• กลุ่มประกายไฟ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : prakaifire@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 27725
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6 คน
กลุ่มประกายไฟ
พื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/prakaifire
วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2552
Posted by กลุ่มประกายไฟ , ผู้อ่าน : 2981 , 22:34:47 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

การขูดรีดของบรรษัทข้ามชาติ “ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล”  ต่อแรงงานเหมาช่วงในประเทศไทย:

การแสวงหากำไรสูงสุดคืออาชญากรรม

โดย พัชณีย์ คำหนัก

โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย

 

รายงานชิ้นนี้พยายามจะเปิดเผยกระบวนการขูดรีดแรงงานของระบบทุนนิยม ซึ่งบรรษัทข้ามชาติ “บริษัทไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล” ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์และเยอรมนี เพื่อตอบคำถามว่ามีการเติบโตและขยายกิจการมาอย่างไร รวมถึงการลดต้นทุนการผลิตในช่วงที่เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก  ซึ่งชัดเจนแล้วว่า บรรษัทข้ามชาตินี้ได้สร้างโซ่การผลิตเหมาช่วงนับจากการตั้งโรงงานสาขาย่อยหรือบริษัทลูกลงไปถึงการจ้างผู้ประกอบการเหมาช่วงการผลิตในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ พม่า เพื่อลดต้นทุนด้วยการจ้างแรงงานราคาถูก ปล่อยให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยนายจ้างเหมาช่วงเพื่อสร้างกำไรสูงสุดนั่นเอง

            ด้วยเหตุนี้รายงานชิ้นนี้จึงต้องนำเสนอกระบวนการผลิตและสภาพการจ้างงาน ดูการทำงานของแรงงานหญิง ชีวิตแรงงานภายใต้ค่าแรงขั้นต่ำ การปฏิบัติของนายจ้างต่อแรงงานและการตอบโต้ของแรงงานเมื่อถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม โดยเริ่มจากข้อพิพาทระหว่างแรงงานไทรอัมพ์กับนายจ้าง และระหว่างแรงงานเวิลด์เวลล์กับนายจ้างบริษัทแม่ (เวิลด์คัพ) ซึ่งเป็นคนงานเหมาช่วงจากบริษัทบอดี้แฟชั่น ประเทศไทย (บริษัทลูกของบรรษัทข้ามชาติไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล) นั่นคือการเลิกจ้างและต่อสู้ของแรงงานของทั้งสองแห่ง

 

การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

 

สรุปการเลิกจ้างของบริษัทไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

 

บริษัทบอดี้แฟชั่น ประเทศไทย ในเขตอำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ สาขาย่อยของไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานใหญ่ที่ประเทศเยอรมนี และสวิสเซอร์แลนด์ ทำการผลิตชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำภายใต้เครื่องหมายการค้า “ไทรอัมพ์”และบริหารงานโดย นายเคนเนท หลุยส์ มาแชล  หลังจากที่จ้างพนักงานจำนวนถึง4,200 คนมาเป็นเวลานาน บริษัทได้ประกาศเลิกจ้างคนงานจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งอย่างกะทันหันโดยไม่มีการบอกล่วงหน้า ซึ่งการเลิกจ้างแบบนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้วที่บริษัทลูก 2 แห่งในประเทศฟิลิปปินส์จำนวน 1,660 คนและเป็นผลในวันที่ 9 ก.ค. 52

            เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มิ.ย. 52 ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ นายประยูร วงษ์เล็กแจ้งกับพนักงานว่า วันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 27-28 มิ.ย. เป็นวันหยุดพิเศษ พนักงานไม่ต้องมาทำงานเนื่องจากปริมาณงานลดลง แต่จะยังได้รับค่าแรงปกติ และจะต้องกลับเข้ามาทำงานในวันที่ 29 มิ.ย.

            ในตอนเช้าของวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. ผู้บริหารไทรอัมพ์ได้จัดประชุมใหญ่ของบริษัทโดยให้คนงานทั้งหมด 4,200 คนไปประชุมที่ไบเทค บางนา ตัวแทนบริษัทประกาศในที่ประชุมว่า ข่าวลือถึงเรื่องการเลิกจ้างคนงานจำนวนมากนั้นเป็นความจริง นั่นคือ คนงานจำนวน 1,930 คนจะถูกปลดออก ซึ่งเท่ากับ 37% ของกำลังแรงงานที่โรงงานบางพลีและเป็นผลในวันที่ 28 สิงหาคมนี้

            ในช่วงก่อนหน้านี้ ผู้บริหารได้ออกประกาศของเดือนมีนาคมไปแล้วว่า ยอดขายของบริษัทไม่เพิ่มขึ้นเลยในช่วงต้นปี 2552 รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าก็ลดลงด้วยอันเนื่องมาจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก  แม้จะได้มีการใช้มาตรการระยะสั้นคือ รักษาสภาพค่าใช้จ่ายของบริษัทให้เท่ากับปี 2551 แต่ผู้บริหารอ้างว่า ถึงคราวจำเป็นที่จะต้องตัดฐานค่าใช้จ่ายอย่างจริงจังเพื่อปกป้องอนาคตของบริษัท  ดังนั้นจึงมีแผนปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายของหน่วยต่างๆ เพื่อให้บริษัทดำเนินกิจการต่อไปได้  สำหรับบริษัทบอดี้แฟชั่น (ประเทศไทย) การปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนค่าใช้จ่ายมีดังนี้

-         การตลาด สายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำกำไรและไม่สามารถปรับปรุงให้มีกำไรได้

-         ลูกค้าขายส่งและลูกค้ารายย่อย

-         ต้นทุนการผลิตและการจำหน่าย

ผู้บริหารอ้างว่าในวิกฤตเช่นนี้ บริษัทนับว่าโชคดีที่สถานะการเงินยังมั่นคง  อย่างไรก็ตามเพื่อรักษาความมั่นคงของบริษัทจำเป็นต้องปรับโครงสร้างตามข้างบนเพื่อปรับปรุงจุดอ่อน สร้างประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันในด้านราคาและคุณภาพของสินค้าได้  แต่ในหน่วยการขายและการตลาดของบ.บอดี้แฟชั่น ที่โรงงานเทพารักษ์ สมุทรปราการและโรงงานที่นครสวรรค์ ซึ่งจ้างงานรวมทั้งสิ้น 2,000 คนจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดและยังคงดำเนินกิจการต่อไปตามปกติ

บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานบวกกับเงินเดือนอีกหนึ่งเดือน และจะเข้าร่วมโครงการจัดหางานให้แก่ผู้ตกงานของกระทรวงแรงงาน ซึ่งตอนนี้มีบริษัทชั้นนำต่างๆ เข้าร่วมโครงการแล้ว และจัดหาตำแหน่งว่างจำนวน 3,600 ตำแหน่ง

การกระทำของผู้บริหารดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับของพนักงานไทรอัมพ์และสหภาพแรงงาน  ต่อไปเป็นการตอบโต้เหตุผลของบริษัทโดยสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ

 

การตอบโต้ของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)

 

            จากข่าวคุณวันเพ็ญ วงษ์สมบัติ ประธานสหภาพแรงงานกล่าวว่า หลังจากที่ผู้บริหารแจ้งเหตุผลถึงการเลิกจ้างพนักงาน ก็ได้แจกซองขาวให้ทุกคนซึ่งแจ้งการเลิกจ้างหรือไม่ก็ตำแหน่งงานใหม่ของพนักงานพร้อมบัตรพนักงานใหม่  โดยระหว่างนั้นไม่ได้เปิดโอกาสให้พนักงานและสหภาพแรงงานแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามแต่อย่างใด

คนงานที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย คนที่ถูกเลิกจ้างเป็นพนักงานผลิตชุดว่ายน้ำทั้งหมด เนื่องจากบริษัทจะยกเลิกสายการผลิตชุดว่ายน้ำในประเทศไทยให้สอดรับกับแผนการปรับโครงสร้างค่าใช้จ่าย  แต่บริษัทไม่ได้อธิบายว่าทำไมต้องเลิกจ้างพนักงานที่ผลิตเสื้อชั้นในบางส่วน  ประธานสหภาพตั้งข้อสังเกตว่าพนักงานผลิตเสื้อชั้นในที่ถูกเลิกจ้างนั้นเปนสมาชิกสหภาพทั้งหมด ยกเว้นเธอและกรรมการอีก 2 คน

นอกจากนี้ยังสงสัยว่า การเลิกจ้างเป็นการล้มสหภาพแรงงานที่ดำเนินงานมาตั้งแต่อดีต ประธานสหภาพแรงงานไม่ได้รับคำตอบจากผู้บริหารเลย แม้ว่าจะสอบถามไปหลายครั้งแล้ว ซึ่งก็ตอบเพียงว่าไม่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้า แต่เมื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของผู้บริหาร ก็ถูกปฏิเสธ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ผู้บริหารระงับการเลิกจ้างจนกว่าจะเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับสถานะการเงิน ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจให้สหภาพแรงงาน  แต่ทางผู้บริหารยืนยันว่า นโยบายการปรับลดค่าใช้จ่ายเป็นคำสั่งของสำนักงานใหญ่ในยุโรป ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

            นายจ้างจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่คนงานที่มีอายุงาน 20-30 ปีจำนวนเพียง 100,000 กว่าบาท ซึ่งต่ำกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดด้วยซ้ำ แต่คนงานที่ทำงานมา 3-4 ปีจะได้รับค่าชดเชย 180,000-200,000 บาท ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าใช้เกณฑ์อะไรในการคำนวณค่าชดเชย อีกทั้งยังไม่ได้แจ้งแก่พนักงานที่ถูกปลดว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้เมื่อไรและที่ไหน ซึ่งทำให้คนงานรู้สึกกังวลยิ่งขึ้น

            คุณจิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ กล่าวว่าคนงานที่ยังคงอยู่ถูกสั่งไม่ให้มาทำงานตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 26 ส.ค. 52 แต่จะได้รับค่าจ้างตามปกติในช่วงดังกล่าว ในวันที่ 26 ส.ค. จะมีการจ่ายค่าชดเชย 2 เดือนตามกฎหมาย และเพิ่มอีก 1 เดือน รวมถึงสิทธิลาพักร้อนด้วย  สหภาพแรงงานได้ยื่นจดหมายอย่างเป็นทางการขอให้มีการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลกำไรและต้นทุนการผลิต ในฐานะที่พนักงานมีสิทธิที่จะขอได้ตามจรรยาบรรณทางการค้าของ OECD

            คุณจิตรา คชเดช กล่าวว่า บ.บอดี้แฟชั่นต้องการที่จะจ่ายค่าชดเชยต่ำสุดที่กำหนดไว้ในก.ม. ยิ่งกว่านั้น เชื่อว่าบริษัทไม่ได้ขาดทุนตามที่อ้างไว้เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. แต่การเลิกจ้างแท้จริงแล้วเป็นการล้มสหภาพแรงงานและปลดคนงานที่มีอายุงานสูงและค่าจางสูง กลยุทธ์นี้บริษัทเคยใช้เมื่อไม่นานมานี้เอง

            คนงานปฏิเสธการเลิกจ้างและรับค่าชดเชย และกำลังพยายามที่จะเจรจาต่อรองกับผู้บริหารโดยเรียกร้องที่จะขอกลับเข้าไปทำงานตามเดิมและให้มีการสมัครใจลาออก แต่บริษัทปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้  จึงต้องทำการกดดันบริษัท เช่น ประท้วงคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่อนุมัติเงินทุนให้บริษัทไปขยายกิจการที่โรงงานสาขานครสวรรค์เป็นเงิน 75.5 ล้านบาท

 

สรุปการเลิกจ้างคนงานเวิลด์เวลล์การ์เม้นท์

 

            สำหรับกรณีนี้แตกต่างจากคนงานไทรอัมพ์เพราะสภาพการณ์เลวร้ายกว่าคือ ไม่มีสหภาพแรงงาน สภาพการจ้างงานแย่กว่า ไม่มการบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่ได้รับค่าชดเชย นายจ้างค้างจ่ายเงินเดือนพนักงานรายเดือนและปิดกิจการ

พนักงานบริษัทเวิลด์เวลล์การ์เมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาผลิตสินค้าให้ยี่ห้อดังเช่น ดิสนีย์ ไทรอัมพ์ จากบริษัทตัวแทนเช่น วี.เอฟ. บอดีแฟชั่น จำนวน 41 คนถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมเนื่องจากนายจ้างไม่บอกล่วงหน้า นายกิจจา จรุงผลพิพัฒน์  เจ้าของบริษัทได้ปิดกิจการ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2552  โดยอ้างว่าขาดทุน ไม่มีออเดอร์ (order) เข้ามา พนักงานรายเดือนและรายวันไม่ได้รับเงินค่าจ้างค้างจ่ายเป็นเวลา 2 เดือนคือ เดือนมีนาคมและเมษายน อีกทั้งค่าชดเชยตามกฎหมายด้วย

หลังจากที่ต่อสู้มาได้ 3 สัปดาห์ นายจ้างยอมจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายแก่พนักงานรายวันเท่านั้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 70,000 บาท ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2552  จากจำนวนทั้งหมดที่ต้องจ่ายแก่ทุกคนประมาณ 2,400,000 บาท ทำให้ต้องมีการกดดันต่อไป โดยชุมนุมอยู่หน้าโรงงานทุกวัน นายจ้างพยายามหลายครั้งที่จะขนย้ายเครื่องจักรเย็บผ้าและทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ จากอาคารบริษัท ซึ่งแสดงให้เห็นชัดว่านายจ้างพยายามจะปกปิดทรัพย์สินที่เหลือของบริษัทแม้ว่าจะประกาศไปแล้วว่าล้มละลาย ทั้งยังโกงค่าชดเชยที่ต้องจ่ายตามก.ม.  ในช่วงที่คนงานเวิลด์เวลล์ตั้งเต็นท์หน้าโรงงาน ก็ได้สมัครเข้าโครงการต้นกล้าอาชีพของรัฐบาลด้วย

ขณะนี้ คนงานมีข้อเรียกร้องให้นายจ้างจ่ายเงินเดือนค้างจ่ายแก่พนักงานรายเดือนจำนวน 8 คน รวมถึงค่าชดเชยตามก.ม.ของคนงาน 41 คน และค่าไม่บอกกล่าวล่วงหน้า นายจ้างยังคงลอยนวล ไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแต่อย่างใด แม้ว่าจะได้มีการร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แรงงานจังหวัดสมุทรสาครไปแล้ว

นอกจากนี้คนงานต้องการให้รัฐช่วยเหลือโดยจ่ายค่าชดเชยให้ 60 วันจากกองทุนสงเคราะห์คนงาน เรียกร้องความยุติธรรมจากนายจ้างซึ่งคนงานได้ทำงานให้เป็นเวลาหลายปี ทำงานล่วงเวลาบ่อยครั้งเพื่อให้ได้รับรายได้มากขึ้นและข้อเรียกร้องของตัวเอง แม้ว่าจะได้รับเงินเบี้ยขยันเพียงเล็กน้อย ค่าฝีมือและรางวัลการผลิตเพิ่มขึ้น แต่คนงานทั้งหมดทำงานหนักกินค่าจ้างขั้นต่ำ ที่นายจ้างไม่เคยขึ้นให้เลยในขณะที่ตั้งเป้าการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ

เป็นเวลาถึงสองเดือนที่อดีตคนงานเวิลด์เวลล์ได้ต่อสู้เรียกร้อง แม้จะยังไม่ได้รับอะไรจากนายจ้าง นอกเสียจากค่าชดเชย 60 วันจากกองทุนของกระทรวงแรงงานไม่นานมานี้ และยังคงปักหลักต่อสู้หน้าโรงงาน

 

ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนลในประเทศสวิสเซอร์แลนด์และเยอรมนีเกี่ยวข้องกับบริษัทบอดีแฟชั่นประเทศไทย ซึ่งเป็นสาขาย่อยและบอดีแฟชั่นเกี่ยวพันกับเวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ในฐานะที่เปนโรงงานเหมาช่วงผลิตอีกต่อหนึ่ง รวมไปถึงคนงานชาวพม่าที่อ.แม่สอด จ.ตาก ภาคเหนือของประเทศก็สัมพันธ์กับเวิลด์เวลล์ในฐานะที่รับงานเหมาช่วงมาอีกทอด ซึ่งกินค่าแรงต่ำที่สุดและผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า “ไทรอัมพ์” ด้วย

 

กระบวนการผลิตและสภาพการจ้าง

 

            เริ่มจากบ.บอดี้แฟชั่น (BFT) ซึ่งเป็นโรงงานของไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลและเอเย่นของบ.เวิลด์เวลล์ ตามที่เราทราบมาว่าไทรอัมพ์ต้องการแสวงหากำไรสูงสูดด้วยการผลิตสินค้าของตัวเองในประเทศที่กำลังพัฒนาเช่น ไทย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีนโยบายค่าแรงราคาถูกและสนับสนุนการลงทุนของชาวต่างประเทศ

            ป้าช่อทิพย์คนงานที่ถูกเลิกจ้างทำงานมานานถึง 25 ปีเล่าว่า BFT ในช่วงเริ่มต้นนั้นตั้งอยู่ที่ถนนสีลม กรุงเทพฯ คุณป้าทำงานมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2532 ตอนที่ยังอยู่สีลม แต่ขณะนี้อายุ 51 ปีแล้ว

            สมัยนั้นมีคนงานประมาณ 700-800 คนผลิตกางเกงใน เสื้อชั้นใน ชุดนอนไทรอัมพ์ ส่วนของคุณป้าผลิตเสื้อชั้นใน หลังจากทำงานมา 5 ปี ก็มีการตั้งแผนกผลิตชุดว่ายน้ำใหม่ รับคนงานเพิ่มอีก 300-400 คน และอีก 2 ปีถัดมาบริษัทย้ายมาอยู่แถวจังหวัดสมุทรปราการ เช่าโกดังแห่งหนึ่ง และสุดท้ายย้ายมาอำเภอบางพลีตรงนี้ หน่วยการผลิตทุกอย่างถูกย้ายมาที่นี่ทั้งหมด เนื่องจากบริษัทเติบโตมากขึ้นมีคนงานมากขึ้น และสาสมารถขยายกิจการตั้งโรงงานใหม่ที่จังหวัดนครสวรรค์มาได้ 5 ปีแล้ว ซึ่งตอนนี้จ้างคนงานประมาณ 1,000 คนด้วยค่าแรงขั้นต่ำ

            โรงงานที่บางพลีมีขนาดใหญ่พอควรเพราะมีจำนวนคนงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลิตกางเกงใน เสื้อใน ชุดว่ายน้ำ ดังนี้

1.    ชั้น 3 ของอาคาร เป็นแผนกเสื้อชั้นใน คุณวราภรณ์ คนงานเย็บเสื้อชั้นใน ทำงานมาได้ 2 ปีครึ่งอธิบายว่า เธออยู่ในไลน์การผลิตที่ 5 จากทั้งหมด 30 ไลน์ คือไลน์ 1-30 แต่ละไลน์มีคนงานจำนวน 47 คน รวมหัวหน้าระดับต่างๆ เช่น ซุเปอร์ไวเซอร์ ซีเนียร์ คอนแวร์ เป็นต้น ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 กว่าคน  รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,800 คน

2.    ชั้นที่ 2 ของอาคารเป็นแผนกผลิตชุดว่ายน้ำ กางเกงในและเสื้อชั้นใน คือ ไลน์ที่ 31-43 เป็นแผนกชุดว่ายน้ำ และจากไลน์ที่ 44-57 เป็นแผนกกางเกงในและเสื้อชั้นใน มีคนงานประมาณ 1,600 คน

3.       ชั้นที่ 1 เป็นสโตร์ แผนกตัด วัตถุดิบ เป็นต้น

และยังมีพนักงานอ๊อฟฟิสอีกประมาณ 100 กว่าคน

 

คุณวราภรณ์อายุ 31 ปีและกำลังตั้งครรภ์ 3 เดือน ถูกเลิกจ้างร่วมกับเพื่อนร่วมงานในไลน์ตัวเองอีก 30 คน คงเหลือเพียง 17 คน  เธอได้วางแผนชีวิตของลูกไว้แล้วตามรายได้ที่เธอได้รับปัจจุบัน แต่แผนของเธอก็ต้องมลายไปอย่างไม่ได้คาดคิดมาก่อน ตอนนี้จึงต้องอาศัยรายได้ของสามีซึ่งได้ค่าจ้างต่ำกว่าเธอ

เธอได้อธิบายว่าถึงวิธีการทำงานของเธอว่า ต้องใช้เครื่องจักรเย็บผ้าไฟฟ้าเพื่อใช้เย็บเสื้อชั้นใน ยิ่งเสื้อชั้นในมีหลากหลายสไตล์ก็ยิ่งเย็บยาก ใช้ทักษะและเวลามากขึ้นกว่าจะเสร็จในขั้นตอนเดียว  เพราะการเย็บเสื้อชั้นในต้องใช้ขั้นตอนถึง 40-50 ขั้นตอน หรือส่วนต่างๆ ของเสื้อ เช่น ทรง โค้ง คอ ยางยืด รักแร้ เป็นต้น พนักงานแต่ละคนจะเย็บเพียงขั้นตอน/ส่วนๆ หนึ่งของเสื้อชั้นใน

หัวหน้าซุปของเธอจะกำหนดเป้าการผลิตให้พนักงานทุกคนต้องทำให้ลุล่วง เช่น 800 ชิ้นต่อวัน หรืออย่างมากที่สุดคือ 1,200 ชิ้น เธอซึ่งกำลังตั้งครรภ์ ถูกกำหนดให้ทำงาน 480 นาทีหรือ 8 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าเธอสามารถเย็บเสื้อชั้นในเป็นจำนวนมากภายในเวลาที่กำหนด อาจจะได้รับเงินเพิ่มจากค่าแรงรายวัน คือ 333 บาท  ดังนั้นเธอต้องคำนวณว่าภายในเวลา 480 นาทีเธอจะเย็บได้มากที่สุดกี่ชิ้น หรือกี่กล่อง เราพบว่าเธอสามารถเย็บ 40 ชิ้นภายใน 30 นาที ดังนั้นเธอจะสามารถเย็บได้มากที่สุด 600 ชิ้น หรือเท่ากับ 15 กล่องต่อวัน ซึ่งยังต้องขึ้นอยู่กับความยากง่ายของสไตล์ของเสื้อชั้นในเพราะเป็นงานแฟชั่น ถ้าผลิตเกินที่กำหนดในส่วนของเธอ จะได้รับค่าแรงเพิ่ม วิธีการทำงานแบบนี้ต้องแข่งขันกับตัวเองมาก

ในความเป็นจริงค่าแรงของเธอ 333 บาท หรือประมาณ 10,000 บาท /เดือน นายจ้างได้ขึ้นค่าแรงเป็น 355 บาทเมื่อไม่กี่วันมานี้ วีคหนึ่งเธอจะได้โดยเฉลี่ย 5,000 บาท แต่ถ้าเธอสามารถเร่งการผลิตได้ 15 กล่องต่อวัน เธอจะได้ค่าแรงเหมาช่วงเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 บาทต่อวีค  เธอบอกอีกว่า คนงานบางคนสามารถเย็บเสื้อชั้นในถึง 16 กล่องหรือเท่ากับ 640 ชิ้น ซึ่งจะต้องทำงานอย่างเร่งด่วนและเข้มข้นเพื่อให้ได้ค่าแรงเกิน 355 บาท เราเรียกว่าการทำงานเหมาช่วงเพิ่มจากค่าแรงรายวันที่ได้รับอยู่แล้ว

นอกจากค่าแรงแล้วยังได้รับค่าครองชีพเป็นรายเดือนๆ ละ 900 บาท ค่าเบี้ยขยัน 450 บาทต่อวัน โบนัสประจำปี 1 เดือนตามเงินเดือนของตัวเอง มีบัตรประกันสังคม และถ้าเธอคลอดบุตรจะได้รับสิทธิตามกฎหมาย คือ ได้รับค่าเลี้ยงบุตรเหมาจ่ายจากประกันสังคม 12,000 บาท

คนงานทำงานตั้งแต่ 8.00—17.00 น. พักทานอาหาร 1 ช.ม. ถ้ามีงานล่วงเวลา 2.30 ช.ม. จะได้รับค่าล่วงเวลาเพิ่มอีกประมาณ 172 บาท

นายจ้างดำเนินนโยบายการผลิตในลักษณะเหมาช่วงและงานล่วงเวลาเช่นนี้มตั้งแต่ก่อตั้งแล้วเพื่อเพิ่มกำไรสูงสุด โรงงานสาขานครสวรรค์ คนงานได้รับค่าแรงต่ำกว่าที่บางพลี คือตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปัจจุบันประมาณวันละ 200 บาท

 

ผู้ประกอบการรับเหมาช่วงจากไทรอัมพ์

            BFT กระจายออเดอร์ไปตามโรงงานเหมาช่วง เช่น บ.เวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ จำกัด ที่จังหวัดสมุทรสาคร โรงงานที่อ.กันทรลักษณ์ จ.อุบลราชธานี โรงงานที่ซอยแบริ่ง ถ.สุขมวิท กรุงเทพฯ พระประแดง จ.สมุทรปราการ ผลิตชุดชั้นในภายในเครื่องหมายการค้า “ไทรอัมพ์” ซึ่งโรงงานรับเหมาช่วง (ยังไม่สามารถระบุชื่อ) จ้างพนักงานตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ วันละ 203 บาท

            บ.เวิลด์เวลล์เป็นต.ย.ที่ดี เนื่องจากกำลังอยู่ในความดูแลของโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย อดีตพนักงานเล่าว่าผลิตเสื้อผ้าให้บ.บอดี้แฟชั่น ตั้งแต่ปลายปี 2550 จนถึงเดือนเมษายน 2552 ก่อนที่บริษัทจะประกาศยกเลิกกิจการวันที่ 1 พ.ค. 52

            บ.เวิลด์เวลล์การ์เม้นไม่ใช่แค่ผู้รับเหมาช่วงของไทรอัมพ์เท่านั้น แต่ยังผลิตให้สินค้ายี่ห้อดังอื่นๆ เช่น ดิสนีย์ สคูล เป็นต้น เปิดกิจการเมื่อปี พ..2537    ด้วยทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 25 ล้านบาท  ตั้งอยู่เลขที่ 14 หมู่ 7 ถนน เศรษฐกิจ ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บริหารงานโดย นาย กิจจา จรุงผลพิพัฒน์  เป็นบริษัทลูกของบริษัทเวลิ์ดคัพอินดัสตรี่จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่110/3-4.เอกชัย เขตบางบอน กรุงเทพฯ และยังมีบริษัทลูกอีก 4 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัทเอเซียเวิลด์บรา จำกัด อยู่ที่ ถนนสุขสวัสดิ์ซอย 11 บางประกอก ราษฎร์บูรณะ กรุงเทพ ฯ 2.บริษัทไทยเวิลค์อิลาสติค จำกัด อยู่ที่110/3-4 .เอกชัย  แขวงบางบอน  กรุงเทพฯ 3.บริษัท ทรัพย์อรุณ จำกัด(อาคารพานิชย์) อยู่หน้าบริษัทเวิลด์ เวลล์ การ์เม้นท์ จำกัด 4.บริษัทธนาคม (ทำตลาด) อยู่ที่บางแค  บริษัทเวิลด์เวลล์ การ์เม้นท์ จำกัด

           

แรกเริ่มมีพนักงานประมาณ 500 คน มีเครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทันสมัยจำนวน 60 เครื่องๆ ละประมาณ 2 ล้านกว่าบาท  แบ่งสายการผลิตทั้งหมด 6 line คือ line A-F ตามลำดับ

ลักษณะการรับงานของลูกค้า  บริษัทรับออเดอร์จากยี่ห้อดังจากต่างประเทศ ผ่านตัวแทนในประเทศไทย เช่น

-          ปีพ.ศ. 2546 รับผลิตเสื้อของยี่ห้อดิสนีย์ 

-     ปีพ..2547-2549  ผลิตออเดอร์ของลูกค้าบริษัทตัวแทนในประเทศไทย คือ วีเอฟ จำนวนหลายยี่ห้อ เช่น ฮาเล่ย์เดวิดสัน เครีน รีบ็อค แอนติกัว ซึ่งแต่ละยี่ห้อ สั่งผลิตเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีการทำงานล่วงเวลา (โอที) กันอย่างต่อเนื่อง  และมากจนกระทั่งบริษัทเวิลด์เวลล์ การ์เมนท์ ได้ส่งงานจำนวนหนึ่งไปให้โรงงานเหมาช่วง (Sub-contract) ทำที่อำเภอแม่สอด ได้แก่ บริษัทเสียงไถ่, ทรัพย์มั่นคง ,ฟูลี่ไทร์, อรุณชัยเท็กซ์ไทน์, เอ.ที.การ์เม้นท์

-     ปีพ..2550   ผลิตยี่ห้อสคูล, คารีน่า, จ็อกกี้, สโนว์แอนด์ซัน, เอสแฟร์  พนักงานทำงานโอทีเป็นบางช่วง เพราะบริษัทเริ่มส่งเสื้อผ้าให้โรงงานเหมาช่วงทำเป็นจำนวนมาก

-     ปีพ..2551   ผลิตยี่ห้อไทรอัมพ์, สคูล, แอฟพาเรีย, แดเนียล, แอลแอลบีน, มามอท, แต่บริษัทได้ลดโอทีของพนักงานทั้งหมด เนื่องจากบริษัทส่งออเดอร์ไปตามโรงงานเหมาช่วงเกือบทั้งหมดจนถึงปี พ..2552 ให้คนงานพม่าทำด้วยค่าแรงราคาถูก

บริษัทเริ่มลดคนงานในช่วงระยะ 5 ปีที่ผ่านมา บวกกับคนงานทยอยลาออกโดยสมัครใจเป็นจำนวนมาก เพราะรายได้น้อยมาก ไม่มีโอที และสวัสดิการเทียบเท่าโรงงานใกล้เคียง  จากทั้งหมดที่มี  500  คนเหลือ 300 คน จนล่าสุดเหลือเพียง 41 คน ทำงานกับเครื่องจักร 30 กว่าเครื่อง ที่เหลือวางชิดมุมห้อง

บริษัทเวิลด์เวลล์ การ์เม้นท์ จำกัด มีพนักงานทั้งหมด 41 คน เป็นหญิง 36 คน เป็นชาย 5 คน พนักงานส่วนใหญ่อายุมาก มีอายุการทำงาน10-15 ปี จำนวน 8 คน อายุการทำงาน 5-10 ปี จำนวน 4 คน อายุการทำงาน1-4 ปี จำนวน 19 คน  จากจำนวน 41 คน มีพนักงานรายเดือนทั้งหมด 10 คนอายุงาน11-15 ปี จำนวน 4 คน ส่วน 6 คน อายุงาน 3-4 ปี ที่เหลือเป็นพนักงานรายวัน

            ทั้งคนงานรายวันและรายเดือนทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างผลกำไร และออเดอร์ต่อเนื่องให้บริษัท คนงานแผนกคิวซีเล่าว่า บริษัทได้ผลกำไรตอบแทนจำนวนมากแต่กลับไม่ขึ้นค่าจ้างให้คนงาน เช่น คนงานได้รับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 203 บาท แต่สินค้าที่ผลิตแล้วถูกตีราคาชิ้นละประมาณ 700 บาท ส่งให้เอเย่นในเมืองไทย สินค้าของไทรอัมพ์นั้นชิ้นละ 1,950 หรือบางตัว 1,600 บาท

            2-3 ปีที่ผ่านมา ไทรอัมพ์ส่งออเดอร์มาให้เวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ นายจ้างจึงสั่งให้คนงานเร่งทำล่วงเวลา แต่เมื่อเขาปลดคนงานทั้งหมดออกและปิดโรงงานในวันที่ 1 พ.ค. โดยไม่ยอมจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้างค้างจ่าย และค่าบอกกล่าวล่วงหน้าแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ยังลดเงินเดือนพนักงานรายเดือน 20%-25% ของเงินเดือน

            นายจ้างมีนโยบายให้แต่ละไลน์ทำงานแบบเหมาช่วงในช่วงปี 2548 เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด จำนวนผลผลิตมากขึ้น  ใช้ระบบแข่งขันกันทำยอดการผลิต คือ หากสามารถทำยอดได้เกิน 200 ตัว ทุกคนจะได้เงินรางวัลผลผลิต เบี้ยขยัน ค่าฝีมือสำหรับคนที่เย็บในตำแหน่งที่ยาก-ง่ายตามลำดับ ดังนั้น หากทำยอดเกินจะได้รับรายได้คนละประมาณ 100-300/วีค  ด้วยนโยบายดังกล่าว กดดันให้คนงานลาออกเป็นจำนวนมาก

            คนงานเวิลด์เวลล์ต้องกินค่าจ้างขั้นต่ำและสวัสดิการน้อยนิดมานานแล้ว นายจ้างพวกเขาไม่เคยปรับค่าแรงให้เอง ต้องให้เป็นไปตามประกาศการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งเพิ่มให้น้อยมาก ในอดีตคนงานทำงานได้ค่าแรงวันละ 100 บาทจนมาบัดนี้ค่าแรง 203บาท ทั้งยังให้ค่าเบี้ยขยัน ค่าฝีมือ รางวัลเพิ่มเล็กน้อย แต่ไม่มีโบนัสเลย ส่วนค่าล่วงเวลาให้ 1.5 เท่าของค่าแรงรายวัน

 

ผลกระทบของการเลิกจ้างต่อสังคมไทย

 

            คนงานจำนวนมากเป็นคนอายุมาก และเป็นผู้หญิง บางส่วนตั้งครรภ์ ป่วย ขาดโอกาสที่จะได้งานใหม่ เมื่อถูกเลิกจ้างจึงตกอยู่ในสถานะลำบาก เช่น ต้องกู้เงินนอกระบบ ใช้เงินออมที่มีเพียงจำนวนน้อย ใช้หนี้สิน กลับไปอยู่บ้านนอก เป็นต้น ดังจะเห็นจากกรณีตัวอย่างนี้

·    ป้าช่อทิพย์ คนงานไทรอัมพ์ต้องเลี้ยงดูลูก 2 คน เป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวเป็นหลัก ลูกๆ กำลังเรียนอยู่ คือ คนเล็กอายุ 12 ขวบ คนโตอายุ 17 ปี ทั้งยังมีหนี้สินอยู่ด้วย หากสหภาพแรงงานไม่สามารถต่อรองค่าชดเชยกับนายจ้าง เงินสะสมของเธอก็จะต้องถูกใช้ไปจนหมดในไม่ช้านี้แน่ ทั้งไม่สามารถจะหางานใหม่ทำได้เพราะอายุมาก และลูกๆ ก็จะได้รับความเดือดร้อน นายจ้างเสนอค่าชดเชยให้ 130,000 บาทซึ่งต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

·    คุณวราภรณ์กลังตั้งครรภ์อายุ 31 ปี ถูกเลิกจ้าง และจะได้รับค่าชดเชย 50,000 ทซึ่งไม่พอกับค่าเลี้ยงดูบุตรของเธอ ที่เธอได้วางแผนไว้แล้ว และถูกทำลายลง ตอนนี้เธอต้องพึ่งพิงสามีที่ทำงานมีรายได้เดือนละ 6,500 บาท ช่วงนี้เธอไม่สามารถออกไปหางานทำได้เพราะตั้งครรภ์ ไม่มีใครอยากรับเข้าทำงาน ถ้าไม่ได้ค่าชดเชยเพิ่มขึ้นหรือกลับเข้าไปทำงาน เธออาจจะต้องกลับบ้านนอกไปอยู่กับพ่อแม่ ซึ่งทำไร่ทำนาที่จ.ศรีสะเกษ   นอกจากนี้นายจ้างยังปลดคนงานที่กำลังตั้งครรภ์อีกหลายสิบคนด้วย

·    ป้าสมพร คนงานเย็บผ้าคนหนึ่ง อายุ 51 ปี เริ่มทำงานที่บริษัทเวิลด์เวลการ์เมนท์เมื่อปีพ.ศ.2536 ตอนอายุได้ 35 ปี ไม่เคยเปลี่ยนงาน  มีหน้าที่เย็บผ้าส่งออก ก่อนถูกเลิกจ้างได้ค่าแรงประมาณเดือนละ 8,000 บาท แต่ต้องทำงานล่วงเวลาด้วย แต่มาระยะหลังไม่ค่อยมีออเดอร์ได้ค่าแรง 5,000 บาทต่อเดือน

ป้าสมพรมีลูกสาว 2 คน คนโตอายุ 23 ปี กำลังทำงาน คนเล็กอายุ 18 ปีกำลังเรียนปริญญาตรี ป้าสมพรต้องรับผิดชอบการเรียนของลูกด้วย ตอนนี้อยู่ที่สมุทรสาครเพียงลำพังและต้องจ่ายค่าเช่าบ้านซึ่งเมื่อก่อนไม่ต้องจ่ายเพราะอยู่หอพักของบริษัท ส่วนลูกๆ อยู่กับพ่อ ที่จังหวัดเชียงรายซึ่งมีอาชีพทำนาทำไร่

หลังจากถูกเลิกจ้าง คุณป้าคนนี้ต้องนำเอาเงินออมที่เหลือมาใช้จ่ายประจำวันซึ่งใกล้จะหมดแล้ว ตอนนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นคือ ค่าเช่าบ้านเดือนละ 1,500 บาทของ ค่าอาหารวันละประมาณ 100 บาท ค่าเดินทางวันละ 20 บาทเพื่อมาชุมนุมหน้าโรงงานตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2552

·    คุณวรรณภา อายุ 35 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ทำงานที่บริษัทเวิลด์เวลล์แห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี 6 เดือนแล้ว ก่อนเลิกจ้างมีรายได้วีคละ 3,000 บาท ไม่ได้รับค่ารางวัลผลผลิต ค่าเบี้ยขยัน เพราะเป็นตำแหน่งตรวจสอบคุณภาพ ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูก 2 คน ซึ่งกำลังเรียนม. 4 และป.2 ดูแลพ่อและแม่ของตัวเอง อาศัยบ้านของพ่อแม่ ไม่ต้องเช่า วันหนึ่งต้องใช้จ่ายวันละ 150-180 บาท เมื่อถูกโกงค่าแรง ค่าชดเชย ทำให้ไม่สามารถหาเงินมาเป็นค่าเทอมของลูกๆ จึงต้องกู้ยืมเงินนอกระบบเป็นจำนวนหลักหมื่น ดังนั้นจึงได้ไปสมัครงานใหม่ทำ

 

ยังมีคนงานหญิงอีกจำนวนมากและครอบครัวของพวกเขาที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างครั้งนี้ แต่เราสามารถจินตนาการได้ว่าพวกเขาจะอยู่อย่างไรหากไม่มีงานทำ กำลังแรงงานนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพลังสังคมทั้งหมด ที่รวมถึงคนงานข้ามชาติในประเทศไทยด้วย พวกเขาทำงานแบบรวมหมู่เพื่อสร้างมูลค่าส่วนเกินและความมั่งคั่งให้ผู้ประกอบการเอกชน แต่กลับมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำ โดยเฉพาะแรงงานชาวพม่าที่ไม่มีเสรีภาพและสิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ซ้ำรายยังเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ด้วย

            ส่วนรัฐบาลนั้นเข้าขางฝ่ายนายทุนเสมอ เวลาที่คนงานมีปัญหาข้อพิพาทกับนายจ้าง คนงานได้เรียนรู้ว่าตนเองไม่ได้รับความยุตธรรม เช่น กระบวนการยุติธรรมล่าช้า ไม่มีการลงโทษนายจ้างที่เลิกจ้างผิดกฎหมาย ไม่ได้รับค่าชดเชยอย่างที่ควรจะเป็น  คนงานไทรอัมพ์และเวิลด์เวลล์การ์เม้นท์ยังคงต่อสู้ปักหลักที่หน้าโรงงานต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องของตนเองจะได้รับการตอบสนอง

 

--------------------------------------------




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]