*/
  • ปราสาทหินถิ่นแดนไทย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Poppygo.19@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-11-06
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 59223
  • จำนวนผู้โหวต : 20
  • ส่ง msg :
  • โหวต 20 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 10 ธันวาคม 2558
Posted by ปราสาทหินถิ่นแดนไทย , ผู้อ่าน : 4610 , 12:48:19 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

เจดีย์ร้างเมืองหงส์

ความเจริญรุ่งเรืองและความเสื่อมถอยเป็นเรื่องคู่กันเสมอในห้วงแห่งกาลเวลา ความเจริญสูงสุดในช่วงเวลาหนึ่งมีความสำคัญซักเพียงใดแต่ก็ต้องมีวันโรยลาไปดังเช่นวันนี้ที่ ปราสาทหินถิ่นแดนไปจะพาไปชมโบราณสถานเจดีย์เมืองสงห์ เจดีย์เก่าแก่สมัยทวารวดีแห่งเมืองร้อยเอ็ดที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ชาวเมืองหงส์ให้ความเลื่อมใสศรัทธากราบไหว้ เพราะเป็นพลังศรัทธาในร่มพระพุทธศาสนาแต่ปัจจุบันได้ร้างไปเพราะกาลเวลาทำให้โบราณสถานปรักหักพังไร้การเหลียวแลปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า 

ภาพถ่ายทางอากาศเมืองหงส์

เมืองโบราณสมัยทวารวดีตั้งอยู่ที่บ้านเมืองหงส์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอจตุรพักตรพิมาน จุดที่พบโบราณวัตถุโบราณสถานอยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2  และหมู่ที่ 15 ของตำบลเมืองหงส์ อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด มีลักษณะเป็นรูปวงรี มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 600 เมตร ปัจจุบันเหลือหลักฐานของคูเมืองอยู่เพียงบางส่วนเนื่องจากส่วนใหญ่ถูกไถปรับเพื่อทำที่ทำกินของราษฎร ภายในเมืองพบหลักฐานการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติสาสตร์ ได้แก่ เศษภาชนะดินเผาแบบเคลือบน้ำดินสีแดง ภาชนะดินเผาบรรจุกระดูกมนุษย์ เศษขี้แร เป็นต้น

บริเวณนอกเมืองด้านทิศเหนือห่างออกไปประมาณ 700 เมตร มีเจดีย์ตั้งอยู่ 1 องค์ มีชื่อเรียกว่า เจดีย์เมืองหงส์ ลักษณะเป็นเจดีย์ก่อด้วยอิฐสอดิน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละประมาณ 6 เมตร ที่ฐานก่อมุขยื่นออกทั้ง 4 ด้าน ปัจจุบันเหลือเพียงเฉพาะส่วนฐาน จากการขุดแต่งบูรณะโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. 2535 ได้พบโบราณวัตถุที่เป็นแบบวัฒนธรรมทวารวดี คือ พระพุทธรูปสำริด

องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐ ก้อนอิฐมีแกลบผสม

ลักษณะทั่วไปของแหล่งโบราณคดี

บริเวณที่ตั้งบ้านเมืองหงส์เป็นหย่อมสันดอนลูกคลื่นระหว่างที่ราบเหนือทุ่งกุลา จุดที่ตั้งของชุมชนจะแทรกตัวลอนคลื่นต่างระดับเป้นขอบสูงด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกลดหลั่นลาดเทลงสู่หนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ได้แก่ หนองหงส์ลอย และ หนองใหญ่ ทางทิศใต้และทิศตะวันตกตามลำดับ

สภาพดินจัดอยู่ในหน่วยดิน ชุดโคราช มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำความสามารถในการอุ้มน้ำเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์หรือปลูกพืชไร่ที่มีความทนทานมากกว่าการทำนาข้าว

ประชากรบ้านเมืองหงส์จัดอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ไทย-ลาว ประกอบการกสิกรรมเป็นอาชีพหลักดำรงชีพแบบเรียบง่ายโดยยึดคุณธรรมทางพุทธศาสนาและความเชื่อเรื่องผีสางเทวดาเป็นมาตรบานการควบคุมและจัดระเบียบสังคมระดับหมู่บ้านให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

หลักฐานทางโบราณคดี

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นที่ทำให้เชื่อว่าบ้านเมืองหงส์เป็นชุมชนเก่าแก่ร่วมสมัยทวารวดีคือการพบหลักฐานทางโบรารสถานและโบราณวัตถุที่สามารถนำไปเทียบเคียงลักษณะเด่นเฉพาะยุคสมัยทวารวดีได้หลายรายการดังต่อไปนี้

 

  1. ผังเมือง ชุมชนบ้านเมืองหงส์มีโครงสร้างผังเมืองรูปวงรี มีคูน้ำและคันดิน  1 ชั้น ล้อมรอบสมบูรณ์ตลอดแนว ขนาดความกว้างไม่แน่นอนเนื่องจากบางส่วนถูกบุกรุกบางส่วนได้รับการขุดลอกและตกแต่งคันดินสวยงามเป็นแหล่งน้ำอุปโภคของชุมชน
  2. โบราณสถาน ตั้งอยู่นอกเขตกำแพงเมืองด้านทิศเหนือ ห่างจากชุมชนประมาณ 700 เมตร เป็นเจดีย์ฐานเหลี่ยม ขนาดกว้าง x ยาว x สูง เท่ากับ6x6x1.10 เมตร รูปทรงเหนือส่วนฐานไม่แน่ชัดเท่าที่พบเป็นเจดีย์ต่างระดับก่อด้วยอิฐขนาดใหญ่ เจดีย์ดังกล่าวได้รับการขุดแต่งปี พ.ศ. 2535 โดยหน่วยศิลปากรที่ 6 พิมาย
  3. โบราณวัตถุ การขุดแต่งเจดีย์ทำให้พบโบราณวัตถุสำคัญเฉพาะสมัยทวารวดี 2 รายการ คือ

3.1   พระพุทธรูปสำริด ขนาดความสูงประมาณ 13.7 เซนติเมตร เป้นพระพุทธรูปยืนครองจีวรห่มคลุมแนบลำตัวถึงข้อพระบาท พระกรทั้ง 2 ข้าง  และพระบาทหักหายไป ปัจจุบันประดิษฐานที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติร้อยเอ็ด

3.2   ลูกแก้วน้ำข้าว  เป็นลูกแก้วสีขาวใสขนาดไข่ทรงกลมเจาะรูร้อยเชือกได้ จำนวน 1 ลูก ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติร้อยเอ็ด

นอกจากโบราณวัตถุที่นับเนื่องด้วยศาสนาแล้ว การขุดลอกหนองใหญ่ชายขอบกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตก ยังได้พบ เสาไม้ทรงกลม ปลายแหลมทั้งหัวและท้าย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ซนติเมตร ยาว 3 เมตร จำนวน 8 ด้าน สันนิษฐานว่าคงเป็นเสาสะพานเพื่อประโยชน์ในการใช้น้ำสมัยโบราณ

การตีความและการกำหนดอายุสมัย

การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแห่ลงโบราณคดีบ้านเมืองหงส์ได้พบลักษณะที่เชื่อว่าจะเป็นชุมชนสมัยทวารวดีที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-16 หลักฐานที่ปรากฏได้แก่ โครงสร้างผังเมืองที่มีคูน้ำคันดินล้อมอบและองค์ประกอบแวดล้อมของเจดีย์ฐานเหลี่ยมย่อมุมบรรจุพระพุทธรูปสำริดปางประทับยืนครองจีวรห่อคลุมลักษณะดังกล่าวน่าจะได้รับอิทธิพลศิลปะสกุลช่างทวารวดียุคกลางซึ่งมีลักษณะพื้นเมืองผสมอยู่มาก

พระพุทธรูปสำริดที่ขุดพบที่เจดีย์เมืองหงส์ ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติร้อยเอ็ด

พระพุทธรูปขนาดความสูงประมาณ 13.7 เซนติเมตร มีพุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับยืน พระเกตุมาลาเป็นต่อมกลม  ไม่มีพระรัศมี พระพักตร์เป็นรูปไข่ พระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกา พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์หนา พระกรรณยาวถึงต้นพระศอ พระสอเป็นปล้อง ครองจีวรห่มคลุมแนบลำตัวถึงข้อพระบาท  พระกรทั้ง 2 ข้าง  และพระบาทหักหายไป กำหนดอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13

ประวัติการขุดพบ

สถานที่ขุดพบปัจจุบันเป็นที่นาของ  ยาย ล่ำ เรียงศูนย์  อายุ 70 ปี ได้เล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนบริเวณที่เป็นเจดีย์เมืองหงส์ในปัจจุบันเป็นเนินดิน เวลามีสัตว์เลี้ยงผ่านไปมาจะตกใจบริเวณนี้และวิ่งเป็นประจำ ยายล่ำ ได้ถางต้นไม้ใบหญ้าและปรับสภาพพื้นที่บริเวณเนินดินแห่งนี้เพื่อปลูกผักสวนครัวแต่ยิ่งขุดก็ยิ่งเจออิฐดินเผาแต่ยายล่ำก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักจนมีพระรูปหนึ่งอยู่บ้านน้อยตั้งอยู่ห่างจากเนินโบราณสถานแห่งนี้ไปทางทิศเหนือได้ฝันเห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ไปขุดหาในบริเวณแถบนี้ ท่านได้พาชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมาขุดบริเวณที่เป็นเนินดินของยายล่ำจึงได้พบฐานเจดีย์โบราณและขุดพบพระพุทธรูปสำริดมาภายหลังได้มอบให้กรมศิลปากรนำไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติร้อยเอ็ด

ภาพเจดีย์เมืองหงส์หลังได้รับการบูรณะเสร็จ

ตำนานเมืองหงส์

บ้านเมืองหงส์เป็นหมู่บ้านเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งต้องอยู่บริเวณที่ราบสูง ในเขตอำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างห่างจากจังหวัดร้อยเอ็ดประมาณ 32 กิโลเมตร ตามตำนานและประวัติเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งได้กล่าวถึงประตุทางเข้าและเป็นเมืองบริวารของเมืองสาเกตนคร(จังหวัดร้อยเอ็ดในปัจจุบัน) ซึ่งได้ระบุตำแหน่งที่ตั้งในปัจจุบันของเมืองเหล่านี้ คือ

1.เมืองฟ้าแดดสงยาง ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

2.เมืองศรีแก้ว ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

3.เมืองเชียงเหียน ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

4.เมืองไพร ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

5.เมืองหงส์ ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอจตุพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด

6.เมืองทอง ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

7.เมืองบัว ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด

8.เมืองคอง ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด

9.เมืองเชียงขวาง ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด

10.เมืองเชียงดี ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด

11.เมืองเปือย ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

ตามตำนานผู้ก่อตั้งบ้านเมืองหงส์ มีนามว่าท้าวหงส์ทอง ซึ่งมีพี่ชาย 2 คน คนแรกคือ ท้าวมืดครองอยู่ในเขตบ้านข่าใหญ่ แขวงอำเภอจตุรพักตรพิมาน คนที่ 2 คือท้าวพรหม  ครองอยู่บ้านหัวช้าง อำเภอจตุรพักตรพิมาน ตระกูลนี้สืบเชื้อสายมาจากเมืองพนมเปญ

ท้างหงส์ทองเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีความอยู่ยงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า ในสมัยนั้นและละอาณาเขตเป็นอิสระปกครองตนเอง ถ้าใครมีความสามารถก็จะรวบรวมสมัครพรรคพวกได้เป็นจำนวนมาก และเข้าปกครองภายในเขตของตนและนำขณะขยายอาณาเขตให้กว้างใหญ่ไพศาล ตามความสามารถของหัวหน้าในหมู่บ้านแห่งนี้ ท้าวทองเป็นหัวหน้าได้นำหมู่คณะอยู่อย่างสันติสุข ประชาชนในหัวเมืองต่างๆได้ยินกิตติศัพท์เลื่องลือ ก็ทยอยกันมาอ่อนน้อมขอเป็นลูกคณะบ้านเมืองก็เป็นปึกแผ่นขึ้นทุกที ประกอบกับพื้นที่ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์

ท้าวทองมีประชากรมากขึ้น ก็ได้เกณฑ์คนทั้งหมดปั้นฝายขึ้นแห่งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่เก็บกักน้ำเพื่อทำการเกษตรและเลี้ยงปลา เป็นฝายขนาดใหญ่ คันดินกว้าง 3  เส้น ยาว 70 เส้น สูง 15 วา ฝายขนาดใหญ่นี้สามารถกักเก็บน้ำได้เป็นจำนวนมาก ฝายนี้กั้นน้ำกุดห้วยแคน จึงตั้งชื่อฝายว่าฝายกุดแคน  ที่ได้ชื่อว่ากุดแคนเพราะว่าบริเวณลำห้วยมีต้นแคน(ต้นตะเคียน)เป็นจำนวนมาก ใช้เวลาสร้างฝาย 5 ปี  เมื่อทำฝายเสร็จมีนกใหญ่ คงเร่ร่อนมาจากที่อื่นเขามายึดที่ทำมาหากิน นกตัวนี้บินอยู่บริเวณฝายน้ำเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ก็ไม่ยอมหากินตรงไหน ระหว่างที่นกบินอยู่น้ำในฝายกุดแคนยังไม่เต็มเนื่องจากฝนแล้ง พอนกตัวนี้บินอยู่ก็บันดาลให้ฝนฟ้าตกชุกตลอดฤดูกาล ประชาชนได้ทำนาอย่างอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ชาวบ้านจึงเชื่อว่านกตัวนี้เป็นนกวิเศษ หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งชื่อว่าบ้านแคนตามนามของต้นไม้ เมื่อฝนตกลงมามากๆน้ำไหลมารวมที่ฝายกุดแคนจึงมีปริมารเอ่อท่วมหมู่บ้าน นกตัวนั้นได้ลงมาลอยน้ำจึงได้ทราบว่าเป็นนกหงส์  นกตัวนั้นก็ได้หากินในฝายกุดแคนตลอดชีวิตไม่ยอมหนีไปไหนจึงทำให้หมู่บ้านอุดมสมบูรณ์ตราบเท่าทุกวันนี้ ต่อมาภายหลังท้าวหงส์ทองพร้อมชาวบ้านจึงเปลี่ยนชื่อจากบ้านแคนมาเป็นบ้านเมืองหงส์ตามชื่อนกวิเศษจนมาถึงทุกวันนี้

ต่อมาอีกไม่นานประชากรในหมู่บ้านมีจำนวนมากขึ้น ท้าวหงส์ทองจึงได้ชักชวนประชากรทำกำแพงเมือง โดยการขุดครองรอบเมืองโดยใช้ดินที่ขุดเป็นกำแพงเมืองเพื่อสะดวกในการรักษาหมู่บ้านให้พ้นจากภัยของศัตรูที่จะมารุกราน โดยเหลือไว้ด้านเดียวเพื่อเป็นทางเข้าคือด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ กว้างประมาณ 5 เส้น เป็นทำเลออกรับศัตรู

หมู่บ้านเมืองหงส์ปกครองกันเองเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน จนถึงสมัยขอมเรืองอำนาจ ได้แผ่ขายเขต เมืองหงส์จึงได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของขอม เมื่อขอมหมดอำนาจไทยน้อยก็เข้ามาครอบครองแทน บ้านเมืองหงส์ตกอยู่ใต้อำนาจของไทยน้อยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 1800 เป็นต้นมา  เมื่อปี พ.ศ. 2326 ทางราชการได้แต่งตั้งพระธาดา อำนวยเดช มาตั้งบ้านเมืองหงส์เป็นอำเภอได้เดินทางโดยขบวนเกวียนเรื่อยๆจนมาถึงกุดพิมาน ซึ่งเป็นกุดแห่งหนึ่งของห้วยกุดแดง เห็นว่าเหมาะสมจึงหยุดพักผ่อนที่นั้นเป็นเวลา 9 วัน พระธาดา อำนวยเดช จึงเดินทางด้วยม้าสำรวจทำเลหมู่บ้านเมืองหงส์ เห็นว่าหมู่บ้านมีทำเลไม่เหมาะมีคูน้ำล้อมรอบ ขยับขยายเมืองไม่ได้ จึงเดินทางกลับที่พัก และแวะสำรวจพื้นที่บริเวณบ้านหัวช้าง เห็นว่ามีทำเลกว้างขวางเหมาะที่จะตั้งเมืองได้ จึงตั้งบ้านหัวช้างเป็นอำเภอ ชื่ออำเภอหัวช้างต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นอำเภอจตุรพักตรพิมาน เมื่อปี พ.ศ. 2464 (คุณพ่อทองจันทร์ บัวสอน ผู้ให้ข้อมูล)

เจดีย์เมืองหงส์ปัจจุบันที่ขาดการดูแล

 

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน