• หม้อแกงลิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s1-789@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 131115
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
ดอกหม้อแกงลิง
ดอกหญ้าธรรมชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/praprommonkalachan
วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2552
Posted by หม้อแกงลิง , ผู้อ่าน : 6050 , 18:17:11 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                บูชามีจิตแผ้ว                         ผ่องใส

                                บูชิตคนดีใด                                          ใหญ่น้อย

                                ล้วนแต่สุจริตใจ                                   สุขชื่น สราญแฮ

                                ผลสุขจักเคลื่อนคล้อย                         ติดต้อยตามสนอง

                                ขอนอบน้อมแด่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นศาสดาเอกของโลก

ขอนอบน้อมแด่ พระธรรมอันเป็นคำสั่งสอนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว

ขอนอบน้อมแด่ พระอริยสงฆ์สาวกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้สืบทอดพระธรรมคำสอน

ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว จนมาถึงเราชาวโลกจนปัจจุบันนี้

ขอคารวะระลึกถึงพระเดชพระคุณ พระพรหมมังคลาจารย์ ปัญญานันทะภิกขุ อดีตประธานสงฆ์วัดชลประทานรังสฤษฎ์

ขอคารวะพระเดชพระคุณ พระเทพปริยัติเมธี ประธานสงฆ์วัดชลประทานรังสฤษฎ์องค์ปัจจุบัน

ขอเจริญพร ญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ที่ได้ติดตามรายการ พุทธสุภาษิตสะกิดใจ ที่มีอัตมาภาพ

พระมหาสำราญ จนฺทสโร แห่งวัดชลประทานรังสฤษฎ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ สำหรับพุทธสุภาษิตในวันนี้นั้นอัตมาภาพ จักได้นำเสนอพุทธสุภาษิตที่ว่า

                ปูชา    ปูชะนียานํ  เอตมฺมํคลมุตฺตมํ

                ที่มาในมงคลสูตร  ซึ่งแปลความเป็นภาษาไทยว่า  การบูชาบุคคลที่ควรบูชา เป็นมงคลอย่างยิ่ง

                ญาติโยมทั้งหลาย คนนั้นมีการอยู่รวมกันเป็นหมู่ เริ่มจากครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล เมือง และประเทศ ตลอดจนถึงชาวโลก  ผู้ที่เป็นใหญ่ในหมู่นั้นล้วนแล้วมีคนรักและบูชาในหมู่ของตนทั้งสิ้น  ส่วนนักปราชญ์นั้นจะมีคนบูชาโดยทั่วไป ผู้น้อยต้องบูชาผู้ใหญ่นี่เป็นธรรมเนียมอันเก่าแก่ ไม่ใช่ธรรมเนียมอันคร่ำคร่าล้าสมัยแต่อย่างใดเลย

ดังนั้นเราพูดถึง การบูชา  มาทำความรู้ความเข้าใจกันก่อนว่า การบูชาหมายถึงว่า การยกย่อง ชื่อว่าบูชา

                ดังนั้นการบูชานั้นเราถือกันว่า เป็นสิ่งที่ดีและชอบธรรม แต่ทว่าการบูชาอาจกลายเป็นสิ่งที่เลวร้ายได้ ถ้าผู้กระทำการบูชานั้น เป็นผู้มีมิจฉาทิฎฐิ กระทำการบูชาในทางที่ผิด ทำให้เกิดโทษเสื่อมเสียได้ แต่ถ้าผู้กระทำการบูชา เป็นผู้มีสัมมาทิฎฐิ รู้จักเลือกบูชาทางที่ถูกต้อง ให้เกิดประโยชน์ ดังคำว่า  *บูชาคนดีเป็นศรีแก่ตัว บูชาคนชั่วพาตัวจัญไร บุชาคนดีให้สำเร็จประโยชน์ บูชาคนโฉดพาตัวฉิบหาย หรือบูชาคนพาล พาลพาไปหาผิด บูชาบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล*  ฉะนั้นการบูชาในทางที่ผิดญาติโยมทั้งหลาย จะทำให้เกิดโทษที่ร้ายแรงได้ ยกตัวอย่างเรื่อง ปริพาชกคนหนึ่งชื่อว่า จัมมะสะฎก ซึ่งเป็นชาวเมืองพาราณสี ในวันหนึ่งเขาเที่ยวหาอาหารในเมือง ได้เดินไปถึงสนามชนแพะมีแพะตัวหนึ่งเห็นเขาเข้า มันได้ย่อตัวลงเพื่อต้องการจะขวิดเขา แต่เขาไม่ได้ถอยห่างออกมา ด้วยความเข้าใจว่า แพะตัวนี้จะทำความเคารพ จึงได้ยืนประณมมือขอบใจมัน พ่อค้าคนหนึ่งได้เตือนเขาว่า *ท่านครับ ขออย่าไว้ใจสัตว์สี่เท้าเลย ที่แพะมันย่อตัวลงนั้นเพราะว่ามันหมายจะขวิดท่านนั่นเอง*  ทันใดนั้นเองแพะก็ได้วิ่งปราดเข้ามาขวิดเขาที่หน้าอก ทำให้เขาล้มลงนอนเกลือกกลิ้งแล้วคร่ำครวญว่า *ผู้ยกยองคนไม่ควรยกย่อง ต้องถูกคนไม่ควรยกย่องฆ่าเสีย เหมือนข้าพเจ้าผู้โฉดเขลาถูกแพะขวิด จึงต้องตายในวันนี้*

                                                บูชาคนชั่วช้า                        พาลชน

                                หวังแผ่เผื่อคราวจน                            ยากไร้

                                เมื่อเขาสร่างทุกข์ทน                          มีสุข บ้างนา

                                มักประทุษร้ายให้                 แก่ผู้มีคุณ

                ฉะนั้นการที่เราบูชาคนที่ไม่ควรบูชานั้นนะญาติโยมทั้งหลาย ถึงแม้ว่าไม่ทำให้เกิดโทษแก่เรา แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแก่เราเลย

                การที่เราจะบูชา คนที่ควรบูชาหรือสิ่งที่ควรบูชานั้น เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าบุคคลหรือสิ่งที่เราควรบูชานั้น มีอะไรบ้าง

อย่างที่ ๑ คือการบูชาบุคคลที่ควรบูชา กล่าวเป็นภาษาบาลีว่า ปูชนียบุคคล หรือปูชไนยบุคคล แปลความว่า บุคคลผู้ที่ควรบูชา เมื่อพูดรวมๆกันแล้วก็คือคนดีที่บุคคลทั่วไปควรบูชานั่นเอง คนดีนั้นจะดีเฉพาะ หรือดีทั้งตัว ก็เป็นบุคคลที่ควรบูชา ตามสถานะหน้าที่ของตน เช่น

พ่อแม่  ซึ่งพ่อแม่นั้นเป็นปูชนียบุคคลของลูกชายหญิง ในฐานะที่เป็นผู้ให้กำเนิด และเลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออก จนเติบใหญ่  มีหน้าที่ห้ามไม่ให้กระทำความชั่ว ,ให้ตั้งอยู่ในความดี, ให้ศึกษาศิลปวิทยา , หาภรรยาสามีที่สมควรให้, มอบทรัพย์สินให้ในเวลาอันควร และเป็นพระพรหม, เป็นพระอรหันต์, เป็นพระบุรพาจารย์ประจำชีวิตของทั้งลูกชายหญิง

ครูอาจารย์เป็นปูชนียบุคคลของลูกศิษย์ทั้งหลาย ในฐานะที่เป็นผู้ที่ประสิทธ์ประสาทวิชาความรู้ สอนให้เป็นคนดี, ให้เรียนดี, สอนความรู้ให้โดยสิ้นเชิง, ไม่ปิดบังอำพราง, ยกย่องความดีให้ปรากฏแก่กลุ่มเพื่อน, ช่วยปกป้องเมื่อลูกศิษย์มีภัย หรือต้องการความช่วยเหลือ

หัวหน้าผู้บริหารในตำแหน่งต่างๆ เป็นผู้มีความเมตตา กรุณา มุฑิตา อุเบกขา ไม่ใจจืด ใจดำ ระงับทุกข์บำรุงสุขแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

พระมหากษัตริย์ เป็นปูชนียบุคคลของมวลพสกนิกร ในฐานะที่ทรงเป็นพระประมุข ของปวงชนชาวไทย และทรงทศพิธราชธรรม คือทรงพระราชทานวัตถุสิ่งของแก่ผู้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือ, ทรงสังวรรักษาพระอาการกาย วาจา ให้บริสุทธิ์ , ทรงสละไทยธรรมบรรเทามัจฉริยะ อาชชวะ อัธยาศัยประกอบไปด้วยความซื่อตรง, ดำรงในสัตย์ สุจริต มัททวะ พระอัธยาศัยอ่อนละมุน ทรงบำเพ็ญตบะ ไม่ทรงเบียดเบียนผู้ใด, ทั้งยังมีพระราชหฤทัยที่ดำรงมั่นอยู่ในขันติ, และทรงรักษาความยุติธรรมเที่ยงตรงไม่ผันแปร

พระพุทธเจ้า ทรงเป็นปูชนียบุคคลของพุทธบริษัท ในฐานะที่ทรงมีพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ

พระกรุณาคุณ ทั้งยังทรงตั้งพระศาสนา ประกาศสัจธรรม บัญญัติพระวินัย ให้ปวงชนชาวโลก ละเว้นในสิ่งที่ควรเว้น และประพฤติในสิ่งที่ควรประพฤติ

                พระสงฆ์สาวก เป็นปูชนียบุคคลของพุทธศาสนิก ในฐานะที่เป็นผู้ปฎิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเป็นธรรม  ปฏิบัติสมควร เป็นนาบุญของชาวโลก และสอนพระศาสนาสืบต่อกันมา

                                                ๑ร่มไม้เย็นพักผ่อนหายร้อนอาตม์

                                ร่มเงาญาติเย็นสบายหายเงียบเหงา

                                ร่มพ่อแม่เย็นสุขทุกข์บางเบา

                                เกิดเย็นเกล้าเคล้าทุกข์อยู่ทุกข์ยาม

                                                ๑ร่มอาจารย์กันเขลาเกิดเชาวน์กล้า

                                ร่มราชากันศรัตรูให้รู้ขาม

                                ร่มพระพุทธกันร้อนผ่อนลุกลาม

                                ให้โลกสามเย็นชื่นกว่าอื่นใด

                อย่างที่2 วัตถุที่ควรบูชา ซึ่งเรียกตามภาษาบาลีว่า ปูชนียวัตถุ  ซึ่งแปลความเป็นภาษาไทยว่า วัตถุที่ควรบูชา  ฉะนั้นวัตถุที่ควรบูชาในที่นี่ หมายเอา ปูชนียวัตถุ ที่นับเนื่องในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งแบ่งออกเป็น ๔ ประเภทด้วยกันคือ ๑. ธาตุเจดีย์ เจดีย์คือพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระสาวก

๒. บริโภคเจดีย์ คือ สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง ได้แก่ที่ ปะสูติ ตรัสรู้ ที่แสดงปฐมเทศนา และที่ปรินิพพาน ตลอดจนถึงพุทธบริขาร และต้นพระศรีมหาโพธิ์

๓. ธรรมเจดีย์ เจดีย์พระไตรปิฏก คัมภีร์พระธรรมที่จารในใบลาน หรือที่พิมพ์เป็นเล่ม สมุดและคำสั่งที่จารึกในแผ่นศิลา

๔. อุทเทสิกเจดีย์ เจดีย์ คือพระพุทธรูป รอยพระพุทธบาท และรูปพระสงฆ์สาวก

                ฉะนั้น บรรดาบุคคลและวัตถุที่ควรบูชาเหล่านี้ อย่างพ่อแม่ผู้ที่อุปการคุณในฐานะที่เป็นบุพพการี เป็นพระประจำตัวของลูกชายหญิง จัดเป็นนาบุญของลูก, ครูอาจารย์ประสาทศิลปวิทยา, จัดเป็นนาบุญของลูกศิษย์ ผู้ว่าง่ายสอนง่าย, หัวหน้าผู้ปกครองที่จัดเป็นนาบุญของผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ซื่อตรง และเชื่อฟังคำบังคับบัญชาในทางที่ถูก, พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม จัดเป็นนาบุญของมวลพสกนิกรผู้จงรักภักดี , ส่วนพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสงฆ์สาวก จัดเป็นนาบุญของโลกผู้มีศรัทธาประสาทะ เป็นอย่ายิ่ง โดยเฉพาะพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือพระอรหันต์ขีณาสพ ซึ่งเป็นผู้ที่มีลักษณะน่าบูชา มีดวงหน้าที่เบิกบานแจ่มใส เมื่อได้พูดคุยปราศรัยด้วยแล้ว ก็จะได้รับแต่ความสบายใจ

                เมื่อเราได้รู้กันแล้วว่า การบูชาเป็นสิ่งที่ดีเมื่อเราได้กระทำอย่างถูกต้อง  คือการบูชาบุคคลและวัตถุที่ควรบูชา เมื่อทำได้อย่างนี้ ย่อมเป็นมงคลอย่างหนึ่งในมงคล ๓๘ แต่เมื่อเราบูชาในทางที่ผิด เช่นเราไปบูชาบุคคล หรือวัตถุ ที่ไม่ควรบูชา เช่นการบูชาไฟ บูชาผีสางนางไม้ บูชาพระอาทิตย์ บูชาคนชั่วว่าเป็นคนดี หรือสิ่งอื่นที่ไม่มีเหตุไม่มีผล  ก็เรียกได้ว่าเป็นอัปมงคลไร้ประโยชน์ ในมังคลัตถทีปนี ท่านแก้ลักษณะการบูชาไว้ ๔ ประการ คือ

๑.                  การกระทำสักการะ เรามาทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่า การกระทำสักการะนั้นนะ หมายถึงทั้งกิริยาและวัตถุ ซึ่งแปลใจความได้ว่า   เป็นการทำความดีทั้ง กาย วาจา ใจ และมีความสุภาพ เพื่อบูชาบุคคลและวัตถุที่ควรบูชา  นั่นเอง

๒.                ครุการะ ในอภิธานัปปทีปิกาสูจิ  คำว่า ครุ แปลว่าหนัก เพราะเป็นของหนักเท่ากับฉัตรหิน แต่ในครุการะ เป็นลักษณะของการบูชา หมายเอาความรักความห่วงใย แปลว่า ทำความรักความห่วงใย นั่นเอง เช่น ลูกมีความห่วงใยในพ่อแม่ พยายามรักษาน้ำใจของท่านไม่ให้เสียใจเป็นต้น

๓.                 มานนา เป็นลักษณะของการบูชาอย่างหนึ่งซึ่งแปลว่า ความนับถือ ลักษณะของความนับถือนั้นต้องมีกิริยา วาจา ที่ดีงามต่อกันประพฤติตัวสม่ำเสมอต่อกัน ยกย่องเชิดชูกัน และอื้อเฟื้อเชื่อฟังกันเป็นสิ่งสำคัญ

๔.                 วันทนา  ในอภิธานัปปทีปิกาสูจิ  ท่านให้ความหมายว่า การชมเชย คือการยกย่องสรรเสริญและใช้ชมเชย บุคคลที่ทำคุณงามความดีที่ควรชมเชย เรียกได้ว่าเป็นมงคล  เช่นเมื่อเรากล่าวชมเชยคุณของพ่อแม่ กล่าวยกย่องคุณของครูอาจารย์ อย่างนี้แหละเรียกว่าบูชาผู้มีคุณที่ควรบูชา

              ทีนี่มาทำความเข้าในเรื่อง หลักการบูชา ๆ นั้นมี ๒ อย่างด้วยกัน อย่างที่ ๑ เรียกว่า

๑.              อามิสบูชา คือการบูชาบุคคลด้วยวัตถุ  อย่างเช่น ลูกทำขนมให้พ่อแม่ทาน ลูกศิษย์ นำของขวัญมาให้ครูบาอาจารย์ในวันครูเป็นต้น

๒.            ปฏิปัตติบูชา  การตามสถานะของตนที่จะปฏิบัติได้ เช่น พระภิกษุสงฆ์ บำเพ็ญอุปัชฌายวัตร อาจาริยวัตรไม่ละเมิดพระวินัยบัญญัติ  และคฤหัสถ์ เข้าถึงพระรัตนะตรัยเป็นสรณะ รักษาเบญจศีล รักษาอุโบลถศีล และกุศลกรรมบถ ๑๐ การกระทำอย่างนี้เรียกว่าปฏิบัติบูชา

          ผลของการบูชา  ทีนี่เราก็มาติดตามผลของการบูชาบ้างว่า เมื่อเราได้กระทำการบูชาทั้งสองอย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น ว่าจะได้รับผลสะท้อนกลับมาอย่างไรบ้าง นั้นขึ้นอยู่กับว่า เราเลือกบูชาคนที่ควรบูชาหรือเปล่า ถ้าหากว่าเราไปบูชาคนที่ไม่ควรบูชา ก็ทำให้ชีวิตของเรามีแต่ความตกต่ำท่าเดียว มีแต่ความเป็นอัปมงคลอย่างเดียว เช่นการคบคนชั่วร้าย เลวทราม บุคคลเช่นนี้ เป็นคนที่บูชาคนที่ไม่ดี อัปรีย์จัญไรอาจถูกทำลายชีวิตได้ ย่อมที่จะชักนำชีวิตของเราให้ตกต่ำอย่างเดียว เพราะว่าบุคคลเหล่านั้น จะบูชาแต่สิ่งที่ไร้สาระ ไม่มีเหตุไม่มีผล

                ผลจากการบูชาคนที่ควรบูชา คือบูชาคนดี เช่นพ่อแม่ ครูอุปัชฌาอาจารย์ พระมหากษัตริย์ พระพุทธเจ้า หรือผู้มีพระคุณอื่นอีก ทั้งยังบูชาวัตถุที่ควรบูชาที่ควรแก่ระลึกถึง เช่นพระธาตุเจดีย์ ปริโภคเจดีย์ ธรรมเจดีย์ อุทเทสิกเจดีย์ สิ่งเหล่านี้แหละเมื่อเราบูชาด้วยอามิส และปฏิปัติบูชาแล้วย่อมที่จะส่งผลให้เกิดเป็นมงคล เพราะเป็นอนุสติสถานที่มีคุณ ให้เราระลึกถือเป็นข้อปฏิบัติชีวิตให้บริสุทธิ์สะอาดดีงามได้

                สรุปได้ว่า บรรดาการบูชาเหล่านี้ อามิสบูชาจะอำนวยผลเฉพาะแก่ผู้ที่กระทำ เพียงแต่ให้เกิดปีติศรัทธาเลื่อมใสมีคติไปดีในโลกเบื้องหน้าเท่านั้น แต่จะไม่อาจจะรักษาศาสนาเอาไว้ได้  ส่วนการปฏิบัติบูชานั้นจะส่งผลแก่ผู้ที่กระทำให้ไปสู่สุคติที่เป็นไปในชาติหน้า และให้ได้ความสงบสุข บรรลุวิมุติ หลุดพ้นจากกิเลสและกองทุกข์ทั้งหลาย ในที่สุดทั้งยังสามารถดำรงพระพุทธศาสนาเอาไว้ได้ด้วย ดังนั้นการบูชาบุคคลและวัตถุที่ควรบูชานั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสเอาไว้ว่า เป็นมงคลยอดชีวิต

                สำหรับรายการพุทธสุภาษิตสะกิตใจในวันนี้นั้น เห็นว่าสมควรแก่เวลาจึงขอยุติเอาไว้แต่เพียงเท่านี้ ขอญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ผู้นำธรรมะที่ได้ศึกษาไปปฏิบัติให้เกิดความสุขอันสมควรแก่ธรรมตลอดกาลนาน ขอเจริญพร

รายการพุทธสุภาษิตสกิตใจออกอากาศที่ 104.75 MG เวลา 16.30นทุกวันพฤหัสบดี




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ฟังคำสอน ของหลวงพ่อปัญญา

หลวงพ่อ ปัญญา นันทภิขุ ผู้ซึ่งเป็นพระที่พวกเราเคารพยิ่งเลยนำคำสอนของท่านมาให้ฟังกันเป็นครั้งสุดท้ายครับ

View All
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]