• Preedee
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : preedee75@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 78552
  • ส่ง msg :
  • โหวต 500 คน
A house in Dusit district.
ยินดีต้อนรับครับ - ขอเชิญเข้าร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและบอกต่อ เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพ!
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/preedee
วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม 2551
Posted by Preedee , ผู้อ่าน : 1632 , 20:32:41 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“เส้นแบ่งของความดีและความชั่วนั้น ไม่ได้ขีดลงระหว่างกลุ่มต่างๆ อุดมการณ์ต่างๆ

หรือกองทัพต่างๆ ดอก-หากแต่มันขีดลงไปตรงหัวใจของแต่ละปัจเจกบุคคล

ซึ่งแปรผันไปเสมออย่างไม่หยุดหย่อน”

 

“นักเขียนใช่ว่าเพียงแต่เขียนได้ดีเท่านั้น

แต่ต้องเปล่งเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดและความปรารถนาของสังคมออกมาให้ได้”

           

 

เมื่อ Alexander Solzhenitsyn อายุได้ 10 ขวบ เขาได้อ่าน War and Peace ของ Tolstoy จบแล้วและเริ่มทดลองเขียนเรื่องสั้นและกลอนเป็นของตนเอง

จากนั้นเมื่อโตขึ้น ขณะที่เป็นนักเรียนอยู่ เขาก็เริ่มพยายามเขียนมหากาพย์ประวัติศาสตร์ของตนเองในแบบ Tolstoy ที่เขาบูชา หากแต่เปลี่ยนช่วงเวลาเป็นการปฏิวัติรัสเซียปี 1917 เขาเองเป็น Leninist ในเวลานั้น และหมกมุ่นอยู่กับงานวรรณกรรมมาตลอดวัยเด็กกระทั่งย่างเข้าสู่วัยเยาว์

และถึงแม้จะเข้าไปอยู่ในค่ายกักกันของสตาลินในช่วงทศวรรษที่ 1950 เขาก็ยังสามารถประพันธ์กลอนได้กว่า 12,000 บรรทัดในหัว! โดยเลือกเอาถ้อยคำที่จดจำง่ายเพื่อช่วยเหลือความจำที่เป็นเลิศอยู่แล้วของตนเอง

ช่วงเวลาที่ถูกกักขังอยู่ใน Gulag ไม่เพียงแต่จุดประกายให้เกิดนิยายของเขาเท่านั้น มันยังสอนบทเรียนอันมีค่าให้แก่เขาด้วย ณ เวลานั้น เขามีความมุ่งมั่นมหาศาล เขาฉลาด ทะเยอทะยาน และมีความมั่นใจว่าการปฏิวัติในโลกจะประสบความสำเร็จและตัวเขาเป็นส่วนหนึ่งในนั้น

            จากนั้นอะไรๆหลายประการก็เปลี่ยนแปลงไป หลังจากเขาออกจากค่ายกักกันและถูกเนรเทศ ทัศนะทางการเมืองที่แหลมคมสร้างคำถามมากมายขึ้นแก่ตัวเขา นั่นทำให้เขาลดความหุนหันพลันแล่นลง ทั้งจากความล้มเหลวที่ผ่านมา จากการสะท้อนสิ่งต่างๆรอบตัว และจากการวิเคราะห์ตนเองอย่างถ้วนถี่

            ไม่เพียงแต่ Solzhenitsyn จะได้ค้นพบเลือดรักชาติและแรงศรัทธาพระคริสต์แต่วัยเด็กในตัวเอง เขาพบว่าการมีน้ำเสียงที่ห้าวหาญ กร้าน และท่วงทีปรักปรำ กำลังทำให้พรสวรรค์ทางด้านวรรณกรรมของตนเองเสียหาย      

            ณ เวลานั้น เขาเริ่มเขียนบทละคร (ในหัวอีกคำรบ) โดยใช้บรรยากาศของค่ายกักขังที่ตนเองเคยสังกัดมาเป็นฉาก และรวบเอาช่วงเวลาให้มาบรรจุอยู่ในวันเดียว ไม่เอาตนเองเป็นตัวละครหลัก ทั้งนี้เพื่อเปิดทางให้ตัวละครที่มีความหลากหลายอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วม

 

โลกใบเล็กของโศกนาฏกรรม

 

ในปี 1951 ขณะที่เขายังอยู่ในค่ายใช้แรงงาน Ekibastuz เขาก็ได้เกิดความคิดเรื่องการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคุก Gulag ขึ้น-เปล่าเลย, มันไม่ใช่การบันทึกอัตชีวประวัติแห่งความเป็นวีรบุรษยามวัยเยาว์ของเขาดอก-มันเป็นเพียงงานชิ้นสั้นๆ โดยค่ายกักกันถูกมองผ่านสายตาของนักโทษผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งเคยเป็นกรรมกรมาก่อน และที่สำคัญ มันเป็นการมองถึงวันดีๆ ในค่ายกักกันอันเลวร้ายแห่งนั้นด้วยซ้ำไป! ผลคือมันกลายเป็นงานประพันธ์ชิ้นเอกของเขา-One Day in Life of Ivan Denisovich

            เรื่องราวของ Ivan Denisovich คลี่คลายไปในท่วงทำนองที่ค่อนข้างเกรี้ยวกราดและปรักปรำ และมันไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ใงานเขียนเชิงวิชาการ เชิงประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่เชิงศีลธรรม หากแต่มันเป็นเรื่องราวในวันธรรมดาของตัวเดินเรื่องที่ทำให้ Solzhenitsyn เริ่มอาชีพในฐานะนักเขียนหลักจากนั้นอีกทศวรรษต่อมา เมื่อผู้นำโซเวียต นิกิต้า ครุสเชฟ ยอมให้งานเขียนของเขาตีพิมพ์ได้เพราะมันสนับสนุนการโจมตีโจเซฟ สตาลิน และมรดกที่ผู้นำคนนี้ทิ้งเอาไว้แก่โซเวียต

            สารจากนิยายเรื่องนี้บอกกับคนอ่านว่า หาก Gulag คือค่ายกักกันที่ค่อนข้างดี และถึงขนาดค่อนข้างมีความสุขด้วยซ้ำในวันนั้นของนิยาย-ชีวิตจะเป็นเช่นไร ในค่ายที่ป่าเถื่อนรุนแรงทางเหนือและที่เมือง Kolyma ที่ไกลออกไปทางตะวันออก? และจะอีกกี่ล้านวันที่ทั้งดีและร้ายที่ถูกใช้โดยพลเมืองโซเวียตอีกเป็นล้าน ซึ่งถูกเนรเทศไปค่ายกักกันเหล่านี้ปีแล้วปีเล่า และอีกทั้งจำนวนมากที่ไม่มีวันหวนคืนกลับมา?

            Solzhenitsyn ธำรงขนบนักเขียนรัสเซียเอาไว้โดยแท้ กล่าวคือเขามองว่า นักเขียนใช่ว่าเพียงแต่เขียนได้ดีเท่านั้น แต่ต้องเปล่งเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดและความปรารถนาของสังคมออกมาให้ได้ เขาจึงถือความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นเรื่องใหญ่-นั่นทำให้เหล่างานเขียนแนวหลังสมัยใหม่สัมพัทธ์ที่ทยอยออกมาในปลายศตวรรษที่ 20 เป็นของแปลกปลอมสำหรับเขา

            แนวทางการเขียนของเขา กลับเป็นไปในลักษณะทำนาย สั่งสอน หรือเป็นเครื่องขยายเสียงมากกว่า ทั้งที่ในท้ายที่สุด ตัวเขาเองก็เป็นเพียงชาวรัสเซียคนหนึ่ง ซึ่งเจ็บปวดกับอาชญากรรมและความจาบัลย์ที่เพื่อนร่วมชาติของเขาต้องทนรับ ทั้งช่วงก่อนสหภาพโซเวียตล่มสลาย และยุคปัจจุบัน ในประเทศรัสเซียที่สุดแสนโกลาหลแห่งนี้

            สำหรับ Solzhenitsyn แล้ว ความผิดถูก ความดีชั่ว ต่างมีอยู่จริง อย่างไรก็ตาม จากบทกลอนที่เขาประพันธ์ในหัวขณะยังอยู่ในค่ายกักกันเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้วนั้น เส้นแบ่งของความดีและความชั่วนั้น ไม่ได้ขีดลงระหว่างกลุ่มต่างๆ อุดมการณ์ต่างๆ หรือกองทัพต่างๆ ดอก-หากแต่มันขีดลงไปตรงหัวใจของแต่ละปัจเจกบุคคล ซึ่งแปรผันไปเสมออย่างไม่หยุดหย่อน

            บทประพันธ์ชิ้นที่ดีที่สุดของเขา ดึงเอาพลังมาจากความตึงเครียดระหว่างพันธกิจที่เขาตั้งมั่น-ที่เขาเคยเรียกนักเขียนว่า “รัฐบาลชุดที่สอง”-และความตระหนักว่านักเขียนจะต้องอดกลั้นความเกรี้ยวกราดของตนเองเพื่อฝึก “การกำหนดขอบเขตของตนเอง” ทั้งนี้เพื่อบ่มเพาะประสบการณ์ และทิ้งพื้นที่เอาไว้ให้คนอ่านเข้าไปตีความในวรรณกรรมของเขาเองโดยไม่ได้ชี้นำ

            Solzhenitsyn มีทั้งผู้สนับสนุนและศัตรูทางการเมืองตลอดชีวิตการเป็นนักเขียนของเขา แต่ในบทประพันธ์ One Day in the Life of Ivan Denisovich และในบทประพันธ์อื่นของเขาเช่น The First Cycle นั้น เป็นผลงานที่มากไปกว่าแค่เรื่องการเมือง

           

          ผลงานของเขาคือความสำเร็จแห่งรัสเซียอย่างแท้จริง

 

Alexander Solzhenitsyn

เกิด 11 ธันวาคม 1918

1945 ถูกจับกุม 8 ปีในข้อหาต่อต้านกิจกรรมของรัฐ

1962 บทประพันธ์ One Day in the Life of Ivan Denisovich ตีพิมพ์ในรัสเซีย

1970 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม

1974 หนังสือเล่มแรกในชุด The Gulag Archipelago  ได้รับการตีพิมพ์

13 กุมภาพันธ์ 1974 ถูกเนรเทศจากแผ่นดินแม่รัสเซีย

1994 กลับสู่มาตุภูมิ

3 สิงหาคม 2008 เสียชีวิตในรัสเซีย

 

แปลจากบทความ Solzhenitsyn: A tortured patriot

โดย Michael Nicholson

อาจารย์ภาษารัสเซีย มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน