*/
  • pjeabja
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 264
  • จำนวนผู้ชม : 724055
  • จำนวนผู้โหวต : 358
  • ส่ง msg :
  • โหวต 358 คน
iPod+iTune - TV Ad

Wynton Marsalis "Sparks"

View All
<< พฤศจิกายน 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน 2557
Posted by pjeabja , ผู้อ่าน : 2680 , 12:22:42 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน BlueHill , วรรณสุข และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

(ช้าไปนิด แต่มาช้ายังดีกว่าไม่มา ทริปนี้ตั้งแต่ปลายกันยายน 2557 ที่ผ่านมา)

การที่เราเดินทางไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในเวลาอันจำกัด หากเราอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาและเป็นไป ความศิวิไลซ์ทั้งในอดีตและปัจจุบันของเมืองนั้นเยอะๆ ย่อมหนีไม่พ้นที่เราจะต้องไปพิพิธภัณฑ์ 

การร่วมคณะไปกับ ‘Discovering Chengdu’ Trip ครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม Blue Roof Museum of Chengdu ซึ่งทำเอาเลือดศิลปินที่สงบนิ่งในกายมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยของผมเดือดพล่านเลยทีเดียว ผมตื่นตาตื่นใจกับศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยของเมืองเฉิงตูอย่างมาก พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ย่านชานเมืองท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม ด้านข้างมีบึงบัวแซมด้วยพุทธรักษาสีโอลด์โรสสดใส ภายในเป็นเนินขนาดย่อมๆ มีหมู่บ้านศิลปิน ร่มครึ้มสงบเงียบ เป็นที่สำหรับรังสรรค์ผลงานศิลปะชั้นเลิศหลากแขนงของหลายศิลปิน โดยรัฐบาลให้การสนันสนุนแทบทุกอย่าง ซึ่งหาไม่ได้ในบ้านเรา 

บางขณะรู้สึกเหมือนพืชพันธุ์ทางศิลปะร่วมสมัยได้หยั่งรากลึกลงไปผสานกับรากเหง้าทางอารยธรรมโบราณเมื่อราว 3,000 ปีก่อน ที่ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของจ๊กก๊กของเล่าปี่ โดยสามารถสืบค้นอารยธรรมนี้ได้จากการไป Jinsha Site Museum เรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะอาหารเสฉวนอันเผ็ดร้อนของเมืองนี้ ที่ Sichuan Cuisine Museum of Chengdu ทำให้เราได้ดื่มด่ำรสชาติดั้งเดิมได้ยิ่งขึ้น รวมทั้งได้เห็นความเป็นอยู่ของเกษตรกร ต้นทางของการผลิตอาหารในพิพิธภัณฑ์ชาวนา ถึงแม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งแต่ก็ทำให้ได้เห็นแนวคิดบางอย่างในการดูแลเกษตรกรของเขา

 

 

 

รถบัสขนาดเล็กสองคันพาคณะสื่อมวลชนออกจากโรงแรมกลางเมืองเฉิงตูเมืองหลวงของเสฉวนไปตามถนนวงแหวนรอบนอกเพื่อไปยังพิพิธภัณฑ์ เมื่อผ่านประตูทางเข้า พบอาคารนิทรรศการขนาดย่อมมีเจ้าหน้าที่ยืนรอต้อนรับ ที่นี่คือ Blue Roof Museum of Chengduณ อาคารนิทรรศการนี้มีเจ้าหน้าที่กำลังติดตั้งผลงานศิลปะสำหรับแสดง เราจึงทำได้เพียงชะเง้อมอง ย่องเข้าไปได้เพียงบริเวณทางเข้า

 

 

 

หลังจากเจ้าหน้าที่กล่าวต้อนรับและแนะนำสถานที่แล้วจึงพาพวกเราเดินตามถนนภายใน ขึ้นเนินเล็กๆ เพื่อนำชมบริเวณพิพิธภัณฑ์ สองข้างทางมีผลงานประติมากรรมวางประดับหลายชิ้นทั้งสองฝั่งถนนเป็นอาคารสองชั้นสำหรับอยู่อาศัยหลายสิบหลังคาเรือนเรียงรายตามถนนท่ามกลางแมกไม้ปกคลุมร่มครึ้ม ความรู้สึกเก่าๆ สมัยเรียนศิลปะในมหาวิทยาลัยเริ่มสั่นสะเทือนจิตวิญาณของผมเมื่อเดินเข้าไปข้างใน เฟรมผ้าใบวางซ้อนๆ กัน เห็นประติมากรรมกึ่งวางเก็บกึ่งวางโชว์ตามพื้นที่ว่าง เราพบว่ามันเป็นทั้งบ้านที่อยู่อาศัยและสตูดิโอสำหรับทำงานศิลปะ

 

 

 

บ้านหลังแรกที่เข้าไปเยี่ยมชมคือบ้านของ Luo Fahui ศิลปินจีน วัย 53 ปี ภายในบ้านมีสตูดิโอขนาดใหญ่ มีพื้นที่นั่งเล่นทั้งส่วนภายนอกและภายในอาคาร มีสระว่ายน้ำทรงแคบแต่ยาว ประติมากรรมรูปผู้หญิงยืนอยู่บนดอกกุหลาบสองสามชิ้นประดับตามช่องแสงและภายใน ผลงานที่กระตุ้นต่อมศิลป์ภายในของผมนั้นเป็นจิตรกรรมสีน้ำมันขนาดใหญ่แขนวบนผนังหลายสิบชิ้น ในผลงานปรากฎภาพผู้หญิงจีน บางชิ้นวาดเฉพาะใบหน้า บางชิ้นก็ทั้งร่างกายในอิริยาบทต่างๆ ทั้งเดี่ยวและหมู่ ภาพดอกกุหลาบและเลือด ทั้งหมดในภาพอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันหงอยเหงาขมุกขมัว ดูอ่อนโยน นุ่มนวล บอบบาง เหมือนเปียกชื้น ดูแล้วรู้สึกเหมือนมีกลิ่น ราวกับว่าเขาต้องการสื่อสัญลักษณ์หรือเปรียบเปรยอะไรบางอย่าง 

 

Luo Fahui  

สักพัก Luo ออกมาต้อนรับและสนทนากับแขกผู้มาเยือน แต่พวกเราต้องใช้ล่ามเพื่อสื่อสาร ผลงานอันน่าทึ่งเหล่านี้ Luo ต้องการสื่อเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางเพศอันบอบบางของผู้หญิงจีน ราคะตัญหาความเหงา ความรุนแรง การกดขี่ทางเพศ 

 

 

Luo Fahui เป็นศิลปินจากเมือง Chongqing, Sichuan เคยแสดงผลงานเดี่ยวและกลุ่มหลายครั้งทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นศิลปินระดับแนวหน้าของจีนเลยทีเดียว 

 

 

Yang Mian 

 

บ้านหลังต่อมาที่ได้เข้าชมคือบ้านของศิลปินมีชื่อของจีนอีกคน คือ Yang Mian วัย 44 ปี เป็นศิลปินที่เกิดที่ Chengdu, Sichuan เรียกได้ว่าเป็นศิลปินท้องถิ่นก็ว่าได้  Yang ออกมาต้อนรับคณะของเราที่หน้าบ้าน หลังจากผู้นำชมแนะนำคร่าวๆ แล้ว Yang ก็พาพวกเราเข้าไปชมภายใน เดินผ่านโถงรับแขก มีผลงานขนาดใหญ่แขวนอยู่ ด้วยความใหญ่ มันดึงดูให้เราค้นหาว่ามันคืออะไร ภาพนั้นดูเป็นจุด กลมๆ ทั่วทั้งภาพ สังเกตรายละเอียดลงไป ดูแล้วเป็นจุดสี ฟ้า ชมพู เหลือง ดำ เรียงๆ กันอยู่ ย่อมรับว่า ณ ตอนนั้นผมดูไม่ออกว่าภาพอะไร เพราะระยะถอยดูของห้องรับแขกนั้นยังไม่พอ แต่พอกลับมาดูรูปที่ถ่ายไว้จึงร้องอ๋อ ภาพที่เห็นคือเค้ารางของภาพ Starry Night ของ Vincent van Gogh  

 

 

เดินไปตามทาง ผ่านห้องหนังสือ เดินต่อลงบันไดไปเป็นสตูดิโอขนาดใหญ่สำหรับทำงานศิลปะ มองทะลุไปที่ระเบียง มีชุดโต๊ะนั่งเล่น เลยออกไปเป็นหุบเขาลาดลงไป มีต้นไม้สูงสร้างบรรยากาศร่มรื่น นี่มันสตูดิโอในฝันของผมและผองเพื่อนชัดๆ 

 

 

ภายในสตูฯ มีอุปกรณ์เขียนภาพและทำงานอื่นวางเรียงรายบนโต๊ะ 2-3 โต๊ะ ตามจุดต่างๆ บนผนังแขวนผลงานจิตรกรรมขนาดมหึมาหลายชิ้น มองดูแล้วเห็นเป็นภาพรางๆ ของผลงานระดับ masterpieces ของโลก เช่น ผลงานของ Piet Mondrian, Morris Louis, Jackson Pollock, ภาพ Marilyn Monroe ของ Andy Warhol รวมทั้งเค้ารางของผลงานจิตรกรรม masterpieces ของจีนโบราณหลายชิ้น งานศิลปะแบบจัดวางเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่ถูกแต้มสีวางตรงมุมห้อง มีสปอตไลต์ส่อง เก้าอี้ทรงโบราณแต้มสีวางด้านหน้าโต๊ะทำงาน ประติมากรรมไฟเบอร์กลาสล้อเลียน Elvis Presley

 

 

ในผลงานจิตรกรรมนั้นล้วนถูกแต้มด้วยด้วยจุดสีสี่สีตามที่กล่าวไว้ข้างต้นจนเกิดเป็นภาพลางๆ ของผลงานระดับโลกดังกล่าว 

 

Yang Mian 

 

Yang เล่าว่าตอนเขาเป็นเด็ก เขาได้เห็นผลงานเหล่านั้นผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์จากตะวันตกที่เข้ามายังประเทศจีน จากสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านั้นหากเราใช้แว่นขยายส่องดูเราจะเห็นเป็นจุดสีจากหมึกพิมพ์ผสานจนเกิดเป็นภาพที่เราเห็น สีของระบบการพิมพ์เหล่านั้นก็คือ Cyan, Magenta, Yellow, Key หรือภาษาในกระบวนการพิมพ์เรียก CMYK ซึ่งก็คือสีฟ้า ชมพู เหลือง ดำ นั่นเอง สื่อสิ่งพิมพ์ที่เผยแพร่วัฒนธรรมจากตะวันตกเหล่านี้เองคือแรงบันดาลใจของผลงานชุด CMYK series ของ Yang

 

 

นี่เป็นศิลปินสองท่านที่คณะของเรามีโอกาสเข้าเยี่ยมชมสตูดิโอ ศิลปินที่อาศัยอยู่ที่นี่จ่ายค่าเช่าราคาถูกให้กับรัฐบาลจีน ใครจะเช่ากี่ปีก็ได้แต่ไม่เกิน 50 ปี ซึ่งจะว่าไปมันก็เกือบจะเรียกได้ว่าตลอดชีวิตแล้ว สมมุติบางคนเข้ามาตอนอายุ 40 ปี เช่า 50 ปี นั่นก็หมายความว่าเขาได้อยู่ไปจนอายุ 90 ปี

ขณะนี้ ศิลปิน นักออกแบบ และนักโฆษณาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีเกือบ 300 คน ขณะที่พิพิธภัณฑ์ก็ได้เปิดโครงการ Art Residency มีกลุ่มเป้าหมายคือ young artists ที่ทำงาน painting, installation, sculpture, video, performance และศิลปะประเภทอื่นๆ ทั้งจากจีนและจากต่างประเทศ โดยทางโครงการจะมีพื้นที่สตูดิโอให้ฟรี และมีการจัดการต่างๆ ให้ 

เราจะได้เห็นโครงการดีๆ แบบนี้ในวงการศิลปะของไทยไหม คำถามนี้แวบขึ้นมาในใจ 

หลังจากเข้าเยี่ยมชมบ้านของศิลปินสองหลังนี้ ทางผู้จัดพาเดินกลับมาด้านหน้า การเตรียมงานในห้องนิทรรศการด้านหน้านี้ก็ขึ้นป้ายเสร็จพอดี ชื่อนิทรรศการ “Possibillity” International Disabled Artists Exhibition 

 

 

รถพาเราไปทางเข้าอีกด้านของพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารนิทรรศการขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังตระเตรียมงาน ตั้งเวที ติดตั้งผลงานศิลปะอยู่เหมือนกัน พอดีว่าช่วงที่เราไปกำลังจะมีงานใหญ่ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือ 2014 Chengdu Blue Roof Art Festival ภายใต้ธีม Advancing Art Force มีนิทรรศการหลักๆ อยู่ 7 นิทรรศการ เช่น"Possibillity" ที่กล่าวมาข้างต้น มี 5 ศิลปินพิการจากอเมริกา ฝรั่งเศส และสิงคโปร์ ได้รับเชิญเข้าร่วมแสดงผลงานด้วย

 

 

ในห้องนิทรรศการขนาดใหญ่ที่กำลังติดตั้งผลงานก็ใช้ธีมว่า By the Name of Dailiness มีศิลปินจีน 33 คนเข้าร่วม และนิทรรศการอื่นๆ ก็เช่น งานการกุศลและกิจกรรมเพื่อสาธารณะ, Art Markets และ Creativity Summit รวมทั้งสตูดิโอทั้งหมดก็จะถูกเปิดให้เข้าชม 

 

 

 

เทศกาลศิลปะนี้ได้เริ่มขึ้นแล้วจนถึง 31 ตุลาคม (19 ก.ย.-31 ต.ค. 2557) ถึงแม้ว่าพวกเราจะอยู่ไม่ทันถึงวันเปิด แต่เราก็ได้เดินเข้าไปดูผลงานอันยอดเยี่ยมที่หลายชิ้นแขวนเรียบร้อยแล้ว หลายชิ้นกำลังติดตั้งในลักษณะงาน Installation ผลงานบางชิ้นยังอยู่ในลังไม้ ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีอย่างหนึ่งที่ได้เห็นขบวนการเหล่านี้ที่ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เห็นกันได้ง่ายนัก เราเดินดูวนไปมาอยู่สองถึงสามรอบด้วยความตื่นเต้นจึงเดินทางกลับ

 

 

การไปครั้งนี้ทำให้เรารับรู้ถึงการให้ความสำคัญกับวงการศิลปะของรัฐบาลจีนที่ไม่ใช่จำกัดอยู่แค่เมืองหลวงอย่างปักกิ่ง หรือเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ แต่เมืองเฉิงตูแห่งเสฉวนที่อยู่ไกลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ก็ยังอุดมไปด้วยหน่อพันธุ์ทางศิลปะร่วมสมัยที่กำลังเติบโต 

 

 

เดินทางลึงลงไปในอารยะธรรมโบราณ

 

ในวันต่อมา คณะเราไป Jinsha Site Museum ที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่่ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตรในตัวเมือง  ย้อนกลับไปราว 3,000 ปี ที่นี่คือหมู่บ้าน Jinsha ศูนย์กลางของอารยะธรรมโบราณลุ่มน้ำแม่น้ำแยงซี ต่อมาเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรสู่ฮัน หรือจ๊กก๊กที่เล่าปี่ปกครองในยุคสามก๊กที่ผมเคยอ่านจากหนังสือและเคยดูจากซีรีส์ของจีนสมัยเด็กๆ

 

 

นักโบราณคดีค้นพบร่องรอยพระราชวังขนาดใหญ่ พื้นที่บวงสรวง ที่อยู่อาศัย สุสานฝังศพ และสิ่งประดิษฐ์มากมายกว่า 5,000 ชิ้น ทั้งที่ทำจากทองคำ สัมฤทธิ์ หยก หิน งาช้าง ไม้ และซากเครื่องปั้นดินเผาอีกนับไม่ถ้วน รวมทั้งเข้ียวหมูป่า เขากวาง งาช้างอีกมากมาย

 

 

 

เรียกได้ว่าที่นี่มีการค้นพบสิ่งประดิษฐ์ทองคำ เครื่องหยก และงาช้างที่มากที่สุดในโลก บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในยุคนั้น ตัวอย่างเช่น หน้ากากทองคำ กว้าง 19.5 ซม. สูง 11 ซม. หนักถึง 46 กรัม โบราณวัถุทองคำชิ้นที่ใหญ่ที่สุด อยู่ในช่วงราชวงค์ Shang และราชวงค์ Zhou

 

Sun and Immortal bird

 

อีกชิ้นที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์และของเมืองเฉิงตูก็คือ Sun and Immortal bird เป็นเครื่องประดับมีเส้นรอบวง12.5 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 5.29 ซม. หนา 0.02 ซม. ถือว่าบางมากๆ ฉลุตรงกลางเป็นพระอาทิตย์มีรัศมีสิบสองแฉก รอบพระอาทิตย์ฉลุเป็นนกสี่ตัวบินทวนเข็มนาฬิกา ดูงามมากๆ และ State Bureau of Cultural Relics ได้ประกาศให้เครื่องประดับโบราณชิ้นนี้เป็นสัญลักษณ์ของมรดกทางวัฒนธรรมของจีนด้วย

 

อาหารเสฉวนอันเผ็ดร้อน ซ่านลิ้น

 

คนเราไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ต้องกิน การไปครั้งนี้เป็นการกินที่สนุกสนานแบบ enjoy eating มากๆ สำหรับผม การได้ลิ้มลองอาหารเสฉวนถึงถิ่นกำเนิด ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อน ซ่าและซ่านไปทั้งลิ้น ทำให้น้ำลายสออยู่ตลอดเวลาทำให้ผมกินได้เยอะ รสชาติเหล่านั้นเกิดจากเครื่องเทศ เครื่องหมัก พริกไท พริกแห้ง พริกทอด พริกป่น พริกบดผสมน้ำมัน พริกเสฉวน ซึ่งประกอบด้วยพริก กระเทียม ขิง เต้าเจี้ยว

คณะของเรากินอาหารเสฉวนทุกวันในหลายภัตราคาร มีทั้งอาหารแบบมาเป็นจาน ชาม และแบบหม้อไฟหรือ “hot pot” พวกอาหารจาน ชามก็จำพวก ไก่ผัดกับเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ กระต่ายผัดพริก เต้าหู้เสฉวน หมูสองไฟ ไก่รมชา เนื้อคั่วที่มาคล้ายแกงเนื้อ ยำเห็ด ปลาทนึ่ง ผัดวุ้นเส้น ฯลฯ

ห่างจากตัวเมืองออกไปทางตะวันตกราว 50 นาที รถบัสนำคณะสื่อมวลชนไปที่ Gucheng เมืองเก่าแก่หลายพันปีเคยเป็นส่วนนึ่งของเส้นทางสายใหม ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์อาหารเสฉวน คือ Sichuan Cuisine Museum of Chengdu นอกจากโบราณวัตถุเกี่ยวกับอาหารแล้วรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ที่แสดงเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารแห่งนี้อาจจะเป็นที่เดียวในโลกก็ว่าได้ เราสามารถเห็นวัฒนธรรมอาหารเสฉวน เหล้าเสฉวน ชาเสฉวน โอเปร่าเสฉวน อาคารและสวนสไตล์เสฉวน

 

 

ที่นี่มีภัตตาคารในตัวให้พวกเราได้ลิ้มลองหารรสชาติเสฉวนแท้ๆ คุณจะได้ประสบการณ์การทำอาหารเสฉวน โดยแต่งตัวเป็นพ่อครัวเข้าไปทำอาหารในห้องครัวได้ด้วย สร้างความสนุกสนานไปอีกแบบ

 

 

กว่าจะมาเป็นข้าวปลาอาหารให้เรากินกันอิ่มหมีพีมัน คนผลิตวัตถุดิบ คนผลิตอาหารก็ควรจะมีความสุขในการผลิตด้วย

 

 

หลังเสร็จจากการเยื่ยมชมพิพิธภัณฑ์อาหาร ระหว่างทาง ผู้จัดได้พาพวกเราแวะพิพิธภัณฑ์ชาวนาซึ่งอยู่นอกตาราง พอดีว่าฝนตกจึงได้ไม่ได้สำรวจอะไรมากมาย เขาพาเรานั่งรถดูหมู่บ้าน กางร่มเข้าไปดูในอาคารพิพิธภัณฑ์ในช่วงเวลาสั้นๆ แน่นอนเราได้เห็นอุปกรณ์ทำนายุคโบราณ แต่ที่ผมประทับใจคือบ้านของชาวนาที่รัฐบาลสร้างให้อยู่ หลังใหญ่โตโอ่อ่า ชาวนาเสียค่าเช่าในราคาถูก พืชผลที่ชาวนาเก็บเกี่ยวได้ เมื่อขายได้ก็นำเงินบางส่วนมาจ่ายค่าเช่า ที่เหลือใช้ดำรงชีพและเป็นทุนรอนในฤดูกาลถัดไป ทุกขบวนการตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลไปจนถึงการขายได้รับการสนับสนุนจากรัฐ ช่างเป็นสวัสดิการในฝันสำหรับเกษตรกรของไทยเสียจริงๆ  เดาได้ว่านี่เป็นเพียงเกษตรกรส่วนน้อยที่ได้รับสวัสดิการเหล่านี้ แต่เราก็คงจะพอเดาได้ถึงแนวคิดในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรของเขาให้กินดีอยู่ดี

 

  

นี่เป็นเพียงบางด้านบางมุมของเสฉวนที่เราพบเจอผ่านทางพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เสฉวนยังมีสิ่งที่น่าค้นหาและเรียนรู้อีกหลายด้าน เหล่านั้นรอเราอยู่ในโอกาสข้างหน้า....

 

คลิปจากคมชัดลึก

คม ชัด ลึก http://www.komchadluek.net/detail/20141109/195558.html

ภาษาอังกฤษใน The Nation http://www.nationmultimedia.com/…/The-charms-of-Chengdu-302…



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 14/11/2014 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ

เคยดู สารคดี ของ Luo Fahui
เข้าไม่ถึงจริงๆ ...
สงสัยสมองอีชั้นจะโตข้างเดียว
อิอิ
ข้างที่ต้องคิดเลข ...คริ คริ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เคียงดิน วันที่ : 13/11/2014 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

เยี่ยมยุทธเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ย่าดา วันที่ : 12/11/2014 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

อยากไปชมทริปแบบนี้จัง ภาพสวยมาก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 12/11/2014 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

น่าสนใจมากๆเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Chaoying วันที่ : 12/11/2014 เวลา : 04.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

เพิ่งสร้างเมื่อ 2009 นี่เองหรือคะ
น่าสนใจในความคิด แนวคิด การจัดมิวเซียม
รัฐบาลจีน สังคมนิยม ทำอะไรให้ใหญ่ๆ ได้เสมอ
น่าไปเที่ยวค่ะ อาหารเผ็ดแบบเสฉวน
มีอย่างเดียว ที่หวาดเสียวได้ตลอด คือ เฉินตู เสฉวนมักมีแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เมื่อปี 2008 ยังจำได้ไม่หายเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
pjeabja วันที่ : 10/11/2014 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

ใช่ครับพี่ อยากไปอีก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 10/11/2014 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าเที่ยวนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน