*/
  • pjeabja
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 264
  • จำนวนผู้ชม : 724142
  • จำนวนผู้โหวต : 358
  • ส่ง msg :
  • โหวต 358 คน
iPod+iTune - TV Ad

Wynton Marsalis "Sparks"

View All
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 6 มกราคม 2554
Posted by pjeabja , ผู้อ่าน : 2680 , 19:26:04 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สุวิริโย , นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

จากสกู๊ปหน้า 1 ไทยรัฐ

แต่ ที่พักอาศัยอยู่อย่างปัจจุบัน เพราะชาวกัมพูชาได้เข้ามาอยู่ตาม UNSCR กำหนดให้อยู่ ซึ่งได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยสมัยที่ตั้งอยู่แล้ว หากจะให้ชาวกัมพูชาออกไป ก็ต้องให้ UNSCR เป็นผู้แจ้ง 

http://www.thairath.co.th/today/view/139120 

โจกเจีย-หนองจาน หมู่บ้านสองแผ่นดิน

บ้านหนองจานหรือโจกเจียอยู่ ระหว่างหลักเขตแดนที่ 45-47

"ระยะทางจากหมู่บ้านโจกเจียถึงถนนศรีเพ็ญประมาณไม่เกิน 500 เมตรเท่านั้น เราใช้ทุ่งเลี้ยงควายทุ่งเดียวกัน" นายสมพรบอก

นาย สมพร โปร่งจิต ชาวบ้านหมู่ 2 บ้านป่าไร่เก่า ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ฉายภาพความเป็นอยู่ชาวไทยกับชาวกัมพูชาให้ฟัง ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ฝ่ายกัมพูชาระดมกำลังตรึงชายแดน ส่วนฝ่ายไทยปิดถนนศรีเพ็ญป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

"หมู่บ้านโจกเจีย" เป็นชื่อหมู่บ้านที่ชาวกัมพูชาอยู่อาศัย ส่วนไทยมี "หมู่บ้านหนองจาน" ตั้งประจันหน้ากันอยู่ หมู่บ้านสองแห่งนี้ มองไปคล้ายหมู่บ้านเดียวกัน แต่อยู่ในดินแดนของทั้งสองประเทศ 

ชื่อบ้านหนองจานเป็นชื่อชาวไทยตั้ง ส่วนชื่อโจกเจีย แปลว่า โชคดี เป็นชื่อที่ชาวกัมพูชาตั้ง 

ลักษณะ ของหมู่บ้าน ส่วนใหญ่อยู่ในเขตแดนของกัมพูชา ส่วนที่ล้ำเข้ามาในเขตแดนของไทยนั้นมีไม่มากนัก และมักเป็นบ้านหลังเล็กๆ มีโกดังชั่วคราวอยู่ 1 หลัง บ้านเรือนเป็นกระท่อมมุงสังกะสีและหญ้าคา ประชากรที่อาศัยอยู่มักเป็นคนรับจ้างทั่วไป 

คนที่ปลูกสิ่งก่อสร้าง มั่นคงถาวรจะปลูกลึกเข้าไปในแดนของกัมพูชา อาจด้วยความไม่มั่นใจในเรื่องเขตแดนที่ยังไม่ชัดเจน หรือปัจจัยอื่นใดก็ตาม ความเป็นมาของหมู่บ้านแห่งนี้ นายสมพรเล่าว่า เมื่อก่อนเป็นป่าดง สมัยการสู้รบของกัมพูชาประมาณปี พ.ศ.2518-2519 ทหารกัมพูชาได้เข้ามาอยู่อาศัยตรงแนวชายแดน ต่อมาชาวบ้านเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นหมู่บ้านไป 

"ทหารกัมพูชากลุ่มเขมรเสรีเข้ามาอยู่ก่อน ครับ มาสร้างเป็นกระต๊อบเล็กๆ ต่อมาค่อยพัฒนาเป็นบ้านใหญ่ และเดี๋ยวนี้ปลูกต้นไม้ใหญ่โตไปแล้วเพราะผ่านมาหลายสิบปีแล้ว"

หมู่บ้าน แห่งนี้ เมื่อ พ.ศ.2523 เนื่องจากเป็นหมู่บ้านของทหารเขมรเสรี ทหารเวียดนามที่เข้ามาปลดปล่อยกัมพูชาได้ตีแตกไปแล้วครั้งหนึ่ง ผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านนี้ UNSCR ได้เข้ามาช่วยเหลือ และอพยพชาวกัมพูชาหนีเข้ามาอยู่ในฝั่งไทย ทั้งที่อรัญประเทศ เขาอีด่าง และส่วนหนึ่งไปอยู่ที่ศูนย์อพยพเกาะโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 

เมื่อกองทัพเวียดนามถอนไปเมื่อ พ.ศ.2533 ชาวกัมพูชาจากศูนย์อพยพต่างๆ ทยอยกันเข้ามาอยู่อาศัยอีกครั้ง และอยู่ต่อมาตราบจนปัจจุบัน 

สมัย สงครามเขมร เนื่องจากแนวเขตแดนยังไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ได้ทำแนวเขตแดนคร่าวๆขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแนวอ้างอิง ฝ่ายไทยทำเป็นรั้วลวดหนาม ส่วนกัมพูชาเป็นรั้วเหล็กมั่นคง

แต่ภาพที่เห็นปัจจุบัน "รั้วลวดหนามของเราสูญหายไปหมดแล้ว เหลือแต่เสาปูนในบางจุดเท่านั้น  ส่วนเสาเหล็กของกัมพูชา เมื่อผ่อนเพลาจากสงคราม ชาวกัมพูชาได้นำเสาเหล็กไปขายหมดแล้ว" 


เรื่อง รั้วแนวเขตแดนนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเสริมว่า ฝั่งกัมพูชาที่บอกว่าเป็นรั้วเหล็กนั้น ทหารฝั่งกัมพูชานำเอาระเบิดที่ชาวบ้านเรียกว่าระเบิดฝักข้าวโพดห้อยไว้ด้วย เป็นการขู่ไม่ให้ใครเข้าไปใกล้แนวรั้ว

ระยะห่างของรั้วเหล็กกัมพูชา กับรั้วลวดหนามของไทย ประมาณ 20 เมตร เมื่อสงครามสงบลง ชาวบ้านต่างเข้ามาทำมาหากินตามปกติ และรั้วเหล็กถูกรื้อถอนไป จึงเหลือแนวรั้วลวดหนามของไทย ที่เหลือเพียงเสาปูนในบางจุดเท่านั้น 

นาย สมพรบอกว่า ชาวบ้านทั้งสองฟากฝั่ง อาศัยแนวรั้วลวดหนามเป็นแนวเขตแดน ชาวบ้านต่างทราบกันดี คล้ายเป็นการรับรู้ร่วมกันว่า ในแนวรั้วลวดหนามมาฝั่งตะวันตกเป็นของไทย ส่วนเหนือแนวรั้วขึ้นไปเป็นฝั่งของกัมพูชา

กลายเป็นแนวสันติภาพ ที่ชาวไทย-กัมพูชาร่วมทำมาหากินกันสืบมา 

การทำมาหากินของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ ทำนา แนวรั้วหาได้ขีดเส้นไว้ไม่ ชาวบ้านทั้งสองฟากฝั่งยังมีส่วนไปทำมาหากินเข้าไปในแนวเขตด้วย ทั้งกัมพูชาเข้ามายังแนวรั้วของไทย และชาวไทยเข้าไปทำในฝั่งของกัมพูชา

ใน สภาพบ้านเมืองปกติ "ผมเคยเข้าไปเที่ยวบ้านโจกเจีย มันก็ไม่มีปัญหาอะไร ไปกินอาหาร ดื่มน้ำ คุยกับชาวกัมพูชาแบบเพื่อนบ้านกัน ไปเดินเล่น เมื่อเข้าไปเราก็บอกเจ้าหน้าที่ฝ่ายเรา ฝ่ายเขา เมื่อกลับออกมาเราก็แจ้ง" นายสมพร ว่า

ส่วนชาวกัมพูชาเองก็เข้ามาฝั่งไทยเป็นเรื่องปกติ ทั้งเดินเท้าเข้ามา ปั่นรถจักรยานเข้ามา มาซื้อข้าวของฝั่งไทยแล้วก็กลับไป ไม่เคยเกิดปัญหาอะไร 

สำหรับสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้น นายสมพรบอกว่า ถ้าถามความคิดเห็นของชาวบ้าน ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะชาวบ้านไม่ได้มีปัญหาต่อกัน แต่ถ้าสถานการณ์ตึงเครียดถึงขนาดปิดจุดผ่อนปรนหรือปิดพรมแดน ก็จะทำให้ เกิดปัญหาตามมา

ปัญหานั้นเป็นต้นว่า ชาวกัมพูชาแต่ละวันต้องเดินทางเข้ามาฝั่งไทย รับจ้างตัดอ้อย ขุดมัน และขายแรงงานอื่นๆ การเดินทางเข้ามาแต่ละวันต้องผ่านเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย ระเบียบที่ปฏิบัติต่อกันคือ เจ้าของรถที่เข้าไปรับแรงงานกัมพูชา ต้องนำบัตรประจำตัวให้เจ้าหน้าที่ยึดไว้ แจ้งจำนวนแรงงานที่เข้ามา แล้วให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เมื่อกลับเข้าฝั่งกัมพูชาตอนเย็น เจ้าหน้าที่ก็จะตรวจจำนวนคน เมื่อครบตามจำนวนที่แจ้งแล้วก็จะปล่อยให้ผ่านแดน

ถ้าปิดแดน ชาวบ้านก็เดือดร้อนทั้งสองฝั่ง คือ ชาวกัมพูชาไม่ได้เข้ามาทำงาน และคนไทยก็ไม่ได้แรงงาน

นอกจาก นั้น ยังมีชาวไร่ทั้งของไทย กัมพูชา ที่ข้ามแดนไปทำมาหากินในพื้นที่ระหว่างกันต้องเดือดร้อน เนื่องจากเข้าไร่ของตนเองและนำพืชผลของตนเองเข้าประเทศไม่ได้ 

นายสมพรทิ้งท้ายว่า เรื่องเขตแดน ต่างคนต่างก็อ้างสิทธิ์ ไม่อาจหาข้อยุติได้

เสียง จากกัมพูชา ในเรื่องการอยู่อาศัยในหมู่บ้านตะเข็บชายแดน อย่างหมู่บ้านโจกเจีย พ.ต.โตน ซาริน หรือ ลี คัง นายทหารกัมพูชา ซึ่งเป็นที่ปรึกษาพิเศษภูมิภาคทหารที่ 5 ปฏิบัติหน้าที่บ้านโจกเจีย บอกว่า ชาวกัมพูชาทราบว่า บริเวณที่ปลูกบ้านที่พักอาศัยเป็นของคนไทย เมื่อมีการชี้แนวพื้นที่เขตแดนชัดเจนแล้ว หากอยู่ในเขตไทย คนกัมพูชาทั้งหมดก็พร้อมที่จะกลับเข้าไปในเขตของกัมพูชา โดยไม่มีข้อโต้แย้ง

แต่ ที่พักอาศัยอยู่อย่างปัจจุบัน เพราะชาวกัมพูชาได้เข้ามาอยู่ตาม UNSCR กำหนดให้อยู่ ซึ่งได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยสมัยที่ตั้งอยู่แล้ว หากจะให้ชาวกัมพูชาออกไป ก็ต้องให้ UNSCR เป็นผู้แจ้ง 

พร้อมอ้างข้อตกลง MOU ว่า พื้นที่ใดๆที่มีผู้ที่ทำมาหากินอยู่ก่อนข้อตกลงปี พ.ศ.2543 ให้เหลือทำกินต่อไป 


สำหรับ การจับกุมคนไทยทั้ง 7 คนนั้น ชาวไทยในพื้นที่คนหนึ่งอธิบายว่า ปกติเมื่อมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น ชาวบ้านมักพูดคุยกันได้ เพราะเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน รวมทั้งชาวบ้านเองก็ไม่มีปัญหาต่อกัน

แต่ที่เจ้าหน้าที่กัมพูชาจับ ตัวไป และส่งให้กับส่วนกลางนั้น สาเหตุมาจากผู้ถูกจับคนหนึ่ง เคยเดินทางมาถูกจับแล้ว และมีการเจรจากันได้ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2553

เหตุการณ์ ครั้งนั้น มีบันทึกข้อตกลงระหว่างคนไทยที่รุกล้ำเข้าไป กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชายแดนของไทยเอาไว้ด้วย โดยมีความข้อหนึ่งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันที่ 20 นั้น จะไม่มีการเกิดขึ้นอีก ซึ่งคนไทยทั้ง 5 คน ที่ไปคราวนั้นก็รับทราบ 

แนวทางแก้ปัญหาเรื่องเขตแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านหมู่บ้านหนองจาน และหมู่บ้านโจกเจียฝั่งกัมพูชา ชาวไทยผู้ปฏิบัติงานอยู่ที่ตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา เสนอแนวคิด 3 ประการ เพื่อความสันติ คือ ประการแรก...คณะกรรมการปักปันเขตแดน ควรดูเอกสารสิทธิของชาวบ้านว่า จะทำอะไรได้แค่ไหน อย่างไร และต้องไม่ลืมว่า ชื่อผู้ครอบครองในเอกสารสิทธินั้น ได้ถ่ายโอน สืบทอดเป็นมรดกกันมานานแล้ว

ประการ ที่สอง...ควรให้ความชัดเจนกับคนที่ทำมาหากินบริเวณตะเข็บชายแดนว่า ทำได้แค่ไหน อย่างไร และ ประการที่สาม...รัฐบาลควรเปิดการเจรจากันให้ชัดเจน เรื่องชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำมาหากินในฝั่งไทย ให้รับรู้ว่าเป็นแผ่นดินของไทย เมื่อเข้ามาทำมาหากินแล้ว จะออกไปเมื่อใด ควรทำเป็นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรไว้

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการอ้างสิทธิ์เขตแดนในเวลาต่อไป 

เรื่อง พื้นที่ทำมาหากินที่มีการเหลื่อมล้ำกันไปมาระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือ ชาวกัมพูชาที่ทำมาหากินล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยในบริเวณบ้านหนองจานและใกล้ เคียงมีราว 300 ไร่ ส่วนชาวไทยเองก็มีเข้าไปทำมาหากินในฝั่งกัมพูชาเช่นเดียวกัน

กรณีชาวไทยถูกจับที่บ้านโจกเจีย จะมีแง่ดีบ้างก็ต่อเมื่อปลุกให้รัฐบาลไทยตื่น หันมามองปัญหาชายแดนอย่างจริงจัง

เมื่อ ตื่นแล้ว เมื่อจักแก้ปัญหาต้องไม่ลืมตระหนักถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้าน เพราะรัฐบาลมาอยู่ชั่วคราว ส่วนชาวบ้านต้องอยู่ร่วมกันตลอดไป.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 07/01/2011 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

รัฐบาลอยู่ชั่วคราว ชาวบ้านอยู่ยั่งยิน แต่เชื่อเถอะ เดี๋ยวเรื่องก็ลงอีหรอบเดิม...เงียบ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chronomist วันที่ : 07/01/2011 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prompzy


สวัสดีปีใหม่ 2554
http://www.oknation.net/blog/prompzy/2011/01/07/entry-1

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chailasalle วันที่ : 06/01/2011 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

มีมุมมองที่น่าสนใจ แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ ว่าไทยอาจตกในฐานะเสียเปรียบ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นักข่าวอิสระ วันที่ : 06/01/2011 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/news2

หลักฐานgoogleแสดงถึงแผนที่ว่าคนไทยทั้ง7ไม่ได้อยู่ในเขตเขมร ที่บล็อกผมครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 06/01/2011 เวลา : 20.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

Entry นี้สะท้อนความจริงของวิถีชีวิตของคนไทย - เขมร ที่ผืนแผ่นดินเชื่อมต่อกัน ซึ่งที่จริงแล้วถึงอย่างไรก็ควรปักปันเขตแดนให้ขัดเจนกันเสียทีได้แล้ว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน