ดินสอดำบ่าวภูสวาง
ตามนั้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/poolsawang
วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม 2556
Posted by ดินสอดำบ่าวภูสวาง , ผู้อ่าน : 735 , 12:22:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน พันธุ์สังหยด โหวตเรื่องนี้

 

พระพุทธเจ้าสอนวิธีแก้ปัญหาทางสังคมและการเมืองเมื่อกว่า 2556 ปีมาแล้ว

แพรห่อฝัน เขียน

-----------

                

-วิสาขบูชา-
..ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน วันวิสาขะ
แก่นธรรมะ อริยะคือสัจสี่
ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรคคือทางนี้
คือทางหนี หนีจากเกิด แก่เจ็บตาย เวียนว่ายวน วัฎฎะสงสารในโลกกา..
-แพรห่อฝัน-

 

                        สาเหตุหนึ่งที่มนุษย์มักประสบกับปัญหาความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาในชีวิตและสังคม สิ่งสำคัญนั้นคือ การแก้ปัญหาไม่ถูกจุดนั้นเอง การแก้ปัญหาผิดที่ผิดทางผิดเรื่องหรือผิดคน เปรียบเหมือนกับคนไข้ที่กินยาไม่ถูกขนาน  คนคันที่แขนแต่เกาไม่ถูกที่กลับไปที่คอ เปรียบเทียบให้เห็นภาพอีกอย่างคือ มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาใบหนารกปกคลุมให้ร่มเงาแก่เจ้าของให้ได้อาศัยหลบไอแดด  แต่วันหนึ่งอยู่ๆต้นไม้ต้นนั้นเหมือนจะเบื่อต่อชีวิตที่เป็นแต่ที่พึ่งของคนอื่น  ทีแรกมันก็แสดงใบที่มีรูแหว่งเหมือนถูกแมลงกัดแทะให้เจ้าของเห็น แต่เจ้าของก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไร  นานๆไปต้นไม้ต้นนั้นชักเหนื่อยหน่ายมันก็แกล้งทำใบให้ร่วงหล่นใส่หัวเจ้ามันเพื่อให้เจ้าของมันรู้ว่าฉันกำลังจะตายแล้วนะ ยังจะมัวนอนนิ่งเฉยอยู่อีก  เหมือนหูได้ยินเสียงต้นไม้พูด เจ้าเห็นความผิดปกติของต้นไม้ใหญ่ใบเหี่ยวมีรอยเหมือนแมลงกัดและร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก ด้วยความรู้สึกสงสารและใจหาย ที่อยู่ๆต้นไม้ใหญ่ต้นเดียวในตำบลนี้ ที่อายุเก่าแก่มามากกว่าร้อยปีต้องมาล้มป่วยโรยราลง  เขาจึงหันหน้าไปปรึกษากับภรรยา ภรรยาเขาหันหน้ามาและแนะให้เขาไปแจ้งกำหนัน กำนันทำเป็นใจดียิ่งในช่วงใกล้หมดวาระ  เขานำเรื่องของแกเข้าไปปรึกษากับเกษตรอำเภอในคืนฉลองเลื่อนตำแหน่งคืนหนึ่ง ในคืนนั้นทั้งสองปรึกษากันภายใต้ความเริงร่าในสุราและนารีในห้องอันคับแคบแต่รื่นเริงไปด้วยแสงสีและเสียงเพลง เกษตรอำเภอพูดลิ้นเกือบจะพันกัน แต่พอจับใจความได้ว่า ให้เขาเอายาฆ่าแมลงไปพ่นสิพี่กำนัน ไม่ต้องไปดูให้เมื่อยตุ้มหรากก เชื่อมือผอม  เขาเชื่อและทำตามเกษตรหนุ่มไฟแรง 

             ดูเหมือนว่าต้นไม้ของเขาจะไม่โรยราใบหลังจากได้รับการพ่นยา แต่หลังจากนั้นเพียงสามวัน  เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับข่าวร้ายต้นไม้ไม่เหลือใบแล้วตา เสียงภรรยาเขาบอกมาแต่ไกล  เขาทำใจไม่ให้เศร้าโศกได้ แต่เขาก็ไม่อาจทำใจไปหยุดน้ำตาไม่ให้ไหลได้  ต้นไม้ใหญ่ตายเสียแล้ว ตำบลนี้สิ้นแล้วร่มเงาอันเก่าแก่  ต่อไปนี้เขาต้องพึ่งตัวเองเสียแล้ว  หลังหายโศกเศร้าเขาจัดการโค้นต้นไม้ลงในวันหนึ่งเพื่อทำพิธีเผาซากของมันอย่างสำนึกในบุญคุณ ให้สมกับที่มันให้ความร่มเย็นแก่เขามาช้านานตั้งแต่เกิด  ในขณะที่เขาตัดงัดถอนรากซากศพไม้อยู่นั้นเอง เขาจึงรู้ความจริงว่า สาเหตุต้นไม้ตายไม่ใช่เพราะแมลงหรือเพลี้ยที่ไหนกัดแทะแพร่เชื้อโรคเลย  แต่เป็นเพราะภายใต้รากเหง้าของมันดูดซับเอาสารเคมีที่ไหลมากับน้ำนี้เองที่ทำให้มันตาย  กว่าเขาจะรู้มันก็สายไปเสียแล้ว เขาไม่โทษนายเกษตร เขาไม่โทษ

ใคร เขาโทษตัวเองที่โง่และคนที่เห็นแก่ตัวเอาขยะสารพิษมาทิ้งในบริเวณเท่านั้น 

นั้นคือตัวอย่างของปัญหาขนานเล็กเรื่องหนึ่งที่แต่งขึ้นมาให้เห็นภาพ แต่ในปัจจุบันยังมีปัญหายังมีเรื่องจริงไม่อิงนิยายที่มีขนาดใหญ่มากมายที่ต้องได้รับการแก้ไข เช่นปัญหาทางสังคม อาชญากรรม ยาเสพติด ขอทาน โสเภณี ผู้มีอิทธิพลฯลฯ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาการแบ่งแยกทางความคิดในภาคใต้ ปัญหาเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยในตอนนี้ แต่การแก้ปัญหามาแล้วหลายครั้งหลายครา ปัญหานั้นก็ยังคงอยู่ไม่หมดสิ้นไป จริงๆแล้วพระพุทธเจ้าได้ทรงค้นพบวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้มาแล้วกว่า 2556 ปี โดยแยกเป็น 4 ข้อหรือเรียกว่า อริยสัจ 4 แต่ขอนำมาตีความให้เข้ากับยุคสมัยตามที่ปัญญาจะมองเห็น   ส่วนหลัก อริยสัจ 4 ที่เป็นแก่นแท้จากพระโอษของพระพุทธองค์นั้นจะขอยกมาแนบไว้ในส่วนท้ายเพื่อให้เห็นเป็นหลักจริงๆและเป็นคำสอนที่ไม่ได้บิดเบือนจากที่ใดๆ ส่วนที่เหลือนี้ ข้าพเจ้าขอให้เป็นแค่งานเขียนธรรมดาๆของปุถุชนธรรมดาๆเท่านั้น

สายทางแก้ปัญหาที่พระองค์ทรงค้นพบและสอนชาวโลกไว้ 4 ข้อนั้น คือ

1.ตัวของปัญหา ทรงสอนว่าเราต้องรับรู้และเข้าใจก่อนว่า  อะไรคือตัวจริงของปัญหาจริงๆไม่ใช่ตัวปลอมหรือตัวหลอก เพราะหากมนุษย์ไม่รู้ถึงต้นตอของตัวปัญหามนุษย์ก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ตรงจุด การแก้ไขปัญหาของมนุษย์อาจจะไปแก้ที่กลางหรือปลายเหตุของปัญหาซึ่งจะทำให้ตัวปัญหายังคงอยู่ลอยนวลไม่ได้ถูกการแก้ไข และมนุษย์ต้องยอมรับในความจริงข้อนี้ด้วยว่า ตัวของปัญหานั้นมีอยู่จริงและเกิดขึ้นได้ในทุกสังคมที่มนุษย์อาศัยอยู่โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในข้อนี้พระพุทธองค์ทรง เรียกว่า “ทุกข์”

2.สาเหตุของปัญหา มนุษย์จะไม่สามารถเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาจริงๆได้อย่างลึกซึ้งเลย ถ้ามนุษย์ยังถูกความโลภอยากได้ของคนอื่นไม่รู้จักพอ ความโกธรอิจฉาริษยาคนอื่น และความโง่เขลาความหลงงมงายความไม่รู้ครอบงำจิตใจไว้อยู่ ก่อนที่มนุษย์จะหาสาเหตุของปัญหาเจอมนุษย์ต้องก้าวข้าม 3 สิ่งนี้ให้ได้ก่อน ในข้อนี้พระพุทธองค์ทรงเรียกว่า “สมุทัย”

3.การเข้าใจถึงปัญหาอย่างแท้จริงของมนุษย์ จะนำพามนุษย์ไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำและถูกต้อง ตัวปัญหาจะถูกสะสางคลายปมไปในที่สุด ในข้อนี้พระพุทธองค์ทรงเรียกว่า “นิโรธ”

4.หนทางไปสู่การแก้ปัญหา หรือวิธีการวิธีปฎิบัติของมนุษย์รวมทั้งเครื่องมือในการนำไปสู่การแก้ปัญหาที่เข้าใจนั้น ในข้อนี้พระพุทธองค์ทรงเรียกว่า “มรรค” มรรค หรือทางไปสู้การแก้ปัญหานั้นมีปลีกย่อยอยู่ 8 ข้อ แต่จะไม่กล่าวรายละเอียดเพราะถ้ามนุษย์ทำได้ทั้ง3 ที่กล่าวมานั้นก็ถือว่ามนุษย์ประสบความสำเร็จได้เกินครึ่งหนึ่งแล้ว

                  สรุป อริยสัจ 4 ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ไว้เมื่อกว่า 2556 ปีมาแล้ว แม้ว่าจะทรงชี้แนะให้มนุษย์หลุดพ้นจากบ่วงแห่งทุกข์  แต่ยังคงเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาส่วนบุคคลส่วนรวมได้กับทุกยุคทุกสมัยตราบเท่าที่มนุษย์จะพอมีปัญญาเห็นตาม

-----------------

หลัก อริยสัจ 4 ที่ทรงแสดงไว้เมื่อตอนตรัสรู้มีดังต่อไปนี้

นำมาจาก พุทธวนจ ที่เขียนโดย ภักดีพุทธวัจน์

อริยสัจสี่โดยสังเขป (ทรงแสดงด้วยความยึดในขันธ์ห้า)

ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ความจริงอันประเสริฐ มีสี่อย่างเหล่านี้,
สี่อย่างเหล่าไหนเล่า ? สี่อย่างคือ ความจริงอันประเสริฐ
คือทุกข์,
ความจริงอันประเสริฐคือเหตุให้เกิดทุกข์,
ความจริงอันประเสริฐคือความดับไม่เหลือของทุกข์,
และความจริงอันประเสริฐคือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์.

ภิกษุ ทั้งหลาย. !ความจริงอันประเสริฐคือทุกข์เป็นอย่างไรเล่า ? คือ :-
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นถือมั่นห้าอย่าง.
ห้าอย่างนั้นอะไรเล่า ? คือ :-
รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! อันนี้เรากล่าวว่าความจริงอันประเสริฐคือทุกข์.

ภิกษุ ทั้งหลาย. !ความจริงอันประเสริฐคือเหตุให้เกิดทุกข์เป็นอย่างไรเล่า ?
คือตัณหาอันใดนี้ ที่เป็นเครื่องนำให้มีการเกิดอีก
อันประกอบด้วยความกำหนัด เพราะอำนาจความเพลิน
มักทำให้เพลินอย่างยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ ได้แก่
ตัณหาในกาม,
ตัณหาในความมีความเป็น,
ตัณหาในความไม่มีไม่เป็น.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! อันนี้เรากล่าวว่าความจริงอันประเสริฐคือเหตุให้เกิดทุกข์.

ภิกษุ ทั้งหลาย. !ความจริงอันประเสริฐคือความดับไม่เหลือของทุกข์เป็นอย่างไรเล่า ?
คือความดับสนิท เพราะความจางคลายดับไปโดยไม่เหลือของตัณหานั้น
ความสละลงเสีย ความสลัดทิ้งไป ความปล่อยวาง
ความไม่อาลัยถึงซึ่งตัณหานั้นเอง อันใด.
ภิกษุ ท. ! อันนี้เรากล่าวว่าความจริงอันประเสริฐคือความดับไม่เหลือของทุกข์.

ภิกษุ ทั้งหลาย.
!
ความจริงอันประเสริฐคือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์เป็นอย่างไรเล่า ?
คือหนทางอันประเสริฐ ประกอบด้วยองค์แปดนั่นเอง,
ได้แก่สิ่งเหล่านี้คือ :-
ความเห็นชอบ,
ความดำริชอบ,
การพูดจาชอบ,
การงานชอบ,
การเลี้ยงชีพชอบ,
ความเพียรชอบ,
ความระลึกชอบ,
ความตั้งใจมั่นชอบ.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! อันนี้เรากล่าวว่าความจริงอันประเสริฐ
คือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์.

ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เหล่านี้แล คือความจริงอันประเสริฐสี่อย่าง.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เพราะเหตุนั้นในกรณีนี้ พวกเธอ
พึงทำความเพียร เพื่อให้รู้ตามเป็นจริงว่า
นี้เป็นทุกข์,
นี้เป็นเหตุให้เกิดทุกข์,
นี้เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์,
นี้เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์,”ดังนี้เถิด.

มหาวาร. ส°. ๑๙/๕๓๔-๕/๑๖๗๘-๑๖๘๓

--------------

เขียนโพสโดย ภักดีพุทธวัจน์

http://buddhaoat.blogspot.com/2012/03/blog-post_06.html

-----------





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ดินสอดำบ่าวภูสวาง วันที่ : 24/05/2013 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poolsawang
บ่าวภูสวาง

วิสาขบูชา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 23/05/2013 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ซาาาาาาธุ สาธุ สาาาาธุ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลง ขาดเจ้าแทบขาดใจ

บ่าวภูสวาง เนื้อร้อง/ทำนอง/ดนตรี

View All
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]