*/
  • pjeabja
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 264
  • จำนวนผู้ชม : 724212
  • จำนวนผู้โหวต : 358
  • ส่ง msg :
  • โหวต 358 คน
iPod+iTune - TV Ad

Wynton Marsalis "Sparks"

View All
<< พฤศจิกายน 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 26 พฤศจิกายน 2557
Posted by pjeabja , ผู้อ่าน : 3239 , 15:54:06 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน กระเจี๊ยบ , นักเดินทางตัวเขื่อง และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

เบื้องหน้ากระท่อมไม้ไผ่หลังคาแฝกมีป้ายห้อยอยู่ 4-5 อันเขียนข้อความบอกชนิดของสิ่งของเช่นเตาไฟหม้อโลหะโอ่งน้ำเปลฯลฯเมื่อผู้เยี่ยมชมดึงป้ายอันใดอันหนึ่งจะมีไฟสว่างในบริเวณที่สิ่งของตามที่เขียนอยู่บนป้ายนั้นวางอยู่ทำให้สิ่งของนั้นดูเด่นชัดขึ้นมาจากบรรยากาศสลัวภายในพิพิธภัณฑ์เกิดแรงดึงดูดสร้างความสนใจให้ผู้เยี่ยมชมได้เป็นอย่างมากทีเดียวบางป้ายอาจทำให้เกิดการเคลื่อนไหวหรือเสียงเช่นเสียงโขลกน้ำพริกเสียงเพลงกล่อมเด็กในบางจุดเราสามารถเพลิดเพลินกับข้อมูลที่บอกเล่าที่มาที่ไปแสดงวิธีการใช้งานของสิ่งของต่างๆได้จากจอสัมผัสที่จัดวางไว้อย่างกลมกลืนกับวัตถุจัดแสดงโดยโครงสร้างภายนอกทำจากแผ่นไม้เก่าเว้นไว้แต่ช่องสี่เหลี่ยมด้านบนสำหรับหน้าจอเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสัมผัสประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาไทยในอดีต

 

 

 

ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีที่แตกต่างจากสองครั้งที่เคยมาชมในอดีตความเปลี่ยนแปลงของประสบการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพหรือภาพลักษณ์หรือกลิ่นไอของความเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเลยแม้แต่น้อยเพราะที่นี่ยังคงเก็บอดีตไว้เพื่ออนาคตได้อย่างครบถ้วนกระต่ายขูดมะพร้าวรูปร่างหน้าตาแปลกๆเครื่องมือจับปลาหลากหลายชนิดกรงดักหนูเครื่องดักสัตว์หลายแบบตะเกียงเครื่องปั้นดินเผาและอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่แม้ผมเองจะเป็นเด็กบ้านนอกโดยกำเนิดยังไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักก็มีจัดแสดงไว้รอให้ผู้ชมได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยวิธีการใหม่ๆที่หลากหลายขึ้นเพิ่มเติมจากเดิมที่มีเพียงแผ่นป้ายกระดาษที่เขียนและวาดภาพอธิบาย 

 

 

การปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.)  นายราเมศพรหมเย็นผู้อำนวยการสพร. เล่าถึงวัตถุประสงค์ว่าเพื่อต้องการพัฒนาสนับสนุนให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (Discovery Museum) เป็นฐานในการศึกษาเพื่อพัฒนาพิพิธภัณฑ์มีชีวิตและเป็นต้นแบบของการสร้างสรรค์ซึ่งมีมิวเซี่ยมสยามเป็นตัวอย่างและขยายผลไปยังพิพิธภัณฑ์และแหล่งการเรียนรู้อื่นๆให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน  

 

การสนับสนุนจากสพร. ครั้งนี้จะช่วยเสริมใน4 ส่วนมองในภาพรวมก็คือจะทำอย่างไรที่จะผลักดันให้วัฒนธรรมพื้นบ้านกลายเป็นองค์ความรู้สู่เยาวชนให้เขามีรากฐานและภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอในโลกยุคใหม่ 

 

 

ส่วนแรกคือเรื่องกายภาพ 

จัดพื้นที่ให้สอดคล้องและตอบสนองผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นโดยใช้หลักการของ universal design เช่นการออกแบบให้คนพิการเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ได้  การลำดับประสบการณ์การชมโดยเพิ่มพื้นที่ orientation หรือการแสดงแนวคิดหลักของพิพิธภัณฑ์เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ชมก่อนเข้าชมนิทรรศการ

 

 

ส่วนที่สองคือนิทรรศการ

จะทำอย่างไรให้เนื้อหาถ่ายทอดความรู้เล่นกับผู้ชมและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนได้โดยปรับรูปแบบให้เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลักผ่านเทคนิคการเล่าเรื่องแบบ story telling ผ่านเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของผู้ชมในการเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเองเช่นเกมหรืออุปกรณ์ต่างๆที่ต้องดึงผลักชักโยกเพื่อให้เขานำกลับไปใช้ไปคิดพิจารณาเพื่อที่จะใช้ในอนาคตได้ 

 

 

ส่วนที่สามคือการประชาสัมพันธ์

จะทำการตลาดประชาสัมพันธ์อย่างไรให้พิพิธภัณฑ์ของจ่าทวีได้รับการตอบรับมากยิ่งขึ้นโดยสร้างแลนด์มาร์คให้พิพิธภัณฑ์จ่าทวีมีความโดดเด่นสะดุดตาและเข้าถึงง่าย

 

ส่วนสุดท้ายคือความยั่งยืน 

นี่เป็นส่วนสำคัญเพราะว่าการจะให้พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นอยู่ได้ด้วยตัวเองต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายส่วนในท้องถิ่นแต่ส่วนใหญ่ที่เห็นมักจะทำด้วยใจรักและเป็นไปตามความสนใจของผู้ก่อตั้งในส่วนนี้สถาบันฯจึงได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวฯพยายามดึงสถาบันหลักๆเช่นคนในท้องถิ่นเทศบาลนครพิษณุโลกจังหวัดพิษณุโลกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลกให้เข้ามามีส่วนร่วมผลักดันงานชิ้นนี้ให้ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นเพราะพิพิธภัณฑ์ที่ดีจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและขับเคลื่อนโดยคนในชุมชนเอง

 

ซึ่งทั้งสี่ส่วนนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นยังต้องมีการทดลองต่อไปจะต้องติดตามผลว่าหลังจากนี้แล้วจะนิ่งหรือกระเตื้องขึ้นอย่างไรจะต้องเติมคนหรืออะไรเพื่อให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สนองตอบประชาชนมากยิ่งขึ้น

 

ผลตอบรับจากที่ทำมา 3 แห่งเช่นพิพิธภัณฑ์สวนสัตว์แมลงสยามเชียงใหม่พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวภูเก็ตและพิพิธภัณฑ์เมืองโบราณซับจำปาที่ลพบุรีนั้นดีขึ้นเพียงแต่ว่าไม่ประสบความสำเร็จสูงสุดยังต้องการการทำประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นเราไม่ต้องการไปช่วยแล้วเขาแค่โตแต่สิ่งที่เราสำเร็จคือสำเร็จโดยขบวนการคือเกิดความร่วมมือของตัวเจ้าของเองให้เขาเกิดการเรียนรู้ถึงแม้จะสำเร็จหรือไม่แต่ขบวนการเรียนรู้ตรงนั้นเป็นส่วนสำคัญที่จะให้เขาก้าวต่อไปโตได้ด้วยตัวเองโดยที่เราไม่ต้อง... วันหนึ่งเราก็ถอยออกมาแล้วเขาก็ยืนอยู่ได้นายราเมศกล่าว

 

ต่อข้อสอบถามเรื่องงบประมาณที่เข้ามาช่วยนายราเมศกล่าวว่า

เรื่องงบประมาณนี้ไม่ใช่ตัวหลักพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยมีหลักพันสามหรือพันสี่เป็นไปไม่ได้เลยที่ภาครัฐจะทุ่มงบประมาณไปในพิพิธภัณฑ์ใดพิพิธภัณฑ์หนึ่งเพื่อที่จะให้อยู่ได้การจะทำให้ยั่งยืนอยู่ได้จะต้องมาสร้างเสริมให้เขาแข็งแรงได้ด้วยตัวเองการตัดริบบิ้นเปิดไม่ใช่ความสำเร็จวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นการทำพิพิธภัณฑ์เรามีทีมงานมีการส่งทีมเข้ามาเติมในส่วนที่ขาดมาวิเคราะห์มีการประเมินผลตลอดเวลาว่าตรงไหนเป็นจุดอ่อนตรงไหนเป็นจุดแข็งจุดแข็งเราจะเติมให้วิ่งไปอีกอย่างไรจุดอ่อนเราจะมีทีมมาช่วยปิดอย่างไรเรามีทีมวิชาการเข้ามาสนับสนุนตลอดเวลาแต่ว่าเราจะไม่มีลักษณะของการใส่งบประมาณอะไรให้เอกชนมิเช่นนั้นเราเติมไม่เต็มแน่ๆต้องใช้กลวิธีค่อยๆให้ยาให้เขาแข็งแรงขึ้นมาได้ด้วยตัวเองจากการทำงานร่วมกัน” 

 

... ทวีบูรณเขตต์ 

 

หากจะกล่าวถึงความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ่าทวี นั้น คงต้องย้อนกลับไปเมื่อกว่า70 ปีที่แล้วลุงจ่าทวีเริ่มเก็บสะสมพระเครื่องตั้งแต่อายุ10 ขวบโดยขอจากณพ่อแม่ปู่ย่าตายายเห็นผู้ใหญ่เขาคล้องกันก็อยากมีมั่งต่อมาก็เป็นถ้วยชามสังคโลกเริ่มมาจากสมัยก่อนเป็นทหารพวกเจ้านายและคนอื่นๆเขามาจ้างให้ซ่อมถ้วยชามสังคโลกทำของแตกของชำรุดให้เป็นของดีเอาสีระบายให้เหมือนกับของจริงในที่สุดก็ได้ความรู้จากคนที่เขามาจ้างต่อมาก็เก็บเองรวบรวมเองสมัยก่อนยากจนมีตู้เสื้อผ้าอยู่ก็เอาผ้าออกเอาของพวกนี้เข้าไปเก็บแม่บ้านก็โวยลั่นเลยที่เอาของชำรุดของแตกมาใส่ 

 

 

ตอนนั้นลุงจ่าทวียังเช่าบ้านอยู่ของมีเยอะย้ายบ้านทีก็ลืมทิ้งไว้มั่งบางคนเขาก็โยนทิ้งไปมั่งเพราะคนโบราณเขาถือไม่เอาของเก่าของแตกหักเข้าบ้านพอออกมาเป็นช่างหล่อต้องไปซื้อโลหะจากร้านค้าของเก่าแบบชั่งกิโลขายพวกโตกถาดแตกหักบ้างตีนหายบ้างก็เอามาซ่อมอันไหนไม่ดีก็เอาไปหล่อพระอันไหนดีก็เก็บรวบรวมไว้วันหลังไปซื้ออีกก็เจอตีนถาดก็มาลองต่อดูเพราะความที่เป็นช่างหล่อมีเครื่องมือเชื่อมทำให้ได้ของดีของถูกบางทีไปเจอของมีค่าเจอเตารีดกระดิ่งวัวกระดิ่งควายทองหลืองในที่สุดก็มีเยอะ 

 

เวลาไปหล่อพระที่ไหนก็ให้ลูกน้องทำงานส่วนตัวลุงจ่าทวีเองให้คนพาไปตามบ้านเห็นของตามใต้ถุนบ้าน ชอบใจก็ขอซื้อเขาของที่เขาเหน็บข้างฝาเหน็บหลังคาแฝกไว้ก็หยิบมาดูมาถามว่าอะไรชอบก็ขอซื้อไปหลายที่ก็ได้ของเยอะขึ้นเรื่อยๆจนเต็มบ้านต่อมามีคนรู้เขาก็เอามาขายให้จนเมียร้องให้เพราะของเก่าไม้ผุพังรกรุงรังเต็มบ้านเมียต้องตามแม่มาห้ามใครก็หาว่าเป็นโรคประสาทบ้าสมบัติเพื่อนฝูงก็หาว่าบ้ากว่าจะมาเป็นอย่างวันนี้ได้ลุงจ่าทวีต้องผจญกับคนกว่าภรรยาจะเข้าใจก็ปี 2526  ตอนที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้เลือกให้เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมสาขาการช่างฝีมือแขนงช่างหล่อในวันงานมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานนอกจากรูปหล่อพระพุทธรูปที่นำไปจัดแสดงก็ได้นำของที่เก็บรวบรวมไปจัดแสดงด้วยตั้งแต่วันนั้นจึงมีคนรู้ว่าเป็นคนเก็บรวบรวมของเหล่านี้ไว้หลังจากนั้นก็มีคนมาขอดูเรื่อยๆตั้งแต่ปีนั้นก็ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีให้คนเข้ามาชมเรื่อยมาจนถึงปี 2533 ได้ปรับปรุงและมาสร้างใหม่ตรงที่ปัจจุบัน 

 

 

เดิมทีลุงจ่าทวีไม่ได้คิดสร้างพิพิธภัณฑ์กะจะเอาสิ่งของเหล่านี้ไปมอบให้สถานศึกษาบางแห่งเขารับไว้แต่บางแห่งก็คืนเพราะไม่มีสถานที่เก็บรักษากลัวจะเสียหายกลัวจะสูญไม่มีงบประมาณไม่มีเจ้าหน้าที่ลุงจ่าทวีก็เลยต้องเปิดให้ชมเองล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อยตอนหลังเทศบาลเข้ามาช่วยได้4-5 ปีแล้วพอได้ค่าน้ำค่าไฟบ้าง  เรื่องการดูแลต้องปัดฝุ่นทำความสะอาดต้องคอยตรวจสอบว่ามีแมลงมีปลวกไหมต้องจ้างคนกำจัดปลวกมาดูแลทุกเดือนๆในส่วนที่เป็นผ้าก็หาลูกเหม็นใส่เข้าไปพอช่วยได้บ้าง 

 

 

ทั้งที่ขาดทุนมาตลอดแต่ลุงจ่าทวีก็ยังทำเพราะด้วยเห็นว่าสมบัติเหล่านี้เป็นสมบัติของชนชาติไทยเป็นสมบัติของชาวโลกต้องรักษาไว้ เพื่อคนรุ่นหลังจะได้ภูมิใจในความเป็นคนไทย

 

สำหรับในอนาคต พิพิธภัณฑ์นี้ลุงจ่าทวีจะไม่ยกให้ใครแต่จะให้ลูกคนที่ค่อนข้างจะว่างมีอาชีพมีรายได้เพียงพอที่จะรักษาได้ดูแลต่อไปแต่ถ้าต่อไปไม่อยากดูแลก็ให้เขาเลือกคนขึ้นมาดูแลวันข้างหน้าพวกเขาต้องร่วมกันคิดว่าควรจะทำอย่างไรที่จะรักษาพิพิธภัณฑ์นี้ไว้ให้ได้คนรุ่นหลังต้องคิดเอาเองโดยห้ามขาย

 

ส่วนเรื่องหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือนั้น ลุงจ่าบอกว่าเขาไม่มีเงื่อนไขอะไรพิพิธภัณฑ์นี้อยู่ได้ด้วยตัวเองมาถึง 31 ปี แล้วเขาอยากช่วยเพื่อให้ดีขึ้นเพื่อให้ยั่งยืนเป็นสากลให้มันยืนยาวอยู่ให้ได้ยืนยาวอยู่ได้มันก็คือประโยชน์ของคนรุ่นหลังเป็นประโยชน์แก่พิพิธภัณฑ์แก่ท้องถิ่นแก่ประเทศชาติ

เราทำให้ปู่ย่าตายายของเขามีค่าเขาเห็นค่าของบรรพบุรุษเห็นสิ่งของเหล่านี้เขาภูมิใจเขาก็ไม่อยากเป็นคนอื่นที่เขาแปลงกายเป็นคนอื่นเพราะเขาไม่ภูมิใจในบรรพบุรุษหรือบรรพชนเขาก็แปลงกายไปเรื่อยบางคนแปลงจนพ่อแม่จำไม่ได้ก็มี

 

 

คุณลุงจ่าทวีมีความฝันไว้ว่าอย่างไร?

อยากให้อยู่คู่ชาติบ้านเมืองเป็นสมบัติของคนรุ่นหลังให้ได้ศึกษาหาความรู้เมื่อเขามีความรู้มีความผูกพันธ์ต่อศิลปะและวัฒนธรรมและรู้จักคุณค่าว่าวัฒนธรรมไทยนี้มีค่าเขาจะไม่ไปใส่ใจวัฒนธรรมอื่นหรอกครับแต่ที่เขาไปใส่ใจวัฒนธรรมอื่นเพราะไม่มีใครที่ไปช่วยให้วัฒนธรรมนี้เจริญขึ้นครับมันก็เลยกลายเป็นว่าไปรับของคนอื่นต้องการเป็นคนอื่นที่ไม่ต้องการเป็นตัวเองต้องการแปลงกายเป็นคนต่างชาติความฝันของผมก็ปราถนาที่จะให้ความรู้นี้อยู่นานยั่งยืนครับฝันว่าอย่างนั้น

 

 

ภายในพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน จ่าทวี นั้น มีอาคารไม้ทั้งสองชั้นและชั้นเดียวรวม 5 อาคารอาคารแรกจะเป็นสำนักงานและร้านขายของที่ระลึกมีตู้แสดงปลาท้องถิ่นที่หาดูได้ยากจากแม่น้ำน่านแม่น้ำแควน้อยแม่น้ำยมและแม่น้ำวังทอง ส่วนอาคารที่ 2 บ้านไม้เก่าที่สร้างตั้งแต่พ.ศ. 2498 ภายในจัดแสดงภาพเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองพิษณุโลกรูปเหตุการณ์ก่อนและหลังไฟไหม้เมืองพิษณุโลกครั้งใหญ่เมื่อปี 2500 อาคารที่ 3 จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านเช่น ผ้าไหมกระต่ายขูดมะพร้าวหม้อไหจานชามที่ดักจับปลาที่ดักนกซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านในอดีตตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ จนถึงชิ้นใหญ่และวิถีชีวิตประชาชนในเขตภาคเหนือตอนล่างจำลองส่วนต่างๆ ของบ้านเรือนในอดีตเช่นครัวไฟพาไล (พื้นที่ใช้สอยสารพัด) เรือนอยู่ไฟหลังคลอดบุตร ส่วนพีธีกรรมทางศาสนาในสมัยอดีตเป็นต้นอาคารที่ 4 แสดงนิทรรศการด้วยรูปภาพและสิ่งของคนลาวโซ่ง (ไทยทรงดำ) ที่ถูกกวาดต้อนมาที่อำเภอบางระกำตังแต่สมัยพระเจ้าตากสินฯ และสุดท้าย อาคารที่ 5 จัดแสดงเกียรติประวัติของ ดร.ทวี-พิมพ์บูรณเขตต์และห้องเทิดพระเกียรติราชวงศ์พร้อมทั้งเป็นพื้นที่การแนะนำสถานที่ 

ปลาชะโด

ลุงจ่าทวีนำชมพิพิธภัณฑ์

----------------------------------

... ทวีบูรณเขตต์ปัจจุบันอายุ 82 ปีเป็นชาวพิษณุโลกเกิดปี 2475 จบมัธยม 3 เรียนวิชาช่างศิลป์จากพ่อที่เป็นครูศิลปะยึดอาชีพรับจ้างเขียนภาพโฆษณาสินค้าตามงานวัดต่อมารับราชการทหารติดยศสิบตรีตำแหน่งช่างเขียนฝ่ายยุทธโยธากองทัพภาคที่ 3 เคยฝึกงานช่างหล่อโลหะที่กองหัตถศิลป์กรมศิลปากรมีโอกาสได้เรียนกับศาสตราจารย์ศิลป์พีระศรีอ.เขียนยิ้มศิริและอ.สนั่นศิลากรลุงจ่าทวีรับราชการอยู่ 23 ปีจึงลาออกมายึดอาชีพช่างหล่อพระพุทธรูป 

ผลงานสำคัญได้แก่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจังหวัดพิษณุโลกพระพุทธชินราชจำลองวัดพุทธบูชากรุงเทพฯ 

ในปี 2526 ได้รับยกย่องเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมสาขาการช่างฝีมือแขนงช่างหล่อจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและมหาวิทยาลัยศิลปากรรวมทั้งการประกาศเกียรติคุณเป็นคนดีศรีพิษณุโลกในปีเดียวกันนั้นด้วยความรักในศิลปะและเห็นคุณค่าในของเก่ากว่า 30 ปีที่ลุงจ่าซื้อหาและรวบรวมของใช้พื้นบ้านในเขตภาคเหนือตอนล่างได้แก่ นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัยอุตรดิตถ์ พิษณุโลก จากงานอดิเรกกลายเป็นการเปิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (จ่าสิบเอกดร.ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์) จังหวัดพิษณุโลกจนได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว เมื่อปี 2541 

 

 

 

ภาพบรรยากาศพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ภูมิภาค (พิพิธภัณฑ์จ่าทวีฯจ.พิษณุโลก)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
pjeabja วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

http://www.nationmultimedia.com/life/Looking-back-to-go-forward-30252042.html

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 27/11/2014 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ชอบมาก ขอบคุณที่นำชมครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 27/11/2014 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ไปมา..ครั้งเดียว..เสียดายเวลาน้อย..
เดินไม่ทั่วเลยค่ะ..ภาพสวยมาก ๆ
ข้อมูลเยี่ยมจ้ะ..ขอบคุณนะคะ..
มีโอกาสจาไปอีกล่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนชื่อเป้ วันที่ : 26/11/2014 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PAEblog

ทรงคุณค่า

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
pjeabja วันที่ : 26/11/2014 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

ใช่ครับพี่ ผมก็ไปมาสามครั้งแล้ว ดูไม่เบื่อจริงๆครับพี่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 26/11/2014 เวลา : 16.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เคยไป 2-3 ครั้ง เมื่อหลายปีก่อน
ขอบคุณที่นำมาให้ชมว่ายังน่าสนใจมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน