*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3495592
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< กรกฎาคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 389 , 14:23:39 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นายไพศาล พืชมงคล ทำตัวเป็นแหล่งข่าวแถลงมีการส่งชื่อรัฐมนตรีแล้ว ดังข่าว;

ด่วน

รัฐบาลอยู่มาครบปีแล้ว กฎหมายงบประมาณ 64 ก็ผ่านวาระแรกแล้ว เสียงรัฐบาลก็ชัดเจนแล้ว ลุงป้อมก็จัดพรรคลงตัวแล้ว รูปการแบบนี้การปรับคณะรัฐมนตรี คงจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้แน่นอน

คงจะไม่รอจนกระทั่งปู้ยี่ปู้ยำเงิน 1.9 ล้านล้านบาทหมดก่อนหรอกครับ

         คงไม่รับผิดชอบต่อความจริงหรอกครับ

 

 

'ฟลอริดา'ทุบสถิติ ผู้ป่วยโควิด-19วันเดียวพุ่ง 1 หมื่นคน

'ฟลอริดา'ทุบสถิติ ผู้ป่วยโควิด-19วันเดียวพุ่ง 1 หมื่นคน

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 11.04 น.

5 ก.ค.63 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัฐฟลอริดา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ตรวจพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สูงถึง 11,458 รายในวันเสาร์ (4 ก.ค.) ทำลายสถิติยอดผู้ป่วยรายวันของรัฐ สถิติเมื่อวันเสาร์ ทำให้ฟลอริดามียอดผู้ป่วยรายวันสูงเกิน 10,000 รายเป็นครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน

ฟลอริดาพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ทำให้รัฐต้องยกเลิกมาตรการเปิดเมืองบางส่วนหลังเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 4 พ.ค.

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าสถิติผู้ป่วยใหม่รายวันเมื่อวันเสาร์ (4 ก.ค.) ของฟลอริดาสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ เป็นรองเพียงรัฐนิวยอร์กซึ่งพบผู้ป่วยใหม่ 11,571 รายเมื่อวันที่ 15 เม.ย.

 
ศบค.รายงานพบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 5 ราย กลับมาจาก 4 ประเทศ
วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 11.45 น.
 
ศบค.รายงานพบผู้ป่วย‘โควิด’ใหม่ 5 ราย กลับมาจาก 4 ประเทศ
 
5 กรกฎาคม 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวัน ว่า  มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น  5 ราย พบในสถานที่กักตัวของรัฐ โดยทั้งหมดเดินทางมาจากต่างประเทศ แยกเป็น ประเทศอินเดีย 1 ราย , คูเวต 2 ราย , สหรัฐอเมริกา 1 ราย และ ญี่ปุ่น 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,190 ราย  หายป่วยสะสม 3,071  ราย ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย  และไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อภายในประเทศติดต่อกัน 41 วัน 

สำหรับสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ณ วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น. ยอดผู้ติดเชื้อรวม 11,380,633 ราย อาการรุนแรง 58,530 ราย รักษาหายแล้ว 6,439,666 ราย เสียชีวิต 533,449 ราย

'อินเดีย'สถานการณ์น่าเป็นห่วง ป่วยใหม่24,850รายทลายสถิติที่เคยมีมา

'อินเดีย'สถานการณ์น่าเป็นห่วง ป่วยใหม่24,850รายทลายสถิติที่เคยมีมา

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.07 น.
 

​5 กรกฎาคม 2563 สำนักข่าวซินหัวรายงาน กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียรายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ใหม่ 24,850 ราย และผู้เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว 613 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้สถิติผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตสะสมทะยานแตะ 673,165 ราย และ 19,268 ราย ตามลำดับ

‘หมอวรงค์’ลั่น6ก.ค.ฉาย15ชื่อลงเพจ ท้าคณะก้าวหน้าแจงสเตทเม้น

‘หมอวรงค์’ลั่น6ก.ค.ฉาย15ชื่อลงเพจ ท้าคณะก้าวหน้าแจงสเตทเม้น

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 13.29 น.

‘หมอวรงค์’ลั่น6ก.ค.ฉาย15ชื่อลงเพจ ท้าคณะก้าวหน้าแจงสเตทเม้น

5 กรกฎาคม 2563 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตผู้บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Warong Dechgitvigrom เรื่อง “ฉีกหน้ากาก” มีเนื้อหาดังนี้

ผ่านไปหนึ่งวัน มีปฏิกิริยาจากข้อเรียกร้องของผม ต่อคณะก้าวหน้าแตกต่างกันไป นายปิยบุตรเงียบ นายธนาธรเลี่ยงที่จะตอบ แต่ก็ยังยืนยันว่าพร้อมชี้แจง ส่วนคุณช่อก็มาในฟอร์มว่า ให้ฝ่ายกฎหมายร่างคำฟ้อง และยังยืนยันว่าโอนเงินครบตามรายชื่อ ทำด้วยความโปร่งใส เอกสารทางการเงินเก็บในระบบเรียบร้อย

แต่ถ้าไม่สามารถมาเปิดเผยได้ครบ ในเวลากำหนด จะถือว่าโครงการเมย์เดย์เมย์เดย์ หลอกลวงประชาชนที่สำคัญหลักฐานการโอนเงินใน 15 คนนี้ ควรจะลงวันที่ ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนนี้ครับ ถ้าลงวันที่เดือนกรกฎาคม จะถือว่าเป็นการโอนเงินย้อนหลัง

 

‘ไพศาล’แจ้งข่าวด่วน!!! บางพรรคส่งชื่อรัฐมนตรี ยื่นปรับครม.แล้ว

‘ไพศาล’แจ้งข่าวด่วน!!! บางพรรคส่งชื่อรัฐมนตรี ยื่นปรับครม.แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 07.48 น.

‘ไพศาล’แจ้งข่าวด่วน!!! บางพรรคส่งชื่อรัฐมนตรี ยื่นปรับครม.แล้ว

5 กรกฎาคม 2563 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol มีเนื้อหาดังนี้

ด่วน

รัฐบาลอยู่มาครบปีแล้ว กฎหมายงบประมาณ 64 ก็ผ่านวาระแรกแล้ว เสียงรัฐบาลก็ชัดเจนแล้ว ลุงป้อมก็จัดพรรคลงตัวแล้ว รูปการแบบนี้การปรับคณะรัฐมนตรี คงจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้แน่นอน

คงจะไม่รอจนกระทั่งปู้ยี่ปู้ยำเงิน 1.9 ล้านล้านบาทหมดก่อนหรอกครับ

 

'ในหลวง'พระราชทานสิ่งของจนท.บาดเจ็บจากเหตุคนร้ายซุ่มยิง จ.ปัตตานี

'ในหลวง'พระราชทานสิ่งของจนท.บาดเจ็บจากเหตุคนร้ายซุ่มยิง จ.ปัตตานี

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 13.18 น.
 

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯ ให้ ผู้ว่าฯ สงขลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของมอบพันตรี ประเทือง พุศลพงษ์ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 42 ที่ได้รับบาดเจ็บ

4 ก.ค.63 เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ พันตรี ประเทือง พุศลพงษ์ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 42 ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ ขณะสนธิกำลังร่วม 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบเป้าหมายยาเสพติดในพื้นที่บ้านราวอ หมู่ที่ 1 ตำบลดอน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ พันตรี ประเทือง และครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

 

 
 
 

 

ตร.เข้มรับบุคคล 11 กลุ่มเดินทางเข้าไทย ย้ำต้องกักตัว-ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด

ตร.เข้มรับบุคคล 11 กลุ่มเดินทางเข้าไทย ย้ำต้องกักตัว-ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 12.08 น.

ตร.เข้มรับบุคคล 11 กลุ่มเดินทางเข้าไทย ย้ำต้องกักตัว-ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด

5 กรกฎาคม 2563 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองโฆษก ตร.) และรองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (รอง ผบก.ตม.3) เปิดเผยว่า ตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ (ฉบับที่ 12) ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) ที่ 7/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ประกอบกับ ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ซึ่งห้ามอากาศยานขนส่งบุคคลทำการบินเข้ามายังท่าอากาศยานประเทศไทยเว้นแต่เป็นกรณี 11 กลุ่มผู้โดยสารนั้น

ในการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรของบุคคลประเภทใดประเภทหนึ่ง ในจำนวน 11 กลุ่ม ที่ได้รับการยกเว้น ทางอากาศยาน ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข เงื่อนเวลาและหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง กฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศและกฎหมายว่าด้วยการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรคและจัดระเบียบจำนวนบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรให้สอดคล้องกับความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการคัดกรองและการจัดสถานที่ไว้แยกกัน กักกัน หรือคุมไว้สังเกต โดยผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ทั้ง 11 กลุ่ม จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

พร้อมเข้ารับการกักตัวของรัฐ (State Quarantine) หรือการกักตัว ในพื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก  (Alternative State Quarantine)  หรือคุมตัวไว้สังเกต ตามมาตรการควบคุมโรค ตามเงื่อนไขของแต่ละประเภท และ เมื่อเข้ามาภายในราชอาณาจักรแล้ว ผู้เดินทางต้องโหลดแอปพลิเคชั่น เพื่อติดตามอาการ เข้าสถานที่ต่างๆและรายงานสุขภาพตนเอง

รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ขานรับนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทสส./ผอ.ศปม. ในกรณีอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยตามการผ่อนปรนของ ศบค. โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด เพื่อการควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมหน่วยร่วมปฏิบัติทุกภาคส่วน ยังคงมาตรการเข้มข้น ในกระบวนการคัดกรองและกักกันคนไทย หรือ บุคคลที่ได้รับการยกเว้น ที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศ ตามมาตรการและแนวทางที่กรมควบคุมโรคกำหนดไว้โดยเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดและให้ประเทศไทย ปราศจาก เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากต่างประเทศเข้ามา

 

‘แชมป์เก่า’ขยํ้า‘แชมป์ใหม่’  กับแมทช์ที่ไม่มีใครอยากแพ้

‘แชมป์เก่า’ขยํ้า‘แชมป์ใหม่’ กับแมทช์ที่ไม่มีใครอยากแพ้

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.53 น.

ไม่มีใครอยากพ่ายแพ้........คำนี้ใช้ได้กับทุกเทศกาล

งานฉลองผ่านไป 1 สัปดาห์ สำหรับการเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี และแชมป์สมัยที่ 19 ที่คอย จนเงก ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ ที่รอจนบางคนรอไม่ได้ บางคนเปลี่ยนจากเด็กเป็นผู้ใหญ่ บางคนต้องจากเราไป

คนที่อยู่ก็ลุ้นกันต่อ

ถ้านับกันง่ายๆ นี่ปาเข้าไปเกือบ 2 ซีซั่น เพราะปีก่อนต้องลุ้นกันยันหยดสุดท้าย

ฟุตบอลไม่ใช่เกมสันทนาการ ฟุตบอลคือชีวิต และฟุตบอลบางครั้งมีอะไรที่มากกว่าชีวิต!!!

ยิ่งการได้เห็นภาพที่ “มโน” มาตลอด ในการเดินของนักบอลผ่านการปรบมือของคู่แข่งที่เป็นการให้เกียรติแชมป์อย่าง “Guard of honour”

ยิ่งเป็นการยืนปรบมือของ แมนฯซิตี้ มันยิ่งทำให้ความรู้สึกทะลุไปสองเด้ง เหมือนกับการมอบแชมป์จาก “แชมป์เก่า”สู่ “แชมป์ใหม่” นี่มันอารมณ์ยิ่งกว่าเพลงหวานซูเปอร์คลาสสิกของแท้

แต่ก็เข้าใจว่า เมื่อแพ้ มันอาจจะหงุดหงิดหัวใจ และเสียพลังงานทางอารมณ์ไปบ้าง นั่นคือ เรื่องธรรมดา มันคืออารมณ์ร่วม

เรื่องของเกม ไม่ต้องถามถึง “ความตั้งใจ” หรือ “ความเอาจริงเอาจัง” หากใครได้ดูเกมนี้คงเห็นเหมือนกันว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ทีมเต็มที่มากๆ แถมยังเล่นแบบ “เพรสบน”แบบหนักหน่วงในช่วง 20 นาทีแรก โอกาสมีแต่ทำไม่ได้ใกล้สุดคือลูกยิงชนเสาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

อย่างไรก็ตาม บนความมุ่งมั่น มันก็ไม่จำเป็นต้อง “เล่นเสี่ยง”

หมายว่า ทุกคนเอ็งลงไปเล่นแบบเต็มที่นั่นแหล่ะ แต่ถามว่าต้องปะทะหนักมั้ย ต้องพุ่งสุดแรงเรียมหรือเปล่า

ไม่ต้องบอกหรอก ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่า ควรจะทำอะไร

เกมนี้ ฟุตบอลเหมือนจะถูกตัดสินชะตา เมื่อประตูแรกเป็นของ แมนฯซิตี้ และจบเมื่อสกอร์ไป 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก

แชมป์ลีกเปลี่ยนมือมาเป็นของ ลิเวอร์พูล แต่นักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในลีก ยังคงชื่อ เควิน เดอ บรอยด์น

สำคัญที่สุดก็คือ ลิเวอร์พูล ได้เห็นสิ่งที่ต้องซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเป็น “ภาพชัด” อีกครั้งว่า โจ โกเมซ มี “โควตาพลาด” อยู่ทุกแมทช์ กับ “โควตาเจ็บ” อยู่ทุกปี

หากว่า โฌแอล มาติ๊ป สมบูรณ์ นั่นหมายความว่า โจ ต้องเป็นสำรอง แต่เมื่อ มาติ๊ป เปราะเหมือนกับว่า สุนัขเห่ายังเข่าบิด แบบนี้

ฤดูกาลหน้า ชัดเจนที่สุด และตอกย้ำความคิดเข้าไปอีกว่า ตำแหน่งกองหลังจะต้องเสริมเป็น “ลำดับแรก”

ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นไม่ได้เลยในการเจอกับ แมนฯซิตี้ ในวันที่พวกเขา “ท็อปฟอร์ม” และภาษากายของทั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และนักบอลว่า “เอาเสียงปรบมือของกูคืนมา” มันชัดมาก

คูลลิ่ง เบรกแรกของเกม เป๊ป ยังสอนนักเตะแบบจริงจังหนักหน่วง และเมื่อคุณผิดพลาด คุณจะถูกลงโทษทันทีจากนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพของ “เป๊ป ทีม”

ดังนั้น ลิเวอร์พูล ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ในการพ่ายแพ้แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องถูกขึงพรืดถูกด่าให้เสียสุขภาพจิต

2 ซีซั่น ลงสนามในลีก แพ้ไป 3 นัดเท่านั้น

คิดเอาง่ายๆ ขนาดมาแบบเต็มๆ สู้เพื่อลุ้นแชมป์กัน ยังมาแพ้ที่นี่ นับประสาอะไร กับการเป็นแชมป์แล้วต้องมาเล่น แฟนบอลอย่างเราท่านยังสัมผัสได้

ความมุ่งมั่นมันต่างกัน ดังนั้นดูฟุตบอลแล้วไม่ต้องนอนฟุตบาท

ดูฟุตบอลเสียสุขภาพกายและใจมาเยอะแล้ว

อย่าไปเสียสุขภาพจิตกันอีกเลย............

บี แหลมสิงห์

 

สกู๊ปแนวหน้า : ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก  แค่คลายล็อกยังไม่พอ

สกู๊ปแนวหน้า : ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก แค่คลายล็อกยังไม่พอ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.50 น.

“105” เป็นจำนวนวันที่แสงไฟยามราตรีในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถูกดับลง โดยนับจากวันที่ 18 มี.ค. 2563 วันแรกที่ทาง กทม. สั่งปิดสถานบันเทิงหลังพบเป็นหนึ่งในจุดระบาดขนาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ก่อนที่มาตรการดังกล่าวจะขยายไปทั่วประเทศหลังรัฐบาลกลางประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในวันที่ 26 มี.ค. 2563 ซึ่งต้องยอมรับว่า สถานบันเทิงยามค่ำคืนไม่ได้สร้างเม็ดเงินเฉพาะตัวสถานประกอบการเองเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับกิจการอื่นๆ ด้วย เช่น แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ร้านอาหาร เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ “สกู๊ปแนวหน้า” เคยนำเสนอผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ปิดสถานที่ต่างๆ เพื่อสกัดโรคระบาดแต่เดือดร้อนปากท้องคนหาเช้ากินค่ำมาแล้ว 3 ครั้ง (ปิดแสงสีหนีภัย“โควิด-19” ธุรกิจจุก-คนทำงานกระอัก : วันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. 2563 , “พิษเศรษฐกิจผสมโรคระบาด” เหตุผลคนกลับบ้าน..วอนเข้าใจ : วันพฤหัสบดีที่ 26 มี.ค. 2563, “ใจหม่น-รายได้หดหาย” ปีใหม่ไทย’63 ในยุค“โควิด” : วันอาทิตย์ที่ 19 เม.ย. 2563) ล่าสุด ช่วงค่ำวันที่ 1 ก.ค. 2563 อันเป็นวันแรกที่สถานบันเทิงกลับมาเปิดทำการผู้สื่อข่าวได้ตระเวนสำรวจพื้นที่หลายจุดใน กทม. อีกครั้ง

จุดแรกของการสำรวจคือย่าน “นานา-สุขุมวิท” เวลาประมาณสามทุ่มเศษ หากเป็นช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ว่าวันไหนอากาศแบบใดที่นี่ไม่เคยเงียบเหงา แต่ ณ ปัจจุบัน เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเป็นจำนวนมาก แม้สถานบันเทิงจะกลับมาเปิดได้แต่ก็มีผู้คนมาสังสรรค์กันบางตา ไม่ต่างจากร้านนวดแผนไทยที่พนักงานนั่งเหงาๆ อยู่หน้าร้านเพราะไม่มีลูกค้า ส่วนโรงแรมหลายแห่งยังคงปิดทำการต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

แต่ขณะเดียวกันยังพอมี “โอกาส” อยู่บ้าง เพราะด้วยความที่ยังเปิดอยู่แม้จะเป็นการขายแบบซื้อกลับบ้านเท่านั้นก็ตามในขณะที่ร้านอื่นๆ ในละแวกเดียวกันปิดไปหมดแล้ว ทำให้ได้ลูกค้ากลุ่มใหม่คือชาวไทยด้วยกัน เช่น ในช่วงที่ยังมีมาตรการห้ามออกจากเคหสถานในตอนกลางคืน (เคอร์ฟิว) จะพบลูกค้าได้ 2 ช่วง คือเวลาประมาณ 18.00 น. และอีกครั้งในเวลา 21.00 น. ซึ่งทั้ง 2 ช่วง เป็นกลุ่มคนที่เพิ่งเลิกงาน กระทั่งต่อมาเมื่อมีการคลายล็อกให้กลับมานั่งรับประทานอาหารที่ร้านได้ บรรยากาศในร้านก็จะเห็นลูกค้าคละกันไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ

เมื่อถามถึง “ปัญหาจากมาตรการของรัฐ” พบว่ามี 3 เรื่อง 1.ลูกจ้างเข้าไม่ถึงมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” หรือการจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท โดยติดขัดที่ระบบการลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ 2.ความสับสนจากการออกมาตรการระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น ในช่วงคลายล็อกระยะ 3 วันที่ 1 มิ.ย. 2563 ในขณะที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ให้เปิดกิจการได้ แต่ กทม. กลับออกประกาศให้ปิดต่อไป และ 3.การออกมาตรการที่สร้างเงื่อนไขมากเกินไป จนเป็นภาระของผู้ประกอบการและพนักงาน

“ปัญหาที่มันเกิดจากโควิดคือสุขภาพ คนมองอย่างนี้แต่บางคนที่มองอย่างนี้สถานภาพทางการเงินเขาโอเคแล้ว เขาไม่ได้มองถึงเงินเป็นหลัก อย่าลืมว่าทุกวันนี้คนไทยส่วนใหญ่ที่มีปัญหาคือปากท้องสำคัญกว่า โอเคสุขภาพก็สำคัญ แต่ถ้ามันทำให้ควบคู่ไปด้วยกันได้ นั่นหมายความว่าสุขภาพดี ดีแล้วอย่างไร ก็ออกไปหาเงิน ทำมาหากินได้ เราเข้าใจ แต่ ณ ตอนนี้ ปัญหาปากท้องมันสำคัญกว่าแล้ว” คุณปู กล่าว

ผู้สื่อข่าวเดินทางต่อไปยัง “เยาวราช” ย่านเศรษฐกิจเก่าแก่ของชาวจีนในกรุงเทพฯ แต่ที่นี่ดูจะยังคึกคักแม้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีเชื้อสายจีนจะหายไป บรรยากาศช่วงสี่ทุ่มกว่าๆ มีชาวไทยมาซื้ออาหารและนั่งรับประทานอาหารตามแผงอาหารริมทาง ซึ่ง “พี่อ้อย” หญิงวัย 53 ปี ชาวกรุงเทพฯ อาชีพขายข้าวหน้าเป็ด เล่าว่า ในช่วงที่มีการเคอร์ฟิวนั้น “คนขายต้องรีบขายรีบเก็บ..คนซื้อก็ต้องรีบซื้อรีบกลับ” โดยขายได้ในเวลา 18.00-21.00 น. เท่านั้นแล้วก็ต้องรีบเก็บร้าน แต่ก็ยังมีลูกค้าอยู่ตลอด ส่วนการเยียวยาเราไม่ทิ้งกันนั้นเข้าไม่ถึงด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยี

“เราเล่นโทรศัพท์ไม่เป็น ไม่ใช่ว่าไม่สนใจนะ เราไม่เข้าใจ ก็ตอบไม่ถูก ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าเป็นคำร้องที่เป็นตัวหนังสือเรารับได้อยู่ บางทีเรากดเราก็ไม่เข้าใจ เป็นอาชีพอิสระ อิสระอะไร รายได้เท่าไร อะไรอย่างนี้ หน้าที่อะไร เราก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรหน้าที่เรา” พี่อ้อย ระบุ

ปิดท้ายด้วย “ถนนข้าวสาร” พื้นที่ที่รู้จักกันทั่วโลก ในช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่นี่ไม่เคยมีช่วงเวลาที่ผู้คนไม่พลุกพล่านไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน แต่เมื่อสถานบันเทิงถูกปิดตามด้วยการประกาศเคอร์ฟิว ร้านค้าต่างๆ ก็พากันปิดไปด้วย และแม้ต่อมาจะเลิกเคอร์ฟิวรวมถึงล่าสุดสถานบันเทิงกลับมาเปิดได้แล้ว แต่บรรยากาศกลับเงียบเหงา บางร้านไม่มีลูกค้า ส่วนร้านที่มีก็ไม่มากนักและเป็นชาวไทย ขณะที่สตรีทฟู้ดหายไป

ญาดา พรเพชรรัมภา ประธานชมรมผู้ค้าแผงลอยถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ทั้งกลุ่มแผงลอยและร้านค้าเคยกลับมาทำการค้าช่วงต้นเดือน มิ.ย. 2563 แต่อยู่ได้ไม่กี่วันก็ต้องหยุดเพราะ “ขาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ” อันเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก “ขณะนี้กำลังรอความหวังจากโครงการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว(Travel Bubble)” ที่ไทยจะทำข้อตกลงกับประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการนำไวรัสโควิด-19 มาระบาด เพื่อจะได้มีชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเมืองไทยบ้าง

ด้าน เรวัตร ชอบธรรม ประธานเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เสนอแนะมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากไว้ แบ่งเป็น “ระยะสั้น” ประกอบด้วย 1.ต่ออายุการจ่ายเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท ในโครงการเราไม่ทิ้งกันออกไปอีก 3 เดือน” ซึ่งตามแผนเดิมที่ อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เคยเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563 ว่าจะจ่ายระหว่างเดือน เม.ย.-ก.ย. 2563 รวม 6 เดือน แต่ต่อมาในวันที่ 27 พ.ค. 2563 รมว.คลัง ได้เปลี่ยนแปลงโดยระบุจะจ่ายเพียงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2563 รวม 3 เดือน

แรงงานนอกระบบที่ได้สิทธิ์ดังกล่าวทั้งหาบเร่แผงลอย ขับรถแท็กซี่-ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง พนักงานนวด พนักงานสถานบันเทิง นักดนตรี มัคคุเทศก์ ฯลฯ ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบทางตรงคือถูกระงับการประกอบอาชีพจากการสั่งปิดสถานที่ทำงาน หรือทางอ้อมคือยังประกอบอาชีพแต่ลูกค้าหรือผู้โดยสารลดลง และแม้วันนี้จะกลับมาประกอบอาชีพได้แต่ก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว 2.ต่ออายุมาตรการพักชำระหนี้ทุกประเภทออกไปอีก 3 เดือน ด้วยเหตุผลเดียวกันกับข้อแรก และ 3.ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ เพื่อลดปัญหาหนี้นอกระบบ

ส่วน “ระยะกลาง” คือการผ่อนคลายข้อจำกัดในการค้าขายหาบเร่แผงลอย เฉกเช่นเมื่อครั้งวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 2540 ที่อาชีพนี้ได้ช่วยให้คนที่ธุรกิจเจ๊งหรือตกงานได้พอมีรายได้หาเลี้ยงชีพจุนเจือครอบครัว!!!


SCOOP@NAEWNA.COM

...........................................................

5 กรกฎาคม 2563

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน