*/
  • นายยั้งคิด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sunnytrack@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 5899
  • จำนวนผู้ชม : 3495301
  • จำนวนผู้โหวต : 1716
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1716 คน
<< กรกฎาคม 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2563
Posted by นายยั้งคิด , ผู้อ่าน : 351 , 15:45:07 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีครับ

         นายวัน อยู่บำรุง มองว่าาทักษิณ ชินวัตร คือเทวดาที่นับถือของตน แล้วไม่เห็นความจำเป็นที่นายกฯประยุทธ์ จะเที่ยวไปสอบ

ถามตามสื่อน.ส.พ.แหล่งต่างๆ จึงแนะให้นายกฯถามไปที่ทักษิณคนเดียวก็พอ โอ้โฮ ... สมองมีแค่เนี๊ยะ .....

ทักษิณน่ะ พ่อพ้ม ...

         ส่วนนักวิชาการผศ.ดร.ธร ปิติดล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มองว่า

ศ.ก.ร่อแร่มาก่อนตั้งแต่ปี 58 

“ความยากจนที่เกิดขึ้นมันขับเคลื่อนจากอะไร ความยากจนที่เห็นในประเทศเรามันเพิ่มขึ้นมา แน่นอนอันแรกสุดภาคการเกษตรเรามีปัญหาเยอะมาก รายได้ที่ลดลงจากภาคเกษตรมันกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนตกอยู่ในฐานะความยากจนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้รายได้จากกิจการขนาดเล็ก พูดง่ายๆ คนที่ค้าขายขนาดเล็ก อยู่ในภาคบริการรายย่อย กลุ่มนี้รายได้ก็ลดลง สุดท้ายค่าจ้างก็ไม่โต” ผศ.ดร.ธร  กล่าว

ผศ.ดร.ธร  กล่าวต่อไปว่า เมื่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้น ผลกระทบเกิดขึ้นในทันทีกับการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งทั้ง 2 ส่วนเป็นรายได้หลักของเศรษฐกิจไทย และขยายต่อมาถึงการบริโภคภายในประเทศ เช่น ในช่วงที่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ และแม้ปัจจุบันผ่านคลายมาตรการจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่หากเงินในกระเป๋าของแต่ละคนมีน้อย การใช้จ่ายเพื่อบริโภคย่อมซบเซาไปอีกยาว เช่นเดียวกับการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนก็จะลดลงด้วย ซึ่งการคาดการณ์ส่วนใหญ่เชื่อว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปีกว่าจะฟื้น

 
..........................................
 

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“การที่จะตั้ง ครม. นายกฯ ต้องดูให้ถ่องแท้ว่าใครจะทำอะไร ต้องเอาบ้านเมืองเป็นหลัก นั่นคือสิ่งสำคัญสุด แต่ใครจะมาจะไปเป็นเรื่องปกติ”

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

รองนายกรัฐมนตรี

 
 
'ส.ส.วัน'งงหนักมาก! 'บิ๊กตู่'เดินสายหารือสื่อช่วยแก้ ศก. แนะร่อนจดหมายหา'ทักษิณ'จบ

'ส.ส.วัน'งงหนักมาก! 'บิ๊กตู่'เดินสายหารือสื่อช่วยแก้ ศก. แนะร่อนจดหมายหา'ทักษิณ'จบ

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 15.17 น.

วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพฯ เขตบางบอน พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินสายหารือสื่อมวลชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ว่า "เกี่ยวอะไรด้วยครับ? งงดิงง!!!! #ร่อนหานายกฯทักษิณคนเดียวจบ"

 

‘โควิด’แค่หมัดน็อกซ้ำให้ร่วง! นักวิชาการชี้ ‘ศก.ไทยเจ็บเลือดท่วม’ มาก่อนแล้ว5ปี

‘โควิด’แค่หมัดน็อกซ้ำให้ร่วง! นักวิชาการชี้ ‘ศก.ไทยเจ็บเลือดท่วม’ มาก่อนแล้ว5ปี

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 13.21 น.

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563  ในงานเสวนาเรื่อง “ความท้าทายของสังคมหลังโควิด-19 กับความมั่นคงของมนุษย์” ซึ่งจัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.ธร ปิติดล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยมีปัญหาตั้งแต่ก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้ว อาทิ 1.การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง เริ่มเห็นตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา และต่ำที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

2.ผู้คนยากจนลง-สังคมเหลื่อมล้ำสูงขึ้น ในช่วงปี 2558-2561 รายงานของธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่าอัตราความยากจนของไทยสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ทศวรรษ นับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 (วิกฤติต้มยำกุ้ง) และเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีอัตราความยากจนสูงขึ้น ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนารายได้สูง โอกาสที่จะเกิดสภาพแบบนี้เป็นไปได้ยากมาก นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยของนักวิชาการใน ม.ธรรมศาสตร์ พบว่า ช่วงปี 2558-2560 สังคมไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้นด้วย

“ความยากจนที่เกิดขึ้นมันขับเคลื่อนจากอะไร ความยากจนที่เห็นในประเทศเรามันเพิ่มขึ้นมา แน่นอนอันแรกสุดภาคการเกษตรเรามีปัญหาเยอะมาก รายได้ที่ลดลงจากภาคเกษตรมันกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนตกอยู่ในฐานะความยากจนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้รายได้จากกิจการขนาดเล็ก พูดง่ายๆ คนที่ค้าขายขนาดเล็ก อยู่ในภาคบริการรายย่อย กลุ่มนี้รายได้ก็ลดลง สุดท้ายค่าจ้างก็ไม่โต” ผศ.ดร.ธร  กล่าว

“ภาคเกษตรอยู่ในช่วงที่เลวร้ายมาสักระยะหนึ่งแล้วอย่างน้อย 3-4 ปี ภาคอุตสาหกรรม ส่งออกปีที่แล้ว (2562) ก็แย่ ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมันพยุงตัวได้เพราะภาคบริการ ทีนี้ข่าวร้ายคือโควิดมันกระเทือนบริการมากที่สุด คือมันเหมือนเคยมีอันที่ช่วยได้อยู่อันเดียวแต่กลับช่วยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว อันนี้ก็เลยดูเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงมาก”  อาจารย์ธร ระบุ

โทรโข่งน้อยพปชร. อวย‘บิ๊กป้อม’มอบนโยบาย สั่งการส.ส.ลงพื้นที่เน้นสามัคคี

โทรโข่งน้อยพปชร. อวย‘บิ๊กป้อม’มอบนโยบาย สั่งการส.ส.ลงพื้นที่เน้นสามัคคี

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 13.30 น.

“สัณหพจน์” เผย “บิ๊กป้อม” สั่งการ ส.ส.พปชร. ลงพื้นที่ดูแลปัญหาการบริหารจัดการน้ำ แก้ไขความเดือดร้อนให้ประชาชน  ชี้ “บิ๊กป้อม” สุดฟิต มอบนโยบาย ส.ส. พปชร.เน้นความสามัคคี 

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี วานนี้ (10 ก.ค.63) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้มอบนโยบายการบริหารงานพรรคพลังประชารัฐ โดยขอให้ ส.ส. และสมาชิกพรรคทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความรักและสามัคคี พร้อมตั้งใจทำงานในหน้าที่ของตนเองคือการดูแลพี่น้องประชาชน

“ในการประชุมดังกล่าว พล.อ.ประวิตร ได้ขอให้ ส.ส. ของพรรค ซึ่งมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย ได้ช่วยกันเร่งทำงานในพื้นที่ ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะเรื่องของการจัดการบริหารน้ำ ซึ่งถือเป็นเรื่องหลักอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลต้องการแก้ไขความเดือนร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร”  รองโฆษก พปชร. กล่าว

 
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้ติดตามความคืบหน้าด้านการจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย ที่มีเป้าหมายใน 76 จังหวัด 309 อำเภอ 715 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10.5 ล้านไร่ มีผู้ได้รับประโยชน์ 7.82 ล้านครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันดำเนินการแล้ว 166 ชุมชน พื้นที่ได้รับประโยชน์ 750,000 ไร่ มีผู้ได้รับประโยชน์ 1.3 ล้านครัวเรือน คงเหลือพื้นที่ชุมชนที่ต้องดำเนินการอีก 549 ชุมชน

อย่างไรก็ตาม หากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือนร้อนจากปัญหาเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาเรื่องน้ำอุปโภค-บริโภค ปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ น้ำท่วมและอุทกภัย สามารถประสานงานกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐในพื้นที่เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

 หน้าแรก / การเมือง

'นปช.'สะเทือนครั้งใหญ่! '17จังหวัด'ภาคเหนือพร้อมใจ 'คืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง'

'นปช.'สะเทือนครั้งใหญ่! '17จังหวัด'ภาคเหนือพร้อมใจ 'คืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง'

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 15.49 น.

"แรมโบ้" ลุยเหนือ 17 จังหวัด งานคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง สู่หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย เรารักประเทศไทย ตามศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียงแนวทฤษฎีใหม่ เพื่อ"รวมไทย สร้างชาติ"เดินตามนโยบายนายกฯ

วันที่ 11 กรกฏาคม 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธี รับมอบคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง และมอบป้ายและธงหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนฯเรารักประเทศไทย ณ อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติกลุ่ม GPS ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีนายอานนท์ แสนน่าน อดีตประธานเครือข่ายหมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งประเทศไทยและอดีตประธานหมู่บ้านคนเสื้อแดงภาคเหนือ นายสมชัย แสงทอง และแกนนำภาคเหนือ 17 จังหวัดเป็นตัวแทนคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงและรับมอบธงหมู่บ้านวิสาหกิจฯเรารักประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯเรารักประเทศไทยภาคเหนือ 17 จังหวัดมาร่วมงาน ให้การต้อนรับกว่า 1,000 คน

นายสุภรณ์ฯ ได้กล่าวกับแกนนำและสมาชิกฯที่มาร่วมงานว่า" ต้องขอขอบคุณแกนนำและอดีตพี่น้องคนเสื้อแดงทุกคนที่มาร่วมมือกัน เพื่อสลายสีเสื้อในครั้งนี้ เราจะไม่มีสีเสื้ออื่นๆนอกจากสีธงชาติ ขาว น้ำเงิน แดง หมายถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันที่พวกเราคนไทยต้องช่วยปกป้องไว้ วันนี้ประเทศไทยเราต้องการความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจและรวมพลังคนไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะต้องเลิกการทะเลาะ เลิกขัดแย้งกัน หันหน้ามาร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อมุ่งสู่การส่งเสริมอาชีพสร้างงานสร้างรายได้ ปลดหนี้ปลดสินให้กับพี่น้องเกษตรกรของเราทุกคน เอาเวลาที่จะไปชุมนุมทางการเมืองบนถนน หันมาทำมาหากินดีกว่า เพื่อให้พวกเรามีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ มีกินมีใช้ ให้สุขสบายมากขึ้นกว่าเดิม และเป็นการทำให้ประทศชาติมั่นคงประชาชนมั่งคั่งและยั่งยืนในทุกครัวเรือนในวันข้างหน้าอันใกล้นี้

"วันนี้ประเทศชาติภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไปสู่ทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันเพื่อให้บ้านเมืองของเราเจริญรุ่งเรือง ภายใต้แนวทาง " รวมไทย สร้างชาติ" ที่นายกฯได้ให้แนวทางไว้ และสำคัญที่สุดรัฐบาลมีความต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาความยากจน ที่ทุกคนได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นายกและรัฐบาลได้ทุ่มเทเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบและจะต้องเดินหน้าดูแลต่อไปเพื่อให้ทุกคนฟื้นกลับสู่วิถีชีวิตใหม่ให้ได้ ดังนั้นการรวมตัวจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนฯเรารักประเทศไทย ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ตามศาสตร์พระราชา ถือเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่งและตนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลก็พร้อมจะเข้ามาดูและให้กลุ่มได้ขับเคลื่อนเดินหน้าในอาชีพให้มีรายได้มากขึ้นต่อไป"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมพิธีคืนธงแดงและป้ายหมู่บ้านคนเสื้อแดงจากอดีตแกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสาน 20 จังหวัดประมาณ 300 คน พร้อมมอบป้าย"เรารักประเทศไทย"ให้กับแกนนำทุกจังหวัดในภาคอีสาน มาแล้ว

เช่นเดียวกับนายอานนท์ แสนน่าน อดีตผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน ก็ได้ประกาศตัวนำมวลชนปลดป้ายเสื้อแดงเปลี่ยนมาเป็นหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย ขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ซูเปอร์โพล ตีแผ่ผลสำรวจ‘ปชช.’เกือบ100% ไม่เชื่อมั่นศรัทธาพรรคการเมืองไทย

ซูเปอร์โพล ตีแผ่ผลสำรวจ‘ปชช.’เกือบ100% ไม่เชื่อมั่นศรัทธาพรรคการเมืองไทย

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 11.29 น.

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สี่ยอดกุมาร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,586 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 9 – 10 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา 

เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นศรัทธาต่อพรรคการเมืองในขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.9 ระบุ ลดลง ถึงไม่เชื่อมั่น หมดความศรัทธา เพราะเต็มไปด้วยคนมีประวัติด่างพร้อย แย่งตำแหน่ง แย่งอำนาจกัน มุ่งแต่จะถอนทุนคืน วิ่งเต้น วางบิลซื้อขายตำแหน่งรัฐมนตรี ทรยศ หักหลัง เสร็จนาฆ่าโคทึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล ไม่ปกป้องรักษาคนดี ไม่ส่งเสริมคนดีปกครองบ้านเมือง ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนของชาติ ไม่มีวินัย ไม่จริงใจ ไม่ได้รักประชาชน เป็นต้น ในขณะที่ ร้อยละ 11.1 เพิ่มขึ้นเพราะ ทำงานแก้ปัญหา มีอุดมการณ์ เข้าถึงประชาชน เป็นต้น

ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงความเห็นต่อการลาออกจากพรรคพลังประชารัฐของสี่ยอดกุมาร ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.3 เห็นด้วย ในขณะที่ร้อยละ 13.7 ไม่เห็นด้วย

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ประชาชนกำลังหมดศรัทธาต่อพรรคการเมืองเพราะเห็นแต่ภาพการทรยศ หักหลัง เสร็จนาฆ่าโคทึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล แย่งชิงตำแหน่ง จ้องจะถอนทุนคืน ในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนทุกข์ยากผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ตกงาน ขาดรายได้ แต่นักการเมืองมุ่งแต่จะหาประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องไม่ได้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ จึงเสนอให้เอาความต้องการของประชาชนเป็นตัวตั้งและทำงานตอบโจทย์ตรงเป้าความต้องการของประชาชนที่ไม่ต้องการเห็นความวุ่นวาย ความขัดแย้งแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีที่กำลังยึดครองพื้นที่สื่อข้อมูลข่าวสารในเวลานี้

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ถ้าปรับคณะรัฐมนตรี ควรแบ่งกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลน่าจะตอบโจทย์แต่ละกลุ่มคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เน้นที่ “ความหวัง” หรือ Hope ให้พวกเขาเห็นอนาคตที่ดีมีงานทำ มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมืองเป็นพลเมืองดี สำนึกรู้คุณแผ่นดินและสถาบันหลักของชาติ กลุ่มที่สองเป็นคนวัยทำงานที่ต้องทำให้เกิดความมั่นคงในสัมมาชีพ มีงานทำรายได้ดี มีทักษะดี มีสุขอย่างพอเพียง และ กลุ่มที่สามเป็นกลุ่มคนสูงวัยที่ต้องการความสุขและปลอดภัย โดยนายกรัฐมนตรีน่าจะมีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคมที่เชื่อมประสานภาคประชาสังคม (Civil Society) ได้ดีกว่านี้ และนายกรัฐมนตรีต้องชูธงผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเมืองด้วยตนเองไม่ลอยตัวเหนือปัญหา ให้เห็นภาพลงมานั่งกอดคอทำงานกันใกล้ชิดกับสี่ยอดกุมารทีมเศรษฐกิจบนโต๊ะรูปไข่เหมือนช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา อย่าไปทอดทิ้งพวกเขา เพราะครั้งหนึ่งพวกเขาเคยมีส่วนช่วยให้ทุกท่านเข้าสู่อำนาจเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

 

มท.สร้างชุมชนเข้มแข็งปลอดภัยจากยาเสพติด

มท.สร้างชุมชนเข้มแข็งปลอดภัยจากยาเสพติด

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 15.51 น.

การสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยกระทรวงมหาดไทยยังคงรักษามาตรฐานในการป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างใกล้ชิด มุ่งเน้นการลดอุปสงค์ และอุปทานของยาเสพติด

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำ การบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการกับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติด ผ่านกลไกศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับท้องถิ่น  ยึดหลักการลดอุปสงค์และอุปทานของยาเสพติด ในส่วนของผู้ผลิตและ ผู้จำหน่าย (อุปทาน) เจ้าหน้าที่ต้องรู้สภาพปัญหาจริงในระดับพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยให้ความสำคัญกับคณะกรรมการหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ซึ่งเป็นบุคคลที่รู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี โดยใช้การข่าวร่วมกับการปราบปราม

ในส่วนของ ผู้เสพผู้ติดยาเสพติด (อุปสงค์) เน้นการบำบัดรักษาด้วยระบบสมัครใจ ผ่านศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกรมการปกครอง ที่ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศเพื่อบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ให้กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และป้องกันไม่ให้มีผู้เสพผู้ติดยาเสพติดรายใหม่ โดยสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวและใช้กระบวนการบำบัดโดยชุมชน ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างรายได้

การสร้างพื้นที่ปลอดภัยยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน ผ่านโครงการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน การพัฒนาหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยาเสพติดให้กับประชาชน ผ่านหอกระจายข่าวหมู่บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ให้แก่ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศ เกิดความตระหนักถึงโทษพิษภัยของยาเสพติด และลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะนำพาให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ซึ่งการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างยั่งยืนจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย พัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เป็นรากฐานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

กรมชลฯวางแผนเตรียมพร้อมรับน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ปี63

กรมชลฯวางแผนเตรียมพร้อมรับน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ปี63

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.08 น.

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำ และประชุมเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนฤดูฝนปี 2563 โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 - 4 และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมประชุม ณ ห้องประชุมโครงการชลส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน สำนักงานชลประทานที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก

อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 8,091 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 31 ของความจุอ่างรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 1,254 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 6 ของความจุอ่างรวมกัน ประกอบด้วย มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่รวมกัน จำนวน 8 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันประมาณ 7,664 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 31 ของความจุอ่างรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 919 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของความจุอ่างรวมกัน อ่างเก็บน้ำขนาดกลางรวมกัน จำนวน 80 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันประมาณ 284 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 27 ของความจุอ่างรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 192 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของความจุอ่างรวมกัน อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก จำนวน 701 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันประมาณ 143 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่างรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 143 ล้าน ลบ.ม.หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่าง

ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 1 - 4 ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ไว้ 8 แนวทาง ประกอบด้วย 1.) การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 - 4 เพื่อเป็นศูนย์บัญชาการการบริหารจัดการน้ำ 2.) ตรวจสอบสภาพอาคารในลำน้ำสายหลัก คันพนังกั้นน้ำ รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงของอาคารชลประทานต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน 3.) ดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ 4.) บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 5.) จัดประชุมชี้แจงสถานการณ์ให้กลุ่มผู้ใช้น้ำรวมถึงผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านเหนือน้ำและด้านท้ายน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงเกิดความเสียหายในวงกว้าง 6.) ดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 7.) เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ สำหรับเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที และ 8.) บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานชลประทานที่ 1 - 4 อีกด้วย

 .....................................................

11 กรกฎาคม 2563

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน