่ะ

ประวัติส่วนตัว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ชื่อเดิมว่า เสรี) มีชื่อเล่นว่า ตู่ เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2491 เป็นบุตรของนายชื้น และนางอรุณ สมรสกับพัสวีศิริ (สกุลเดิม เทพชาตรี) สำหรับสกุล เตมียเวส ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2457

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

ภาพจาก FB : พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

เส้นทางการรับราชการ

ด้านการศึกษาจบการศึกษาระดับมัธยมต้นจากโรงเรียนทวีธาภิเศก จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 8 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 24 ซึ่งได้เริ่มชีวิตราชการในพื้นที่ภาคอีสาน จ.นครพนม ในช่วงปี พ.ศ. 2515 – 2524 ได้ต่อสู่เข้าปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ จนบ้านเมืองกลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้ง พร้อมได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญรามมาลา เข็มกล้ากลางสมร และเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 1

ซึ่งจากเหตุกาณ์ในครั้งนี้ก็ทำให้เขาได้รับการขนานนามและยกย่องว่าเป็น วีรบุรุษนาแก ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังได้รับพระราชทานรางวัลคนไทยตัวอย่าง, รางวัลบุคคลดีเด่นของชาติ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และรางวัลข้าราชการที่ประพฤติตนชอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายมหาวิทยาลัย อีกด้วย

โดยในสมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ถูกส่งไปช่วยราชการที่ตำรวจภูธรภาค 2 ได้จับกุม นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินทิ้งขยะที่เข้าไม้แก้ว จนศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกกำนันเป๊าะ

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปรามเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ในช่วงปีพ.ศ. 2533 – 2534 และจากเหตุการณ์รัฐประหารใน ปี พ.ศ. 2534 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ได้เปลี่ยนชื่อจาก เสรี มาเป็น เสรีพิศุทธ์ เพื่อเป็นการแก้เคล็ด เนื่องจากชื่อไม่ถูกโฉลก

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

ภาพจาก : news.mthai.com

และจากภาพลักษณ์ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่เป็นนายตำรวจมือปราบซื่อตรงก็ทำให้เขาได้รับฉายาว่า มือปราบตงฉิน เนื่องจากการที่เขาได้ทำคดีสำคัญ ๆ มากมายที่ได้รับความสนใจจากสังคมและสื่อต่าง ๆ มีการจับกุมนักการเมือง รัฐมนตรี เจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลหลายคนด้วยกัน ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถูกโยกย้ายอยู่บ่อยครั้งไปดูแลในส่วนงานที่ไม่ต้องมีการควบคุมกำลัง เช่น กองวิทยาการตำรวจ หรือ ประจำกรมตำรวจ เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่แล้วก็เหมือนถูกฟ้ากลั่นแกล้งให้ถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา สบ. 10 ก่อนที่จะกลับมารักษาการในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 (แทน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ที่ได้รับคำสั่งไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี) และได้รับการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550

ต่อมาในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2550 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้มีประกาศ ฉบับที่ 1 แต่งตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ

เส้นทางการเมือง

เมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2551 ภายหลังพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง พ.ต.อ.ทินกร มั่งคั่ง อดีตนายเวร ที่ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปลดออกจากราชการได้ลงนามในหนังสือร้องเรียนทั้ง 3 ฉบับถึง นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งในขณะนั้นได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 และในวันรุ่งขึ้น นายสมัคร นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวยทางวินัยร้ายแรงกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทันที และในวันเดียวกันนี้ได้มีการออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ทันที

ต่อมาในวันที่ วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2551 นายสมัคร นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 73/2551 ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากราชการเอาไว้ก่อน หลังจากนั้นในวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ได้จัดแถลงข่าวถึงเรื่องที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งอย่างไม่เป็นธรรม

‘เสรีพิศุทธ์’ ลั่น!! ได้เป็นนายกฯวันไหน สั่งเลิกเกณฑ์ทหารทันที

 

และในเวลาต่อมาในสมัยที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการสั่งหยุดการสอบสวน และยกเลิกคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากราชการไว้ก่อน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ได้เปิดตัวแสดงเจตนาที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ในนามกลุ่มพลังกรุงเทพ  โดยได้เบอร์ 11 และได้รับคะแนนทั้งสิ้น 166,582 คะแนน โดยมีคะแนนเป็นอันดับ 3 ต่อจากพรรคการเมืองใหญ่ทั้ง 2 พรรค และอันดับหนึ่งจากผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคอีก 23 คน

และในเวลาต่อมาก็ได้เข้ามาอยู่ใน พรรคเสรีรวมไทย (จดทะเบียนตั้งเป็นพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2556) โดยมีนายไพบูลย์ พึ่งทองหล่อ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก แต่ต่อมาในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรกได้ขอลาออกจากตำแหน่งทั้งคณะ จึงเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคโดยได้เชิญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยจนถึงในปัจจุบัน

ภายหลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ออกมาาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลอยู่หลายครั้งด้วยกัน จนฝ่ายกฎหมาย คสช. ต้องเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ในข้อหากระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ

 

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
‘ไพบูลย์’ท้าชน‘เสรีพิศุทธ์’ปมถวายสัตย์ ลั่น‘ถ้าท่านไม่หยุด ผมจะหยุดท่านเอง’

‘ไพบูลย์’ท้าชน‘เสรีพิศุทธ์’ปมถวายสัตย์ ลั่น‘ถ้าท่านไม่หยุด ผมจะหยุดท่านเอง’

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 13.30 น.

"ไพบูลย์"เปิดศึกแตกหัก"เสรีพิศุทธ์"เลื่อนญัตติถอดพ้น ปธ.กมธ.ป.ป.ช.สัปดาห์หน้า หลังไม่ยอมจบกรณีปมถวายสัตย์ฯบิ๊กตู่ ลั่นเอาผิดถึงที่สุด ไม่หยุดแค่สภาฯ

เมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม 2563 ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกัน และปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ แถลงว่า การที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการฯ และกรรมาธิการรวม 8 คน ได้มีมติเสนอเรื่องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนและเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง เพราะการประชุมกมธ.ป.ป.ช.ในวันดังกล่าว ปรากฏว่ายังเป็นช่วงเวลาที่กรรมาธิการคนอื่นๆ ติดภารกิจอยู่และกรรมาธิการในสัดส่วนส.ส.พรรครัฐบาลไม่รู้เรื่อง โดยในที่ประชุมมีกรรมาธิการมีอยู่จำนวน 8 คน เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครัฐบาล อยู่ 3 คน และได้งดออกเสียงในการลงคะแนน รวมถึงที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการฯ เคยมีมติเสียงข้างมากแล้วให้ยุติการพิจารณาเรื่องการถวายสัตย์จึงเป็นที่มาของการเสนอญัตติให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ซึ่งได้บรรจุเข้าสภาตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งไม่รับคำร้องในประเด็นนี้ ด้วยเหตุนี้จะได้ประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เลื่อนระเบียบวาระดังกล่าวขี้นมาให้ได้รับการพิจารณาก่อนในที่ประชุมสัปดาห์หน้า

"เมื่อท่านไม่ยอมหยุด ผมก็ต้องหยุดท่านโดยเสียงของสภา โดยในญัตติที่ผมได้เสนอเข้าสภาระบุชัดเจนว่าการดำเนินการของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นการดำเนินการมิชอบ หากสภาฯ เห็นด้วยก็ย่อมมีผลผูกพัน และมีผลให้มติที่ยื่นประธานสภาไปนั้นมิชอบด้วยกฎหมาย การพิจารณาของสภาฯเท่ากับเป็นการวินิจฉัย และรับรองไปด้วย หมดทางเลือกแล้ว เพราะต้องเป็นหน้าที่ของสภาฯ" นายไพบูลย์ กล่าว

 
 
ศบค.แถลงพบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 1 ราย กลับมาจากประเทศบาห์เรน

ศบค.แถลงพบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 1 ราย กลับมาจากประเทศบาห์เรน

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 11.36 น.

วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 1 ราย เป็นหญิงไทย เดินทางมาจากต่างประเทศบาห์เรน ตอนนี้อยู่ใน State Quarantineในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,180 ราย หายป่วยสะสม 3,066 ราย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 56 ราย รักษาหายเพิ่ม 7 คน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย

 
 
 
‘วิสาร’อัดงบฯฉบับเพ้อฝัน! ‘มท.1’ชี้จำเป็นต้องมีฮ.ใช้ยันใครโกงคุกรออยู่

‘วิสาร’อัดงบฯฉบับเพ้อฝัน! ‘มท.1’ชี้จำเป็นต้องมีฮ.ใช้ยันใครโกงคุกรออยู่

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 13.39 น.

“วิสาร” อัดงบฯฉบับเพ้อฝัน จี้ “มท.1”  กล้าตัดงบไม่จำเป็น แฉ “กรมการปกครอง” ซื้อรถปิ๊กอัพให้ อส.แต่คุณนายใช้  ด้าน “บิ๊กป๊อก” ยันจำเป็นต้องซื้อฮ.-รถดับเพลิง เสริมคุณภาพกู้ภัยสู่สากล ยันไม่ว่าใครโกงคุกรออยู่

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วงเงิน 3,300,000,000,000 บาท เป็นวันที่ 3  โดยนายวิสาร เตะชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย  พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า วันนี้ตนไม่มีความหวังกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่มีความหวังที่ ส.ส. ทำงานอย่างเข้มแข็งตนนอนตาหลับแล้ว แต่การจัดทำงบปี 2564 เป็นงบประมาณที่ตกยุค เป็นการตั้งงบประมาณแบบเพ้อฝัน เพราะการจัดเก็บภาษีไม่มีทางได้เลย เพราะภาวะขณะนี้ รัฐบาลล็อกดาวน์ประเทศ ชาวบ้านเดือดร้อนหมด บริษัทไม่มีเงินเสียภาษี ตอนนี้ไม่ต้องคิดว่า จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขอให้ประชาชนประคองชีวิตให้รอดก็ลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย เรื่องที่ไม่ควรใช้งบประมาณ โดยขอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ใช้ความกล้าหาญในการตัดงบบางตัวของกระทรวงมหาดไทย เช่น ศาลากลาง ศูนย์ราชการ ที่ว่าการ เพื่อเอาไปใช้อย่างอื่นได้

นายวิสาร กล่าวอีกว่า โครงการสะพานแบลี่ย์จำเป็นต้องใช้หรือไม่ ถ้าเทียบประเทศไทยเป็นคนป่วย ก็อยู่ในขั้นโคม่า มะเร็งระดับ 4 หรือการจัดซื้อรถฉีดน้ำ รถกู้ภัย  รถไฮโดรลิค รถอเนกประสงค์  ที่สำคัญรถผลิตอากาศจำนวน 6,000 คัน จำนวนหลายร้อยล้านบาท ปรากฏว่าเกิดเหตุ หมูป่าติดถ้ำที่ขุนน้ำนางนอน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ก็หาเรื่องซื้อ ดังนั้นขอให้ยกเลิก  เพราะเป็นงบประมาณปี 2564 รวมถึงหลังคาโค้งไร้โครงสร้าง ตัวละ 10 กว่าล้านบาท จึงขอให้ยกเลิก แล้วเอางบเหล่านี้ไปเป็นอาหารให้กับคนจนดีกว่า  นอกจากนั้นโครงการไฟป่าเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลชุดนี้ตั้งไว้ แต่ไม่สำเร็จ  การดับไฟป้าวิธีการง่ายๆชาวบ้านเขาใช้เครื่องพ่นยา และเขาต้องการเฉพาะเครื่องเป่าลมสำหรับทำแนวกันไฟ แต่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ มูลค่า 1,800 ล้านบาท 

นายวิสาร กล่าวอีกว่า ขอถามว่า ปภ. เป็นกองทัพหรือ จำเป็นต้องมีฝูงบินหรือ เรามีเครื่องบินปีกหมุน 300 กว่าลำ สามารถเอามาใช้ได้ ซึ่งปี 2562-2565 จะจัดซื้ออีก 6 ลำ ขณะนี้เหลืออีก 4  ลำ ขอให้ยกเลิก เพราะไม่จำเป็น ที่สำคัญมีข่าวว่าถูกสั่งการจาก “ผู้มีอิทธิพลจากส่วนกลาง” โดยบริษัทที่ได้คือบริษัท ดาต้าเกต ซึ่งเป็นบริหารค่าอาวุธ ยุโธปกรณ์ตั้งแต่สมัยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังเป็น ผบ.ทบ.จำนวนหลายพ้นล้านบาท  ดังนั้นการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ถือว่าเกินความจำเป็น ในภาวะวิกฤตอย่างนี้ ตนว่าประเทศไทยต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

“ที่สำคัญ รถปิ๊กอัพบางคัน กรมการปกครองซื้อไปให้กองอาสารักษาดินแดน (อส.)ใช้ทุกที่ และมีการล็อกสเปก เป็นที่รู้กันว่าเอายี่ห้ออะไร และเขาบอกว่า อส. ไม่ได้นั่ง มีแต่นาย แต่นายนั่งยังไม่เท่าไหร่ แต่มีคุณนายไปใช้ด้วย ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ จึงขอให้ยกเลิกงบเหล่านี้ แล้วเอามาใช้ที่จำเป็น และในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ แก้ไขปัญหาไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม รวบอำนาจ ทำลายศักยภาพ เกียรติภูมิขอองประเทศไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อนในปะวัติศาสตร์  และขอเรียกงบฉบับนี้ว่า ฉบับเพ้อฝัน ผลาญงบ จบด้วยโควิด ซึ่งนายกฯจะจบไปก่อนหรือคนไทยจะจบไปก่อน” นายวิสาร กล่าว

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวชี้แจงว่า  การจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนั้น ทุกจังหวัดมีความสำคัญ เมื่อเกิดภัยพิบัติใดก็ตาม เราไม่สามารถส่งเครื่องมือและอุปกรณ์ให้ทุกจังหวัดได้ ปภ.จึงจัดตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต รวม 18 เขตทั่วประเทศ โดยให้จังหวัดที่อยู่ในแต่ละเขตใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆร่วมกัน ขณะที่การจัดซื้ออุปกรณ์ก็ทำเท่าที่จำเป็น และพยายามรวมกันใช้อุปกรณ์ให้ประหยัดที่สุด ส่วนที่มีการอภิปรายถึงเรื่องสะพานแบลีย์นั้น

“ผมขอชี้แจงว่า สะพานดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีใช้ในกรณีเกิดเหตุสะพานถูกตัดขาด เพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรเป็นการชั่วคราว โดยสะพานนี้จะใช้งานนานพอสมควร เพราะจะถอนออกได้ต่อเมื่อมีงบประมาณมาสร้างสะพานใหม่ ส่วนรถอัดอากาศ เราไม่เคยมี แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีใช้ในการกู้ภัย เพราะใช้เติมอากาศให้ผู้ประสบภัยกรณีเกิดเหตุในพื้นที่ที่จำกัด อาทิ เหตุการณ์เหมืองถล่ม อาคารถล่ม 

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า  สำหรับการดับเพลิงนั้น รถดับเพลิงที่เรามีอยู่ ฉีดน้ำกรณีอาคารสูงที่สุด 20 ชั้น แต่อาคารในกรุงเทพฯหลายแห่งมีความสูงถึงร้อยชั้น รถดับเพลิงที่มีอยู่จึงไม่สามารถดับเพลิงกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ในพื้นที่ที่อยู่สูงเกิน 20 ชั้น และถ้าเป็นเหตุไฟไหม้ตึกสูงในต่างจังหวัด ก็ต้องยืมรถดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไปใช้ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่จะมีการจัดซื้อนั้น เป็นเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยทำได้ทั้งการขนน้ำไปเทดับไฟ และยังมีเครื่องฉีดน้ำเข้าไปดับเพลิงในตึก ซึ่งเราไม่เคยมีเป็นของตัวเอง โดยที่ผ่านมา เราต้องไปขอยืมเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพ แต่ทำได้แค่หิ้วน้ำไปดับไฟ  เพราะไม่ได้ติดตั้งเครื่องฉีดน้ำ ซึ่งในต่างประเทศ การบรรเทาสาธารณภัยต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ของฝ่ายพลเรือน ไม่ใช่ไปขอยืมจากกองทัพมาใช้ เราจึงต้องมีเฮลิคอปเตอร์นี้เพื่อให้การบรรเทาสาธารณภัยของเราเป็นไปตามมาตรฐานสากล 

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าส.ส.ของจังหวัดในภาคเหนือรู้ดีว่าการขอยืมเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพมาใช้ดับไฟ ทำได้แค่หิ้วน้ำมาดับไฟ แต่ไม่ตรงเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทยพยายามใช้งบประมาณให้ประหยัดที่สุดในการจัดซื้ออุปกรณ์กู้ภัย การที่เราขอซื้อเฮลิคอปเตอร์นี้หลายลำไม่ได้ทำเพื่อตั้งเป็นกองบิน การจะซื้อ 6 ลำ เป็นเพราะต้องมีไว้สลับกันใช้งานกรณีที่ต้องมีการซ่อมบำรุง และจะช่วยให้การเข้าไปดับไฟ เป็นระลอกทำได้สะดวก อีกทั้งสามารถใช้ดับไฟบนเขาได้  ส่วนบริษัทใดจะชนะการประมูลนั้น เป็นเรื่องของ ปภ.พิจารณา  ถ้าอยากได้ของดีก็ย่อมมีราคาสูง

“เรื่องการจัดซื้อจะมีความโปร่งใสหรือไม่นั้น ผมยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี ส.ส. หรือท้องถิ่น ถ้าใครทำผิดก็ต้องโดนกฎหมาย มีคุกรออยู่ จึงควรทำให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการนี้ ไม่ใช่ไปพูดให้ประชาชนรู้สิ้นหวังว่า มีแต่คนโกงทำอะไรก็ได้ ทั้งที่มีศาลอยู่ ที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่า มีผู้ใหญ่นายโตทั้งหลายมีคดีทั้งนั้น หนีกันก็เยอะ คงไม่ต้องงพูดอะไร ขอให้เป็นไปตามนั้น ถ้าบริษัทที่เขาได้ ได้ตามกฎหมาย ก็ไม่มีอะไรแปลก ส่วนรถปิ๊กอัพถ้ามีคุณนายไปนั่ง ทำผิดกฎหมาย ก็ว่ามา นายอำเภอ ผู้ว่าฯคนไหนทำอย่างนั้น เราก็จะได้เอาออกไป แล้วคนอื่นมาเป็น จึงขอยืนยันว่า งบประมาณดังกล่าวของกระทรวงมหาดไทยเป็นสิ่งจำเป็น” รมว.มหาดไทย กล่าว

 
'ชลน่าน' อัด 'บิ๊กตู่'จัดงบดูถูกสภาเป็น'ตรายาง'   บีบเวลาพิจารณาให้ผ่านงบ 3.3 ล้านล้านง่ายๆ

'ชลน่าน' อัด 'บิ๊กตู่'จัดงบดูถูกสภาเป็น'ตรายาง' บีบเวลาพิจารณาให้ผ่านงบ 3.3 ล้านล้านง่ายๆ

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 09.09 น.
  • วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564  วงเงิน3.3แสนล้านล้านบาท ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1  ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ช่วงคืนที่ผ่านมาว่า ใน เวลา 23.10 น. วันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว  ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การอภิปรายงบประมาณในช่วงค่ำ ส.ส.รัฐบาล และซีกฝ่ายค้านยังสลับกันขึ้นอภิปราย โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า เท่าที่ฟังส.ส.ฝ่ายค้าน มีเจตนาชัดเจนคาดการณ์ไปข้างหน้าแล้ว จึงไม่สามารถรับหลักการงบประมาณฉบับนี้ได้ เพราะแม้แต่ส.ส.รัฐบาลก็มีข้อเสนอแนะติติงทุกคน จึงเป็นเรื่องแปลกมากที่ฝ่ายค้านไม่ต้องขอแรงเลยว่า เพราะสมาชิกทุกคนเห็นตรงกันว่า มีปัญหาจริงๆ เหตุที่ตนจะไม่รับ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่ให้เกียรติสภา ดูถูกสภาเป็นตรายาง ไม่สนใจปฏิทินงบประมาณ ทำให้ในชั้นกมธ.เหลือเวลาพิจารณาเพียง 70 วันจาก 105 วันเท่านั้น นี่จึงทำให้กมธ.ต้องทำตัวเป็นเทวดา ต้องเป็นผู้ยั่งรู้มาก เพราะปีนี้มีหน่วยรับงบประมาณถึง 748 หน่วย 70 วันที่เหลือกมธ.ต้องพิจารณา วันละถึง 10 หน่วยรับงบ ถือเป็นการบีบบังคับเหมือนเราเป็นตรายาง อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่า ร่างที่เสนอมาไม่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ จัดงบแบบรัฐราชการ มีแต่รายจ่ายประจำ งบลงทุนมีไม่มาก และไม่สอดคล้องกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เรากำลังเจอปัญหาอยู่


"มหาประยุทธภัยที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในการปิดบ้านปิดเมือง จนมีผลกระทบทำให้เกิดมหาวิกฤตเศรษฐกิจแน่นอน ในอีก 3 เดือนข้างหน้า และจะอยู่ต่อไปอีก 2 ปี เมื่อเจอวิกฤต แต่การจัดเก็บภาษีตามที่คาดการณ์ไว้ 2.67 ล้านล้านบาทนั้น ตนคิดว่า ยังไงก็ไม่เข้าเป้า จึงอยากถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า จะทำอย่างไร เพราะกู้เงินเพิ่มไม่ได้แล้ว กู้ติดกันมาตั้งแต่ปี 2557 ต่อกันมา 5 ปี ปีหน้าถ้ากูอีก ล้มละลายทางการเงินแน่นอน จึงอยากฝากให้กมธ.เข้าไปหาวิธีนำเงินนอกงบประมาณที่มีสูงถึง 4 ล้านล้านบาทมาใช้เกิดประโยชน์ และช่วยปรับลดรายจ่ายประจำที่ไม่แท้ เช่น ค่าเช่ารถ และงบลงทุนที่ไม่เหมาะสมออกไป และขอฝากไปถึงครม.ให้เตรียมแปรญัตติในชั้นกมธ.เพื่อนำงบที่ไม่จำเป็น รวมถึงเงินงบนอกงบประมาณ เป็นมาชดเชยกับการเก็บภาษีที่ไม่เข้าเป้า ยืนยันว่า แม้จะไม่เห็นด้วยกับหลักการ หากมีการแก้ไขในชั้นกมธ. ฝ่ายค้านยินดีให้ผ่าน แม้ความหวังริบหรี่ก็ตาม" นพ.ชลน่าน กล่าว

 
‘บิ๊กป้อม’ลั่นส.ส.พปชร. โตแล้ว ไม่ต้องย้ำลงมติงบ64 ปัดขย่มเก้าอี้‘สมคิด’

‘บิ๊กป้อม’ลั่นส.ส.พปชร. โตแล้ว ไม่ต้องย้ำลงมติงบ64 ปัดขย่มเก้าอี้‘สมคิด’

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 11.54 น.

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการกำชับ ส.ส.พรรค พปชร. ให้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในวาระ 1 โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนถามสื่อว่า “ไม่น่าถามเลยนะ”  ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ในการประชุมเมื่อวานนี้ (2 กรกฎาคม) ฝ่ายค้านเกือบเสนอขอให้ประธานสภาฯ นับองค์ประชุม เพราะส.ส.อยู่ในห้องประชุมน้อย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาก็อยู่ในห้องประชุมกันทั้งหมด อยู่กันรอบๆ ไม่ได้ไปไหน เขารู้กันอยู่แล้ว เขาโตแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความพร้อมในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็ต้องเลือก”

เมื่อถามว่า กดดันหรือไม่ เพราะว่า การเลือกตั้งเขตนี้ที่ผ่านมาคะแนนห่างกันไม่มาก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ชนะคู่แข่งมา 10,000 คะแนน แต่ก็แล้วแต่ประชาชน ต้องให้เกียรติประชาชน

 เปิดประวัติ “เสรีพิศุทธ์” วีรบุรุษนาแก สู่เก้าอี้ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

พรรคเสรีรวมไทย จดทะเบียนตั้งเป็นพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2556 มีนายไพบูลย์ พึ่งทองหล่อ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก ต่อมาในวันที่ 26 ธ.ค. ปี 2556 คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรกได้ขอลาออกจากตำแหน่งทั้งคณะ จึงเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคโดยได้เชิญ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เดิมชื่อ เสรี เตมียาเวส แต่มาเปลี่ยนชื่อในภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารใน ปี 2534 เป็น เสรีพิศุทธ์ เพื่อแก้เคล็ด เพราะถูกเด้ง สมัยเป็นผู้บังคับการกองปราบปราม เนื่องจากไปสนิทสนมกับจปร.รุ่น 7 ที่ไม่กินเส้นกับคณะรัฐประหารที่มาจากจปร.รุ่น 5 อีกทั้ง สมัยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปราม ก็ถูกวางระเบิดถึงห้องทำงานด้วย  

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ จบจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 8 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 24 เริ่มชีวิตราชการในพื้นที่ภาคอีสาน จ.นครพนม โดยมีบทบาทปราบปรามคอมมิวนิสต์ จนได้รับการยกย่องว่า “วีรบุรุษนาแก

ในสมัยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ถูกส่งไปช่วยราชการที่ตำรวจภูธรภาค 2 ได้จับกุม “นายสมชาย คุณปลื้ม” หรือ “กำนันเป๊าะ”  ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินทิ้งขยะที่เข้าไม้แก้ว จนศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกกำนันเป๊าะ

 ในช่วงรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ถูกรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ขณะนั้นนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษา สบ.10 จนมีคำสั่งให้ดำรงตำแหน่ง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2550 แทน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ที่ถูกย้ายช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะคณะรัฐประหารไม่ไว้วางใจ และ ในวันที่ 20 มิ.ย. 2550 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้มีประกาศแต่งตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นสมาชิกคมช. ด้วย

เหตุการณ์ชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์  วันที่ 22 ก.ค. 2550 ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในฐานะรักษาการผบ.ตร. ก็เข้าบัญชาการควบคุมสถานการณ์ โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นมีการปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุม จนได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย จนเขาเป็นไม้เบื่อไม้เมากับผู้ชุมนุมนปก.ในช่วงนั้นเช่นกัน     

ต่อมาในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ถูกไปย้ายช่วยราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทน

หลังการรัฐประหาร พ.ค. 2557 พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์  ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาล คสช. อย่างหนัก จนฝ่ายกฎหมาย คสช. ต้องเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ในข้อหากระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ

เลือกตั้งปี 2562 พรรคของพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ประกาศชัดเจนว่าส่งผู้สมัครลงทุกเขต โดยคาดหวัง 80 ที่นั่งในสภา 

 
คึกคัก! พุทธศาสนิกชนถวายเทียนพรรษาแบบ ‘New normal’

คึกคัก! พุทธศาสนิกชนถวายเทียนพรรษาแบบ ‘New normal’

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 13.08 น.

หลายหน่วยงานในจังหวัดพิษณุโลก จัดโครงการประเพณีถวายเทียนพรรษา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2563 ในรูปแบบเว้นระยะห่างเพื่อสังคม เริ่มมีพุทธศาสนิกชนมาถวายเทียนตามประเพณีเข้าพรรษาจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ที่วัดหนองบัวใหม่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลกนายบุญทรง แทนธานี นายกเทศบาลนครพิษณุโลกนำ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เทศบาลนครพิษณุโลก จัดโครงการประเพณีถวายเทียนพรรษา และกองผ้าป่า เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2563 ขึ้น ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามนี้ไว้สืบไป

 

สำหรับ เทศบาลนครพิษณุโลกเป็นหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดประชาชน มีหน้าที่พัฒนาพื้นที่ที่รับผิดชอบ และมีหน้าที่บำรุงศิลปะจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น และในช่วงเดือนกรกฎาคมของ ทุกปีจะมีการจัดประเพณีการแห่เทียนและถวายเทียนพรรษา เป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้ถือปฏิบัติกันโดยเสมอมา และถือเป็นประเพณีที่สำคัญในพุทธศาสนา ที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาที่วัดเป็นเวลา 3 เดือน และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนทำบุญรักษาศีลประพฤติตามหลักธรรมของพุทธศาสนาอย่างจริงจัง

 

แต่ในสถานการณ์โควิด 19 ทำให้การจัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษาในปีนี้ เป็นรูปแบบใหม่ new normal  มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย การจัดโต๊ะเว้นระยะห่างประมาณ 1 เมตร  และจัดกิจกรรมในสถานที่โปร่งอากาศถ่ายเท ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่การจัดกิจกรรมถวายเทียนปีนี้

ขณะที่บรรยากาศภายในวิหารหลวงพ่อทองดำ วัดราชบูรณะ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ในสังกัด สำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดพิษณุโลก ประกอบพิธีถวายเทียนจำนำพรรษา พร้อมด้วย กองผ้าป่า มาถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อเป็นการสืบสานประเพณี ให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าวัด ฟังธรรม รักษาศีล และปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ประเพณีของท้องถิ่นอันดีงามนี้ให้คงไว้สืบไป

นอกจากนี้บรรยากาศตามวัดต่างๆเริ่มมีพุทธศาสนิกเดินทางมาถวายเทียน ตามประเพณีวันเข้าพรรษา อย่างคึกคัก

 ..................................................................
 
3 กรกฎาคม 2563

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน