*/
  • indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai2@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-26
  • จำนวนเรื่อง : 219
  • จำนวนผู้ชม : 478547
  • จำนวนผู้โหวต : 256
  • ส่ง msg :
  • โหวต 256 คน
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม 2552
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 6273 , 11:30:07 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ผู้ที่ได้อ่านเรื่อง "4 อาชีพ ..ที่ทำความเสียหายให้ประเทศไทย ???"
ว่ามีอาชีพใดบ้าง ผู้เขียนได้แยกออกให้เห็นเป็น 4 อาชีพ ซึ่งตรงกับบางท่านกล่าวไว้เช่นกัน  ได้แก่

1) อาชีพข้าราชการ-นักวิชาการระดับสูง
2) อาชีพพ่อค้า-นายทุน
3) อาชีพนักการเมือง
4) อาชีพสื่อ
 

การแก้ปัญหา ต้องแก้ปัญหาที่การกระทำกลุ่มบุคคลที่ทำให้เกิดปัญหา ไม่ใช่มาแก้ปัญหาที่ประชาชน ประชาชนไม่ใช่คนที่ทำให้ประเทศเกิดปัญหา แต่ประชาชนเป็นคนที่รับกรรมจากการกระทำของคน 4 อาชีพดังกล่าว ทำให้ยากจนลง เดือดร้อนมากขึ้น และแตกแยก



การบริหารงานและการแก้ปัญหาประเทศ ของนายกอภิสิทธิ์

--
1) ปัญหาการชุมนุมในที่สาธารณะ
"ครม.มอบกฤษฎีกาพิจารณา กม.การชุมนุมในที่สาธารณะ"

วิจารณ์ : วิธีการแก้ปัญหา คาดว่าคงได้รับคำแก้ตัวจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ว่าไม่มีกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ จึงออกเป็นมติครม.มอบกฤษฎีกาพิจารณา กม.การชุมนุมในที่สาธารณะ วิธีการ คือคิดแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ กม.การชุมนุมในที่สาธารณะก็มีอยู่บ้างแล้ว จะพิจารณาอะไรอีก หากจะพิจารณา ก็เป็นไปได้ว่า จะเพิ่มรูปแบบการควมคุมประชาชนให้รุนแรงมากขึ้น ..อีกด้านหนึ่ง เป็นการแก้ปัญหาแบบขายผ้าเอาหน้ารอด ทำพอให้ผ่านๆไป ไม่ได้มีการเอาจริงเอาจังอะไร สิ่งสำคัญที่สุด ที่ไม่สนใจคือ เหตุใด หรือต้นเหตุอะไร ที่ทำให้เกิดการการชุมนุมในที่สาธารณะ นี่ต่างหากคือสิ่งที่ผู้บริหารประเทศควรทำอย่างยิ่ง

--
2) สงกรานต์เลือด (ประชุมสภาฯระหว่างวันที่ 22-23 เมษายน 2552)
2.1 เสนอสภาฯ ตั้งกรรมการกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงสงกรานต์เลือด
วิจารณ์ :
ผู้เขียนก็ไม่ทราบว่า จะให้กรรมการกลางเพื่อไปสืบหาข้อเท็จจริงอะไร หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงมีอยู่แล้ว คือตำรวจ อัยการ ศาล ทำผิดแบบไหน ตรงไหน เมื่อใด อย่างไร ใครเป็นคนทำ ก็เอาคนที่ทำผิดซึ่งหน้ามาลงโทษก็ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวก็ "ต้องรอ" กรรมการกลางสืบหาข้อเท็จ ซึ่งก็น่าจะล้มเหลวมากกว่า ไม่มีอะไรคืบหน้า รอชาติหน้า

อยากจะรู้ข้อเท็จจริงเฉพาะวันสงกรนต์เลือดเท่านั้นหรือ แล้วเรื่องก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2549 หรือเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ต้องการจะทราบข้อเท็จจริงหรือ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องเดียวกัน ที่ต่อเนื่องกันมา

ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ข้อเท็จจริง เพราะกรรมการกลางเพื่อสืบหาข้อเท็จจริง ไม่ได้ออกมาแถลงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ปัญหาของคนเสื้อเหลือง และคนเสื้อแดง เกิดจากคนบ้า คนเดียวกัน 

เอาคนที่ทำให้เกิดปัญหามาลงโทษอย่างจริงจัง ใช้สื่ออธิบายให้คนเข้าใจว่า "คนบ้า" ทำให้ประเทศชาติเกิดปัญหาอย่างไร แล้วนิรโทษกรรมให้คนเสื้อเหลือง และคนเสื้อแดงทั้งหมด ให้คนทั้ง 2 ฝ่ายจับมือกัน

แต่ดูหมือนนายกอภิสิทธิ์ ไม่คิดจะจริงจังกับเรื่องนี้ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ก็ทำงานแบบปัดสวะให้พ้นตัว

หลังวันสงกรานต์เลือด นายกยังพูดเหมือนเหตุการณ์วันที่ 13 เมษา เป็นเรื่องธรรมดา

แทนที่จะพูดตำหนิคนเผาบ้านเมือง และสั่งให้เจ้าหน้ารักษาความเป็นธรรมให้ดี แทนที่จะพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆร้อน แต่กลับไปพูดถึงหลักการ ..ไม่รู้พูดไปทำไม

"การชุมนุม เป็นเรื่องที่ทำได้ ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย โดยไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อน"

กฎหมายจ๋าเลย.. ชาวบ้านฟังแล้วก็ผิดหวัง

ตอนนั้นคนใส่เสื้อแดงไม่คิดจะใส่เสื้อแดงแล้ว หรือไม่กล้าจะใส่เสื้อแดงแล้ว เพราะชาวบ้านรังเกียจ หรือกลัวชาวบ้านตืบ

แต่พอคนเสื้อแดงได้ฟังนายกพูดดังนั้น ก็กลับมาใส่เสื้อแดงเหมือนเดิม ทันที ชุมนุมต่อทันที

2.2 ให้ตั้งกรรมกลางเพื่อเสนอสูตรแก้ไขกติกาการเมือง (วันที่ 22-23 เมษายน 2552)
วิจารณ์ : ข้อนี้ต่างหากคือความต้องการที่แท้จริงของนายกอภิสิทธิ์ แต่ไม่พูดตรงๆว่าจะแก้กฎหมาย แต่ใช้คำพูดว่า "ให้เสนอสูตรแก้ไขกติกาการเมือง" ที่นายกอ้างว่า เคยพูดไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นฝ่ายค้าน ว่ากฎหมายไม่ยุติธรรมต่อพรรคการเมือง และนักการเมือง เช่นเรื่องการยุบพรรค

โดยเอาความแตกแยก ไม่สมานฉันท์ ของประชาชน 2 ฝ่ายมาเป็นข้ออ้าง และคิดว่าเมื่อแก้กฎหมายให้เป็นที่พอใจของฝ่ายการเมืองแล้ว ชาวบ้านก็จะไม่แตกแยกและจะเกิดการสมานฉันท์

ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายเสื้อเหลืองได้ต่อต้านการแก้กฎหมายอย่างเข้มข้นมาแล้ว และเกรงด้วยว่าจะมีการสวมรอยแก้กฎหมายนิรโทษกรรมให้คนบ้าด้วย

40 สว.ค้านข้อสรุปกก.สมานฉันท์

อีกด้านหนึ่ง ชาวบ้านก็ว่าไม่ยุติธรรมนัก เพราะกฎหมายลงโทษเบาไป ไม่ใช่ให้เลิกเล่นการเมือง 5 ปี น่าจะให้ติดคุก และให้เลิกเล่นการเมืองไปตลอดชีวิต เพราะเบื่อหน้านักการเมืองหน้าเดิมมาก 20-30 ปีมาแล้ว ก็มีแต่หน้าเดิมวนเวียนกันมา เข้ามาทำความเสียหายกับประเทศชาติต่อเนื่อง หากให้นักการเมืองที่ทำผิดกฎหมาย เลิกเล่นการเมืองไปตลอดชีวิต จะทำให้มีนักการเมืองหน้าใหม่ได้ 



--
3) การแก้ปัญหาภาคใต้
เสนอ "กฎหมายความมั่นคง" มาใช้แทน "กฎอัยการศึก" (3 จังหวัด ยังคงใช้ "กฎอัยการศึก")
วิจารณ์ : คำพูดของผู้นำประเทศเป็นเหตุความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้แรงขึ้น คำพูดดและการกระทำของนายกในเรื่องนี้ คือ "ต้นเหตุ" ที่ทำให้มีการยิงปืนเข้าไปในมัสยิดที่เจาะไอร้อง มีคนตาย 11 คน และคนเจ็บจำนวนหนึ่ง

เรื่องนี้คล้ายๆที่เกิดขึ้นในรัฐบาลทักษิณ นายกทักษิณนำเสนอมงฟอร์ตโมเดล จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5 เปอร์เซนต์ เป็น "ต้นเหตุ" ให้คืนนั้น ระเบิดลงที่ศูนย์การค้าหาดใหญ่ 3 จุดพร้อมกัน มีพ่อของลูกน้อยคนหนึ่งเสียชีวิต และลูกน้อยตาเสียไปข้างหนึ่ง

การยิงปืนเข้าไปในมัสยิดที่เจาะไอร้องในรัฐบาลอภิสิทธิ์ การระเบิดศูนย์การค้าหาดใหญ่ 3 แห่ง ในรัฐบาลทักษิณ เป็นเพราะไม่พอใจคำพูดผู้นำ พวกเขาเชื่อว่าไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น มีแต่ลมปากอย่างเดียว 

--
4) ปัญหาเศรษฐกิจภูมิภาค และเศรษฐกิจของประเทศ
เข้าร่วมประชุม เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม(WEF) ที่เมืองดาวอส สวิต เซอร์แลนด์ จัดอาเซียนซัมมิตครั้งที่ 14 ที่ อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันท์ ร่วมประชุม G-20 Summit (THE LONDON SUMMIT 2009)

ส่วนการจัดประชุม อาเซียนซัมมิต ร่วมกับประเทศคู่เจรจา 3 + 6 ชาติ ที่โรงแรมรอยัล คลิฟบีช รีสอร์ท พัทยา วันที่ 12-13 เมษายน 2552 แต่การประชุมล้มตั้งแต่วันแรก กลุ่มคนเสื้อแดง ยกขบวนตะลุยเข้าถึงชั้นในของสถานที่ประชุม

เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับประเทศใดมาก่อน แต่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย ที่มีนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นผู้นำชาติอาเซียน และมีดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นเลขาธิการอาเซียน ทำให้ผู้นำของประเทศที่เข้าประชุมตื่นตระหนก หนีหัวซุกหัวซุน กลับประเทศตัวเองอย่างน่าสังเวช เป็นภาพถื่อนที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก ที่ไม่มีทางที่จะลบให้หายไปได้

อับอายขายหน้า หดหู่ และเซ็งกันไปทั้งโลก

แม้แต่ผู้กำเนินรายการข่าว CNN และ BBC ก็เซ็ง  

เป็นผลมาจาก ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ เป็นการประมาทและความมักง่ายของคนจัดงาน  

นายเควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย (12 เมษายน 2552) ภายหลังเดินกลับถึงออสเตรเลียอย่างกระทันหันขณะกำลังเดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนบวกประเทศคู่เจรจาว่า เป็นเรื่องน่าผิดหวังสำหรับผู้นำทุกประเทศที่การประชุมอาเซียนต้องถูกยกเลิกไป

การคิดตั้งประชาคมอาเซียน ไม่เป็นการคิดอะไรใหม่ เป็นการเดินตามก้นตะวันตกอย่างแนบติด เดินตามแบบการตั้งประชาคมยุโรป ทุกวันนี้เศรษฐกิจ สังคมของยุโรปมีปัญหา คนว่างงานมากที่สุดในโลก ค่าเงินบาทเล็ก หากมีการรวมเงินอาเซียน ประเทศที่จะเด่นขึ้นมา จะเป็นสิงคโปร์และมาเลเซีย เหมือนที่เยอรมัน มั่งคั่งที่สุดของประชาคมยุโรป



--
5) ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ 
"กระตุ้นเศรษฐกิจ - โครงการณ์ไทยเข้มแข็ง 2554" กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่ 1  ครั้งที่ 2 แล้วก็มีงบกระตุ้นเศรษฐกิจกลางปีอีก มีโครงการณ์ประชานิยม แจกเงิน แจกน้ำ แจกไฟฟ้า แก่ผู้มีรายได้ต่ำ ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟรี เรียนฟรี 15 ปี เบี้ยยังชีพคนชรา ฯลฯ ส่วนใหญ่คนกรุงได้ประโยชน์  การประกันหรือการจำนำพืชผลเกษตร ออกพรก. และพรบ. กู้เงิน 8 แสนล้านบาท ซึ่งพรก.และ พรบ. ดังกล่าว ผ่านทั้ง 2 สภาฯแล้ว

วิจารณ์ : ตลอดระยะเวลา 33 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปัญหาเศรษฐกิจมาโดยตลอด เกี่ยวข้องการการซื้อขายการดาษ(Paper trade) มากกว่าธุรกรรมจริง(Real trade) ทำให้สภาพคล่องและค่าเงิน ผันผวนและเสียหายตลอดเวลา ประเทศเดินหน้าจนลงตลอดเวลา เป็นเหมือนคลื่นใต้น้ำที่มองไม่เห็น นักวิชาการและสื่อไทยก็ไม่สามารถให้ความรู้ได้ คอยรับใช้กลุ่มผลประโยชน์อย่างเดียว เสียหายมากก็บอกว่าเสียหายไม่มาก เสียหายก็บอกว่าไม่เสียหาย โยนความผิดออกนอกตัว กล่าวโทษจอร์จ โซรอสโจมตี กล่าวโทษเอกชนไทยไม่มีธรรมมาภิบาล ไม่ทราบถึงวิสัยทัศน์-ปรัชญาที่ต่ำต้อยของคนระดับบน

ประเทศไทยมีการกระตุ้นเศรษฐกิจมาทุกรัฐบาล กระตุ้นแล้วกระตุ้นอีก ยิ่งกระตุ้น หนี้สาธารณะก็ยิ่งเพิ่ม 

แต่หากรัฐบาลหาทางหยุดยั้งการทำลายได้ จะดีกว่าการคิดแต่กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเดียว 

ตลาดหุ้นเป็นต้นเหตุให้เกิดการทำลาย ทำให้ประเทศไทยต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว การเข้าไอเอ็มเอฟ คือเครื่องแสดงว่าเกิดการทำลายเศรษฐกิจของประเทศที่รุนแรง

นายกรัฐมนตรี มรว.ครึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้ก่อตั้งตลาดหุ้นในปี 2518 เป็นต้นเหตุให้ไทยต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งแรก การเปิดตลาดหุ้นครั้งแรกในหลายๆประเทศ มักจะถูกปั่น ถูกทำลายความบริสุทธิ์ จนต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟเป็นส่วนใหญ่

นายกชวน หลีกภัย เป็นคนนำ Maintenance Margin & Forced sell มาใช้ในตลาดหุ้นในปี 2536 ทำให้มีการลากตลาดหุ้นไทยขึ้นไปเชือดในปี 2537 แล้วต่อมาก็มีการบังคับขายหุ้นของนักลงทุนอย่างบ้าคลั่ง หุ้นของนักลงทุน ก็เป็นสมบัติของชาติ การบังคับขายหุ้นของนักลงทุน ก็เหมือนกับการบังคับขายสมบัติชาติ หรือขายชาติ เป็นต้นเหตุให้ไทยต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟครั้งที่ 2

นายก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไม่คิดหยุดยั้งสิ่งที่ทำให้เกิดการทำลายทางเศรษฐกิจ ก็คิดกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนรัฐบาลที่ผ่านๆมา ทำให้กังวลไม่หมดไป การกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ยังขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์-ปรัชญาของข้าราชการ-นักวิชาการระดับสูง ขึ้นอยู่กับพ่อค้าและนายทุนเหมือนเดิม (อาชีพ ..ที่ทำความเสียหายให้ประเทศ) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มักง่าย ใจร้าย ใจดำกับคนในชาติ เอารัดเอาเปรียบคนในชาติ คิดแก้แต่ปลายเหตุของปัญหา ซ้ำเติมปัญหาให้กับคนในชาติ ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ปัญหาใหญ่และ เรื้อรังมากขึ้น ตลอดเวลา

โครงการณ์ไทยเข้มแข็งของรัฐบาลอภิสิทธิ์ น่าห่วงมากกว่า เหมือนที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 33 ปีที่ผ่านมา  ประเทศจะอ่อนแอมากขึ้น   

--
6) คดีกลุ่มพันธมิตร ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ "เป็นผู้ก่อการร้าย" ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วิจารณ์ : ในเชิงการเมืองหรือสัญญลักษณ์ การเปิดทำเนียบรัฐบาล จะเป็นเรื่องใหญ่กว่าการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เรื่องการปิดทำเนียบ เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นเรื่องเล็กกว่า

ทำเนียบรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ดูแลเศรษฐกิจทั้งประเทศ ที่มีมูลค่าจีดีพี 8,000,000 ล้านบาท

AOT เป็นเพียงหนึ่งในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ไทยมีบริษัทจดทะเบียนรวมกันประมาณ 500 บริษัท

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือสนามบินสุวรรณภูมิ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2547 ในรัฐบาลพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีจำนวนหุ้น 1,428,570,000 หุ้น อยู่ในหมวดธุรกิจ "ขนส่งและโลจิสติกส์" เช่นเดียวกับการบินไทย(THAI) กระทรวงการคลังถือหุ้น 70 เปอร์เซนต์

มีข่าวแจกหุ้นจอง ให้กับผู้อุปการะคุณเช่นเดียวกันกับ PTT

AOT มีมูลค่าตลาด (Market capitalization) สูงเป็นลำดับที่ 22 ในตลาดหุ้น

ปลายปี 2549 ราคาหุ้นขึ้นสูงสุดที่ 73 บาท มูลค่าตลาดขึ้นสูงกว่า 100,000 ล้านบาท
ต้นปี 2552 ราคาหุ้นตกลงมาต่ำสุดที่ 15 บาท มูลค่าตลาดเหลือประมาณ 20,000 ล้านบาท
มูลค่าตลาดหุ้นของ AOT หายไปประมาณ 80,000 ล้านบาท



ดัชนีตลาดหุ้นรวมโลก 85 ประเทศ



SET Index ดัชนีตลาดหุ้นไทย

-

ราคาหุ้น AOT ตั้งแต่เข้าตลาด ถึง วันที่ 10 กรกฎาคม 2552

ราคาหุ้น AOT เริ่มตกในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2008 (2551) เช่นเดียวกับ SET Index ของประเทศไทย และ G85 Index ของดัชนีหุ้นรวมโลก (บริเวณวงกลมสีแดง ของทั้ง 3 กราฟ)

กราฟทั้ง 3 เริ่มตกในวันเดียวกัน คือวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 (บริเวณวงกลมสีแดง ของทั้ง 3 กราฟ) เป็นไปในทิศทาง และรูปแบบเดียวกัน 

ราคาหุ้น AOT ได้ตกลง ก่อนที่กลุ่มพันธมิตรฯจะเข้าไปในสนามบินสุวรรณภูมิ ค่อนข้างมาก 

ที่เห็นในกราฟ (AOT overlaped by PAD) คือช่วงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 ที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองเข้าไปในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ไม่พบว่าราคาหุ้น AOT มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ

ราคาหุ้น AOT ตกรุนแรง ตกต่ำกว่าราคาจอง ตกต่ำกว่าช่วงแรกที่นำเข้าตลาดหุ้นอย่างมาก เป็นผลมาจาก การคอร์รัปชัน และการเบี่ยงเบนในตลาดหุ้น ที่ทำให้ประเทศไทยเข้าโครงการไอเอ็มเอฟถึง 2 ครั้งแล้ว นั่นเอง

AOT มีข่าวเรื่องการคอร์รัปชั่นตลอดเวลา ไม่ว่าเรื่องเครื่องตรวจับวัตถุระเบิด CTX เรื่องการเช่าพื้นที่ในสนามบิน และเรื่องรถขนสัมภาระของผู้โดยสาร

ความเสียหายหลักของ AOT มาจาก นักการเมืองในรัฐบาลทักษิณ ที่ได้หุ้นจอง AOT แล้วลากราคาขึ้นมาขายทำกำไรในช่วงปลายปี 2006 (2549) (คล้ายๆ กับการลากหุ้น PTT ที่ลากมาขายทำกำไรในต้นปี 2547) ที่มีส่วนทำทรัพย์สินของทักษิณ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึงกว่า 410,000 ล้านบาทในเวลารวดเร็ว

รายชื่อกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ปัจจุบัน (2552)
 
นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ..ประธานกรรมการ
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ..รองประธานกรรมการ
นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ..กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
นายอุทิศ ธรรมวาทิน ..กรรมการ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ..กรรมการ
นายประสงค์ พูนธเนศ ..กรรมการ
นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต ..กรรมการอิสระ
พล.อ.อ.ระเด่น พึ่งพักตร์ ..กรรมการอิสระ
พล.อ.อ.บุรีรัตน์ รัตนวานิช ..กรรมการอิสระ
นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ..กรรมการอิสระ
นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ..กรรมการอิสระ
นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ ..กรรมการอิสระ
นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ ..กรรมการอิสระ
นายสุทธิ เกรียงชัยพฤกษ์ ..กรรมการอิสระ
นายสุทธิ เกรียงชัยพฤกษ์ ..ประธานกรรมการตรวจสอบ
นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ..กรรมการตรวจสอบ
นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ..กรรมการตรวจสอบ
พล.อ.อ.บุรีรัตน์ รัตนวานิช ..กรรมการตรวจสอบ

มูลค่าตลาดหุ้น AOT โดยเฉลี่ยประมาณ 0.05 ล้านล้านบาท
มูลค่าเศรษฐกิจที่ทำเนียบรัฐบาล (GDP) ที่คณะรัฐมนตรีดูแล 8 ล้านล้านบาท
ดูแล้วเทียบกันไม่ได้

หากข้อหา การยึดทำเนียบรัฐบาลว่า "เป็นการก่อการร้าย" น่าจะมีความสมเหตุสมผล หรือมีน้ำหนักมากกว่าบอกว่าการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ "เป็นการก่อการร้าย"

ประเทศไทย มีความชำนาญ ทำเรื่องเล็ก ให้เป็นเรื่องใหญ่ และ ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นไม่มีเรื่อง หรือให้หายไป การเบี่ยงเบนเบี่ยงเบน เป็นที่มาของความไม่เป็นธรรม 



อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี (ขอบคุณ blogger thaiban)

กรณีกลุ่มพันธมิตรฯ ถูกสำนักงานตำรวจกล่าวหาว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย" จากเหตุการณ์เข้ายึดพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ  

นายกอภิสิทธิ์ พูดที่รามคำแหง (วันที่ 2 กรกฎาคม 2552)

“การใช้สิทธิเสรีภาพนั้น วันนี้ตื่นตัวเยอะ มันคือเรื่องที่ดี ประชาชนต้องเติบโตในเรื่องนี้ แต่ต้องตั้งคำถามว่า ขอบเขตของการใช้สิทธิการประท้วงนโยบาย และผู้มีอำนาจ เป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การข่มขู่ ใช้ความรุนแรงปิดถนน ใช้อำนาจมาต่อรอง มันไม่ใช่ประชาธิปไตย

ใครที่มีปัญหาสามารถร้องเรียนได้ แต่อย่าปิดถนน และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง มิเช่นนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด”

ข่าวทางโทรทัศน์ ..นายกอภิสิทธิ์ว่า “ผมจะไม่แทรกแซงคดี เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ถ้าเราเริ่มจากค่านิยมที่ว่าทางการเมืองควรเป็นผู้ชี้ ก็จะเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะคนดีก็อาจจะชี้ดี แต่คนชั่วก็ชี้ชั่ว ที่สำคัญ คนที่อยู่ในอำนาจ สุดท้ายอาจจะไม่แยกว่าอะไรดีอะไรชั่ว เพราะฉะนั้นดีที่สุดคือ เราจะต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย”

เป็นไปได้ว่า นายกอภิสิทธิ์เกี่ยวข้องกับคดี หรืออยู่เบื้องหลังคดี แต่ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่แทรกแซงคดี



พลตำรวจโท วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
"เจ้าของคดีก่อการร้าย"

ตำรวจ คือปัญหาของชาติ !!!

รมว.กษิต ภิรมย์ เคยเสนอให้มีการปรับปรุงตำรวจ เป็นวิสัยทัศน์ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ บอกว่า เคยคุยกับคุณทักษิณในช่วงรัฐบาลนายกทักษิณ นายกทักษิณบอกว่า "มันเป็นบ้านเก่าของผม ไม่อยากเข้าไปยุ่ง"

ความจริงแล้ว นายกทักษิณเข้าไปยุ่งกับตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมากที่สุด เอาตำรวจมารับใช้ประโยชน์ส่วนตน จนคนทั่วไปเข้าใจว่า ประเทศไทยยุครัฐบาลทักษิณ เป็นรัฐตำรวจ

ต้องตระหนักว่างานของตำรวจ

มีเครดิตและได้รับความเชื่อถือจากสังคมแค่ไหน ?

ก่อปัญหาอะไรให้สังคมบ้าง ?

งานของตำรวจเป็นงานสำคัญของชาติ ..คือต้นทางของความเป็นธรรม 

สวมรอยฆ่า 2,500 ศพ ช่วงการทำสงครามยาเสพติด ในช่วงรัฐบาลทักษิณ ก็ฝีมือตำรวจ

อุ้มหายทนายสมชาย นีละไพจิตร และคนใน 3 จังหวัดภาคใต้ ก็บอกว่าตำรวจเป็นคนทำ 

เคยยัดข้อหากลุ่มเสื้อเหลืองที่ปิดล้อมทำเนียบว่าเป็น "กบฎ" ที่ศาลไม่ประทับรับฟ้องมาแล้ว 

คดีถุงขนม 2 ล้าน ตำรวจไม่ส่งฟ้อง 

นช. หนีคดีไปต่างประเทศ แล้วโฟนอินมาก่อความวุ่นวาย ไม่เห็นกระตือรือร้นที่จะตามจับบ้าง 

ตำรวจไม่มีเครดิต เปลืองงบประมาณ (น่าจะลดตำแหน่งและเงินเดือน)

ไม่ต้องไปนึกถึงการที่จะทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้สงบ ให้เสียเวลา 

เพราะทุกวันนี้ มันแตกแยกมากกว่า 3 จังหวัดชายแดนใต้ แตกแยกมากขึ้น แตกแยกทั่วประเทศ

ตำรวจ ..มีส่วนในความแตกแยกของคนในชาติ ดังกล่าวโดยตรง 

ไม่เห็นนายกอภิสิทธิ์ สนใจเรื่องเหล่านี้บ้าง

พอตำรวจยัดข้อหา "ผู้ก่อการร้าย" ประชาชน กลับพากันขานรับ เป็นลูกระนาด 

นายกอภิสิทธิ์ก็ทำเมิน  

ไม่ทราบ "ประชาชนต้องมาก่อน" แบบไหนกัน 

ชาวบล๊อกเกอร์เคยนำเสนอ ให้ปรับโครงสร้างของตำรวจ (Links)

แต่การปรับโครงสร้างของกรมตำรวจ กลับเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับการคาดหวังของสังคม ยิ่งปรับยิ่งใหญ่ขึ้น ยิ่งปรับยิ่งมีการใช้เงินมากขึ้น เงินเดือนสูงขึ้น ยิ่งปรับยิ่งผิดทิศทางมากขึ้น

เดิมเป็นกรมตำรวจ ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ปรับแล้วมาเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี ทำแค่ย้ายสังกัด และเพิ่มเงินเดือนตำรวจ ส่วนเนื้อหาสาระที่จะทำให้คุณธรรม-จริยธรรมของตำรวจไทยให้ดีขึ้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

คุณธรรม-จริยธรรมของตำรวจไทย เป็นปัญหาของประเทศไทยมาโดยตลอด เรื่องส่วยต่างๆ มีทุกพื้นที่ คนที่ถืออาวุธและถือกฎหมาย จะต้องหนักแน่นมั่นคง เที่ยงตรง และมีความยุติธรรม ต้องมีคุณธรรมสูง ไม่ใช่เอาอำนาจหน้าที่ที่มีไปกลั่นแกล้งประชาชน

คนที่ถูกทำร้ายที่อุดร และที่ถนนราชดำเนิน ได้กลายเป็นผู้ต้องหา แทนการเป็นเจ้าทุกข์

"การกลั่นแกล้ง" ไม่ใช่ความเป็นธรรม ตำรวจก่อให้เกิดการแตกแยกของคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ กระทั่งตำรวจปฎิบัติงานไม่ได้ ต้องใช้ทหารเข้าปฏิบัติงาน ทำให้ต้องเสียงบประมาณมากทุกปี เกิดความรุนแรงมากขึ้นและต่อเนื่อง คนท้องถิ่นแค้นตำรวจ เมื่อฆ่าตำรวจไม่ได้ ก็มาฆ่าประชาชนแทน

อย่างที่ผู้เขียนนำเสนอไว้แต่แรก ในเรื่อง "4 อาชีพ ..ที่ทำความเสียหายให้ประเทศไทย ???" ผู้อ่านบางคนยังแสดงความคิดเห็นว่า น่าจะเพิ่มอาชีพตำรวจเข้าไปด้วย ผู้เขียนตอบว่า ได้รวมตำรวจไว้แล้ว โดยอยู่ในกลุ่มข้าราชการระดับสูง ถ้าข้าราชการระดับสูงของกรมตำรวจไม่เลว ข้าราชการระดับล่างก็จะไม่เลว

บางคำพูด ..ในวันที่โปรดเกล้าฯได้เป็นนายกรัฐมนตรี

"หน้าที่เบื้องต้นของผม คือ การยุติการเมืองที่ล้มเหลว" ยุติได้หรือไม่

"ผมต้องการเห็นประเทศไทยเป็นต้นแบบของการพัฒนา ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ ที่มีความยั่งยืน" มีคุณภาพหรือยั่งยืนได้หรือไม่

"สิ่งที่พี่น้องประชาชนชาวใต้ ใฝ่ฝันที่จะเห็นที่สุด ก็คือ "เรื่องของความเป็นธรรม"" เป็นธรรมได้หรือเปล่า

ที่มา "จากชวน ถึง..เขยพอกะเทิน.. อภิสิทธิ์"

นายกรัฐมนตรี ต้องดูแลทุกงาน และทุกเรื่องของประเทศไทย งานทุกงานและเรื่องทุกเรื่องเป็นของผู้นำประเทศ ให้นโยบายไปแล้ว เมื่อไม่เป็นไปตามนโยบาย ก็ต้องตามเข้าไปจัดการให้ดีขึ้น

คนที่เป็นนายก ต้องมีวิจารณญาณดี อะไรถูกต้อง อะไรไม่ถูกต้อง อะไรเหมาะสม อะไรไม่เหมาะสม ไม่ใช่คิดจะลอยตัวเหนือปัญหา ถ้าเห็นว่าถูกต้องก็ต้องเข้าไปสนับสนุนอย่างจริงจัง (ให้พระคุณ) หากเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ต้องหาทางแก้ไข (ใช้พระเดช)

เป็นแค่พรีเซนเตอร์ ทางโทรทัศน์ เด็กอายุขวบสองขวบก็เป็นพรีเซนเตอร์ได้

ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงทางดีขึ้นได้ นายกต้องเข้าไปดูแล "4 อาชีพ" อย่างจริงจัง ไม่ให้เขามาเอารัดเอาเปรียบประชาชน ไม่ให้เขามากลั่นแกล้งแกล้งประชาชน

สรุปตามที่นำเสนอมาข้างต้น

รัฐบาลอภิสิทธิ์ล้มเหลวในการปฏิบัติราชการเป็นส่วนใหญ่ เรียนฟรีก็ไม่ฟรีสักเท่าใดนัก ทำงานแบบซื้อเวลา ปฏิบัติงานโดยอ้างการออกกฎหมาย หรือรอการออกกฎหมาย ไม่ได้ทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน ปัญหาถูกซุกไว้ใต้พรมต่อเนื่อง ซื้อเวลาต่อเนื่อง ที่พบว่าประสบผลสำเร็จ ได้แก่เรื่องของการใช้เงินและการกู้ยืมเงิน แต่น่าเป็นห่วง ว่าจะก่อปัญหาขึ้นในอนาคต ใช้เงินแบบไม่มีวินัยทั้งทางการเงินและการคลัง

คนสงสัยว่า ทำไมรมว.กษิต โดนขอหาก่อการร้าย แต่ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ ฯลฯ  ไม่โดน

ปัญหาต่างๆส่วนใหญ่ ไม่สามารถสรุปจบลงได้

แต่กลับเพิ่มปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก หรือเพิ่มปัญหาใหม่ขึ้นมาตลอดเวลา เช่นเรื่อง "คดีการก่อการร้าย"

แล้วก็ตามมาด้วย เรื่องพันธมิตร "ฟ้องนายก”

ที่ล้มเหลวมากที่สุดของทุกรัฐบาล รวมทั้งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ คือ "เรื่องของความไม่เป็นธรรม"

ประชาชนคนไทยไม่เคยร้องเรียนเรื่องที่สำคัญๆอะไรได้

"ประชาชนต้องมาก่อน" ของนายกอภิสิทธิ์ เป็นเพียงวาจา

Thaitanic ของประเทศไทย จมกลางมหาสมุทรลึกมา 2 ครั้งแล้ว ไม่เคยกู้ขึ้นมาได้

(ประเทศไทยเข้าไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว)

นายกอภิสิทธิ์ ออกอ่าวตั้งแต่แรกที่เป็นนายกรัฐมนตรี และนับวันก็ยิ่งห่างฝั่งมากขึ้น

นายก ห่างฝั่งมากเท่าใด ประชาชนก็ หดหู่ วังเวง มากเท่านั้น

ตอนนี้ นายกอภิสิทธิ์ ..อยู่กลางมหาสมุทรลึก

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

จะใช้ entry นี้
รวบรวมเสียงบ่นต่อนายกอภอสิทธิ์ ผู้สนใจคอยติดตามได้

Fwd : สึนามิจากบาดาล นายกอภิสิทธิ์ ..มาเป็นลูกๆ
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/07/17/entry-1

Fwd : ช่วยกัน ..เป่าก้นนายกฯ กันใหญ่..
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2009/07/25/entry-1

Re-Brandingก่อนจะสายเกินการ/"อภิสิทธิ์" กล้าๆ หน่อยฉับไวทันกาล
http://www.oknation.net/blog/adisak/2009/07/26/entry-1

@@@
ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
soultraveller วันที่ : 23/04/2011 เวลา : 03.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soultraveller
Vacation Rentals by Owner

นายกอภิสิทธิ์ ..อยู่กลางมหาสมุทรแล้ว
ยิ่งอยู่ยิ่งห่างฝั่ง
แต่คิดแล้ว มีกว่าพวกเก่าๆ ที่เราเคยไล่ไหม?????

เฮ้อ...


http://www.roomshops.com/

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
vincentoldbook วันที่ : 28/09/2009 เวลา : 22.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vincentoldbook
ชีวิตที่ปราศจากอิสรภาพ เสมือนหนึ่งร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ...

indexthai ..

ขอเรียกในนามชื่อบล็อกเกอร์ล่ะกันนะ ..

ผมว่าคุณจมปรักอยู่กับ ๔ อาชีพเนี่ยนานเกินไปน่ะ..ผมว่าเพิ่มอีกหนึ่งอาชีพดีไหม?.. อาชีพนักวิชาการอิสระไง !!!

๑. ผลของการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงก็ออกมาให้ผลในทางที่เป็นบวกมิใช่หรือ ?.. ผมบอกแล้วไงครับว่า ..ม็อบทุกวันนี้รุนแรงกว่าเดิม ต้องปรับเปลี่ยนแผนกันใหม่ บางม็อบเอามวลชนเป็นเหยื่อล่อกระสุนด้วยซ้ำ!!

๒.คุณไม่รู้จริงๆหรือครับ? ..คดี ๗ ตุลา ยังต้องใช้กรรมการสิทธิฯเลยในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ..ผมว่าเรื่องนี้คุณดูอ่อนๆนะ ..คุณจะให้เหลืองแดงจับมือกัน โดยการนิรโทษกรรม และ ให้รัฐบาลไปตามจับทักษิณ ผมว่าคุณต้องเช็คตัวคุณเองบ้างแล้วล่ะครับ ..ตกลงนี่จะมาหาทางออกเผื่อให้แกนนำพันธมิตรเลยใช่ไหมเนี่ย ?..ฝากบอกด้วยว่า คุกทั้งนั้นที่รอพวกเขาอยู่..ใจเย็นๆ!! ยังไงก็หลอกประชาชนไปล่ะ ..รอ ก.ม.นิรโทษกรรมอยู่ใช้ป่ะ ..ใจเย็นๆเดี๋ยวรัฐบาลจัดให้ !! อย่าด่วนใจร้อน!

๓. เรื่องปัญหาภาคใต้คุณไปโยนบาปให้อภิสิทธิ์ แสดงว่าอคติคุณกับเขาเนี่ยมันเข้าขั้น เรื่องส่วนตัวเลยมั้งเนี่ย?.. ปัญหาภาคใต้พื้นฐานมันคือเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยภาครัฐ ..กฎอัยการศึกเขาต้องยกเลิก แล้วมาเลือกใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน ผมว่าก็ดีแล้วนี่..คุณไม่มีพื้นฐานปัญหาภาคใต้เลย ..อ่านคำวิจารณ์ของคุณเหมือนฟังพวกตาสีตาสาเสื้อแดงด่ารัฐบาลเลยจริงๆนะ..

๔. ผมว่าปัญหาการประชุมอาเซียนล่มที่พัทยา คนไทยทั้งประเทศก็เจ็บปวดนะ แต่ไม่ถึงกับอายขายขี้หน้าใครหรอก ปัญหาการเมืองบ้านเรามันเป็นแบบนี้ ถ้าจะขายขี้หน้าเรื่องนี้ เรื่องโดนยึดทำเนียบ ยึดสนามบินก็ขายขี้หน้าเหมือนกัน นายกฯเขาก็ทำได้ดีแล้วล่ะ ส่วนการประชุมอีก ๓ ที่ ทั้ง ดาวอส ทั้ง G20 และ ประชุมอาเซียนหัวหิน นายกฯทำได้ดีแน่ๆ ..สองงานที่ผ่านมาก็ฉลุยล่ะ ส่วนประชุมอาเซียนที่จะถึงนี้ ก็คงจะฉลุยอีกงาน.. รอประเมินผลปลายปี!!

การการคิดตั้งประชาคมอาเซียนถึงแม้จะเป็นเรื่องเก่า แต่ถ้ายังไม่ทำให้สำเร็จอาเซียนจะเอาแรงที่ไหนไปต้านการเข้ามาของทุนข้ามชาติล่ะ จริงไหม?.. ที่ผ่านมาเราทำไม่ได้เพราะโดนแทรกแซงการเมืองภายในประเทศของกลุ่มสมาชิกอาเซียนจากพวกมหาอำนาจ ..

ตอนนี้เราก็ต้องทำขึ้นมาเพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติและผลประโยชน์ของอาเซียนร่วมกัน ..ไม่งั้นจะต้านเขาได้เหรอ? ผมว่านายกฯคิดทำนะดีแล้วนะ! ดีมากด้วย..มันเป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคต ..ไมใช่จะให้ยกพวกไปตีกับเขเขมรเหมือนนักเลงบุญนิยม! ใครไหนเขาจะมาคบค้าด้วย..

๕.ผมว่าโครงการไทยเข้มแข็ง จะส่งผลดีมากกว่านะ ..ส่วนต้นตอปัญหาเศรษฐกิจของประเทศรัฐบาลเขาก็ทราบนะ แต่หากคุณไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ใครไหนเขาจะสนใจล่ะ? ประชาชนต้องมาก่อน คุณเป็นรัฐบาลชาวบ้านเดือดร้อน ปัญหาเร่งด่วนต้องจัดการ !..

ติดแค่ตัวเลข ติดแค่กราฟไม่พอหรอกครับ โดยเฉพาะหนี้สาธารณะพูดกันจัง ..ประชาชนเป็นหนี้ มีเงินใช้ ชีวิตมันก็เดินได้ ประชาชนไม่เป็นหนี้ ไม่มีเงินใช้ ชีวิตมันก็ไม่เดิน รัดเข็มขัดหรือ ประหยัดหรือ ?.. พอเพียงหรือแบบนี้ ?..ผมว่ามองแค่ในมุมมองเศรษฐกิจพอเพียง ความคิดของคุณก็ผิดแล้วล่ะครับ ..

โครงการไทยเข้มแข็ง คือ การพัฒนาประเทศตามระบบเศรษฐกิจพอเพียง การเติมเต็มในส่วนที่ขาด..คุณว่าข้อมูลส่วนใหญ่เอามาจากไหนหรือ?..คิดให้ดีๆ การสร้างระบบสาธารณูปโภค ทั้งการพัฒนาอ่างเก็บน้ำ คูคลอง ถนนไร้ฝุ่น ยกระดับสถานศึกษา สถานพยาบาล ฯลฯ..ผมว่าเขาแก้ปัญหาขั้นพื้นฐานมนุษย์ครบถ้วนนะ!

เศรษฐศาสตร์ ..คิดโดยพื้นฐานชนชั้นล่างบ้าง อย่าคิดตามประสาคนมีกินเลย มองจากล่างขึ้นบนแล้วจะเห็นปัญหาอีกมุมหนึ่ง..

๖. ข้อนี้ ..ผมว่าผิดถูกให้กระบวนศาลสถิตยุติธรรมตัดสินดีกว่า ข้ออ้างของคุณ มันไม่สู้ข้อเท็จจริงที่เขานำไปฟ้องร้องและต่อสู้กันในชั้นศาลหรอกครับ ..

กรณีข้ออ้างที่คุณอ้างมา มันนำเอาไปหักล้างสู้คดีไม่ได้หรอกนะครับ ! ถ้าตำรวจเขาคิดฟ้อง "ข้อหาก่อการร้าย" คุณคิดหรือว่า เขาจะไม่มีข้อมูลแน่นหนาเพียงพอต่อการเอาผิด ! ..ทางที่ดีแกนนำพันธมิตรต้องเตรียมหลักฐานไปหักล้างคำกล่าวหาแต่เนิ่นๆเลยจะดีกว่า ..

...........................................

บทวิเคราะห์มุมมองด้านมืด มันก็ทำให้เรามองอะไรสว่างหรือสวยงามได้ยาก !!

ติไปหมด ไม่มีชมเลยนี่ผมว่า ..ไม่ได้หรอกนะครับ เราต้องมองหาส่วนดีของเขามาพูดมาสนับสนุนบ้าง คนทำงานผ่านมาได้ขนาดนี้ คุณบอกว่าไม่ดีหมดเลย ..แสดงว่าคุณเองเป็นคนมองโลกในแง่ไม่ดี ..

เป็นนักวิชาการที่ดีไม่ได้ครับ ถ้าจะเขียนเพื่อเชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งน่ะได้ครับ แต่จะเขียนเพื่อให้ความรู้ใคร เพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมโดยรวม..คงยากนะครับ

ส่วนเรื่องตำรวจไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์นะครับ เดี๋ยวคุณก็อาจจะต่อไปอาชีพทหาร เสร็จแล้วคุณก็จะไปด่าอาชีพอื่นๆต่ออีก สุดท้ายก็อาจจะไปลงชาวนาชาวไร่อาชีพเกษตรกร แต่ที่ไม่ด่าเลยก็ อาชีพ "นักวิชาการ" ..

ผมว่าไม่แฟร์นะครับ ถ้าไม่อ่านดีๆหรือขี้เกียจอ่านจะไม่เห็นว่าข้อเขียนคุณบิดเบือนเลยจริงๆ..ติชมติ ยกข้อเสีย มองข้อดี ร่วมแก้ไข จะดีกว่านะครับ !!!


ความคิดเห็นที่ 34 (0)
พูนทรัพย์ วันที่ : 22/08/2009 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gowithauntie
รักโลกใบนี้จัง

ขอคิดต่างหน่อยนะคะ ตอนนี้จะเอาอย่างไรดี ช่วยเสนอด้วย กรุณาอย่าติอย่างเดียว บางครั้งเราไม่อาจพอใจในทุกเรื่องนะคะ ดีบ้างไม่ได้ความบ้างเป็นธรรมดา พอให้มันผ่านไปได้ก่อนนะคะ ป้าขอร้อง.....

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
กอบธรรม วันที่ : 07/08/2009 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

ผมยอมรับความคิดครับ แต่คงไม่ทั้งหมด เผื่อใจไว้สำหรับรอการพัฒนาแนวคิดและประสบการณ์บริหารของนายกไปซักระยะครับ.

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 06/08/2009 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback


เจ้าของบล็อกนี้ชอบจี้ใจดำรัฐบาลจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
indexthai วันที่ : 19/07/2009 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


อัยการ และตำรวจ ในระบบทุนนิยม คือปัญหาของประเทศ แทนที่จะรักษาความยุติธรรม แต่กลับเป็นฝ่ายก่อความไม่เป็นธรรมขึ้นเอง อัยการสูงสุด มีตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจเพียบ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร กับพวกในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทบริษัท เอสซี แอสเสท(SC) หน้าตาเฉย

ตำรวจประเทศไทย รับส่วยกันเป็นทอดๆ วิ่งเต้น ใส่ความ กลั่นแกล้ง ตั้งข้อหามั่ว สร้างพยานหลักฐานเท็จ เลี้ยงโจร รับใช้คนและสิ่งชั่วร้าย มียศตำแหน่งเหมือนทหาร จากที่ทำให้เกิดความแตกแยก 3 จังหวัดทางภาคใต้ มาเป็นการแตกแยกทั่วประเทศ

สิ่งชั่วร้ายของประเทศเติบโตเร็วกว่าสิ่งที่ดีงาม กรมตำรวจ ที่เคยขึ้นต่อกระทรวงมหาดไทย เลื่อนอันดับขึ้นมาเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกตร. อีกหน่อยก็คงขึ้นเป็นกระทรวงตำรวจ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
indexthai วันที่ : 17/07/2009 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสนามบิน กล่าวถึงกรณีขึ้นพูดบนเวทีพันธมิตรฯ จนทำให้หลายฝ่ายมองว่าไม่เหมาะสมว่า ก่อนขึ้นเวที ทนายพันธมิตรฯ ได้มาพบตนและชวนขึ้นเวทีเพื่อชี้แจงเนื่องจากประชาชนมีความเห็นต่าง และไม่เข้าใจการทำงานตำรวจจึงตัดสินใจขึ้นไปพูดด้วยตนเอง ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงผู้ชุมมมนุมว่าเป็น “ผู้ก่อการดี” นั้นที่ผ่านมาการทำงานของตนมองว่าผู้ที่ออกมาเรียกร้องทางสังคมไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด ทั้งเหลือง หรือแดง เห็นว่าเป็นการก่อการดี ส่วนผลการกระทำจะเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อมารับผิดชอบในการทำคดีก็ต้องสอบสวนไปตามพยานหลักฐาน ถึงแม้จะรู้สึกอย่างไรก็ต้องทำงานตามหน้าที่เป็นหลัก เพียงต้องการสื่อความจริงใจในการทำงาน ซึ่งอาจไไม่เข้าใจตรงกัน เพราะตอนพูดก็ประหม่าตื่นเต้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะส่งผลถึงการทำคดี หรือการเปลี่ยนข้อกล่าวหาหรือไม่ พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวว่า ก่อนเที่ยงที่ผ่านมาก็ประชุมพนักงานสืบสวนสอบสวนทั้งหมด พิจารณาเรื่องนี้ในเบื้องต้นแล้วเนื่องจากผู้ต้องหายื่นเรื่องไม่เห็นชอบในการทำคดีของพนักงานสืบสวนสอบสวน ก็ต้องพิจารณาว่าเป็นอย่างไร แต่ไม่ใช่เฉพาะตนพิจารณาต้องเป็นความเห็นจากคณะกรรมการที่ตั้งมาพิจารณาร่วมกัน ที่ผ่านมาได้ออกหมายเรียกครั้งแรกไปแล้ว ถ้าต่อไปก็ต้องออกหมายเรียกอีก หากไม่มาก็คงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยการขอหมายจับจากศาล ส่วนจะเปลี่ยนข้อกล่าวหาหรือไม่ คณะกรรมการต้องพิจารณาร่วมกันต้องทำตามกฎหมายอย่างยุติธรรม เพราะปกติที่ผ่านมายังไม่เคยมีกรณีที่ผู้ถูกตั้งข้อหาขอเปลี่ยนข้อกล่าวหา กรณีนี้ก็เหมือนตำราที่ต้องศึกษา

ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกมากล่าวว่ากังวลกรณีที่ตนไปขึ้นเวทีพันธมิตรฯ นั้น พล.ต.ท.วุฒิ กล่าวว่า ก็กราบขอโทษนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้ที่ต้องเป็นกังวล เนื่องจากตนเป็นข้าราชการ แต่ยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมาไม่มีผู้บังคับบัญชามากดดัน แต่ที่ผ่านมาหากการพูดของตนพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถทำให้คนอื่นเข้าใจได้ คิดว่าต่อไปนี้ก็จะตั้งโฆษกคณะทำงานขึ้นมาพูดแทน

พล.ต.ท.วุฒิ ขอโทษนายกฯเรื่องขึ้นเวทีพันธมิตร
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=394021

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 15/07/2009 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เห็นด้วยกับความล้มเหลวของรัฐบาล พวกท่าดีปากดีทีเหลว ซื้อเวลา/ลอยตัวเหนือปัญหา ยังไม่ได้รับรายงาน พร้อมจะปรับครม.เสมอ/แต่ยังไม่เห็นความจำเป็น
บ๋อย(BOI)ก็ออกอ่าวออกทะเล แทนที่จะส่งเสริมการลงทุนในไทยเพื่อสร้างงาน/ดึงเงินลงทุนเข้ามา กลับตาละปัตร หรือจะทำตัวเป็นโบรกเกอร์การลงทุนทุกชนิด...

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
indexthai วันที่ : 15/07/2009 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

(blogger : พากันออกอ่าวกันใหญ่)

บีโอไอ เล็งผุดองค์กรถาวร ส่งเสริมลงทุนไทยในตปท.
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/policy/20090715/60184/บีโอไอ-เล็งผุดองค์กรถาวร-ส่งเสริมลงทุนไทยในตปท..html

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
มนต์รัตนา วันที่ : 14/07/2009 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monruttana

ชอบความคิดเห็นที่18 จังเลยค่ะ

ชอบเจ้าของบลอกด้วย อ่านแล้วได้ความรู้ดีๆ มากทุกครั้งเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
หมูสนาม วันที่ : 14/07/2009 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/attawut08

ผมขออนุญาตินำไปอ้างอิงใน blog ของผมนะครับ
อาจมีบางเรื่องที่ผมเห็นต่างครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
indexthai วันที่ : 14/07/2009 เวลา : 10.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


ส่วนใหญ่เรื่องของผู้เขียน จัดอยู่ในหมวดเศรษฐกิจ
นานๆจะเอามาไว้ใน "หมวดการเมือง"

ก็ติดอันดับ 1 ในหมวดการเมือง เช่นกัน

ดูว่าคนอ่านน้อยเพราะ server OK มีปัญหาระหว่าง 04.00 - 9.00 น.
หรือช่วงเช้าวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2552 (ช่วงเย็นของทางอเมริกา)

มีปัญหาประมาณ 5 ชั่วโมง

หงุดหงิดกันน่าดู

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
หน่อผุด วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

เหนื่อยไหมคนดี นายกรัฐมนตรีของข้าพเจ้า

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ถ้าจะมีการวิจารณ์รัฐบาลหรือตัวนายกฯรัฐมนตรีกันแบบแฟร์เพลย์สักหน่อยแล้ว คงจะไม่สะใจหรืออย่างไรก็ไม่รู้ นักวิจารณ์จึงมักจะวิจารณ์ปนด่าเสียมากกว่า.

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Supparuj วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supparuj

ผมชอบบทความนี้ครับ อ่านแล้วเข้าใจ ได้ความรู้ดีมาก

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ktu วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ktu

ขอโหวตค่ะ เป็นบทวิเคราะห์ที่ดีมาก

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
indexthai วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 18.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


"ชัยวัฒน์"เล็งฟ้องกลับ"นายกฯ-สุเทพ-ผบ.ตร."กลั่นแกล้ง

13 กค. 2552 17:26 น.
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=392856


เมื่อเวลา 15.30 น. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยนายณัฐพร โตประยูร ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี , นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง , พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 91, 157 และ 200

โดยฟ้องโจทก์สรุปว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 2 เป็นรองนายกรัฐมนตรี และจำเลยที่ 3 เป็น ผบ.ตร. มีอำนาจดูแลควบคุมและกำกับการปฎิบัติงานของข้าราชการตำรวจตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และ พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 โดยเมื่อวันที่ 1 ก.ค.52 จำเลยทั้งสาม สั่งการให้ พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวน ลงนามออกหมายเรียกผู้ต้องหาฉบับวันที่ 1 ก.ค.52 กล่าวหาโจทก์ว่า “ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่การกระทำในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ , มั่วสุมกันแต่งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก, ก่อการร้าย. บุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์, ทำให้การบริหารท่าอากาศยานหยุดชะงักลง ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม ม.9 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548” ทั้งที่ข้อกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริงตามที่จำเลยทั้งสามได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหากับโจทก์

ความจริงแล้วตามวัน - เวลาที่ พล.ต.ท.วุฒิ หัวหน้าพนักงานสอบสวน กล่าวหาโจทก์เป็นต้นว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 มีประชาชนจำนวนมหาศาลรวมตัวกันใช้ชื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใช้สิทธิตามรัฐธรรม พ.ศ.2550 ม.69 - 71 ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขณะนั้น แก้ไขปัญหาบ้านเมืองในเรื่องต่างๆ อาทิ การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลก้าวล่วง แต่รัฐบาลกลับเพิกเฉย ต่อมานายสมัคร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ไม่แก้ไขปัญหาเรื่องเขตแดนเขาพระวิหารกับประเทศกัมพูชา และสั่งให้มีการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เพิ่มมาตรการเรียกร้องโดยการเข้าไปชุมนุมที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งใช้เป็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชั่วคราวแทนทำเนียบรัฐบาล และที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อกดดันให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาตามที่เรียกร้อง

โดยระหว่างการชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาโจทก์กับแกนนำกลุ่มพันธมิตร ฯ กระทำผิดฐานเป็นกบฏ และขอให้ศาลออกหมายจับ ต่อมาวันที่ 3 ต.ค.51 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมโจทก์ และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร ฯ แต่ปรากฏภายหลังศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์กับพวกไม่ได้กระทำผิดข้อหากบฏตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้ง 3 ที่สั่งให้พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาเกินความจริงต่อโจทก์ จึงเป็นการปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ต้องรับโทษ หรือรับโทษหนักขึ้น และเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเป็นเหตุให้โจทก์ต้องถูกออกหมายเรียกและตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา และได้รับความเสียหาย และกระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพ เสื่อมเสียชื่อเสียง เหตุเกิดที่แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามความผิดด้วย

ทั้งนี้ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา และนัดให้โจทก์ฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องคดีหรือไม่ ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

.....................................

(Blogger comments : เรื่องเก่าๆ ไม่เคยสรุปได้ เพิ่มเรื่องใหม่เข้ามาตลอดเวลา แล้วประเทศไทยดีขึ้นตรงไหน?)

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
indexthai วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai


.

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
prig วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ma-sokmok

นายกอภิสิทธิ์ ติดเชื่อ"ไข้หวัดเขมร 2009" โดยรองนายกฝ่ายความมั่นคงเป็นพาหะนำโรค โรคนี้เริ่มแพร่เชื้อตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ เมื่อติดแล้วโรคจะแสดงอาการภายใน 3 เดือน รัฐบาลล่มสลาย การไปบุรีรัมย์ไม่ได้อะไรเลย เสียงบประมาณ(ภาษีคนทั้งประเทศ) นายกอภิสิทธิ์ไปเสริมบารมีให้ว่าที่นายกรัฐมนตรีบุรีรัมย์เท่านั้น
วิธีแก้ นายกรัฐมนตรีต้องแก้เคล็ด โดยเร่งองค์กรอิสระ ศาล ตำรวจ ทหาร ให้รีบพิจารณาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน โดยทันที อาการจะทุเลา
สุดท้ายนายกฯต้องหาเพลง ปอยฝ้าย มาฟัง"จังซี่มันต้องถอน"

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Cat@ วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 16.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ติดตาม ผลงาน
ขอบคุณนะคะ่ สำหรับงานเขียนดีๆ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ไทยเดินดิน วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThaiEngineer

ต้องมีเนวิเกเตอร์ ต้นหน ดีๆ
มาช่วยเรือท่านนายก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
veteran วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 15.32 น.
oknation.net

เอา คมช มาใหม่ ให้ อภิสิทธิ์ ทำงานต่อ เสรีพิสุทธิ และ
สะพรั่ง เป็นรอง แทน เทือก เอาประสงค์มาด้วย
จับนายษิณ เข้าคุกให้ได้

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ting วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

บล๊อกเกอร์ทำอะไรให้ประเทศได้บ้างคะ
เมื่อไหร่ทักษิณจะจบสักทีเครียดเรื่องทักษิณมานาน
เพื่อนบล๊อกเกอร์แตกแยกเพราะคุยกันเรื่องทักษิณ
ทั้งๆที่ไม่ใช่ญาติ น่าคิดไหมล่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
NN1234 วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

แต่ละลูก(มรสุม)หนักๆ ทั้งนั้น แต่ผมเชื่อว่ายังมีลูกที่กำลังก่อตัวอยู่อีกมากที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งน่ะ..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

การเป็นกระจกส่องให้ท่านนายก เป็นสิ่งดีค่ะ

แต่ถ้าลำดับความวิกฤตก่อนหลัง และคำนึงในบริบทหลายภาคส่วน ...


แนะปัญหา บอกทางแก้ น่าจะเป็นบทความที่สมบูรณ์มากกว่านี้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

การและ เมือง นายก และคณะรัฐมนตรี รัฐและสภา
เมื่อทุกอย่างรวมตัวกัน

คนมาก ความคิดมาก เรื่องมาก


ไม่ง่ายนักหรอกค่ะที่จะแก้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SleepingDragon วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 13.58 น.

ขอบคุณที่ตั้งใจเรียบเรียง และ วิเคราะห์ ให้อ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เมธี_ดีคุ้ม วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankxmen

อาชีพที่ทำความเสียหายให้ประเทศอันดับ 1 นะครับ

ประชาชนด้อยความรู้ หรือประชาชนโง่และเห็นแก่เงินครับ ไม่ถึงกับเป็นอาชีพ แต่เป็นหน้าที่ดังต่อไปนี้

1) ให้ อาชีพข้าราชการ-นักวิชาการระดับสูง เป็นผู้บงการชีวติ มีความเกรงใจ และจ่ายค่าอุดหนุนความชั่วต่างๆอยู่เสมอ เริ่มตั้งแต่เข้าเรียนอนุบาลกันเลยทีเดียว
2) ส่งเสริม อาชีพพ่อค้า-นายทุน ชั่วและทำงานและอุดหนุนบริการต่างๆ อยู่เสมอๆ เพื่อเสริมสร้างความรวย และความชั่วให้พวกมัน
3) เป็นผู้เลือก อาชีพนักการเมือง ซึ่งในสภามีนักการเมืองน้ำดีไม่ถึง 20% เลยด้วยซ้ำ ความฉิบหายที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ก็เพราะเลือกคนชั่ว มาบริหารประเทศ กันเทิดทูนบูชาคนชั่วกัน ดั่งพ่อบังเกิดเกล้า
4) เลือกเสพ อาชีพสื่อ โดยเฉพาะสื่อเลว และสื่อไร้สาระ โกหกตอแหล เรื่อง กามโลกีย์เป็นที่ชื่อชอบของชาวบ้านเป็นยิ่งนัก ถ้าไม่มีคนดู รายการจะอยู่ได้อย่างไร จริงไหมครับ

ผลทั้งหมด ที่ทำประเทศชาติเสียหาย จริงๆ มันก็อยู่ที่คนไทยทุกคนล่ะครับ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน

ปล.เห็นด้วยกับเจ้าของ บล็อกนะครับ แค่มาเสริม อิอิ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นายหยุมหยิม วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitevodka

เอาไป1โหวตครับ ...
อยากให้ลองวิเคราะห์ด้วยว่า อภิสิทธิ์ ต้องการให้ปัญหาจบจริงๆหรือไม่?
ต้องการจับตัวทักษิณมาลงโทษจริงๆในขณะนี้ด้วยหรือเปล่า?
มันอันตรายกับอายุรัฐบาล กระทบหลายทอดหลายต่อกับเสถียรภาพรัฐบาล?
แค่ตอนกระบวนการไล่ล่าทักษิณไว้แบบนี้ จำกัดเสื้อแดงไว้แบบนี้เท่าที่ทำได้แล้วหาโอกาสสร้างโอกาสจากวิกฤติ?
เศรษฐกิจกำลังจะฟื้น ช่วงนี้จึงเน้นปัญหาการเมืองประสานประโยชน์?

คิดไม่ออกครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

"การแก้ปัญหา ต้องแก้ปัญหาที่การกระทำกลุ่มบุคคลที่ทำให้เกิดปัญหา ไม่ใช่มาแก้ปัญหาที่ประชาชน ประชาชนไม่ใช่คนที่ทำให้ประเทศเกิดปัญหา แต่ประชาชนเป็นคนที่รับกรรมจากการกระทำของคน 4 อาชีพดังกล่าว ทำให้ยากจนลง เดือดร้อนมากขึ้น และแตกแยก"
.
.
สรุป...ตามด้านบนนี้"ชัดเจน"ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anti-Corruption


เครือข่ายชาวบุรีรัมย์ฯ ฝากเผยแพร่แถลงการณ์ด้วยครับ!

...............................

แถลงการณ์เครือข่ายชาวบุรีรัมย์ผู้รักความเป็นธรรม
เรื่อง การเมืองที่ล้มเหลวของนายกฯ อภิสิทธิ์ : สนิมเกิดแต่เนื้อในหรือต้องคุณไสยมนต์ดำ?

สืบเนื่องจากการลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อตรวจราชการและเยี่ยมราษฎรของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2552 ได้ก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวายและความเดือดร้อนในการสัญจรของราษฎรในพื้นที่ เพราะมีการปิดถนนหลายจุดตามมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือนนับพันคนในการรักษาความปลอดภัยแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ มีการส่งหน่วยอรินทราช (SWAT) ไปจากส่วนกลางและใช้เฮลิคอปเตอร์บินอารักขาในระยะต่ำไปทั่วเมืองบุรีรัมย์หลายชั่วโมงนั้น
เครือข่ายชาวบุรีรัมย์ผู้รักความเป็นธรรม มีความเห็นว่าการปฏิบัติภารกิจของนายกรัฐมนตรีภายใต้ชุด “เสื้อเกราะอ่อน” ครั้งนี้ ค่อนข้างเป็นเรื่องเหลวไหล เอิกเกริกเกินเหตุ และสิ้นเปลืองงบประมาณเกินควรหลายแสนบาท โดยเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้จากการไปร่วมรับประทานอาหารในบ้านหลังใหญ่โอฬารโตเกินวิสัยนักการเมืองอาชีพของ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคร่วมรัฐบาล (ภูมิใจไทย) ผู้พยายามผลักดันโครงการจัดเช่ารถเมล์ NGV 4,000 คัน มูลค่าเกือบ 7 หมื่นล้านบาท จนนายกรัฐมนตรีต้องส่งสัญญาณให้ทบทวนโครงการเพราะเผชิญกับข้อครหาและการต่อต้านอย่างหนักนั้น ย่อมมองเป็นอื่นมิได้เลย นอกเสียจากเป็นโอกาสในการ “โอ้โลมปฏิโลมทางการเมือง” เพื่อลดทอนความขัดแย้งและกระชับเสถียรภาพของรัฐบาลโดยเงื่อนไขซ่อนเร้นที่สังคมไม่อาจรับรู้ได้เท่านั้น

ความเป็นมาที่รับรู้กันในพื้นที่ก็คือ นายโสภณ ซารัมย์ เป็น ส.ส.มาเพียง 2 สมัย อาชีพเดิมไต่เต้ามาจากครูประชาบาล อาชีพรองคือทำนา และเป็นหัวคะแนนให้นักการเมืองคนสำคัญในพื้นที่ แต่สามารถมีคฤหาสมูลค่า 70 ล้านบาทหลังจากเป็น ส.ส.ได้เพียงสมัยเดียว

นอกจากนี้ในวาระโอกาสที่รัฐบาลบริหารประเทศมาครบ 6 เดือนแล้วนั้น เครือข่ายชาวบุรีรัมย์ผู้รักความเป็นธรรม มีความรู้สึกเสียใจที่หลงชื่นชมและคาดหวังว่านายกฯ อภิสิทธิ์ จะมุ่งขจัดการเมืองที่ล้มเหลวซึ่งเป็นต้นตอของความขัดแย้ง โดยใช้กระบวนการยุติธรรมนำหน้า ทั้งจะทำงานให้กับคนไทยทุกคนโดยยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค ตามที่ได้ให้สัญญาประชาคมในวันแรกที่ได้รับตำแหน่ง (17 ธันวาคม 2551) ด้วยเหตุผลโดยสรุปก็คือ จากผลงานที่ปรากฏเรื่อยมาสะท้อนให้เห็นว่า นอกจากจะไม่สามารถขจัดการเมืองที่ล้มเหลวได้แม้แต่น้อยแล้ว นายกฯ อภิสิทธิ์ยังส่งเสริมและสนับสนุนสถานภาพ “การเมืองที่ล้มเหลว” ให้ส่งผลเลวร้ายยิ่งขึ้นในหลายหลากกรณี อาทิ เช่น

 ไม่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพราะมีวิสัยทัศน์แต่ขาดความกล้าหาญทางจริยธรรมในการผลักดัน นโยบายภาษีก้าวหน้า (ภาษีที่ดิน-ภาษีมรดก) ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายกรณ์ จาติกวณิชย์) ได้จุดประกายขายฝัน ทำให้รัฐต้องแบกภาระในการกู้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจถึง 8 แสนล้านบาท

 ไม่มีประสิทธิภาพ ความเด็ดขาด และความกล้าหาญทางการเมือง ในการควบคุมรัฐมนตรีให้ยึดถือธรรมาภิบาลในการบริหารราชการตามนโยบายที่แถลงต่อสมาชิกรัฐสภา (ณ ห้องประชุมกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ 29 ธันวาคม 2551) จึงเกิดความอื้อฉาวในโครงการเช่ารถเมล์ NGV 4,000 คัน และความไม่โปร่งใสในการขายผลผลิตทางการเกษตร (ข้าว, ข้าวโพด) ตามมาตรการแทรกแซงการตลาดของรัฐ

 ไม่มีความเฉียบขาดในการบริหารประเทศโดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามหลักนิติรัฐ นิติธรรมตามสัญญาประชาคมที่เลือนลอย อันเป็นการเปิดช่องโอกาสให้ “การเมืองที่ล้มเหลว” ย่ำยีชาติบ้านเมืองโดยกองกำลังจัดตั้ง (คนเสื้อแดง) ที่มุ่งใช้ความรุนแรงก่อความไม่สงบมาตลอดจน ถึงขั้นก่อจลาจล พยายามฆ่าบุคคลสำคัญ และมุ่งให้เกิดมิคสัญญีในบ้านเมือง สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อภาพพจน์และความเชื่อมั่นของประเทศในวิกฤตการณ์ “สงกรานต์เลือด” ที่นายกรัฐมนตรียังเกือบเอาชีวิตไม่รอดถึง 2 ครั้ง

 ไม่มีความจริงใจในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เห็นได้จากความไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควรในการเร่งรัดดำเนินคดีกับ “กลุ่มอันธพาลการเมือง” และผู้อยู่เบื้องหลังในการไล่ทุบรถ ส.ส.ซีกรัฐบาลหน้ารัฐสภา ล้มการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่พัทยา พยายามฆ่านายกรัฐมนตรี และพยายามสังหารแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นายสนธิ ลิ้มทองกุล) อย่างอุกอาจกลางกรุง แต่กลับส่งเสริมให้มีการดำเนินคดีกับแกนนำและผู้ปราศรัยของพันธมิตรฯ ในข้อหา “ผู้ก่อการร้ายสากล” อย่างเป็นเท็จ จากการชุมนุมโดยสงบและปราศจากความรุนแรง เพื่อกดดันรัฐบาลก่อนที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งถูกบิดเบือนมาโดยตลอดว่าเป็นการยึดหรือปิดสนามบิน ทั้งๆ ที่ผู้บริหารสนามบินสั่งหยุดการเดินอากาศเอง เป็นต้น

 ไม่มีความจริงใจและความกล้าหาญทางจริยธรรมในการมุ่งแก้ไขปราบปรามปัญหาคอร์รัปชั่นซึ่งเป็นมะเร็งร้ายและต้นตอปัญหาของชาติ ทั้งยังไร้ซึ่งภาวะผู้นำในการสร้างความศรัทธาเชื่อมั่นและความอบอุ่นใจแก่ประชาชนอย่างตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วน กล่าวคือ 6 เดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีมีความจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประทศ แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แทนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปตรวจราชการเพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรืออย่างน้อยก็เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ราษฎรที่ทุกข์ทรมานมานาน นายกรัฐมนตรีกลับเลือกไปตรวจราชการที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งไม่มีสาระอันใดนอกเหนือจากมุ่งสนองตัณหาของการเมืองที่ล้มเหลวดังกล่าวไปแล้วเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้วมีสาระที่นายกรัฐมนตรีควรไปตรวจราชการแต่กลับไม่ไป คือ การไปดูปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในบริเวณเขากระโดง ของนักการเมืองตระกูล “ชิดชอบ” ซึ่งเป็นข่าวอื้อฉาวมานาน โดยไม่มีรัฐบาลใดกล้าหาญพอที่จะ “เพิกถอน-ทวงคืน” เพื่อทำให้กฎหมายบ้านเมืองมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง เป็นต้น

สุดท้ายนี้ เครือข่ายชาวบุรีรัมย์ผู้รักความเป็นธรรม ขอใช้สิทธิทางการเมืองของของพลเมืองในการตั้งคำถามต่อนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่านสื่อสารมวลชนโดยทั่วไปว่า มูลเหตุแห่งการส่งเสริมการเมืองที่ล้มเหลวของนายกรัฐมนตรี เกิดจากภาษิตที่ว่า “สนิมเกิดจากเนื้อในตน” หรือเป็นเพราะ “ต้องคุณไสยมนต์ดำ” กันแน่!?!

เครือข่ายชาวบุรีรัมย์ผู้รักความเป็นธรรม
13 กรกฎาคม 2552

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
neti วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 12.02 น.

อศุลาธรรมมา.....เอวังด้วยประการเช่นนี้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เดชนิยม วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/detniyom

เป็นบทความที่ดีและมีสาระมากๆ แต่คงเป็นกระจกที่นายกฯอภิสิทธิ์ ไม่กล่าส่องครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฉันท์ชนก วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 11.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/juab77
oe!l

เป็นบทความที่ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
naropakorn วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naropakorn

วรรณกรรมที่ยอดเยี่ยม

ไม่สายเกินไปที่อภิสิทธิ์จะนำไปอ่านและไปปรับใช้

ก่อนที่ประเทศจะเสียหายซึมลึกกว่านี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แสงปลายฟ้า วันที่ : 13/07/2009 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/monin4433

ข้อความของคุณ เป็นเรื่องที่นายกอภิสิทธิ์ควรอ่านและนำไปพิจารณา ปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดินให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ระวังประชาชนจะเบื่อ และ ปชป ไม่มีวันจะกลับมาได้อีก หากไม่ปรับปรุงตัวเอง
ที่น่าเสียใจก็คือ หากประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่มีความหวัง ยอมหันกลับไปรับคนทุจริตคอรัปชั่นแบบกินมหโฬรมาบริหารงาน แล้วล่ะก็ ประเทศไทยก็จบกัน
ถ้าถึงวันนั้น ปชป ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ไปด่าฝ่ายตรงข้ามอย่างเดียว เพราะคุณมีส่วนทำให้สังคมไทยเป็นเช่นนั้น

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน