*/
  • แพรไหม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-24
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 31358
  • จำนวนผู้โหวต : 17
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561
Posted by แพรไหม , ผู้อ่าน : 387 , 12:13:16 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

นวนิยายฉบับย่อ เรื่องพระจันทร์สีน้ำเงิน

            รอมเป็นลูกชายของสวัสดี  มีพี่สาวชื่อหน่อย  น้องสาวชื่อมดดำและหนูนา  แม่ของรอมเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยและเป็นนักเขียน รอมจะสนิทกับหนูนามากที่สุด  ส่วนหน่อยกับมดดำนั้นชอบด่าว่ารอม จึงทำให้รอมไม่ค่อยชอบพูดคุยด้วย  ตอนที่รอมยังเป็นเด็ก  ครอบครัวของรอมมีปัญหา  พ่อกับแม่ได้หย่าร้างกัน  สาเหตุมาจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน  และพ่อของรอมก็ไม่เคยหาเงินมาดูแลครอบครัวเลย  คอยแต่จะด่าว่าแม่  ทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อย  และอีกสาเหตุหนึ่งอาจมาจากตัวรอมเอง รอมเกิดวันที่  13  ซึ่งพ่อของรอมคิดว่าตัวเลข  13  เป็นเลขที่ไม่ดี  จะนำแต่ความอัปมงคลมาสู่ครอบครัว  จึงไม่ถูกชะตากับรอม  คอยหาเรื่องแกล้งรอมอยู่ตลอด  ครั้งหนึ่งพ่อของรอมทำลายป่านคมที่เป็นอาวุธประกอบของว่าว  รอมประดิษฐ์ขึ้นประกอบด้วยด้ายธรรมดาหนึ่งขด  เศษแก้ว ทราย และอื่น ๆ รอมเสียใจมากและไม่เคยลืมเหตุการณ์นี้เลย  พ่อของรอมทำอย่างนี้หลายครั้งจนแม่ของรอมทนไม่ไหว  พ่อของรอมมีภรรยาใหม่และเขาได้พาภรรยามาอยู่บ้านเดียวกับแม่  แม่จึงตัดสินใจพาลูก ๆ ออกจากบ้าน  ถึงแม้บางครั้งรอมจะไม่ชอบพ่อสักเท่าไร  แต่รอมก็ไม่เคยคิดโต้เถียงด่าว่าพ่อ และรอมคิดเสมอว่าพ่อเป็นผู้ให้กำเนิด  ลูกก็ไม่ควรจะโกรธพ่อ

            แม่ได้พารอมและลูก ๆ อีก 3 คนออกจากบ้านมาหาบ้านใหม่  หน่อยและมดดำมากับแม่ด้วย ทั้ง ๆ ที่ศาลตัดสินให้หน่อยและมดดำอยู่ในความรับผิดชอบของพ่อ  ในระยะแรกแม่ได้รับความช่วยเหลือจากน้าวิสาขาซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้อง  แต่ด้วยความเกรงใจของแม่  จึงได้หาที่อยู่ใหม่จนกระทั่งมาเช่าห้องอยู่ที่ตึกของน้าชูลักษณ์เพื่อนของแม่  มีน้าเทพเพื่อนของแม่อีกหนึ่งคนคอยให้ความช่วยเหลือ  เมื่อแม่จัดทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว  แม่เห็นว่าถ้าจะอยู่กันทั้งสี่คนในห้องนี้  เห็นจะคับแคบและแม่ก็ไม่มีเงินพอที่จะเช่าห้องเพิ่ม   จึงได้ส่งหน่อยไปเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ฝากกับญาติฝ่ายพ่อให้ช่วยดูแล  รอม  มดดำและหนูนาส่งไปอยู่กับตายายที่พิษณุโลก  ต่อมารอมได้ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ กับแม่  ในระหว่างนี้แม่ต้องออกไปทำงานทุกวันเพราะต้องหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แรก ๆ รอมรู้สึกเหงา

            รอมกับแม่อยู่กรุงเทพฯได้ไม่ถึงเดือนก็ต้องไปอาศัยอยู่ที่อื่น  เพราะแม่มีความจำเป็นต้องไปเมืองนอก  เพื่อไปหาประสบการณ์ที่จะมาเขียนหนังสือเล่มใหม่  ในการไปครั้งนี้แม่จะไปพักอยู่กับน้ารันแฟนใหม่ของแม่  ซึ่งรอมก็รู้เรื่องนี้ดี  และแอบไม่พอใจอยู่บ้างแต่ก็พูดอะไรไม่ได้  เพราะรอมไม่อยากให้แม่คิดมาก  ที่ผ่านมาแม่ก็เหนื่อยมากแล้ว  แม่ฝากรอมให้อยู่ในความดูแลของลุงและป้า  ซึ่งในตอนแรกรอมก็ได้ปฏิเสธแต่แม่ยืนยันที่จะให้รอมอยู่บ้านลุงและป้า  รอมบังคับใจแม่ไม่ได้ วันที่แม่ออกเดินทาง  รอมและน้าเทพได้ไปส่งแม่ที่สนามบิน  แม่บอกให้รอมดูแลตัวเองดี ๆ และให้เชื่อฟังคำสั่งสอนของลุงซึ่งรอมก็รับปากแม่  เมื่อแม่ไปเมืองนอกแล้ว  รอมก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของลุง  เนื่องจากลุงและป้าสะใภ้ต่างก็มุ่งแต่ทำงานไม่ได้สนใจรอมเท่าไรเพราะคิดว่ารอมดูแลตัวเองได้แล้ว  ทำให้รอมไม่ได้รับความอบอุ่นจากพวกเขา  แต่รอมก็ไม่ขัดข้องเรื่องเงิน  เพราะแม่ได้ส่งเงินมาให้รอมใช้ทุกเดือน  ระยะนี้รอมไปโรงเรียนเองทุกวัน  ไม่เหมือนแต่ก่อนที่แม่คอยไปรับ-ส่ง  รอมน้อยใจแม่ที่ไม่เขียนจดหมายมาหาและเข้าใจผิดว่าแม่ลืมรอมเสียแล้ว  รอมเริ่มเป็นเด็กเกเร  หนีโรงเรียนไปเที่ยวกับเพื่อน  รอมมีเพื่อนสนิทอยู่ที่โรงเรียน 1 คน ชื่ออ้วน  ทั้งคู่แอบชวนกันหนีโรงเรียนไปอยู่ที่ห้องของแม่บ่อย ๆ  น้าเทพและน้าชูลักษณ์ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร  รอมและอ้วนได้เริ่มลองสูบบุหรี่  ดื่มเหล้า  เมื่อรอมไม่มีเงินซื้อบุหรี่  ก็จะขโมยของในบ้านของลุงไปขายบ้าง  จำนำบ้าง  โดยที่ลุงและป้าไม่รู้  รอมได้ใช้ชีวิตเสเพลอยู่พักหนึ่ง  จนกระทั่งแม่กลับมาจากเมืองนอก  รอมจึงเลิก

            แม่กลับมาถึงก็ได้พารอมออกไปหาบ้านใหม่อีก  กว่าจะได้บ้านที่ถูกใจก็ใช้เวลาหาอยู่หลายวัน  แม่ได้ชวนเพื่อน ๆ มาช่วยกันขนของ  เมื่อแม่ย้ายบ้านเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ก็ช่วยกันจัดข้าวของจนเสร็จเรียบร้อย  แม่จึงไปรับหน่อย  มดดำ  และหนูนา  มาอยู่ด้วยกัน  ทำให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง  แม้จะขาดพ่อไปหนึ่งคนแต่ทุกคนก็มีความสุข  ในระหว่างนี้เป็นช่วงโรงเรียนปิดภาคเรียน  แม่ได้ย้ายโรงเรียนของรอมและลูก ๆ ให้มาอยู่ใกล้บ้านเพื่อสะดวกในการเดินทาง  ปีนี้หน่อยก็สอบเข้ามหาวิทยาลัย  หน่อยเลือกที่จะเรียนศิลปะเหมือนแม่  แม่ก็ไม่ได้บังคับอะไร  ส่วนรอมแม่อยากให้เรียนหมอ  และรอมก็ไม่ขัดใจแม่ยอมเรียนตามที่แม่ขอร้อง  ทั้ง ๆ ที่รอมอยากเรียนศิลปะ  ส่วนมดดำและหนูนาแม่ให้เรียนโรงเรียนใกล้ ๆ บ้านเพื่อสะดวกในการไปกลับ  ในช่วงนี้น้ารันกลับจากเมืองนอกมาอยู่ที่กรุงเทพฯ  และได้ย้ายมาอยู่กับแม่  แม่ได้อธิบายให้ลูก ๆ เข้าใจเกี่ยวกับการมาของน้ารันครั้งนี้  ซึ่งทุกคนในบ้านไม่ได้ว่าอะไร  เพราะทราบเรื่องของแม่กับน้ารันมาก่อนหน้านี้แล้ว

             เมื่อรอมย้ายโรงเรียน  เขาก็มีเพื่อนใหม่  รอมเป็นคนมีเพื่อนมาก  ไม่ว่าเพื่อนในโรงเรียนเดียวกันหรือเพื่อนต่างโรงเรียน  หรือแม้กระทั่งเพื่อนเก่าก็ยังติดต่อกันอยู่  ซึ่งเพื่อนแต่ละคนที่รอมคบจะเป็นเด็กเหลวไหลและเกเรทั้งนั้น  รอมได้พาเพื่อนมาเที่ยวบ้านบ่อย ๆ ขาประจำเห็นจะเป็นเบิ้ม  อ๊อด  และใหม่  แม่ไม่ชอบเพื่อนของรอมแม้แต่คนเดียว  แม่จะคอยซักถามประวัติว่าเป็นใคร  มาจากไหน  เพราะกลัวว่าเพื่อนจะพารอมเสีย  ซึ่งรอมก็เกรงใจเพื่อนอยู่ไม่น้อย  แม่พยายามเตือนรอมให้เลือกคบเพื่อน  แต่รอมไม่คิดอะไร

              แม่ไม่ค่อยมีเวลาให้รอมเหมือนแต่ก่อน  แม่ได้เอาเวลาไปทุ่มเทอยู่กับงานและให้ความสนใจกับลูกผู้หญิงมากกว่ารอม  อาจเป็นเพราะพวกเขาห่างแม่ไปนาน  และแม่คิดว่ารอมเป็นผู้ชาย  สามารถดูแลตัวเองได้  ก็อยากจะปล่อยรอมให้ออกไปเผชิญกับโลกภายนอกบ้าง  ให้รอมฝึกช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด  เช่น  ปล่อยให้รอมขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนและกลับบ้านเอง  เป็นต้น  แต่รอมกลับไม่คิดอย่างนั้น  รอมน้อยใจแม่อยู่บ่อย ๆ คิดว่าแม่ไม่รัก  ไม่สนใจเหมือนลูกผู้หญิง ทำให้รอมใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนมากขึ้น  รอมเริ่มเที่ยวกลางคืนและกลับมาติดบุหรี่อย่างหนัก 

             ตอนแม่ป่วยเข้าโรงพยาบาลหลายวัน รอมหนีเที่ยวและได้รู้จักกับกิ๊ก  กิ๊กเป็นเด็กสาวจากต่างจังหวัดที่มีปัญหาครอบครัวเป็นเด็กใจแตก  ชอบหนีเที่ยวมาในกรุงเทพฯ โดยขโมยเงินของแม่มาใช้จ่ายอย่างสนุกสนาน  กิ๊กกับรอมรู้จักกันมากขึ้น  รอมแอบพากิ๊กเข้าบ้านโดยที่ไม่มีใครรู้  ในระยะนี้รอมหนีโรงเรียนบ่อยจนเริ่มติดกัญชา  และได้ใช้เวลาอยู่กับสิ่งเสพติด  กระทั่งวันหนึ่งแม่ผิดสังเกตได้เข้ามาในห้องของรอมและพบว่ารอมสูบบุหรี่และเห็นกิ๊กอยู่ในห้องกับรอม  แม่ไม่พอใจกับการกระทำของรอม  แม่ได้แยกกิ๊กกับรอมออกจากกัน  และได้กล่าวเตือนรอมว่าห้ามสูบบุหรี่อีก  แต่กิ๊กกับรอมก็ยังแอบพบกัน โดยที่แม่ไม่รู้  และเมื่อรอมไม่สะดวกที่จะออกมาพบกิ๊กบ่อย ๆ  เพราะกลัวแม่รู้  รอมไม่อยากทำให้แม่ลำบากใจอีกจึงได้ห่างกับกิ๊ก 

            ต่อมากิ๊กได้ไปมีแฟนใหม่รอมเสียใจอยู่ระยะหนึ่ง  จากนั้นรอมได้กลับมาเรียนหนังสือตามปกติ  กิ๊กได้กลับมาหารอมอีกครั้ง  และบอกกับรอมว่าไม่มีที่ไปและไม่เหลือใครอีกแล้ว ด้วยรอมเป็นคนใจอ่อนจึงสงสารกิ๊ก  และกลับมาคบกับกิ๊กอีกครั้ง  กิ๊กได้ชวนรอมออกไปมั่วสุมเสพกัญชากับเพื่อน ๆ ของรอม  โดยที่แม่ไม่รู้เพราะแม่ทำงานหนัก  ไม่ได้สนใจรอมเพราะแม่คิดว่ารอมน่าจะรู้แล้วว่าอะไรถูก  อะไรผิด  แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม

            วันหนึ่งรอมไปสังสรรค์ที่บ้านของใหม่  รอมและเพื่อน ๆ รวมทั้งกิ๊ก  ได้ร่วมกันมั่วสุมเสพยาเสพติด  ทั้งบุหรี่  เหล้า  กัญชา  ซึ่งทั้งหมดหารู้ไม่ว่าพ่อของใหม่ได้แจ้งความกับตำรวจให้มาจับ  เพราะอยากดัดนิสัยลูกของตนเองเหมือนกัน  ไม่กี่นาทีต่อมารอมและเพื่อน ๆ ถูกจับในข้อหาเสพสารเสพติด  เมื่อแม่รู้ข่าวรอมติดคุกก็รีบมาที่โรงพักเพื่อที่จะประกันตัวรอมออกไป  แต่ไม่สามารถประกันตัวได้  เพราะรอมยังเป็นเยาวชน  เขาได้ส่งตัวรอมและเพื่อน ๆ ไปดัดนิสัยปรับปรุงตัวที่บ้านเมตตา  ส่วนกิ๊กนั้นถูกส่งไปอยู่บ้านปราณี  ในระหว่างที่รอมอยู่บ้านเมตตานั้น  แม่ได้มาเยี่ยมรอมทุกวัน  ดูแลเอาใจใส่รอมเป็นพิเศษ  หากรอมต้องการสิ่งใด ก็จะหามาให้ทุกอย่าง  แม่ดูแลรอมอย่างดี  เมื่อถึงกำหนดวันที่รอมออกจากบ้านเมตตา  บรรดาพี่น้องและน้ารันต่างก็ดีใจ  จัดงานเลี้ยงต้อนรับรอมกลับบ้าน  ส่วนกิ๊กนั้นแม่ได้โทรศัพท์ให้แม่ของเธอมารับไป

            แม่อยากให้รอมบวช  แต่รอมขอเลื่อนเวลาออกไปก่อน  รอมกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ  ต่อมากิ๊กถูกไล่ออกจากบ้านและได้กลับมาหารอมอีกครั้ง   การมาครั้งนี้กิ๊กได้ยุยงให้รอมหนีออกจากบ้านไปกับเธอ  เพราะคิดว่าเมื่อไม่มีใครรักแล้วเราจะอยู่ไปทำไม  และรอมเองก็คิดเช่นเดียวกัน เพราะช่วงนี้รอมเหมือนจะมีชีวิตอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้  ทั้งคู่ได้หนีไปอุบลราชธานี  รอมได้นำกีตาร์ไปขาย 1 ตัวและจำนำอีก 1 ตัว  ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง  ส่วนกิ๊กนั้นไม่มีเงินติดตัวมาเลย  ระหว่างการเดินทางกิ๊กได้ใช้จ่ายเงินอย่างสิ้นเปลือง  ทำให้เงินเหลือน้อยลง  ด้วยความบังเอิญ  รอมได้พบกับใหม่อีกครั้ง  ใหม่เองก็ทะเลาะกับพ่อหนีมาอยู่ที่อุบลราชธานีคนเดียว  ใหม่พยายามพูดให้รอมเปลี่ยนใจ  กลับบ้านไปหาแม่  กลับไปตั้งใจเรียนหนังสือ  แต่รอมก็ไม่ฟัง  ใหม่จึงบอกรอมให้พักอยู่ด้วยกันก่อน  รอมบอกกับใหม่ว่าจะพักแค่คืนเดียว  แล้วจะไปหาที่อยู่ใหม่  รอมจึงได้รู้ว่าใหม่ติดยาเสพติดอย่างหนักและได้เห็นอาการของใหม่ขณะที่อยากกินยามันน่ากลัวมาก 

            ในคืนต่อมารอมมีความลังเลใจและบอกกับกิ๊กว่าตนไม่ค่อยสบายใจ  กิ๊กได้บอกกับรอมว่าเมื่อไม่มีใครรักแล้วเราจะอยู่ต่อไปทำไม  รอมได้เก็บเอาคำพูดของกิ๊กมานอนคิดทั้งคืน  พอรุ่งเช้ารอมได้ให้กิ๊กไปซื้อยานอนหลับมาหลายเม็ด  รอมถามกิ๊กว่ากลัวตายหรือไม่  กิ๊กส่ายหน้า  เมื่อได้ยานอนหลับมาแล้ว  รอมแบ่งยากับกิ๊ก  แล้วนำยามากำไว้ในมือ  แล้วอธิษฐานว่า  ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เกิดมาเป็นลูกแม่อีก  ขอให้มีน้องที่น่ารักอย่างหนูนา  แล้วรอมก็กินยาทำให้สลบไป

            แม่รับโทรศัพท์จากหมอบอกให้มารับรอมที่โรงพยาบาล  การกินยาตายของรอม  ไม่ทำให้รอมตาย  อาจเป็นเพราะว่ารอมกินน้อยเกินไปหรืออาจมีใครมาพบเห็นเสียก่อน  แม่ไปรับรอมออกมาจากโรงพยาบาล  พร้อมกับโทรศัพท์หาแม่ของกิ๊ก  ให้มารับกิ๊กกลับบ้าน  เมื่อรอมมาถึงบ้าน  แม่ก็พูดกับรอมว่าแม่เสียใจมากที่รอมทำอย่างนี้  แม่รู้สึกผิดต่อรอมมาก  และถามรอมว่าทำไมถึงคิดที่จะฆ่าตัวตาย  รอมไม่พูดอะไรจึงได้ขอโทษแม่  และสัญญากับแม่ว่าจะไม่ทำอีก จากเหตุการณ์นี้ทำให้แม่หันมาสนใจรอมมากขึ้นกว่าเดิม  แม่คิดหาวิธีที่จะให้รอมแยกกับกิ๊ก  แม่ขอร้องให้รอมบวช   เขาจึงตัดสินใจบวชให้แม่  เพราะอยากจะไถ่โทษให้แม่ด้วย  รอมไปบวชที่เชียงใหม่  ซึ่งที่นั่นไม่ลำบากอะไร  มีบรรดาญาติ ๆ ฝ่ายพ่อคอยดูแล   แม่ได้ฝากให้น้าเทพไปคอยดูแลรอมและคอยส่งข่าวให้แม่อยู่เป็นระยะ ๆ แม่ไม่ได้ไปเยี่ยมรอมเพราะแม่ต้องทำงาน  ในระหว่างที่รอมบวชอยู่นั้น  รอมต้องเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อมาขึ้นศาลในคดีเก่า  แม่มักจะบ่นอยู่เสมอว่าข้าราชการทำงานช้า  โอ้เอ้  อืดอาด  ทำให้รอมต้องเสียเวลาเดินทางมากรุงเทพฯบ่อย ๆ เมื่อโรงเรียนใกล้เปิดเทอมแล้ว  รอมจึงลาสิกขาบทและกลับมาอยู่บ้าน  ทุกคนในบ้านต่างพากันหัวเราะที่รอมต้องโกนหัว  เพราะรอมดูตัวเล็กกว่ามดดำเสียอีก  รอมกลับมาตั้งใจเรียนอีกครั้ง  เขาขอแม่เรียนศิลปะ  น้ารันก็ช่วยพูดกับแม่ให้  แม่จึงให้เรียน

            แม่กับเพื่อน ๆ ร่วมกันจัดสร้างสำนักพิมพ์  และเพื่อน ๆ ของแม่ก็ได้ลงมติให้แม่เป็นบรรณาธิการ  แม่เริ่มที่จะให้ความสนใจกับงานนี้มากเป็นพิเศษ  จนไม่มีเวลาให้กับลูก ๆ อย่างเคยและเมื่อรอมเข้าไปพูดคุยกับแม่  ต้องมีสีหน้าเศร้ากลับมาทุกที  รอมแทบไม่มีเวลาคุยกับแม่ รอมจึงมีเวลาว่างมากและได้หันกลับไปสูบกัญชาเพราะแม่ยุ่งกับงานใหม่จนไม่มีเวลาดูแลลูก ๆ มดดำเป็นผู้ที่คอยเฝ้าดูรอมอยู่เสมอแต่ไม่กล้าบอกแม่  เพราะรู้ว่าแม่ทำงานหนัก  ถ้าเขารู้เข้าจะเดือดร้อน  แม่ไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย  แม่จะหงุดหงิดเมื่อรู้ว่ารอมหนีโรงเรียน แต่จะไม่พูดรุนแรงเกรงว่ารอมจะเตลิดหนีไปอย่างเมื่อก่อน  แม่กำลังวุ่นวายกับงานหนังสือ  วันหนึ่งแม่สังเกตเห็นว่ารอมผอมกว่าปกติและจับกระดาษตะกั่วได้ที่หน้าต่างห้องรอมซึ่งวันนั้นเบิ้มมาค้างที่บ้านพอดี  รอมบอกว่าเป็นของเบิ้ม  แม่จึงสั่งไม่ให้เบิ้มมานอนที่บ้านอีก  

            รอมเริ่มรู้สึกตัวว่าเขาไม่สบาย  อาจเป็นเพราะว่าผลข้างเคียงจากการที่รอมติดยาเสพติด ทำให้รอมเจ็บออด ๆ แอด ๆ แม่เลยตัดสินใจพารอมไปหาหมอ  แม่ได้สอบถามหมอเรื่องอาการของรอม เพราะแม่กลัวว่ารอมจะกลับไปติดสารเสพติดอีก  แต่หมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไรมาก เพราะผลการตรวจไม่พบสารเสพติดในตัวรอม  แต่แม่ก็ไม่ค่อยวางใจเท่าไร  รอมต้องนอนอยู่โรงพยาบาลประมาณหนึ่งเดือน  แม่ได้พาพี่ ๆ น้อง ๆ ของรอมมาเยี่ยมทุกวัน  เพราะไม่อยากให้รอมเหงา  เขาอยู่โรงพยาบาลนานเกินไปทำให้รู้สึกอึดอัดจึงขอแม่กลับบ้าน  เมื่อแม่เห็นว่ารอมทนอยู่โรงพยาบาลไม่ได้แล้ว  จึงได้ให้รอมกลับไปนอนพักผ่อนที่บ้าน

            รอมมีเวลาว่างมาก โรงเรียนก็ไม่ได้ไป  ปีหน้ารอมถึงจะเริ่มเรียนใหม่ เสียเวลาเรียนไป 2 ปี ขณะที่รอมอยู่บ้าน  เขาขรึมและซึมไป  มักจะเก็บตัวในห้อง  วันหนึ่งรอมได้สารภาพกับแม่ว่ารอมติดยาเสพติด  เขาอยากไปรักษาตัวให้หายที่ถ้ำเขากระบอก  จังหวัดสระบุรี  แม่ก็ให้ไป   แต่แม่บอกรอมว่าไม่มีเวลาไปเยี่ยม  เนื่องจากแม่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดแก้วหู  รอมบอกว่าไม่เป็นไร  และจะเขียนจดหมายหาแม่ทุกวัน  รอมไปถ้ำเขากระบอกกับเบิ้ม  พ่อของเบิ้มไปเยี่ยมเบิ้มกับรอมเป็นประจำ  ขณะที่รอมอยู่ที่นั่น  แม่ก็ได้เปิดสำนักพิมพ์อย่างเป็นทางการแล้ว  ในช่วงนี้แม่จึงยุ่งมาก จนลืมคิดถึงรอมไปเลย  รอมได้เขียนเล่าชีวิตของรอมที่อยู่ถ้ำเขากระบอกมาหาแม่หนึ่งฉบับ  แต่แม่ไม่ได้ตอบจดหมาย  รอมเขียนจดหมายเล่าชีวิตความเป็นอยู่ที่ถ้ำเขากระบอกทุกวัน  จนครบ 10 ฉบับ  และคิดที่จะให้แม่เอามาตีพิมพ์เป็นหนังสือ  เมื่อรอมกลับมาบ้าน  รอมนำจดหมายทั้งสิบฉบับนี้มาให้แม่  และแม่บอกว่าถ้าว่าง ๆ แล้วจะอ่านดู  แต่แล้วแม่ก็ไม่ได้อ่านเพราะเห็นว่าไม่สำคัญเท่าไร  รอมได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติและคิดว่าจะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด

             รอมทำความประหลาดใจให้แม่อีกครั้ง เมื่อรอมมาขอพระจากแม่  ภายหลังแม่จึงคิดได้ว่ารอมกำลังกลัวจะหนีอะไรสักอย่าง เหมือนที่เบิ้มและใหม่เคยหนีมาแล้ว นั่นก็คือความเย้ายวนของฤทธิ์ยาเสพติด ซึ่งคงเหมือนเทพธิดาแสนสวยกวักมือเรียกร้องให้เข้าไปหา  เบิ้มให้ลูกประคำเสกคาถาแก่รอม  แม่จึงรับปากว่าจะหาพระดี ๆ ให้ แต่แล้วแม่ก็ลืม  แม่วางใจรอมว่าคงจะไม่กลับไปหายาเสพติดอีกแต่ก็อดที่จะสอดส่องดูแลความประพฤติของรอมไม่ได้  ครอบครัวของรอมจะจัดงานวันเกิดให้ลูกทุกคนมีการมอบของขวัญให้กัน ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่รอมได้มอบให้มดดำคือกำไลทองเหลือง  มดดำจะใส่ติดตัวตลอด  นอกจากนั้นแม่จะพาครอบครัวไปพักค้างคืนที่ต่างจังหวัด  ช่วงปิดภาคเรียน  ทำให้ลูก ๆ ทุกคนได้สนุกสนานกันเต็มที่

            คืนนั้นรอมรอแม่กลับบ้าน  เมื่อแม่มาถึงรอมได้เปิดประตูให้แม่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  มดดำและหนูนาหลับแล้ว  หน่อยกลับจากมหาวิทยาลัยรอมได้ช่วยขนของจากรถให้พี่สาว แล้วรอมก็เข้านอน  แม่ได้เดินไปส่งรอมที่ห้องนอน  รอมจึงให้แม่ดูรูปของรอมที่เขาเขียนขึ้นเป็นครั้งแรก  และยังถามแม่ว่ารอมเขียนรูปได้ไหม  แม่บอกว่าได้และแม่เห็นว่าดึกมากแล้วจึงเข้านอน  เมื่อถึงตอนเช้าคนรับใช้ได้บอกว่ารอมตายแล้ว ทุกคนตกใจและเสียใจมาก โดยเฉพาะแม่เมื่อรู้ว่ารอมจากไป  แม่ล้มลงไปบนพื้นหญ้าตรงข้างห้องรอม ลุกขึ้นแล้วก็ล้มอีก ในที่สุดแม่ก็พยายามหาชีพจร และเรียกให้หน่อยขับรถพารอมไปโรงพยาบาล  แม่ถามหมอว่ารอมตายเพราะอะไร  หมอบอกว่ารอมหัวใจวายไปเฉย ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตอบที่แน่ชัด  ไม่มีใครรู้ว่ารอมตายเพราะอะไร  รอมต้องจากครอบครัวไปทั้งที่อายุยังน้อย   แม่ได้จัดพิธีศพให้รอมอย่างยิ่งใหญ่  และแม่ได้เอาจดหมายที่รอมเขียนมาตีพิมพ์เป็นหนังสือไว้อาลัยแก่รอม  นำรูปที่รอมเขียนทำเป็นหน้าปก  หากแม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น  แม่จะรักรอม เอาใจใส่รอมให้มากกว่านี้  แต่แม่ก็ทำไม่ได้  แม่บอกกับลูก ๆ ทุกคนได้เพียงว่า  เราไม่สามารถย้อนเวลาไปแก้ไขอดีตได้  แต่เราควรทำวันนี้ให้ดีที่สุด

 

คุณค่าที่ได้รับ

         1. ด้านการดำเนินชีวิตประจำวัน  เราต้องประสบกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากตัวเราเองหรือปัญหาที่เกิดจากคนรอบข้าง  เราก็ควรที่จะฝ่าฟันอุปสรรคนั้นไปให้ได้  เราต้องเข้มแข้ง  ไม่อ่อนแอ  ต้องใช้สติในการแก้ปัญหาและหาทางออกที่ดีที่สุด  ไม่ใช่หาทางออกด้วยการไปเสพสิ่งเสพติด  เพราะถือเป็นการทำร้ายตัวเอง  และมันก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด  เราควรคำนึงถึงครอบครัวของเราด้วยว่าเขาจะเสียใจมากแค่ไหน  ถ้ารู้ว่าประพฤติตัวไม่ดี

         2.  ด้านครอบครัว  การอยู่ร่วมกันในครอบครัว  สมาชิกในครอบครัวต้องเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน  ต้องยอมรับความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย  ไม่ใช่คิดจะทำอะไรตามใจชอบ  พ่อแม่ก็ควรที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีของลูก  ไม่ควรทะเลาะให้ลูกเห็น  เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี  พ่อแม่ควรเอาใจใส่ลูก ให้มาก ๆ และควรรักลูกให้เท่ากัน  ควรให้เวลากับลูกอย่างเพียงพอ  แต่ก็ไม่ควรตามใจลูกจนคิดอะไรไม่เป็น

         3.  ด้านสังคม  การอยู่ร่วมกันในสังคมนั้น  เราต้องรู้จักวางตัวให้ถูกต้อง  ต้องรู้ว่าอะไรผิด  อะไรถูก  ไม่ใช่คิดจะทำอะไรก็ได้  และเราควรจะคำนึงถึงคนรอบข้างของเราว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร

         4.  ด้านความรัก  เราจะเห็นความรักของแม่ว่ามีค่ายิ่งใหญ่กว่าอะไรทั้งสิ้น  คงไม่มีใครบนโลกนี้ที่จะรักเราเท่ากับแม่ของเราได้แล้ว  เช่นเดียวกับเรื่องนี้  ที่แม่ต้องพยายามฝ่าฟันอุปสรรคอยู่เพียงลำพัง  เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว  ดูแลลูก ๆ ให้อยู่กินอย่างสบาย  และต้องเลี้ยงลูก ๆ ที่มีนิสัยคนละแบบ  ต้องแบกรับภาระหนักคนเดียว  ฉะนั้นเมื่อเรามีชีวิตอยู่ก็ไม่ควรทำให้แม่ต้องเสียใจ  และแม่จะเสียใจมากที่สุด  ถ้าลูกรักต้องจากไป

 

อ้างอิง : สุวรรณี  สุคนธา.  (2552).  พระจันทร์สีน้ำเงิน.  พิมพ์ครั้งที่  3.  กรุงเทพฯ  :  ศิลปาบรรณาคาร.

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน