*/
  • แพรไหม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-24
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 31361
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน 2561
Posted by แพรไหม , ผู้อ่าน : 764 , 14:02:23 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

นวนิยายฉบับย่อ เรื่องผู้ใหญ่ลีกับนางมา

         มาลินีหรือนางมา สาวกำพร้า  ผู้ขยันขันแข็ง และมีมานะอดทนเป็นหลานของคุณนายวัน ก่อนที่คุณนายวันจะเสียชีวิตได้เขียนจดหมายถึงมาลินี  เมื่อเธอได้รับจดหมาย  เธอรู้ว่าคุณยายของเธอถึงแก่กรรมแล้ว  คุณนายวันได้มอบมรดกเป็นที่นาและบ้านให้เธอ  หากเธอไม่สามารถไปอยู่ที่ชนบทได้ก็ให้ขายแก่ผู้ใหญ่ลี  คุณนายวันย้ำว่าก่อนจะขายให้เธอมาดูบ้านและที่นาเสียก่อน  ในจดหมายได้แนบพินัยกรรมมาให้ด้วย  มาลินีอ่านจดหมายแล้วเสียใจมาก  เพื่อนๆที่ทำงานเข้าใจว่าเธอเลิกกับประดิษฐ์แฟนหนุ่ม  มาลินีจำเป็นต้องไปคลองสิบเอ็ด จังหวัดปทุมธานี  เธอเป็นเสมียนเงินเดือนไม่มากนัก  จึงหารายได้พิเศษจากการเดินแบบเสื้อ ซึ่งเธอพอใจมากเพราะเธอชอบแต่งตัวสวยงามด้วยผ้าแพรพรรณอย่างดี  เธอจะมีความสุขมากเมื่อเดินแบบ  ประดิษฐ์แฟนของมาลินีเป็นข้าราชการชั้นตรี  ทั้งสองชอบพอกันตั้งแต่สมัยเรียน  เขาได้ฝากให้เธอทำงานเป็นเสมียน  เธอคิดเปลี่ยนอาชีพเพื่อจะไปเดินแบบให้ห้องเสื้อเป็นการถาวร  ทำให้ประดิษฐ์ไม่พอใจ  ทั้งสองจึงขัดใจกัน  มาลินีจึงตัดสินใจไปที่บ้านคุณนายวันโดยไม่ได้ชวนประดิษฐ์ไปด้วย  เธอรีบเดินทางไปจัดการงานศพของคุณนายวัน  เมื่อเธอมาถึงได้พบกับปื๊ดเป็นเด็กผิวดำ ตาคม จมูกโด่ง ลักษณะเหมือนลูกแขกให้การต้อนรับเธอเป็นอย่างดี  เพราะผู้ใหญ่ลีได้มอบหมายไว้  เธอได้พูดคุยกับปื๊ดจึงรู้สึกรักและเอ็นดูเด็กคนนี้มากเพราะช่างเจรจา  และมีสัมมาคารวะ  ทำให้มาลินีเข้าใจว่าปื๊ดเป็นลูกของผู้ใหญ่ลีและนางปุย  ซึ่งทั้งสองเป็นผู้ดูแลคุณนายวันขณะที่ป่วย  คุณนายวันเสียชีวิตมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้ว  แต่เธอเพิ่งได้รับจดหมายทำให้เธอโกรธผู้ใหญ่ลีและคิดว่าผู้ใหญ่ลีหวังจะเอาสมบัติของคุณนายวัน 

           คุณนายวันมีที่นาหลายร้อยไร่อีกทั้งเลี้ยงสัตว์ไว้มากมาย จึงเป็นเรื่องที่ทำความลำบากใจแก่มาลินีมาก  เพราะเธอทำงานไม่เป็น  แต่ทราบว่าคนที่ช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านี้คือผู้ใหญ่ลี เมื่อมาถึงบ้านคุณนายวัน  เธอต้องหุงข้าวกินเองทั้งที่เธอไม่เคยทำมาก่อน  เพราะส่วนใหญ่เธอจะซื้อกิน  ปื๊ดได้ช่วยหุงข้าวและสอนวิธีหุงข้าวให้  ตกเย็นมาลินีได้ไปกราบศพคุณนายวันที่วัดโดยมีปื๊ดพายเรือไปส่ง  เมื่อกลับจากวัดใกล้ค่ำได้เห็นพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน  เธอตื่นเต้นกับธรรมชาติ  ตะวันกำลังจะลับทิวทุ่งปลายนา  จับขอบเมฆงดงามอย่างประหลาด  เธออยู่กรุงเทพฯ ไม่เคยเห็นดวงอาทิตย์ขึ้น เธอดูนาฬิกาแทนตะวัน  ขณะนั้นปื๊ดเห็นว่าเย็นมากแล้วและเขารู้สึกหิวมาก  หากหุงข้าวกินเองคงจะช้า   เขาจึงไปขอข้าวบ้านนางปุยแม่ของผู้ใหญ่ลี  มาลินีได้ชิมอาหารและรู้สึกพอใจมาก  ตอนเช้าเธอได้เดินไปชมธรรมชาติและพบกับผู้ใหญ่ลีกำลังซ่อมรถแทรกเตอร์แต่เธอเข้าใจว่าเป็นนายเหว่าเพราะปื๊ดบอกว่านายเหว่าเป็นคนขับรถของผู้ใหญ่ลี  การพูดคุยกับนายเหว่าทำให้เธอรู้สึกประทับใจเขา  นายเหว่ารูปหล่อและเก่งมีความรู้เรื่องการทำนาเป็นอย่างดี  แต่เธอก็ไม่พอใจนายเหว่าที่เข้าข้างผู้ใหญ่ลี

           หลังจากจัดบ้านเสร็จเรียบร้อยเธอจึงไปบ้านผู้ใหญ่ลีเพื่อจะขอบคุณที่ช่วยจัดการเรื่องงานศพของคุณนายวัน  แต่เธอไม่พบผู้ใหญ่ลีพบแต่นางปุยแม่ของผู้ใหญ่ลี  เธอจึงขอบคุณนางปุยที่ช่วยดูแลงานศพ แต่นางปุยยกความดีให้ผู้ใหญ่ลี  นางปุยชวนมาลินีไปสวดศพคุณนายวันคืนสุดท้ายก่อนที่จะเก็บศพ  ชาวบ้านเห็นมาลินีก็พากันตื่นเต้นเพราะเธอสวยมาก  จึงคิดว่าเธอต้องขายที่นาและบ้านให้ผู้ใหญ่ลีแน่นอน  มาลินีเดินทางกลับกรุงเทพฯ ขณะที่เธอยังไม่แน่ใจว่าจะขายนาดีหรือไม่  จึงตัดสินใจว่าจะกลับไปถามประดิษฐ์ก่อน  ปื๊ดขอติดตามไปกรุงเทพฯด้วย  เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ เพื่อนของมาลินีเล่าว่าประดิษฐ์คบอยู่กับคนอื่น  เธอจึงตัดสินใจลาออกจากงานเสมียนและลาออกจากการเดินแบบเสื้อไปอยู่บ้านคุณนายวัน  นางปุยแม่ของผู้ใหญ่ลีดีใจมากพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกอย่าง  มาลินีพยายามทำงานถึงแม้ว่าเธอไม่เคยทำงานหนักมาก่อน  ผู้ใหญ่ลีได้ให้ความช่วยเหลือมาตลอดโดยที่เธอไม่รู้  เธอเป็นคนสุภาพ  อ่อนน้อม จึงทำให้ทุกคนรักเธอ

          เมื่อครบกำหนดทำบุญร้อยวันให้กับคุณนายวัน   ผู้ใหญ่ลีเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดงาน โดยให้ลูกน้องไปเตรียมจัดงานศพไว้ล่วงหน้า  มาลินีตกตะลึงกับการจัดดอกไม้อย่างสวยงามเธอไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ใหญ่ลี  เมื่อถึงวันงานนางปุยและทุกคนได้ช่วยกันทำหน้าที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ลีไม่ได้พักผ่อนหลายคืน  มาลินียังไม่ได้พบผู้ใหญ่ลี  เธออยากจะขอบคุณและขอโทษเขาที่เข้าใจผิดเรื่องจดหมายเพราะเธออ่านจดหมายเฉพาะที่จ่าหน้าซองแต่ความจริงยายของเธอเขียนจดหมายไว้ก่อนเสียชีวิต  รวมทั้งเรื่องอื่น ๆที่เธอเข้าใจผิด   ขณะที่เธอกำลังพูดกับนายเหว่า  ลุงเพิ่มได้เรียกผู้ใหญ่ลีและเธอได้ยิน จึงรู้ความจริงว่านายเหว่าคือผู้ใหญ่ลี  และเป็นผู้ใหญ่ที่จบการศึกษาปริญญาเกษตรศาสตร์บัณฑิต  มีชื่อจริงว่าลีนวัตร  เธอโกรธเขามาก  ผู้ใหญ่ลีพยายามขอโทษเธอ  ด้วยความดีของผู้ใหญ่จึงทำให้เธอหายโกรธ   หลังจากที่ผู้ใหญ่ลีเห็นว่าการเลี้ยงสัตว์ของมาลินีเริ่มเข้ารูปเข้ารอย  ผู้ใหญ่ลีได้หาลูกจ้าง ชื่อแม่พินให้มาลินี  แม่พินมีลูก 2 คน ชื่อ นิด กับน้อย   เธอได้จัดอาหารให้ผู้ใหญ่ลี  มาลินีอาสานำปิ่นโตไปส่งให้ที่ทุ่งนา  เธออยากขับรถแทรกเตอร์  ผู้ใหญ่ลีก็สอนให้  เธออยู่ที่ท้องนาตลอดทั้งวัน  เมื่องานไถนาของเธอเสร็จสิ้น  ผู้ใหญ่ก็ไปไถนาที่อื่นต่อ  มาลินีมีความสุขกับการทำงาน

           ขณะนั้นคนในหมู่บ้านประสบปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้  เพราะเป็นช่วงฤดูแล้ง  ไร่นาของชาวบ้านขาดน้ำ  ชาวบ้านคิดที่จะทำพิธีแห่นางแมว  เมื่อชาวบ้านตั้งขบวนแห่ฝนก็เริ่มตั้งเค้า  มาลินี  ผู้ใหญ่ลี และคนอื่น ๆ ต่างมีความสุขกับการแห่นางแมว  พอตกกลางคืนฝนก็ตกลงมา  ชาวบ้านทุกคนต่างมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น 

           มาลินีสลัดความเป็นนางแบบของเธอมาเรียนรู้วิธีการทำนาอย่างตั้งอกตั้งใจ  เธอพยายามเรียนรู้การใช้ชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้านที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน  จึงทำให้ผู้ใหญ่ลีปลื้มและชื่นชมในตัวเธอเป็นอย่างยิ่ง  ผู้ใหญ่ลีอยากจะขอหมั้นกับเธอแต่ก็ไม่กล้าขอด้วยตนเอง  จึงให้นางปุยช่วยเป็นแม่สื่อ  ในที่สุดเขาก็ได้หมั้นกับมาลินี  ต่อมาผู้ใหญ่ลีคิดจะบวชและสัญญาว่าลาสิกขาบทเมื่อไรจะแต่งงานทันที  เพื่อนสนิทของมาลินีและประดิษฐ์ได้มาในงานด้วย  มาลินีกังวลใจที่ผู้ใหญ่ลีกับประดิษฐ์ต้องมาพบกัน  ต่อมาประดิษฐ์คนรักเก่าของเธอและประทุมซึ่งชอบผู้ใหญ่ลีได้วางแผนเพื่อจะแยกทั้งคู่ออกจากกัน  แต่บังเอิญว่าคืนนั้นฝนตกหนัก  ทั้งคู่ได้นัดผู้ใหญ่ลีกับมาลินีไปพบที่กระท่อม  ด้วยความมืดประดิษฐ์เข้าใจว่าในกระท่อมเป็นมาลินีจึงปลุกปล้ำประทุมจนตกเป็นภรรยาของเขา 

           ผู้ใหญ่ลีได้เข้าพิธีอุปสมบทสร้างความปลื้มใจแก่นางปุยเป็นอย่างมาก  ระหว่างที่บวชประดิษฐ์คิดแก้แค้นผู้ใหญ่ลีจึงได้พาฉลวยน้องสาวของผู้ใหญ่ลีเข้ากรุงเทพฯ ไปถ่ายหนังเรทอาร์  มาลินีรู้ข่าวเสียก่อนจึงไปช่วยไว้ทัน  พระผู้ใหญ่ลีกับปื๊ดได้ไปช่วยอีกคน  ผู้ใหญ่ลีซึ้งน้ำใจของมาลินีมากขึ้น  จากนั้นจึงรับฉลวยให้กลับไปเรียนที่บ้าน  เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของประดิษฐ์  ฉลวยสำนึกผิดยอมกลับบ้านแต่โดยดี

           ผู้ใหญ่ลีลาสิกขาบทมาเขาสบายใจเป็นที่สุด  เพราะเรื่องประทุมคลี่คลายไป  เมื่อทุกคนรู้ว่าเด็กในท้องของประทุมเป็นลูกของประดิษฐ์  สุดท้ายประดิษฐ์ก็ต้องรับประทุมเป็นภรรยาเพราะกลัวพ่อของประทุมจะฆ่าตน  หลังจากเผาศพคุณนายวัน  ผู้ใหญ่ลีกับมาลินีแต่งงานกัน  มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย  ทั้งสองช่วยกันพัฒนาดูแลหมู่บ้านเพื่อให้ทุกคนได้มีความสุขตลอดไป

 

คุณค่าที่ได้รับ

   1.  เรื่องนี้ได้สะท้อนภาพชีวิตชนบทของไทยอย่างชัดเจน  ทำให้ผู้อ่านรู้สึกรักเมืองไทย ชื่นชมบรรยากาศในชนบท และยกย่องชาวชนบทซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ

   2.  อรรถรสทางภาษา ผู้เขียนใช้ภาษาง่าย ๆ ชัดเจน กะทัดรัด เข้าใจง่าย ทำให้ผู้อ่านเกิดความเพลิดเพลิน เป็นนวนิยายเบาสมอง ทำให้ผู้อ่านรู้สึกผ่อนคลาย

   3.  เรื่องผู้ใหญ่ลีกับนางมาสะท้อนให้เห็นบรรยากาศอันสวยงามของชนบท  ความเป็นอยู่ นิสัยใจคอของชาวชนบทที่เต็มไปด้วยความใสซื่อ ซึ่งหาได้ยากในสังคมเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่

   4.  ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นว่าการที่เราจบการศึกษาในระดับสูงไม่จำเป็นต้องเข้าไปทำงานในเมืองใหญ่  แต่กลับมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดให้เจริญรุ่งเรืองเพื่อเป็นการตอบแทนแผ่นดิน

 อ้างอิง : กาญจนา  นาคนันทน์.  (2547).  ผู้ใหญ่ลีกับนางมา.  กรุงเทพฯ : บรรณกิจ 1991.

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน