• pook
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-09
  • จำนวนเรื่อง : 138
  • จำนวนผู้ชม : 510302
  • ส่ง msg :
  • โหวต 561 คน
หนังเก่าเล่าเรื่อง
วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม 2551
Posted by pook , ผู้อ่าน : 11592 , 12:18:16 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โย่ว.. ข้าพเจ้าหายไปไหนมาเอ่ย

ไปออกกำลังกายมานั่นเอง หลังจากร้างลาไปนานมากๆ

ลูกบ้าเยอะไปหน่อยค่ะ เดี้ยงไปหลายวัน เดี้ยงแล้วก็ซ้ำเข้าไปอีก ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ได้เวลาคว้าคีย์บอร์ดมาบรรเลงแล้วค่า

ภาพยนตร์ที่จะเล่าให้อ่านกันในวันนี้ วางแผ่นไว้นานแล้วค่ะ แต่ก็เฉยๆ ดูเหมือนน่าเบื่อๆงัยไม่รู้

แต่พอหยิบมาดู อ่าฮ่ะ เอามาเขียนดีกว่า ไม่พิรี้พิไรกันแล้ว ป่ะ ไปอ่านกัน

It's a Wonderful Life (1946)

ภาพยนตร์ของผู้กำกับ และผู้อำนวยการสร้าง แฟร้งค์ คาปรา

ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องของผู้ชายธรรมดาๆคนนึง จอร์จ เบลี่ย์

คืนนี้ในวันคริสต์มาสอีฟ จอร์จ เบลี่ย์ ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว

ในคืนคริสมาสต์อีฟ ที่เมืองเบดฟอร์ด ฟอลล์ 

เสียงสวดวิงวอนดังแผ่วออกมาจากริมฝีปากของเด็กๆ ของผู้หญิง ของผู้ชาย ของใครหลายๆคน เสียงสวดพึมพำรวมประสานกลายเป็นเสียงสวดจากหัวใจที่ดังระงมไปถึงหูของพระเจ้าเบื้องบน

พวกเขากำลังสวดให้กับ จอร์จ เบลี่ย์

พระเจ้า ได้โปรดช่วยจอร์จด้วย พวกเราเป็นหนี้บุญคุณเค้ามากเหลือเกิน ได้โปรดช่วยจอร์จด้วย

เค้าเป็นคนดี เค้าไม่เคยคิดถึงตัวเองเลย พระเจ้าโปรดช่วยจอร์จ เบลี่ย์ด้วย โปรดให้โอกาสเค้าด้วย

จากเสียงวิงวอนร้องขอความช่วยเหลือ พระเจ้าได้ส่งคลาแรนซ์ เทวดาชั้นสอง ผู้ซึ่งใช้ความพยายามมามากกว่า 200 ปี ที่จะทำดีเพื่อให้ได้ปีกเทวดา หากงานนี้สำเร็จพระเจ้าจะมอบปีกให้กับคลาแรนซ์

เมืองเบดฟอร์ดฟอลล์

ค่ำคืนของวันคริสตมาสอีฟ

พระเจ้า ได้โปรดช่วยจอร์จด้วย พวกเราเป็นหนี้บุญคุณเค้ามากเหลือเกิน ได้โปรดช่วยจอร์จด้วย

น้ำเสียงเล่าความเป็นมาของจอร์จที่ดังมาจากท้องฟ้า พาเราย้อนกลับไปหลายสิบปี

เมื่อยังเล็ก จอร์จ เป็นเด็กจิตใจดี มีน้ำใจ สิ่งเดียวในชีวิตที่จอร์จต้องการมีเพียง การได้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ที่เค้าได้อ่านได้เห็นจากนิตยสาร

หูของจอร์จได้ยินเพียงข้างขวาข้างเดียว เนื่องจากการช่วยชีวิตน้องชายวัย 9 ขวบ แฮรี่ ที่พลัดตกลงไปในธารน้ำแข็ง มันทำให้จอร์จป่วยหนักหลายวัน เค้าหายดีเป็นปกติในเวลาต่อมา หูข้างซ้ายเค้าไม่ได้ยินอะไรเลยนับจากนั้น

จอร์จ เบลี่ย์ ในวัยเด็ก

แฮรี่ เบลี่ย์ น้องชายของจอร์จ

จากการช่วยชีวิตแฮรี่ ทำให้จอร์จ หูพิการไป 1 ข้าง

เมืองเบดฟอร์ด ฟอลล์ที่จอร์จอาศัยอยู่เป็นเมืองเล็กๆ พ่อของจอร์จเปิดบริษัทการเงินเพื่อปล่อยกู้ให้กับชาวเมืองที่อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ชาวเมืองทุกคนรักจอร์จ รักพ่อของจอร์จ ยกเว้นเพียงนายพอร์ตเตอร์นายทุนใจเหี้ยม

การที่ชาวเมืองสามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้นั้น มันเป็นผลเสียต่อธุรกิจปล่อยเช่าบ้านของพอร์ตเตอร์  สิ่งเดียวที่นายพอร์ตเตอร์พยายามทำตลอดมาก็คือการล้มคว่ำธุรกิจนี้ของพ่อของจอร์จ

นายพอร์ตเตอร์

จอร์จทำงานหารายได้พิเศษที่ร้านขายยาเล็กๆร้านนึง ของตาแก่กาวเวอร์

เช้าวันนี้ตาแก่กาวเวอร์พยายามเบือนใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาหลบสายตาของทุกคน เค้าหยิบยาอันตรายส่งให้จอร์จ และบอกให้นำมันไปส่งให้กับเด็กคนนึงที่ป่วย........ เปล่า ตาแก่กาวเวอร์ไม่ได้ตั้งใจ แต่เพราะความเสียใจที่สูญเสียลูกชายทำให้เค้าสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวต่างหาก

แมรี่คนทางขวา และไวโอเลตที่อยู่ทางซ้าย แอบชอบจอร์จทั้งคู่

จอร์จโชว์หนังสือเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิคให้แมรี่ดู บอกเล่าถึงการเดินทางที่เขาฝันใฝ่

ตาแก่กาวเวอร์ กำลังจ่ายยาให้คนป่วย

มันเป็นยาพิษ

เค้าแทบสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะการสูญเสียลูกชายไป

จอร์จ ตัดสินใจไปหาพ่อเพื่อปรึกษาเรื่องยาของตาแก่กาวเวอร์กับพ่อที่สำนักงาน

คุณพอร์ตเตอร์ คุณมีสิทธิ์อะไรมาด่าพ่อผม พ่อผมเป็นคนดีมาตลอดชีวิต ช่วยเหลือชาวเมืองเบดฟอร์ดมาตลอด

นานเกินไปแล้ว ยาก็ยังไม่ถึงมือแม่ของเด็กซะที

เมื่อนายกาวเวอร์เห็นว่ายายังอยู่ในมือจอร์จ อารมณ์เกรี้ยวกราดก็โถมเข้าใส่ เค้าตบตีจอร์จอย่างคลุ้มคลั่งเข้าที่หูซ้าย ..อย่าตีหูข้างนี้ผมเลย ได้โปรดเถิดคุณกาวเวอร์

เมื่อนายกาวเวอร์รับรู้ถึงเหตุผลที่จอร์จไม่นำยาไปส่งให้ คำขอโทษเสียใจมากมายก็พรั่งพรูออกจากปาก จอร์จไม่โกรธ แต่กลับปลอบประโลมความเศร้าจากการสูญเสียลูกชายของนายกาวเวอร์

อะไรนะ ยายังไปส่งไม่ถึงเหรอ รอเดี๋ยวครับ ผมจะจัดการให้

คุณกาวเวอร์ ได้โปรดอย่าตีที่หูข้างนี้ของผม หูผมพิการ ได้โปรดอย่าตีหูข้างนี้ผมเลย

ผมรู้ว่าคุณเสียใจเรื่องลูกชายของคุณมาก แต่คุณกาวเวอร์ยาที่คุณจัดให้กับลูกค้า มันเป็นยาพิษ ผมไม่รู้จะเอาไปส่งได้ยังงัย

คุณกาวเวอร์ อย่าเสียใจไปเลย ผมไม่โกรธคุณเลยซักนิด หากมีอะไรที่จะให้ผมช่วยเหลือได้โปรดบอกผมมา

จอร์จเติบโตขึ้นมา เค้าก็เป็นชายหนุ่มธรรมดาๆคนนึง และมีความต้องการเดิมๆ นั่นคือการได้เดินทางไปในที่ต่างๆอย่างอิสระ

จอร์จปฏิเสธที่จะไปเรียนต่อ พ่อของจอร์จเก็บหอมรอมริบพอที่จะส่งให้ลูกชายไปเรียนต่อได้เพียงคนเดียวเท่านั้น จอร์จยกสิทธิ์นั้นให้แกแฮรี่ น้องชายของเค้า

ความฝันเค้าใกล้เป็นจริงแล้วค่ะ จอร์จกำลังจะออกเดินทางในเรือเดินสมุทร เค้าฝันที่จะเป็นสถาปนิกออกแบบสะพาน และตึกสูงทั่วโลก  กระเป๋าเดินทางใบโตที่ตาแก่กาวเวอร์มอบให้เป็นของขวัญ คืนนี้จอร์จจะไปงานเลี้ยงฉลองจบการศึกษาของแฮรี่ และพรุ่งนี้เค้าจะออกเดินทาง

และนี่คือจอร์จ เบลี่ย์

เค้ามาหาซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่

กระเป๋าเดินทางที่ตาแก่กาวเวอร์ให้เป็นของขวัญแก่จอร์จ

วู้ จอร์จ ขอให้โชคดีในการเดินทางนะ

เพื่อนของจอร์จ คนนึงเป็นคนขับแท๊กซี่ อีกคนเป็นตำรวจค่ะ

จอร์จและพ่อ .......  นายพอร์ตเตอร์ได้ตำแหน่งกรรมการใหญ่ของบริษัทไปแล้ว พ่อหวังว่าอะไรๆจะไม่เลวร้ายไปกว่าเดิมนะ

และที่งานจบการศึกษาของแฮรี่

นี่คือ แมรี่ หล่อนโตเป็นสาวแล้ว เธอไม่เคยมองผู้ชายคนไหนเลย มีเพียงจอร์จเท่านั้น

จอร์จ ไปส่งแมรี่กลับบ้านหลังงานเลี้ยงเลิกรา และนี่คือบ้านที่แม่รี่หลงรัก หวังไว้ว่าซักวันนึงเธอจะได้ใช้ชีวิตที่นี้ มันเป็นบ้านร้างเท่านั้นเอง

ความสุขมีได้ไม่นาน งานฉลองสิ้นสุดลง พ่อของจอร์จหัวใจวายและเสียชีวิตลงอย่างกระทันหันในคืนนั้น

ในฐานะลูกชายคนโต ผูกเข้ากับเงื่อนไขจากนายพอร์ตเตอร์ จอร์จต้องเข้ามาดูแลกิจการของพ่อเค้าต่อไป ไม่อย่างนั้นธุรกิจนี้จะถูกยุบ ลุงบิลลี่จะสูญเสียทุกสิ่งอย่างที่ร่วมกันสร้างมากับพ่อของจอร์จ ชาวเมืองเบดฟอร์ด ฟอลล์ จะไม่สามารถกู้เงินจากใครเพื่อสร้างบ้านได้อีก เมื่อทบทวนดูแล้ว ความฝันที่จะเดินทางของจอร์จก็ถูกวางกองลง

จอร์จ รีบขึ้นรถเร็วเขา พ่อช็อคหมดสติไปแล้ว อาการหนักมาก

ชั้นเห็นว่าบริษัทนี้ไม่มีความจำเป็นเลยสำหรับเมืองนี้ พอร์ตเตอร์กล่าวขึ้นในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ปีเตอร์ เบลีย์ ไม่ใช่นักธุรกิจ และไอ้สิ่งนี้แหล่ะที่ฆ่าเค้าจนตาย ดูสิ ลูกค้าหลายรายถูกปฏิเสธเงินกู้จากแบงค์ เพราะพวกเค้าไม่มั่นคงพอ แต่พอมาที่นี่ เรากลับยอมปล่อยเงินกู้ให้กับลูกค้าชั้นเลวเหล่านั้น เพราะพวกเค้าเป้นเพื่อนคุณใช่มั้ยจอร์จ

คุณพูดถูกที่บอกว่าพ่อผมไม่ใช่นักธุรกิจ คุณพอร์ตเตอร์ ผมไม่มีวันรู้หรอกว่าทำไมพ่อผมถึงคิดริเริ่มตั้งบริษัทนี้ แต่ก็ไม่มีใครสมควรที่จะประนามพ่อผม ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่พ่อกับลุงบิลลี่ตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา พวกเค้าไม่เคยคิดถึงตัวเองเลย พ่อไม่มีเงินที่จะส่งผมกับแฮรี่ไปเรียนด้วยซ้ำ แต่เค้าก็ช่วยเหลือผู้คนให้ออกมาจากการเช่าสลัมของคุณ มันผิดตรงไหน

คุณบอกให้พวกเขารอและเก็บเงินไว้ก่อนที่พวกเขาจะคิดมีบ้านด้วยซ้ำ รอจนกว่าพวกลูกๆของเข้าโต และจากไปน่ะเหรอ คุณรู้มั้ยว่ามันนานแค่ไหนกว่าพวกเขาจะเก็บเงินได้ พวกเขาหาเงินใช้เงินใช้ชีวิตแล้วก็ตายในชุมชนแห่งนี้ มันจะผิดอะไรที่จะให้พวกเขาหาเงินใช้เงินและตายในบ้านที่เป็นของพวกเขาเอง พวกเขาคือมนุษย์ แต่สำหรับคุณคนชราก็เป็นแค่วัวควาย ผมว่าพวกเขาตายไปอย่างมีคุณค่ากว่าคุณอีกคุณพอร์ตเตอร์

ชั้นไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก ชั้นกำลังพูดเรื่องบริษัท เรื่องธุรกิจอยู่ต่างหาก

กรรมการทั้งหมดโหวตให้เปิดบริษัทต่อไป แต่ว่ามีงื่อนไขสำคัญคือ นายจะต้องเข้ามาเป็นผู้บริหารนะจอร์จ

เงื่อนไขสำคัญ และผลกระทบมากมายต่อคนอื่น ที่ทำให้จอร์จต้องวางความฝันของตัวเองลง

หลายปีต่อมา

วันนี้แล้วสินะ ที่แฮรี่ น้องชายของจอร์จจะกลับมา หลังจากไปร่ำเรียนมาเสียนาน แน่หล่ะ จอร์จวางแผนจะยกธุรกิจทั้งหมดนี้ให้น้องชายเค้าดูแลต่อ ความฝันที่จะการเดินทางถูกหยิบกลับคืนมาอีกครั้ง

แต่แฮรี่ไม่ได้กลับมาคนเดียว แฮรี่มาพร้อมกับแฟนสาว ทั้งสองจะแต่งงานกัน และเค้าจะไปทำงานกับพ่อของเธอ

ลุงบิลลี่ ดูสิที่ท่องเที่ยวมากมายที่ผมจะเดินทางไป หลังจากแฮรี่กลับมารับช่วงธุรกิจต่อ

พี่ฮะ นี่ภรรยาผม ผมจะไปทำงานกับพ่อของเธอ

ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่จอร์จวางแผนไว้เลย

จอร์จรู้สึกหดหู่ที่ไม่สามารถทำตามฝันของเค้าได้ ค่ำนั้นเค้าไปพบกับแมรี่ตามคำแนะนำของแม่ผู้ซึ่งอยากให้ลูกชายคนโตเป็นฝั่งเป็นฝา แมรี่ก็เป็นหญิงสาวที่ดี และหลงรักจอร์จมาตั้งแต่เด็ก

ทั้งสองแต่งงานกัน และวางแผนไว้ว่าจะไปฮันนิมูนให้ทั่ว ความฝันที่จะเดินทางของจอร์จใกล้ความจริงเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง การเดินทางอาจจะไม่ยาวนานอย่างที่เคยคิด แต่เค้าก็จะมีแมรี่ ผู้หญิงที่เค้ารักร่วมเดินทางไปด้วย

หน้าบ้านของแมรี่

แมรี่ กับดวงตาที่เปิดเผยว่าหลงรักจอร์จ

และจอร์จ ผู้พยายามปิดกั้นตัวเองในเรื่องรัก ไม่ใช่ไม่รัก แต่เขาไม่อยากมีใครมาขวางความฝันในการเดินทางของตัวเองต่างหากเล่า

เข้าใจมั้ยแมรี่ ผมไม่ต้องการแต่งงาน ผมไม่อยากมีครอบครัว ผมต้องการเดินทางไปรอบโลก อย่ามาฉุดรั้งผมไว้เลย

อ่ะ ก็หัวใจเรียกร้อง  อะไรจะฉุดรั้งไว้ได้เป็นไม่มี

เราจะเดินทางท่องเที่ยวไปให้ทั่วเลย

หลังจากพิธีแต่งงาน จอร์จพบว่าที่บริษัทของเค้าประสบปัญหาอย่างหนักจากความตกต่ำทางเศรษฐกิจ ข่าวลือที่ว่าบริษัทจะปิดทำให้ชาวบ้านแห่กันมาถอนเงิน ในลิ้นชักไม่มีเงินเลยซักแดงเดียว เพราะลุงบิลลี่เพิ่งจะจ่ายเงินชำระหนี้ไปจนเกลี้ยง

เป็นโอกาสอันดีของนายพอร์ตเตอร์ที่จะเข้ามายึดบริษัทของจอร์จ ทุกหนึ่งดอลล่าร์ที่ชาวบ้านจะขอเบิกออกจากบริษัทจอร์จ นายพอร์ตเตอร์ขอซื้อในราคา 50 เซ็นต์ หากใครต้องการเงินซึ่งจอร์จไม่มีจะให้ในขณะนั้น ให้ไปเบิกได้กับนายพอร์ตเตอร์

เกิดอะไรขึ้น ที่หน้าบริษัทของจอร์จ

แย่แล้วจอร์จ ผู้คนตื่นตระหนก วิ่งมาถอนเงินกันหมดเลย เราไม่มีเงินเหลือซักเซ็นต์เดียว

จอร์จ ถ้าแกปิดประตูบริษัทก่อน 5 โมงเย็นละก็ ชั้นจะสั่งให้กรรมการทั้งหมดลงชื่อปิดบริษัทแกซะ

All you can take with you is that which you've given away คติประจำใจที่พ่อสอนไว้เสมอ

จอร์จตัดสินใจออกมาเผชิญหน้ากับทุกคน เค้าไม่แน่ใจนักว่าเรื่องราวจะจบลงเช่นใด

ด้วยเงื่อนไขที่ว่า หากจอร์จปิดบริษัทก่อน 5 โมงเย็น นายพอร์ตเตอร์จะใช้อำนาจในฐานะกรรมการใหญ่ของบริษัทสั่งปิดกิจการที่พ่อของจอร์จเป็นผู้ริเริ่มขึ้นมาทันที

นอกจากบริษัทจะถูกปิดแล้ว ชาวบ้านอีกหล่ะ จะมีเจ้าหนี้ที่ไหนใจดีได้อย่างจอร์จ จะมีใครอนุมัติให้กรรมกรกู้เงินไปสร้างบ้าน จะมีใครยอมอะลุ่มอล่วย ยามไม่มีปัญญาผ่อน และทุกคนจะต้องกลับไปเป็นทาสของเจ้าพอร์ตเตอร์อย่างนั้นหรือ

จอร์จ บอกเล่าเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เค้าบอกแม้กระทั่งว่า นายพอร์ตเตอร์เสนอซื้อมูลค่าเงินฝากครึ่งราคา

ลูกค้าหลายรายจะวิ่งไปหาพอร์ตเตอร์ .. นี่เป็นโอกาสที่นายพอร์ตเตอร์จะยึดทุกอย่างในเมืองนี้ พวกคุณจะต้องกลับไปใช้ชีวิตในบ้านเช่าซอมซ่อตลอดไป จะไม่มีใครให้เงินกู้กับกรรมกรเพื่อสร้างบ้าน ได้โปรดอย่าไปหาเค้าเลย ผมขอร้อง

นี่งัย ชั้นมีเงินอยู่ที่นี่  แมรี่ยกเงินก้นถุงสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่เข้าช่วยเหลือสามี

ชาวบ้านยินยอมถอนเงินเพียงพอที่ตนเองต้องการจะใช้เท่านั้น ไม่มีใครปิดบัญชี บริษัทยังอยู่รอดต่อไป

แล้วปัญหาก็ผ่านไปได้ด้วยดี ด้วยน้ำใจของแมรี่ที่หยิบยื่นเงินส่วนตัวมาใช้  สำหรับแมรี่ เงินไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ จอร์จต่างหากคือคำตอบของชีวิตเธอ

และแมรี่ ก็เตรียมจัดงานฉลองการแต่งงานที่บ้านร้างหลังนั้น

เมื่อชาวบ้านเริ่มมีบ้านเป็นของตัวเอง นายพอร์ตเตอร์เริ่มไม่พอใจมากขึ้น บ้านว่างในสลัมของเข้าหลายหลังว่างลง

ธุรกิจแทบทุกอย่างในเมืองอยู่ในมือของเขาแทบทั้งสิ้น ยกเว้นบริษัทของจอร์จเท่านั้นที่เขายังไม่สามารถคุมควบได้ทั้งหมด

นายพอร์ตเตอร์จึงพูดคุยเรื่องการว่าจ้างจอร์จให้เข้าทำงานกับเขา โดยการเสนอผลตอบแทนให้อย่างสูง

บ้านหลังใหญ่ เงินเดือนอัตราสูง ชีวิตที่หรูหรา การเดินทางดูแลธุรกิจไปทั่วทวีป เสื้อผ้าสวยๆสำหรับแมรี่ ดูจอร์จพึงพอใจอยู่ไม่น้อยจนเกือบจะตกหลุมพรางกิเลศนี้เข้าอย่างจัง

เบลี่ย์พาร์ค สถานที่ที่ชาวบ้านกู้เงินมาสร้างบ้านของตัวเอง พวกเค้าตัดสินใจใช้นามสกุลของจอร์จมาตั้งเป็นชื่อชุมชน และอาณาบริเวณของชุมชนใหม่แห่งนี้ กว้างใหญ่ขึ้นทุกที

ขอแสดงความยินดีกับบ้านหลังใหม่ด้วยครับ

คุณพอร์ตเตอร์ คุณดูเอาเองเถอะว่าชุมชนใหม่แห่งนี้มันใหญ่ขึ้นทุกวัน ซักวันพวกชาวบ้านจะวิ่งไปขอสมัครงานกับจอร์จ ถ้าคุณไม่จัดการอะไรซักอย่าง

เพื่อนจอร์จ ที่กลายเป็นเศรษฐี

อะไรนะคุณพอร์ตเตอร์ คุณจะจ้างผม 20000 ดอลล์ต่อปีเหรอ

อ่า.. ผมรู้แล้ว คุณต้องการฮุบทุกอย่างในเมืองนี้หล่ะสิ ไม่มีวันซะหรอกคุณพอร์ตเตอร์ คุณน่ะก็เป็นไอ้แก่หน้าเลือดที่เห็นคนเป็นวัวเป็นควาย หรือเห็นว่ามนุษย์ด้วยกันไม่มีชีวิต

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอของนายพอร์ตเตอร์ก็รบกวนจิตใจจอร์จอยู่ไม่น้อย เมื่อจอร์จเริ่มมองเห็นชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของตนเองและครอบครัว ความเก่าของบ้าน ความโทรมของรถ และเงินเก็บที่แทบจะไม่มี มันดูชัดเจนขึ้นหลังจากนายพอร์ตเตอร์สะกิดกิเลสของจอร์จให้ฟุ้งกระจาย

ชีวิตอันแสนธรรมดาของครอบครัวจอร์จ เบลี่ย์

สมาชิกที่เพิ่มขึ้น หมายถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น

แมรี่พยายามจะทำบ้านให้สวยงาม

แต่ก็ไม่มีอะไรสมบูรณ์  ความเก่าของบ้าน ของรถ และเงินเก็บที่น้อยจนแทบจะไม่มีรบกวนจิตใจจอร์จเสมอๆ

เมื่อสหรัฐอเมริกาเข้าสู่ช่วงสงคราม

ชายหนุ่มหลายคนถูกเรียกตัวประจำการกองรบ ผู้หญิงทั้งหลายเข้าช่วยเหลืองานบริการ หรืองานพยาบาลแล้วแต่จะได้รับมอบหมาย

ส่วนจอร์จ เนื่องจากความพิการทางหูตั้งแต่วัยเด็ก เค้าได้รับหน้าที่เป็นเพียงผู้ส่งสัญญานเตือนภัยเท่านั้น

ผู้ชายเกือบทุกคนถูกเรียกเข้าประจำการ

เพื่อนจอร์จที่รวยอยู่แล้ว ก็รวยขึ้นอีกกับการทำธุรกิจกับกองทัพ

แฮรี่เข้าประจำการกองบินรบ

และนี่คือจอร์จ

เมื่อสงครามจบลง แฮรี่น้องชายของจอร์จ ได้รับเหรียญกล้าหาญจากการโจมตีข้าศึก ทหารหลายร้อยนายรอดตายเพราะเค้า

ในวันคริสตมาสอีฟ จอร์จแจกหนังสือพิมพ์ให้กับเพื่อนๆไปทั่ว เขาเห่อ และภูมิใจในตัวน้องชาย

ลุงบิลลี่นำเงินไปเข้าธนาคารเหมือนเช่นเคย แต่วันนี้ เรื่องราวร้ายแรงเกิดขึ้น ซองเงินที่บรรจุเงินทั้งหมดของบริษัทหายไป เงินของลูกค้าที่นำมาฝากไว้ ลุงบิลลี่นึกไม่ออกว่า เค้าไปลืมมันไว้ที่ไหน

เหรียญกล้าหาญของแฮรี่ ที่จอร์จเห่ออวดข่าวไปทั่ว

ที่ธนาคาร ลุงบิลลี่ เอาข่าวแฮรี่ได้รับเหรียญกล้าหาญเข้าไปอวดกับนายพอร์ตเตอร์

แต่ก็พลาดลืมซองเงินพับทบไปกับหนังสือพิมพ์

เงินจำนวนมากของบริษัทหายไปไหนแล้ว ลุงบิลลี่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

ผู้ตรวจสอบบัญชีที่จะต้องเช็คยอดเงินอยู่เป็นประจำ มารออยู่ที่บริษัทแล้ว

เงินที่หายไป สามารถจะทำให้บริษัทต้องปิดตัวลง และมากไปกว่านั้น ไม่ใครก็ใคร จะต้องไปนอนในคุก

จอร์จบากหน้าไปหาพอร์ตเตอร์ เพื่อขอความช่วยเหลือ พอร์ตเตอร์ นักธุรกิจหน้าเลือด แม้นว่าเค้าจะเป็นคนพบซองเงินของลุงบิลลี่ แต่มันก็เป็นหนทางเดียวไม่ใช่หรือ ที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในอุ้งมือของเค้าซะที ถ้าบริษัทให้กู้เงินที่เป็นหนามยอกอกเค้าตลอดมานี่พังไปซะ

ไม่มีความช่วยเหลือใดๆจากพอร์ตเตอร์ สิ่งที่ออกจากปากมีแต่คำเหยียดหยาม คนอย่างแกนะจอร์จ ตายไปซะยังจะมีค่ามากกว่าการมีชีวิตอยู่ซะอีก

นึกให้ออกสิลุงบิลลี่ว่าเงินไปอยู่ที่ไหน นึกสิ นึกให้ออก

ถ้าหาเงินไม่เจอหล่ะก็ บริษัทจะต้องถูกปิด ไม่ลุงก็ผมจะต้องติดคุก ผมไม่มีวันจะยอมเข้าคุกหรอกนะ คิดสิไอ้แก่ ว่าเงินไปอยู่ที่ไหน จอร์จเริ่มระงับอารมณ์ไม่อยู่แล้ว

น่าสงสารลุงบิลลี่เหลือเกิน

จอร์จขอเข้าพบกับนายพอร์ตเตอร์เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยไม่ได้รู้เลยว่า เงินของเขาอยู่กับไอ้แก่นี่

แกจะมาขอยืมเงินโดยที่ไม่มีหลักอะไรค้ำ ไม่มีแม้เงินฝาก ไม่มีที่ดิน ไม่มีหุ้น ยกเว้นเพียงแต่สัญญาประกันชีวิตจำนวน 500 ดอลล่าห์ คนอย่างแก ตายไปยังจะมีค่ามากกว่าตอนมีชีวิตอยู่ซะอีก

คืนคริสตมาสอีฟ จอร์จตกอยู่ในวังวนความคิดของตัวเอง ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ทำไมคนที่ไม่เคยคิดถึงตัวเองเลยอย่างเค้า ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้

เสียงหัวเราะของลูก รอยยิ้มของแมรี่ ไม่มีความหมาย เค้าคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกอย่างดูมืดมิด จะไปหาเงินจากที่ไหนจำนวนมากมายขนาดนั้น

จอร์จ กลับมาบ้านอย่างอ่อนแรง ตายไปแล้วอาจจะมีค่ามากกว่าการมีชีวิตก็ได้ เสียงของพอร์ตเตอร์ยังคงวนเวียน

อ้อมกอดของพ่อที่หวาดกลัวความสูญเสีย

แมรี่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านดูขวางหูขวางตา เขาเกรี้ยวกราดใส่ทุกคน ไม่เว้นแม้ลูกๆ

ครอบครัวอะไรกัน ผมไม่เคยอยากมีครอบครัวบ้าๆนี่เลย

จอร์จขึ้นไปดูลูกสาวของเค้าที่ป่วย จากการตากฝนที่โรงเรียน

และด่ากราดใส่ครูอย่างระงับสติตัวเองไม่อยู่

ไม่มีใครเข้าใจว่าพ่อเป็นอะไรไปในวันนี้

แมรี่โทรหาลุงบิลลี่เพื่อถามไถ่ และลูกๆของเธอเริ่มตั้งคำถามว่าพ่อกำลังทุกข์ใจใช่ไหม ... ถ้าอย่างนั้น หนูจะไปสวดภาวนาให้พ่อนะคะแม่ ....และนี่คือจุดเริ่มต้นของเสียงภาวนาวิงวอนของคนทั้งเมืองที่ส่งไปถึงพระเจ้า ได้โปรดช่วยจอร์จด้วย

จอร์จ จำแทบไม่ได้ว่าตัวเองเคยขออะไรจากพระผู้เป็นเจ้าหรือไม่ ในยามที่หมดหนทางเช่นนี้ เค้ากระซิบอ้อนวอนพระเจ้าให้ช่วยเหลือเค้าเบาๆในใจ หวังไว้ว่าเสียงกระซิบนั้นจะดังไปถึงสวรรค์

พระเจ้าได้โปรดชี้ทางสว่างให้ลูกด้วย

เป็นอะไรไปจอร์จ นายกลับบ้านไปพักซักหน่อยดีมั้ย ดูท่าทางไม่ค่อยดีเลย

ไอ้นี่เหรอจอร์จเบลี่ย์ แกกล้าดียังงัยมาด่าเมียชั้น เมียชั้นอุตส่าห์สอนหนังสือให้กับลูกที่มีพ่อเลวๆแบบนี้ แกต้องขอบใจหล่อนเสียด้วยซ้ำ ....

ไม่มีเสียงตอบจากพระเจ้า มีเพียงกำปั้นที่อัดใส่หน้าจอร์จจนล้มคว่ำ นี่หรือคือคำตอบจากสวรรค์ นี่หรือคือสิ่งที่พระเจ้ามอบให้เค้าตอบแทนความดีที่ทำมาทั้งชีวิต

อาจจะจริงอย่างที่นายพอร์ตเตอร์ว่าไว้ การตายสำหรับจอร์จ มีค่ามากกว่าการมีชีวิตอยู่เสียอีก

จอร์จมุ่งตรงไปที่สะพาน และมองตรงไปยังท้องน้ำเบื้องล่าง การตายที่มีค่ามากกว่าการมีชีวิต จอร์จเลือกที่จะตายแล้ว

และนี่คือคลาแรนซ์ เทวดาที่ถูกส่งลงมาช่วยจอร์จ หวังว่าจะยังทันเวลา

แทนที่จอร์จจะได้ฆ่าตัวตาย กลับกลายเป็นว่าต้องโดดลงไปช่วยคลาแรนซ์ที่โดดลงน้ำไปก่อนแล้ว

ชายชราที่จอร์จช่วยขึ้นมาจากน้ำ ทำให้จอร์จฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ เค้าแนะนำตัวว่าเป็นเทวดาพิทักษ์จอร์จ มาปฏิบัติภารกิจเพื่อให้ได้มาซึ่งปีกเทวดาเป็นรางวัล

ใครจะไปเชื่อ เทวดาอะไรกัน

ประโยคจากปากจอร์จ ทำให้เทวดานามว่า คลาแรนซ์ ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว จอร์จบอกว่า อันที่จริงผมไม่ควรเกิดมาเลยด้วยซ้ำ ทุกอย่างมันน่าจะดีกว่านี้ ถ้าผมไม่เคยปรากฎขึ้นบนโลกใบนี้เลย

เทวดาคลาแรนซ์ จึงบันดาลให้เป็นไปตามนั้น

ชั้นโดดลงน้ำไปเพื่อช่วยชีวิตนายยังงัยหล่ะจอร์จ ชั้นเป็นเทวดามาช่วยนายน่ะ .. ใครจะไปเชื่อได้

สีหน้าเจ็บปวดของเทวดา เมื่อได้ยินคำพูดจากปากจอร์จว่า ผมไม่สมควรเกิดมาบนโลกใบนี้เสียด้วยซ้ำ ทุกอย่างน่าจะดีกว่านี้

เอาหล่ะจอร์จ ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่นายหวัง โลกใบนี้เป็นโลกที่ไม่เคยมีตัวตนของจอร์จ เบลี่ย์แล้ว

และนี่คือโลกตามปรารถนาของจอร์จ ที่ๆไม่เคยมีตัวตนจอร์จ เบลี่ย์

เมืองเบดฟอร์ด ฟอลล์ หายไป บัดนี้ชื่อเมืองคือ เมืองพอร์ตเตอร์วิลส์ เมืองตกเป็นของนายพอร์ตเตอร์หรอกหรือ เมื่อไม่มีจอร์จ

ร้านเหล้าของคุณมาร์ตินี่ ร้านประจำที่จอร์จแวะเวียนไปเสมอ กลายเป็นของนิ๊ก นิ๊กผู้ซึ่งบัดนี้ไม่มีแววตาของมิตรเหลืออยู่เลย

ตาแก่กาวเวอร์เจ้าของร้านขายยาที่จอร์จเคยทำงานด้วยเมื่อครั้งยังเด็ก เขาสูญเสียธุรกิจไปในโลกที่ไม่มีจอร์จ ไม่มีใครห้ามปรามไม่ให้เค้าส่งยาพิษให้เด็กที่ป่วยในวันนั้น วันนี้ตาแก่กาวเวอร์ดูกระเซอะกระเซิง ไร้จุดหมาย ชีวิตของตาแก่กาวเวอร์พังย่อยยับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

ไนท์คลับ บาร์ผุดขึ้นในเมืองเป็นดอกเห็ด ผู้คนสำมะเลเทเมา ใช้ชีวิตกันไปอย่างสนุกสนาน

แววตาของนิ๊ก บาร์เทนเดอร์ในโลกครั้งก่อน บัดนี้เค้ากลายเป็นเจ้าของร้านไปแล้ว

ตาแก่กาวเวอร์ กับชีวิตที่ล่องลอยไร้ค่า

คุณกาวเวอร์ ผมจอร์จ เบลี่ย์งัย จำผมไม่ได้เหรอ แล้วทำไมคุณอยู่ในสภาพนี้

ไม่มีเมืองเบดฟอร์ด ฟอลล์อีกต่อไป

ร้านรวงแสงสีมากมายในเมืองที่นายพอร์ตเตอร์เป็นใหญ่

จอร์จมองดูอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

บริษัทของจอร์จไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว มันกลายเป็นไนท์คลับ จอร์จรู้สึกมึนงง ทำไมทุกอย่างเปลี่ยนไป ทำไมไม่มีใครจำเขาได้

ไม่เพียงแต่เพื่อนของจอร์จที่จำจอร์จไม่ได้ แม้กระทั่งแม่ของเค้าเอง ก็ไม่รู้จักเขา แน่หล่ะ ก็ไม่เคยมีจอร์จอยู่ในโลกนี้นี่นา สมดังคำปรารถนาที่ว่า หากไม่ได้เกิดมา อะไรๆน่าจะดีกว่านี้

แม่ของจอร์จ กลายเป็นยายแก่ทึนทึก ลูกชายเพียงคนเดียวคือแฮรี่ ตายไปตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ เขาตกลงไปในธารน้ำแข็งตั้งแต่วันที่ไปเล่นสนุกครั้งนั้น

แล้วเหรียญกล้าหาญที่จอร์จโอ้อวดข่าวให้เพื่อนฝูงอย่างภาคภูมิใจในตอนเช้าเล่า ไม่ มันไม่มีเหรียญกล้าหาญ ทหารหลายร้อยนายตายหมดในสงคราม ไม่มีใครยิงกองกำลังข้าศึก เพราะแฮรี่ตายไปแล้วตั้งแต่ 9 ขวบ นั่นเพราะนายไม่อยู่ช่วยแฮรี่ในตอนนั้นอย่างงัยหล่ะ จอร์จ  อย่าลืมสิว่าโลกนี้ไม่เคยมีนายมาก่อนเลย

แม้กระทั่งลุงบิลลี่ที่รักของจอร์จ หลังจากที่พ่อของจอร์จตาย บริษัทก็ถูกปิด ลุงบิลลี่เสียใจมากจึงฆ่าตัวตายจากโลกนี้ไป

หมู่บ้านของคนยากคนจนที่กู้เงินบริษัทของจอร์จมาสร้างที่พักอาศัย ก็หายไป ไม่สิ มันไม่ได้หายไป มันไม่เคยมีมาก่อนเลยต่างหาก ชาวบ้านยังคงเช่าบ้านในสลัมของนายพอร์ตเตอร์

สำนักงานของจอร์จ กลายเป็นที่ท่องเที่ยวยามราตรี

พาชั้นกลับไปบ้านหน่อยสิ จอร์จยังเข้าใจว่าเพื่อนเค้าจำเค้าได้ดี

และนี่คือบ้านของจอร์จ ไม่มีแมรี่ ไม่มีลูกๆ

บ้านของแม่กลายเป็นที่พักเล็กๆสำหรับคนมีรายได้น้อย

แกไม่ต้องมาโกหก ลุงบิลลี่ที่แกว่าแกรู้จักและเพิ่งเจอกันเมื่อเช้านี้นะ ฆ่าตัวตายไปตั้งนานแล้วตั้งแต่บริษัทโดนปิดไป อย่ามาอ้างลูกอ้างแม่อะไรกับชั้นเลย

จอร์จยังไม่เข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าไม่เคยมีตัวตนของเค้าอยู่ในโลกนี้

และนี่คือหมู่บ้านเบลี่ย์พาร์ค มันคือสุสานของเมือง

ป้ายหลุมศพของแฮรี่ ที่ตายไปตั้งแต่ 9 ขวบ

บ้านที่แมรี่และลูกๆของจอร์จใช้ชีวิตอยู่ กลายเป็นบ้านร้างหลังนึงเท่านั้น ไม่มีแมรี่ ไม่มีลูกทั้ง 4

แมรี่เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว เธอเกิดมาเพื่อรักจอร์จเท่านั้น เมื่อไม่มีจอร์จ เธอก็ไม่มีใครให้รัก

เมื่อไม่มีจอร์จ โลกก็เป็นแบบนี้ หลายชีวิตที่จอร์จข้องเกี่ยวก็เป็นแบบนี้

แน่ใจหรือ ว่าทุกอย่างจะดีกว่านี้ หากเธอไม่ได้เกิดมา

เธอหน่ะ มีชีวิตที่สวยงามแล้วจอร์จ เทวดาคลาแรนซ์บอกแกเขา

แมรี่ ในวัยกลางคนบนโลกที่ไม่มีจอร์จ

มันไม่จริง ไม่มีทางเป็นอย่างนี้ไปได้ ทำไมทุกคนจึงเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้

สิ่งเดียวที่จอร์จหวังในตอนนี้ก็คือ การได้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมา เมืองเบดฟอร์ด ฟอลล์ เพื่อนๆ ลุงบิลลี่ แม่ น้องชาย แมรี่ และลูกๆ

แม้ว่าการกลับมาของทุกอย่าง จะนำจอร์จให้ตกไปอยู่ในสภาพของเจ้าของบริษัทที่กำลังจะพังครืน หรือแม้ว่าจอร์จจะต้องติดคุกก็ตาม ทุกอย่างมันก็ยังดีกว่าโลกที่ไม่มีเค้า

พระเจ้า ได้โปรดนำทุกอย่างกลับคืนมา ได้โปรด

เมืองเบดฟอร์ดฟอลล์ ป้ายที่จอร์จเห็นอยู่ทุกวัน วันนี้มันช่างดูสวยงามอย่างแปลกประหลาด

ครอบครัวที่กลับคืนมา ช่างมีค่าสำหรับจอร์จยิ่งนัก

โลกใบเดิมกลับมาแล้ว

จอร์จ ยิ้มและหัวเราะให้กับทุกสิ่ง

เค้ายิ้มให้กับบ้านหลังเก่า ยิ้มให้กับนายพอร์ตเตอร์นายทุนใจเหี้ยม รถคันเก่าโกโรโกโส ยิ้มต้อนรับปัญหาทั้งมวล

จอร์จผู้เป็นที่รักของชาวเมือง ทุกคนเมื่อทราบข่าวเงินที่หายไปจำนวนมากของบริษัท ต่างก็พากันมาที่บ้านจอร์จ พร้อมเงินจำนวนคนละนิดคนละหน่อย

จอร์จ ผู้ชายที่ร่ำรวยที่สุดในเมือง

จอร์จ มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ลุงไม่อยากจะเชื่อเลย ทุกคนในเมืองบริจาคเงินมาช่วยเหลือเรา

นี่เป็นเงินในตู้เพลงของร้านนะจอร์จ ชั้นยกให้นายหมดเลย

เงินทั้งหมดนี่ขอยกให้นายนะจอร์จ เราเป็นหนี้บุญคุณนายมามากแล้ว

แฮรี่กลับมาหาพี่ชาย หลังจากรู้ข่าว ... ขอดื่มให้กับผู้ชายที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองนี้ จอร์จเบลี่ย์พี่ชายผมเอง

จอร์จไม่อยากจะเชื่อกับน้ำใจที่ทุกคนมอบให้

ข้อความสั้นๆ จากเทวดาคลาแรนซ์ ..ผู้มีมิตร ไม่มีวันล้มเหลว ขอบใจสำหรับปีกนะ ด้วยรักจาก คลาแรนซ์

Every time a bell rings an angel gets his wings .... ยินดีด้วยกับเทวดาคลาแรนซ์ที่ได้ปีกนะจ๊ะ

เธอมีชีวิตที่สวยงามนะจอร์จ


the #1 inspirational film of all time in AFI's "100 Years, 100 Cheers"
the #1 Most Powerful Movie of All Time โดย the American Film Institute (2006).
the #20 Greatest Movie of All Time  โดย the American Film Institute ranked this as (2007)

และเป็นภาพยนตร์ที่แฟร้งค์ คาปรา ผู้กำกับบอกว่าชอบมากที่สุดตั้งแต่สร้างและกำกับภาพยนตร์มา

ผู้แสดงนำ เจมส์ สจ๊วต เป็นดาราที่เป็นขวัญใจของชาวอเมริกันตลอดกาล ใครๆก็รักเค้า และเค้ามักจะได้รับบทเป็นผู้ชายธรรมดาๆแบบนี้เสมอ

It's a Wonderful Life. เป็นภาพยนตร์ในหัวใจของสตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ทุกครั้งที่สตีเฟ่น สปีลเบิร์กจะสร้างหนังเรื่องใหม่ จะต้องเอาหนังเรื่องนี้มาเปิดดู 2 รอบ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และกำลังใจก่อนเสมอ

ภาพยนตร์เรื่อง Back To The Future สตีเฟ่น สปีลเบิร์กลอกฉากย้อนยุคมาจาก It's a Wonderful Life.

และถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่นำกลับมาฉายใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวันคริสตมาสบ่อยมากๆ

หิมะเทียมใน It's a Wonderful Life. ทีแรกฝ่ายเอฟเฟคตั้งใจว่าจะใช้คอนเฟลกมาโปรยปรายเป็นสายหิมะค่ะ แต่ยกเลิกไปเพราะเวลาคอนเฟลกตกกระทบกันจะเกิดเสียงดัง จึงเปลี่ยนมาใช้ฟองเคมีที่ใช้สำหรับดับไฟ สบู่ และน้ำ แทน ซึ่งมีการใช้เป็นจำนวนมากถึง 6000 แกลลอนเลยทีเดียว เอฟเฟคหิมะปลอมทำให้คว้ารางวัลเอฟเฟคยอดเยี่ยมจากโมชั่นพิคเจอร์ค่ะ (พวกเค้าถ่ายทำกันในหน้าร้อนค่ะ)

บทจอร์จ เบลี่ย์ เป็นบทที่เจมส์ สจ๊วตกล่าวว่าถูกใจเค้ามากที่สุด

นายพอร์ตเตอร์ รับบทโดย ไลโอเนล แบรี่มอร์ ซึ่งเป็นพี่ชายของ จอห์น แบรี่มอร์(ปู่ของดรูว แบรี่มอร์) หนุ่มหล่อในเอนทรี่ที่แล้วค่ะ เป็นเหล่าแปะของดรูว แบรี่มอร์นั่นเองค่า

It's a Wonderful Life จัดเป็นภาพยนตร์ที่สร้างกำลังใจได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ด้วยความสามารถอันกระจิ๋วหลิวของข้าพเจ้า เพื่อนๆอาจจะสัมผัสกันไม่ได้ ฮ่าฮ่า

คำเตือนที่เกือบลืมไปแหน่ะ - สำหรับท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ล๊อกอินท่านได้หลุดไปแล้วอย่างสวยงามนะคะ

ภาพแรกๆจากอินเตอร์เน็ต

ภาพที่เหลือจากแผ่นหนังของเค้าเองค่า : )




คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Singing In The Rain - Dream of you

Singing In The Rain - Dream of you

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


ลื้มมมม...ผมหรือยังครับแฟน
ลืมไม่ลง !!
9 คน
แกเป็นใคร ?
5 คน

  โหวต 14 คน