*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3495304
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< กรกฎาคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 328 , 15:44:07 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

 สวัสดีครับ

         วันนี้ผมเสียเวลอัพเด็ทข่าวที่คัดลอกมาจาก 'แนวหน้า' หลายชั่วโมงทีเดียว เพราะตั้งใจจะแก้สิ่งที่ผิดอยู่ แต่ก็เสียเวลาไป

เปล่าๆครับ

          ส่วนคนที่ดื้อที่สุดในโลกไม่มีใครเกินปธน.ทรั้มป์เป็นแน่ เพราะขนาดที่ชาวอเมริกันต้องสังเวยชีวิตไปกับ COVID- 19  เป็น

ยอดสะสมตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันกว่า 1 แสนคนเข้าไปแล้ว แต่ท่ทีของทรั้มป์ก็ยังเหมือนเดิม

 

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
 
สภาฉะเดือด!ฝ่ายค้านโวยรบ.จ้องกินรวบโควตา‘กมธ.ปราบโกง’

สภาฉะเดือด!ฝ่ายค้านโวยรบ.จ้องกินรวบโควตา‘กมธ.ปราบโกง’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 15.21 น.

สภาฉะเดือด!ฝ่ายค้านโวยรบ.จ้องกินรวบโควตา‘กมธ.ปราบโกง’ 

9 กรกฎาคม 2563 ที่รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมติชอบ แทนนายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ลาออกจากตำแหน่ง โดยซีกรัฐบาลได้เสนอนายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นกมธ.แทน แต่ซีกฝ่ายค้านได้เสนอนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทำให้ต้องขอมติจากที่ประชุม

นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมติชอบ ลุกขึ้นอภิปรายว่า ตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 90 กมธ.สามัญ ตั้งจากผู้ที่เป็นสมาชิกจำนวนใกล้เคียงกับอัตราของสมาชิกแต่ละพรรคที่มีอยู่ในสภาฯ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกมธ.ป.ป.ช.มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาในกมธ.มีปัญหาเสมอ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลส่งคนเข้ามา จนมีปัญหาถกเถียง ทำให้การทำงานในเรื่องการตรวจสอบยากมาก โดยขณะนี้ กมธ.มีส.ส.รัฐบาล 8 คน แต่ส.ส.ฝ่ายค้านเหลือเพียง 6 คนเท่านั้น การเสนอสัดส่วนรัฐบาลเพิ่มจะเป็น 9 ต่อ 6 คน ซึ่งเชื่อว่าขัดต่อข้อบังคับการประชุมที่ 90 เพราะไม่ได้สัดส่วนตามสภาฯ

ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องนี้มีการพูดคุยกันมานานแล้ว จนเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตนได้ประสานงานกับวิปของพรรคก้าวไกล ซึ่งวิปก้าวไกลก็ยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร จึงนำมาสู่การแต่งตั้งในวันนี้ ส่วนในเรื่องสัดส่วน กมธ.ก็มีการบิดนิดหน่อย เนื่องจากมีสมาชิก ส.ส.อนาคตใหม่ 12 คน ถูกตัดสิทธิ ดังนั้นถ้าจะให้สัดส่วนตรงเป๊ะก็คงเลือกตั้งกมธ.กันใหม่ทั้งสภาฯ ขณะที่ นายสุชาติ ในฐานะประธานการประชุม ยืนยันว่า สัดส่วนของกมธ.ถูกต้อง ไม่ได้ผิดข้อบังคับ

ทำให้ นายธีรัจชัย ลุกขึ้นโต้ว่า หลังจากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ สัดส่วนของกมธ.ย่อมเปลี่ยนแปลง แต่สัดส่วนกมธ.ป.ป.ช. ฝ่ายค้านมี 8 คน ฝ่ายรัฐบาลมี 7 คน แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นฝ่ายรัฐบาล 8 คน ฝ่ายค้าน 6 คนเท่านั้น จึงขอเสนอให้คำนวณสัดส่วนใหม่ทั้งหมดทั้งโควตา และกมธ. เพราะการใช้เสียงข้างมาก ไม่ใช้การแก้ปัญหา แต่การทำงานในสภา การตรวจสอบถ่วงดุลเป็นสิ่งสำคัญกว่า สิ่งที่เป็นปัญหา คือ หลังจากตกลงให้พรรคก้าวไกลได้โควตากมธ.ป.ป.ช. และนายประเสริฐพงษ์ ได้ลาออกจากกมธ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ แต่ต่อมาเปลี่ยน เพราะรัฐบาลกลัวการตรวจสอบ หลังกมธ.ป.ป.ช.มีมติในการส่งเรื่องกรณีถวายสัตย์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อประธานสภาฯ รัฐบาลจึงมีการเปลี่ยนตัว

กระทั่ง นายสุชาติ ตัดบทโดยให้ถอนวาระการแต่งตั้งกมธ.ทั้ง 4 คณะตามระเบียบวาระออกไปก่อน  โดยในฐานะประธานกรรมการประสานร่วมประธานวิปรัฐบาล และประธานวิปฝ่ายค้าน ขอนัดประชุมในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม นี้ เพื่อยืนยันสัดส่วนกมธ.ว่า สภาฯไม่ได้ทำผิดข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญ ทำให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นต่อว่า นายสุชาติ เพราะไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนวาระนี้ออกไป เพราะกำลังจะโหวตอยู่แล้ว และกมธ.ป.ป.ช.คณะนี้ กลายเป็นที่ทำงานของพรรคฝ่ายค้านไปแล้ว ซึ่งทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะไม่ว่ากมธ.ชุดไหนก็ตรวจสอบรัฐบาลทั้งนั้น จึงไม่ควรบิดเบือน ทำให้นายสุชาติ ตัดบทเพื่อดำเนินการประชุมต่อ

‘บิ๊กป้อม’คุยทูตสหรัฐฯย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้น180ปี ขยับตั้งคกก.ร่วมดันไทยขึ้นเทียร์1

‘บิ๊กป้อม’คุยทูตสหรัฐฯย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้น180ปี ขยับตั้งคกก.ร่วมดันไทยขึ้นเทียร์1

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.19 น.

‘บิ๊กป้อม’คุยทูตสหรัฐฯย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้น180ปี ขยับตั้งคกก.ร่วมดันไทยขึ้นเทียร์1 

เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ว่า พูดคุยกันหลายเรื่อง ซึ่งเรื่องสำคัญคือ การค้ามนุษย์ เพราะเราทำเรื่องนี้มา 7 ปีแล้ว จนประเทศไทยย้ายจากเทียร์ 3 มาเทียร์ 2 และเราก็อยากจะขึ้นไปถึงเทียร์ 1 ให้เขาไปดู เพื่อที่จะได้ตั้งคณะกรรมการร่วมกัน ก็ต้องดูว่าเขาสนใจเราว่าเราทำอะไรบ้างที่ก้าวหน้า เพราะเราถือว่าเป็นวาระแห่งชาติในการที่จะทำความตกลงร่วมกัน

เมื่อถามว่าทูตสหรัฐฯได้ฝากเรื่องความร่วมมือกับประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องความร่วมมือ เราร่วมมือกันมานานแล้วแน่นหนามาเป็นเวลา 180 ปี ส่วนในเรื่องของความร่วมมือด้านความมั่นคงประมาณ 40 กว่าปี ฉะนั้นถือว่าไม่มีปัญหาอะไร เรายังคงยึดมั่นต่อไป

ไทย-สหรัฐฯพร้อมเดินหน้าความสัมพันธ์ ดันหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เข้มแข็งยิ่งขึ้น

ไทย-สหรัฐฯพร้อมเดินหน้าความสัมพันธ์ ดันหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เข้มแข็งยิ่งขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.00 น.

ไทย-สหรัฐฯพร้อมเดินหน้าความสัมพันธ์ เพื่อความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องรับรองรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตฯ ยินดีที่เอกอัครราชทูตฯ ได้รับตำแหน่งในประเทศไทย พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านความมั่นคง และการทหารที่เป็นพื้นฐานความสัมพันธ์ไทย - สหรัฐฯ

โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสหรัฐฯ ที่สนับสนุนอุปกรณ์ และเวชภัณฑ์แก่ไทย เพื่อใช้ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มพูนความร่วมมือด้านสาธารณสุข รวมทั้งการพัฒนาวัคซีนให้มากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศ

ด้าน เอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีที่ให้เข้าพบในวันนี้ และยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทย - สหรัฐฯ แน่นแฟ้นมากขึ้นในทุกมิติ และในฐานะตัวแทนประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน และพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันต่อไป โดยในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ย้ำว่า สหรัฐฯ พร้อมส่งเสริมและขยายการลงทุนในไทย ในเขต EEC ซึ่งรวมถึงด้านนวัตกรรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ถือเป็นหัวใจและอนาคตของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งพร้อมให้การสนับสนุนไทย เพื่อให้ไทยได้รับการจัดอันดับที่สูงขึ้นในรายงาน TIP Report

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องและยินดีที่จะกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการทหาร ผ่านกลไกความร่วมมือ และกิจกรรมต่างๆ พร้อมหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพระหว่างกันได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต

หน้าแรก / การเมือง

แล้วแต่เขา!‘บิ๊กป้อม’รับทราบ‘4 กุมาร’ลาออก โยน‘บิ๊กตู่’ตัดสินโควตารมต.

แล้วแต่เขา!‘บิ๊กป้อม’รับทราบ‘4 กุมาร’ลาออก โยน‘บิ๊กตู่’ตัดสินโควตารมต.

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.12 น.

9 กรกฎาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กลุ่ม “4 กุมาร” ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีตเลขาธิการพรรค , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์  รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตกรรมการบริหารพรรค พปชร. แถลงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการ ว่า ได้รับแล้ว รับทราบแล้ว และตนเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน ตัดสินใจอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน ตนเคารพการตัดสินใจแล้วจะเอาอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา แล้วแต่เขา 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะน้อยใจในเรื่องที่ผ่านมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะแยกไปตั้งพรรคการเมืองแล้วมาเป็นพันธมิตรพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ ไม่ได้คุยกันนะ”

เมื่อถามว่าแล้วในอนาคตยังจะทำงานร่วมกันได้อยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังทำงานร่วมกันได้ เพราะทุกคนมีความตั้งใจทำงานให้กับประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าใครทั้งนั้น 

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐแล้วตำแหน่งรัฐมนตรียังคงอยู่หรือไม่ เพราะเป็นโควตาของพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี 

 

'กรณ์'ชี้ทางออก'ลิงเก็บมะพร้าว' สวัสดิภาพสัตว์กับสมดุลการค้าระหว่างประเทศ

'กรณ์'ชี้ทางออก'ลิงเก็บมะพร้าว' สวัสดิภาพสัตว์กับสมดุลการค้าระหว่างประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 13.54 น.

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุกรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij" กรณีองค์กรพิทักษ์สัตว์ (PETA) กล่าวหาว่าไทยใช้ลิงเก็บมะพร้าวเป็นการทารุณสัตว์ ทำให้ห้างในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษหลายแห่ง แบนสินค้าในกลุ่มมะพร้าวจากไทย โดยอ้างว่าใช้แรงงานลิง โดยระบุว่า เรื่องลิง สวัสดิภาพสัตว์ และแนววิธีการแก้ปัญหาที่ไม่กระทบการค้าระหว่างประเทศ

ในประเด็นเรื่อง "อังกฤษ-กะทิ-ลิง" ผมติดตามข้อถกเถียงในสังคมตลอดสามวัน มีทั้งมิติการเมืองภายในอังกฤษเอง มิติการค้าการส่งออก มิติการบุลลี่ทางวัฒนธรรม และมิติสวัสดิภาพสัตว์

สมัยผมเป็น ส.ส. ผมเป็นคนหนึ่งที่ผลักดันเรื่องสวัสดิภาพสัตว์มาโดยตลอด เป็นผู้ยื่นเสนอกฎหมายคุ้มครองสัตว์ และเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมมาธิการที่พิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ร่วมกับทีมงานหลายเครือข่าย

ในทางยุทธศาสตร์เราต้องแก้ประเด็นนี้ให้เร็ว ซึ่งวันนี้เรามี 2 ปมที่ต้องพิจารณา

1. ปมเรื่อง 'ข้อกล่าวหา' การทารุณลิง

2. ปมทางการค้าที่สินค้าเราถูกกีดกัน

ทั้งสองปมเราไม่สามารถแก้ได้ด้วยการแสดงอารมณ์ ดังนั้นนอกจากการปกป้องวิถีชีวิตของเรา เราควรต้องเสนอข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์

ประเด็นที่เราต้องชี้แจงคือ

1. มาตรฐานกฎหมายของเราในการคุ้มครองดูแลสวัสดิภาพของสัตว์

2. กระบวนการและตัวอย่างการบังคับใช้กฎหมาย - เราต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง และพร้อมปรับปรุงกรรมวิธีการฝึก-ดูแลลิงในกรณีที่อาจไม่ได้มาตรฐานในบางพื้นที่

3. รายละเอียดของชาวสวนและผู้ประกอบการที่ใช้และไม่ใช้แรงงานลิงในอุตสาหกรรมมะพร้าว รวมไปถึงภาคการท่องเที่ยวของไทย

การรักสัตว์เป็นค่านิยมสำคัญของสังคมไทย เราเรียกสัตว์เลี้ยงของเราว่า 'ลูก' ด้วยซ้ำไป เราต้องทำทุกอย่างเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงนี้กับชาวโลก

หากมีข้อบกพร่องในทางปฏิบัติจริง เราก็ต้องพร้อมปรับปรุง เราไปห้ามเขากล่าวหาเราไม่ได้ แต่เราต้องยืนยันกลับไปด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง รวมถึงช่วยกันสอดส่องดูแลและปรับปรุงมาตรฐานของเราให้ครอบคลุมจนไม่อาจมีใครจะมากล่าวหาเราได้อีก

#พรรคกล้า #เรามาเพื่อลงมือทำ

 
ประธานสภาสหรัฐฯชี้ ‘ทรัมป์ถอนตัวจากWHO’เป็นการกระทำที่ไร้สติ!

ประธานสภาสหรัฐฯชี้ ‘ทรัมป์ถอนตัวจากWHO’เป็นการกระทำที่ไร้สติ!

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 15.52 น.

9 กรกฎาคม 2563 สำนักข่าวซินหัวรายงาน แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ระบุผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่ากรณีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างเป็นทางการว่าเป็น “การกระทำที่ไร้สติอย่างแท้จริง”

เมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) เพโลซีเผยว่าการตัดสินใจของทรัมป์มีขึ้นในยามที่ “องค์การกำลังผนึกกำลังทั่วโลกในการต่อสู้กับโรคโควิด-19” พร้อมเสริมว่า “ทรัมป์กำลังบ่อนทำลายความพยายามระหว่างประเทศในการเอาชนะไวรัส ซึ่งมาพร้อมกับความเสี่ยงของผู้คนหลายล้านชีวิต”

เว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลกรายงานว่าสหรัฐฯ จะสิ้นสุดสถานภาพสมาชิกขององค์การในวันที่ 6 ก.ค. 2021 และปัจจุบันสหรัฐฯ ยังค้างชำระเงินบริจาคสมทบแก่องค์การมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.23 พันล้านบาท)

ทั้งนี้ เมื่อวันอังคาร (7 ก.ค.) สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของอันโตนิอู กูแตร์เรช เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุในแถลงการณ์ว่าเลขาธิการกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับองค์การอนามัยโลกว่าสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการถอนตัวอย่างครบถ้วนหรือไม่

 
แพทย์อ้างงานหาเสียงเลือกตั้ง'ทรัมป์' ทำให้มีคนติดโควิด-19เพิ่ม

แพทย์อ้างงานหาเสียงเลือกตั้ง'ทรัมป์' ทำให้มีคนติดโควิด-19เพิ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.12 น.

9 กรกฎาคม 2563 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นพ.บรูซ ดาร์ต ผู้อำนวยการสาธารณสุขเมืองทัลซาและเทศมณฑลทัลซาเผยว่า ในสัปดาห์นี้มีผู้ป่วยใหม่เกือบ 500 คน ซึ่งก่อนหน้าเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ก่อน มีการจัดงานใหญ่หลายครั้ง จึงอาจเชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้ด้วยกันได้ ต้องรอดูอีกหลายวันจึงจะมั่นใจได้ว่าจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเป็นแนวโน้มการระบาดหรือไม่ 

สำหรับงานใหญ่ที่ นพ.ดาร์ตหมายถึงคืองานหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีทรัมป์ที่สนามกีฬาแบงก์ออฟโอคลาโฮมาเซ็นเตอร์ที่มีความจุเกือบ 20,000 คนเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน และการประท้วงต่อต้านทรัมป์ที่เกิดขึ้นควบคู่กัน 

 
 
'สนธิรัตน์'เปิดใจลาออก พปชร. ยันไร้ความขัดแย้ง-พร้อมหนุนพรรคเต็มที่แม้ไม่ใช่สมาชิก

'สนธิรัตน์'เปิดใจลาออก พปชร. ยันไร้ความขัดแย้ง-พร้อมหนุนพรรคเต็มที่แม้ไม่ใช่สมาชิก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.36 น.

วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้ผมขออนุญาตใช้พื้นที่นี้สื่อสารกับทุกท่านครับ ผมเริ่มต้นเข้ามาทำงานการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ ด้วยความหวังอยากเห็นการเมืองไทยพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ก้าวพ้นความขัดแย้งและการเมืองรูปแบบเก่า โดยให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมตามแนวทางประชารัฐ คือ รัฐ เอกชน ประชาชน ร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาอย่างตรงจุด ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงครับ

การทำงานการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดีครับ เป็นที่ยอมรับของประชาชนจนสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความไว้วางใจ ยอมรับในนโยบายของพรรค อยากเห็นประเทศชาติเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ก็คือ การเมืองที่สงบ ปราศจากความขัดแย้ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน ผมเห็นว่าภารกิจต่างๆ ที่ได้เริ่มต้นไว้นั้น สำเร็จลุล่วงด้วยดีตามความตั้งใจแรกเริ่ม และพรรคพลังประชารัฐได้ก้าวผ่านมาถึงการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ จึงถือว่าภารกิจของผมสิ้นสุดแล้ว

วันนี้ผมลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง ซึ่งการลาออกครั้งนี้ ไม่ได้มีความขัดแย้งแต่อย่างใด และผมก็ยังจะให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เพียงแต่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเท่านั้นสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ การทำหน้าที่ฝ่ายบริหารเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากโรคระบาดโควิด-19 โดยตั้งเป้าหมายว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เป็นที่พอใจของประชาชนมากที่สุด โดยจะทำงานร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับฟังเสียงของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ตอบสนองความต้องการของประชาชน

ขอบคุณพี่น้องประชาชน ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกพรรค ที่ให้การสนับสนุนผมมาโดยตลอด ขอบคุณสื่อมวลชนที่คอยติดตามผลงานของผมในพรรคมาอย่างต่อเนื่อง การได้ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐถือเป็นประสบการณ์ที่ดีครับ เป็นความทรงจำที่ล้ำค่า


เอาให้สุด ! 'สิระ'รุกฆาตจี้'4กุมาร'ลาออก รมต.อย่ากั๊กเก้าอี้โควต้า'พปชร.'

เอาให้สุด ! 'สิระ'รุกฆาตจี้'4กุมาร'ลาออก รมต.อย่ากั๊กเก้าอี้โควต้า'พปชร.'

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.46 น.

เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล “สิระ”รุกฆาตจี้ '4กุมาร'ลาออก รมต.อย่ากั๊กเก้าอี้โควต้า พปชร. แนะทำให้ได้อย่างที่พูดว่าไม่หวงตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม 2563 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แถลงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐว่า ก่อนอื่นตนต้องขออวยพรให้ทั้ง 4 ท่านโชคดี แต่วันนี้เมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ก็ควรจะคืนโควต้าคณะรัฐมนตรีที่ตัวเองดำรงตำแหน่งอยู่กลับมาให้พรรคพลังประชารัฐด้วย ตนขอเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งคณะรัฐมนตรีด้วย

“ทั้ง 3 ท่านวันนี้ยังนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในส่วนโควต้าของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อลาออกจากพรรคแล้วก็ควรคืนตำแหน่งนี้กลับมาให้เป็นสมบัติของพรรค ไม่ใช่ยังกั๊กตำแหน่งอยู่เช่นนี้ เพราะถือว่าวันนี้พวกท่านไม่มีสิทธิแล้ว และคนที่จะดำรงตำแหน่งแทนท่านก็ควรจะเป็นสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐท่านอื่น ๆ “นายสิระ กล่าว

 
 
‘กมธ.ป.ป.ช.’ ไล่บี้‘ปส.-กกต.’ เอาผิด ‘ธรรมนัส’ ปมเอี่ยวคดียาเสพติดส่อขาดคุณสมบัติ

‘กมธ.ป.ป.ช.’ ไล่บี้‘ปส.-กกต.’ เอาผิด ‘ธรรมนัส’ ปมเอี่ยวคดียาเสพติดส่อขาดคุณสมบัติ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.49 น.

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563  ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน ซึ่งได้เชิญ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) และคณะเข้าชี้แจงกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย 

โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการฯ พยายามจี้ถามตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) ว่าได้ติดตามรื้อคดีของ ร.อ.ธรรมนัสให้รับโทษในประเทศหรือไม่กรณีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งพล.ต.ท.ชินภัทรชี้แจงว่าเป็นคดีเก่าที่จบไปแล้วและไม่ได้อยู่ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง ผบช.ปส. อีกทั้งคดีนี้ไม่ได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศมาให้ข้อมูล ทำให้ไม่มีการหยิบยกคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ยืนยันว่า คดีนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจ ปส.ซึ่งการจะขอข้อมูลจากต่างประเทศต้องให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ 

นายธีรัจชัย ยังได้สอบถามถึงการจัดทำบัญชียาเสพติด โดย พล.ต.อ.ชินภัทร ยืนยันว่า ไม่ได้มีการทำบัญชีไว้ และไม่มีชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามที่มีกระแสข่าว ส่วนกรณีตรวจสอบคุณสมบัติส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส เมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งนั้น ยืนยันว่า ไม่มีการประสานของให้ตำรวจ ปส. ดำเนินการตรวจสอบสถานะแต่อย่างใด  

 

นอกจากนี้นายธีรัจชัย ยังได้ถามถึงข้อกฎหมายตามมาตรา5 ของพ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. 2534 ที่ระบุว่าแม้กระทำผิดนอกราชอาณาจักรต้องได้รับโทษในราชอาณาจักรด้วยใช่หรือไม่ ซึ่งพล.ต.ท.ชินภัทร ชี้แจงว่า ไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะต้องขอข้อมูลจากต่างประเทศมาพิจารณา ทำให้ที่ประชุม นำข้อมูลจากศาลออสเตรเลีย มาให้ตำรวจ ปส. ไปพิจารณา เพื่อดำเนินคดีต่อไป

จากนั้นที่ประชุมได้เชิญพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมคณะเข้าชี้แจง กรณีการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ของ ร.อ.ธรรมนัส ว่าทาง กกต.ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่  เหตุใดจึงให้เข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ชี้แจงยืนยันว่า กกต. ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ ของร.อ.ธรรมนัส เช่นเดียวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งรายอื่นนับหมื่นราย โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่งให้ 20 หน่วยงานเพื่อให้ข้อมูลกลับมา แต่ยอมรับว่า ไม่ได้รับข้อมูลตอบกลับจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เนื่องจากได้รับแจ้งว่า มีปัญหาในการตอบกลับข้อมูล แต่ป.ป.ส.เป็นหนึ่งในคณะกรรมการในการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่แล้ว 

ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัสยืนยันในเอกสาร การสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ชี้แจงว่า หากพบว่า ร.อ.ธรรมนัสขาดคุณสมบัติจริงก็จะมีความผิดตามมาตรา 151 ของกฎหมายเลือกตั้ง ที่ขณะนี้ กกต. กำลังพิจารณาเอาผิด ส.ส.อยู่หลายคน รวมถึงจะมีความผิดฐานแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งเรื่องของ ร.อ.ธรรมนัส ที่กำลังเป็นกระแสข่าวอยู่นี้ ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้  และกรณีที่ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของ กกต. หากกรรมาธิการฯ เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีคุณสมบัติ หรือมีความผิดจริงก็ขอให้ยืนยันมายัง กกต. เพื่อให้วินิจฉัย ซึ่งหาก กกต. ไต่สวนแล้วเห็นว่า มีความผิด ก็จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป 

“ส่วนตัวผมเห็นว่า พยานหลักฐานตามที่กรรมาธิการฯ พูดถึงทั้งคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียถือว่าโอเคแล้ว” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าว   

ทั้งนี้ นายธีรัจชัย ได้แจ้งต่อเลขาธิการ กกต.ว่า หลังจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯ จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปยัง กกต.ให้พิจารณาคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัสต่อไป

 
มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี 4 จังหวัดอีสานล่าง

มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี 4 จังหวัดอีสานล่าง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 16.12 น.

9 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุม 7 ชั้น 5 อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร เขตบางเขน  กรุงเทพมหานครนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในงานแถลงข่าว “มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี 4 จังหวัดอีสานล่าง 2 จังหวัดอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดโขง ชี มูล”โดยมี นางสาวสุพรรณษา สุขเทศน์ รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี นายสว่าง กาลพัฒน์เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ นายสำพรต จันทร์หอมเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ และนายประยงค์ พลขำหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร  แทนเกษตรจังหวัดยโสธร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า “เกษตรอินทรีย์เป็นแนวทางการผลิตที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยอาหารของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับกระแสโลกในปัจจุบัน

ทั้งนี้ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง2ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาในช่วงปี2561-2564“การเพิ่มมูลค่าข้าวหอมมะลิพืชเศรษฐกิจปศุสัตว์และประมงด้วยอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์” จึงได้กำหนดจัดงาน ”มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี4จังหวัดอีสานล่าง2กลุ่มโขงชีมูลโดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2563 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ

ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ รวมถึงเป็นโอกาสในการนำเสนอนวัตกรรม และสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริมการจำหน่ายข้าวหอมมะลิและผลิตภัณฑ์เกษตรของกลุ่มจังหวัด เชื่อมโยงช่องทางการจำหน่ายทั่วประเทศ และในอนาคตจะมีการสนับสนุนส่งเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันให้เข้าไปสู่ตลาดระดับสากล

ที่ผ่านมากลุ่มจังหวัดได้ดำเนินนโยบายในเรื่องของเกษตรอินทรีย์การผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพในพื้นที่ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศรวมถึงการส่งเสริมผลิตผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพอีกหลายชนิดที่ผลิตด้วยกระบวนการทางเกษตรอินทรีย์ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคอย่างมากในเวลานี้

นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญในเรื่อง“การแปรรูป”เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปช่วยในเรื่องของการทำ Packagingรวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรูปแบบของผลผลิตที่หลากหลายเป็นการใช้ประโยชน์ในทุกๆ ส่วนของผืนนา ไม่เพียงเฉพาะแต่ในต้นข้าว

กลุ่มจังหวัดเราเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เรียกว่า “มหานครเกษตรอินทรีย์” ซึ่งผลผลิตที่ได้จากแหล่งผลิตอันบริสุทธิ์โดยปราศจากการปรุงแต่งจากสารเคมี จะทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นว่า แหล่งผลิตข้าวและสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดเราได้รับมาตรฐานในระดับสากล และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างสูงที่สุด”

สำหรับการจัดงาน มหกรรมข้าวหอมมะลิคุณภาพและของดี 4 จังหวัดอีสานล่าง 2 จังหวัดอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดโขง ชี มูล”ในครั้งนี้จะมีการจำหน่ายสินค้าข้าวหอมมะลิและสินค้าเกษตรคุณภาพของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง2 (อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจิรญ) จำนวน150 บูท บนเนื้อที่กว่า 3,300 ตารางเมตร ตลอดระเวลา 5 วัน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.00 – 19.00 น. ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะ มอลล์ บางกะปิ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ แนะนำสินค้า เกษตรคุณภาพ ได้มาตรฐาน เช่น สินค้าเกษตรอินทรีย์ หรือออร์แกนิคไทยแลนด์, สินค้าคุณภาพ มาตรฐานจากแปลงใหญ่, จากโครงการ Young Smart Farmer, จากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรต่างๆ โดยสินค้าที่จัดจำหน่ายในงานครั้งนี้จะมีความหลากหลาย อาทิข้าว และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว ผัก ผลไม้ รวมไปถึงพืชผักสวนครัวหลังนา ซึ่งทุกผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์คุณภาพ

นอกจากนี้แล้วยังมีโซนเฉลิมพระเกียรติ โซนนิทรรศการ และโซนเจรจาธุรกิจ (Business Matching) รวมไปถึงยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจทุกวัน ทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังอาทิ เจน ,นุ่น,โบว์ (ซูเปอร์วาเลนไทน์) ,นกพงศกร ,สาวแย้ (ลมพัดตึ้ง) ,อ๋อมแอ๋มละมัย,เวียงนฤมลรวมไปถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ กิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และกิจกรรมส่งเสริมการขายซึ่งให้ผู้มาร่วมงานได้ซื้อสินค้าและร่วมสนุกกันทุกวัน

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 จะเริ่มคลี่คลาย แต่การปฏิบัติตัวในการมาเดินห้างสรรพสินค้าก็ยังคงมีการจัดมาตรการเข้ม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบรรดาประชาชนที่มาใช้บริการ และเป็นไปตามมาตรการของภาครัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดระลอก 2

ซึ่งการจัดงานขึ้นที่ เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ ในครั้งนี้ได้มีการตั้งจุดคัดกรองอย่างเคร่งครัด มีบริการตรวจวัดอุณหภูมิและเจลแอลกอฮอล์ การกำหนดจุดเว้นระยะห่าง โดยผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงประชาชนที่เข้าเยี่ยมชมงานจะต้องมีการลงทะเบียนผ่านแฟลตฟอร์ม www.ไทยชนะ.com เพื่อรองรับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 และการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าทั้งหมดเป็นมาตรการที่ผู้จัดงานจัดทำขึ้น เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานทุกคน

 
‘สเกาเซอร์’ยกทีม!!!  บนความมุ่งหมายของ‘คล็อปป์’

‘สเกาเซอร์’ยกทีม!!! บนความมุ่งหมายของ‘คล็อปป์’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
 คล็อปป์ จะอยู่กับทีมต่อไปนานแค่ไหน

สัญญามีอยู่อีก 4 ปี หากมองลึกๆ ลงไปแล้วเป็นไปได้ที่ คล็อปป์ อาจจะวางมือเนื่องจากอยู่กับทีมถึง 9 ปี นับตั้งแต่เข้ามารับงานเมื่อตุลาคม 2015

อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ อาจจะอยู่ต่อไปอีก หากเขามีสิ่งที่ท้าทายมากกว่าคำว่า ฟุตบอล

ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาก็คือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ว่าเขามีเป้าประสงค์ก็คืออยากให้มีนักเตะท้องถิ่นแบบเต็มสูบในทีมลิเวอร์พูล หลังจาก เคอร์ติส โจนส์ คือคนล่าสุดที่เป็นพื้นที่แล้วรับสัญญาอาชีพ

แล้ว “สเกาเซอร์” คืออะไร...

อาจจะเป็นคำถามลอยๆ ที่ตอบง่ายๆ ก็คือ “แฟนบอลลิเวอร์พูลไงล่ะ” จริงๆ แล้วมันถูกเคลมกันง่ายดายเกินไปเหมือนกับคำว่า “ลิเวอร์พูล” ไม่ได้หมายถึง “เมืองลิเวอร์พูล”

จึงเกิดการผิดพลาดครั้งสำคัญในการสื่อสารเมื่อย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม...

มีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งแรกที่เมืองลิเวอร์พูล ปรากฏว่ามีการนำภาพมาประกอบกันเป็นภาพ “แฟนบอลลิเวอร์พูล” และ “สนามแอนฟิลด์”

พูดง่ายๆ ว่า “ผิดเต็มตีน”

คราครั้งคนติดนี่อยู่ฝั่งเบอเค่นเฮด หรือพูดง่ายๆข้ามฟากจาก “ฝั่งพระนคร” ไปยัง “ฝั่งธน” คนละเรื่องกันเลยทีเดียว

“สเกาเซอร์” หมายว่า คุณคือคนในเมืองนี้ ไม่ต้องคิดว่าเป็นแฟนบอลทีมไหน ต่อให้คุณดูหรือไม่สนใจฟุตบอลเลยคนเมืองลิเวอร์พูล ก็คือ สเกาเซอร์

เริ่มจากอาหารที่หน้าตาเหมือนกับ “สตูว์” ที่ชื่อว่า “สเกาส์” (Scouse) เป็นอาหารที่หล่อหลอมวัฒนธรรมการกินมาไว้ที่เมืองท่าแห่งนี้ ว่ากันว่า มันได้รับอิทธิพลมาจาก แลปสคาอุส ประเทศนอร์เวย์ ที่ต้มเนื้อกับมะเขือเทศ เรียกว่าlobscouse เนื่องจากที่นี่คือศูนย์กลางการเดินเรือที่ใหญ่ระดับโลกก่อนที่คนในเมืองนี้จะถูกเรียกว่า “สเกาเซอร์” เพราะกินแต่อาหารแบบนี้เนื่องจากราคาถูก และมีกลิ่นกายที่ไม่น่าพิสมัย

คนที่นี่บางคนไม่ชอบให้เรียกแบบนี้ เพราะถือเป็นการเหยียดชนชั้น

คนที่นี่คือ คนใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่

สำเนียงในการใช้ภาษา ที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์อันเด้งโดด ที่ไม่เหมือนใคร มีรากศัพท์และสไตล์การออกเสียงแนวไอริช ที่รวดเร็วและรวบรัด

หลังจากปี 1950 มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่เมืองยกระดับความเป็นอยู่ขึ้นมา สำเนียงต่างๆ มีการปรับตามยุคสมัย แต่ก็ยังคงเอกลักษ์เดิมเอาไว้ ซึ่งคนที่อยู่ที่นี่เรียกตัวเองว่า สเกาเซอร์ หรือลิเวอร์พัดเลี่ยนส์

สำเนียงนี้ มักจะถูกนำไปล้อเลียนในรายการตลกต่างๆว่ากันว่านี่คือสำเนียงที่นิยมน้อยที่สุดของประเทศ แต่ในทางตรงกันข้าม ก็ถูกยกว่า นี่คือสำเนียงที่เป็นมิตรที่สุดของสหราชอาณาจักร

คนในเมืองจะเต็มใจ หรือท้อใจเวลาถูกเรียกว่า“สเกาเซอร์” ก็สุดแล้วแต่ อย่างไรก็ดี มีวัน Global Scouse Day ในแผนที่โลกแห่งนี้ โดยทุกๆ วันที่ 28 กุมภาพันธ์คนเมืองลิเวอร์พูลทั่วโลก จะฉลองกันด้วยการทำอาหารชนิดนี้ประกาศความเป็น “สเกาเซอร์” ไปทั่วโลก

 

ในขณะนี้ “สเกาส์” เติบโตขึ้นมา อาหารหน้าตาดีขึ้น(แต่รสชาติไม่รู้นะ) พร้อมกับดนตรี และฟุตบอล อาจจะรวมถึงความเจริญของเมืองในตอนนี้ที่ผิดจากเมื่อก่อนลิบลับ

การเป็นเมืองที่ดีที่สุดระดับ TOP 3 ของสหราชอาณาจักรมาหลายปีดีกัก เป็นรองก็แค่ ลอนดอน กับ เอดินเบอระห์ ถือว่าไม่ธรรมดา

เชื่อว่าโควิดยุติเมื่อไหร่ ขอใช้คำว่า “เมืองแตก” แน่นอน เพราะนักท่องเที่ยวพร้อมจะเข้าไปตามหา ศิลปะ, วัฒธรรม, ความสงบ, ความคลาสสิกที่ปะปนด้วยความทันสมัยที่ลงตัว

ว่ากันถึงตีความหมายของคำพูดของ คล็อปป์ เขาคงแฝงนัยสำคัญเอาไว้ และไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นนักบอลท้องถิ่นแบบฟูลทีมขนาดที่หลายคนไปฝันไกลฟุ้งไปไหนก็ไม่รู้

อย่าลืมว่า ไอ้ที่จ่อ ๆ ขึ้นมาชุดใหญ่ตอนนี้มี เคอร์ติส โจนส์ที่เป็นเด็กท้องถิ่นแท้ๆ แบบเดียวกับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

เพราะ เนโก้ วิลเลี่ยมส์ เป็นเด็กจากเร็กซ์แฮม หรือ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ก็มาจากเชิร์ตซี่ย์ ลอนดอน

คือตอนนี้หากขยับขึ้นมาเท่ายุคก่อนหน้านี้ ถือว่าเก่งแล้ว

ปี 1988-89/สตีฟ แม็คมาน, จอห์น อัลดริดจ์, แกรี่ แอ็บเล็ตต์, จอห์น เดอร์นิน, อเล็กซ์ วัตสัน และ ไมค์ มาร์ช

ปี 1998-99/สตีฟ แม็คมานามาน, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์,เจสัน แม็คเอเทียร์, เจมี่ คาร์ราเกอร์, เดวิด ธอมป์สันและ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

ปี 2012-13/เจมี่ คาร์ราเกอร์, สตีเว่นเจอร์ราร์ด, เจย์ สเปียริ่ง, มาร์ติน เคลลี่, จอน ฟลานาแกน,อดัม มอร์แกน และ คอนอร์ เคาดี้         

“ผมคิดว่าเขาแปลงกายเป็นสเกาเซอร์แล้วจริงๆ นะ” เซอร์เคนนี่ ดัลกลิช กล่าวกับ Liverpoolfc.com เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ขณะที่ คล็อปป์ เองบอกว่า เขาเป็นสเกาเซอร์ไปแล้วครึ่งหนึ่ง

“เราพยายามใช้พวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะความฝันคือการมีเด็กๆ ท้องถิ่นทุกคนอยู่ในทีม มันจะไม่เกิดขึ้นใน 5 ปีข้างหน้า บางทีอาจจะเกิดขึ้นใน10 ปี มันคงเยี่ยมมากหากในทีมมีแต่นักเตะสเกาเซอร์ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ?”

คล็อปป์ ชื่นชอบ สเกาเซอร์ ตรงจุดที่เลือดข้นคนสู้ ซึ่งมันตรงกับสไตล์ของเขาอย่างเต็มจัง

คาดว่ามากันสักครึ่งก็ยังดี

ในยุคที่ฟุตบอลฟุ้งเฟื้อเรอเปรี้ยวกำลังเจอกับปัญหาการเงินแบบนี้...

บี แหลมสิงห์

 ........................................................
 
9 กรกฎาคม 2563
 
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อดุลย์ วันที่ : 10/07/2020 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

แต่มาคิดอีกที
ผมว่ารัฐบาลไทยเราไม่น่าที่จะต้องไปแก้ตัวอะไรกับ PETA นั่นหรอก
เราไปชี้แจงกับร้านค้าจะดีกว่ามั้ย

โดยอธิบายไปว่าข้อเท็จจริงมันเป็นงี้งี้งี้
พร้อมกับออกค่าใช้จ่ายค่าเครื่องบินบวกโรงแรมชั้นหนึ่ง
เชิญตัวแทนห้าง/ร้านค้า
(พร้อมกับเมีย (หรือสามี) และลูก เลยก็ยังได้)
เพื่อให้มาดูสวนมะพร้าว / ขั้นตอนการเก็บผลผลิต / โรงงานผลิต ฯ (และเที่ยวเมืองไทย) ให้เห็นกับสองตาตัวเอง
ลองดูสิว่าเค้าจะเชื่อฝ่ายไหน ?

ค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้จะสักกี่บาทเชียว
เมื่อเทียบกับมูลค่าสินค้าที่เราจะต้องสูญเสียไปเพราะเรื่องนี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อดุลย์ วันที่ : 10/07/2020 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adulmr

เรื่องของลิงเก็บมะพร้าวนะครับ
เห็นได้ชัดเลยว่าฝรั่งมันก็สองมาตรฐาน
ความผิดของตัวเองมีขนาดเท่าเม็ดกรวดจนมองไม่เห็น
แต่ (ความผิดกรณีเทียบเคียงกัน) ของคนอื่นนี่ใหญ่กว่าภูเขา

ยังดีนะครับที่ฝรั่งอังกฤษมันไม่กินสะตอ
ไม่งั้นก็ติดร่างแหโดนแบนไปด้วย
เพราะแถวสามจังหวัดภาคใต้บ้านผม
ลิงบางตัวเค้านำมาฝึกเพื่อใช้ให้ปีนขึ้นไปเก็บสะตอครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน