*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-26
  • จำนวนเรื่อง : 219
  • จำนวนผู้ชม : 478493
  • จำนวนผู้โหวต : 256
  • ส่ง msg :
  • โหวต 256 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 1834 , 07:49:18 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

-
Money Expo 2009
7-10 พฤษภาคม 2552
ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์

(ชื่อเรื่องเดิม : Money กะโปโล ..กองทุนมั่งคั่งขึ้น ..แต่ทุนนิยมพังทลาย)


นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปาฐกถาเปิดงาน Money Expo 2009


มีการจัดงานเช่นนี้ทุกปี นอกจากมีการจัดงานที่กรุงเทพฯแล้ว ก็มีการจัดงานที่ต่างจังหวัดด้วย 

เมื่อวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2009 ก็ได้มีการจัดงานเช่นกันนี้ที่พัทยา

มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ชมหลากหลาย เช่น สินเชื่อ กองทุน บัตรเครดิต สลากธกส. มีบู๊ตโบรเกอร์ให้เปิดบัญชีซื้อขายหุ้น มีบู๊ตแบงก์ บู๊ตประกันชีวิตประกันภัย บู๊ตบริษัทจดทะเบียน ให้ความรู้เรื่องตลาดหลักทรัพย์ ให้ทราบถึงเครื่องมือทางการเงิน ทั้งเก่า ของของใหม่ที่เกิดขึ้น  มีสัมมนา มีโปรโมชั่นหนังสือเกี่ยวกับการลงทุน (ลดราคา) มีของแจก ของแถม ติดมือกลับบ้านมากมาย เช่น แก้วน้ำ ร่ม ตะกร้าใส่หนังสือ มีดารานักร้องวัยรุ่นมากรีดกราย

เห็นการจัดงาน Money Expo ทำให้นึกถึงเรื่องของตลาดทุน ที่ผู้เขียนนำเสนอมาโดยตลอด มีแต่เรื่องทารุณเศรษฐกิจของโลก

ตลาดทุน คือเครื่องมือทางเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่มีมาเมื่อประมาณร้อยกว่าปีมานี้ ทำร้ายเศรษฐกิจอเมริกาอย่างรุนแรงมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกเกิดในปี 1929 แต่เพราะไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2000 

ประวัติศาสตร์การพังทลายของตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นไทย
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/03/15/entry-1

ตลาดทุนคือสิ่งผิดปกติของโลกทุนนิยม ทำให้โลกยากจนลง

จะมีใครเชื่อบ้าง ว่าอเมริกาที่เป็นหัวขบวนโลกทุนนิยม เป็นประเทศที่ล้มเหลวแล้ว (Failed state) การเปลี่ยนประธานาธิบดีมาเป็นคนสีผิว คือเครื่องหมายยืนยันว่า อเมริกาเป็น Failed state คนอเมริกันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ไม่เอาแล้วผู้นำผิวขาว เอาผู้นำผิวสีอะไรก็ได้ จึงเป็นที่มาของบารัค โอบามา (ไม่ได้บอกว่าโอบามาเป็นผู้นำไม่ดีนะครับ) แต่โอบามาก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าผู้นำผิวขาวคนอื่น การมาของโอบามา ก็จะไม่ต่างอะไรกับผู้นำที่ผ่านมา ที่ไม่ทราบว่า ต้นเหตุอะไรทำให้ประเทศตนยากจนลง น่าเวทนาคนอเมริกันเหมือนกัน

อเมริกาเชื่อตำราเก่าๆที่มีคนเขียนไว้ อเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งช่วงที่ตลาดหุ้นเป็นการฟื้นตัวทางเทคนิค ทำให้เชื่อว่า การเข้าร่วมสงครามโลกทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ระยะหลังอเมริกาพยายามก่อสงคราม ทำตัวเป็นตำรวจโลก แต่กลับทำให้อเมริกายากจนลงอีก

เหตุที่เกิดขึ้นกับประเทศสหรัฐอเมริกา
เป็นตัวอย่างบอกว่า ปัญหาเศรษฐกิจทำให้เกิดปัญหาการเมือง ไม่ใช่ปัญหาการเมืองทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ (อย่างที่ประเทศไทยชอบพูดกัน)

สองรูปแบบการโจมตีประเทศสหรัฐอเมริกา
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/11/25/entry-1

สหรัฐอเมริกา ประเทศยากจนใหม่
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/11/25/entry-2

ปัญหาประเทศไทยมีทั้งปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาการเมือง 

ตลาดทุนไทย ก็นำพาเศรษฐกิจประเทศไทยพังทลาย กระทั่งต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้วเช่นกัน

ประเทศไทยก็เป็น Failed state ไปแล้วเช่นกัน นักการเมืองไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเจริญ มีการร่วมมือกับข้าราชการ นักวิชาการระดับสูง นายทุน และสื่อ หาประโยชน์จากประเทศชาติ

นักการเมืองใช้วาจาไปใน 2 ทาง
1) แอบอ้างว่าเป็นคนทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น เป็นการมุสา แท้จริงเศรษฐกิจแย่ลงตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมา
2) โยนความผิดให้คนอื่น กล่าวหาว่าเข้ามาแทรกแซง ทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย เป็นการเบี่ยงเบนจุดล้มเหลวของตัวเอง หรือเปลี่ยนจุดล้มเหลวจากการปฏิบัติงาน มาเป็นความสำเร็จทางวาจา หรือโฆษณาชวนเชื่อ นักการเมืองเป็นผู้ที่เห็นแก่ตัว รวมทั้งการโยนความผิดให้สถาบัน

ไม่มีใครสมบูรณ์ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ เว้นแต่พระพุทธเจ้า เพราะมีสิ่งผิดปกติอยู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่ทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มมั่งคั่งขึ้น แต่ทำให้ประเทศไทยจนลง

เพราะความยากจน..

เมื่อนักการเมืองโยนความผิดไปที่สถาบัน (ตีควายกระทบคราด) คนก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น

"ผู้นำผิวขาว" คือสัญลักษณ์สถาบันของคนอเมริกัน คนอเมริกันผิดหวังมาก ไม่มีทางออกอื่น จึงแสดงออกทางการทำลายสถาบันของตน ได้คนสีผิวมาเป็นผู้นำ

"กษัตริย์" คือสัญญลักษณ์สถาบันของประเทศไทย พบเห็นกันทุกวันว่า ถูกกล่าวหา และถูกกระทบ ทั้งที่คนกล่าวหาก็ไม่ได้ทำอะไรให้ประเทศไทยเจริญ

ไม่ใช่ความผิดของกษัตริย์ แต่เพราะสิ่งผิดปกติที่อยู่ในระบบ ที่ทำให้ประเทศไทยยากจนลง

ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจไทยดี แล้วอยากจะเป็นประธานาธิบดีไปทำไม ?
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/05/06/entry-1
-
ความเสียหายของประเทศไทย มาจากความเสียหายทางเศรษฐกิจ

ศูนย์กลางความเสียหายครั้งล่าสุด(ครั้งที่ 2)ของประเทศไทยอยู่ที่ปี 1994  ซึ่งเป็นปีที่ SET Index ขึ้นไปสูงสุดที่ 1,750 จุด แล้วก็พังทลายลงมาอย่างรุนแรง จากนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ก็พังทลายลง ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศยากจนลงภายในพริบตา

เอกชนไทย ไม่ว่าภาคการผลิตจริง หรือภาคการเงิน เสียหายทั้งประเทศ ถูกยึดกิจการทั้งประเทศ และถูกเปลี่ยนมือ สถาบันการเงินถูกปิดลงกว่า 70 แห่ง เมื่อเร็วๆนี้ธ.ทหารไทย ก็ถูกขายให้ ING BANK N.V. ธ.ทหารไทยมีแต่ชื่อเท่านั้นที่เป็นไทย แต่เจ้าของไม่ใช่คนไทยแล้ว 

ธกส.ยึดที่ดิน จากเกษตรกรทั่วประเทศ  เนื่องจากไม่สามารถถอนจำนองได้ประมาณ 40 ล้านไร่

-
ชาร์ต 1 SET Index 1994


SET Index เป็นดัชนีที่เบี่ยงเบนสูงติดอันดับโลก โดยตัวมันเอง จึงทำให้เกิดความเสียหายได้สูง เนื่องจากทำให้เกิดการปั่นตลาดได้ง่าย

ตุลาคม 1993 ตลาดหุ้นได้นำระบบ Maintenance margin และ Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้น

Maintenance margin และ Forced sell คือระบบที่ให้มีการกู้ยืมเงินมาซื้อขายหุ้น โดยเอามูลค่าหุ้นเป็นหลักประกัน ถ้ามูลค่าหุ้นสูงขึ้น ก็สามารถกู้เงินมาซื้อหุ้นเพิ่มได้ แต่ถ้ามูลค่าหุ้นตกต่ำลง หาหลักประกันมาเพิ่มไม่ได้ ก็อาจจะถูกบังคับขายได้

SET Index ถูกลากขึ้นอย่างรวดเร็ว จากระดับ 1,000 จุด ที่ต้นเดือนตุลาคม 1993 ในวันที่นำระบบMaintenance margin และ Forced sell (วงกลมสีแดงในชาร์ต)  ไปที่ 1,750 จุดที่ต้นเดือนมกราคม 1994

ระยะเวลา 3 เดือน ดัชนีเพิ่มขึ้น 75 เปอร์เซนต์ จากนั้นก็เทขายทำกำไรอย่างรุนแรง

มันคือการโจมตีตลาดหุ้น การโจมตีตลาดหุ้น คือลากให้ขึ้นสูง แล้วถล่มเทขายทำกำไรอย่างรุนแรง

ตลาดหุ้นตกหนักจะทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย

และทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย

World Fund (Hedge Fund) เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เขารู้แล้วว่าค่าเงินบาทเสียหาย เขารู้แล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจไทย

World Fund ได้บาทจากการขายหุ้น ก็ไปเอาไปซื้อเงินเหรียญสหรัฐ แต่ทางการไทยไม่รู้ว่าค่าเงินบาทเสียหาย ได้ทำการปกป้องเงินบาทไว้ที่  ทำให้ต่างชาติซื้อดอลลาร์ได้ราคาแสนถูก จึงทำให้ได้กำไรมากในเวลาต่อมา 

การผูกค่าเงินบาทไว้ตายตัว ทำให้ Baht แข็งกว่าความเป็นจริง ทำให้มีการขายเงินบาทออกตลอดเวลา แล้วนำไปเก็บเป็นเงินตราต่างประเทศแทน ส่งผลทำให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของไทย หร่อยหรอลงทุกวัน

การที่ตลาดหุ้นตกแรงระหว่างปี 1994 - 1997 ทำให้นักลงทุนท้องถิ่นที่เล่น Maintenance margin ถูกบังคับขายหลายรอบ (กรอบสีน้ำเงินในชาร์ต)

ซ้ำเติมให้ตลาดหุ้นเสียหายหนักลงไปอีก

ซ้ำเติมให้ค่าเงินบาทก็เสียหายหนักมากขึ้นด้วย

(หมายเหตุ ปี 2007 (2549) ประเทศไทย เพิ่มตลาดตราสารอนุพันธ์ให้มีการซื้อขายในตลาดหุ้น (Derivatives) ตลาดตราสารอนุพันธ์ ทำให้ตลาดขาลงก็สามารถทำกำไรได้ ช่างปะเหมาะพอดีมาก ปี 2008 ตลาดหุ้นตกทั้งปี คนที่เข้าใจเช่น Worlds Fund ย่อมได้กำไรจากการตกลงของตลาดอีก มีกำไรทั้ง 2 ด้าน หุ้นขึ้นก็ได้กำไร หุ้นตกก็ได้กำไร) 

ความเสียหายของตลาดทุนและตลาดเงินไทย ยิ่งเสียหายมากเท่าใด ก็คือผลกำไรของ World Fund ที่จะได้รับมากเท่านั้น

เขามีกำไรจากตลาดหุ้น และตลาดเงินตราแต่ฝ่ายเดียว

ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสุทธิของประเทศไทยปี 1997 (2540)

มกราคม 1997 ทุนสำรองฯ สุทธิ อยู่ที่ 30,374 ล้านเหรียญสหรัฐ

มิถุนายน 1997 ก่อนลอยค่าเงินบาทเพียงเดือนเดียว ทุนสำรองฯ สุทธิ อยู่ที่ 2,839 ล้านเหรียญสหรัฐ

กรกฎาคม 1997 เดือนที่มีการลอยค่าเงินบาท ทุนสำรองฯ สุทธิ เหลือ 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ (เข้าไอเอ็มเอฟ)

ช่วงระยะเวลา 7 เดือน ทุนสำรองฯ สุทธิ หายไป 29,230 ล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย


ประเทศที่เข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ ช่วงที่ผ่านมา..

1997 - 1998 ได้แก่ ไทย (เข้าครั้งที่ 2) อินโดนีเซีย เกาหลีใต้

2000 - 2001 ได้แก่ อาร์เจนตินา ตุรกี

2008  - 2009 ได้แก่ ฮังการี ยูเครน ปากีสถาน ไอซ์แลนด์ มองโกเลีย โรมาเนีย โคลอมเบีย ไลบีเรีย บอสเนีย ฯลฯ (เข้าไอเอ็มเอฟมากขึ้น)

http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2008/11/28/entry-1

-
ชาร์ต 2 Baht (baht/USD)

แสดงให้เห็นว่า การพังทลายของตลาดหุ้น

ทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย

ทางการต้องลอยค่าเงินบาทในวันที่ 2 กรกฎาคม 1997 ค่าเงินบาทตกมากที่สุด 54 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ

World Fund ผู้รู้กลไกตลาดทุนและตลาดเงินก็ได้รับชัยชนะมีกำไรทุกตลาด มีการลอยค่าเงินบาทในวันที่ 2 กรกฎาคม 1997 ดอลลาร์ที่ซื้อไว้ที่ราคา 26-27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ นำมาแลกเป็นเงินบาทคืน ก็จะได้ที่ 35-55 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

-
ชาร์ต 3 มูลค่าการซื้อขายหุ้นรายเดือนตลาดหุ้นไทย 1993 - 1994

จุดเริ่มต้นการโจมตีตลาดหุ้นไทย (โจมตีเศรษฐกิจไทย)

ตุลาคม 1993 เดือนที่มีการนำ Maintenance margin และ forced sell มาใช้ ต่างชาติรู้แล้วว่าจะได้กำไรมหาศาลจากตลาดหุ้นไทย และรู้แล้วว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ต่างชาติกระชากซื้อแรงมาก โดยซื้อสุทธิมากที่สุดถึง ต่างชาติซื้อสุทธิเดือนตุลาคม 1933 มีมูลค่า 32,051 ล้านบาท

จากนั้นก็มีการขายออกโดยตลอด 6 เดือนติดต่อกัน  (ดูตามชาร์ต 3) มีซื้อๆ ขายๆ สลับเดือนกันไป

มกราคม 1994 ที่ SET Index ขึ้นไปสูงสุดที่ 1,750 จุด ต่างชาติขายสุทธิมากเป็นประวัติการณ์ 40,735 ล้านบาท

เพราะการนำ Maintenance และ Forced sell มาใช้ ทำให้มีการบังคับขายหุ้นนักลงทุนท้องถิ่นมากที่สุด หุ้นหรือสินทรัพย์ของนักลงทุนก็เป็นทรัพย์สินของชาติ การบังคับขายหุ้นของนักลงทุนก็คือการบังคับขายสินทรัพย์ของชาติ ให้เกิดความเสียหายแก่ชาติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

"ช้ำเติม" ให้สภาพคล่อง ค่าเงินบาท และเศรษฐกิจไทยพังทลายอย่างทารุณ 

-
ชาร์ต 4 การสะสมหุ้นของต่างชาติในตลาดหุ้นไทย 1993 - 1994

แสดงการสะสมหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ 1993 - 1994

พบว่ามกราคม 1933 ถึง ตุลาคม 1993 นักลงทุนต่างชาติมีการสะสมหุ้นเป็นเวลา 10 เดือนติดต่อกัน

จากนั้นก็เทขายต่อเนื่องเป็นเวลาติดต่อกัน 6 เดือน (เป็นที่มาของตลาดหุ้นพังทลายอย่างรุนแรง)

ชาร์ต 3 และ 4 เป็นข้อมูลการซื้อขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติชุดเดียวกัน แต่นำเสนออย่างละรูปแบบ คือซื้อขายแบบรายเดือน และซื้อขาบแบบสะสม

-
ชาร์ต 5 ความสัมพันธ์การซื้อขายหุ้นต่างชาติ กับ SET Index

นำข้อมูลการซื้อขายของต่างชาติ จากชาร์ตที่ 3 และ 4 มาแสดงความสัมพันธ์กับความเป็นไปของ SET Index

B = Foreign Net buy 

S = Foreign Net sell

แสดงให้เห็นว่า ระหว่างมกราคม - ตุลาคม 1993 ต่างชาติซื้อสะสมหุ้นอย่างเดียว (กรอบ 4 เหลี่ยมสีน้ำเงิน B) ไม่ว่า SET จะขึ้นหรือตก ต่างชาติซื้อเก็บอย่างเดียว กระทั่งมีการนำระบบ Maintenance margin & Forced sell มาใช้ ต้นเดือนตุลาคม 1993 ต่างชาติซื้ออย่างรุ่นแรง มีผลให้ SET Index พุ่งจาก 1,000 จุด ขึ้นไปที่ประมาณ 1,400 จุด ช่วงระยะเวลาแค่เดือนตุลาคมเดือนเดียว

จากนั้นจึงมีการเทขายอย่างเดียว เริ่มเทขายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 1993 เทขายอย่างไร SET Index ก็ยังขึ้น

กระทั่งเดือนมกราคม 1994 ที่ SET Index ขึ้นไปสูงถึง 1,750 จุด ต่างชาติจึงขายมากเป็นประวัติการณ์ดังกล่าว

จากเดือนพฤศจิกายน 1993 - เมษายน 1994 ต่างชาติขายออกอย่างเดียว (กรอบสี่เหลี่ยมสีแดง S) ขายเป็นเวลา 6 เดือน ติดต่อกัน

กราฟแสดงให้เห็นว่า เมื่อต่างชาติซื้อ SET Index จะขึ้น และเมื่อต่างชาติขาย SET Index จะตก

ที่ระดับสูง SET Index 1,200 - 1,750 จุด ต่างชาติขายอย่างเดียว  (กรอบสี่เหลี่ยมสีแดง S) ต่างชาติกำไรฝ่ายเดียว

เห็นได้ว่า.. ที่จุดวิกฤติ

คนท้องถิ่นเสียหายจากตลาดหุ้น

คนที่ได้กำไรจากตลาดหุ้นไทย คือต่างชาติ (World Fund)

เป็นเช่นนี้ทุกรอบ 

-
ชาร์ต 6 มูลค่าความเสียหายของตลาดหุ้นไทย

มูลค่าตลาดหุ้นช่วงเวลาดังกล่าวเสียหายประมาณ 3.27 ล้านล้านบาท หรือ 82 เปอร์เซนต์

-
ตลาดหุ้นเป็น Zero Sum Games คือมีฝ่ายได้ ก็มีฝ่ายเสีย หรือเอาฝ่ายได้กับฝ่ายเสียรวมกัน จะเท่ากับ 0 (ศูนย์)

ชาร์ต 1 - 5 แสดงให้ทราบว่า World Fund กำไรฝ่ายเดียว คนท้องถิ่นไทย เอกชนไทย สถาบันท้องถิ่นไทย หรือประเทศไทย ขาดทุนทั่วหน้า

ช่วงดังกล่าว มีกองทุนไทย (Mutal Funds) เกือบ 70 กองทุน ระดมเงินมาจากชาวบ้านมาตั้งเป็นกองทุน ขาดทุนและล้มลงกันทั่วหน้า นายช่วย คชสิทธิ์ คนกาญจนบุรี ใช้อุจจาระราดตัวเอง มาทวงเงินต้นคืนจากกองทุนรวมออมสิน ก็คงไม่ได้อะไร เนื่องจากทุนที่ลงไว้ มลายไปหมด

ปลายปี 1995 นักลงทุนท่านหนึ่ง พยายามฆ่าตัวตายที่ตลาดหุ้น    

สินทรัพย์และหุ้นของนักลงลงทุน คือทรัพย์สินของชาติ การบังคับขายหุ้นนักลงทุน ก็คือการบังคับขายทรัพย์สินของชาติ หรือคือการขายชาติ

ความเสียหายยังมีต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้

และเชื่่อว่า หากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ และของโลกยังเป็นเช่นนี้ ..ความเสียหายก็ยังมีอยู่ต่อไป

ที่ผ่านมา ความเสียหาย ได้กดดันให้เกิดการขายสมบัติชาติไปมากแล้ว..

ทุกวันนี้ก็ยังมีการขายสมบัติชาติอย่างต่อเนื่อง

ธ.ทหารไทย ทุกวันนี้ ไม่ใช่ของคนไทยแล้ว เพิ่งขายให้ต่างชาติไปเมื่อเร็วๆนี้

ธ.สินเอเซีย ก็กำลังจะตกเป็นของต่างชาติอีก
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/05/11/entry-1

-
ความเสียหายจากตลาดหุ้น คนไม่เล่นหุ้น ก็ได้รับความเสียหายจากตลาดหุ้น

สภาพคล่องของระบบเสียหาย ทำให้เอกชนและบริษัทต่างๆ ต้องปิดตัวลง เกือบทั่วประเทศ คนตกงานมากเป็นประวัติการณ์

เงินบาทเสียหาย ก็คือเงินบาทประชาชนทุกคนเสียหาย ต้องใช้บาทมากขึ้นในการซื้อสินค้าและบริการ ซื้อสินค้านำเข้า เช่น วัตถุดิบ อุปกรณ์ เครื่องจักร ปุ๋ย ยาคน ยาสัตว์ สูงขึ้น ข้าวที่ปลูกได้เองก็ต้องซื้อที่ราคาสูงขึ้น เพราะราคาข้าวมีความสัมพันธ์กับค่าเงิน สถานทูตไทยในต่างประเทศก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น  

การพังทลายของตลาดหุ้นทำความเสียหายกับคนไทยถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเล่นหุ้นหรือไม่ก็ตาม แม้ขอทานก็โดนกระทบ ที่เคยขอทานมา 4-5 บาท สามารถซื้อข้าวกินได้ 1 มื้อ ต้องขอทานให้ได้ 20 - 30 บาท จึงจะพอซื้อข้าวกินหนึ่งมื้อ

คนส่วนหนึ่งกล่าวว่า ตลาดหุ้นมีขึ้นมีลง เป็นเรื่องธรรมดา ประหนึ่งว่าไม่มีอะไรเสียหาย

เอกชนที่ล้มลง ได้ใช้เวลา 20 - 50 ปี ก่อร่างสร้างตัว แต่เมื่อสภาพคล่องกลับคืนมา ตลาดหุ้นฟื้นตัว เอกชนเหล่านั้นก็ไม่ได้กลับมามีสถานะดังเดิมแต่อย่างใด ถูกปู้ยี่ปู้ยำจนไม่เหลือสภาพเดิม ค่าเงินบาทก็ไม่ได้กลับมาสู่สถานะเดิม

ตลาดหุ้นทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในเบื้องต้น จากนั้นก็ตั้ง ปรส. บบส.และบสท. มายึดทรัพย์สินของคนในชาติไปขายเอากำไรต่อ

-

โลกทุนนิยม สร้างตลาดหุ้นมาทำร้ายตัวเอง

-

สรุปความเสียหายจากการพังทลายของตลาดหุ้น

1 ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย

2 ทำให้ค่าเงินเสียหาย

3 ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (ยากจนลงแบบเฉียบพลัน)

4 ทำให้ภาคการผลิตจริง และภาคการเงินล้มลง

5 ทำให้คนตกงาน

6 ทำให้หลักประกันลดลง

7 ทำให้ความเชื่อมั่นของระบบเสียหาย

-

เรื่องเช่นนี้ ..เกิดที่ประเทศใด ก็จะเป็นแบบเดียวกันทุกประการ

-
ถัดมาอีก 6 ปี ..หลังการพังทลายของตลาดหุ้นไทย

เกิดการพังทลายของตลาดหุ้น Nasdaq อย่างแรงในปี 2000

ชาร์ต 7 การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตลาดหุ้นแนสแดกซ์ ตกลงถึง 78 เปอร์เซนต์

ชาร์ต 8 ความเสียหายของค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินยูโร

เป็นไปตามบทสรุปที่ว่าไว้ เป็นแบบเดียวกันทุกประเทศ การพังทลายของตลาดหุ้นอเมริกา ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ค่าเงินเหรียญตกลงอย่างมีนัยสำคัญ ตามการพังทลายของตลาดหุ้น ค่าเงินเหรียญตกลงเมื่อเทียบกับเงินทุกสกุล และตกลง 47 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับยูโร


ชาร์ต 9 G85 Index ค่าเฉลี่ยดัชนีชี้นำตลาดหุ้น 85 ประเทศ

การพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์และค่าเงินเหรียญสหรัฐ

ทำให้เงินไหลออกมาท่วมโลก

ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงินสกุลต่างๆ และตลาดหุ้นขึ้น

ทั่วโลก

สกุลเงินเหรียญสหรัฐ เป็นสกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเกิด

การเปลี่ยนแปลง จึงทำให้กระเทือนไปทั้งโลก

เพราะค่าเงินเหรียญเสียหาย หรือมีค่าน้อยลง จึงต้องใช้เงินเหรียญสหรัฐ "มากขึ้น" ในการชำระค่าสินค้าและบริการ จึงพบว่าราคาสินค้าและบริการทุกชนิด ราคาสูงขึ้น

ไม่ว่า

ทองคำ ทองแดง สังกะสี แพลตินัม ดีบุก ตะกั่ว

น้ำมัน เคมีภัณฑ์

ถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าว งา มันสัมปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา

ค่าขนส่ง ค่าระวางเรือ

(ผู้เขียนเคยนำเสนอราคาเหล่านี้ด้วยกราฟไว้ในหลาย entries แล้ว ไม่ขอนำเสนอในนี้อีก ซึ่งมีรูปแบบการขึ้นและตกเช่นเดียวกันกับชาร์ต 9 นี้)

ตลาดหุ้นโลกระหว่างปี 2001 - 2007 เพิ่มขึ้น 5.63 เท่า หรือเพิ่มขึ้น 463 เปอร์เซนต์ 

ปี 2008 ถึงต้นปี 2009 ตลาดหุ้นโลก ได้พังทลายลงอย่างรุนแรง ตกลงถึง 62 เปอร์เซนต์

ที่มีกำไรมา 5 - 6 ปี กลับเสียหาย พังทลายภายใน 1-2 ปี

และก็มีปัญหาตามมา มากมาย


-
การเก็งกำไร และการปั่น (Speculation & Manipulation)

ตลาดหุ้นหนีไม่พ้น การเก็งกำไร และการปั่น เป็นอาชีพของบรรดา World Fund โดยตรง จะคอยดูว่าตลาดหุ้นของประเทศไหน มีการเปลี่ยนแปลงในทางลบและทางบวก เขาจะฉวยโอกาสเข้ามาทำประโยชน์ทันที 

ก่อนปี 1994 ตลาดหุ้นประเทศไทยนำระบบ Maintenance margin & Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้น  แล้วการพังทลายของตลาดหุ้นก็เกิดขึ้น

ก่อนปี 2000 ตลาดหุ้นประเทศสหรัฐอเมริกา มีการปรับโครงสร้างการคำนวณดัชนีหุ้น Nasdaq แล้วการพังทลายของตลาดหุ้นก็ตามมา

World Fund สามารถรู้ได้ว่า จะหาประโยชน์(มหาศาล) ในตลาดหุ้น และตลาดเงินตรา ของประเทศต่างๆ ช่วงไหน? อย่างไร?

-

จากข้อมูลที่นำเสนอข้างต้น วิกฤติมีขนาดใหญ่ขึ้น ..

เกิดขึ้นกับประเทศไทยปี 1994  (เล็ก) ชาร์ต 1

เกิดขึ้นกับประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2000 (ใหญ่ขึ้น) ชาร์ต 7 

และเกิดขึ้นกับโลกในปี 2008 (และใหญ่ขึ้น) ชาร์ต 9

World Fund มั่งคั่งขึ้นแต่ฝ่ายเดียว ..แต่ทุนนิยมถูกทำลาย

โลก ถูกทำลายด้วย ตลาดทุน ที่โลกสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง

โลก ยังเดินหน้าเสียหายตลอดเวลา

-
-
...................................
Links ที่เกี่ยวข้อง

ปาฐกถาพิเศษ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดงานมหกรรมการเงินครั้งที่ 9 วันที่ 7 พ.ค. 2552 ณ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์
http://www.moneyexpo.net/newsite/open.php

Fundization ศัพท์ใหม่เศรษฐกิจโลก
http://www.oknation.net/blog/pornsri5201/2009/01/29/entry-1

@@@
(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
chronomist วันที่ : 14/05/2009 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy

ระบบทุนนิยมน่าจะทำลายตัวเอง
ทั้งจากตลาดหุ้น(ของปลอม)
และตลาดเงิน(ของจริง)
เพราะไม่สัมพันธ์กับการผลิตจริง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
maimicky วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maimicky

ดีครับอาจารย์..อิอิ

เพิ่งไปเที่ยวงานที่พูดถึงกันมา คนก้อยังคึกคัก กู้ซื้อบ้านจ้าล่ะหวั่น ...กำลังนึกอยู่ว่า อาจารย์น่าจะวิจารณ์งานนี้แน่ๆ ..ผมทายไม่ผิดจริงๆ ..

เห็นในงานที่เป็นไฮไลท์ ก้อคือการพยายามให้ความรู้เรื่องการซื้อกองทุน หุ้น และก้อมีบรรดาแมลงเม่า แห่ไปฟังเพื่อหวังรวยมากมาย ...ขอให้พวกเขาโชคดีครับ..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
feng_shui วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 14.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ไม่เพียงแต่ ตลาดหุ้นเป็น Zero Sum Games ตลาดอื่นๆที่เป็นตลาดใหม่ในโลกที่เขาเรียกว่าโลกาภิวัฒน์ก็เป็นZero Sum Games และไม่เพียงแต่ Economic crisisเท่านั้นที่กระทบ กับมนุษยโลกจะเห็นได้จาก pandemic ของh1n1 typeA ซึ่งเกิดจากตลาด ชีวโมเลกุลและไวรัสวิทยา เกิดcrisis นั่นแสดงว่า ความโชคร้ายมิได้อุบัทขึ้นเพียงครั้งเดียว มัน กระหน่ำได้ทุกมุมมอง

หุ หุ

.
ค่าเงินบาท มักจะผกผันกับตลาดหุ้น เมื่อก่อนโซรอส ปั่นตาดหุ้นด้วยการทุบค่าเงินบาทแต่ปัจจุบันโซรอสคงไม่กล้าทุบตลาด Pandemicของไวรัสกลายพันธุ์เป็นแน่ เพราะอาจติด Swine fluค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ting วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 07.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

สวัสดีคะ
ช่วยเด็กผู้ชายคนที่ถือทองโฆษณาให้เขาคะ
ฟังเขาเล่าแล้วสงสาร ไม่มีพ่อแม่มีน้องสาวคนหนึ่ง
หาเงินเลี้ยงน้องไม่ได้เข้าโรงเรียน
เขาต้องการมาทำงานที่เยอรมันช่วยเขาไม่ได้หรอก
ช่วยได้แค่ลงโฆษณาให้หนึ่งวัน อิอิ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 03.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

ตอนนี้เขากำลังปั่นหุ้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในบ้านเรา...
คุณ indexthai อยากเป็นเจ้าของกองทุน เหมือนที่นายเก่าของผมอยากเป็นเจ้าของแบ๊งค์ ทั้งที่เป็นนักอุตสาหกรรม ปั่นบัญชีไปกู้เพิ่มไป จนมีหนี้ร่วมแสนล้านบาท
ท่านกลับดีใจ เพราะยิ่งมีเงินผ่านมือมาก ก็มีโอกาสดูดซับไว้มากขึ้น จนอยากเป็นเจ้าของแบ๊งค์ซะเอง มีเงินฝากของประชาชนไว้จัดการกู้ตามใจชอบ
นั่นคือสาเหตุที่(หลาย)แบ๊งค์ล้มมังครับ หนี้เสียไง...
ส่วนการเมือง ที่ตีความว่า คือการ"จัดการผลประโยชน์" ของประเทศไทย ก็ไม่ต่างจากผู้จัดการกองทุน รวยเอาๆไม่ว่าหุ้นจะปั่นขึ้นหรือทุบลง เพราะเป็นคนทำเองทั้งสิ้น เป็นฟรีมาร์เก็ตชนิดmanaged/manipulated...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
indexthai วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

FW mail ..ห้ามเหยียบเป็ด

หญิง 3คน เป็นเพื่อนรักกัน
ได้ตายลงพร้อมกันด้วยอุบัติเหตุรถยนต์
และดวงวิญญาณไปสู่สรวงสวรรค์
เมื่อไปถึงที่นั่น ..เซนต์ปีเตอร์
บอกกับพวกเขาว่า
'บนสวรรค์นี่ เรามีกฎแค่ข้อเดียวเท่านั้น คือ "ห้ามเหยียบเป็ด"

เมื่อทั้ง3เข้าไปในสวรรค์ก็พบว่าที่นั่นเต็มไปด้วยเป็ด

มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ที่จะไม่พลาดไปเหยียบเป็ดเข้าสักตัว
และแม้ว่าพวกเขาจะพยายามทำอย่างดีที่สุดแค่ไหนก็ตาม
หญิงคนแรกก็เผลอไปเหยียบเป็ดเข้าตัวนึงจนได้
เซนต์ปีเตอร์ ..มาพร้อมกับชายที่อัปลักษณ์ที่สุด
เท่าที่หล่อนเคยเห็นมา

และมัดทั้ง 2ไว้ด้วยกัน พร้อมกับบอกว่า

'โทษของการเหยียบเป็ด ก็คือ
เธอต้องถูกมัดติดอยู่กับชายคนนี้ ชั่วนิรันดร์'

วันถัดมา
หญิงคนที่ 2 ก็เผลอไปเหยียบเป็ดอีก
และเซนต์ปีเตอร์ก็มาพร้อมกับชายที่อัปลักษณ์สุดๆ
อีกหนึ่งคน
จากนั้นก็ผูกเขาทั้ง 2 ไว้ด้วยกัน และเดินจากไป

หญิงคนที่ 3
ไม่ต้องการที่จะผูกติดอยู่กับชายอัปลักษณ์คนไหนไปชั่วนิจนิรันดร์
ดังนั้น
เธอจึงเฝ้าระวัง
และระวัง ในทุก ๆ
ที่ที่เธอย่างก้าวไป
เธอใช้เวลาผ่านไปหลายเดือน
โดยที่ไม่ได้เหยียบเป็ดตัวไหนเลย

และแล้ววันหนึ่ง
เซนต์ปีเตอร์ก็มา
พร้อมกับชายหนุ่มรูปงาม
แบบที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย
รูปร่างสูงโปร่ง
ใบหน้าคมเข้ม
ขนตายาว
และมีกล้ามเป็นมัด ๆ
เซนต์ปีเตอร์มัดเธอไว้กับเขาและจากไปโดยไม่กล่าวคำใด ๆ ทั้งสิ้น
หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยความสุขกล่าว

'ฉันสงสัยเหลือเกินว่าอะไรกันนะที่ทำให้ฉันได้ถูกมัดอยู่กับคุณไปชั่วนิรันดร์'
ชายหนุ่มตอบ
เรื่องของคุณจะเป็นยังไงผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
รู้แต่ว่า ผมเหยียบเป็ด'

@@@

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สายฟ้าขี้สงสัย วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ligthning
มีบางอย่างอยู่ในสายฟ้า ที่มักจะออกมาถามคุณเพื่อคลายสงสัย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ครับ

World Fund เป็นสิ่งเดียวที่เกิดจากทุนนิยม แต่ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ ทำยังไงถึงจะได้เป็นเจ้าของซักกอง
(ความฝันครับ) ในเมื่อต่อต้านมันไม่ได้ เข้าร่วมมันซะเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เหมินท์ วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemint


ยิ่งอ่านหลาย entry ก็ยิ่งเข้าใจ ทุนนิยมมากขึ้นครับ
ว่า ทุนนิยมเกิดขึ้นมาเพื่อคนกลุ่มเดียวจริง ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 08.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น

ประกาศสภาวะฉุกละหุก



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 12/05/2009 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เกาะติดทุกประเด็นค่ะ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน