*/
  • poranee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-11-07
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 61013
  • จำนวนผู้โหวต : 49
  • ส่ง msg :
  • โหวต 49 คน
<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม 2550
Posted by poranee , ผู้อ่าน : 2615 , 11:26:17 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

การส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่อต่างประเทศ  เริ่มมีขึ้นครั้งแรกประมาณ พ.ศ.๒๒๑๗ ซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก และเริ่มมีขึ้นแพร่หลายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากชาติตะวันตกได้เข้ามาคุกคามและแผ่อิทธิพลทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองเหนือแผ่นดินไทย เป็นผลให้รัฐบาลไทยเร่งหาช่องทางพัฒนาประเทศให้เจริญทัดเทียมอารยประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราโชบายที่จะปรับปรุงการศึกษาไทย โดยโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนสอนภาษาไทย และสอนภาษาอังกฤษขึ้นในพระบรมมหาราชวัง ทำการสอนภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้แก่พระราชวงศ์และบุตรขุนนาง และส่วนหนึ่งทรงส่งพระราชโอรสไปศึกษาต่อต่างประเทศด้วย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่จบการศึกษาจากต่างประเทศ

          ในการส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่อต่างประเทศในสมัยนั้น มีปัญหาหลายประการ วุฒิชัย  มูลศิลป์ ให้ทรรศนะต่อปัญหาของนักเรียนไทยในสมัยนั้นว่า นักเรียนไทยหลายคนไม่ประสบความสำเร็จในการศึกษา กลับมาอย่างว่างเปล่า  ทำให้เกิดการสูญเสียงบประมาณของแผ่นดิน  ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือ ควรจะปรับปรุงพัฒนาการศึกษาในประเทศให้ได้มาตรฐาน  เพื่อจะทำให้จำนวนผู้ไปศึกษาต่อต่างประเทศลดจำนวนลง ‘เพราะการส่งคนไปศึกษาต่างประเทศนั้น เปรียบเหมือนส่งคนวิ่งหยอย ๆ ถือถังคนละใบมาวิดน้ำจากที่ไกลไปสาดลงในนา พวกที่มาตักน้ำนั้นต้องเดินทางไกล ช้าวัน ช้าเวลา และต้องเสียค่าเสบียงอาหารมิหนำซ้ำหิ้วถังกลับไป บางคนก็ได้น้ำไปแต่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ บางคนก็กลับไปแต่ถังเปล่า ฝ่ายผู้มีความอุตสาหะประคับประคองก็หิ้วถังน้ำเต็มมาได้ พอไปถึงสาดลงดินปราดเดียวก็แห้งเหือด เพราะเหตุที่พื้นดินนั้นแห้งแล้ง’  

          นอกจากนี้ ปัญหาความประพฤติของนักเรียนนอกก็เป็นอีกข้อปัญหาหนึ่งที่สำคัญ จักรสิน พิเศษสาทร ได้กล่าวถึงปัญหาอีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ นักเรียนนอกที่ประพฤติตัวไม่ดี และชอบดูถูกเหยียดหยามคนอื่นที่ไม่มีโอกาสดีเหมือนตนว่า  “ความประพฤติที่จัดว่าร้ายแรงของนักเรียนในต่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่อการเล่าเรียนและชื่อเสียงของประเทศอย่างมาก เช่น การลักเล็กขโมยน้อย สร้างหนี้สิน เที่ยวเสเพลไม่เชื่อฟังผู้ดูแล ตลอดจนการแต่งงานกับชาวยุโรปโดยไม่ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ซ้ำร้ายไปกว่านี้ มีนักเรียนนอกจำนวนไม่น้อยซึ่งกลายเป็นพวก ‘วัวลืมตีน’ ที่มองคนไทยด้วยกันที่ไม่มีโอกาสไปชุบตัวที่เมืองนอกด้วยสายตาเหยียดหยาม ดังปรากฏในจดหมายของเจ้าพระยามหิธรที่มีถึงบุตรชาย ซึ่งศึกษาอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ว่า ‘พ่ออยากจะท้วงอีกว่า ความที่จริงนั้นดูเหมือนพวกที่เมืองนอกจะเหยียดหยามคนในเมืองไทยเกินไป ความจริงจะไม่ร้ายเท่าที่คิด สำหรับกันเองขอบอกว่า ฝ่ายพวกที่เมืองไทยก็ออกจะเห็นพวกกลับมาโข่งโขอยู่เพราะฉะนั้นควรระวัง เดี๋ยวนี้สังเกตว่ามีโรคร้ายอีกอย่างหนึ่งคือ ดูเหมือนนักเรียนที่กลับมาบ้านจะรู้เรื่องเมืองไทยฤๅนิสัยคนไทยน้อยกว่าฝรั่งที่มาอยู่เพียง ๖ เดือน ข้อนี้เป็นด้วยดัดจริตฤๅโง่ก็ไม่น่าดูทั้งสองอย่าง หวังว่าเมื่อลูกกลับมาคงไม่เซ่อ...แต่มีบางคนความคิดเฉไฉ พอไปเห็นความดีของฝรั่งเข้าก็ดูถูกเมืองไทย ไม่สงสาร ไม่คิดช่วยแก้ไข ยิ่งอยู่นานยิ่งเกลียดและดูถูกมากขึ้น จนถึงไปแปลงชาติ และไม่คิดกลับเมืองไทยก็มี คนเช่นนี้เป็นคนขาดกตัญญูต่อแผ่นดินที่ได้เลี้ยงรักษาและให้เล่าเรียน เสียชาติเกิด เพราะมีคนเช่นนี้จึงเล่าให้ฟัง” 

          อย่างไรก็ตาม ทรรศนะต่อนักเรียนนอกในสังคมไทยในอดีตนั้นไม่ได้ปรากฏเฉพาะในข้อเขียนที่เป็นบทความเท่านั้น ทรรศนะต่อนักเรียนนอกนี้ยังปรากฏสะท้อนในงานเขียนประเภทบันเทิงคดีด้วย อย่างในนวนิยายเรื่อง ละครแห่งชีวิตของ ม.จ.อากาศดำเกิง  รพีพฒน์ ที่ทรงเขียนขึ้นมาในช่วงสมัยนั้น (พ.ศ.๒๔๗๐)ก็สะท้อนทรรศนะต่อนักเรียนนอกไว้ว่า “ข้าพเจ้าต้องไปเมืองนอกให้จงได้ แม้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าต้องการจะทราบความลับแห่งความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนอก ต้องการจะทราบว่าทำไมคนที่ไปเมืองนอกมา จึงหรูหรา ฉลาด คล่องแคล่ว ได้เงินเดือนและเกียรติยศมาก และเร็วผิดกว่าคนอื่น ต้องการจะไปค้นให้พบว่าสระอโนดาตหรือบ่อเงินบ่อทองที่นักเรียนไทยไปชุบตัวมานั้นอยู่ที่ไหน...”       

          ว่ามาถึงยุคนี้ ยุคที่มีการปฏิรูปการศึกษา และการปฏิรูปการเรียนรู้ ในรัฐบาลชุด พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร ได้ริเริ่ม “โครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กรอบนอกจากชนบทได้มีโอกาสทางการศึกษาที่ทัดเทียมกันกับเด็กในชุมชนเมือง  โครงการนี้เริ่มเมื่อปีการศึกษา ๒๕๔๗ รัฐบาลได้ส่งนักเรียนไปศึกษาต่อต่างประเทศเป็นรุ่นแรก พอปีการศึกษา ๒๕๔๘ โครงการหยุดชะงักเนื่องจากว่ารัฐบาลเริ่มขาดแคลนทุนทรัพย์หรืออย่างไรเหตุผลไม่ค่อยชัดเจน มาปีการศึกษา ๒๕๔๙ รัฐบาลเริ่มสานต่อโครงการอีกครั้ง ส่งนักเรียนทุนไปเป็นรุ่นที่ ๒ ซึ่งโรงเรียนของผู้เขียนก็ได้รับคัดเลือกทั้ง ๒ รุ่น มาปีการศึกษานี้ (๒๕๕๐) ก็คงจะชะงักอีก และคาดว่าจะชะงักต่อไป(ฮา) 

 

พิธีบายศรีสู่ขวัญนักเรียนที่กำลังจะไปศึกษาต่อต่างประเทศ

นักเรียนที่โรงเรียนของผู้เขียนที่ได้รับทุนในโครงการ ๑ ทุน ๑ อำเภอ

นักเรียนทุนทั้งสองคนนี้ พวกเขาจะติดต่อสื่อสารกับโรงเรียนเดิมเป็นระยะ ๆ เวลากลับบ้าน เขาทั้งสองก็จะไปเยี่ยมและไปให้กำลังใจน้อง ๆ เพื่อจะได้ตามหาฝันของตัวเองให้พบและตั้งเป้าหมายเพื่อไปสู่ฝันให้ได้อย่างพวกเขา 

ด้วยวิสัยของความเป็นครู และเคยสอนพวกเขามา เมื่อผู้เขียนมองเห็นวิถีของนักเรียนทุนทั้งสอง ก็ให้ฉุกคิดว่าอยากจะเขียนข้อความบางประการถึงพวกเขาบ้าง  เผื่อว่าข้อความนี้อาจจะยังประโยชน์แก่พวกเขาและเพื่อนพ้อง หรือผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ และผู้ที่กำลังคิดว่าจะไปศึกษาต่อ อยู่บ้างไม่มากก็น้อย

“สระอโนดาต”ในแถบประเทศทางตะวันตกก็ยังเป็นสถานที่ที่รัฐบาลไทย หรือคนไทยที่มีฐานะทางเศรษฐกิจนิยมส่งลูกหลานไปชุบตัวอยู่ทุกยุคทุกสมัย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าทรรศนะ “สระอโนดาต อันว่าด้วยการชุบตัว” จะเก่าแก่ไปบ้าง แต่โดยเนื้อหาแล้วยังทันสมัยอยู่มาก แม้ว่าโลกของการสื่อสารสารสนเทศและเทคโนโลยีจะหมุนไปอย่างสุดขั้วแล้วก็ตาม

 

หมายเหตุ : สระอโนดาต เป็นสระในป่าหิมพานต์  ธารน้ำทั้งหลาย ย่อมไหลลงมาที่สระอโนดาต พื้นสระอโนดาต เป็นแผ่นหินกายสิทธิ์ ชื่อมโนศิลา บริเวณที่เป็นดิน ก็เป็นดินกายสิทธิ์ชื่อหรดาล (ใช้ถูตัวได้ดี) น้ำใสแจ๋วสะอาด ท่าอาบน้ำมีมากมาย เป็นที่สรงสนานแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย รวมถึงเหล่าผู้วิเศษผู้มีฤทธิ์ทั้งหลาย เช่น ฤๅษี วิทยาธร ยักษ์ นาค เทวดา เป็นต้น 
รอบสระอโนดาต มียอดเขารายรอบอยู่ ๕ ยอดเขาได้แก่

     ยอดเขาสุทัสสนะ (สุทัสสนกูฏ)
     ยอดเขาจิตตะ (จิตรกูฎ )
     ยอดเขากาฬะ (กาฬกูฎ)
     ยอดเขาคันธมาทน์ (คันธมาทนกูฏ)
     ยอดเขาไกรลาส  (ไกรลาสกูฏ)

อ้างอิง

จักรสิน  พิเศษสาทร. “การส่งนักเรียนไทยไปศึกษาต่อต่างประเทศก่อน พ.ศ.๒๔๗๕ และ

ผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย”, ใน ๒๐ ทศวรรษรัตนโกสินทร์.  กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์, ๒๕๒๕.

วุฒิชัย  มูลศิลป์.  “การปฏิรูปทางการศึกษาไทย”, ใน ประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์

เล่ม ๒ รัชกาลที่ ๔ – ๒๔๗๕.  กรุงเทพฯ : กองจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร, ๒๕๒๕.

อากาศดำเกิง  รพีพัฒน์, ม.จ.  ละครแห่งชีวิต. กรุงเทพฯ : บางหลวง, ๒๕๓๗.

ขอขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต (ภาพที่ ๑,๒)

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สะแบง วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 03.51 น.

อ่านบทความแล้วก็ให้ฉุกคิด...แม่ครูสบายดีนะครับ ศิษย์สบายดีครับ อยู่ที่เนเธอร์แลนด์หนาวครับ คิดถึงบ้านเรา คิดถึงพ่อครูแม่ครูและน้องๆครับ อีกไม่นานคงได้หวนคืนบ้านเฮา...
ด้วยความเคารพอย่างสูง
พีรพล นามจุมจัง

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ผู้หญิงคนหนึ่ง วันที่ : 24/12/2007 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sthnc
ใจเป็นใหญ่

เข้ามารับทราบอีกแง่มุมนึงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
amejorken วันที่ : 24/12/2007 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maomao
*** " Don't wait to be loved, to love." "อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักแก่ผู้อื่น" By : Dj_sama  O(^_^O).. ==>มาทดสอบไอคิวกันที่http://freeweb4u.googlepages.com/iqtest

กลับจากเลือกตั้งแล้ว เลยพาน้องเดือนมาสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ ขอให้ไม่มีทุกข์ ไม่มีโรค ไม่มีจนครับ ขอให้สุขสมหวังตลอดไปนะครับ ปีใหม่นี้ผมได้อยู่กับคนที่ผมรักและรักผมแล้ว ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ผมและน้องเดือนครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สิปาง วันที่ : 23/12/2007 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plas

สวัสดีอีกครั้งค่ะ...วันนี้ไปเลือกตั้งหรือยัง...รออ่านเรื่องใหม่อยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เสือยอด วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerasud

มาอ่านครับ มีประโยชน์ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
รัตน์ใบขวาน วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonthook
กลุ่มวรรณกรรมใบขวาน - ปากคำของคนทุกข์แห่งสยามประเทศ 

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เยี่ยมทองน้อย วันที่ : 22/12/2007 เวลา : 05.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yiumthongnoy

อาจารย์ครับ ผมเคยฟังหมอลำเรื่อง"สีทนมะโนลา"ของคณะรังสิมันต์ เคยกล่าวถึงสระอโนดาต ตอนนางมะโนลาไปเล่นน้ำแล้วถูกนายพานจับไปมอบให้สีทน แสดงว่าลิเกลาวในอดีดก็มีเรื่องจอบหลอยคือกันกับยุคมือถือมือถึงแม่นบ่.

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สุดเขตเวชกุล วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 22.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soodkhet

ปัญหาการศึกษายังไปไม่ถึงไหน
เพราะเราไม่พัฒนาคนควบคู่กันไป

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เคี่ยว โคมคำ วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaveethas
ศิลปศาสตร์ทางถ้อยคำทำให้รู้จักกวีนิพนธ์ - กวีนิพนธ์ทำให้รู้จักโลกใหม่ที่บอดใบ้ในสามัญสำนึก

มาเยี่ยมอ่านครับน่าสนใจ หวังว่าน้องทั้งสองคงสบายดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ฮอยล้อ วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hoylaws

ไปศึกษาหาวิชาความรู้ แล้วกลับคืนบ้านอีสานเฮาเด้อ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฮาริส วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Haris

น่าสนใจครับ
เดี๋ยวนี้มีอินเทอร์เน็ต ผมว่า ไปนอกทางช่องสัญญาณนี้น่าจะประหยัดกว่า

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิปาง วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plas

เข้ามาอ่าน และโหวดให้ค่ะ...ตั้งใจเขียนต่อไปนะคะเป็นกำลังใจให้ ว่าง ๆ เข้าไปอ่าน ไปฟังเพลงที่บ้านได้นะคะ ยินดีต้อนรับค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปุถุชน วันที่ : 20/12/2007 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/putushon
บล็อกอย่างเป็นทางการของปุถุชน > http://putushon.wordpress.com

เป็นบทความที่ดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน