ดินสอดำบ่าวภูสวาง
ตามนั้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/poolsawang
วันพฤหัสบดี ที่ 9 สิงหาคม 2555
Posted by ดินสอดำบ่าวภูสวาง , ผู้อ่าน : 1138 , 16:43:57 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

เรื่องสั้น บางสิ่งที่ขาดหายไป

 

บ่าวภูสวาง เขียน

เขียนเมื่อปี 2547

 --------------

 

 ..อากาศยามเช้าในฤดูปลายฝนต้นหนาว หมู่บ้านปลายชนบทแห่งนี้

ความหนาวเย็นไม่ต่างจากเช้าเมื่อวานก่อนๆนัก

จะต่างก็แต่วันนี้มีหมอกหนาเข้าปกคลุมจนแลดูสีขาวขุ่นๆ

ขนาดว่ามองเห็นคนเดินในระยะยี่สิบเมตรไม่ค่อยจะเห็น

        เสียงไก่ขันจากสุ่มบ้านลุงอ้วน ซึ่งมีรั้วบ้านติดกันกับรั้วบ้านของปุยฝ้าย

ฟังเหมือนดั่งว่า เสียงวงดนตรีออเครสต้าร์ไก่บรรเลงกล่อมปุยฝ้ายกับพ่อแม่ได้ฟังทุกๆเช้า

ถึงการขันขับร้องประเสียงจะฟังดูไม่ค่อยพร้อมเพรียงกันเท่าใดนัก

แต่วงออเครสต้าร์ไก่ทุกตัวก็พยายามโก่งคอของมันขันทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว  

ลุงอ้วนแกเลี้ยงไก่ไว้หลายตัว

ไอ้เหลืองแสมขาวแถมมีหางสีขาวแสมเหลือง คือไก่ชนตัวงาม

คือหนี่งในพันธิ์ไก่ที่แก่เฝ้าฝูมฝักทั้งเช้าทั้งเย็น

ถึงขนาดบางวันแก่มัวแต่เข้าน้ำไก่จนลืมไปว่า ปุยฝ้ายยังไม่ได้กินข้าวเที่ย

บ่อยครั้งที่ ปุยฝ้าย ถูกลืมในลักษณะนี้

มีอยู่วันหนึ่งด้วยความน้อยอกน้อยใจของเด็กน้อย ปุยฝ้าย แอบเข้าไปในสวนไก่ออกแรงยกเอาสุ่มที่ขังไก่ออก

จากนั้นก็เอากิ่งไม้ไผ่ไล่กวดไก่ตัวนั้นจนมันทนไม้เด็กน้อยไม่ไหว จึงบินหนีออกไปนอกสวน

เมื่อลุงอ้วนกลับมาเห็นไก่ตัวนั้นไม่อยู่ในสุ่มแก่ก็ไม่ได้ว่าอะไรปุยฝ้าย

แก่ได้ยืนบนเบาๆว่าลูกคนนี้ชั่งเหมือนแม่ไปเสียทุกอย่างจริงจริ๊ง! 

                       ลุงอ้วนเคยบอกกับ ปุยฝ้าย เมื่อครั้งแก่เลี้ยงมันตอนแรกๆว่า

พ่อไม่ได้เลี้ยงมันเพื่อเอามันไปตีกันให้เลือกตกยางออกตาปูดตาบอมให้คนดูได้เงินเสียเงิน

เหมือนไก่ที่บ้านของลุงเมฆหรอก ไก่มันน่าสงสารลูกเอ๋ย พ่อ

เลี้ยงเป็นเพื่อนพ่อเป็นเพื่อนลูก ให้มันขันประสานเสียงให้เราฟังในตอนเช้าๆยังไงละ ลูกไม่ชอบฟังเสียงมันบ๊อ
!”

 ลุงอ้วนถึงแกจะเลี้ยงไก่ชน แต่แก่ไม่ชอบกีฬาชนไก่

แก่เคยไปดูสนามชนไก่ครั้งหนึ่งแต่นั้นมาแก่ไม่ไปดูอีกเลย

แก่มองว่าการนำเอาไก่มาจับให้มันกันตีกันโดยที่มีคอกผ้าล้อมรั้วไว้เป็นการทรมานไก่อย่างชัดชัด

 ไก่ก็ไม่ต่างจากคนแกว่า เพียงแต่มันตัวไม่ใหญ่เท่าคนมันก็เลยถูกคนรังแกอยู่ร่ำไป

แกเลี้ยงประกอบเป็นอาชีพ แกเลี้ยงมันไว้เพื่อนเป็นแก้เหงาบางทีมีคนมาขอซื้อ

แกก็ขายก็เป็นความสุขเล็ก ๆ ของแก่ตามประสาคนกำลังเดินทางไปสู่ปลายชีวิต

    
แสงเงินแสงทองเริ่มจับที่เส้นโค้งขอบฟ้าแล้ว หากเราแบฝ่ามือออกก็จะเห็นลายมือของตัวเองถึงจะดูไม่ชัดเจนนัก

แต่ก็พอดูให้รู้ว่านี้คือลายมือที่ดูเหมือนหนึ่งว่า แผนที่ชีวิตที่ฟ้าหรือใครก็แล้วแต่ได้ขีดได้วาดแผนที่ชีวิตให้มนุษย์ตน

หนึ่งได้ก้าวเดินไปตามแผนที่ชีวิตบนฝ่ามือลายนี้ 

    ปุยฝ้ายตื่นแล้วขี้หูขี้ตายังไม่ได้ล้างด้วยซ้ำ ห่อตัวด้วยผ้าห่มผืนใหญ่ ดูเหมือนหนึ่งว่า โอ่งเดินได้ ลงจากบ้านได้ก็วิ่ง

หน้าตั้งมานั่งหยอกล้อเล่นกับไอ้ซื่อเพื่อนสุนัขแสนซื่อสมชื่อและแสนซนแถมท้ายข้างๆกองไฟ ซึ่งพ่อและแม่ของปุย

ฝ้ายนั้นมานั่งผิงไฟอยู่ก่อนปุยฝ้ายตั้งนานแล้ว  อากาศอันหนาวเย็นทั้งมีลมอ่อนๆพัดกระพือในแถบภาคอีสานตอน

ล่าง สิ่งที่จะช่วยไล่ความเหน็บหนาวและให้ความอบอุ่นได้ดีนั้นก็คือการห่มผ้าห่มผืนใหญ่และก่อไฟผิงจนกว่าความ

หนาวเย็นจะหายไปและจนกว่าแสงแดดจ้าจะสาดส่องนำพาแสงอันอบอุ่นมาไล่ความหนาวเหน็บนั้นให้หายไป ซึ่งก็

ช่วยให้ครอบครัวของปุยฝ้ายคลายหนาวได้เป็นอย่างดี เช้าวันนี้ดูเหมือนปุยฝ้ายจะดูซึมซึมผิดปกติเหมือนมีเรื่องไม่

สบายใจ ซึ่งเรื่องนี้หนีไม่พ้นสายตาของวัลผู้เป็นแม่ที่นั่งสังเกตุอาการตั้งแต่แรกแล้ว แม่เลยแกล้งถามแหย่ ๆ ปุยฝ้าย

ในทำนองหยิกแกมหยอกเพื่อให้ปุยฝ้ายคลายจากอาการที่เห็น แต่ดูเหมือนว่าคารมที่แม่เคยใช้ปลอบปุยฝ้ายวันนี้ไม่ได้

ผลเหมือนวันที่ผ่าน ๆ มา ปุยฝ้ายเป็นเด็กติดแม่ แต่ไหนแต่ไรแม่จะไปไหนมือข้างซ้ายของแม่ต้องมีมือน้อยๆของปุย

ฝ้าย ติดไปด้วยเสมอ ถ้าหากวันไหนที่แม่ไปวัด ไปตลาดหรือไปในที่ต่างๆ โดยไม่ได้พาปุยฝ้ายไปด้วย วันนั้นปุยฝ้าย

จะไม่พูดกับแม่เลย อย่างเช้าวันนี้ก็เหมือนกันที่แม่เดาว่า ปุยฝ้ายน่าจะโกธรแม่ เพราะว่าแม่ไม่ได้ปลุกปุยฝ้าย ให้มานั่ง

ผิงไฟเหมือนกับทุกๆเช้าที่ผ่านๆมา ปุยฝ้ายเลยทำอาการหน้างอ คุยเขี่ยดินเล่น และเวลาเล่นกับเจ้าซื่อก็มักจะชอบใช้

อารมณ์บางครั้งก็รุนแรงกับมันจนเจ้าซื่อไม่อยากรองรับอารมณ์เจ้าเด็กน้อยอีกต่อไปแล้ว มันก็ลุกหนีเสียจากที่นั่น นั้น

ยิ่งทำให้ ปุยฝ้าย โกธรขึ้นมาอีกเป็นเท่าทวีคูณ จนแม่ต้องออกปากกล่าวเตือนเป็นครั้งแรกด้วยเสียงอันอ่อนโยน ปุย

ฝ้ายลูกรักลูกทำกับเจ้าซื่ออย่างนี้ไม่ถูกนะลูก เจ้าซื่อมันก็เป็นแค่หมาตัวหนี่ง มันเป็นเพื่อนลูกตั้งตัวมันยังเล็กๆ มันไม่รู้

หรอกว่ามันทำอะไรผิดอะไรถูก ปุยฝ้ายอย่าไปโกธรอย่าไปตีมันเลยนะ แม่รู้ แม่เข้าใจว่า ที่ปุยฝ้ายเป็นอย่างนี้เพราะว่า

ปุยฝ้ายโกธรแม่ใช่ไหม ที่แม่ไม่ได้ปลุกปุยฝ้ายให้ตื่นลุกมานั่งผิงไฟพร้อมกันกับแม่ มือน้อยๆที่เขี่ยดินเล่นของปุย

ฝ้าย บัดนี้ได้ย้ายมาเขี่ยขยี้ที่ดวงตาดำดำของเด็กน้อยแทน น้ำตาแห่งความน้อยใจของเด็กน้อยหยดไหลลงอาบแก้ม

อันกำลังผุดผ่องเหมือนดั่งลูกถ้อในหนังจีนกำลังภายในที่กำลังออกสีแดงเริ่มสุก เป็นอาการที่น่าเอ็นดูยิ่งนัก  จนแม่

ต้องลุกขยับมานั่งชิดใกล้ร่างอันไร้เดียงสาของเด็กน้อยขี้แย เอามืออันอบอุ่นกุมมืออันน้อยนิดบอบบางและมืออีกข้าง

แม่ก็ใช้ลูบเรือนผมอันอ่อนนิ่มของปุยฝ้าย แม่ขอโทษลูกรัก แม่ไม่ได้ตั้งใจจะหนีลูกมาเลย ที่แม่ออกมาก่อนเพราะว่า

มีเหตุผลของแม่ ยกโทษให้แม่เถิดนะ อย่าโกธรแม่เลยนะคนดี แม่ทิ้งให้ฝ้ายนอนคนเดียวฝ้ายกลัว เสียงเด็กน้อยที่

เพิ่งได้ยินเสียงเป็นครั้งแรกนับแต่เช้านี้ ค้อนแม่ด้วยความน้อยใจ แต่ใบหน้าอันน่าเอ็นดูนั้นยังก้มหน้าเพ่งมองดินต่อไป

ยังไม่กล้าสบตามองหน้าผู้เป็นแม่ แต่ในใจนั้นก็แอบๆดีใจขึ้นมาหน่อยที่แม่มาช่วยปลอบใจ แม่กับพ่อคุยกันเรื่องอะไร

กันอยู่ตั้งแต่เช้า แม่ไม่เห็นพูดให้ฝ้ายได้ยินบ้าง เด็กน้อยยังค้อนแม่ไม่เลิก และอยากรู้อยากได้ยินในสิ่งที่พ่อกับแม่

กำลังพูดคุยอะไรกันก็เหมือนกับเด็ก ๆทั่ว ๆไป ตามประสาพ่อกับแม่ก็คุยเรื่องเหตุผลที่แม่ลุกมาก่อนลูกนั้นแหละ คือ

แม่ไม่อยากให้ลูกได้ยินเรื่องที่ไม่ควรฟังมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่เด็กตัวเล็กอย่างปุยฝ้ายยังไม่เข้าใจหรอก แต่เอาเป็น

ว่าพ่อกับแม่กำลังพูดคุยกันเรื่องกำลังจะมีเงินมาซื้อตุ๊กตาผมสีทอง ซื้อชุดนักเรียน ซื้อกระเป๋านักเรียนโดเรม่อนสวยๆ

ให้ปุยฝ้ายที่จะเข้าเรียนอนุบาลในเดือนหน้านี้แล้ว และเราก็จะมีเงินสักก้อนหนึ่งแม่ตั้งใจไว้ว่าถ้าแม่มีเงินสักก้อนหนึ่ง

แม่จะนำฝากเข้าบัญชีธนาคารเป็นชื่อของปุยฝ้าย เมื่อลูกฝ้ายเติบโตขึ้นจะได้ใช้เป็นทุนเรียนจนจบปริญญาเหมือนลูก

ครูใหญ่ ที่ตอนนี้เขาสอบบรรจุเป็นครูได้แล้ว และอีกหน่อยเขาก็จะได้เป็นครูสอนที่โรงเรียนบ้านเราเหมือนพ่อของเขา

ยังไงละลูก เมื่อวานนี้พ่อฝ้ายยังไปร่วมงานเลี้ยงฉลองสอบบรรจุครูได้ของลูกครูใหญ่เลย ว่าแต่ว่าลูกฝ้ายโตขึ้นแล้ว

อยากจะเป็นอะไรละเด็กน้อยทำหน้างงๆกับคำถามที่ไม่ได้ตั้งท่าเตรียมคำตอบ แต่ก็ตอบออกไปด้วยเสียงอันดังฟัง

ชัดโดยไม่ต้องคิด ว่า  ฝ้ายอยากเป็นครูแม่ทำหน้ายิ้มชื่นชมอย่างพอใจกับคำตอบที่ไร้เดียงสาของเด็กน้อยถึงรู้ว่า

มันอาจจะไม่มีความหมายสำหรับเขา   ทำไมปุยฝ้ายถึงอยากจะเป็นครูละ เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพ่งสายตาไป

ที่เจ้าซื่อพร้อมตอบคำถามแม่ด้วยที่แผ่วเบาลงกว่าเดิม  ”เพราะครูเป็นคนดี”   เด็กน้อยพูดจบก็ลุกวิ่งไปเล่นกับเจ้า

สุนัขแสนซื่อที่บริเวณใต้ต้นมะม่วงตามประสาเด็ก

 

          ควันไฟจากกองไฟลอยคุ้งเป็นม้วนขึ้นสู่อากาศบางครั้งควันไฟม้วนนั้นก็หมุนวนกลับลงมายังเบื้องล่างครั้งแล้ว

ครั้งเล่า สองสามีภรรยามองไปตามร่างอันกำลังโตวันโตคืนของปุยฝ้ายที่ กำลังหยอกล้อกับเจ้าซื่ออย่างสนุกสนาน

แล้วหันหน้ามาสบตาปรึกษากันต่อถึงเรื่องที่คุยกันค้างไว้ก่อนที่หน้าปุยฝ้ายยังไม่ตื่นมารบกวน   “นี่พ่อฝันจริงๆ  หรือ

ว่านอนละเมอหรือคิดไปเอง”  โธ่แม่ พ่อจะไปคิดเอาเองได้ยังไง ตั้งแต่เกิดมานะพ่อยังไม่เคยฝันเห็นอะไรชัดเจน

สมจริงอะไรขนาดนี้เลย   ที่พ่อฝันว่าเห็นสีแดงสว่างจ้าเต็มไปหมดทั่วผืนดินในบ้านเรานั้น พ่อพอจะเห็นไหมว่ามีเลข

เด็ดตัวไหนบ้างที่ปรากฏมาให้เห็นบ้าง  พ่อไม่เห็นหรอกว่ามีเลขเลิกอะไรโผล่มานั้น แต่พ่อเคยได้ยินได้ฟังและได้เห็น

มาหลายคนแล้วว่า คนที่ฝันเห็นสีแดง ๆ ส่วนมากมักจะได้ลาภ”  ที่เขาฝันเห็นสีแดงๆนั่นมันต้องเป็นตัวเลขสีแดง ๆ

ไม่ใช่เหรอพ่อ  แต่ยังไงเราควรจะลองทุ่มซื้อดูนะ พ่อมั่นใจเราต้องได้ลาภลอยแน่ ๆแม่เอย  ก็แล้วแต่พ่อก็แล้วกัน

แล้วพ่อจะซื้อตัวไหนละพ่อว่าจะซื้อเลขบนสามห้าหก และเลขล่างแปดห้า สักตัวละสองร้อยคูณสองร้อยแม่จะว่ายัง

ไง   “ก็แล้วแต่พ่อ แต่อย่าไปคาดหวังเกินไปนะ เดี๋ยวผลออกมาแล้วไม่ใช่ดั่งหวัง อยจะมานั่งโทษตัวเองและคนอื่น แม่

ไม่อยากฟังคำนั้น เชื่อพ่อเถอะน่าเสียงตอบค่อยๆเลือนหายไปกับเจ้าเสียงทางชายป่าบ้านเจ้นาลเจ้ามือหวยใต้ดิน

 

        แสงอาทิตย์ที่เคยสาดส่องผืนปฐพีและสากลจักรวาลนี้ให้สว่างจ้าร้อนแรงแจกจ่ายให้ความอบอุ่นกับทุกสรรพ

สัตว์ที่เกาะกิ่งอาศัยบนโลกใบเล็ก ๆกลมๆใบนี้  บัดนี้ค่อยๆอ่อนแสงเรืองรองจางลง ความร้อนของไอแดดที่เคยแผด

เผาสรรพสิ่งไปทุกหย่อมหญ้า บัดนี้กลายเป็นความเย็นปกติของสภาวะอากาศ ยอดมะม่วงที่มองเห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ

เพราะความมืดเริ่มเข้ามาแผ่ครอบคุมแห่งนั้น นกกระจอกฝูงหนึ่งกำลังบินเข้าสู่รังนอน อันเป็นเสร็จสิ้นภารกิจในการ

ออกหากินในวันนี้ เบื้องล่างชาวนากลุ่มหนึ่งกำลังจูงวัวจูงควายฝูงหนึ่งเข้าสู่คอก ท่ามกลางม่านหมอกควันไฟจาก

ฝีมือของลุงอ้วนที่สุมไฟเพื่อไล่ยุงให้เจ้าของนักร้องประสานเสียงวงออเครสต้าร์ไก่  ขวัญใจหนูน้อยปุยฝ้าย ลอย

อ้อยอิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า อันมีดาวดวงน้อยใหญ่อันคนธรรมดาไม่อาจสามารถนั่งนับจำนวนได้ด้วยตาเปล่ากำลังเปล่งแสง

ประชันกัน เหมือนหนึ่งหิงห้อยนับล้านตัว กำลังกระพริบแสงระยิบระยับอวดกัน ช่างเป็นภาพที่ดูเป็นธรรมชาติบ้านนอก

ที่มีพื้นที่ราบสูงกว่าพื้นในภาคกลาง

 

        สายลมหนาวเริ่มก่อตัวโชยพลิ้วมาพัดยอมมะพร้าวให้ไหวเอนลู่ไปตามแรงลมไปมา เบื้องล่างในบ้านหลังเล็ก

หลังคามุงหญ้าคาที่สานเป็นตับอย่างดี เด็กน้อยปุยฝ้ายกำลังนั่งดูทีวีรอแม่ที่ไปถวายน้ำปานะให้หลวง่พ่อที่วัดมากิน

ข้าวเย็นพร้อมกัน พ่อปุยฝ้ายนึ่งข้าวสุกแล้ว ยังงัวเงียในครัวต้มไก่บ้านอันเป็นเมนูสูตรเด็ดของเขา ส่งกลิ่นเครื่องเทศ

ริมรั้วจำพวก ข่า ตะไคร้ ใบมะขามอ่อน โดยไม่ต้องใส่คะนอ หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน ถึงกับทำให้เด็กน้อยปุยฝ้ายต้องกลืน

น้ำลายลงคอไปหลายอึก ปุยฝ้ายทราบแก่ปากดีว่าพ่อทำอาหารอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา และปุยฝ้ายจะกินข้าวได้

เยอะกว่าอาหารที่แม่ทำ  ซึ่งเรื่องนี้ปุยฝ้ายเคยคุยให้พ่อฟังครั้งหนึ่งแล้ว แต่พ่อของปุยฝ้ายก็ไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง กลัวว่า

แม่จะพาลน้อยใจ

 

         ปุยฝ้ายกับพ่อกำลังนั่งรอแม่มากินข้าวเย็นพร้อมหน้ากัน พ่อแต่งสำรับกับข้าวไว้เรียบรัอยแล้ว พ่อบอกให้ปุยฝ้าย

กินข้าวก่อน ไม่ต้องรอแม่ แต่ปุยฝ้ายบอกว่าปุยฝ้ายจะรอกินข้าวพร้อมแม่ ปกติแม่จะเป็นคนป้อนข้าวปุยฝ้ายทุกมื้อ ถ้า

วันไหนแม่ไม่ได้ป้อนข้าวปุยฝ้าย ปุยฝ้ายจะงอแงมากจนไม่ยอมกินข้าวเลย ต้องเป็นภาระของพ่อที่ต้องคอยปลอบ

เอาใจหรอกล่ออยู่ตั้งนานปุยฝ้ายถึงยอมกินข้าว เย็นนี้ก็เหมือนกันปุยฝ้ายไม่ยอมกินข้าวเย็นเลย ปุยฝ้ายพูดกับพ่อว่า

ปุยฝ้ายจะไม่กินข้าวถ้าไม่มีแม่มาป้อนข้าว พ่อบอกปุยฝ้ายว่าแม่ไปถวายโอวัลตินให้หลวงพ่อที่วัดซึ่งเป็นเวรประจำ

อาทิตย์นี้ เดี๋ยวแม่ก็คงจะกลับ ทำไมแม่ถึงไปนานจังปุยฝ้ายสงสัยที่แม่หายไปนานกว่าปกติ แม่เขาคงอาจจะมีธุระ

พูดคุยกับชาวบ้านแถวคุ้มวัดนั้นอยู่ก็ได้ลูก  วัดอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนลาดยางกับบ้านของปุยฝ้ายแม่ของปุยฝ้ายขับ

มอเตอร์ไซค์ของพ่อไป แม่ของปุยฝ้ายไปนานแล้วแต่ยังไม่เห็นกลับมาเด็กน้อยปุยฝ้ายเริ่มงอแงร้องไห้ บนหิวข้าวแต่

ไม่ยอมกินจนพ่อต้องคอยปลอบเอาและรับปากกับปุยฝ้ายว่าจะไปตามแม่ที่วัดให้ ในขณะที่พ่อกำลังใช้แขนยันร่างกาย

อันกำยำให้ลุกขึ้นไปตามแม่ที่วัดตามคำงอแงของปุยฝ้าย ก็มีเสียงเอะอะโวยวายมาจากปากทางเข้าบ้าน พ่อปุยฝ้าย

พอจะจับจำสำเนียงเสียงได้ว่านั้นเป็นเสียงของป้าวันดี แต่ก็ไม่อาจฟังออกว่าป้าวันดีแกพูดอะไร รู้แต่ว่าแกเอะอะ

โวยวายเหมือนกำลังตกอกตกใจเรื่องอะไรมาสักอย่าง  อ้าวป้าวันดี มีเรื่องอะไรมาถึงวิ่งหอบเสียงดังมาแต่ไกลพ่อ

ปุยฝ้ายร้องถามทั้งที่ป้าวันดียังไม่หายหอบจากการที่แกวิ่งมาอีวัล อีวัลถูกรถชน ป้าวันดีพูดด้วยเสียงอันเหนื่อยหอบ

และสั่นไหวเล็กน้อย หา! ว่ายังไงนะป้า พ่อปุยฝ้ายทวนคำตอบป้าวันดีด้วยความไม่แน่ใจและตกใจสุดขีด  อีวัลแม่อี

นางปุยฝ้ายถูกรถชน โนน่อยู่ทางลาดยางโนน่รีบไปดูเร็ว ไม่ต้องถามอะไรตอนนี้ ป้าวันดีพูดยังไม่ทันจบพ่อของปุย

ฝ้ายก็วิ่งหน้าตั้งไปที่เกิดเหตุทันทีจนลืมไปว่าตัวเองลืมปุยฝ้ายให้อยู่บ้านคนเดียวลำพัง ปุยฝ้ายไม่รู้หรอกว่าที่ป้าวันดี

พูดนั้นมันเป็นเรื่องดีหรือเป็นเรื่องร้าย รถคืออะไรชนแม่คืออะไรปุยฝ้ายไม่รู้ และที่พ่อวิ่งออกไปเร็วปานหายตัวได้

ขนาดนั้นโดยที่ปุยฝ้ายเอยปากถามไม่ทันสักคำนั้น  เพราะเรื่องอะไรปุยฝ้ายก็ไม่ได้งอแงอะไรให้ใครฟัง ปุยฝ้ายอยาก

จะวิ่งตามพ่อออกไปแต่พอเจอความมืดของอากาศไม่รู้จะไปทางไหนปุยฝ้ายก็จำใจกลับเข้ามานั่งดูรายการทีวีที่พ่อ

เปิดทิ้งไว้ต่อไป  นั่งหัวเราะด้วยความชอบใจคนเดียวไปตามประสาเด็ก

 

 ในที่เกิดเหตุจากถนนลาดยางที่เห็นทอดยาวไปสุดสายตาถ้าใช้เท้าเดินไปตามทางเส้นสายนี้จนสุดทางจะไปถึงตัว

เมืองอาจจะใช้เวลาประมาณ สามถึงสี่ชั่วโมง   ที่ไหล่ทางมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งยืนล้อมมุงดูอะไรกันอยู่ มองไกลๆ

เหมือนมดกลุ่มหนึ่งกำลังพากันรุมกัดกินแมลงตัวหนึ่ง แต่แมลงตัวนั้นช่างดูรูปร่างเหมือนคนไม่มีผิด  ถัดจากที่เกิตเหตุ

ประมาณยี่สิบเมตรมีชาวบ้านหนึ่งยืนมุ่งดูอะไรกันอยู่ แต่สิ่งที่ชาวบ้านมุงดูอยู่นั้นพ่อปุยฝ้ายจำได้ถนัดตาว่า นั้นคือรถ

มอเตอร์ของเขาเองที่แม่ของปุยฝ้ายใช้ขับมาวัดในตอนใกล้หัวค่ำนี้เอง จากสภาพที่เห็นในระยะนี้ซึ่งถือว่าไกลพอ

สมควร แต่ก็พอให้พ่อปุยฝ้ายได้เห็นชัดว่าสภาพรถมอเตอร์ไซค์พังยับเยินล้อหน้าหายไป ถึงตอนนี้พ่อปุยฝ้ายถึงกับ

เข่าอ่อนหมดแรง แทบจะก้าวขาไม่ออกเหมือนหนึ่งมีอะไรหลุดหายออกไปจากร่างกายของเขา ลึกๆในข้างในบอก

อาการความรู้สึกใจหายวับ ขึ้นมาครั้งหนึ่ง    เมื่อเห็นสภาพรถของตนเอง แต่พอตั้งสติได้เขาก็วิ่งเข้าไปแหวกฝูงชน

เข้าไปในท่ามกลางวงล้อมของชาวบ้าน ณ ที่นั้นแม่ของปุยฝ้ายนอนคว่ำหน้ามือเหยียดตรงไปข้างหน้า ส่วนคอบิด

เบี้ยวไม่อยู่ในสภาพปกติใต้ร่างกายที่ปราศจากลมหายใจ มีก้อนเลือดเป็นสีแดงๆ หยาดหยดอยู่เป็นกอง เป็นหย่อมๆ

ส่งกลิ่นเหม็นคาวคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนชาวบ้านบางคนต้องใช้มือปิดจมูกไว้ ในท่ามกลางวงล้อมนั้นพ่อของปุยฝ้าย

ทรุดกายนั่งคุกเข่าเอาสองมือซ้อนร่างกายของเมียตัวเองมากอดไว้แนบอกเป็นเวลานานพอดูปากร่ำไห้พรรณาไปต่าง

ๆ นานา เป็นที่น่าเวทนาของผู้พบเห็นยิ่งนี่หรือเมียผู้แสนดีของเขา นี่หรือแม่สุดที่รักของปุยฝ้าย เขาทำผิดอะไร

ทำกรรมอะไรไว้ถึงได้มาตายในสภาพเดียวดายเหมือนหมาข้างถนนตัวหนึ่งอย่างนี้   เขาร่ำไห้ฟายน้ำตาบ่งบอกถึงคน

สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างแล้วในชีวิตนี้ อีวัลมันไปดีแล้ว มันหมดกรรมแล้วพ่ออีฝ้ายเอย ผู้เฒ่าบางคนที่เคยผ่าน

ประสบการณ์การสูญเสียมาแล้วพูดปลอบใจเขา  พ่อของปุยฝ้ายยังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้นไม่ยอมลุกขยับไปไหน จนเจ้า

หน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุเขาถึงยอมปล่อยร่างกายอันไร้ลมหายใจของเมียสุดที่รักของเขาออกจากอ้อมกอดอัน

เปื้อนเลือด

 

       อากาศอันเหน็บหนาวยิ่งดึกยิ่งหนาวดวงดาวที่เคยส่องสว่างบนแผ่นฟ้าบางดวงหล่นลับหายไปจากท้องฟ้าพื้นที่

บนแผ่นฟ้าบางส่วนจึงดูว่างเปล่าไร้สิ่งรบกวนประดับตกแต่ง แต่หัวใจของชายใกล้ชรายังสับสนวุ่นวายเดียวดาย

อ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเหมือนกำลังลอยเรือลำพังอยู่กลางมหาสมุทรอันแสนอ้างว้างกว้างใหญ่ไฟศาลหาฝั่งไม่ได้ พ่อปุย

ฝ้ายยังหลับตานอนไม่ลงหลังจากที่เขากับเพื่อนชาวบ้านช่วยกันจัดการร่างอันไร้วิญญาณของแม่ปุยฝ้ายไว้ที่วัด

เรียบร้อยแล้ว เขานั่งซดเหล้าอยู่ระเบียงบ้านตาเหม่อลอยเพ้อพร่ำอยู่ลำพัง จนเสียงไก่จากบ้านลุงอ้วนโก่งคอร้องปลุก

เป็นตัวแรก แต่ไก่ตัวนั้นคงจะขันปลุกผิดคน เพราะว่าพ่อของปุยฝ้ายไม่ได้หลับตานอนทั้งคืนเลย จะสว่างอยู่แล้วเขา

ต้องเตรียมใจสำหรับรับวันพรุ่งนี้ที่ไม่เหมือนเดิม วันพรุ่งนี้ที่มีอะไรขาดหายไปจากใจบางสิ่ง พรุ่งนี้ที่ไม่มีคนเคยรู้ใจ

คอยเคียงข้าง พรุ่งนี้ที่จะมีแต่เปลี่ยวเหงาเข้าเกาะกินหัวใจ  เขาต้องนั่งคิดทบทวนคิดหาคำตอบที่จะต้องตอบคำถาม

ของปุยฝ้าย ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะตอบปุยฝ้ายว่าอย่างไร พรุ่งนี้เด็กน้อยปุยฝ้ายคงจะถามหาแม่ ปุยฝ้ายคงจะ

งอแงเวลาหิวข้าวคงจะไม่ยอมกินถ้าไม่มีแม่มาคอยป้อนข้าว แล้วเขาจะโกหกปุยฝ้ายว่ายังไงจะโกหกได้สักกี่ครั้งว่าแม่

เขาหายไปไหน  เขาเบนสายตามองตรงเข้าไปในบ้านทะลุไปถึงในมุ้งผืนเก่าผืนนั้นเห็นแต่ปุยฝ้ายกำลังนอนขดตัวอยู่

ในผ้าห่มผืนใหญ่ผืนนั้น ปุยฝ้ายคงจะไม่รู้ว่าแม่ของเขาจากเขาไปแล้ว จากไปแล้วอย่างไม่มีวันจะหวนกลับคืนมา ปุย

ฝ้ายคงจะถามหาแม่ของเขาทุกวัน  คำถามว่าแม่หายไปไหนคงจะติดก้องในหัวของเขาตลอดไปจนกว่าความจริงจะ

เปิดเผยให้เด็กน้อยปุยฝ้ายได้รับรู้และเข้าในสิ่งที่แม่ของเขาหายไป เขาคาดไม่ถึงว่าสิ่งที่เขาฝันเห็นเป็นสีแดง ๆ เมื่อ

คืนนี้จะเป็นลางบอกเหตุร้ายแก่เขา เขาซดเหล้าไปอีกอึกหนึ่ง เบิกตาเห็นแสงเงินแสงทองค่อยคืบคลานมา วันใหม่

กำลังจะมาถึง เขาจะทำอย่างไรกับบทบาทใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ  เสียงเด็กน้อยปุยฝ้ายขยับพลิกตัว มี

เสียงไอนิดนิด เขาต้องสะดุ้งตกใจเหมือนคนมีความผิด เมื่อได้ยินคำว่า...ตำรวจ...

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลง ขาดเจ้าแทบขาดใจ

บ่าวภูสวาง เนื้อร้อง/ทำนอง/ดนตรี

View All
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]