• หม้อแกงลิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s1-789@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-11
  • จำนวนเรื่อง : 55
  • จำนวนผู้ชม : 131098
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
ดอกหม้อแกงลิง
ดอกหญ้าธรรมชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/praprommonkalachan
วันพฤหัสบดี ที่ 29 เมษายน 2553
Posted by หม้อแกงลิง , ผู้อ่าน : 2605 , 10:35:02 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

   ทักษิณตาย...เสื้อแดงไม่จบ รากหญ้าเดินหน้าสู้ต่ออำนาจรัฐ ขณะที่ความขัดแย้งใน “กองทัพ” ส่อแววปะทุหนักกว่าเดิม นักวิชาการเชื่อพรรคเพื่อไทยถึงคราว “เรือแตก” ส.ส.หลั่งไหลเข้าพรรคร่วมอื้อ โดยเฉพาะ “พรรคเนวิน” มาแรงสุด ขณะที่รัฐเตรียมตามเช็คบิลธุรกิจตระกูลชินวัตร -กลุ่มทุนหนุนม็อบเสื้อแดงรอดยาก ชี้ “ปฎิรูป”ประเทศไทยทางออกสุดท้าย
       

       ความขัดแย้งในสังคมไทยที่ยาวนานมากว่า 5ปีนับตั้งแต่ช่วงปี 49 เป็นต้นมา ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คือจุดร่วมที่สำคัญอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น และเมื่อเกิดกระแสข่าวถึงการเจ็บป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิตตามกระแสข่าวของสำนักข่าวหลายสำนักทั้งในและต่างประเทศ หากเป็นความจริงความขัดแย้งในสังคมไทยที่กำลังดำรงอยู่ในขณะนี้ ซี่งมีชนวนมาจากเขานั้น จะสามารถยุติได้หรือไม่ และอนาคตประเทศไทยจะเป็นเช่นไร
       
       แดงสลาย-พท.แพแตก
       
       ดังนั้น ภาพการเมืองหลังยุคทักษิณ จึงเป็นยุคที่หลายคนตั้งคำถามถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในด้านต่างๆ และหากถึงขั้นเสียชีวิตตามกระแสข่าวก็มีการตั้งข้อสังเกตุในหลายด้านรวมถึงผลกระทบระยะสั้นที่ส่งผลอย่างชัดเจนย่อมหนีไม่พ้นการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ตรึงพื้นที่ราชประสงค์และบริเวณสวนลุมพินีอยู่ที่จะได้รับผลกระทบอย่างมากหากไร้ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นตัวยืน
       
       “ที่มาชุมนุมกันมากมายหรือยืนระยะได้นานขนาดนี้ก็เพราะว่าผู้ชุมนุมเชื่อมั่นในตัวคุณทักษิณ ลำเพียงเพียงแค่การนำของ 3 เกลอ เชื่อว่าไม่มีแรงดึงดูดพอที่จะทำให้มวลชนเหนี่ยวแน่นและต่อสู้ได้นานขนาดนี้”
       
       รัตพงษ์ สอนสุภาพ รองผู้อำนวยการศูนย์ธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยจันทรเกษม กล่าว พร้อมประเมินว่า ในภาวะที่มีการต่อสู้ทางการเมืองค่อนข้างสูง ผู้นำซึ่งเป็นหลักยึดเหนี่ยวของมวลชนยอมส่งผลสำคัญและยิ่งคำประกาศของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ระบุว่า ได้กลายเป็นคนมอนเตรเนโกรแล้ว ก็กระทบต่อความรู้สึกของแนวร่วมคนเสื้อแดงไม่น้อย
       
       ซ้ำร้ายหากพ.ต.ท.ทักษิณเสียชีวิตจริง แกนนำ 3 เกลอคาดว่าจะไม่สามารถดำเนินการชุมนุมต่อไปได้เพราะมวลชนที่มานั้นต้องการต่อสู้เพื่อพ.ต.ท.ทักษิณมิใช่เพื่อ 3 เกลอผลกระทบในระยะสั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าผู้ชุมนุมรวมถึงผู้ให้การสนับสนุนทยอยถอนตัวและแผ่วกำลังลงจนยุติการชุมนุมในที่สุด
       
       ขณะที่ในภาคการเมืองในสภาที่ขับเคลื่อนโดยส.ส.พรรคเพื่อไทยก็จะได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน เนื่องจากการถือกำเนิดของพรรคในขั้วพ.ตท.ทักษิณ เริ่มตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนมาจนถึงพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มการเมืองต่างๆที่ได้รับการดูแล ทั้งในเรื่องของเงินสนับสนุน การวางยุทธศาสตร์ นโยบายของพรรค รวมถึงการยึดโยงผลประโยชน์เป็นหลักและแตะมือกันอย่างหลวมๆโดยอาศัยกระแสทักษิณเพื่อเข้าสู่สภา จนถึงปัจจุบันที่ชื่อของพ.ต.ท.ทักษิณยังคงถูกใช้เป็นจุดขายชั้นดีในการเลือกตั้งทุกครั้ง
       
       “ธรรมชาติของนักการเมืองหากพรรคไร้จุดขายหรือขาดแรงดึงดูด นักการเมืองในพรรคก็พร้อมที่จะสละเรือ ยิ่งส.ส.ในพรรคเพื่อไทยก็คาดว่าพร้อมที่จะสละเรืออยู่แล้ว ซึ่งก็มีตัวเลือกทั้งการไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งมีความคุ้นเคย หรือการตั้งพรรคการเมืองใหม่”
       
       ดังนั้น นักการเมืองในขั้วพรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะสละเรือ เพื่อไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีแรงดึงดูด และมีความได้เปรียบมากกว่า ซึ่งอาจจะเป็นพรรคที่มีความใกล้ชิดกันที่สุดอย่างพรรคภูมิใจไทยที่มีเนวิน ชิดชอบ ให้การสนับสนุน รวมถึงบางส่วนจะนำไปสู่การจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็มีความเป็นไปได้
       
       ไล่เช็คบิล
       'พรรค-ทุน'ขั้วทักษิณ

       
       รวมถึงกระบวนการอื่นๆซึ่งเมื่อหากไร้ซึ่งการนำของพ.ต.ท.ทักษิณ การตามติดเช็คบิลโดยรัฐบาลก็จะเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูกันต่อไป โดยเฉพาะกรณีการก่อความรุนแรงโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่มองว่ามีการแฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีการมองว่ามีความเกี่ยวพันในหลายส่วน
       
       ทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่พบว่าส.ส.บางส่วนที่อาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายการสนับสนุนการก่อการร้าย ซึ่งมีความผิดตามรัฐธรรมนูญซึ่งอาจถูกสืบสาวนำไปสู่การยื่นฟ้องยุบพรรคและอาจถึงจุดอวสานของพรรคในขั้วพ.ต.ท.ทักษิณอย่างแต่จริงทั้งจากการยุบพรรค หรือจากการสละเรือของส.ส.
       
       นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจที่มีความเกี่ยวพันกับการชุมนุมซึ่งครอบคลุมในหลายธุรกิจโดยอาจมีการจับตาไปยังธุรกิจของตระกูลชินวัตร เป็นเป้าหมายแรก รวมถึงกลุ่มธุรกิจตระกูลอื่นๆที่มีความใกล้ชิดกับครอบครัวชินวัตร โดยเฉพาะประเด็นการให้ทุนสนับสนุนการก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงตามที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)และเรียกพบเพื่อขอข้อมูล
       
       ทั้งนี้ หากกลุ่มใดมีความเกี่ยวพันแน่นอนว่าจะถูกดำเนินการอย่างจริงจัง ซึ่งธุรกิจบางส่วนที่อยู่นอกเหนืออำนาจรัฐที่จะจัดการได้ อาทิ กลุ่มธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมที่ได้ขายไปยังกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของประเทศสิงคโปร์ อย่างเทมาเสกไปแล้วนั้น เป็นการยากที่รัฐบาลจะสามารถดำเนินการใดๆได้
       
       คดีครอบครัวชินวัตรยังไม่จบ
       
       อีกส่วนหนึ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ คดีความทางกฎหมาย ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณมีคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมจำนวนมาก แม้ว่าคดีบางส่วนจะสิ้นสุดลงแล้วทั้งกรณีการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดา การยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท และคดีอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งตามหลักการพิจารณาคดีความทางอาญา หรือคดีทางการเมือง อาทิ การตัดสิทธิทางการเมืองก็จะสิ้นสุดลงเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณเสียชีวิต
       
       ทว่า คดีทางแพ่งที่ผูกพันในทางทรัพย์ แม้ว่าพ.ต.ททักษิณจะเสียชีวิตกระบวนการทางกฎหมายก็จะยังคงดำเนินต่อไป โดยดำเนินการต่อไปในสายของทายาท หรือกองมรดกที่ยังคงหลงเหลือซึ่งขึ้นอยู่กับรัฐที่จะทำการฟ้องร้องต่อไปหรือไม่
       
       “ โดยหลักการคดีอาญาย่อมสิ้นสุดลงเมื่อจำเลยเสียชีวิต ซึ่งหากพ.ต.ท.ทักษืณเสียชีวิตคดีอาญาหรือคดีทางการเมือง ซึ่งมีโทษผูกพันต่อตัวจำเลย แต่คดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะต้องถูกดำเนินต่อไปเพราะมีความผูกพันกับทรัพย์สินซึ่งยังคงดำเนินการต่อไปได้”
       
       คมสัน โพธิ์คง อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช ระบุ
       
       หวั่นเกิดผู้อุปถัมภ์
       ตามรอยทักษิณ

       
       อย่างไรก็ตาม ระบบหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับการดำรงตำแหน่งผู้นำของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ก็คือ ระบอบทักษิร หรือ ระบบอุปถัมภ์เชิงลึก ที่ถูกปลูกฝังจากรากฐานทางสังคมของไทยและเพิ่มดีดรีความเข้มข้นโดยพ.ต.ท.ทักษิณ ให้กระจายไปแทบทุกวงการทั้งภาครัฐ เอกชนตลอดจนประชาชนทั่วไป
       
       รูปแบบดังกล่าวจึงกลายเป็นรากฐานทางการเมือง ทุนและอำนาจบารมีของพ.ต.ท.ทักษิณ แน่นอนว่า ผลสำเร็จที่ตามมาและพิสูจน์ได้ชัดก็คือ การได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทุกครั้งของพรรคการเมืองขั้วพ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึงความนิยมในตัวพ.ต.ท.ทักษิณที่อยู่ในระดับสูงจนถึงขั้นที่พบว่ามีผู้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อต่อสู้กับรัฐบาล ดังเหตุการณ์ที่ปรากฎในวันที่ 10 เม.ย.53 ที่ผ่านมา
       
       ด้วยรูปแบบดังกล่าวที่เสมือนเป็นตัวอย่างชั้นดีของนักการเมืองกลุ่มอื่นๆที่มีแนวโน้ว จะนำรูปแบบดังกล่าวไปดำเนินรอยตาม ดังที่พบเห็นว่านโยบายประชานิยมได้ผลก็ถูกนำไปปรับใช้ในทุกพรรคการเมือง รูปแบบสังคมอุปถัมภ์ที่ดำรงอยู่จึงจะยังดำรงต่อไปและจะมีผู้ที่เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้อุปถัมภ์เพื่อสร้างฐานอำนาจและผลประโยชน์ต่อไปเพื่อแทนที่พ.ต.ท.ทักษิณ
       
       “ระบอบอุปถัมภ์จะไม่หายไป แต่จะมีการเดินตามรอยเพื่อขึ้นมาเป็นผู้อุปถัมภ์แทนที่พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อแสวงหาความนิยม บารมีต่อไปเพื่อสร้างฐานอำนาจของตนขึ้นมา”
       
       แม้วกลายเป็นวีรบุรุษ
       
       แน่นอนว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ ความนิยมในตัวพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นไม่ธรรมดาโดยเฉพาะในกลุ่มของคนเสื้อแดงที่พ.ต.ท.ทักษิณในขณะนี้คือ สัญลักษณ์ของประชาธิปไตยและการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งแม้ว่าจะมีมวลชนบางส่วนลดทอนหรือแยกตัวออกไป แต่มวลชนบางส่วนจะยังคงเหนียวแน่นและต่อสู้เพื่อพ.ต.ท.ทักษิณต่อไป
       
       ทว่า ด้วยบุคลิกส่วนตัว แนวคิด การตัดสินใจ ที่เป็นรูปแบบเฉพาะของพ.ต.ท.ทักษิณที่ยากจะลอกเลียนแบบ ผู้ที่จะเข้ามาแทนที่ก็ไม่อาจได้รับการยอมรับจากมวลชนได้ง่ายๆดังที่ปรากฎในยุคของรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่สมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีก็ไม่สามารถได้รับความนิยมเท่าพ.ต.ท.ทักษิณได้ หรือในยุคของรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่นำโดย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องเขย นั้นก็ไม่ได้รับการยอมรับเหมือนเช่นพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ดี
       
       ดังนั้น แม้ว่าจะมีความพยายามหาบุคคลมาแทน หรือพยายามเดินตามรอยก็ยากที่จะมีบุคคลที่สร้างความนิยมและสั่นสะเทือนได้เท่าพ.ต.ท.ทักษิณอย่างแน่นอน
       
       “ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณได้กลายเป็นวีรบุรุษไปแล้ว โดยเฉพาะในใจของคนเสื้อแดง ซึ่งต้องยอมรับว่า ผลงานในอดีตนั้นยากที่จะผู้ที่มาลบล้างได้ง่ายๆ แม้ว่าจะมีความพร้อมด้านทุนก็เชื่อว่ายากที่จะทำได้ถึงขั้นพ.ต.ท.ทักษิณ”
       
       สอดคล้องกับมุมมองของแหล่งข่าวนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนที่วิเคราะห์ว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณเสียชีวิตนั้น กลุ่มคนที่ต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณก็จะมองในแง่ของ บุญ-กรรมที่ตามทันผู้กระทำผิดและประเมินว่ากลุ่มคนเสื้อจะยุติการเคลื่อนไหวลง แต่สำหรับมุมมองของกลุ่มคนเสื้อแดงเชื่อว่าจะยังคงสู้ต่อไปเนื่องจากตลอดเวลาการต่อสู้มีการบ่มเพาะและหลวมรวมภายในกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นการไร้ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณจึงลดทอนพลังลงแต่ก็คาดว่าจะมีบางส่วนที่ยังคงเดินหน้าต่อไป
       
       “ในยุคทักษิณเป็นนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณทำให้คนต่างจังหวัดจับต้องคุณค่าของตัวเองได้ โดยเฉพาะเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค เมื่อก่อนต้องขายนาขายที่ดินรักษาตัว แต่ทุกวันนี้มีบัตรทอง 30 บาทก็ผ่าตัดได้ คนที่ไปร่วมชุมนุมบางคนโชว์แผลที่ผ่าตัดให้คนอื่นดู อันนี้คือประชาธิปไตยที่จับต้องได้”
       
       โจทย์ใหม่ยากกว่าทักษิณ
       

       ทว่า โจทย์สำคัญที่ยังไม่อาจมองข้ามก็คือ กระบวนการมวลชนบางส่วนในกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ที่ขณะนี้ได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องทั้งการให้ข้อมูลต่อผู้ชุมนุมรวมถึงการส่งต่อชุดความคิดผ่านเอกสาร หรือเว๊บไซต์ต่างๆ ซึ่งแฝงตัวเคลื่อนไหวในกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีพ.ต.ท.ทักษิณเป็นสัญลักษณ์ และเชื่อว่ามวลชนกลุ่มนี้จะยังกลายเป็นปัญหาใหม่ของสังคมไทย แทนที่ระบอบทักษิณ
       
       “โจทย์ใหม่ที่เป็นปัญหาสำคัญก็คือ การมุ่งเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง หรือการสร้างรัฐไทยใหม่ ซึ่งกลุ่มที่แฝงตัวอยู่จะยังคงเคลื่อนไหวต่อไปแม้ว่าจะมีพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ก็ตาม”
       
       “ทักษิณ” ตาย
       ทหารหันหน้ารบกันเอง
       

       กระนั้น เมื่อกลับมามอง จุดแข็งของพ.ต.ท.ทักษิณ ก็คือ การให้ความสำคัญกับปัญหาของกลุ่มคนรากหญ้าจนสามารถสร้างความนิยมได้อย่างสูง ขณะที่เสาหลักของประเทศอย่าง “กองทัพ” ก็พบว่ามีความขัดแย้งอย่างสูงที่สุด ถึงขนาดที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยอมรับว่า “ยุคนี้เป็นยุคที่ทหารอ่อนแอถึงขีดสุด”
       
       จึงไม่แปลกที่ภาพของ “ทหารแตงโม” มักปรากฎให้เห็นอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากตำรวจที่มีใจอยู่ฟากคนเสื้อแดงแล้ว ทหารเองก็ออกอาการ “เกียร์ว่าง”ในหลายหน่วยด้วย จึงเท่ากับเป็นการส่งเสริมการก่อความวุ่นวายของคนเสื้อแดงโดยปริยายและมีความฮึกเหิม และไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองใดๆ
       
       ตามที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคง อธิบายว่า ภายในกองทัพมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงมาก ทั้งที่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างและปัญหาความไม่เป็นธรรมในกองทัพที่มีมาอย่างยาวนาน
       
       จนปัจจุบันทหารได้แบ่งออกเป็นหลายกลุ่มได้แก่กลุ่มทหารชั้นผู้น้อย ซี่งมีใจรัก “ทักษิณ” แบบที่คนรากหญ้ารัก เพราะชอบในนโยบายประชานิยม แต่ทหารชั้นกลางขึ้นมานั้น หลายคนเป็นทหารที่เติบโตมาด้วยตนเอง ไม่ใช่กลุ่มวงศ์เทวัญ ซึ่งเป็นตระกูลทหารเก่า หรือไม่ใช่กลุ่มบูรพาพยัคฆ์ ทหารสายหลักที่ทรงอำนาจในกองทัพ ซึ่งไม่เคยได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นธรรม จึงทำให้มีความรู้สึกต่อต้านทหารสายหลักมาโดยตลอด
       
       เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศตัวสู้กับผู้ทรงอิทธิพลในทหารสายหลัก จึงทำให้ทหารระดับกลางที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น มีความหวังว่าจะล้มระบบอุปถัมภ์ในแวดวงทหารได้ แม้ไม่ได้ชอบตัว พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะมีความหวังว่าจะมีโอกาสเติบโตในสายทหารได้ โดยเฉพาะทหารอาวุโส และนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) ที่เป็นเพื่อน พ.ต.ท.ทักษิณด้วย
       
       ฉะนั้นวันนี้ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ เสียชีวิตความขัดแย้งในแวดวงทหารจะยังไม่จบ และเชื่อว่าความขัดแย้งในแวดวงทหารจะยิ่งเป็นปะทุรุนแรงมากขึ้นอีกด้วยซ้ำ
       
       “ถ้าทักษิณเสียชีวิต ความขัดแย้งในแวดวงทหารจะรุนแรงกว่าเดิม เพราะตอนทักษิณอยู่ ทักษิณทำการต่อสู้กับผู้ทรงอิทธิพลในทหาร ทหารกลางๆ ไปจนถึงทหารอาวุโสก็รู้สึกว่ามีคนต่อสู้แทน แต่พอหมดคนต่อสู้แทน ทหารก็จะต่อสู้กันเอง หรือถ้าไม่ต่อสู้ ความไม่เป็นธรรมในองค์กรทหารก็จะมีต่อไป ความขัดแย้งก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ”
       
       เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทย เพราะเวลานี้นับเป็นครั้งแรกที่ปรากฎภาพของการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาในหลายหน่วย หรือผู้บังคับบัญชาทหารออกอาการเกียร์ว่างเมื่อได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงโดยไม่ได้ยึดวินัยทหารเป็นที่ตั้งเหมือนในอดีต
       
       แนะรัฐปฏิรูปประเทศทุกด้าน
       
       ดังนั้น ปัญหาต่างในสังคมที่ฉายชัดยิ่งขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งในสังคมทั่วไปและข้าราชการถึงคราวที่ต้องหันมามาปฏิรูปประเทศกันอย่างจริงจังเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันของสังคมและแก้ไขปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นมานานในสังคมไทยทั้งปัญหาการบังคบใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียม การเข้าถึงทรัพยากร ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการแต่งตั้ง-โยกย้ายข้าราชการ เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ต้องกลับมาแก้ไขกันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะมีพ.ต.ท.ทักษิณอยู่บนผืนแผ่นดินไทยหรือไม่ก็ตาม ซึ่งจำเป็นต้องดึงทุกภาคส่วนมากำหนดกรอบเจรจาตกลงเพื่อหาจุดร่วมเพื่อที่จะช่วยให้สังคมมีทางออกและเดินต่อไปได้
       
       ขณะที่ในมุมของกองทัพเองซึ่ง ถึงคราวในการปฏิรูปอย่างแท้จริงเช่นกัน เพื่อนำกองทัพให้กลับมาเป็นเอกภาพอีกครั้ง โดยต้องเร่งดำเนินการก็คือ 1.การปฏิรูปโครงสร้างกองทัพ ซึ่งปัจจุบันมีความซ้ำซ้อนเชิงโครงสร้างอยู่มาก เช่น ปัญหาคนล้นงาน หรือระบบการศึกษาพยาบาลที่ควรจะยุบรวมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
       
       2.แก้เรื่องการทำให้เหล่าทัพเป็นนิติบุคคลที่ทำให้ 3 เหล่าทัพมีความเป็นเอกเทศนั้น ทำให้เกิดปัญหาในด้านการบริหารงบประมาณ และบริหารกำลังพล ในด้านงบประมาณ ต่างเหล่าทัพต่างซื้อยุทโธปกรณ์กันเองทำให้ยุทโธปกรณ์ที่ซื้อมานำมาใช้ร่วมกันไม่ได้ รวมถึงระบบการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม จึงต้องแก้ไขให้หมดไปด้วย โดยการทำตัวชี้วัดในการขึ้นสู่ตำแหน่งให้ชัดเจน และต้องมีการปรับระบบการศึกษาด้านการทหารให้มีจิตสำนึกของความเป็นประชาธิปไตยให้มากขึ้น
       
       เชื่อว่าหากรัฐบาลสนับสนุนให้กองทัพปฏิรูปดังกล่าวแล้ว จะทำให้สถาบันทหาร กลับมาเป็นองค์กรที่มีเอกภาพ และมีความเป็นทหารอาชีพมากขึ้น ที่สำคัญจะทำให้การเมืองไม่สามารถแทรกแซงเข้ามาในแวดวงทหารได้ด้วย
       
       ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นในไม่ว่าในปัจจุบันหรืออนาคต ประทศไทยจะยังมีพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ ปัญหาต่างๆที่เรื้อรังอยู่แล้วจำเป็นต้องแก้ไขและปัญหาใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างสูงในช่วงของระบอบทักษิณก็ถึงคราวต้องสังคายนาประเทศใหม่เพื่อให้ประเทศไทยกลับสู่ความสงบเรียบร้อยอย่างแท้จริงเสียที....
       
       *************
       
       มะเร็งคร่าชีวิต 'แม้ว'....!!?

  เจาะข่าวลือ พ.ต.ท.ทักษิณ เสียชีวิตกระฉ่อนทั่วประเทศไม่เว้นม็อบเสื้อแดง ตั้งแต่ เป็นมะเร็งระยะ 3- ใส่วิกผมเพราะให้คีโม-มะเร็งรุกลามเป็นระยะสุดท้าย-จนกระทั่งช็อคเพราะแพ้การฝังแร่รักษามะเร็ง คนออนไลน์เชื่อจริง เพราะทักษิณดูทรุดโทรม และรูปถ่ายสกัดข่าวลือที่เขาโพสต์ผ่านเฟสบุคนั้นเป็นภาพตัดต่อที่ทำไม่เนียน
       

       ข่าวลือ พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2552 ประมาณเดือนสิงหาคม โดยมีกระแสข่าวลืออย่างหนาหูว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนี้ได้เป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากระยะที่ 3 และอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
       
       ข่าวลือได้ถูกกระจายเป็นฟอร์เวิดเมลล์กระจายต่อๆกันเป็นจำนวนมาก จน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์ข้อความในทวิสเตอร์ของตนเอง http://twitter.com/Thaksinlive ในวันที่ 3 มีนาคม 2553 ว่า
       
       “ตอนนี้อยู่ดูไบแล้วครับ ได้ข่าวจากเมืองไทยว่ามี mail forwardกันวุ่นว่าผมเป็นมะเร็งผมร่วงหมดรู้สึกขำดี โบราณท่านว่ามีคนแช่งแบบนี้อายุจะยืน สาธุ” และ “ผมไปตรวจร่างกายที่มอสโควมาผลดีมาก มีคอเลสโตลอลตัวหนึ่งที่เรียกว่าตัวดีสูงเกินปกติไปนิดเดียวนอกนั้นดัชนีทุกตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหมดแข็งแรงดีครับ”
       
       จากนั้นในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 ยังมีข่าวลือว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากอย่างต่อเนื่อง และข่าวลือได้พัฒนาไปถึงขั้นที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณป่วยหนัก และแพทย์เริ่มมีการให้คีโมแล้ว ซึ่งทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณผมร่วงหมดศรีษะ และได้ตั้งข้อสังเกตถึงภาพของตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ที่โฟนอินเข้ามาในเวทีเสื้อแดงว่าอาจจะเป็นการใส่วิกผม
       
       วิก-ไม่วิก
       

       ทำให้ในวันที่ 8 เมษายน พ.ต.ท.ทักษิณได้โพสต์ข้อความในทวิสเตอร์ของตนเองว่า “ผมขอเรียนว่าแข็งแรงดีไม่เป็นอะไรเลย ถ้าจะมีก็คงเหงาบ้างตามนิสัยคนชอบทำงาน เพิ่งไปตรวจร่างกายมาจากรัสเซียเมื่อ30มีค.นี้เองไม่มีอะไรผิดปกติเลย นอกจากไขมันตัวดีที่เลยขีดปกติไปนิดเดียวหมอก็ไม่ได้ให้ยามาทานแต่ให้ระมัดระวังอาหารที่มีไขมันหน่อลและให้ออกกำลังบ้างเท่านั้นเอง ที่หายไปเพราะ ตั้งใจที่จะไม่ให้เข้าใจผิดในความตั้งใจของนักต่อสู้ที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรม เกรงว่าเขาจะถูกแปลเจตนาผิดๆเพราะเขามุ่งมั่นจริงๆ”
       
       หลังจากนั้นในวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณได้ดึงผมโชว์กลุ่มคนเสื้อแดงโดยการวีดีโอลิงค์มาสยบข่าวลือดังกล่าวหลังจากไม่มีการวีดีโอลิงค์มายังเวทีกลุ่มคนเสื้อแดงหลายวัน โดยระบุว่า
       
       “วันนี้ไม่อยากมากวนเวลาพี่น้องมาก แต่บังเอิญว่ามีสื่อเสนอข่าวว่าเป็นมะเร็ง ต้องรักษาด้วยคีโมจนเกิดอาการชัก ดังนั้นวันนี้จึงต้องโชว์ตัวเป็นๆไม่ได้เป็นมะเร็ง ไม่ได้รักษาด้วยคีโม ผมก็ไม่ได้ร่วง แต่เริ่มเป็นโรคชักมันส์แล้ว” ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณได้ดึงผมบนศีรษะเพื่อพิสูจน์ว่าผมไม่ได้ร่วงด้วย
       
       จับสังเกต
       มะเร็งระยะสุดท้าย

       
       อนึ่ง การดึงผมโชว์ว่าไม่ได้ผมร่วงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมิอาจสยบข่าวลือได้ ประกอบกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ งดวีดีโอลิงค์มาที่เวทีกลุ่มคนเสื้อแดงหลายวันทำให้ข่าวลือทางโลกอินเทอร์เน็ตยิ่งหนาหู จนกระทั่ง เปลว สีเงิน ได้เขียนในบทความของเขาที่ตีพิมพ์วันที่ 10 เมษายนมีเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า "ทักษิณน่าจะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย" โดยเขียนว่า
       
       “ปกติเวลาที่คุณทักษิณส่งวิดิ๊โอลิงค์เข้ามา และที่เราเห็นในทีวีมักจะเป็นท่านั่งและเห็นแต่ศีรษะ แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีครั้งหนึ่งตอนที่คุณทักษิณออกจากมอนเตเนโกรไปดูไบ ที่เป็นภาพในท่ายืนอยู่หน้าฉากที่เป็นม่านสีขาว ทำให้เห็นชัดว่า ขณะนั้นคุณทักษิณมีรูปร่างที่ผอมและโทรมมาก ดิฉันเป็นหมอที่รักษาคนไข้มะเร็งมานานกว่า 20 ปี พอเห็นภาพนี้เพียงแวบเดียวในทีวี ก็ทราบว่านี่เป็นภาพของคนไข้มะเร็งระยะสุดท้าย ตรงกับสิ่งที่ดิฉันเคยได้ทราบมาบ้างแล้ว คือดิฉันได้ทราบมาก่อนแล้วว่า คุณทักษิณเป็นโรคมะเร็งของต่อมลูกหมาก
       
       ที่ทราบนี่ก็เพราะคุณหมอ.....(ขอตัดชื่อออกนะครับ-เปลว) ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของดิฉัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็งโดยการฉายแสง เผลอพูดให้ฟังว่า เธอไปสั่งการรักษาให้คุณทักษิณที่ดูไบ เมื่อตอนที่เสื้อแดงยังไม่ได้ก่อหวอดการชุมนุม และระยะที่คุณทักษิณเงียบหายไปพักใหญ่นั้น ดิฉันในตอนนั้นก็ไม่ได้ไส่ใจอะไร เพราะเธอไม่ได้พูดต่อ แต่พอมาเห็นภาพของคุณทักษิณที่ผอมโทรมแบบคนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทำให้ดิฉันเริ่มต้นสังเกตดู
       ตอนนี้เวลาที่คุณทักษิณส่งภาพเข้ามาก็จะมีแต่ท่านั่งเห็นไม่ถึงครึ่งตัว แต่ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่า ทรงผมของแกไม่เคยเปลี่ยนเลย เป็นทรงเดิม ยาวเท่าเดิมไม่มีการสั้นลง ไม่ต้องตัดผมเลย และไม่เคยมีผมยุ่ง มันเป็นวิกผมชัดๆ แสดงว่าคุณทักษิณผมร่วง ซึ่งหมายถึงการได้รับยาเคมีบำบัด คนไข้พวกนี้ถ้าเป็นชายก็มักจะใส่วิกผมทรงนี้
       
       สำหรับโรคมะเร็งของต่อมลูกหมาก ปกติเราจะใช้การรักษาด้วยฮอร์โมน ซึ่งจะไม่มีผมร่วง ส่วนการใช้ยาเคมีบำบัดมักจะใช้ในระยะสุดท้ายที่ฮอร์โมนไม่ได้ผลแล้ว และความสำเร็จของการรักษาด้วยเคมีบำบัดในโรคนี้ ก็ไม่ค่อยจะดีนัก ใครสนใจจริงๆ ก็ลองสังเกตดูตามที่ดิฉันบอกมานี้ดู”
       
       ลือสนั่น “ทักษิณตายแล้ว”
       
       ข่าวลือ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นมะเร็งยังมีอย่างต่อเนื่อง กระทั่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวรุนแรงถึงขนาดที่ว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ช็อค เสียชีวิตแล้ว”
       
       โดยข้อความฟอร์เวิดเมลล์ต่อๆ กันนั้น เป็นการนำข้อความของผู้เขียนบล็อกในโอเคเนชั่นมาส่งต่อเนื่องกัน
       มีเนื้อหาว่า
       
       “ข่าวทักษิณชอคคอนเฟิร์มค่ะ แต่เราไม่กล้าเปิดเผยแหล่งข่าวเดี๋ยวเค้าจะเดือดร้อน เพราะเค้าต้องมีจรรยาบรรณทางการแพทย์ของค่ะ ตอน นี้ทักษิณชอคยัง ไม่ฟื้น ทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิตแล้วเพราะอยู่ได้ด้วยเครื่องหายใจ ทางเหนือได้เตรียมทำอนุสรณ์ไว้ให้แล้ว แต่ยังปิดข่าวกันเพราะยังใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ และจะมีผลกระทบกับเสื้อแดงมาก บอกตรงๆ เราไม่ได้เห็นกับตาตัวเองในห้องไอซียูเราคงบอกไม่ได้ว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แหล่งข่าวเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ถ้าไม่เกิดปาฏิหาริย์ทักษิณคงจะกลับมาล้างผลาญชาติไม่ได้อีกแล้ว และ คิดดูไตร่ตรองดูตามวิจารณญานของแต่ละท่านนะคะ”
       
       อย่างไรก็ดี ทันทีที่ข่าวการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.ทักษิณกระจายกันปากต่อปากอย่างรวดเร็ว และมีคนในโลกอินเตอร์เน็ตได้โพสต์ว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณช็อคนั้นเป็นเพราะผลจากการฝังแร่รักษามะเร็ง อีกทั้ง เพราะท่าทีของสามเกลอบนเวทีเสื้อแดง ที่กำลังวิ่งเจรจารัฐบาลขอนิรโทษกรรมหาทางลงให้ตัวเองได้ทำให้คนในสังคมเริ่มเชื่อว่าข่าวทักษิณช็อคเพราะการรักษามะเร็งอาจมีความเป็นไปได้สูง
       
       ทำให้ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์รูปตนเอง 4 รูปในเฟสบุคของตนเองที่ใช้ชื่อว่า Thaksinlivedotcom ในวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมาถึง 4 รูป ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ในโลกสังคมออนไลน์ต่างไม่เชื่อว่ารูปนี้เป็นรูปจริง แต่เป็นรูปที่มีการตัดต่อ โดยตั้งข้อสังเกตถึงแสงที่ตกกระทบที่ตัวคน กับแสงในบริเวณสถานที่ในรูปว่าไม่สัมพันธ์กัน และบางรูป มีเนื้อสีของภาพเก่าหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะบริเวณที่ไหล่ขวาของ พ.ต.ท.ทักษิณด้วย
       
       หลังจากนั้นเพียง 1 วัน พ.ต.ท.ทักษิณ สยบข่าวลืออีกครั้งด้วยการ “โฟนอิน”เข้ามาในเวทีเสื้อแดง แต่มีแต่เสียงพูดที่ฟังไม่ค่อยชัด และไม่มีรูปให้คนเสื้อแดงได้เห็น ล่าสุดกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ เสียชีวิตจึงยังมีอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงในเวทีราชประสงค์เอง

http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9530000058788

เป็นแหล่งข่าวงับ ขอบคุณงับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คมเย็น วันที่ : 29/04/2010 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen

ขอให้มันตายจริงเถอะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
บ้านชฎาเรือนปฏัก วันที่ : 29/04/2010 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scorpius
ครุตามพรลิงค์

ถ้าทักษิณไม่ตายจริงละครับ (แกล้งตาย) ผมยังไม่เชื่อข่าวคราวนี้ครับ
ถ้าปฏิรูปประเทศจริงฝากแนวคิดลุงคนนี้ครับ เปลี่ยนแปลงประเทศได้แน่ ในนี้มีอะไรซ่อนอยู่หลายๆอย่างครับ
http://www.oknation.net/blog/kru-podjanard/2010/04/28/entry-1

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kengrimsay วันที่ : 29/04/2010 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kengrimsay

รู้จริงนะนี่.แต่ไม่น่าจะสองขั่ว มีมากกว่านั้นอีกครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ฟังคำสอน ของหลวงพ่อปัญญา

หลวงพ่อ ปัญญา นันทภิขุ ผู้ซึ่งเป็นพระที่พวกเราเคารพยิ่งเลยนำคำสอนของท่านมาให้ฟังกันเป็นครั้งสุดท้ายครับ

View All
<< เมษายน 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]